กุมารแพทย์แนะทิปส์เสริมพัฒนาการลูกน้อยในวิถี New Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654222

วันที่ 30 พ.ค. 2564 เวลา 13:55 น

กุมารแพทย์แนะทิปส์เสริมพัฒนาการลูกน้อยในวิถี New Normal กุมารแพทย์แนะนำวิธีการเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อยในวิถี New Normal พร้อมเผยเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจธรรมชาติในการพัฒนาทักษะต่างๆ ตามช่วงวัย

การดูแลพัฒนาการสำหรับลูกน้อยถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเป็นช่วงเวลาทอง หรือ Golden Period สำหรับพัฒนาการทางด้านสมองและสติปัญญาที่มีส่วนสำคัญในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และพัฒนาทักษะในการใช้ชีวิตต่อไปในอนาคต แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบันที่ส่งผลให้การออกนอกบ้านเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง จึงทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมีความกังวลและประสบกับข้อจำกัดถึงวิธีการในการเลี้ยงดูลูกน้อยเพื่อการมีพัฒนาการและทักษะที่ดี ด้วยเหตุนี้ Dodolove (ดูดู เลิฟ) แบรนด์กางเกงผ้าอ้อมยอดนิยม จึงได้เชิญ พญ. พรนิภา ศรีประเสริฐ กุมารแพทย์จากเพจเรื่องเด็กๆ by หมอแอม มาร่วมไขข้อข้องใจและแนะนำเทคนิคการเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยง่ายๆ ในวิถีนิวนอร์มัล พร้อมชวนช้อปผลิตภัณฑ์ของใช้จำเป็นในราคาพิเศษให้เจ้าตัวน้อยในแคมเปญ Shopee 6.6 Greatest Brands Celebration

พญ.พรนิภา ศรีประเสริฐ กุมารแพทย์จากเพจเรื่องเด็กๆ by หมอแอม กล่าวว่า “การดูแลเลี้ยงลูก และได้เฝ้ามองลูกๆ เติบโตถือเป็นประสบการณ์ที่สร้างความสุขและความท้าทายไปพร้อมๆกันสำหรับคุณพ่อคุณแม่ เด็กในแต่ละช่วงอายุจะมีพัฒนาการที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสามปัจจัยหลัก คือ การเลี้ยงดู พันธุกรรม และสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะช่วงอายุตั้งแต่ทารกแรกเกิดถึง 12 เดือนเป็นช่วงที่ปัจจัยดังกล่าวจะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาการทางร่างกาย สมองและอารมณ์เป็นอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่จึงต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ”

เข้าใจกลไกการเรียนรู้แต่ละช่วงวัย เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการอย่างเหมาะสม

ทารกแรกเกิด: ในวัยทารกแรกเกิดเป็นช่วงที่ทารกต้องปรับตัวอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่ควรกระตุ้นระบบประสาทต่างๆ ให้ทารกได้คุ้นเคยกับโลกใบใหม่ การนวด ใช้นิ้วไต่ตามแขนและขา และโอบกอดทารกอย่างนุ่มนวลเป็นประจำจะเป็นการกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสและช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อย เนื่องจากทุกครั้งที่มีการโอบกอดสัมผัส ร่างกายจะหลั่งสาร Oxytocin (ฮอร์โมนแห่งความรัก) ที่ช่วยให้ผ่อนคลาย และยังช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนมของคุณแม่ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ วัยทารกแรกเกิดเป็นวัยที่สายตายังมองเห็นได้ไม่เต็มที่ สามารถมองเห็นเพียงแค่ในระยะ 1 ฟุต คุณพ่อคุณแม่จึงควรกระตุ้นการมองเห็นของลูกด้วยการจ้องมองตาอยู่เป็นประจำ หรือหาของเล่นสีสดอย่างเช่นลูกบอลเล็กๆ สีแดง ให้ลูกฝึกมอง จะเป็นการช่วยกระตุ้นระบบประสาทและการมองเห็นของลูกได้ดี

1 – 4 เดือน: ทารกช่วง 1-4 เดือน เป็นช่วงที่เริ่มมีการพัฒนาของระบบประสาทและการมองเห็น การได้ยิน มีปฏิกิริยาโต้ตอบ อย่างเช่นการชันคอและหลัง ยิ้ม หัวเราะ มองหาเมื่อเวลาคุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่ รวมถึงเริ่มมีการปรับตัวตามสภาพแวดล้อมซึ่งจะเห็นได้จากการนอนหลับและการรับประทานอาหารที่เริ่มเป็นเวลามากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นพูดคุย ฝึกการได้ยินและชันคอ โดยการให้ลูกนอนคว่ำ หาของเล่นที่มีเสียงกรุ๋งกริ๋งมาชูเหนือศีรษะให้ลูกพยายามชันคอขึ้น หรืออุ้มลูกหันหน้าเพื่อมองสบตากัน พร้อมเอียงหน้าไปมาช้าๆ เพื่อให้ลูกมองตาม 

5 – 8 เดือน: ในวัย 5-8 เดือน เจ้าตัวน้อยจะมีพัฒนาการเรื่องการนั่งและการกิน เนื่องจากเป็นวัยที่กล้ามเนื้อหลังเริ่มแข็งแรง คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญในการฝึกให้ลูกนั่งกินข้าวร่วมกับครอบครัว นั่งทำกิจกรรม เล่นของเล่น โดยให้ลูกได้ลองจับของเล่นที่มีพื้นผิวสัมผัสแตกต่างกัน อาทิ น้ำ บล๊อกไม้ ของเล่นยางนิ่มๆ สีสันสดใส ก้อนไหมพรม เป็นต้น

สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษในวัยนี้คือเจ้าตัวน้อยบางรายอาจมีพฤติกรรมโยนขว้างสิ่งของ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรดุหรือห้าม แต่ควรหาพื้นที่ที่ปลอดภัยหรืออุปกรณ์เสริมให้ลูกเล่น อย่างเช่น การขว้างของเล่นให้ลงตะกร้า เพราะนอกจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวแล้ว ลูกๆ ยังได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่

9 – 12 เดือน: ลูกน้อยจะเริ่มทรงตัวเพื่อหัดยืน เดิน และเป็นนักสำรวจตัวน้อย พัฒนาการของวัยนี้จะเรียนรู้จากการได้ลองทำด้วยตัวเอง ดังนั้นสิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมคือพื้นที่ที่ปลอดภัยให้ลูกได้เล่นสำรวจอย่างเต็มที่ และควรระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ อย่างเช่น ปิดรูปลั๊กและครอบพัดลมป้องกันไม่ให้ลูกเอานิ้วแหย่ ปิดสันขอบโต๊ะเพื่อป้องกันไม่ให้หัวลูกกระแทก เก็บสายระโยงระยาง รวมถึงทำรั้วกั้นบันไดเพื่อป้องกันลูกตกบันไดและอุบัติเหตุอื่นๆ

เมื่อมีพื้นที่ที่ปลอดภัยให้ลูกได้เล่นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรหากิจกรรมเล่นกับลูก โดยเน้นการเคลื่อนไหวของแขนขา อย่างเช่น การฝึกให้ลูกเกาะคอกเดิน เกมคลานเก็บของเล่น หรือการเล่นน้ำในสระยางเพื่อให้ลูกเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

เคล็ด (ไม่) ลับเสริมพัฒนาการลูกน้อย เมื่อต้องกักตัวอยู่บ้าน

  1. กำหนดเวลาให้ชัดเจน เคล็ดลับพื้นฐานข้อแรก คือ คุณพ่อคุณแม่ควรกำหนดเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ ของลูกให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเวลาตื่นนอน เวลารับประทานอาหาร และเวลาเล่น นอกจากจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่บริหารจัดการเวลาได้ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างวินัยเชิงบวกให้ลูก
  2. ใส่ใจเรื่องโภชนาการ ในช่วงกักตัว คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักสั่งอาหารจากร้านอาหารนอกบ้านมารับประทาน จึงควรระมัดระวังเรื่องความสะอาด สุขอนามัย และหลีกเลี่ยงผงชูรส อาหารที่ใส่ผงชูรสหรือมีรสจัด อาจส่งผลให้ไตของลูกน้อยทำงานหนักเกินไป
  3. เอ็นจอยกับกิจกรรมภายในบ้านร่วมกัน เด็กเล็กเป็นวัยที่กำลังมีพลังงานมาก และเมื่อพวกเขาไม่ได้ออกไปเล่นกับเพื่อนๆ คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นเพื่อนเล่นและหากิจกรรมง่ายๆ ที่ลูกสามารถมีส่วนร่วมเพื่อให้ได้เคลื่อนไหว เสริมสร้างพัฒนาการทางร่างกายทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและใหญ่ รวมถึงช่วยฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์ อย่างเช่น รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารสัตว์เลี้ยง ล้างจาน หรือเช็ดโต๊ะ
  4. อย่ามองข้ามเสื้อผ้าและกางเกงผ้าอ้อม เสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ใส่ง่าย ทำให้ลูกน้อยเคลื่อนไหวและเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกันกับการเลือกกางเกงผ้าอ้อมที่ควรเลือกเนื้อผ้าที่อ่อนนุ่ม ซึมซับและระบายอากาศได้ดี เนื่องจากผ้าอ้อมที่หนาจะทำให้ลูกรู้สึกไม่สบายตัว งอแงหงุดหงิดง่าย ซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ ทั้งการพลิกตัว การคลานเดิน รวมถึงการนอนหลับที่ไม่เต็มที่ ที่จะส่งผลต่ออารมณ์และพัฒนาการการเรียนรู้ของลูกได้เช่นกัน

รวมโปรปัง! จาก 14 ร้านดังเครือ CRG #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/654268

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 10:55 น

รวมโปรปัง! จาก 14 ร้านดังเครือ CRGชี้เป้าโปรเด็ดๆ ดีลโดนๆ ที่จัดมาให้แบบคุ้มๆ จาก 14 ร้านอาหารชั้นนำในเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป อยากกินอะไร ถูกใจเจ้าไหน สั่งเลย!!!

ช่วงเวลาแบบนี้ การสั่งอะไรมากินที่บ้านน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ฟีลกู๊ดที่สุดแล้ว แถมไม่ต้องกังวลว่าฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ ออกไปไหนก็ไม่ต้องคอยระวัง วันนี้เรารวบรวมโปรดีๆ จากร้านอาหารในเครือ CRG กับ 14 ร้านอาหารชั้นนำมาเสิร์ฟให้ถึงที่อย่างจุใจ มีแบรนด์อะไรกันบ้างไปดู

มิสเตอร์ โดนัท เสิร์ฟโปรเด็ดสุดคุ้ม ให้คุณได้พักมาเติมพลังความหวาน กับโปรโมชั่น โดนัท 8 ฟรี 8 จะ Work อยู่ที่ไหนสั่งไว้ให้ทานเพลินตลอดวันกันเลย เมื่อซื้อพอน เดอ ริง 8 ชิ้น (ชิ้นละ 29 บาท) รับฟรีโดนัท 8 ชิ้น (ชิ้นละ 22บาท) มูลค่า 176 บาท ฟรีไปเลย อร่อยสั่งได้ยาวๆ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2564 เฉพาะที่ Grabfood คลิก >> https://grb.to/2YKyFFq

อานตี้ แอนส์ เอาใจสายเดลิเวอรี่ เพียงสั่งผ่าน Gojek ส่งฟรีในระยะไม่เกิน 3 กิโลไม่มีขั้นต่ำ เพียงใส่โค้ด FREEDELI พร้อมพิเศษกว่านั้น เมื่อซื้อ Golden Sping คู่กับAlmond Stix จากปกติ 124 บาท จ่ายเพียง 99 บาท เท่านั้น ดีลดีๆแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ สั่งเลยวันนี้ จนถึง 30 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น คลิก>> bit.ly/32vCGBK

เปปเปอร์ ลันช์ ปล่อยโปรเด็ดใจถึง ให้กับแฟนๆของ Lineman ซื้อ 1 แถม 1 ส่งเมนูข้าวเปปเปอร์เนื้อและไก่ จ่ายเพียง 195 บาท ได้ไปเลยทั้ง 2 จาน ฝากท้องไว้ในราคาสุดคุ้มมีที่นี่ที่เดียว ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง 9 มิถุนายน 2564 เฉพาะ สาขาที่ร่วมรายการทุกสาขายกเว้น สนามบินดอนเมือง , ฟู้ดรีพับลิค สยามเซ็นเตอร์, ฟู้ดพาทีโอ้เซ็นทรัลพลาซา บางนา และ Grab Kitchen สาขา Happy Avenue ลาดพร้าว 101 โปรดี ดีลเด็ดขนาดนี้อย่ารอช้า สั่งเลย คลิก>> https://lineman.onelink.me/1N3T/bafb20fd

ชาบูตง ราเมน จับมือกับ GrabFood ปล่อยโปรสุดปัง “ Chabuton X GrabFood 1 Free 1” อร่อยระดับพรีเมี่ยม รสชาติต้นตำรับจากญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟความอร่อย Delivery ส่งตรงถึงบ้าน คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น เฉพาะที่ GrabFood คลิก>> https://grb.to/2XwoDpZ

โคล สโตน ครีมเมอรี่ ขอร่วมส่งโปรเด็ด ไม่ว่าจะร้อน จะฝน หรือจะฤดูไหนก็สามารถมารับความอร่อยสดชื่นได้ กับ ไอศกรีม 3 รสชาติเลยยอดนิยม ได้แก่

· Grab & Go Cookie Doughn’t You Want Some 209 บาท (จากราคาปกติ 299 บาท)

· Grab & Go Our Strawberry Blond 209 บาท (จากราคาปกติ 299 บาท)

· Grab & Go Peanut Butter Cup Perfection 209 บาท (จากราคาปกติ 299 บาท)

โปรดีราคาน่าโดนขนาดนี้ อย่ารอช้า กดสั่งได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง ถึง 31 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น เพียงสั่งผ่าน FoodPanda คลิก>> http://foodpanda.co.th/chain/cr1ko

ไทยเทอเรส ปล่อยโปรลับสุดยอด โปรแรงจากน้องใหม่ แอพ Robinhood ที่คุ้มจนต้องบอกต่อ กับเมนู ข้าวคลุกกะปิ – หมูหวาน + เมี่ยงคำหวาน + น้ำใบเตย จากราคาปกติ 364บาท สั่งผ่านแอพจ่ายเพียง ราคา 249 บาทเท่านั้น อร่อยเลยอย่ารอช้า ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 พฤษภาคม 2564 เฉพาะสั่งผ่านแอพพลิเคชั่น Robinhood เท่านั้น

โยชิโนยะ ขอบอกต่อเคล็ดลับการใช้วันหยุดให้คุ้มค่า ไปกับการนั่งทานของอร่อย ไม่ยุ่งยาก แถมยังซื้อตุนไว้ได้อีก เพราะ ดงบุริของโยชิโนยะ แยกข้าวและเนื้อไว้อย่างดี เพื่อการเก็บรักษาจะได้ไม่เสียรสชาติ หรือหากใครที่ไม่ชอบตุน ก็สั่งเดลิเวอรี่มากินร้อนได้เลย ทุกแอพพลิเคชั่นชั้นนำ รับรอบว่าอร่อยจนคำสุดท้ายแน่นอน

โอโตยะ ปล่อยโปรเด็ดในแอพพลิเคชั่น Gojek กับดีลดี คุ้มโดนใจ ลดพิเศษ50% อร่อยได้ไม่ต้องออกจากบ้าน เริ่มต้นเพียง 200 บาท ลดไปเลย 20% คุ้มสุดขนาดนี้เพียง แค่ใส่โค้ด GJHOT ตั้งแต่วันนี้ 6 มิถุนายน 2564 คลิก >> bit.ly/3miRZWt

เทนยะ จับมือมือกับ Lineman ปล่อยโปรสุดเซอร์ไพรซ์ลดมากถึง 50% กับเมนูสุดคุ้ม ทริปเปิ้ล เอบิ เทมปุระ เทนด้ง + อูด้งต้มยำ (ไซส์ปกติ) + ยำสาหร่าย 2 ที่ จากปกติราคา 446 บาท สั่งผ่านแอพ จ่ายเพียง 223 บาท เท่านั้น สั่งได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 มิถุนายน 2564 คลิก >> https://lineman.onelink.me/1N3T/f05b177f

คัตสึยะ พร้อมส่งโปรดีจาก Lineman ให้คุณเอาชนะความหิว ที่กำลังทำให้ท้องร้อง กับโปรเด็ดราคาโดน เพียงสั่ง คัตสึด้งไก่ ราดชีส + คัตสึด้งสันใน ราดไข่ + ชาเขียวเย็น 16 ออนซ์ 2 แก้ว จากปกติราคา 428 บาท แต่จ่ายเพียงแค่ 214 บาทเท่านั้น ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะยังมีอีกเมนู ที่ราคาดีโดนใจไม่แพ้กัน กับ คัตสึด้งปลากะพง ราดไข่ + คัตสึด้งกุ้ง ราดไข่ จากราคาปกติ 378 บาท สั่งผ่านแอพ เหลือเพียง 189 บาท คุ้มสุดๆขนาดนี้ อย่าปล่อยให้ท้องร้องกวนใจ กดสั่งเลยตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 มิถุนายน 2564 คลิก >> https://lineman.onelink.me/1N3T/be0001d0

อร่อยดี เสิร์ฟโปรคุ้มแรง สั่งผ่านเดลิเวอรี่ อร่อยเด็ดราคาดี กับเมนู ข้าวผัดกะเพราดั้งเดิมหมูสับ + ไข่ดาว ราคาพิเศษเพียง 69 บาท (จากปกติ 95 บาท) สั่งเลยที่ Gojek ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น คลิก >> https://bit.ly/2E4OcL2

เกาลูน เสิร์ฟตรงความอร่อยสั่งได้แล้ววันนี้ ผ่านแอพพลิเคชั่น Robinhood ชวนมาลิ้มลองความอร่อยของตำนานติ่มซำกว่า 37 ปีจากห้องอาหารไดนาสตี้ รร. เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ กับโปรโมชั่นดี๊….ดี ลดกระหน่ำถึง 30% 3 ดีลเด็ด ราคาเท่าหน้าร้าน ปริมาณไม่ลด กดสั่งเลย ความอร่อยระดับ โรงแรม 5 ดาว ก็พร้อมส่งตรงถึงที่ สั่งได้ทุกวัน ส่งรวดเร็วทันใจ ได้ทันที เริ่ดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว โปรเด็ดขนาดนี้ มีถึง 30 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น คลิก >> https://static.robinhood.in.th/share_link.html

สลัดแฟคทอรี่ เอาใจสายเดลิเวอรี่ สั่งเยอะ ก็ส่งฟรีไกลขึ้น เอาใจทั้งคนบ้านใกล้ บ้านไกล ด้วยบริการส่งฟรีสูงสุดถึง 9 กิโลเมตร เพียงสั่งอาหารตามที่กำหนดผ่านทาง Line@ : SaladFactory จะสั่งเมนูไหนก็คุ้ม #อิ่มหมีพลีพุง แน่นอน ทั้งสลัด สเต็ก สปาเก็ตตี้ ข้าว และอีกกว่า 200 เมนู โปรดีขนาดนี้ มีถึง 31 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น คลิก>> https://lin.ee/nAy1OmQ

ส้มตำนัว มาบอกข่าวดีกับแฟนๆ เพราะตอนนี้สามารถสั่งส้มตำนัว Delivery ได้แล้วจาก 3 แอพพลิเคชั่นชั้นนำ ได้แก่ Lineman / Gojek / Foodpanda หรือสะดวกสั่งตรงจากสาขาเอง ได้แล้วทั้ง 6 สาขา ได้แก่ สยามสแควร์ ซอย 5 โทร. 080-068-1022 หรือ 02-251-4880, สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 2 โทร. 080-068-1009, เซ็นทรัล แอมบาสซี ชั้น 5 โทร. 080-068-1028, เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 โทร. 080-065-9913, เมกาบางนา ชั้น 1 โทร. 080-065-9929, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 4 โทร. 080-065-9948

3 เรื่องต้องระวัง ถ้าไม่อยากหุ่นพังช่วง Work from home #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/654227

วันที่ 30 พ.ค. 2564 เวลา 15:01 น

3 เรื่องต้องระวัง ถ้าไม่อยากหุ่นพังช่วง Work from homeHow to! Work from home ให้สุขภาพดี เริ่มจากการรู้จักเลือกกินสิ่งดีๆ เพียงแค่นี้ไม่ว่าจะ Work from home อีกนานแค่ไหนก็น้ำหนักไม่พุ่ง

เมื่อต้อง Work from home ทำให้หลายคนมีการขยับร่างกายเพื่อเผาผลาญแคลอรี่น้อยลง ประกอบการมีการตามใจปากมากขึ้น อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแบบคาดไม่ถึง ดังนั้น จะดีกว่าไหมถ้าเรามีทริคในการเลือกรับประทานสิ่งดีๆ เข้าสู่ร่างกาย เพื่อสุขภาพที่ดี และน้ำหนักไม่พุ่ง ฟิตแอนด์เฟิร์ม เพื่อพร้อมสำหรับการใส่เสื้อผ้าตัวเก่งไปทำงานเมื่อสถานการณ์ปกติ

ระวังแป้งและน้ำตาล พร้อมเพิ่มกากใยในมื้ออาหาร

แน่นอนว่าเมื่ออยู่บ้าน หลายคนอาจจะเบื่อและมีความกังวล เลยสรรหาเมนูของหวาน เพิ่มน้ำตาลในเลือด คลายความเครียด ดังนั้นหากอยากกินพวกแป้ง ควรหันมากินแป้งขัดสีอย่างข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง หรือขนมปังโฮลวีตแทน เพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายด้วยน้ำผึ้งมะนาว และถ้าหากใครอยากรับประทานกากใยเพิ่ม และอยากให้ระบบขับถ่ายทำงานดีมากขึ้น ลองหาตัวช่วยดีๆ ที่มีใยอาหารชนิดละลายน้ำ ผสานสารสกัดจากธรรมชาติ ผักและผลไม้หลากหลายชนิด เช่น มะเขือเทศ ส้ม มิกซ์เบอร์รี่ และทับทิม พร้อมมีใยอาหารชนิดละลายน้ำ เช่น อาคาเซียกับโอ๊ต เบต้า กลูแคน โพลีเด็กซ์โตรส ไซเลียม อัสค์ เป็นต้น มาเป็นตัวช่วยเพิ่มใยอาหารในระบบทางเดินอาหาร และช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ส่งเสริมการทำงานของระบบขับถ่ายให้เป็นไปตามปกติ ดื่มง่าย เพราะมีกลิ่นหอมของน้ำผึ้งและสดชื่นกับมะนาวชนิดผง

อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดโปรตีน

หลักการทางโภชนาการแนะนำว่าในคนวัยทำงานสุขภาพปกติต้องการโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ดังนั้น อาหารในแต่ละมื้อควรมีโปรตีนดีๆ อย่าง ไข่ไก่ ปลา ไก่ ถั่ว เต้าหู้ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะถ้าร่างกายขาดโปรตีนจะทำให้กล้ามเนื้อเสื่อมสลายง่าย ที่สำคัญโปรตีนจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มได้นานขึ้นด้วย และ ลดความอยากกินขนมระหว่างวันได้ โดยเฉพาะสายวีแกน ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ทำให้ส่วนใหญ่ต้องทำอาหารเอง ตัวช่วยดีๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชที่มีความโดดเด่นในการนำโปรตีนจากแหล่งที่ดีที่สุด คือโปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา และโปรตีนสกัดจากถั่วลันเตาสีทอง ไม่ตัดแต่งทางพันธุกรรม นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส มาไว้ใน 1 เดียว รวมทั้งผสมแคลเซียมและวิตามินดี มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนต่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งแตกต่างจากนมถั่วเหลืองทั่วไป เพราะการสกัดเอาไขมันออกจึงไมมีไขมัน แลคโตส และโคเลสเตอรอล ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล “อิริทริทอล” โดยสามารถเสริมความอร่อยให้ฟินยิ่งขึ้นด้วยการปรุงเป็นเมนูเครื่องดื่มหลากหลายสไตล์ ดื่มได้ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาล และให้โปรตีนที่สามารถดูดซึมเร็ว ทำให้ร่างกายนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่

ทานให้อิ่ม แต่แคลอรี่น้อย

2 กฎเหล็ก ที่ต้องจำให้ขึ้นใจยุคที่ความสะดวกสบายเสิร์ฟให้กับเรา ถ้าไม่ต้องการให้น้ำหนักตัวพุ่งจนใจหาย เพราะเมื่อหิวเราจะทานอาหารในปริมาณเยอะ สำคัญที่เราต้องทานอาหารให้อิ่ม แต่ต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่น้อย ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ด และหันมาเลือกสั่งอาหารที่มีประโยชน์ หรือ สั่งอาหารสด ผัก ผลไม้ รวมถึงเครื่องดื่มยอดฮิตชานมไข่มุก น้ำหวานต่างๆ ถ้าเสพติดแล้วดื่มทุกวันคงไม่ดีแน่ มาหาเครื่องดื่มทดแทน เป็นไอเท็มเครื่องดื่มที่มีประโยชน์อย่าง เครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูปกลิ่นข้าวโพดไม่ใส่น้ำตาลทราย ก็สามารถเป็นเมนูของว่างได้ง่ายๆ และอิ่มท้อง เพราะใน 1 ซองจัดเต็มด้วยธัญพืชนานาชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่วเหลือง และมอลต์สกัด และเสริมคุณประโยชน์ด้วย เวย์โปรตีน ใยอาหารโอลิโกฟรุกโตสที่ดีต่อสุขภาพ ใน 1 ซองให้พลังงาน 100 กิโลแคลอรี ซึ่งถือว่าเป็นของว่างที่น่าเสิร์ฟลงท้องอีก 1 ทางเลือก

ฉีดวัคซีนเร็วหนุนเศรษฐกิจประเทศรวยกระเตื้อง ตลาดเกิดใหม่ยังชะงัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654325

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 16:36 น

ฉีดวัคซีนเร็วหนุนเศรษฐกิจประเทศรวยโตเกินคาดOECD ปรับแนวโน้มการเติบโตทั่วโลกปี 2021 ให้ดีขึ้น พร้อมกับปรับลดคาดการณ์ของญี่ปุ่น

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ปรับเพิ่มการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ แต่ลดการคาดการณ์สำหรับญี่ปุ่นเนื่องจากญี่ปุ่นพบการติดเชื้อโคโรนาไวรัสเพิ่มและโครงการฉีดวัคซีนที่เชื่องช้า

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายของโลกคาดว่าจะเติบโต 5.8% ในปี 2021 เพิ่มขึ้นจาก 5.6% ที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคมโดยแนวโน้มเศรษฐกิจล่าสุดมีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนและการใช้จ่ายทางการคลังของรัฐบาลต่างๆ คาดว่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

“ในประเทศเศรษฐกิจขั้นสูง การฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องได้เริ่มช่วยให้มีกิจกรรมที่ต้องสัมผัสกันมากขึ้น หลังจากถูกระงับโดยมาตรการป้งกันการติดเชื้อ และค่อยๆ เปิดประเทศอีกครั้งอย่างค่อยเป็นค่อยไป” รายงานระบุ

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในปีนี้ยังช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลก แต่ OECD เตือนว่าการเติบโตในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หลายแห่งน่าจะต้องหยุดชะงักลงในช่วงระยะเวลาหนึ่งเนื่องจากการเริ่มฉีดวัคซีนที่ช้า การระบาดของการติดเชื้อ

ในขณะเดียวกันOECD กล่าว การคาดการณ์การเติบโตของญี่ปุ่นถูกปรับลดลงเป็น 2.6% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.7% เนื่องจากการนำมาตรการกักกันถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในช่วงต้นปีนี้ทำให้โอกาสในระยะสั้นลดลง

มาตรการฉุกเฉินล่าสุดของญี่ปุ่นที่นำมาใช้ในเดือนเมษายนซึ่งรวมถึงการสั่งให้ร้านอาหารลดเวลาเปิดทำการและหยุดให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ “ดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอที่จะหยุดการแพร่กระจายของเชื้อสายพันธุ์ใหม่ๆ “

นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความคืบหน้าในการรณรงค์ฉีดวัคซีนของญี่ปุ่นที่ล่าช้าเมื่อเทียบกับประเทศ OECD อื่น ๆ

“ความสำเร็จในการลดการแพร่เชื้อและความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนอาจช่วยให้ฟื้นตัวได้ดีขึ้นในขณะที่การติดเชื้ออย่างต่อเนื่องจะยับยั้งการฟื้นตัวและอาจขัดขวางการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก (ในโตเกียวในช่วงฤดูร้อนนี้) ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ”

เมื่อต้องเผชิญกับการติดเชื้อไวรัสระลอกที่สี่ เมืองหลวงของญี่ปุ่นอยู่ภายใต้ภาวะฉุกเฉินครั้งที่สามตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน มาตรการนี้พร้อมกับมาตรการฉุกเฉินที่ประกาศในจังหวัดที่มีประชากรมากอื่นๆ เช่นโอซาก้ามีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 20 มิถุนายน

ผลการคำนวณโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ณ วันเสาร์แสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นซึ่งเริ่มทำการฉีดวัคซีนในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ประชาชนที่ฉีดวัคซีน 1 ครั้งมีจำนวน 6.4% ของประชากรซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 10.6%

OECD ได้ปรับเพิ่มคาดการสำหรับประเทศเศรษฐกิจขั้นสูงอื่นๆ รวมถึงเศรษฐกิจยูโรโซน, อังกฤษ และแคนาดา สหรัฐคาดว่าจะเติบโต 6.9% โดยปรับปรุงขึ้นจากการขยายตัว 6.5% ที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยได้รับการสนับสนุนจาก “นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของการฉีดวัคซีน”

คาดการณ์ว่าการเติบโตในจีนจะอยู่ที่ 8.5% เพิ่มขึ้นจาก 7.8% จากแนวโน้มก่อนหน้านี้เนื่องจาก OECD กล่าวว่าผลผลิตของจีน “ไล่ตามทัน” กับทิศทางที่คาดไว้ก่อนการระบาด การเติบโตในอินเดียอยู่ที่ประมาณ 9.9% ลดลงอย่างรวดเร็วจาก 12.6% เนื่องจากการระบาดของไวรัสอย่างรวดเร็วในปีนี้

OECD กล่าวว่าแม้ว่าแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกจะสดใสขึ้น แต่ความคืบหน้าอยู่ “ในระดับที่แตกต่างกันไปตามแต่เขตเศรษฐกิจต่าง” การที่วัคซีนที่ไม่เพียงพอสำหรับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ก่อให้เกิด “ภัยคุกคามพื้นฐาน” สำหรับประเทศเหล่านี้ (ซึ่งไทยรวมอยู่ในประเทศกลุ่มนี้ด้วย)

“กล่าวโดยรวมก็คือ ตราบใดที่ประชากรส่วนใหญ่ทั่วโลกไม่ได้รับการฉีดวัคซีน พวกเราทุกคนยังคงเสี่ยงต่อการเกิดสายพันธุ์ใหม่ๆ ความเชื่อมั่นอาจถูกกัดเซาะอย่างรุนแรงจากการล้อคดาวน์เพิ่มเติมและการหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ “รายงานกล่าว

สำหรับปี 2565 OECD คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 4.4% โดยปรับขึ้นจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 4.0%

Photo by LOIC VENANCE / AFP

จีนไฟเขียวมีลูก 3 คนแก้ปัญหาประชากรหดตัว-สังคมสูงวัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654323

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 16:08 น

จีนไฟเขียวมีลูก 3 คนแก้ปัญหาประชากรหดตัว-สังคมสูงวัยจีนผ่อนปรนนโยบายเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรโดยอนุญาตให้คู่รักมีลูกได้ 3 คน

จีนผ่อนปรนนโยบายวางแผนครอบครัวโดยอนุญาตให้คู่รักมีลูกได้ 3 คนหลังการสำรวจสำมะโนประชากรชี้ว่าประชากรของจีนเติบโตในอัตราที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ 1960 และใกล้ข้ามเส้นสังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว พร้อมกับจำนวนคนวัยทำงานที่ลดลงอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดความกลัวอีกครั้งว่าจะเกิดวิกฤตด้านประชากรศาสตร์

เป็นเวลาเกือบ 40 ปีที่จีนบังคับใช้นโยบายลูกคนเดียวซึ่งเป็นหนึ่งในกฎระเบียบด้านการวางแผนครอบครัวที่เข้มงวดที่สุดในโลก ก่อนที่จะผ่อนปรนเป็นนโยบายลูก 2 คนในปี 2016 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับแรงงานสูงอายุและเศรษฐกิจที่ซบเซา

แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามส่งเสริมให้คู่รักมีบุตร แต่สำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยข้อมูลเมื่อเดือนที่แล้วพบว่าจำนวนการเกิดประจำปีของจีนยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 12 ล้านคนในปี 2020

ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติเผยอัตราการเจริญพันธุ์ หรีอ Fertility Rate ของจีนอยู่ที่ 1.3 ซึ่งต่ำกว่าระดับที่จำเป็นในการรักษาจำนวนประชากรให้คงที่

นอกจากนี้ความสมดุลทางเพศของจีนยังถูกบิดเบือนด้วยนโยบายลูกคนเดียวและความนิยมมีลูกชายซึ่งกระตุ้นให้เกิดการทำแท้งลูกสาว

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีการผ่อนปรนนโยบายลูกคนเดียวไปแล้วแต่ก็ไม่ได้กระตุ้นให้มีการเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างที่คาดหวัง เนื่องจากอัตราการแต่งงานที่ลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นและผู้หญิงไม่ค่อยต้องการมีลูก

มีการคาดการณ์ว่าประเทศจีนจะมีประชากรสูงอายุถึง 1 ใน 3 ภายในปี 2050 ซึ่งสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อรัฐบาลในการให้เงินบำนาญและการรักษาพยาบาล

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ในประเทศจีนมีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจและการเมืองสำหรับประเทศที่เศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

Photo by GREG BAKER / AFP

เตือนอาจมีโควิด-26 และโควิด-32 หากยังไม่รู้ต้นตอโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654318

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 15:40 น

เตือนอาจมีโควิด-26 และโควิด-32 หากยังไม่รู้ต้นตอโควิด-19ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงความอันตรายหากยังไม่เร่งหาที่มาของไวรัสโคโรนา พร้อมเรียกร้องกดดันจีนเพื่อเข้าถึงข้อมูลอย่างอิสระ

ดร. ปีเตอร์ โฮเทซ (Peter Hotez) คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อนแห่งวิทยาลัยแพทยศาสตร์เบย์เลอร์ และผู้อำนวยการร่วมของศูนย์พัฒนาวัคซีนแห่งโรงพยาบาลเด็กรัฐเท็กซัสกล่าวในรายการ Meet The Press ของ NBC ว่าอาจเกิดโควิด-26 และโควิด-32 หากเรายังไม่เข้าใจที่มาของโควิด-19 อย่างถ่องแท้

เนื่องจากก่อนหน้านี้มีโรคระบาดเกี่ยวกับทางเดินหายใจใหม่ๆ กำเนิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง อย่างในปี 2002 ถึง 2003 มีการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส ต่อมาในปี 2012 มีโรคเมอร์ส และในปี 2019 ก็มีโควิด-19 ดังนั้นอาจมีโควิด-26 และโควิด-32 ในอนาคตก็เป็นได้เว้นแต่เราจะเข้าใจต้นกำเนิดของโรคอย่างถ่องแท้

ขณะที่รัฐบาลสหรัฐได้มอบมายให้หน่วยข่าวกรองเพิ่มความพยายามในการสืบหาต้นตอของโควิด-19 โดยตรวจสอบว่าไวรัสรั่วไหลจากห้องปฏิบัติการของจีนหรือแพร่จากสัตว์สู่มนุษย์ โดยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลให้มีความใกล้เคียงกับข้อสรุปมากที่สุด ก่อนรายงานกลับมาอีกครั้งภายในเวลา 90 วัน

ด้านดร. โฮเทซมองว่าการสืบสวนอาจได้ข้อมูลเพิ่มไม่มากนักเนื่องจากก่อนหน้านี้สหรัฐได้ผลักดันการสืบสวนอย่างถึงที่สุดแล้วพร้อมเรียกร้องความร่วมมือระดับโลกโดยเฉพาะจากรัฐบาลจีนในการหาคำตอบของที่มาของโรคโควิด-19

พร้อมเน้นย้ำให้มีการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดรวมถึงประชากรค้างคาวและสัตว์ต่างๆ ตลอดจนเรียกร้องให้มีการเก็บข้อมูลในห้องปฏิบัติการของจีนได้อย่างอิสระ เนื่องจากหากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลโดยสมบูรณ์เราอาจไม่มีวันพบต้นตอของการแพร่ระบาด

“มันมีต้นกำเนิดตามธรรวมชาติมากมาย แต่ทีมวิจัยอิสระ นักวิจัยด้านสาธารณสุข และนักไวรัสวิทยาจะต้องทำงานในประเทศจีนเป็นเวลา 6 เดือนถึง 1 ปีเพื่อสามารถคลี่คลายต้นกำเนิดของไวรัสได้อย่างกระจ่าง” ดร. โฮเทซกล่าว

พร้อมแนะนำว่าทีมวิจัยจะต้องเข้าไปสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลจากห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ในการรั่วไหล ตลอดจนเรียกร้องให้มีการกดดันให้จีนเพื่อให้ความร่วมมือในการสืบหาต้นตอโควิด-19 ด้วยความโปร่งใสเพื่อความกระจ่างว่าไวรัสรั่วไหลออกมาจากห้องปฏิบัติการในอู่ฮั่นหรือไม่

แม้ว่าก่อนหน้านี้องค์การอนามัยโลก (WHO) จะเปิดเผยการศึกษาเบื้องต้นซึ่งพบว่าสมมติฐานที่ว่าไวรัสอาจรั่วไหลมาจากห้องปฏิบัติการในอู่ฮั่นนั้นไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง และชี้ว่าเชื้อไวรัสอาจแพร่จากค้างคาวไปยังสัตว์อีกชนิดหนึ่งก่อนที่จะแพร่ระบาดในมนุษย์

Photo by Mohd RASFAN / AFP

จีนล้างบางสตาร์ทอัพติวเตอร์ หลังสีจิ้นผิงชี้เด็กติดติวเกินไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654309

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 14:31 น

จีนล้างบางสตาร์ทอัพติวเตอร์ หลังสีจิ้นผิงชี้เด็กติดติวเกินไปสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าจีนกำลังเพิ่มการปราบปรามภาคการศึกษาออนไลน์โดยบังคับให้บริษัทสตาร์ทอัพด้านการศึกษายอดนิยมต้องชะลอแผนเปิดขายหุ้นครั้งแรกในปีนี้

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา edtech เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ร้อนแรงที่สุดในอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตหลังโควิดของจีนโดยดึงเงินทุนร่วมลงทุนมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้วจากบริษัทชั้นนำเช่น Alibaba Group Holding Ltd. , Tencent Holdings Ltd. และ SoftBank Group Corp. จนกระทั่งรัฐบาลก้าวเข้ามาเล่นด้วย

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงแนะนำในเดือนมีนาคมว่าการสอนพิเศษหลังเลิกเรียนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก และก่อให้เกิดแรงกดดันต่อต่อเด็กๆ ท่าทีของสีจิ้นผิงถือเป็นการส่งสัญญาณถึงความสนใของเขาที่ต้องการจะควบคุมธุรกิจิตวเตอร์ไม่ให้มากเกิพอดี

ท่าทีของสีจิ้นผิงนำสู่คำเตือนในสื่อของรัฐและบทลงโทษที่มุ่งเป้าไปที่การแสวงหาผลประโยชน์จากอาการเสพติดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของประเทศจีน ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการของประเทศจีนมีแผนที่จะสร้างแผนกเฉพาะเพื่อดูแลแพลตฟอร์มการศึกษาเอกชนทั้งหมดเป็นครั้งแรก จากการเปิดเผยข้อมูลของผู้ใกล้ชิดกับเรื่องนี้กับสำนักข่าว Bloomberg

การรณรงค์ของรัฐบาลทำให้การเสนอขายหุ้นขนาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นหลายรายการหยุดชะงักไม่ว่าจะเป็น VIPKid และ Huohua Siwei ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Tencent ได้ยกเลิกการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐแม้ว่าจะประสานงานกับกับธนาคารต่างๆ เป็นเวลาหลายเดือนเพื่อเตรียมการในเรื่องนี้ก็ตาม

ส่วน Zuoyebang ที่ลงทุนโดย Alibaba มีแนวโน้มที่จะพลาดเป้าหมายในการเปิดตัวในเร็วๆ นี้ในปี และ Yuanfudao ซึ่งเป็นคู่แข่งที่ได้รับการสนับสนุนจาก Tencent ซึ่งมีมูลค่ามากที่สุดอยู่ที่ 1,550 ล้านดอลลาร์จะไม่เริ่มเตรียมการเสนอขายหุ้น IPO ในเร็วๆ นี้โดยบอกว่ามีปัยหาภายใน ในเดือนนี้เจ้าหน้าจีนจึงได้กำหนดข้อจำกัดมากมายเพื่อควบคุมธุรกิจติวเตอร์ รวมถึงการจำกัดค่าเล่าเรียนหลังเลิกเรียนที่บริษัทสามารถเรียกเก็บได้ และปรับ Yuanfudao และ Zuoyebang สำหรับการอ้างสิทธิ์โฆษณาที่เป็นเท็จ

สื่อจีนยังรายงานว่ามีการสั่งห้ามหลักสูตรออนไลน์สำหรับเด็กอายุ 6 ปีหรือต่ำกว่า ไปจนถึงการจำกัดการบ้าน และการออกใบอนุญาตบังคับสำหรับครูทุกคน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่านโยบายใหม่อาจรวมถึงการสั่งห้ามเรียนช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งจากข้อมูลของ Bloomberg Intelligence การใช้เวลาสุดสัปดาห์คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสามของการติวส่วนตัว

ธุรกิจเรียนออนไลน์ของจีนยังกลายเป็นภาคที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกโดยมีเงินหมุนเวียนถึง 10,500 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้วซึ่งมากกว่าที่มีเงินลงทุนและหมุนเวียนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตามรายงานของ บริษัท วิจัย Preqin ตลาดการเรียนรู้ออนไลน์ของจีนคาดว่าจะสูงถึง 315,000 ล้านหยวน (49,500 ล้านดอลลาร์) ในปี 2020 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าจากเมื่อห้าปีที่แล้วตามข้อมูลของ Statista ผู้ติดตามข้อมูลตลาดทั่วโลก

เรื่องนี้ อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลของสีจิ้นผิงถึงใช้วิธีการที่ไม่ปกติในการตัดตอรการเติบโตของธุรกิจการศึกษาในประเทศจีน ที่ผ่านมารัฐบาลจีนยังจ้องที่จะลดอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่อย่าง Tencent และ Alibaba ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมการศึกษาด้วย โดยใช้วิธีการตรวจสอบว่า Tencent และ Alibaba ละเมิดกฎระเบียบหรือไม่และทำการปรับ

Photo by Anthony KWAN / POOL / AFP

นักเศรษฐศาสตร์จีนชี้ถ้า Bitcoin แพร่หลาย ‘เราทุกคนจะตาย นี่ไม่ใช่เรื่องตลก’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654284

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 11:38 น

นักเศรษฐศาสตร์จีนชี้ถ้า Bitcoin แพร่หลาย 'เราทุกคนจะตาย นี่ไม่ใช่เรื่องตลก'นักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยเหรินหมินในกรุงปักกิ่งแสดงความเห้นที่น่าประหลาดใจเกี่ยวกับ Bitcoin แต่ก็น่าจะสะท้อนว่าจีนคิดอย่างไรกับเงินคริปโต

ชวีเฉียง (Qu Qiang) นักเศรษฐศาสตร์ชาวจีนและผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันการเงินระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยเหรินหมินได้ทำนายว่า “เราทุกคนจะต้องตาย” หาก Bitcoin ถูกนำมาใช้เป็นสกุลเงินอย่างกว้างขวาง เขาทำนายว่าสังคมของเราตกจะอยู่ใน “เกลียวมรณะของภาวะเงินฝืด” (Deflationary Spiral) และตั้งข้อสังเกตว่า“ สังคมทั้งสังคมกำลังจะหดตัวและระเบิดตัวเอง”

ชวีเฉียงได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CGTN สื่อของทางการจีนเกี่ยวกับ Bitcoin และคลิปการสัมภาษณ์ถูกนมา Twitter เมื่อวันพฤหัสบดีโดยเฮลี เลนนัน (Hailey Lennon) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องคริปโต ในรายการมีผู้ถามชวีเฉียงว่า “คุณช่วยเล่าสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดให้ฟังได้ไหมมัน ถ้า Bitcoin ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในจีนหรือส่วนอื่นๆ ของโลก มันจะทำให้ระบบการเงินในปัจจุบันเกิดภาวะช็อคแบบไหน?”

เขาตอบว่า “ผมบอกคุณได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น…เราทุกคนกำลังจะตาย นี่ไม่ใช่เรื่องตลก” เขาให้เหตุผลว่า Bitcoin มีจำนวนรวมที่จำกัดมากๆ ซึ่งหมายความว่ามันเป็นสกุลเงินเงินฝืด และชี้ว่ามันจะไม่ขยายจำนวนตามการพัฒนาของมนุษย์ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ผลที่ตามก็คือ ถ้ามีการยอมรับ Bitcoin มาใช้ในระบบเศรษฐกิจจริงๆ สังคมของเราจะตกอยู่ใน “เกลียวมรณะของภาวะเงินฝืด” เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า “สังคมทั้งหมดกำลังจะหดตัวและระเบิดในตัวเอง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนท้ายของราชวงศ์หมิงซึ่งตอนนั้นราชวงศ์หมิงขาดแคลนเงิน (silver ซึ่งในยุคนั้นใช้เป็นสกุลเงินในระบบเศรษฐกิจด้วย)”

“เกลียวมรณะของภาวะเงินฝืด” ที่ชสีเฉียงกล่าวถึงคือ Deflationary Spiral หมายถึงปฏิกิริยาของราคาที่ลดลงเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจซึ่งนำไปสู่การผลิตที่ลดลง, ค่าแรงที่ลดลง, ความต้องการที่ลดลง และทำให้ราคาสินค้าและบริการต่ำลงไปอีกเหมือนเป็นวงจหรือเกลียวที่นำไปสู่ภาวะราคาลดต่ำลง ซึ่งภาวะเงินฝืดเกิดขึ้นเมื่อระดับราคาทั่วไปลดลงเมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อซึ่งเป็นช่วงที่ระดับราคาทั่วไปสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีหลายคนแสดงความไม่เห็นด้วยหรือกระทั่งล้อเลียนทัศนะของชวีเฉียง มีผู้ชี้ว่าเขาเปรียบเทียบสถานการณ์ผิด มีชาวเน็ตรายหนึ่งชี้ว่าชวีเฉียงไม่รู้เรื่องราชวงศ์หมิง และอ้างถึงประวัติศาสตร์โลกของ British Museum ที่ระบุว่า “ราชวงศ์หมิง…ออกเงินกระดาษมากเกินไปทำให้เกิดเงินเฟ้อมากเกินไป เมื่อถึงปี 1425 เงินกระดาษมีมูลค่าเพียงหนึ่งในเจ็ดของมูลค่าเดิมและการใช้สกุลเงินกระดาษในจีนถูกระงับ” ดังนั้นปัญหาของราชวงศ์หมิงจึงไม่ใช่ภาวะเงินฝืดแต่เป็นภาวะเงินเฟ้อ

ส่วนเรื่องทัศนะของชวีเฉียงเกี่ยวกับ Bitcoin นั้นยังคงต้องถกเถียงกันต่อไป

Photo by Martin BUREAU / AFP

มาเลย์เตียงไม่พอ หมออาจต้องเลือกผู้ป่วยคนไหนมีโอกาสรอด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654276

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 10:52 น

มาเลย์เตียงไม่พอ หมออาจต้องเลือกผู้ป่วยคนไหนมีโอกาสรอดมาเลเซียยอมรับว่าผู้ป่วยหนักบางรายอาจไม่สามารถรักษาในไอซียูเนื่องจากขาดแคลนเตียงรองรับท่ามกลางจำนวนผู้ป่วยโควิดที่สูงเป็นประวัติการณ์

บลูมเบิร์กรายงานว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังวิกฤตในมาเลเซียอาจส่งผลให้แพทย์ต้องจัดสรรเตียงผู้ป่วยหนักให้แก่ผู้ป่วยที่มีโอกาสฟื้นตัวสูงท่ามกลางผู้ป่วยรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์

นูร์ ฮิชาม อับดุลลาห์ อธิบดีกรมอนามัยมาเลเซียระบุว่าขณะนี้จำนวนเตียงไอซียูทั้งในโรงพยาบาล ศูนย์กักกัน และศูนย์บำบัดรักษากำลังลดลงและอาจไม่เพียงพอต่อผู้ป่วยทุกคน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้เตือนถึงสถานการณ์ที่อาจเป็นไปได้ว่าแพทย์อาจต้องตัดสินใจเลือกและลำดับความสำคัญของเตียงไอซียูสำหรับผู้ป่วยที่มีโอกาสฟื้นตัวมากกว่า

นูร์ ฮิชามยังได้กล่าวผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวานนี้ (30 พ.ค.) ว่าขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาในห้องไอซียู รวมถึงผู้ที่ได้รับการยืนยันซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวนและรอผลเกือบ 1,200 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด

“แม้ว่าจะมีการเพิ่มเตียงไอซียูไปแล้วจำนวนหนึ่ง แต่อัตราการใช้ยังคงเกิน 100% ส่งผลให้ผู้ป่วยหนักบางรายต้องได้รับการรักษาในหอผู้ป่วยปกติ” เขากล่าวเสริม โดยก่อนหน้านี้ยังได้ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโควิด-19 กำลังก่อตัวขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. พร้อมเตือนให้ประเทศต่างๆ เตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

ทั้งนี้ การแพร่ระบาดที่รุนแรงครั้งนี้ของมาเลเซียเกิดขึ้นก่อนการล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั้งสิ้น 1,144 รายในเดือนพ.ค. และผู้ติดเชื้อรายใหม่ทะลุ 9,000 รายเมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา

Photo by Mohd RASFAN / AFP

กรณีศึกษาเซเชลส์ สูตรฉีดวัคซีนคล้ายไทยแต่ยังเอาโควิดไม่อยู่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654242

วันที่ 30 พ.ค. 2564 เวลา 18:32 น

กรณีศึกษาเซเชลส์ สูตรฉีดวัคซีนคล้ายไทยแต่ยังเอาโควิดไม่อยู่ประเทศเซเชลส์มีสูตรการใช้วัคซีนที่คล้ายไทยคือใช้วัคซีนจากจีน (Sinopharm) และวัคซีนสัญชาติบริติช-สวีดิช (AstraZeneca) แต่ยังเอาโควิดไม่อยู่ทั้งๆ ที่มีอัตราฉีดระดับโลก

เซเชลส์ประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรอินเดียกลายเป็นประเทศที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มากที่สุดในโลก มีสัดส่วนการฉีดประมาณ 71% ของประชาชนที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งครั้งและ 62% ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วน ในจำนวนนี้ 57% ได้รับวัคซีน Sinopharm ของจีนและ 43% ได้รับวัคซีน AstraZeneca

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมพบผู้ติดเชื้อพิ่มขึ้นมาถึง 145 คน (จากเฉลี่ย 40 – 50 คนต่อวันก่อนหน้านี้) ทำให้เซเชลส์ต้องประเทศใช้มาตการล็อคดาวน์บางส่วนอีกครั้งเมื่อราววันที่ 4 เดือนพฤษภาคม แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ดีขึ้น เพราะพอถึงวันที่ 10 พฤษภาคมกลับพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมากในเซเชลส์ที่ 257 คน พอถึงวันที่ 13 – 16 พุ่งขึ้นมา 401 คน

คำถามก็คือเกิดความผิดพลาดตรงไหนในโครงการฉีดวัคซีนของเซเชลส์ซึ่งสูงที่สุดประเทศหนึ่งในโลก?

เป้าหมายของการฉัดวัคซีนในวงกว้างก็เพื่อทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd immunity) ซึ่งเซเชลส์ก็ต้องการสิ่งนี้เหมือนกับประเทศอื่นๆ และเซเชลส์ทำด้วยการฉีดวัคซีนให้กับจำนวนประชากรให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้จนกระทั่งมากที่สุดในโลก แต่เป็นไปได้หรือไม่ว่าการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่อาจไม่สำเร็จเพราะกำหนดสูตรการสร้างภูมิคุ้มหันหมู่ผิดไป (ไม่ใช่เลือกวัคซีนผิด)

ข้อมูลจากนักวิจัยแห่งสถาบัน Kirby Institute ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยทางการแพทย์ที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ในออสเตรเลียระบุว่า “ภูมิคุ้มกันหมู่สามารถทำได้ด้วยการฉีดวัคซีนจำนวนมากเท่านั้น ด้วยประสิทธิภาพวัคซีน 90% ต่อการติดเชื้อทั้งหมด ภูมิคุ้มกันของหมู่จะเกิดขึ้นได้โดยการฉีดวัคซีน 66% ของประชากร วัคซีนที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่า 70% ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้และจะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด สำหรับการฉีดวัคซีนจำนวนมาก จำเป็นต้องแจกจ่ายอย่างน้อย 60,000 โดสต่อวันเพื่อให้เกิดการควบคุม (การระบาด) อัตราการฉีดวัคซีนที่ช้าลงจะส่งผลให้ประชากรที่อยู่กับโควิด-19 นานขึ้นและมีผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น” (ดูรายงานฉบับเต็มได้ที่ลิ้งก์นี้)

ดังนั้น หากวัคซีนมีประสิทธิภาพต่ำกว่าจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนมากขึ้น ตัวอย่างเช่นหากใช้วัคซีนที่ได้ผล 60% จะต้องฉีดให้กับประชากรทุกคนหรือ 100% เพื่อให้ได้ภูมิคุ้มกันหมู่ ประสิทธิผลที่ต่ำกว่าและภูมิคุ้มกันของหมู่ที่ต่ำไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ ซึ่งประสิทธิภาพของ Sinopharm คือ 79% AstraZeneca อยู่ที่ประมาณ 62-70% จากการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3

จากรายงานของนักวิจัยแห่งสถาบัน Kirby Institute ประสิทธิภาพวัคซีน 50% ไม่สามารถทำได้, ประสิทธิภาพวัคซีน 60% ต้องฉีดประชากร 100% , ประสิทธิภาพวัคซีน 70% ต้องฉีดประชากร 86%, ประสิทธิภาพวัคซีน 80% ต้องฉีดประชากร 75%, ประสิทธิภาพวัคซีน 90% ต้องฉีดประชากร 66% ประสิทธิภาพวัคซีน 95% ต้องฉีดประชากร 63%

อย่างไรก็ตาม การคำนวณนี้ใช้กับโควิด-19 สายพันธุ์ D614G ที่เป็นสายพันธุ์หลีกที่ระบาดในปี 2020 ซึ่งมีจำนวนการสืบพันธุ์ (R0) เท่ากับ 2.5 ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ติดเชื้อไวรัสจะทำให้คนอื่นติดเชื้อโดยเฉลี่ย 2.5 แต่เชื่อกันว่าสายพันธุ์ B117 ของสหราชอาณาจักรสามารถติดต่อได้มากกว่า 43-90% โดย R0 สูงถึง 4.75 ส่วนสายพันธุ์อินเดีย B1617 คาดว่าจะติดต่อได้มากกว่านั้นอย่างน้อย 50% ซึ่งหมายความว่าอาจมี R0 มากกว่า 7

ประเด็นเรื่องการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์จากอินเดียสู่เซเชลส์เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อาจทำให้การฉีดวัคซีนไม่ได้ผลเท่าที่ควรบวกกับที่ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้อยู่แล้ว แต่มีรายงานว่าเซเชลส์พบกับเชื้อสายพันธุ์แอฟริกาใต้ซึ่งมัศักยภาพบั่นทอนประสิทธิภาพของวัคซีนต่างได้พอสมควร โดยเฉพาะกับ AstraZeneca

ในการศึกษาหนึ่งของแอฟริกาใต้แสดงให้เห็นว่า AstraZeneca มีประสิทธิภาพเพียง 0-10% ต่อสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ผลก็คือรัฐบาลแอฟริกาใต้หยุดใช้วัคซีนดังกล่าวในเดือนกุมภาพันธ์ ประสิทธิภาพของวัคซีน Sinopharm ต่อสายพันธุ์แอฟริกาใต้ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่การศึกษาในห้องปฏิบัติการแสดงให้เห็นว่าการป้องกันลดลงบางส่วนโดยอิงจากผลการตรวจเลือด

อย่งไรก็ตาม ไม่มีการติดตามผลอย่างครอบคลุมในเซเชลส์ซึ่งไม่ทราบว่าสายพันธุ์แอฟริกาใต้เป็นตัวการหรือไม่ต่อผลของการฉีดวัคซีนขนานใหญ่

อย่างไรก็ตาม แม้เซเชลส์จะต้องใช้มาตรการล็อคดาวน์บางส่วนอีกครั้งแต่ปรากฎว่าในสัปดาห์ท้ายเดือนพฤษภาคมตัวเลขการติดเชื้อลดลงอีกครั้ง และสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าตัวเลขการท่องเที่ยวของเซเชลส์เริ่มกลับมาอีกครั้งหลังการฉีดวัคซีนในวงกว้าง ซึ่งเซเชลส์พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลักเหมือนกับประเทศไทย

ดังนั้นย่อมแสดงให้เห็นว่าการฉีคซีนในวงกว้างแม้จะยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ (เพราะยังทำไม่ถึงเกณฑ์ประสิทธิภาพวัคซีน/สัดส่วนประชากร) แต่อาจจะสร้างความเชื่อมันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติให้กลับมาท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง

Photo by Sujit Jaiswal / AFP