
6 มี.ค. 2569 14:42 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“ทรัมป์” ส่งสัญญาณ “คิวบา” คือเป้าหมายถัดไป เตรียมเปิดดีลใหญ่หลังจบศึกอิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจเปิดการเจรจากับรัฐบาลคิวบาในอนาคตอันใกล้ หลังสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านสิ้นสุดลง โดยระบุว่าคิวบาต้องการทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ อย่างมาก ขณะที่สถานการณ์ในคิวบากำลังเผชิญวิกฤตขั้นรุนแรงหลังถูกสหรัฐฯ ตัดเส้นทางลำเลียงน้ำมันจากเวเนซุเอลาจนไฟฟ้าดับค่อนประเทศ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชัดเจนว่า “คิวบา” จะเป็นเป้าหมายสำคัญลำดับถัดไปในนโยบายต่างประเทศ โดยเน้นไปที่การทำข้อตกลงครั้งใหม่ หลังจากที่ปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ดำเนินมาได้เกือบ 1 สัปดาห์
ในระหว่างการต้อนรับทีมฟุตบอล อินเตอร์ ไมอามี ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ได้กล่าวกับเจ้าของสโมสรซึ่งมีเชื้อสายอเมริกัน-คิวบาว่า พวกเขาอาจจะได้ “กลับบ้าน” ในเร็วๆ นี้ โดยระบุว่า “เราต้องการจัดการเรื่องนี้ (สงครามอิหร่าน) ให้เสร็จสิ้นก่อน แต่มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น ก่อนที่คุณและผู้คนอีกมากมายจะได้กลับไป”
ทรัมป์ยังได้หันไปกล่าวย้ำกับ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่าภารกิจถัดไปคือคิวบา “เราต้องการทำสิ่งนั้นเป็นพิเศษ… คิวบา” พร้อมเสริมว่า “หากเราทำทุกอย่างเร็วเกินไป สิ่งเลวร้ายอาจเกิดขึ้นได้”
คำกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้นในช่วงที่คิวบากำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์อย่างหนัก หลังจากสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการในเวเนซุเอลาและจับกุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร ได้สำเร็จ ทรัมป์ได้สั่งระงับการขนส่งน้ำมันทั้งหมดจากเวเนซุเอลาไปยังคิวบาซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักเพียงแห่งเดียว พร้อมขู่จะตั้งกำแพงภาษีกับทุกประเทศที่ขายน้ำมันให้คิวบา
ทรัมป์ระบุในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ Politico ก่อนหน้านี้ว่า “เราตัดขาดทั้งน้ำมันและเงิน หรือพูดง่ายๆ คือตัดทุกอย่างที่มาจากเวเนซุเอลา ตอนนี้พวกเขาต้องการทำข้อตกลง พวกเขาต้องการความช่วยเหลือ และเรากำลังคุยกับคิวบาอยู่”
ขณะนี้คิวบากำลังประสบภาวะไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและการเข้าถึงน้ำดื่ม ข้อมูลจากสหประชาชาติ (UN) ระบุว่าชาวคิวบากว่า 2 ล้านคน ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากพายุเฮอริเคนเมลิสซาเมื่อเดือนตุลาคม ขณะที่คิวบามีผู้ป่วยเรื้อรังกว่า 5 ล้านคน ต้องพึ่งพาไฟฟ้าในการรักษา ส่วนประชากร 10% ต้องอาศัยน้ำดื่มจากรถบรรทุกที่ใช้ปั๊มไฟฟ้า
องค์การอนามัยโลก (WHO) นิยามสถานการณ์นี้ว่าเป็น “วิกฤตเศรษฐกิจและสังคมที่ซ้ำเติมด้วยภัยพิบัติที่ประดังเข้ามา” โดยมีรายงานสถานพยาบาลกว่า 385 แห่งได้รับความเสียหาย และเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสไข้เลือดออกและโรคไข้โอโรพุช (Oropouche)
นอกจากวิกฤตภายใน คิวบายังเผชิญกับมรสุมทางการทูต โดยรัฐบาลเอกวาดอร์ประกาศให้เอกอัครราชทูตคิวบาเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนา” และสั่งให้ออกจากประเทศภายใน 48 ชั่วโมง โดยไม่มีการระบุสาเหตุที่แน่ชัด มีรายงานพบเห็นการเผาทำลายเอกสารบนดาดฟ้าสถานทูตคิวบาในกรุงกีโตหลังประกาศดังกล่าว.
ที่มา ABC News









