แอนโทนี โจชัว ออกโรงพยาบาลได้แล้ว หลังรถชนบาดเจ็บที่ไนจีเรีย

แอนโทนี โจชัว ออกโรงพยาบาลได้แล้ว หลังรถชนบาดเจ็บที่ไนจีเรีย

2 ม.ค. 2569 02:39 น.

แอนโทนี โจชัว ออกโรงพยาบาลได้แล้ว หลังรถชนบาดเจ็บที่ไนจีเรีย

แอนโทนี โจชัว นักมวยอังกฤษ อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวท ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว หลังประสบเหตุรถชนในไนจีเรีย จนทำให้เพื่อนสนิท 2 คนของเขาเสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 1 ม.ค. 2569 ว่า แอนโทนี โจชัว นักมวยชื่อดังชาวอังกฤษ อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวท ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลในประเทศไนจีเรียแล้ว ไม่กี่วันหลังจากเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์รุนแรง ซึ่งคร่าชีวิตเพื่อนสนิทของเขาไป 2 คน

ตามแถลงการณ์ร่วมของรัฐโอกุนและรัฐลากอส แพทย์พิจารณาว่า อดีตแชมป์โลกรายนี้มีสภาพร่างกายที่พร้อมจะกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้แล้ว อย่างไรก็ตาม โจชัวยังคงมีอาการโศกเศร้าอย่างหนัก จากการสูญเสียเพื่อนของเขาในเหตุการณ์นี้

ในวันเกิดเหตุเมื่อวันจันทร์ที่ 29 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา โจชัวเป็นผู้โดยสารภายในรถ SUV ยี่ห้อเลกซัส ซึ่งพุ่งชนกับรถบรรทุกที่จอดนิ่งอยู่บนทางหลวงสายหลักในรัฐโอกุน ใกล้กับกรุงลากอส

เหตุการณ์นี้ทำให้โจชัวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่เพื่อนของเขา 2 คน ได้แก่ ซินา กามี กับ ลาทิฟ “ลาตซ์” อาโยเดเล เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

แถลงการณ์ร่วมระบุเพิ่มเติมว่า หลังจากออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันพุธ นักชกชาวอังกฤษรายนี้ได้เดินทางไปที่สถานจัดพิธีศพ ซึ่งร่างของเพื่อนทั้งสองคนของเขากำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมการเพื่อส่งกลับประเทศ

ก่อนหน้านี้ เอ็ดดี เฮิร์น โปรโมเตอร์ผู้ดูแลโจชัวมาตั้งแต่เริ่มชกอาชีพหลังจากคว้าเหรียญทองโอลิมปิกปี 2555 ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยแก่เพื่อนทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นสมาชิกทีมงานของโจชัวด้วย

“ขอให้ไปสู่สุขคติ ลาตซ์ และ ซินา” เฮิร์นโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม “พลังและความซื่อสัตย์ของพวกคุณ รวมถึงคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมอีกมากมาย จะเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดถึงอย่างสุดซึ้ง ขอส่งแรงอธิษฐานให้ครอบครัว เพื่อน ๆ และแน่นอนรวมถึง AJ (แอนโทนี โจชัว) ให้มีกำลังใจที่เข้มแข็งในช่วงเวลาที่ยากลำบากยิ่งนี้”

ทั้งนี้ ซินา กามี คือโค้ชด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายแบบเต็มตัวของโจชัว ซึ่งร่วมงานกับเขามาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี

หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและตรวจสอบจราจร (TRACE) ในรัฐโอกุน ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ระบุว่าการสืบสวนเบื้องต้นพบว่ารถยนต์คันที่โจชัวนั่งมา เกิดยางระเบิดก่อนจะพุ่งเข้าชนกับรถบรรทุก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ดับ 40 ศพ ไฟไหม้สกีรีสอร์ทสวิตเซอร์แลนด์ บาดเจ็บอีก 115 ราย

ดับ 40 ศพ ไฟไหม้สกีรีสอร์ทสวิตเซอร์แลนด์ บาดเจ็บอีก 115 ราย

2 ม.ค. 2569 00:51 น.

ดับ 40 ศพ ไฟไหม้สกีรีสอร์ทสวิตเซอร์แลนด์ บาดเจ็บอีก 115 ราย

ทางการสวิตเซอร์แลนด์เผย มีผู้เสียชีวิตประมาณ 40 ศพ ในเหตุเพลิงไหม้บาร์ภายในสกีรีสอร์ทชื่อดังของประเทศ นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 115 ราย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ม.ค. 2569 ทางการสวิตเซอร์แลนด์จัดงานแถลงข่าว เปิดเผยความคืบหน้าของเหตุเพลิงไหม้ภายในบาร์ชื่อ “เลอ คองสเตลลาซิยง” (Le Constellation) ภายใน “ครานส์-มอนทานา” (Crans-Montana) หนึ่งในสกีรีสอร์ทยอดนิยมที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น

นาย กี พาร์เมอแล็ง ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิสขึ้นแถลงว่า เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น (ตามเวลาท้องถิ่น) เป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายที่สุดที่ประเทศของเราเคยประสบมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกประมาณหนึ่งร้อยคน บางรายมีอาการสาหัส

นายเฟรเดอริก กิสเลอร์ ผู้บัญชาการตำรวจสวิตเซอร์แลนด์กล่าวในงานแถลงข่าวเดียวกันว่า มีผู้เสียชีวิตประมาณ 40 ศพ และได้รับบาดเจ็บ 115 ราย โดยภารกิจเร่งด่วนที่สุดในช่วงไม่กี่วันข้างหน้าคือ การพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิต “เพื่อให้สามารถส่งคืนร่างของพวกเขาให้แก่ครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว”

อย่างไรก็ตาม นายมาเธียส เรย์นาร์ด หัวหน้ารัฐบาลรัฐวาเล (Valais) กล่าวว่า การพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตนั้นจำเป็นต้อง “ใช้เวลา” โดยขณะนี้มีผู้บาดเจ็บ 60 รายที่กำลังรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองซียง (Sion) และบางส่วนถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลในเมืองอื่น ๆ ของสวิตเซอร์แลนด์

นายเรย์นาร์ดบอกด้วยว่า ตอนนี้หน่วยงานทางการแพทย์กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก จึงขอความร่วมมือให้ประชาชน “ระมัดระวังตัว” และ “อย่าทำให้โรงพยาบาลแออัด” โดยขอให้หลีกเลี่ยงการมาโรงพยาบาลหากไม่จำเป็น

ต่อมาอัยการสูงสุด เบียทริซ พิลลูด์ แถลงว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุต้นเพลิง แต่ได้กล่าวเตือนว่า “การทำงานนี้ต้องใช้เวลา”

เธอเผยด้วยว่า มีการตั้งสมมติฐานหลายอย่างเกี่ยวกับสาเหตุของเพลิงไหม้ และทฤษฎีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในขณะนี้คือ เป็นเหตุไฟไหม้ทั่วไปที่ลุกลามกลายเป็นอัคคีภัยครั้งใหญ่ โดยมีการสอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก และเสริมว่าจะมีการนำโทรศัพท์มือถือที่พบในที่เกิดเหตุไปตรวจสอบข้อมูลด้วย

หลังจากนักผู้สื่อข่าวได้รับโอกาสให้ถามคำถามเจ้าหน้าที่ในห้องแถลงข่าว โดยพวกเขาถาม น.ส.พิลลูด์เกี่ยวกับข่าวลือต่าง ๆ เกี่ยวกับคดีนี้ รวมถึงรายงานที่ว่าขวดแชมเปญที่ผูกติดกับพลุแฟลร์เป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้, เรื่องที่ว่าเจ้าของบาร์ เลอ คองสเตลลาซิยง เป็นชาวฝรั่งเศสหรือไม่ และตั้งข้อสังเกตว่าบันไดภายในบาร์แคบเกินไปหรือไม่

อนึ่ง ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า พยานบางส่วนเชื่อว่า “เทียนวันเกิด” ที่ปักอยู่บนขวดแชมเปญได้ไปจุดไฟติดเพดาน และเตือนว่าการอพยพออกจากบาร์นั้นเป็นไปอย่าง “ยากลำบากมาก” เนื่องจากทางออกที่คับแคบ

แต่อัยการสูงสุดตอบว่า เธอไม่สามารถยืนยันข้อมูลใด ๆ ได้ในขณะที่การสืบสวนยังคงดำเนินอยู่ นอกจากนั้นเธอกล่าวว่าตนไม่ทราบเกี่ยวกับสัญชาติของเจ้าของบาร์ และระบุว่าบันไดนั้นดูเหมือนจะแคบจริง แต่การสืบสวนจะประเมินอีกครั้งว่าสภาพดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายหรือไม่

เจ้าหน้าที่ในงานแถลงข่าวยืนยันด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ “ไม่ใช่การโจมตี” เพลิงไหม้ไม่ได้เกิดจากการระเบิด แต่เป็น “อัคคีภัยลุกลามรุนแรง”

อัยการสูงสุด เบียทริซ พิลลูด์ กล่าวว่าเธอไม่รู้ว่าตอนเกิดเหตุมีคนอยู่ในบาร์ เลอ คองสเตลลาซิยง กี่คน ซึ่งเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกคนยอมรับว่า ผู้อยู่ในบาร์เป็นกลุ่มคนวัยหนุ่มสาว แต่ยังไม่ระบุว่า ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้เป็นผู้เยาว์หรือไม่

นาย กี พาร์เมอแล็ง ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส
นาย กี พาร์เมอแล็ง ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส

ทั้งนี้ นายพาร์เมอแล็งได้กล่าวขอบคุณประเทศต่าง ๆ ที่เสนอตัวให้ความช่วยเหลือภายหลังจากเหตุเพลิงไหม้ โดยระบุเจาะจงไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี และว่ากำลังประสานงานผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อติดต่อกับครอบครัวของผู้ประสบภัยที่เป็นชาวต่างชาติ

นายพาร์เมอแล็งกล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และประกาศว่าจะมีการลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 5 วันเพื่อแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ พร้อมย้ำว่า “โศกนาฏกรรมในระดับที่รุนแรงเช่นนี้” จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เดือดรับปีใหม่ ไฟไหม้โบสถ์เนเธอร์แลนด์ มือมืดทำร้ายตำรวจ-กู้ภัย

เดือดรับปีใหม่ ไฟไหม้โบสถ์เนเธอร์แลนด์ มือมืดทำร้ายตำรวจ-กู้ภัย

1 ม.ค. 2569 23:09 น.

เดือดรับปีใหม่ ไฟไหม้โบสถ์เนเธอร์แลนด์ มือมืดทำร้ายตำรวจ-กู้ภัย

ปีใหม่ของเนเธอร์แลนด์เริ่มต้นด้วยความดุเดือด ทั้งเกิดเหตุไฟไหม้โบสถ์อย่างรุนแรง อุบัติเหตุพลุระเบิดจนคนเสียชีวิต และเกิดเหตุทำร้ายตำรวจกับเจ้าหน้าที่อื่นๆ หลายจุดทั่วประเทศ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ม.ค. 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เผาทำลายโบสถ์ฟอนเดลแกร์ก (Vondelkerk) อันเก่าแก่ตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ส่งผลให้หอคอยความสูง 50 เมตรพังถล่มลงมาและหลังคาได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ทางการกรุงอัมสเตอร์ดัมระบุว่า แม้ไฟไหม้จะสร้างความเสียหายแก่โบสถ์ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2415 แห่งนี้อย่างหนัก แต่คาดว่าโครงสร้างส่วนใหญ่จะยังคงสภาพเดิมอยู่ได้ ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้นั้นยังไม่ทราบแน่ชัดในขณะนี้

ขณะเดียวกัน น.ส. ไนน์ คอยมัน ประธานสหภาพตำรวจเนเธอร์แลนด์ รายงานว่าเกิดเหตุความรุนแรงต่อตำรวจและหน่วยบริการฉุกเฉินในปริมาณที่สูงอย่างไม่เคยมีมาก่อนในช่วงคืนส่งท้ายปีเก่า แม้แต่ตัวเธอเองก็ถูกปาด้วยพลุและวัตถุระเบิดอื่น ๆ ถึง 3 ครั้ง ขณะปฏิบัติหน้าที่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม

หลังจากผ่านพ้นเที่ยงคืนได้ไม่นาน ทางการเนเธอร์แลนด์ต้องออกประกาศฉุกเฉินผ่านโทรศัพท์มือถือทั่วประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพื่อเตือนประชาชนไม่ให้โทรเรียกหน่วยบริการฉุกเฉินที่กำลังรับภาระหนักเกินขีดจำกัด หากไม่ใช่สถานการณ์ที่อันตรายถึงชีวิตจริง

รายงานเหตุทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานดับเพลิงเกิดขึ้นแพร่กระจายไปทั่วประเทศ โดยในเมืองเบรดา (Breda) ทางตอนใต้ของประเทศ มีกลุ่มคนโยนระเบิดขวดเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า เกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับพลุและดอกไม้ไฟ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ เป็นเด็กชายอายุ 17 ปี และชายวัย 38 ปี ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย

โรงพยาบาลจักษุในเมืองรอตเทอร์ดัมระบุว่า ได้ทำการรักษาคนไข้ที่ได้รับบาดเจ็บเกี่ยวกับดวงตาไปแล้ว 14 รายในคืนส่งท้ายปีเก่า โดยในจำนวนนี้มีถึง 10 รายที่เป็นเยาวชน และมี 2 รายที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด

ทั้งนี้ ปี 2568 เป็นปีสุดท้ายก่อนที่เนเธอร์แลนด์จะมีประกาศห้ามใช้พลุและดอกไม้ไฟในกิจกรรมที่ไม่ใช่งานอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ชาวเนเธอร์แลนด์พากันกว้านซื้อดอกไม้ไฟมาเล่นเป็นจำนวนมาก

สมาคมผู้ประกอบการดอกไม้ไฟแห่งเนเธอร์แลนด์ระบุว่า บรรดานักท่องเที่ยวและผู้เฉลิมฉลองได้ทุ่มเงินซื้อพลุและดอกไม้ไฟสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 129 ล้านยูโร (ราว 4.76 พันล้านบาท)

แม้บางพื้นที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตปลอดพลุและดอกไม้ไฟ แต่ดูเหมือนว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยผู้สื่อข่าวของ AFP ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตปลอดพลุในกรุงเฮก รายงานว่ายังคงได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นต่อเนื่องไปจนถึงเวลาประมาณ 03:00 น.ของวันปีใหม่

ในขณะเดียวกันที่ประเทศเบลเยียม ตำรวจได้จับกุมผู้กระทำผิดจำนวนมาก หลังจากเจ้าหน้าที่ทั้งในกรุงบรัสเซลส์และเมืองแอนต์เวิร์ปตกเป็นเป้าโจมตีด้วยพลุไฟ โดยคำสั่งห้ามจุดพลุในวันขึ้นปีใหม่ไม่สามารถยับยั้งเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นในสองเมืองใหญ่ได้

โฆษกตำรวจเปิดเผยกับ AFP ว่า ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาและจับกุมผู้คนมากกว่า 100 คนในเมืองท่าแอนต์เวิร์ป ซึ่งมีเยาวชนที่อายุเพียง 10 หรือ 11 ปีใช้พลุและก้อนหินโจมตีตำรวจและหน่วยบริการฉุกเฉิน ทั้งยังมีการเผาจักรยาน รถยนต์ และถังขยะด้วย

เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดพลุประเภทที่มี “อันตรายร้ายแรง” ได้เป็นจำนวนมาก

ส่วนในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของประเทศเบลเยียม ตำรวจระบุว่าพวกเขาตกเป็นเป้าโจมตีด้วยพลุไฟหลายต่อหลายครั้ง และมีการจับกุมผู้กระทำผิดไปประมาณ 70 รายตลอดทั้งคืนส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่

ส่วนในประเทศเยอรมนี ตำรวจท้องถิ่นออกแถลงการณ์ว่า มีวัยรุ่นอายุ 18 ปี จำนวน 2 ราย เสียชีวิตในเมืองบีเลเฟลด์ (Bielefeld) ทางตะวันตกของประเทศ หลังจากที่พวกเขาจุดพลุที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง ทำให้เกิดบาดแผลฉกรรจ์บริเวณใบหน้าจนถึงแก่ชีวิต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ผู้นำไต้หวันลั่น จะปกป้องอธิปไตย หลังจีนซ้อมรบขู่

ผู้นำไต้หวันลั่น จะปกป้องอธิปไตย หลังจีนซ้อมรบขู่

1 ม.ค. 2569 21:59 น.

ผู้นำไต้หวันลั่น จะปกป้องอธิปไตย หลังจีนซ้อมรบขู่

ประธานาธิบดีไต้หวันประกาศ จะปกป้องอธิปไตย หลังจากจีนซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันในสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีการยิงมิสไซล์ไปทางเกาะไต้หวันด้วย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ม.ค. 2569 ประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ แห่งไต้หวัน กล่าวว่า ไต้หวันมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องอธิปไตยและเสริมสร้างศักยภาพด้านการป้องกันตนเอง เพื่อเผชิญกับการขยายอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีน หลังจากที่รัฐบาลปักกิ่งดำเนินการซ้อมรบทางทหาร และยิงจรวดมาทางเกาะไต้หวัน

ผู้นำไต้หวันพูดเรื่องดังกล่าวระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งถ่ายทอดสดจากทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป โดยเสริมด้วยว่า ประชาคมระหว่างประเทศกำลังจับตามองว่าชาวไต้หวันมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องตนเองหรือไม่

“ในฐานะประธานาธิบดี จุดยืนของผมชัดเจนเสมอมา นั่นคือการปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเด็ดเดี่ยวและเสริมสร้างการป้องกันประเทศให้แข็งแกร่ง” นายไล่กล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าจีนใช้ขีดความสามารถทางการรบที่เพิ่มเข้ามาใหม่ของไต้หวันเป็น “ศัตรูสมมติ” ในการซ้อมรบเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายไล่บอกอีกว่า สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์เพิ่ม พร้อมเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้านสนับสนุนแผนการของเขาที่จะเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันตนเองอีก 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ปัจจุบันยังคงติดค้างอยู่ท่ามกลางประเด็นอื่น ๆ ในภาวะชะงักงันทางการเมือง เนื่องจากฝ่ายค้านครองเสียงข้างมากในรัฐสภา

“การที่จีนจะบรรลุเป้าหมายได้ตามกำหนดเวลาหรือไม่นั้นก็เรื่องหนึ่ง” นายไล่กล่าวเมื่อถูกถามเกี่ยวกับรายงานของสหรัฐฯ ที่ระบุว่าจีนกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อให้มีขีดความสามารถในการชนะศึกเหนือไต้หวันภายในปี 2027 (พ.ศ. 2570)

“ปี 2026 (พ.ศ.2569) ที่กำลังจะมาถึงนี้ จะเป็นปีที่สำคัญยิ่งสำหรับไต้หวัน” นายไล่กล่าว พร้อมเสริมว่าไต้หวันต้อง “เตรียมแผนรับมือสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความหวังสำหรับสิ่งที่ดีที่สุด”

“เรายินดีที่จะมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือกับจีน บนพื้นฐานของความเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรี เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่สงบสุขและมั่นคงร่วมกันในช่องแคบไต้หวัน” นายไล่กล่าว “ตราบใดที่จีนยอมรับการมีอยู่ของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และเคารพในเจตจำนงของประชาชนชาวไต้หวันที่ต้องการมีวิถีชีวิตที่เป็นประชาธิปไตยและเสรี”

ทั้งนี้ จีนยืนยันมาตลอดว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งในดินแดนของพวกเขา และไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้กำลังเพื่อนำไต้หวันมาอยู่ภายใต้การควบคุมของจีน ขณะที่ฝ่ายไต้หวันปฏิเสธคำกล่าวอ้างของจีนมาโดยตลอด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เซเลนสกีระบุข้อตกลงสันติภาพยูเครน–รัสเซียคืบหน้า 90%

เซเลนสกีระบุข้อตกลงสันติภาพยูเครน–รัสเซียคืบหน้า 90%

1 ม.ค. 2569 16:24 น.

เซเลนสกีระบุข้อตกลงสันติภาพยูเครน–รัสเซียคืบหน้า 90%

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2026 โดยเปิดเผยว่า ข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามกับรัสเซียที่ดำเนินมาเกือบ 4 ปีนั้น “คืบหน้าไปแล้วกว่า 90%” แต่ระบุว่าอีก 10% ที่เหลือนั้นจะเป็นตัวตัดสินชะตากรรมของยูเครนและยุโรปทั้งหมด

โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวสุนทรพจน์ปีใหม่ประกาศว่าข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามกับรัสเซียมีความพร้อมแล้วราว 90% โดยอีก 10% ที่เหลือจะเป็นตัวกำหนด “ชะตากรรมของสันติภาพ ยูเครน และยุโรป” พร้อมย้ำว่ายูเครนต้องการยุติสงคราม แต่ไม่ใช่ด้วยการแลกอนาคตของประเทศ

เขาระบุว่า การถอนทหารออกจากภูมิภาคดอนบาสหมายถึง “ทุกอย่างจบสิ้น” ซึ่งสะท้อนข้อเรียกร้องสูงสุดของมอสโกที่ต้องการยึดครองพื้นที่อุตสาหกรรมแห่งนี้ทั้งหมด ปัจจุบันรัสเซียควบคุมพื้นที่ราว 75% ของโดเนตสก์ และประมาณ 99% ของลูฮันสก์ ซึ่งรวมเรียกว่า “ดอนบาส” โดยสถานะของดอนบาสยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจา

นอกจากนี้เขายังเรียกร้องให้พันธมิตรเปลี่ยน “เจตนารมณ์” ให้กลายเป็น “หลักประกันความมั่นคงที่มีผลบังคับใช้จริง” หลังจากที่มีรายงานว่ารัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อาจเสนอหลักประกันความมั่นคงยาวนาน 15 ปีให้แก่ยูเครน

ในขณะเดียวกัน ทางการรัสเซียได้เผยแพร่คลิปวิดีโอและแผนที่ซึ่งอ้างว่าเป็นหลักฐานว่ายูเครนส่งโดรน “ชักลุน” (Chaklun) มุ่งเป้าโจมตีบ้านพักส่วนตัวของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน บริเวณทะเลสาบวาลได ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย ซึ่งยูเครนได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

รัฐบาลรัสเซียระบุว่าเหตุการณ์นี้อาจทำให้รัสเซียต้อง “ทบทวนจุดยืน” ในการเจรจาสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่ อย่างไรก็ตาม คายา คัลลาส หัวหน้านโยบายต่างประเทศของอียู มองว่านี่คือกลวิธี “เบี่ยงเบนความสนใจอย่างตั้งใจ” เพื่อขัดขวางกระบวนการสันติภาพ

ด้านประธานาธิบดีปูตินได้กล่าวสุนทรพจน์ปีใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การให้กำลังใจทหารในสมรภูมิ ขณะที่นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ส่งข้อความยกย่อง “พันธมิตรที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย” ระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซีย พร้อมสดุดีทหารเกาหลีเหนือนับหมื่นนายที่ถูกส่งไปช่วยรัสเซียรบ ซึ่งคาดว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 600 นาย

ทิศทางของสงครามถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยในวันที่ 6 มกราคม 2026 นี้ ผู้นำชาติยุโรปและพันธมิตรมีกำหนดหารือกันที่กรุงปารีส เพื่อลงนามในข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมในการปกป้องยูเครน ขณะที่คณะที่ปรึกษาของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เริ่มหารือกับตัวแทนจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี เพื่อหาแนวทางยุติการสู้รบและวางกลไกป้องกันไม่ให้สงครามปะทุขึ้นใหม่ในอนาคต.

ที่มา BBC

นิวยอร์กต้อนรับนายกเทศมนตรีคนใหม่ “โซห์ราน มัมดานี” สาบานตนเข้ารับตำแหน่งวันปีใหม่

นิวยอร์กต้อนรับนายกเทศมนตรีคนใหม่ "โซห์ราน มัมดานี" สาบานตนเข้ารับตำแหน่งวันปีใหม่

1 ม.ค. 2569 15:25 น.

นิวยอร์กต้อนรับนายกเทศมนตรีคนใหม่ “โซห์ราน มัมดานี” สาบานตนเข้ารับตำแหน่งวันปีใหม่

“โซห์ราน มัมดานี” นักการเมืองสายสังคมนิยมประชาธิปไตย สร้างประวัติศาสตร์สาบานตนรับตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กคนใหม่ท่ามกลางบรรยากาศปีใหม่ ณ สถานีรถไฟใต้ดินประวัติศาสตร์ ชูนโยบาย “ตรึงค่าเช่าบ้าน-รถเมล์ฟรี” พร้อมประกาศจุดยืนเป็นอิสระจากรัฐบาลกลาง ท่ามกลางการจับตามองของชาวนิวยอร์กกว่า 8 ล้านคน

เมื่อเข้าสู่ช่วงนาทีแรกของวันที่ 1 มกราคม 2026 นาย “โซห์ราน มัมดานี” ได้ทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีมหานครนิวยอร์กอย่างเป็นทางการ โดยเลือกสถานที่เชิงสัญลักษณ์อย่างสถานีรถไฟใต้ดิน “ซิตี้ฮอลล์” ที่ปิดตัวไปนานกว่าครึ่งศตวรรษ เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อกลุ่มคนทำงานที่ขับเคลื่อนเมืองในทุกวัน

กฎหมายกำหนดให้วาระนายกเทศมนตรีเริ่มในวันที่ 1 มกราคม 2026 ทำให้มีการจัดพิธีสาบานตนขนาดเล็กหลังเที่ยงคืน และจะมีพิธีอย่างเป็นทางการภายหลังบนบันไดหน้าศาลาว่าการนครนิวยอร์ก พร้อมการแสดงดนตรีและคำปราศรัยต่อผู้เข้าร่วมราว 4,000 คน รวมถึงการถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับชมตามจุดต่าง ๆ บนถนนบรอดเวย์ ภายใต้ชื่อ “การสาบานตนสู่ศักราชใหม่”

นายมัมดานี อดีตสมาชิกสภารัฐนิวยอร์กวัย 34 ปี ผู้เกิดในประเทศยูแกนดา กลายเป็นนายกเทศมนตรีชาวมุสลิมคนแรกของนิวยอร์ก เขาคว้าชัยชนะด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายกว่า 2 ล้านเสียง หรือร้อยละ 50 ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง แอนดรูว์ คูโอโม และเคอร์ติส สลิวา

นโยบายหลักที่ทำให้เขาได้รับความนิยมคือการแก้ปัญหาค่าครองชีพ ไม่ว่าจะเป็นการตรึงค่าเช่าบ้าน  บริการรถเมล์ฟรี และสวัสดิการเลี้ยงดูบุตรฟรี ซึ่งนโยบายเหล่านี้สร้างทั้งความหวังให้กับกลุ่มชนชั้นแรงงาน และความวิตกกังวลให้กับกลุ่มนายธนาคารในย่านวอลล์สตรีท

ในพิธีสาบานตนครั้งนี้ เลทิเทีย เจมส์ อัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์ก เป็นผู้ประกอบพิธีให้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงความสามัคคีในท้องถิ่นและความเป็นอิสระจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากเจมส์เป็นคู่ปรับทางการเมืองที่เคยตรวจสอบธุรกิจของทรัมป์อย่างหนัก

นอกจากนี้ มัมดานียังได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากสายก้าวหน้า ทั้ง สว. เบอร์นี แซนเดอร์ส ผู้เป็นแรงบันดาลใจ และ สส. อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เทซ  ซึ่งจะเข้าร่วมในพิธีเฉลิมฉลองช่วงบ่ายวันนี้ด้วย

ทีมงานของมัมดานีเรียกการเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้ว่า “การสาบานตนสู่ศักราชใหม่” โดยเขาสามารถระดมทุนสำหรับการรับตำแหน่งได้สูงถึง 2.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากผู้บริจาคเกือบ 30,000 ราย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของนายกเทศมนตรีนิวยอร์กในศตวรรษนี้

หลังเสร็จสิ้นพิธี มัมดานีจะย้ายออกจากอพาร์ตเมนต์ขนาดหนึ่งห้องนอนในย่านแอสโตเรีย ควีนส์ เพื่อไปพำนักที่ “เกรซี แมนชัน” บ้านพักประจำตำแหน่งสุดหรูบนย่านอัปเปอร์อีสต์ไซด์ในเขตแมนฮัตตัน เพื่อเริ่มภารกิจบริหารเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ อย่างเต็มตัว.

ที่มา Reuters

สลดรับปีใหม่ ระเบิดสนั่นสกีรีสอร์ทหรูสวิตเซอร์แลนด์ ขณะนักท่องเที่ยวเคานต์ดาวน์ ดับหลายราย

สลดรับปีใหม่ ระเบิดสนั่นสกีรีสอร์ทหรูสวิตเซอร์แลนด์ ขณะนักท่องเที่ยวเคานต์ดาวน์ ดับหลายราย

1 ม.ค. 2569 14:51 น.

สลดรับปีใหม่ ระเบิดสนั่นสกีรีสอร์ทหรูสวิตเซอร์แลนด์ ขณะนักท่องเที่ยวเคานต์ดาวน์ ดับหลายราย

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงกลางงานฉลองปีใหม่ที่สกีรีสอร์ทชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังร่วมเคานต์ดาวน์ต้อนรับศักราชใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ตำรวจรัฐวาเลส์ (Valais) ระบุว่า เหตุเกิดราว 01.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ภายในบาร์ชื่อ “Le Constellation” ซึ่งเป็นสถานบันเทิงยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว โดยในขณะเกิดเหตุมีผู้คนอยู่ภายในอาคารมากกว่า 100 คน โดยขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของการระเบิดที่แน่ชัด โดยมีผู้บาดเจ็บหลายราย และมีผู้เสียชีวิตอีกหลายคน

ด้านสื่อสวิสเผยแพร่ภาพอาคารที่เกิดเหตุถูกไฟลุกไหม้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยฉุกเฉินจำนวนมากเร่งเข้าพื้นที่ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ท่ามกลางบรรยากาศโกลาหลและความตื่นตระหนก

ล่าสุดทางการได้จัดตั้ง ศูนย์รับแจ้งข้อมูลและสายด่วน เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ ขณะที่ตำรวจยอมรับว่า ขณะนี้การสอบสวนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น 

ครานส์-มอนตานาเป็นเมืองสกีหรูระดับนานาชาติ ตั้งอยู่ในรัฐวาเลส์ ห่างจากยอดเขาแมตเทอร์ฮอร์นราว 40 กิโลเมตร และเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยตำรวจเตรียมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้.

ที่มา :The Guardian

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สวิตเซอร์แลนด์

คิม จองอึน ควงลูกสาวฉลองปีใหม่ 2026 ส่งสารถึงทหารเกาหลีเหนือในรัสเซีย

คิม จองอึน ควงลูกสาวฉลองปีใหม่ 2026 ส่งสารถึงทหารเกาหลีเหนือในรัสเซีย

1 ม.ค. 2569 13:06 น.

คิม จองอึน ควงลูกสาวฉลองปีใหม่ 2026 ส่งสารถึงทหารเกาหลีเหนือในรัสเซีย

คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ปรากฏตัวพร้อมลูกสาว “คิม จูแอ” ในงานฉลองปีใหม่สุดยิ่งใหญ่ พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ยกย่องความสำเร็จในปี 2025 และส่งสารข้ามทวีปถึงทหารเกาหลีเหนือที่สู้รบในยูเครน ชี้เป็นการปกป้องเกียรติภูมิชาติและสร้างพันธมิตรที่ไม่มีวันเสื่อมคลายกับรัสเซีย ท่ามกลางรายงานความสูญเสียอย่างหนักในสนามรบ

สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ ได้เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ณ สนามกีฬาเมย์เดย์ ในกรุงเปียงยาง ท่ามกลางการแสดงพลุดอกไม้ไฟ เพลงรักชาติ และการสาธิตเทควันโดอย่างตระการตา

ไฮไลต์สำคัญที่ถูกจับตามองคือการปรากฏตัวของ “คิม จูแอ” ลูกสาวที่เชื่อกันว่าเป็นตัวเก็งผู้สืบทอดอำนาจ โดยภาพจากสื่อรัฐบาลเผยให้เห็นเธอนั่งเคียงข้างบิดา จูงมือ และร่วมสวมกอดเด็กๆ ในงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการย้ำภาพลักษณ์ความผูกพันของ “สายเลือดแพ็กตู” ต่อสาธารณชนก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งที่ 9 ในช่วงต้นปี 2026 เพื่อกำหนดทิศทางประเทศในอีก 5 ปีข้างหน้า

ในสุนทรพจน์ปีใหม่ คิม จองอึน ได้กล่าวถึงทหารเกาหลีเหนือที่ถูกส่งไปช่วยรัสเซียรบในสงครามยูเครน โดยยกย่องว่าเป็นผู้สร้าง “พันธมิตรที่ไม่มีใครพิชิตได้” พร้อมส่งข้อความให้กำลังใจทหารในสมรภูมิว่า

“ในขณะที่คนทั้งประเทศอยู่ในบรรยากาศรื่นเริง ผมยิ่งคิดถึงพวกคุณที่กำลังต่อสู้อย่างกล้าหาญในสนามรบในดินแดนแปลกถิ่น… เบื้องหลังของพวกคุณคือเปียงยางและมอสโก”

คิมยังกำชับให้ทหารรบเพื่อ “พี่น้องชาวรัสเซีย” และบอกเป็นนัยว่าปี 2026 นี้ จะมีความสำเร็จครั้งใหญ่เกิดขึ้นในสนามรบต่างแดนอีกครั้ง

แม้ภาพที่สื่อรัฐบาลนำเสนอจะดูฮึกเหิม แต่นักวิเคราะห์และหน่วยข่าวกรองตะวันตกกลับชี้ให้เห็นอีกด้านของความจริง โดยคาดการณ์ว่าเกาหลีเหนือส่งทหารไปรัสเซียแล้วนับหมื่นนาย และมีรายงานว่าเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 600 นาย บาดเจ็บอีกหลายพันคน

นอกจากนี้ หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ยังเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ทหารเกาหลีเหนือได้รับคำสั่งให้ “ฆ่าตัวตาย” ดีกว่ายอมถูกจับเป็นเชลย อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าทหารเกาหลีเหนืออย่างน้อย 2 นายที่ถูกยูเครนจับกุมได้เมื่อช่วงต้นปี 2025 ได้แสดงความจำนงต้องการแปรพักตร์ไปยังเกาหลีใต้

ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันตะวันออกไกลศึกษา มหาวิทยาลัยคยองนัม ระบุว่า การส่งทหารไปรัสเซียกลายเป็น “นโยบายป้องกันประเทศอย่างเป็นทางการ” ไปแล้ว เพื่อแลกกับความช่วยเหลือทางการเงิน เทคโนโลยีทางทหาร อาหาร และพลังงานจากรัสเซีย ซึ่งช่วยให้ระบอบของคิมสามารถเพิกเฉยต่อการกดดันจากสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ได้ต่อไป.

ที่มา Reuters

บัลแกเรียเข้าร่วมสมาชิก “ยูโรโซน” ลำดับที่ 21 เริ่มใช้เงินยูโรอย่างเป็นทางการ

บัลแกเรียเข้าร่วมสมาชิก "ยูโรโซน" ลำดับที่ 21 เริ่มใช้เงินยูโรอย่างเป็นทางการ

1 ม.ค. 2569 12:27 น.

บัลแกเรียเข้าร่วมสมาชิก “ยูโรโซน” ลำดับที่ 21 เริ่มใช้เงินยูโรอย่างเป็นทางการ

บัลแกเรีย ซึ่งเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในสหภาพยุโรป เข้าร่วมยูโรโซนอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ม.ค. 2026 เป็นสมาชิกประเทศที่ 21 แซงหน้าประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่และมั่นคงกว่าอย่างโปแลนด์ สาธารณรัฐเชก และฮังการี ท่ามกลางความเห็นต่างของผู้คน ระหว่างกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ กับกลุ่มอนุรักษนิยมที่หวั่นภาวะเงินเฟ้อและการสูญเสียอธิปไตยทางค่าเงิน

วันที่ 1 ม.ค. 2026 บัลแกเรียได้ก้าวเข้าสู่หลักไมล์สำคัญด้วยการเป็นประเทศสมาชิกลำดับที่ 21 ของยูโรโซน (Eurozone) อย่างเป็นทางการ โดยเริ่มใช้สกุลเงินยูโรแทนที่เงิน “เลฟ” (Lev) ซึ่งใช้มานานตั้งแต่ปี 1881 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสุดท้ายในการหลอมรวมบัลแกเรียเข้าสู่โครงสร้างหลักของยุโรป ต่อเนื่องจากการเป็นสมาชิกนาโต, สหภาพยุโรป (EU) และการเข้าร่วมเขตเชงเกน (Schengen)

การเปลี่ยนผ่านแบบคู่ขนานเพื่อให้ประชาชนปรับตัวได้ทัน รัฐบาลบัลแกเรียได้กำหนดให้เดือนมกราคม 2026 เป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน โดยร้านค้าจะรับชำระทั้งเงินยูโรและเงินเลฟ แต่ต้องทอนเงินเป็นสกุลยูโรเท่านั้น และตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นไป เงินยูโรจะกลายเป็นสกุลเงินเดียวที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนคงที่อยู่ที่ 1 ยูโร ต่อ 1.95583 เลฟ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างความแตกแยกในความคิดเห็นของคนในชาติ 6.5 ล้านคนอย่างเห็นได้ชัด โดยฝ่ายสนับสนุน ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ในเมืองและผู้ประกอบการที่มองว่าเงินยูโรจะช่วยลดต้นทุนธุรกรรม ดึงดูดการลงทุน และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ส่วนฝ่ายที่ฝ่ายคัดค้าน เป็นกลุ่มผู้สูงอายุในชนบทและฝ่ายอนุรักษนิยมกังวลว่าการเปลี่ยนสกุลเงินจะทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นจากการปัดเศษตัวเลข และสูญเสียเอกลักษณ์ของชาติ

การเปลี่ยนผ่านนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการเมืองภายใน โดยรัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีโรเซน เซลยาซคอฟ เพิ่งแพ้คะแนนเสียงไม่ไว้วางใจเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังเกิดการประท้วงต่อต้านงบประมาณปี 2026 นอกจากนี้ ประธานาธิบดีรูเมน ราเดฟ ยังเคยเสนอให้ทำประชามติในเรื่องนี้แต่ถูกปฏิเสธโดยฝ่ายรัฐบาล

เพื่อคลายความกังวลเรื่องการสูญเสียอธิปไตย บัลแกเรียได้เลือกสัญลักษณ์ประจำชาติมาประทับบนเหรียญยูโร โดยเหรียญ 1 ยูโร เป็นรูปนักบุญอีวานแห่งริลา ส่วนเหรียญ 2 ยูโร เป็นรูปไพซิอุสแห่งฮิเลนดาร์นักบวชผู้กอบกู้จิตวิญญาณของชาติ ขณะที่เหรียญเซนต์ เป็นรูปผู้ขี่ม้ามาดารา สัญลักษณ์ของรัฐบัลแกเรียในยุคเริ่มแรก

แม้รัฐบาลจะจัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบราคาสินค้าเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา แต่บทเรียนจากประเทศสมาชิกก่อนหน้าอย่างเอสโตเนีย ซึ่งเป็นโมเดลประเทศบอลติกที่ประสบความสำเร็จ เทียบกับอิตาลี ที่เผชิญภาวะเศรษฐกิจหยุดนิ่ง ยังคงเป็นประเด็นที่ชาวบัลแกเรียเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าก้าวสำคัญครั้งนี้จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด.

ที่มา BBC

พนง.ดิสนีย์เวิลด์บาดเจ็บ หลังกระโดดขวาง “หินปลอม” หนัก 180 กก. หลุดพุ่งใส่ผู้ชม (คลิป)

พนง.ดิสนีย์เวิลด์บาดเจ็บ หลังกระโดดขวาง "หินปลอม" หนัก 180 กก. หลุดพุ่งใส่ผู้ชม (คลิป)

1 ม.ค. 2569 12:06 น.

พนง.ดิสนีย์เวิลด์บาดเจ็บ หลังกระโดดขวาง “หินปลอม” หนัก 180 กก. หลุดพุ่งใส่ผู้ชม (คลิป)

เกิดเหตุพร็อพก้อนหินปลอมหนักราว 180 กิโลกรัมหลุดจากรางกลางการแสดงโชว์อินเดียนา โจนส์ ที่สวนสนุกดิสนีย์เวิลด์ ในรัฐฟลอริดา พนักงานกระโจนเข้าขวางกันไม่ให้พุ่งชนผู้ชมจนได้รับบาดเจ็บ และกำลังพักฟื้น ขณะดิสนีย์ย้ำให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและปรับรูปแบบการแสดงช่วงดังกล่าว

วอลต์ ดิสนีย์ เวิลด์ ยืนยันว่าพนักงานรายหนึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพักฟื้นร่างกาย หลังได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุระหว่างการแสดงชุด “Indiana Jones Epic Stunt Spectacular!” ซึ่งเป็นโชว์ยอดนิยมที่จำลองฉากแอ็กชันจากภาพยนตร์ดังระดับตำนาน

นาทีระทึกกลางการแสดงอุบัติเหตุดังกล่าวถูกบันทึกไว้ได้โดยผู้ชมในเหตุการณ์ โดยเป็นฉากที่จำลองจากภาพยนตร์ปี 1981 เรื่อง Raiders of the Lost Ark ซึ่งตัวเอกอย่างอินเดียนา โจนส์ ต้องวิ่งหนีโขดหินยักษ์ที่กลิ้งลงมาจากกับดัก ทว่าในครั้งนี้ โขดหินจำลองซึ่งทำจากยางและมีน้ำหนักราว 400 ปอนด์ (ประมาณ 180 กิโลกรัม) กลับกระเด็นหลุดออกจากรางและพุ่งตรงไปยังทิศทางของผู้ชม

ในเสี้ยววินาทีนั้น พนักงานคนดังกล่าวได้ตัดสินใจกระโดดเข้าไปขวางเส้นทางของโขดหินเพื่อชะลอแรงกระแทกไม่ให้พุ่งไปถึงอัฒจันทร์ จนทำให้เขาถูกชนล้มลงกับพื้นและไม่สามารถลุกขึ้นได้ในทันที ท่ามกลางพนักงานคนอื่นๆ ที่รีบวิ่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือ

คำชื่นชมจากผู้รอดชีวิตพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารพีเพิลว่า พนักงานคนนี้ได้ “ช่วยชีวิต” ผู้ชมจากการบาดเจ็บไว้ได้ ขณะที่ในคลิปวิดีโอมีเสียงผู้ชมชายรายหนึ่งอุทานด้วยความตกใจว่า “เขาช่วยชีวิตพวกเราไว้แท้ๆ ผู้ชายคนนั้นน่ะ” ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความระทึกให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

แถลงการณ์จากดิสนีย์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (31 ธ.ค.) ดิสนีย์ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า “ขณะนี้เรากำลังมุ่งเน้นไปที่การดูแลพนักงานรายดังกล่าวซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพักฟื้น ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของงานเรา และการแสดงในส่วนนี้จะถูกปรับเปลี่ยนชั่วคราว ในระหว่างที่ทีมความปลอดภัยกำลังดำเนินการตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด”

ด้านโฆษกของดิสนีย์ไม่ได้ยืนยันโดยตรงว่าก้อนหินปลอมเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บ แต่ระบุกับสำนักข่าว CBS ว่า “มีอุปกรณ์ประกอบฉากชิ้นหนึ่งเคลื่อนที่หลุดออกจากราง” ซึ่งส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว.

ที่มา BBC