ผู้เชี่ยวชาญชี้กองทัพรัสเซียไม่ได้ช้า แต่กำลังรุกอย่างหนักหน่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676965

วันที่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 14:25 น.ผู้เชี่ยวชาญชี้กองทัพรัสเซียไม่ได้ช้า แต่กำลังรุกอย่างหนักหน่วง

กองทัพรัสเซียอาจรุกคืบช้ากว่าที่วางแผนไว้ในช่วง 5 วันของการทำสงครามในยูเครน แต่เมื่อวันจันทร์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาเตือนว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุปจากสิ่งที่เห็นนั้น

สำนักข่าว AFP ระบุว่า กองทัพรัสเซียกำลังเตรียมการโจมตีกรุงเคียฟของยูเครนและเมืองอื่นๆ และในขณะเดียวกันก็พยายามจะเคลื่อนกองกำลังจู่โจมที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเข้ามาบรรจบกัน ซึ่งทั้งสองยุทธวิธีนี้แน่นอนว่าจะทำให้พลเรือนจำนวนมากตกอยู่ในอันตราย

ไม่ติดขัด

กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า รัสเซีย “ผิดหวัง” จากการต่อต้านอย่างแข็งกร้าวของยูเครน โดยกล่าวว่า กองกำลังครึ่งหนึ่งของมอสโกที่เคยรวมพลที่ชายแดนตอนนี้อยู่ในยูเครน

ขณะที่ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ขอให้ทหารรัสเซียวางอาวุธและบอกให้ทหารเหล่านี้ “รักษาชีวิตตัวเองไว้เถอะ”

ทว่าผู้เชี่ยวชาญหลายคนเผยว่า ความพยายามในการทำสงครามของรัสเซียนั้นยังห่างไกลจากคำว่าหมดแรง หมดกำลัง

“พวกเขาไม่ได้เจอกับความติดขัด” โอลิวิเยร์ เคมฟ์ จากบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ La Vigie เผยกับ AFP “นี่คือสงคราม ดังนั้นมันจึงมีความยุ่งยาก พวกเขาอาจมีปัญหาด้านโลจิสติกส์ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไร พวกเขามีความคืบหน้า มีแค่ในวิดีโอเกมเท่านั้นแหละที่คุณพิชิตประเทศหนึ่งได้ใน 2 วัน”

นิค บราวน์ จาก Janes ผู้เชี่ยวชาญข่าวกรองด้านการทหารของสหราชอาณาจักร เผยกับ AFP ว่า ความเหนือกว่าโดยรวมของรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนฟ้า ทำให้รัสเซียมีอิสระในการเคลื่อนไหวทั่วประเทศ

“ภาพถ่ายดาวเทียมของยานพาหนะแถวยาวในที่โล่งบ่งบอกว่าพวกเขายังคงเชื่อมั่นในตำแหน่งของตัวเองและยูเครนไม่สามารถมาล้อมพวกเขา” บราวน์เผย

โอบล้อมจากทางใต้

AFP ระบุว่า การสู้รบกำลังปะทุทางใต้ของยูเครน ซึ่งกองทหารรัสเซียรุกเข้ามาจากทางไครเมีย โดยขณะนี้กองทัพรัสเซียทางตะวันตกเฉียงใต้และทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้อยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น

กองกำลังของยูเครนกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้กองกำลังรัสเซียทั้งสองฝั่งทางใต้นี้มาบรรจบกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าจะเป็นตัวเปลี่ยนเกม

เมืองท่าทางยุทธศาสตร์ของโอเดสซาทางตะวันตก และมารีอูปอลซึ่งยังอยู่ในมือของยูเครนทางตะวันออกคือเป้าหมายสำคัญของรัสเซีย

แหล่งข่าวทหารฝรั่งเศสรายหนึ่งซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยชื่อเผยกับ AFP ว่า การสูญเสียมารีอูปอลจะทำให้เกิดความต่อเนื่องของดินแดนระหว่างภูมิภาครอสตอฟออนดอนและไครเมีย

แหล่งข่าวคนเดิมเผยต่อว่า นี่จะทำให้รัสเซียมีโอกาสที่จะกลืนหรือผนวกฝั่งตะวันออกของยูเครนทั้งหมด

บราวน์มองว่า รัสเซียสามารถโจมตีหรือโอบล้อมกองกำลังยูเครนด้วยปักทั้งสองข้างในภูมิภาคดอนบาสที่แบ่งแยกดินแดนไปแล้ว แม้ว่าจะเป็นการท้าทายที่จะ “ยึด ยึดครอง และครอบครองอาณาเขตที่พวกเขาได้คุมไว้เพื่อความปลอดภัยของตนเอง

โจมตีไม่เลือกหน้า

การเสียชีวิตของพลเรือนยังจำกัดวงอยู่ในหลักร้อยคนในฝั่งยูเครน และรัสเซียบอกให้ประชาชนในเคียฟว่าพวกเขาออกจากเมืองไปทางใต้ได้อย่างเสรี

มอสโกยังกล่าวหายูเครนว่าใช้ประชาชนเป็นโล่กำบัง

แหล่งข่าวที่เป็นนักการทูตในยุโรปรายหนึ่งเผยกับ AFP ว่า “ยูเครนไม่ใช่ซีเรียสำหรับรัสเซีย มันยากกว่าสำหรับพวกเขาในการแก้ตัวให้กับการระเบิดแบบปูพรม”

แหล่งข่าวรายนี้เผยอีกว่า ด้วยความที่ทราบดีว่าชาวรัสเซียหลายคนมีเพื่อนและครอบครัวอยู่ในยูเครน ปูตินจงใจเรียกผู้นำยูเครนในเคียฟว่า “นาซี” เพราะ “รัสเซียไม่ได้เริ่มด้วยการคิดว่าชาวยูเครนเป็นศัตรู”

แหล่งข่าวที่เป็นทหารฝรั่งเศสเผยว่า การประกาศให้ประชาชนหนีออกจากเคียฟอาจเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีทางอากาศที่หนักหน่วงขึ้นในเมืองหลวง

แหล่งข่าวรายนี้เผยว่า ขณะที่ในเมืองคาร์คิว (Kharkiv) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของยูเครน กองทัพรัสเซียกำลังยิงจรวดถล่มอย่างหนัก “ซึ่งหมายความว่า รัสเซียกำลังโจมตีอย่างหนัก และไม่เลือกหน้ามากขึ้นๆ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะหนักกว่านี้”

ที่อื่นๆ ก็เป็นเช่นนี้ แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเผยกับ AFP ว่า การโจมตีระลอกที่สองของรัสเซีย “ใกล้เข้ามาแล้ว”

“พวกเขากำลังเตรียมบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก” แหล่งข่าวที่เป็นนักการทูตรายหนึ่งกล่าวเสริม

Photo by Genya SAVILOV / AFP

รัสเซียถล่มยูเครนด้วยระเบิดสุญญากาศ มันคืออะไรและร้ายแค่ไหน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676954

วันที่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 13:00 น.รัสเซียถล่มยูเครนด้วยระเบิดสุญญากาศ มันคืออะไรและร้ายแค่ไหน?

‘ระเบิดสุญญากาศ’ อาวุธสุดโหดของรัสเซียคืออะไรและร้ายแค่ไหน?

Reuters ระบุว่ากลุ่มสิทธิมนุษยชนและเอกอัครราชทูตยูเครนประจำสหรัฐกล่าวว่ารัสเซียโจมตียูเครนด้วยระเบิดลูกปรายและระเบิดสุญญากาศ ซึ่งเป็นอาวุธที่ถูกประณามจากบรรดาองค์กรระหว่างประเทศ

องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) และฮิวแมนไรต์วอตช์ (HRW) ระบุว่ากองกำลังของรัสเซียดูเหมือนว่าจะมีการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ต้องห้าม รวมถึงมีการโจมตีโรงเรียนซึ่งมีพลเมืองเข้าไปหลบภัยอยู่ภายใน

แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ออคซานา มาคาโรวา เอกอัครราชทูตยูเครนประจำสหรัฐอเมริกากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่ารัสเซียได้ใช้อาวุธเทอร์โมบาริก หรือที่เรียกว่าระเบิดสุญญากาศในการรุกรานยูเครน พร้อมระบุว่า “รัสเซียพยายามสร้างหายนะครั้งใหญ่ให้กับยูเครน”

ด้านเจน ซากิ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่าหากเป็นเช่นนั้นจริงก็อาจถือว่ารัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามได้เลย

ล่าสุด รัสเซียได้ปฏิเสธว่าไม่มีการใช้ระเบิดลูกปรายและระเบิดสุญญากาศแต่อย่างใด

ระเบิดสุญญากาศคืออะไร?

ระเบิดสุญญากาศ (vacuum bombs) หรืออาวุธเทอร์โมบาริก (thermobaric weapon) ซึ่งจะดูดออกซิเจนจากอากาศโดยรอบเข้าไปเพื่อสร้างการระเบิดที่มีอุณหภูมิสูง ทำให้แรงอัดอากาศและคลื่นระเบิดที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงอย่างมาก จนสามารถเผาร่างมนุษย์ให้หายไปในพริบตา

Independent อ้างคำพูดของบรรดาผู้เชี่ยวชาญซึ่งกล่าวว่าปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนอาจกลายเป็นความสยดสยอง หากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ใช้อาวุธเทอร์โมบาริกที่ถูกขนานนามว่าเป็น “อาวุธมหาประลัย” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่านี่คืออาวุธสงครามที่โหดเหี้ยมที่สุดถ้าไม่นับอาวุธนิวเคลียร์

ระเบิดสุญญากาศเต็มไปด้วยเชื้อเพลิง ส่วนผสมของสารเคมี ซึ่งเมื่อเกิดระเบิดขึ้นจะเกิดคลื่นระเบิดที่มีความเร็วเหนือเสียงซึ่งสามารถทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าทั้งอาคาร และมนุษย์ โดยทั่วไปแล้วจะเกิดคลื่นการระเบิดที่มีระยะเวลายาวนานกว่าระเบิดทั่วไปมาก และแผ่ออกไปเป็นวงกว้างกว่าระเบิดทั่วไปเช่นกัน

ทั้งนี้ กองกำลังรัสเซียไปเริ่มปฏิบัติการทางทหารโดยการใช้ขีปนาวุธและปืนใหญ่โจมตีเมืองต่างๆ ของยูเครน รวมถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเคียฟ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่นานาประเทศกำลังเฝ้าดูเหตุการณ์ด้วยความกังวลใจ

ขณะที่ปูตินเตือนให้กองทัพยูเครนวางอาวุธ หากทำตามก็สามารถออกจากพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารและกลับบ้านไปหาครอบครัวได้อย่างอิสระ แต่หากใครที่พยายามจะต่อต้านและสร้างภัยคุกคามต่อรัสเซีย “ขอให้รู้ไว้เลยว่ารัสเซียพร้อมที่จะตอบโต้ทันที อย่างที่พวกคุณไม่เคยเจอมาก่อน”

ภาพ: การซ้อมรบร่วมของกองทัพรัสเซียและเบลารุส โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซีย / AFP เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2022

รัสเซียแห่ถือคริปโต Bitcoin มูลค่าตลาดพุ่งแซงเงินรูเบิล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676940

วันที่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 11:01 น.รัสเซียแห่ถือคริปโต Bitcoin มูลค่าตลาดพุ่งแซงเงินรูเบิล

ชาวรัสเซีย-ยูเครนหันเทรดคริปโตมากขึ้น หวั่นความมั่นคงสกุลเงินของประเทศ

เว็บไซต์ Cointelegraph รายงานโดยอ้างข้อมูลจากธนาคารกลางรัสเซียระบุว่ามูลค่าตลาด (Market Cap) ของรูเบิลรัสเซียอยู่ที่ 65.3 ล้านล้านรูเบิล หรือประมาณ 629,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ท่ามกลางการถูกคว่ำบาตรจากนานาประเทศหลังรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน

ทำให้สกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin มีมูลค่าตลาดแซงหน้าเงินรูเบิลไปแล้ว หลังจากที่ราคา Bitcoin พุ่งเกือบ 6% ทะลุระดับ 41,000 เหรียญสหรัฐเมื่อวันจันทร์ (28 ก.พ.) ที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 780,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยวันนี้ (1 มี.ค.) ราคา Bitcoin ยังคงเพิ่มสูงขึ้นทะลุระดับ 43,000 เหรียญสหรัฐ

รายงานระบุว่าการแซงครั้งนี้น่าจะเกิดจากการที่รูเบิลรัสเซียกำลังอยู่ในภาวะเงินเฟ้อ ท่ามกลางการคว่ำบาตรที่บังคับใช้โดยสหรัฐอเมริกาและพันธมิตร เพื่อตอบโต้การที่รัสเซียรุกรานยูเครน

Reuters รายงานว่าธนาคารกลางได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลักจาก 9.5% เป็น 20% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศแผนการที่จะตัดธนาคารรัสเซียออกจากระบบการชำระเงิน SWIFT

ในทางกลับกันดูเหมือนว่าประชาชนจำนวนมากทั้งในรัสเซียและยูเครนหันมาซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีในกระดานเทรดมากขึ้น อาจเป็นเพราะความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของสกุลเงินของประเทศ และยังมีการใช้คริปโตเคอร์เรนซีเป็นเครื่องมือในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนยูเครนด้วย

Cointelegraph รายงานเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันเดียวกับที่รัสเซียประกาศเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน พบว่า Kuna บริษัทซื้อขายคริปโตในยูเครนมีปริมาณการซื้อขายรวมประมาณ 4.4 ล้านเหรียญสหรัฐภายใน 24 ชั่วโมง 

ก่อนหน้านี้ยังมีรายงานว่าปริมาณการซื้อขายคริปโตในสกุลเงินรูเบิลเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน หลังชาติตะวันตกคว่ำบาตรรัสเซีย ขณะที่ปริมาณการถือครอง Bitcoin ในรัสเซียและยูเครนเพิ่มขึ้นสู่จุดสูงสุด 

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ไบเดนเปิดเกมรุก เชิญผู้นำอาเซียนประชุมที่วอชิงตัน มี.ค. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676895

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 22:43 น.ไบเดนเปิดเกมรุก เชิญผู้นำอาเซียนประชุมที่วอชิงตัน มี.ค. นี้

ไบเดนเตรียมเป็นเจ้าภาพประชุมร่วมอาเซียนเดือนหน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่าจะต้องจัดการกับ “แนวรบ” ทั้งสองด้านทั้งในยุโรปและเอเชีย

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทำเนียบขาวประกาศว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ จะเป็นเจ้าภาพในการประชุมสุดยอดพิเศษของสหรัฐอเมริกาและผู้นำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในวันที่ 28-29 มีนาคมในกรุงวอชิงตัน

การประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐในการกระชับความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความสำคัญต่อความพยายามที่จะต่อต้านอำนาจที่กำลังเติบโตของจีน ซึ่งการประชุมได้รับการวางแผนไว้เมื่อต้นปีนี้ แต่กำหนดการล่าช้าเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับโควิด-19

เจน ซากิ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่าการประชุมสุดยอดของสมาคมผู้นำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จะเป็นการฉลองครบรอบ 45 ปีของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และอาเซียน

โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสหรัฐในการทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ เพื่อเสริมสร้างอาเซียนที่มีอำนาจและเป็นปึกแผ่น เพื่อจัดการกับความท้าทายต่างๆ

ในวันเดียวกันนั้น เคิร์ท แคมป์เบลล์ (Kurt Campbell) ผู้ประสานงานทำเนียบขาวของทำเนียบขาวด้านภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก กล่าวกับรอยเตอร์ว่าขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่สหรัฐอเมริกาต้องรักษาการมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งกับแนวรบ (Theater) สองแห่งพร้อมกัน (คาดว่าหมายถึงภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและยุโรป) และกล่าวว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ สหรัฐฯ จะมุ่งมั่นเพื่อสานต่อการมีส่วนร่วมระดับสูงกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก รวมถึงการเดินทางของประธานาธิบดี

แคมป์เบลล์กล่าวว่าประธานาธิบดีสหรัฐจะเดินทางไปมีส่วนร่วมกับการรวมตัวของสถาบันที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนในปีนี้

ทั้งนี้ ในการเยือนมาเลเซียในเดือนธ.ค. ปีที่แล้ว แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน “มีความสำคัญต่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก”

พร้อมกล่าวว่าการประชุมสุดยอดนี้คาดว่าจะหารือเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ที่เกิดจากการปฏิวัติทางทหารในเมียนมาเมื่อปีที่แล้ว และประเด็นต่างๆ เช่น การฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลงทุนและโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งนี้ ไบเดนเข้าร่วมประชุมสุดยอดเสมือนจริงกับอาเซียนในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่สหรัฐมีส่วนร่วมประชุมกับอาเซียน

โดยไบเดนให้คำมั่นที่จะยืนหยัดร่วมกับอาเซียนในการปกป้องเสรีภาพในทะเลและประชาธิปไตย  และกล่าวว่าสหรัฐจะเริ่มเจรจาเกี่ยวกับการพัฒนากรอบเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

ซึ่งบางคนมองว่าความร่วมมือของสหรัฐในเอเชียขาดไปตั้งแต่สมัยรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งลาออกจากข้อตกลงการค้าระดับภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไบเดนประกาศยุทธศาสตร์ 12 หน้าสำหรับอินโดแปซิฟิกเมื่อต้นเดือนก.พ.  โดยให้คำมั่นว่าจะมอบทรัพยากรทางการทูตและความมั่นคงให้มากขึ้นในภูมิภาค เพื่อตอบโต้กับความพยายามของจีนในการสร้างอิทธิพลในภูมิภาค

Photo by SAUL LOEB / AFP

พิษสงครามยูเครน-รัสเซีย กระทบการเงินโลก-ไทยป่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676887

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 20:16 น.

จับตาผลกระทบจากระเบิดนิวเคลียร์ทางการเงินของประเทศมหาอำนาจชาติตะวันตกที่ถล่มใส่รัสเซียนในเวลานี้ หวังเล่นงานเศรษฐกิจรัสเซียให้ย่อยยับ แต่เอาเข้าจริงไม่ใช่รัสเซียประเทศเดียวที่บาดเจ็บจากหมากเกมในครั้งนี้ หลายประเทศทั่วโลกย่อมเจ็บไม่แพ้กันจากรังสีนิวเคลียร์ทางการเงินจะแผ่ปกคลุมไปทั่วโลก

สิงคโปร์ลุยเดี่ยวชาติอาเซียนคว่ำบาตรรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676883

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 19:21 น.สิงคโปร์ลุยเดี่ยวชาติอาเซียนคว่ำบาตรรัสเซีย

สิงคโปร์เตรียมคว่ำบาตรรัสเซีย ชาติแรกของอาเซียน อีกด้านเตือนส่งผลเสียต่อประเทศ

วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์เปิดเผยว่าจะแสดงจุดยืนร่วมกับประเทศอื่นๆ ในการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียเพื่อตอบโต้การกระทำที่เขากล่าวว่าเป็น “การรุกรานที่ไร้เหตุผลและละเมิดบรรทัดฐานระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง” ซึ่งเป็นชาติแรกในอาเซียนที่เคลื่อนไหวในลักษณะนี้

“เราจะควบคุมการส่งออกสินค้าที่สามารถใช้เป็นอาวุธเพื่อทำอันตรายหรือเพื่อปราบปรามชาวยูเครน นอกจากนี้เราจะปิดกั้นธนาคารและธุรกรรมทางการเงินของรัสเซียบางแห่ง” บาลากริชนันกล่าว พร้อมเสริมว่ามาตรการคว่ำบาตรอาจต้องแลกกับบางอย่างซึ่งประชาชนต้องเตรียมพร้อมกับผลที่จะตามมา โดยมาตรการต่างๆ อยู่ระหว่างการดำเนินการและจะประกาศในไม่ช้า

ขณะที่บิลาฮารี เคาซิกัน อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่านี่เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสิงคโปร์ ครั้งเดียวที่เขาเคยเห็นคือเมื่อครั้งที่สิงคโปร์คว่ำบาตรหลังการรุกรานกัมพูชาของเวียดนามในปี 1978 หรือ 44 ปีที่แล้ว พร้อมเตือนว่าหากสิงคโปร์คว่ำบาตรรัสเซียจะส่งผลเสียต่อธุรกิจของประเทศ

Photo by Kena Betancur/Pool via REUTERS/File Photo

Spetsnaz หน่วยสงครามพิเศษสุดโหดของรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676866

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 18:30 น.Spetsnaz หน่วยสงครามพิเศษสุดโหดของรัสเซีย

กองกำลังพิเศษของรัสเซีย หรือสเปซนาซ (Spetsnaz) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด

• คลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นกองกำลังยูเครนเผชิญหน้ากับกองกำลังพิเศษของรัสเซียในเมืองคาร์กิว เมืองใหญ่อันดับสองของยูเครน ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยราว 1.4 ล้านคน ขณะที่สื่อต่างประเทศกำลังพูดถึงความน่ากลัวของกองกำลังพิเศษของรัสเซีย

• กองกำลังพิเศษของรัสเซีย หรือสเปซนาซ (Spetsnaz) ซึ่งมีตั้งแต่กองกำลังทหาร กองเรือ พลร่ม หน่วยข่าวกรอง ไปจนถึงหน่วยลอบสังหาร และก่อวินาศกรรม เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะหัวหอกในการโจมตีของรัสเซียที่น่าสะพรึงกลัว

• หน่วยสเปซนาซทางการทหารปฏิบัติการไม่ว่าจะเป็นการแทรกซึมเข้าไปสอดแนมหาข่าวกรองทางทหาร หรือ ทำการก่อวินาศกรรมภายนอกประเทศ ทั้งในยามสงบ และในยามสงครามซึ่งมียุทธวิธีในการรบที่เน้นในการรบนอกแบบ หรือ สงครามกองโจรเป็นหลัก

• นอกจากนี้ยังมีหน่วยสเปซนาซที่ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงภายใน หรือภัยก่อการร้าย, ภัยจากการจับเป็นตัวประกัน และภัยจากอาชญากรรมต่างๆ รวมทั้งการควบคุมฝูงชน และการปราบปรามจลาจล ตลอดจนหน่วยสเปซนาซที่มีหน้าที่เฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษ เช่น การรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของประธานาธิบดี และคณะรัฐมนตรี ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานของรัฐระดับสูง

• หากจะเล่าถึงความโหดของสเปซนาซ ภารกิจที่รู้จักกันดีคือในช่วงสงครามอัฟกานิสถานปี 1979-1987 รวมถึงการโค่นล้มและสังหารประธานาธิบดีฮาฟิซูลเลาะห์ อามิน ของอัฟกานิสถานและลูกชายของเขา ตลอดจนบอดี้การ์ดส่วนตัวอีกกว่า 300 คน ภายในเวลา 40 นาที

• ปฏิบัติการดังกล่าวมีชื่อว่าสตอร์ม-333 (Storm-333) ซึ่งสเปซนาซได้บุกโจมตีพระราชวังทาจเบก (Tajbeg) ในกรุงคาบูล ของอัฟกานิสถาน ที่มีป้อมปราการหนาแน่น ปฏิบัติการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่โซเวียตประมาณ 660 คน ซึ่งแต่งกายด้วยเครื่องแบบอัฟกัน เจ้าหน้าที่ KGB และ GRU จำนวน 50 คนจาก Alpha Group และ Zenith Group โดยกองกำลังโซเวียตเข้ายึดครองอาคารรัฐบาล กองทัพ และสื่อสำคัญๆ ในกรุงคาบูล รวมถึงเป้าหมายหลักของพวกเขา นั่นคือพระราชวังทาจเบก

• สเปซนาซยังมีส่วนร่วมในการแทรกแซงยูเครนในภารกิจผนวกไครเมียของรัสเซียในปี 2014 โดยกองสเปซนาซที่ 22 ถูกส่งเข้าไปปลอมตัวเป็นพลเรือน

• รายงานล่าสุดอ้างว่าสเปซนาซมีทหารอย่างน้อย 5,000 นาย ตามรายงานของศูนย์การศึกษาความมั่นคงแห่งยุโรป (European Center for Security Studies) กล่าวว่า “สเปซนาซไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือในการสู้รบ แต่ยังเป็นอาวุธของสงครามการเมือง ข่าวกรอง และการโฆษณาชวนเชื่อ”

• ความโหดของสเปซนาซถึงขนาดที่พูดกันว่า “ถ้าเราเป็นตัวประกัน ให้จับปืนสู้ผู้ก่อการร้าย ยังมีโอกาสรอดมากกว่ารอให้สเปซนาซมาช่วย” เพราะในปฏิบัติการช่วยตัวประกัน 850 คนในโรงละครมอสโก จากกลุ่มติดอาวุธเชเชนที่เรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลังออกจากเชชเนีย และยุติสงครามเชชเนียครั้งที่สอง สเปซนาซคร่าชีวิตตัวประกันไปประมาณ 130 คน จนมีคนพูดกันว่าสเปซนาซไม่สนตัวประกัน สนแต่การถล่มศัตรูเท่านั้น

• ภารกิจล่าสุดของสเปซนาซคือการรุกรานยูเครน รวมถึงการเข้าสู่กรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศเพื่อตามล่าประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน และครอบครัวของเขา

Photo by REUTERS/Baz Ratner

จะเกิดอะไรขึ้นหากรัสเซียบุกเคียฟ นี่คือคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญการรบในเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676844

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 15:48 น.จะเกิดอะไรขึ้นหากรัสเซียบุกเคียฟ นี่คือคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญการรบในเมือง

ในขณะที่การรบในเมืองหลวงและเมืองใหญ่ใกล้จะเกิดขึ้น ผู้เชี่ยวชาญการทำสงครามในเขตเมืองเผยแทคติกการรบในกรุงเคียฟ มันจะลากยาวหรือไม่?

• จอห์น สเปนเซอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำสงครามในเขตเมือง จากสถาบันสงครามสมัยใหม่ (Modern War Institute) อธิบายผ่านทางทวิตเตอร์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากกองกำลังรัสเซียเข้ายึดกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน พร้อมแนะนำวิธีการเอาตัวรอดและปกป้องเมืองจากการทำสงครามในเขตเมือง

• สเปนเซอร์ระบุว่าเป้าหมายของรัสเซียคือการเคลื่อนพลให้เร็วที่สุดเพื่อปิดล้อมกรุงเคียฟ ดังนั้นยูเครนต้องสร้างสิ่งกีดขวาง ปิดกั้นถนนสายหลักหรือสะพานที่รู้ว่ายานพาหนะของรัสเซียกำลังจะเข้าถึง โดยบล็อกด้วยสิ่งที่ใหญ่ที่สุด หนักที่สุด และแข็งแกร่งที่สุด อย่างรถเมล์ รถบรรทุก รถพ่วง รถยนต์ หรือหินขนาดใหญ่

• “ถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนเคียฟให้เป็นป้อมปราการ ทุกซอก ทุกซอย ทุกอาคาร จะต้องยากต่อการเคลื่อนย้ายกำลังพลของรัสเซีย” สเปนเซอร์กล่าว

• สเปนเซอร์ชี้ว่าในการทำสงครามในเขตเมืองโดยทั่วไปแล้วเจ้าของเมืองจะได้เปรียบ เนื่องจากในเมืองเต็มไปด้วยอาคารสิ่งก่อสร้างซึ่งยากต่อการรุกราน ทำให้การบุกโจมตีทำได้ยากขึ้น นอกจากนี้เจ้าของเมืองจะสามารถมองเห็นผู้บุกรุกได้ง่ายเนื่องจากผู้บุกรุกมีที่กำบังที่จำกัด โดยการทำสงครามในเมืองนั้น อาคารจะทำหน้าที่เป็นบังเกอร์ และใต้ดินคือแหล่งลี้ภัย

• สเปนเซอร์กล่าวว่าสิ่งที่ทำงานได้ดีในการหยุดรถหุ้มเกราะ และกองกำลังทหารคือ “ลวดหนาม” ซึ่งผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งก็ได้โพสต์ภาพยืนยันว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ

• สเปนเซอร์แนะนำให้ชาวเมืองเคียฟสร้างสิ่งกีดขวางบนท้องถนน โดยใช้รถยนต์ รถโดยสาร รถบรรทุก ไม้ คอนกรีต ถังขยะ หรืออะไรก็ได้มาปิดกั้นถนนในเมือง โดยวางสิ่งกีดขวางเป็นรูปตัว S เพื่อให้การเคลื่อนที่ของทหารรัสเซียทำได้ช้าลง

• พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการโจมตีทหารรัสเซียในขณะที่ยืนอยู่ในที่โล่ง แต่ให้โจมตีจากทางหน้าต่าง หลังรถ หรือมุมตึก โดยระบุว่าตลอดประวัติศาสตร์ของการทำสงครามในเมือง พลซุ่มยิง หรือ sniper จะได้เปรียบที่สุด

Photo by Aris Messinis / AFP

คลิปเหตุการณ์ชายชาวยูเครนใช้มือต้านรถถังรัสเซีย-คุกเข่าขวาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676830

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 14:15 น.คลิปเหตุการณ์ชายชาวยูเครนใช้มือต้านรถถังรัสเซีย-คุกเข่าขวาง

วิดีโอนี้ถ่ายทำนอกเมืองมักคมัช (Bakhmach) ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเคียฟและชายแดนรัสเซีย

คลิปเริ่มต้นด้วยชายคนหนึ่งยืนต้านรถถังแล้วเหยียดแขนออกไปพยายามเมหือนตะต้านไม่ให้รถถังเคลื่อนต่อไปข้างหน้า  จากนั้นชายคนนั้นก็คุกเข่าลงบนพื้นและอยู่ที่นั่นสองสามวินาทีจนกระทั่งมีคนจำนวนมากเข้าหาเขาจากทิศทางต่างๆ 

จากนั้นบุคคลหนึ่งก็พาเขาออกไปจากเส้นทางของรถถัง มีผู้คนจำนวนหนึ่งร้องตะโกนและโบกมือใส่กองทหารรัสเซีย ในขณะที่คนอื่นๆ ถ่ายทำเหตุการณ์นี้ผ่านโทรศัพท์ของพวกเขา

แห่บริจาคคริปโตช่วยกองทัพยูเครน ยอดทะลุ 200 ล้านบาทในวันเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676824

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 13:01 น.แห่บริจาคคริปโตช่วยกองทัพยูเครน ยอดทะลุ 200 ล้านบาทในวันเดียว

รัฐบาลยูเครนระดมทุนได้กว่า 200 ล้านบาทในชั่วข้ามคืน หลังเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยกองทัพ

รอยเตอร์สอ้างบทวิเคราะห์ของ Elliptic ผู้ให้บริการวิเคราะห์บล็อกเชนระบุว่ารัฐบาลยูเครนระดมสกุลเงินดิจิทัลได้เกือบ 8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 200 ล้านบาท หลังเปิดรับบริจาคเงินดิจิทัลรวมถึง Bitcoin และ Ethereum เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

มิไคโล เฟโดรอฟ (Mykhailo Fedorov) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลของยูเครนได้ทวีตที่อยู่กระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อรับบริจาคเงินดิจิทัลสำหรับผู้ที่ต้องการให้การสนับสนุนยูเครนท่ามกลางการรุกรานจากรัสเซีย

ในช่วงคืนวานนี้ (27 ก.พ.) Elliptic ระบุว่าที่อยู่กระเป๋าเงินดังกล่าวได้รับบริจาคคริปโตมูลค่า 7.9 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการบริจาคเกือบ 11,500 ครั้ง

เงินบริจาคดังกล่าวมีขึ้นขณะที่รัสเซียเคลื่อนกำลังพลเข้าสู่เมืองคาร์คิฟ เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของยูเครนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และมีการวางระเบิดสร้างความเสียหายให้กับโรงงานน้ำมันและก๊าซในขณะที่การสู้รบยืดเยื้อมาถึงวันที่ 4 ซึ่งนับว่าเป็นการจู่โจมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

บีบีซีระบุว่ากระทรวงดิจิทัลของยูเครนกล่าวว่าเงินบริจาคดังกล่าวจะนำไปใช้เพื่อ “ช่วยกองทัพยูเครน” แต่ไม่ได้อธิบายอย่างละเอียดว่าจะนำเงินไปใช้อย่างไร

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่าการบริจาคเงินดิจิทัลให้แก่กลุ่ม NGO และกลุ่มแฮ็กเกอร์ในยูเครนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน นับตั้งแต่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารเมื่อวันที่ 24 ก.พ. โดยเงินบริจาคบางส่วนได้นำไปจัดหายุทโธปกรณ์ให้แก่กองกำลังของรัฐบาล

ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ได้รับบริจาคเงินดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่เดือนม.ค. เนื่องจากรัสเซียระดมกำลังทหารจำนวนมากเข้าประชิดชายแดนยูเครนก่อนที่จะเริ่มเปิดปฏิบัติการทางทหาร

Photo by Sergey BOBOK / AFP