สวรรค์ของโลกคริปโต นักเทรดแห่ย้ายไปโปรตุเกส เพื่อภาษี 0%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675019

วันที่ 07 ก.พ. 2565 เวลา 17:30 น.สวรรค์ของโลกคริปโต นักเทรดแห่ย้ายไปโปรตุเกส เพื่อภาษี 0%

นักเทรดจำนวนไม่น้อยเลือกอพยพไปยังโปรตุเกส “สวรรค์แห่งคริปโต” ของยุโรป เพราะไม่ต้องเสียภาษี

“คุณไม่ต้องจ่ายภาษีจากกำไรที่ได้หรืออะไรเลยในการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี” ดีดี ไทฮัทตู (Didi Taihuttu) นักลงทุนคริปโตชื่อดังกล่าวเมื่อเขาและครอบครัวตัดสินใจที่จะตั้งถิ่นฐานที่โปรตุเกส หลังเดินทางไปทั่วโลกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาและใช้เวลาใน 40 ประเทศ เขาพบว่าโปรตุเกสคือจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดใจเกินกว่าจะเพิกเฉย

ดีดี พร้อมภรรยาและลูกๆ 3 คน กำลังวางรากฐานในโปรตุเกสซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “สวรรค์แห่งคริปโต” ในยุโรป เพราะมีการเก็บภาษีคริปโตเป็น 0%

“นี่เป็นสวรรค์ของ Bitcoin ที่สวยงามมาก” ดีดีกล่าวกับ CNBC

ในปี 2017 ครอบครัวของเขาตัดสินใจขายทรัพย์สินทั้งหมด รวมถึงบ้าน 2,500 ตารางฟุต เพื่อแลกกับ Bitcoin เพราะเขาต้องการเงินที่กระจายอำนาจ

ย้อนกลับไปในตอนนั้นราคาของ Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 900 เหรียญสหรัฐเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 42,000 เหรียญสหรัฐ และเคยพุ่งถึงจุดสูงสุดเมื่อปีที่แล้วที่ 69,000 เหรียญสหรัฐมาแล้ว

ดีดีซ่อน hardware wallets ไว้ใน 4 ทวีป โดยไม่ได้เปิดเผยว่าพวกเขาถือ Bitcoin อยู่เท่าไร แต่ก็ต้องมากพอที่พวกเขาจะเดินทางไปทั่วโลก

ดังนั้น โปรตุเกสจึงเป็นสถานที่ที่ดึงดูดใจพวกเขาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในปี 2021 โปรตุเกสอยู่ในอันดับที่ 4 ของดัชนีสันติภาพโลก (Global Peace Index) และยังเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศที่ดีที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ ข้อมูลเมื่อปี 2021 พบว่าจำนวนชาวต่างชาติในโปรตุเกสเพิ่มขึ้นถึง 40% ในทศวรรษที่ผ่านมา

สวรรค์ของนักลงทุน

ต่างจากสหรัฐที่ถือว่าสกุลเงินดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ โดยมีการเก็บภาษีในลักษณะคล้ายกับหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์ แต่โปรตุเกสมองว่าสกุลเงินดิจิทัลเป็นรูปแบบหนึ่งของการชำระเงิน ดังนั้น กำไรจากการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลจะไม่ถูกหักภาษี รวมถึงการชำระเงินด้วยคริปโตหรือแลกเปลี่ยนคริปโตเป็นเงินสดก็ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

ทำให้โปรตุเกสเป็นสถานที่ที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนคริปโต

วูท ดีเลย์ (Wout Deley) จากเบลเยียมก็เป็นอีกคนหนึ่ง เขาเริ่มสนใจในคริปโตเคอร์เรนซีตั้งแต่ปี 2013 ก่อนที่จะตัดสินใจขายบ้านของเขาและนำเงินมาลงทุน และออกเดินทาง สุดท้ายก็จบลงที่โปรตุเกส

“คริปโตในเบลเยียมถูกเก็บภาษีมหาศาล ถ้ายังคงอยู่เบลเยียมผมต้องเสียภาษีเกือบ 40% แล้วผมมีกำไรเจ็ดหลัก” วูทกล่าว “คุณต้องการเพิ่มกำไรเป็น 2 เท่าไหม? ย้ายไปโปรตุเกสสิ”

เขายังบอกว่าโปรตุเกสเต็มไปด้วยชาวต่างชาติที่ย้ายเข้ามา เขารู้จักเศรษฐี Bitcoin อย่างน้อย 3 คนที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ กัน และยังมีคนรู้จักอีกเป็นสิบคน (ส่วนใหญ่มาจากสหราชอาณาจักร) ที่จะย้ายไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าด้วยเหตุผลเดียวกันคือ “ภาษีคริปโต”

ดีเลย์พูดภาษาโปรตุเกสไม่ได้ แต่เขาบอกว่านั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ และเขารายล้อมไปด้วยนักลงทุนคริปโตที่มีความคิดเหมือนกันมากมาย

“ทุกคนมีสกุลเงินดิจิทัลอยู่ที่นี่ ทุกคนรู้จัก Bitcoin และทุกคนมีมัน” ดีเลย์กล่าวกับ CNBC

ข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือบริษัทที่จดทะเบียนในโปรตุเกสที่ซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล ธุรกิจเหล่านี้อาจต้องเผชิญกับภาษีบางอย่างในบางกรณี

“หากคุณได้รับสกุลเงินดิจิทัลจากการให้บริการในโปรตุเกส คุณต้องเสียภาษี แต่ไม่ใช่กับครอบครัวของเรา สำหรับผมสกุลเงินดิจิทัลในโปรตุเกสคือภาษี 0%” ดีดีกล่าว

รวมถึงญาติๆ ของครอบครัวไทฮัทตูก็อาจตามมาโปรตุเกสด้วยเช่นกัน ซึ่งพี่น้องของดีดีกำลังขายบ้านของพวกเขาและนำเงินไปลงทุนใน Bitcoin

“เราทุกคนจะเดินทางไปด้วยกันเป็นครอบครัว Bitcoin ขนาดใหญ่ แน่นอนว่ามันเจ๋งมาก” ดีดีกล่าว

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

‘สัปดาห์นรก’ หน่วยซีล การฝึกที่อาจถึงตายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675014

วันที่ 07 ก.พ. 2565 เวลา 15:53 น.'สัปดาห์นรก' หน่วยซีล การฝึกที่อาจถึงตายได้

หลังจากมีข่าวทหารที่เข้าฝึกอบรมหน่วยรบพิเศษ ‘เนวีซีลสหรัฐ’ เสียชีวิตและต้องเข้าโรงพยาบาล มาดูกันว่า ‘สัปดาห์นรก’ ที่ร่ำลือกันมันโหดขนาดไหน

1. ทีมน้ำฟ้าฝั่งนาวีสหรัฐ (United States Navy’s Sea, Air and Land Teams) หรือมักเรียกสั้นๆ ว่า เนวีซีล (อังกฤษ: Navy SEALs) เป็นหน่วยรบพิเศษแห่งกองทัพเรือสหรัฐ และเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์บัญชาการสงครามพิเศษแห่งกองทัพเรือที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องปฏิบัติการทางทหารในสถานการณ์ที่คับขันและมีเป้าหมายระดับสูง

2. การฝึกเพื่อเป็น Navy SEAL นั้นเป็นไปโดยสมัครใจ ผู้สมัคร SEAL จะต้องเป็นพลเมืองสหรัฐฯ อายุระหว่าง 18 ถึง 29 ปีโดยประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯ ในบางครั้ง บุคลากรจากกองกำลังต่างประเทศที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกาได้รับเชิญมาร่วมการฝึกอบรมด้วย

3. การฝึกที่โรงเรียนหน่วยทำลายใต้น้ำและน้ำฟ้าฝั่งนาวี หรือ BUD/S โดยเกณฑ์การคัดเลือกขั้นต่ำคือผ่านการว่ายน้ำ 460 ม. ซิทอัพอย่างน้อย 50 ครั้งใน 2 นาที วิ่ง 2.4 กม. โดยสวมกางเกงทหารรองเท้าบูท (ตอนนี้เปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้นและรองเท้าผ้าใบ) ในเวลาน้อยกว่า 10:30 นาที เป็นต้น

4. แต่มันยังไม่จบแค่นั้น เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้ว การฝึกจะเริ่มที่โรงเรียนเตรียมการสงครามพิเศษทางเรือ ที่โรงเรียนฝึกอบรมทหารเรือเกรทเลคส์ รัฐอิลลินอยส์ ว่าที่สมาชิกหน่วยซีลจะต้องเริ่มด้วยการวิดพื้นอย่างน้อย 70 ครั้งใน 2 นาที วิ่ง 6.4 กม. ใน 31 นาที และว่ายน้ำ 1,000 เมตรโดยใช้ตีนกบเป็นเวลา 20 นาที

5. เฟสนี้จะมีระยะการฝึก 8 สัปดาห์ เป้าหมายคือเพื่อเพิ่มความพร้อมทางกายภาพของผู้สมัครหน่วยซีล เพื่อให้พวกเขาพร้อมที่จะก้าวไปสู่การฝึกอบรมหน่วยทำลายใต้น้ำและน้ำฟ้าฝั่งนาวี หรือ BUD/S ผู้ที่ไม่ผ่านการทดสอบรอบสุดท้ายจะถูกจำหน่ายออกจากการฝึกซีล และจะถูกส่งไปรับหน้าที่อื่นในกองทัพเรือ

6. ผู้ที่ผ่านขั้นนี้จะเข้าสู่ขั้น BUD/S เป็นเวลา 24 สัปดาห์ โดย 3 สัปดาห์แรกเป็นการฝึกเตรียมพร้อมและปฐมนิเทศน์ หลังจากนั้นจะตามด้วยการฝึกจริงที่แบ่งเป็น 3 เฟส เฟสละ 7 สัปดาห์ เฟสที่น่าสะพรึงที่สุดคือเฟสแรก คือการสร้างความพร้อมทางกายภาพด้วยการฝึกหนักสุดๆ เป็นเวลา 7 สัปดาห์แรกจนได้ชื่อว่า ‘สัปดาห์นรก’ หรือ Hell Week

7. พวกเขาต้องฝึกปรับสภาพร่างกายด้วยการวิ่ง ว่ายน้ำ ออกกำลังกายทุกวัน และยิ่งฝึกยากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ผู้สมัครยังแบ่งออกเป็น “ลูกเรือ” ซึ่งประกอบด้วยกลุ่ม 6 – 7 คนช่วยกันพายเรือยางขนาดเล็กที่เรียกว่า IBS และต้องพายเรือออกจากฝั่ง ผ่านแนวคลื่น และพายกลับมาอีกครั้ง และยังต้องวิ่ง 6.4 กม. วิ่งข้ามเครื่องกีดขวาง ว่ายน้ำในทะเลไกลกว่า 3.2 กม. โดยใส่ตีนกบ และเรียนรู้การควบคุมเรือขนาดเล็ก

8. ผู้สมัครที่ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การวิ่งและว่ายน้ำจะถูกตัดออกจากการฝึก ซึ่งช่วง 3 สัปดาห์แรกของการปรับสภาพขั้นพื้นฐานเพื่อเตรียมผู้สมัครสำหรับสัปดาห์ที่ 4 นี่เองที่หนักสุด จนเรียกว่า “สัปดาห์นรก” ในช่วงสัปดาห์นรก ผู้สมัครจะเข้าร่วมการฝึกอบรมต่อเนื่อง 5 วันครึ่ง

7. ผู้สมัครแต่ละคนมีเวลานอนไม่เกิน 4 ชั่วโมงตลอดทั้งสัปดาห์ ต้องวิ่งมากกว่า 320 กม. และฝึกร่างกายมากกว่า 20 ชั่วโมงต่อวัน แต่ผู้สมัครจะไม่ได้ถูกจำกัดอาหารและยังสามารถรับประทานอาหารเช้า กลางวัน และเย็นได้ และหากผ่านไปได้เวลาที่เหลือ 3 สัปดาห์จะเป็นการเน้นการฝึกสำรวจร่องน้ำและแผนที่ใต้น้ำ พร้อมๆ กับการวิ่งและว่ายน้ำจับเวลาต่อไป

8. นอกจากการฝึกระดับเบสิกพวกนี้แล้ว ยังมีการฝึก “ทรมาน” เช่น การให้นอนริมชายหาดที่ระดับน้ำ 6 นิ้วเป็นแถวให้คลื่นซัด หรือที่เรียกว่า Surf torture ไม่ใช่แค่น้ำที่ซัดเข้าใบหน้าจนเหมือนจะจมน้ำแล้วยังต้องทนกับอุณหภูมิที่หนาวเย็นของน้ำด้วย

9. เนื่องจากข้อกำหนดที่ท้าทายเป็นพิเศษ ผู้สมัครจำนวนมากจึงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าพวกเขาเหมาะกับหน่วยซีลหรือไม่ จึงมีผู้ตัดสินใจเลือกลาออกเป็นจำนวนมากในช่วงเวลานี้ อย่างน้อย 50% ถึง 60% จะไม่ผ่านการฝึกในช่วง “สัปดาห์นรก” และยังการฝึกแบกท่อนซุงเป็นทีม รวมถึงการฝึก Drownproofing หรือการเอาตัวรอดในน้ำ ผู้สมัครจะถูกมัดมือไพล่หลังและเท้า และต้องพยายามลอยตัวไม่ให้จม

10. ทว่า นอกจากจะตัดสินใจออกไปเองแล้ว บางคนยังต้องออกจากการฝึกไปแบบไม่มีชีวิตด้วย เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2022 กองทัพเรือสหรัฐเปิดเผยว่า มีผู้สมัครหน่วยซีล 1 รายเสียชีวิตและอีก 1 รายต้องเข้าโรงพยาบาลหลังจากล้มเจ็บเมื่อผ่านการฝึก “สัปดาห์นรก” ไปแล้ว โดยทั้งคู่ไม่ได้ประสบกับอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ และยังไม่เปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต

11. เหตุการณ์ผู้สมัครหน่วยซีลที่เสียชีวิตก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2016 ขณะที่บุคคลดังกล่าวฝึกลอยตัวบนผิวน้ำพร้อมแต่งเครื่องแบบครบชุดในสระว่ายน้ำ โดยครูฝึกกดให้เขาจมน้ำอย่างน้อย 2 คร้ง จนกระทั่งเขาหมดสติและเสียชีวิต ในตอนแรสำนักงานนิติเวชแซน ดิเอโกระบุว่าเป็นการฆาตกรรม แต่ต่อมาพบว่าเขามีหัวใจโต ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตกระทันหัน ส่วนกองทัพเรือสหรัฐประกาศว่าจะไม่ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง

12. ทั้งนี้ หากฝ่ายสัปดาห์นรกไปได้ ก็จะเข้าสู่การฝึกเฟสที่ 2 คือการฝึกการต่อสู้ใต้น้ำ เมื่อสิ้นสุดระยะที่สอง ผู้สมัครจะต้องว่ายน้ำตามกำหนดเวลา 3.2 กม. โดยใช้ตีนกบในเวลา 80 นาที วิ่ง 6.4 กม. พร้อมรองเท้าบูทในเวลา 31 นาที เป็นต้น ส่วนเฟสที่ 3 เป็นการฝึกการทำสงครามภาคพื้น การใช้อาวุธ การทำลายเป้าหมาย เป็นต้น ช่วงสุดท้ายเป็นการซ้อมรบจริงเพื่อทบทวนทักษะที่เรียนรู้มา ซึ่งมีความกดดันและหนักหน่วงมาก

13. หลังจากผ่านจุดนี้ไปได้ ผู้สมัครจะฝึกการกระโดดร่ม 3 สัปดาห์ และตามด้วยการฝึกประเมินหน่วยซีล (SQT) เป็นเวลา 26 สัปดาห์ คราวนี้คือการเรียนทักษะการรบพิเศษจริงๆ ทั้งการรบแบบประชิดตัว การทำลายเป้าหมาย และยุทธวิธีการรบขนาดเล็ก เมื่อผ่านจุดนี้ก็ถือเป็นหน่วยซีลเต็มตัว ได้รับสัญลักษณ์หน่วย SEAL Trident และถูกบรรจุที่หน่วยซีลทีม เพื่อรับการฝึกขั้นสูงหรือถูกส่งไปในปฏิบัติการพื้นที่จริงต่อไป

ภาพประกอบข่าวไม่ใช่การฝึกหน่วยซีล เป็นปฏิบัติการของกองทัพเรือสหรัฐฯ Photo by DVIDS / AFP

ลือ! Apple เตรียมเปิดตัว iPhone ราคาประหยัดรองรับ 5G

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674996

วันที่ 07 ก.พ. 2565 เวลา 14:03 น.ลือ! Apple เตรียมเปิดตัว iPhone ราคาประหยัดรองรับ 5G

Apple อาจเปิดตัว iPhone SE และ iPad รุ่นใหม่เดือนหน้า

Bloomberg รายงานว่าในวันที่ 8 มี.ค. ที่จะถึงนี้ บริษัท Apple Inc. ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีตั้งเป้าที่จะเปิดตัว iPhone SE และ iPad รุ่นใหม่ที่รองรับการใช้งาน 5G

ถือเป็นการอัปเกรดครั้งแรกในรอบ 2 ปี สำหรับ iPhone SE หลังจากที่เปิดตัวรุ่นล่าสุดในเดือเม.ย. 2020 ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความสามารถในการใช้งาน 5G แล้ว รายงานระบุว่าจะมีการปรับปรุงกล้อง และโปรเซสเซอร์ที่เร็วขึ้น ส่วนดีไซน์นั้นคาดว่าจะคล้ายกับรุ่นปัจจุบัน

สำหรับ iPad รุ่นใหม่จะเป็น iPad Air 5 ซึ่งมีโปรเซสเซอร์ที่เร็วขึ้นและรองรับการใช้งาน 5G เช่นกัน ส่วนดีไซน์ก็คาดว่าจะไม่แตกต่างจาก iPad Air 5 ที่เปิดตัวเมื่อเดือนก.ย. 2022

นอกจากนี้คาดว่าอาจมีการเปิดตัว Mac รุ่นใหม่พร้อมชิปเซ็ต Apple Silicon ซึ่งนับว่าเป็นงานใหญ่ครั้งแรกของ Apple นับตั้งแต่เปิดตัว Macbook Pro รุ่นล่าสุดเมื่อเดือนต.ค.

แหล่งข่าวยังเผยว่าบริษัทกำลังวางแผนที่จะปล่อย iOS 15.4 ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมี.ค. ซึ่งจะเพิ่มการรองรับ Face ID สำหรับผู้ที่สวมหน้ากากอนามัย ทำให้การปลดล็อกอุปกรณ์สามารถทำได้สะดวกขึ้นในช่วงโควิด-19 นอกจากนี้ยังมีอิโมจิใหม่ และ Universal Control ด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น รายงานยังระบุว่า Apple วางแผนที่จะเพิ่มบริการใหม่ๆ เช่น ปรับปรุงให้ iPhone เป็นเครื่องรับชำระบัตรเครดิต เพียงแค่แตะบัตรที่หลังเครื่อง และชุดหูฟังใหม่ซึ่งมีแนวโน้มจะออกในปี 2023

อย่างไรก็ตาม แผนของบริษัทอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากความล่าช้าในการผลิตหรือการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ด้านโฆษก Apple ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนดังกล่าว

Photo by Apple Inc. Courtesy Apple Inc/Handout via REUTERS

แคนาดาวุ่น! ม็อบรถบรรทุกต้านวัคซีนยึดเมืองหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674990

วันที่ 07 ก.พ. 2565 เวลา 12:00 น.แคนาดาวุ่น! ม็อบรถบรรทุกต้านวัคซีนยึดเมืองหลวง

เมืองหลวงแคนาดาประกาศภาวะฉุกเฉิน นายกเทศมนตรียอมรับม็อบต้านวัคซีน ‘อยู่เหนือการควบคุม’

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่นชาวแคนาดาจำนวนมากยังคงปักหลักในเมืองออตตาวา เมืองหลวงของประเทศ เพื่อประท้วงวัคซีน และมาตรการด้านสาธารณสุขของรัฐบาล ซึ่งทำให้การจราจรในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเป็นอัมพาตอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 10

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่าชาวแคนาดาหลายพันคนเดินออกมาเดินขบวนบนท้องถนน นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยรถบรรทุก รถแทรกเตอร์ และรถยนต์จำนวนมาก เพื่อประท้วงข้อจำกัดด้านโควิด-19 ของประเทศ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการควบคุมโรค รวมถึงการล็อกดาวน์ ข้อจำกัดสำหรับธุรกิจและการชุมนุม ตลอดจนกฎการฉีดวัคซีนและสวมหน้ากากอนามัย

ตามรายงานของรอยเตอร์สระบุว่ากลุ่มผู้ประท้วงเรียกตัวเองว่ากลุ่ม “Freedom Convoy” หรือขบวนการเสรีภาพ ซึ่งรวมตัวเพื่อต่อต้านมาตรการด้านสาธารณสุขของรัฐบาลที่กำหนดให้คนคนขับรถบรรทุกข้ามพรมแดนต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ขณะที่ผู้ชุมนุมบางคนกล่าวว่าพวกเขาต้องการยุบรัฐบาลแคนาดา

แม้ว่าการชุมนุมประท้วงส่วนใหญ่จะไม่มีการใช้ความรุนแรง แต่ผู้ชุมนุมส่งเสียงดังและโกลาหล ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้อยู่อาศัยในเมือง พวกเขากล่าวว่ารู้สึกเหมือนถูกผู้ประท้วงจับเป็นตัวประกัน

ด้านจิม วัตสัน นายกเทศมนตรีออตตาวา กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้อยู่เหนือการควบคุมแล้ว เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงมีจำนวนมากกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐบาล

ปีเตอร์ สโลลี เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองออตตาวา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องการกำลังเสริม เนื่องจากขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอที่จะควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด นายกเทศมนตรีออตตาวาประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อตอบโต้การประท้วงที่ยืดเยื้อ และเกรงว่าจะส่งผลต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของเมือง

นอกจากนี้ ยังมีชาวแคนาดาที่รวมตัวกันชุมนุมประท้วงในอีกหลายเมือง อาทิ แวนคูเวอร์ โตรอนโต และควิเบก

Photo by Lars Hagberg / AFP

เกาหลีเหนือปล้นคริปโตหลายล้านเหรียญเพื่อพัฒนาขีปนาวุธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674982

วันที่ 07 ก.พ. 2565 เวลา 10:56 น.เกาหลีเหนือปล้นคริปโตหลายล้านเหรียญเพื่อพัฒนาขีปนาวุธ

UN เผยแฮกเกอร์เกาหลีเหนือขโมยสกุลเงินดิจิทัลหลายล้านเหรียญสหรัฐเพื่อเป็นทุนพัฒนาขีปนาวุธ

สำนักข่าวบีบีซีอ้างรายงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่าระหว่างปี 2020 ถึงช่วงกลางปี 2021 ผู้โจมตีทางไซเบอร์จากเกาหลีเหนือได้ทำการขโมยสกุลเงินดิจิทัลมูลค่ามากกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้เป็นทุนสนับสนุนโครงการขีปนาวุธของประเทศ

รายงานระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็น “แหล่งรายได้ที่สำคัญ” สำหรับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของรัฐบาลเกาหลีเหนือ โดยมุ่งเป้าไปที่การแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลอย่างน้อย 3 แห่งในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย

รายงานยังอ้างถึงผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนที่แล้วโดยบริษัท Chainalysis ซึ่งระบุว่าการโจมตีทางไซเบอร์ของเกาหลีเหนืออาจทำเงินได้มากกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว

โดยในปี 2019 สหประชาชาติรายงานว่าเกาหลีเหนือได้สะสมเงินประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับโครงการขีปนาวุธของตน โดยใช้การโจมตีทางไซเบอร์ที่ซับซ้อน

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือถูกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติสั่งห้ามไม่ให้ทำการทดสอบนิวเคลียร์และยิงขีปนาวุธ อย่างไรก็ตามรายงานของสหประชาชาติระบุว่าเกาหลีเหนือยังคงสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ได้ นอกจากนี้ยังแสวงหาวัสดุ เทคโนโลยี และองค์ความรู้ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

สหรัฐกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าเกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบขีปนาวุธถึง 9 ครั้งในเดือนที่แล้วเพียงเดือนเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถด้านการพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีเหนือที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

Photo by Jung Yeon-je / AFP

สหรัฐปั่นไม่หยุด ทำเนียบขาวชี้รัสเซียจะบุกวันไหนก็ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674978

วันที่ 07 ก.พ. 2565 เวลา 09:53 น.สหรัฐปั่นไม่หยุด ทำเนียบขาวชี้รัสเซียจะบุกวันไหนก็ได้

ทำเนียบขาวชี้ รัสเซียโจมตียูเครน ‘วันไหนก็ได้’ แต่การเจรจาต่อรองยังคงเป็นทางเลือก

เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐว่า รัสเซียอาจบุกยูเครนภายในไม่กี่วันหรือหลายสัปดาห์ แต่ก็ยังสามารถเลือกเส้นทางทางการทูตได้ 

“เราอยู่ในสถานะหมิ่นเหม่ วันไหนก็ได้ที่รัสเซียสามารถดำเนินการทางทหารกับยูเครน หรืออาจใช้เวลาสองสามสัปดาห์ต่อจากนี้ หรือรัสเซียอาจเลือกใช้เส้นทางทางการทูตแทน” ซัลลิแวนบอกกับรายการ “Fox News Sunday” 

ซัลลิแวนแสดงความคิดเห็นในการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์หลังจากที่เจ้าหน้าที่สหรัฐสองคนในวันเสาร์กล่าวว่ารัสเซียซึ่งยึดไครเมียจากยูเครนในปี 2014 มีอำนาจการรบ 70%  เชื่อว่าจำเป็นต้องมีการบุกรุกเต็มรูปแบบของยูเครน

ในขณะที่รัสเซียมีกองกำลังทหารมากกว่า 100,000 นายอยู่ใกล้ชายแดน แต่รัฐบาลรัสเซียกล่าวว่าไม่ได้วางแผนที่จะบุกรุก แต่สามารถดำเนินการทางทหารที่ไม่ระบุรายละเอียดได้หากไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องด้านความมั่นคง

ซึ่งรวมถึงคำมั่นสัญญาที่ว่า NATO จะไม่ยอมรับยูเครนเป็นสมาชิก แต่เป็นข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ และพันธมิตรด้านความมั่นคงของตะวันตก 30 ชาติที่บอกว่าไม่อาจยอมรับได้

การกระทำของรัสเซียที่อาจจะเป็นไปได้อาจรวมถึงการผนวกดินแดนดอนบัสของยูเครน ซึ่งกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียได้แยกพื้นที่นี้จากการควบคุมของรัฐบาลยูเครนในปี 2014 หรืออาจเป็นการโจมตีทางอินเทอร์เน็ตหรือการบุกรุกเต็มรูปแบบของยูเครน ซัลลิแวนกล่าวเสริมว่ารัสเซียสามารถดำเนินการได้ทันทีในวันจันทร์นี้ (7 กุมภาพันธ์) แต่ก็อาจเป็นสัปดาห์ๆ หลังจากนี้ก็ได้

“เราเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่ชัดเจนมากที่วลาดิมีร์ ปูตินจะสั่งโจมตียูเครน” ซัลลิแวนบอกกับโปรแกรม “This Week” ของสถานีโทรทัศน์ ABC

“มัน (การโจมตี) อาจจะมีหลายรูปแบบ อาจเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้หรืออาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ เขาได้วางตัวเองให้อยู่ในตำแหน่งที่มีกำลังทหารเพื่อให้สามารถดำเนินการเชิงรุกต่อยูเครนได้ทุกเมื่อในขณะนี้” ซัลลิแวนกล่าวเสริม โดยอ้างถึงประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน

รัฐบาลสหรัฐระบุชัดเจนว่าจะไม่ส่งทหารสหรัฐฯ ไปปกป้องยูเครน ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกของ NATO

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐได้มอบอาวุธให้กับรัฐบาลยูเครน และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกล่าวว่าจะส่งกองกำลังพิเศษเกือบ 3,000 นายไปยังโปแลนด์และโรมาเนีย เพื่อปกป้องยุโรปตะวันออกจากวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น

รอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวกล่าวว่าพบเครื่องบินที่บรรทุกทหารสหรัฐลงจอดในโปแลนด์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  เมื่อวันพุธ กระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า ทหารราว 1,700 คน ส่วนใหญ่มาจากกองบินที่ 82 จะส่งกำลังจากฟอร์ตแบรกก์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ไปยังโปแลนด์

Photo by Sergei Supinsky / AFP

เมื่อสหรัฐรบกับปูติน แต่เรียกร้องเอาจากสีจิ้นผิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674957

วันที่ 06 ก.พ. 2565 เวลา 18:29 น.เมื่อสหรัฐรบกับปูติน แต่เรียกร้องเอาจากสีจิ้นผิง

บทความทัศนะ – ขณะที่สหรัฐก็กระตุ้นการเผชิญกับจีนไม่หยุดหย่อน รวมถึงพันธมิตรของสหรัฐที่หวาดหวั่นสงครามในยูเครน ก็ยั่วยุจีนเช่นกัน แต่ตอนนี้กลับมาเรียกร้องจากผู้นำจีนให้ “แทรกแซง” ปูติน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ (หรือ 4 กุมภาพันธ์ตามเวลาไทย) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เตือนรัสเซียว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีนจะไม่ช่วยชดเชยผลที่ตามมาหากรัสเซียรุกรานยูเครน และมีการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

แม้จีนจะไมใได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย สหรัฐก็ยังขู่ไปถึงจีนด้วยว่า บริษัทจีนก็จะต้องเผชิญกับผลที่ตามมาหากพวกเขาพยายามหลบเลี่ยงการมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

ขณะที่ขู่ด้วยไม้แข็ง สหรัฐก็พยายามไม้นวม (ที่ซ่อนไม้แข็งเอาไว้อีกที) เพื่อกระทุ้งจีนไปเรื่อยๆ

แดเนียล คริสเตบริงก์ (Daniel Kritenbrink) นักการทูตระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แผนกเอเชียตะวันออกกล่าวว่า การประชุมระหว่างประธานาธิบดีสีจิ้นผิงและประธานาธิบดีรัสเซียวลาดิมีร์ ปูตินในกรุงปักกิ่งน่าจะเป็นโอกาสสำหรับจีนที่จะสนับสนุนรัสเซียให้ลดความตึงเครียดกับยูเครน

เขาชี้ว่า การใช้วิถีทางการทูตเป็นสิ่งที่โลกคาดหวังจาก “มหาอำนาจต่างๆ ที่มีส่วนรับผิดชอบ” ซึ่งเป็นการเรียกร้องไปถึงจีนด้วยในฐานะ “มหาอำนาจ”

แต่การเรียกร้องจากสหรัฐนี้สวนทางกับการกระทำของสหรัฐเอง ที่ทั้งข่มขู่และคุกคามจีน ในส่วนของกรณียูเครน สหรัฐใช้การข่มขู่ด้วยการส่งทหารเข้าไปในโปแลนด์เพื่อเตรียมรับการบุกยูเครนของรัสเซีย แม้จะเดินสายเจรจากับรัสเซียแต่ก็คุยไม่ได้ผลเอาเลย

นี่แสดงว่า “กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐล้มเหลวทางการทูต” แต่กลับจะมาเรียกร้องแนวทางการทูตจากประเทศที่ตัวเองก่อกวนไม่หยุดหย่อนอย่างจีน

ดังจะเห็นได้ว่า แม้สหรัฐจะ “เรียกร้องจากจีน” แต่คริสเตนบริงก์ก็ยังแขวะจีนกับรัสเซียเสียอีก โดยกล่าวว่าการประชุมและแถลงการณ์ร่วมที่ตามมาสะท้อนถึงแนวทางที่จีนและรัสเซียใช้มาระยะหนึ่งแล้ว “นั่นคือการขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น”

จะไม่ให้ขยับเข้ากันได้อย่างไรในเมื่อทั้งสองประเทศถูกบีบให้หัวเดียวกระเทียมลีบ?

แล้วคริสเตบริงก์ก็เรียกร้องเอาทื่อๆ ว่า “การประชุมควรเปิดโอกาสให้จีนสนับสนุนรัสเซียให้ดำเนินการทางการทูตและการลดระดับความรุนแรงในยูเครน”

และบอกว่า “หากรัสเซียรุกรานยูเครนต่อไปและจีนมองไปทางอื่น แสดงว่าจีนเต็มใจที่จะเมินเฉยหรือสนับสนุนความพยายามของรัสเซียที่จะบีบบังคับยูเครนโดยปริยาย แม้ว่าจะสร้างความอับอายให้กับปักกิ่ง ทำอันตรายต่อความมั่นคงของยุโรป และเสี่ยงต่อสันติภาพทั่วโลกและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ”

เราจะเห็นได้ว่าจากคำพูดของนักการทูตระดับสูงของสหรัฐระคายหูจีนเอามากๆ เท่ากับกล่าวโทษว่าถ้าสีจิ้นผิงไม่โน้มน้าวปูตินให้ยับยั้งการบุกยูเครน ก็ “แสดงว่าจีนเต็มใจ” หรือกระทั่ง “สนับสนุน”

มันเป็นการทั้งเรียกร้องแกมบีบบังคับ และคาดโทษจีนไว้แล้วว่าต้องรู้เห็นเป็นใจแน่นอน

ขอให้ดูการกระทำแบบนี้ สมควรจะเรียกว่าเป็นวิถีทางการทูตหรือไม่? ไม่เลย มันฟังเหมือนทหารที่กำลังต่อรองกันที่แนวหน้าก่อนการรบจริงมากกว่า การต่อรองแบบนี้สักแต่ว่าทำ เพราะอย่างไรเสียอีกฝ่ายหมายหัวจีนไว้แล้ว

ที่จริงสหรัฐก็ควรจะรู้ด้วยซ้ำกับการใช้คำว่าหากรัสเซียบุกยูเครนจะ “สร้างความอับอายให้กับปักกิ่ง” เพราะมีข่าวแพลมออกมาก่อนหน้านี้จากแหล่งข่าวทางการจีนว่า จีนขอร้องให้รัสเซียอย่าบุกยูเครนในช่วงที่จัดป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาว เพราะจะเป็นการแย่งซีนกันมากเกินไป

ทางการจีนปฏิเสธเรื่องนี้ ปูตินยืนยันด้วยการบินมาร่วมงานพิธีเปิดโอลิมปิกด้วยตัวเองและหารือกับสีจิ้นผิงด้วย

ดังนั้นที่สหรัฐว่าจีน “เมินเฉย” ต่อท่าทีจะบุกยูเครนของรัสเซียนั้น จึงเป็นการใส่สีตีไข่ เพราะรู้ว่าจีนต้องไม่เฉยแน่นอน และได้ทำอะไรบางอย่างไปแล้ว จึงมีข่าวหลุดออกมา

การพูดแบบนี้ของสหรัฐเท่ากับจะลากจีนมารับผิดชอบให้ได้หากปูตินบุกยูเครน ตรองกันดูเถอะว่ามันเป็นการกระที่ “เป็นสุภาพบุรุษ” หรือเปล่า?

ความตึงเครียดที่ยูเครนมีสาเหตุที่ยังสรุปไม่ได้ รัสเซียว่าเพราะชาติตะวันตกแหกสัญญาด้วยการจะดึงยูเครนเข้ากลุ่มนาโต ซึ่งรัสเซียบอกแล้วบอกอีกว่าอย่าทำเช่นนั้น เพราะเท่ากับทำให้ยูเครนเป็นฐานทัพของนาโตเพื่อจ่อคอหอยรัสเวีย

ขณะที่ชาติตะวันตกก็โวยว่าเพราะรัสเซียสั่งสมกำลังทหารประชิดยุโรปตะวันออกมากเกินไป ซึ่งเรื่องนี้ทั้งนาโตและสหรัฐเองก็ทำ หรือว่ารัสเซียทำบ้างไม่ได้?

ขณะที่เรารับข่าวจากสื่ออเมริกันหรือยุโรป เราจะเห็นแต่ข่าวความกระหายสงครามของปูติน แต่ถ้าติดตามข่าวจากรัสเซียเราจะพบว่ารัสเซียเองที่โต้สหรัฐนั่นแหละที่ปั่นเรื่องสงคราม และบอกว่าสหรัฐคือพวก Scaremongering หรือ พวกที่ปั่นหัวให้คนกลัว

กับจีนนั้น เราจะเห็นปัญหาคล้ายๆ กัน กรณีทะเลจีนใต้นั้นจีนอ้างสิทธิ์ตามเกาะต่างๆ ก็ไม่ได้ห้ามการแล่นเรือในน่านน้ำสากลแถบนั้น จะมีก็แต่บางประเทศที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกรณีพิพาททะเลจีนใต้ มักจะส่งเรือรบและเรือบินไปป้วนเปี้ยนใกล้ฐานที่มั่นของจีนมาโดยตลอด

กับไต้หวัน แม้จีนจะส่งเครื่องบินไปในน่านฟ้าไต้หวัน แต่รัฐบาลไต้หวันเองก็ใช่ย่อย แทนที่จะรักษาสถานะเเดิมทางการเมือง แต่ดันหาเรื่องจะทำตัวเป็นเอกราชไม่หยุดหย่อน รู้ทั้งรู้ว่าทำแบบนั้น เป็นการ “หาเรื่องตาย” แต่ก็ยังหาทำเพราะรู้ว่าสหรัฐจะหนุนหลัง และสหรัฐ “ชอบ” เพราะมันมีเหตุให้ขยี้จีนได้ โดยหาว่าจีน “รังแกไต้หวัน”

การเมืองโลกนั้นมี “ความจริง” ซ่อนไว้หลายชั้น ใครตามไม่ทันก็โดนเขาหลอกเอาง่ายๆ

บทความทัศนะโดย ไทยแลเทศ

Photo by Alexei Druzhinin / Sputnik / AFP

เจ้าหน้าที่สหรัฐเผย รัสเซียเตรียมบุกยูเครนเต็มรูปแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674949

วันที่ 06 ก.พ. 2565 เวลา 15:00 น.เจ้าหน้าที่สหรัฐเผย รัสเซียเตรียมบุกยูเครนเต็มรูปแบบ

รัสเซียได้เร่งเตรียมการสำหรับการรุกรานยูเครนอย่างเต็มกำลัง แต่ยังไม่ชัดเจนนักว่ารัฐบาลรัสเซียได้ตัดสินใจใช้ขั้นตอนดังกล่าวหรือไม่ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวอ้างการประเมินข่าวกรอง

รัสเซียได้รวบรวมทหาร 110,000 นายตามแนวชายแดนกับยูเครน แต่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ไม่ได้ฟันธงว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้ตัดสินใจที่จะบุกเข้าไปจริงหรือไม่ ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ซึ่งกล่าวสรุปให้กับสภาคองเกรสและพันธมิตรยุโรป

เจ้าหน้าที่เตือนสภาคองเกรสว่ากองกำลังรัสเซียที่รวมตัวกันที่ชายแดนกำลังเติบโตในอัตราที่จะทำให้ปูตินมีกำลังมากพอหากต้องการการบุกรุกเต็มรูปแบบ คือทหารประมาณ 150,000 นาย ภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์

พวกเขากล่าวว่าปูตินต้องการทางเลือกที่เป็นไปได้ทั้งหมด: ตั้งแต่การรบอย่างจำกัดในภูมิภาคดอนบัสของยูเครนที่มีกลุ่มสนับสนุนรัสเซียไปจนถึงการบุกรุกเต็มรูปแบบ แต่ที่ผ่านมารัสเซียปฏิเสธว่ากำลังวางแผนที่จะบุกยูเครน

เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวหากรัสเซียเลือกโจมตีเต็มรูปแบบ กองกำลังที่บุกรุกอาจเข้ายึดเมืองหลวงเคียฟและโค่นล้มประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี้ได้ภายในเวลา 48 ชั่วโมง 

พวกเขาคาดว่าการโจมตีดังกล่าวจะทำให้พลเรือนเสียชีวิต 25,000 ถึง 50,000 คน พร้อมด้วยทหารยูเครน 5,000 ถึง 25,000 นาย และชาวรัสเซีย 3,000 ถึง 10,000 นาย

เจ้าหน้าที่กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ยังสามารถก่อให้เกิดคลื่นผู้ลี้ภัยได้ตั้งแต่ 1 – 5 ล้านคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะทะลักเข้าไปโปแลนด์ 

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ตัดสินใจส่งกองกำลังอเมริกันไปยังโปแลนด์เพื่อปกป้องสมาชิกนาโต โดยกองทหารสหรัฐชุดแรกมาถึงเมื่อวันเสาร์ ขณะที่นักการทูตทำงานอย่างดุเดือดเพื่อพยายามเกลี้ยกล่อมรัสเซียให้ถอนทหารกลับจากพรมแดนติดกับยูเครน

รัสเซียยังได้ประกาศสิ่งที่เรียกว่าการซ้อมรบร่วมทางทหารกับเบลารุส ซึ่งได้ส่งกองพันหลายกองพันไปทางเหนือของเคียฟ และในภูมิภาคเบรสต์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชายแดนโปแลนด์

หน่วยข่าวกรองสหรัฐสรุปว่ารัสเซียยังคงรวบรวมกำลังทหารหลักที่ชายแดนติดกับยูเครน

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน กองพันทหารรัสเซียทั้งหมด 60 กองประจำการตั้งอยู่ทางเหนือ ตะวันออก และใต้ของยูเครน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งรัสเซียเข้ายึดครองภายหลังการรุกรานในปี 2014

แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีกองพัน 80 กองพันและอีก 14 กองพันกำลังเดินทางจากที่อื่นในรัสเซีย เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าว

พวกเขาเสริมว่า ทหารกองกำลังพิเศษรัสเซียประมาณ 1,500 นายที่รู้จักกันในชื่อ “สเปตนาซ” มาถึงตามแนวชายแดนยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

กองกำลังนาวิกโยธินรัสเซียรายใหญ่ประจำตำแหน่งในทะเลดำ พร้อมด้วยเรือสะเทินน้ำสะเทินบก 5 ลำ ที่สามารถใช้ส่งกองกำลังทหารบนชายฝั่งทางตอนใต้ของยูเครน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุ

พวกเขาเสริมว่ามีการสังเกตพบยานสะเทินน้ำสะเทินบกอีก 6 ลำออกจากทะเลแบเรนท์สทางตอนเหนือของรัสเซีย แล่นผ่านสหราชอาณาจักรและผ่านช่องแคบยิบรอลตาร์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ากำลังเดินทางไปยังทะเลดำ

ในการประจำการอื่นๆ รัสเซียได้วางเครื่องบินรบไว้ใกล้กับยูเครน เช่นเดียวกับเครื่องบินทิ้งระเบิด ขีปนาวุธ และแบตเตอรี่ต่อต้านอากาศยาน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าว

เมื่อวันพฤหัสบดี สหรัฐฯ ระบุว่ามีหลักฐานว่ารัสเซียกำลังเตรียมวิดีโอที่แสดงภาพการโจมตีที่แสร้งว่าเป็นการกระทำของฝ่ายยูเครน ซึ่งจะใช้เป็นข้ออ้างสำหรับการโจมตีของรัสเซียต่อยูเครนอย่างแท้จริง

ภาพประกอบ – ทหารเข้าร่วมการฝึกปฏิบัติทางยุทธวิธีและพิเศษร่วมกันของกระทรวงกิจการภายในของยูเครน หน่วยยามรักษาการณ์แห่งชาติของยูเครน และกระทรวงเหตุฉุกเฉินของยูเครน ในเมืองปรีเปียต ใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 (ภาพโดย Sergei SUPINSKY / AFP) 

Bedroom renovation program in China benefits disadvantaged children

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40012030


Painting the walls, refurbishing dark bedrooms, and providing new furniture — a home renovation program in China is assisting children from low-income families to live a better life.

Bedroom renovation program in China benefits disadvantaged children

CHANGSHA, Feb. 6 (Xinhua) — Last summer, a painting made by nine-year-old Lele (pseudonym) drew the attention of Chen Yi, a volunteer for the housing renovation program in Liling City, central China’s Hunan Province.

A clean desk, a bright lamp, and a large bed are depicted in the painting. “This is my ideal room,” Lele told Chen while pointing to his picture.

Chen and his teammates then visited Lele’s home and discovered that he lived in an old, 50-square-meter house with his parents and two grandmothers. Most of his family members suffer from illnesses and rely on his father, who picks up odd jobs to support the entire family.

“Our first thought at that time was that we must help Lele by creating a good environment for him to live and study,” said Chen.

So the local committee of the Communist Youth League of China (CYLC) decided to help Lele through the renovation program. Following a discussion with Lele’s family, a group of merchants and volunteers teamed up to improve the boy’s bedroom.

After decorating the room, installing doors and windows, and laying down floor coverings, Lele moved into his new bedroom before the start of the Chinese Lunar New Year this month. He said he was thrilled to finally have his own space.

“My favourite part after the makeover is the closet,” said Lele. It was not convenient for him to play at home before, but now he can hide in the closet and play hide-and-seek with his father.

“It always takes him a long time to find me!” Lele said with a smile.

Fourteen-year-old Mei (pseudonym) has been living with her grandparents since her parents died. The introverted girl always keeps her head down and does not talk much.

Local volunteers learned of her predicament a few years ago and, have since, provided her with financial assistance and care.

“The volunteer uncles and aunts often came to see me. Once, they asked me if I wanted a new room.” Mei recounted that because her room was dark and wet, she rarely stayed in it and always slept with her grandmother.

At the end of 2021, Mei’s room was included in the renovation project.

Bedroom renovation program in China benefits disadvantaged children

“Before the project was implemented, the volunteers talked to me many times for my opinions,” said Mei.

“While the room was being restored, I couldn’t wait to visit each day after school. I was extremely eager about how it would turn out,” Mei said.

“Providing a clean, comfortable bedroom can significantly improve children’s health and well-being, as well as provide a significant boost to the family,” said Hu Xiaoqing, the secretary of the Liling Municipal Committee of the CYLC.

In 2021, the CYLC committees at all levels in Hunan raised some 16 million yuan (about 2.5 million U.S. dollars) of funds and materials, which were used to renovate 579 rooms for disadvantaged children.

For 14-year-old Yue (pseudonym) from Zhuzhou city in Hunan, the remodelling for her bedroom planted a seed in her heart and allowed her hopes for the future to flourish.

The death of Yue’s father and the illness of her mother dealt her a terrible blow. She was gloomy and once felt that she had slipped into a bog of misfortune that she could not escape.

“Sometimes, I even felt the goal of getting into senior high school was unreachable,” Yue said.

However, thanks to the program, Yue now enjoys a clean, welcoming area at home. She uses her new bedroom not only as a place to study and read but also as a studio to practice painting — her favourite hobby.

“I felt as if someone had assisted me in transforming the agony I endured into sweetness,” said Yue.

She then recalled the night she moved into the bedroom for the first time. “I was so delighted that I couldn’t sleep,” she said of the outpouring of compassion she received from strangers.

“I want to work harder to live up to the expectations of those who helped me,” Yue added.

by Xinhua writers Zhang Ge, Liu Fangzhou

Published : February 07, 2022

Russia sets new record for daily COVID-19 cases

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40012004


The level of herd immunity in the country stood at 64.1 percent, the data showed.

Russia sets new record for daily COVID-19 cases

Russia confirmed 180,071 new COVID-19 cases in the past 24 hours, the highest daily rise to date, taking the nationwide tally to 12,810,118, the official monitoring and response center said Sunday.

The nationwide death toll increased by 661 to 335,414, while the number of recoveries increased by 59,583 to 10,569,271.

Meanwhile, Moscow, Russia’s worst-hit region, reported 18,856 new cases, taking its total to 2,495,891.

Around 85 million Russian citizens had received at least one dose of vaccines and over 80 million had been fully vaccinated, according to data released on Friday.

The level of herd immunity in the country stood at 64.1 percent, the data showed.

Published : February 07, 2022

By : Xinhua