ฉีด Sinovac กระตุ้นด้วย Pfizer ยังเอา Omicron ไม่อยู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672012

วันที่ 01 ม.ค. 2565 เวลา 09:05 น.ฉีด Sinovac กระตุ้นด้วย Pfizer ยังเอา Omicron ไม่อยู่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานวัคซีนโควิด-19 สองโดสของ Sinovac ตามด้วยการฉีดบูสเตอร์ด้วยวัคซีน Pfizer-BioNTech แสดงให้เห็นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่ต่ำลงเมื่อพบกับสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ตามการศึกษาของนักวิจัย

การศึกษานี้ซึ่งยังไม่ได้รับการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ดำเนินการโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเยล กระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐโดมินิกัน และสถาบันอื่นๆ

ตามการศึกษาพบว่าการใช้วัคซีนสองโดสของ Sinovac ร่วมกับการฉีดวัคว๊นของ Pfizer ทำให้เกิดการตอบสนองของแอนติบอดีคล้ายกับวัคซีน mRNA สองโดส ระดับแอนติบอดีที่ต้านโอมิครอนลดลง 6.3 เท่าเมื่อเทียบกับเชื้อรุ่นก่อนหน้าและต่ำกว่า 2.7 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับเดลตา

Akiko Iwasaki หนึ่งในผู้เขียนการศึกษากล่าวบน Twitter ว่าผู้รับวัคซีน CoronaVac ของบริษัท Sinovac อาจต้องการวัคซีนเสริมอีก 2 ครั้งเพื่อให้ได้ระดับการป้องกันที่จำเป็นสำหรับโอมิครอน

วัคซีน Sinovac จำนวน 2 โดสเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้เชื้อโอมิครอนเป็นกลาง (หรือหมดลงไป) หลังจากที่ตรวจพบได้จากการศึกษาที่วิเคราะห์ตัวอย่างพลาสมาจากผู้เข้าร่วม 101 คนในสาธารณรัฐโดมินิกัน

การศึกษาจากฮ่องกงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกล่าวว่าแม้แต่วัคซีน Sinovac จำนวน 3 โดสก็ไม่สามารถตอบสนองต่อแอนติบอดีที่เพียงพอต่อโอมิครอน และต้องได้รับการฉีดสนับสนุนโดยวัคซีน Pfizer-BioNTech เพื่อให้ได้ “ระดับการป้องกัน”

วัคซีน CoronaVac ของ Sinovac และวัคซีน BBIBP-CorV ของ Sinopharm ที่รัฐเป็นเจ้าของ เป็นวัคซีนสองชนิดที่ใช้กันมากที่สุดในประเทศจีน และยังเป็นวัคซีนโควิด-19 ชั้นนำที่ส่งออกโดยประเทศ ส่วนในฮ่องกงใช้วัคซีน Sinovac และ Pfizer-BioNTech

Photo by JAVIER TORRES / AFP

ราชวงศ์ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนรัชทายาทชาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671993

วันที่ 31 ธ.ค. 2564 เวลา 17:30 น.ราชวงศ์ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนรัชทายาทชายกฎมณเฑียรบาลที่กำหนดให้สืบทอดบัลลังก์ได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้นกำลังทำให้คนที่จะขึ้นเป็นรัชทายาทเหลือน้อยเต็มที

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ราชวงศ์ญี่ปุ่นกำลังเผชิญความเสี่ยงไร้ผู้สืบทอด เนื่องจากขาดแคลนรัชทายาทชาย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่าแนวทางที่คณะกรรมการของรัฐบาลเสนอมาก่อนหน้านี้ไม่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันของราชวงศ์ญี่ปุ่น

ด้วยความที่กฎมณเทียรบาลญี่ปุ่นกำหนดให้สมาชิกราชวงศ์ผู้ชายมีสิทธิขึ้นครองราชย์ได้เท่านั้น ทำให้เจ้าชายฮิซาฮิโตะได้ขึ้นครองตำแหน่งจักรพรรดิต่อจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระชนมพรรษา 61 พรรษา แทนเจ้าหญิงไอโกะที่เป็นพระราชธิดาพระองค์เดียว

แต่หากในอนาคตเจ้าชายฮิซาฮิโตะไม่มีพระโอรส ราชวงศ์ญี่ปุ่นที่มีอายุยาวนานกว่า 2,600 ปีขาดแคลนรัชทายาทเพื่อสืบสันตติวงศ์ นั่นยังหมายความว่า ภรรยาของเจ้าชายฮิซาฮิโตะต้องเผชิญกับแรงกดดันให้มีรัชทายาทชายเพื่อสืบทอดราชวงศ์ต่อไปด้วย

ขณะที่ผลการสำรวจความคิดเห็นพบว่า ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่สนับสนุนให้สมาชิกราชวงศ์หญิงรับตำแหน่งจักรพรรดินี ทว่าแรงกดดันจากนักการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมที่ให้ยึดมั่นในกฎที่มีมาช้านานทำให้การสืบทอดราชบัลลังก์โดยผู้หญิงเป็นไปได้ยาก

AFP รายงานว่า ทางการญี่ปุ่นพยายามระดมสมองเพื่อหาทางออกให้ปัญหานี้ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมการพิเศษได้ยื่นข้อเสนอแนะ 2 ข้อให้รัฐบาลญี่ปุ่น

ทางเลือกแรกคือ อนุญาตให้สมาชิกราชวงศ์ผู้หญิงคงฐานันดรและการปฏิบัติกรณียกิจไว้หลังจากเสกสมรสกับสามัญชน โดยปัจจุบันนี้สมาชิกราชวงศ์หญิงยังต้องออกจากราชวงศ์ อาทิ อดีตเจ้าหญิงมาโกะ โคมุโระ วัย 30 ปี พระธิดาองค์โตของเจ้าชายฟูมิฮิโตะ ที่สละฐานันดรหลังแต่งงานกับเพื่อนชายสามัญชนร่วมมหาวิทยาลัยเมื่อเดือน ต.ค.

ทางเลือกที่สองคือ อนุญาตให้ผู้ชายที่มีเชื้อสายอยู่ในตระกูลเก่า 11 ตระกูลของราชวงศ์ญี่ปุ่นที่ถูกยกเลิกไปในสมัยปฏิรูปหลังสงครามกลับเข้าร่วมราชวงศ์สายตรงอีกครั้งผ่านกระบวนการรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม

รายงานของคณะกรรมการพิเศษแนะนำว่า รัฐบาลควรรักษากฎมณเทียรบาลให้สมาชิกราชวงศ์ผู้ชายขึ้นครองราชย์ไว้จนกว่าเจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระชันษา 15 ปี พระราชนัดดาในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระภาติยะในสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ และรัชทายาทลำดับ 2 ของญี่ปุ่นจะขึ้นครองตำแหน่งจักรพรรดิ โดยมีเจ้าชายฟูมิฮิโตะ พระบิดาของเจ้าชายฮิซาฮิโตะ และพระอนุชาในสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะเป็นรัชทายาทลำดับ 1

อย่างไรก็ดี มาโกโตะ โอกาวะ ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชูโอในกรุงโตเกียวเผยกับ AFP ว่า แนวคิดดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของราชวงศ์ญี่ปุ่น หรือแนวคิดเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศ

“ผมคิดว่าชาวญี่ปุ่นกำลังสงสัยว่าทำไมเจ้าหญิงไอโกะถึงไม่ได้สืบราชบัลลังก์ต่อ” โอกาวะเผย และยังบอกอีกว่าแนวคิดที่ว่าญี่ปุ่นไม่ควรตัด “สายเลือดจักรพรรดิที่ไม่ขาดตอน” ของนักอนุรักษนิยมเป็นตรรกะที่บกพร่อง เนื่องจากเจ้าหญิงไอโกะเป็นทั้งทายาทสายตรงของสมเด็จพระจักรพรรดิและอายุมากกว่าเจ้าชายฮิซาฮิโตะ

ส่วน ฮิเดยะ คาวานิชิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นจากมหาวิทยาลัยนาโงยาเตือนว่า ข้อเสนอของคณะกรรมการไม่ได้แก้ที่ต้นตอของปัญหา

คาวานิชิมองว่า สมาชิกราชวงศ์หญิงบางคนที่เสกสมรสแล้วอาจไม่ต้องการอยู่ภายใต้กรอบที่เข้มงวด และการรับสมาชิกราชวงศ์เก่าซึ่งเติบโดตมาแบบสามัญชนทั่วไปเป็นบุตรบุญธรรมอาจยุ่งยากซับซ้อน

ทั้งนี้ ตลอดประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นมีจักรพรรดินีถึง 8 พระองค์ แม้ว่าการปกครองดังกล่าวจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยจักรพรรดินีองค์สุดท้ายคือ สมเด็จพระจักรพรรดินีโกะซากูรามาจิ ครองราชย์บัลลังก์เมื่อราว 250 ปีก่อน

Photo by Yuichi Yamazaki / POOL / AFP

Sinovac ยอดขายพุ่ง 160 เท่าครึ่งปีโกย 3.6 แสนล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671988

วันที่ 31 ธ.ค. 2564 เวลา 16:01 น.Sinovac ยอดขายพุ่ง 160 เท่าครึ่งปีโกย 3.6 แสนล้านยอดขายวัคซีนโควิดของ Sinovac ช่วงครึ่งแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 160 เท่า

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ยอดขายวัคซีนป้องกัน Covid-19 ของบริษัท Sinovac Biotech ของจีนในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 160 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน ทว่ารายได้ในอนาคตอาจลดลงเนื่องจากการแข่งขันจากวัคซีนเจ้าอื่น

ยอดขายของ Sinovac พุ่งขึ้นเป็น 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 366,190 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนทำได้ 67.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,253 ล้านบาท

Sinovac เผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้บริษัททำกำไรได้ 5,100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 169,626 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งแรกของปี 2020 บริษัทขาดทุน 12.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 419 ล้านบาท

แม้ว่าการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นทั่วโลกจะทำให้วัคซีนป้องกัน Covid-19 กลายเป็นแหล่งรายได้ต่อเนื่องของผู้ผลิตวัคซีนในอีกหลายปีข้างหน้า แต่ Sinovac ระบุว่า ผลประกอบการล่าสุดไม่ได้เป็นตัวชี้วัดแนวโน้มยอดขายในอนาคต เนื่องจากคาดว่ายอดขายของวัคซีน CoronaVac จะลดลงจากการแพร่ระบาดที่บรรเทาลงและความกดดันทางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากวัคซีนอื่น

Bloomberg รายงานว่า ยอดขายและกำไรที่เพิ่มขึ้นได้อานิสงส์มาจากการที่วัคซีนเชื้อตายเป็นตัวเลือกของทางการจีนและประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ แม้ว่าจะมีความกังขาเรื่องประสิทธิภาพก็ตาม

Sinovac เผยว่า ปีนี้บริษัทกระจายวัคซีนไปทั่วโลกกว่า 2,500 ล้านโดส

อย่างไรก็ดี บางประเทศที่ก่อนหน้านี้เคยพึ่งพาวัคซีนของจีนเป็นหลักพากันหันไปสั่งวัคซีนจากผู้ผลิตรายอื่น อาทิ Pfizer ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ท่ามกลางความกังวลว่าการปกป้องของวัคซีนจากจีนอาจไม่เพียงพอ

Bloomberg รายงานอีกว่า ผลประกอบการในอนาคตของ Sinovac อาจได้รับผลกระทบจากหลักฐานที่ว่าประสิทธิภาพของวัคซีนไม่สู้ดีเมื่อต้องเจอกับโอมิครอนที่กลายเป็นสายพันธุ์หลักในหลายประเทศ

ผลการวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้บ่งชี้ว่า วัคซีนเชื้อตายอาจสร้างแอนติบอดีไม่เพียงพอที่จะปกป้องผู้คนจากโอมิครอนที่ทั้งแพร่ระบาดได้ง่ายและหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน แม้จะฉีดเข็มกระตุ้นด้วยก็ตาม

Photo by Rami al SAYED / AFP

จีนสั่งห้ามนักฟุตบอลมีรอยสักเป็นตัวอย่างสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671984

วันที่ 31 ธ.ค. 2564 เวลา 14:40 น.จีนสั่งห้ามนักฟุตบอลมีรอยสักเป็นตัวอย่างสังคมทางการจีนสั่งนักฟุตบอลลบหรือปกปิดรอยสักเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคม

สำนักงานบริหารทั่วไปด้านการกีฬาของจีน (GAS) ระบุในแถลงการณ์ว่าด้วยข้อเสนอแนะเพื่อเสริมสร้างการบริหารจัดการนักฟุตบอลให้เข้มแข็งว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลของจีนจะต้องกำหนดข้อกำหนดทางด้านวินัยสำหรับนักฟุตบอลทีมชาติ โดยนักฟุตบอลทีมชาติทุกระดับจะต้องยึดถือปฎิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และแสดงถึงสปิริตในทางบวกของนักฟุตบอลจีน และประพฤติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม

จีเอเอสระบุว่า นักฟุตบอลทีมชาติชุดใหญ่และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี หรือ ยู23 ห้ามสักร่างกายเพิ่มอย่างเด็ดขาด ส่วนผู้ที่สักไปแล้วควรลบออก หรือหากมีกรณีพิเศษที่ตกลงกับทางทีมไว้ นักฟุตบอลจะต้องปกปิดรอยสักในระหว่างการฝึกซ้อมและระหว่างลงสนาม

จีเอเอสระบุอีกว่า สำหรับทีมนักเตะอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือ ยู20 ลงไปนั้น ห้ามนักฟุตบอลมีรอยสักอย่างเด็ดขาด

ขณะที่ทางทีมชาติจะต้องจัดกิจกรรมการศึกษาเรื่องอุดมการณ์และการเมืองเพื่อเสริมสร้างความรู้ในการรักชาติให้กับนักฟุตบอล

นักฟุตบอลชื่อดังของจีนหลายคนนิยมสักร่างกาย หนึ่งในนั้นคือ จางหลินเผิง โดยจางได้รับคำขอให้ปกปิดรอยสักในเวลาที่ลงเล่นให้กับทีมชาติและสโมสรกว่างโจว เอฟซี ในลีกอาชีพของจีนที่เขาสังกัดอยู่

REUTERS/Satish Kumar

สหรัฐติดเชื้อทุบสถิติวันเดียวพุ่งเกือบ 6 แสน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671980

วันที่ 31 ธ.ค. 2564 เวลา 13:14 น.สหรัฐติดเชื้อทุบสถิติวันเดียวพุ่งเกือบ 6 แสนผู้เชี่ยวชาญถึงกับเอ่ยว่าการระบาดของโอมิครอน “ไม่เหมือนสิ่งที่เราเคยเจอมาก่อน”

ข้อมูลของสำนักข่าว The New York Times ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันของสหรัฐทุบสถิติเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยวันพฤหัสบดี (30 ธ.ค.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 580,000 ราย จากวันก่อนหน้าที่พบ 488,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าของตัวเลขสูงสุดเมื่อฤดูหนาวปีที่แล้ว

ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่ระบาดได้ง่ายกำลังเพิ่มภาระให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ

เจมส์ ฟิลลิปส์ จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตันเผยกับ CNN ว่า “มันไม่เหมือนกับสิ่งที่เราเคยเจอมาก่อน แม้แต่ช่วงพีคของระลอกที่แล้ว สิ่งที่เรากำลังเจออยู่ตอนนี้คือแผนกฉุกเฉินที่ล้นหลาม”

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ชาวอเมริกันฉลองปีใหม่อย่างระมัดระวัง อาทิ โจนาธาน ไรเนอร์ ศาสตราจารย์ด้านอายุรกรรมและศัลยกรรมของมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตันเผยกับ CNN ว่า “เรากำลังอยู่ในช่วงวิกฤตสาธารณสุข…โอมิครอนแพร่ระบาดได้ง่ายมาก ถ้าหากคุณกำลังอยู่ท่ามกลางฝูงชนและยังไม่ได้ฉีดวัคซีน คุณเสี่ยงมากที่จะติดเชื้อ”

ไรเนอร์แนะนำอีกว่า การฉลองกลุ่มเล็กๆ ที่บ้านเพื่อนฝูงสามารถทำได้หากทุกคนฉีดวัคซีนแล้ว และฉีดเข็มกระตุ้นแล้ว และมีผลตรวจเป็นลบก่อนปาร์ตี้

Photo by Bryan R. Smith / AFP

ข่าวดี! แอฟริกาใต้เผยผ่านพ้นระลอก 4 จาก Omicron แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671960

วันที่ 31 ธ.ค. 2564 เวลา 10:30 น.ข่าวดี! แอฟริกาใต้เผยผ่านพ้นระลอก 4 จาก Omicron แล้วแอฟริกาใต้ผ่านพ้นจุดพีคของโอมิครอนแล้วโดยที่ตัวเลขเสียชีวิตไม่มาก

รัฐบาลแอฟริกาใต้ประกาศว่า ประเทศได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดของการแพร่ระบาดระลอกที่ 4 ซึ่งเกิดจากเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) เรียบร้อยแล้ว “ตัวชี้วัดทั้งหมดบ่งชี้ว่าประเทศผ่านพ้นจุดพีคของระลอกที่ 4 ในระดับประเทศแล้ว” แถลงการณ์จากการประชุมคณะรัฐมนตรีระบุ “แม้ว่าโอมิครอนจะแพร่ระบาดได้ง่าย แต่อัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลต่ำกว่าระลอกก่อนหน้า…วัคซีนยังเป็นอาวุธที่ดีที่สุดในการป้องกันอาการรุนแรง การเข้ารักษาในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตจาก Covid-19” 

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายสัปดาห์ลดลง 29.7% ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดในวันที่ 25 ธ.ค. โดยพบผู้ติดเชื้อ 89,781 ราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่พบ 127,753 ราย ขณะที่ตัวเลขผู้เข้ารักษาในโรงพยาบาลลดลงในทุกจังหวัดยกเว้นเพียงจังหวัดเวสเทิร์นเคปจังหวัดเดียว

ด้วยเหตุนี้รัฐบาลแอฟริกาใต้จึงยกเลิกคำสั่งเคอร์ฟิวตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตี 4 โดยมีผลทันที

อย่างไรก็ดี การรวมตัวกันยังจำกัดไม่เกิน 1,000 คนในตัวอาคาร และไม่เกิน 2,000 คนในสถานที่กลางแจ้ง รวมทั้งกำหนดให้สวมหน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะตามเดิม

REUTERS/Siphiwe Sibeko

สรุปอีกครั้ง Pfizer-Astra-Moderna เอา Omicron อยู่แค่ไหน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671933

วันที่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 18:00 น.สรุปอีกครั้ง Pfizer-Astra-Moderna เอา Omicron อยู่แค่ไหนรวมบทวิเคราะห์ประสิทธิภาพของวัคซีน Pfizer-Astra-Moderna และเข็มกระตุ้นว่าป้องกันโอมิครอนได้แค่ไหน

เว็บไซต์ The Independent ของอังกฤษรวบรวมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน Pfizer-BioNTech, AstraZeneca และ Moderna ทั้งแบบ 2 เข็มและเข็มกระตุ้นว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ได้มากน้อยเพียงใด

วัคซีนมีประสิทธิภาพต่อสายพันธุ์โอมิครอนหรือไม่

ข้อมูลล่าสุดจากการวิเคราะห์ของสำนักงานคามมั่นคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักร (UKHSA) บ่งชี้ว่า วัคซีน 2 เข็มไม่เพียงพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนแบบแสดงอาการ เนื่องจากมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อเทียบกับสายพันธุ์เดลตา

อย่างไรก็ดี ในกลุ่มผู้ที่ฉีดเข็มกระตุ้นพบว่าการปกป้องยังอยู่ที่ 70% ซึ่งเน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้เร็วที่สุด

ผลการวิจัยก่อนหน้านี้จากศูนย์วิจัยการติดเชื้อเยอรมันพบว่า ประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันจากวัคซีนของ Pfizer-BioNTech, AstraZeneca และ Moderna ต่อโอมิครอนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ทว่า วัคซีน 2 เข็มยังป้องกันอาการรุนแรงได้

อูช์ ชาฮิน (Ugur Sahin) ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท BioNTech ของเยอรมนีเผยว่า “วัคซีน 2 เข็มอาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันการติดเชื้อ เรารู้ว่าการฉีดวัคซีนจะทำให้ T-cells (เซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่หลักในการเป็นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายและคอยกำจัดเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส) จดจำไวรัสไประยะหนึ่ง ซึ่งป้องกันอาการรุนแรง”

ในการบรรยายสรุปครั้งแรกอย่างเป็นทางการจากบรรดาผู้ผลิตวัคซีนถึงประสิทธิภาพของวัคซีนต่อโอมิครอน ชาฮินเผยว่า การเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นสิ่งที่ควรทำ และแนะนำว่าวัคซีนเข็มกระตุ้นสามารถชดเชยประสิทธิภาพที่ลดลงของวัคซีนเมื่อต้องเจอกับโอมิครอน

การวิจัยอีกชิ้นหนึ่งจากสถาบันวิจัยสุขภาพแอฟริกาในแอฟริกาใต้ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. พบว่า แอนติบอดีที่เกิดจากวัคซีน Pfizer-BioNTech 2 เข็มลดลง 41 เท่าเมื่อเจอโอมิครอน ทว่าหากเคยติดเชื้อมาก่อน แล้วฉีดวัคซีนหรือฉีดเข็มกระตุ้นช่วยเพิ่มระดับการลบล้างฤทธิ์ของเชื้อและปกป้องอาการรุนแรงจากโอมิครอนได้

วัคซีนบางชนิดมีประสิทธิภาพมากกว่าวัคซีนชนิดอื่นหรือไม่

การวิจัยเล็กๆ ซึ่งศึกษาตัวอย่างเลือดของผู้ที่ฉีดวัคซีนของ Pfizer-BioNTech 12 คนชี้ว่า โอมิครอนสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนของ Pfizer-BioNTech ได้มากกว่าเดลตา

ส่วน Moderna ยังไม่เผยแพร่ข้อมูลประสิทธิภาพของวัคซีนเมื่อต้องเจอกับโอมิครอน แต่ สตีเฟน โฮก ประธานบริษัทเผยกับ ABC News เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ว่า มีโอกาสที่วัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันจะเอาไม่อยู่เมื่อต้องเจอกับโอมิครอน “ผมคิดว่ามีความเสี่ยงสูงที่ประสิทธิภาพของวัคซีนจดลดลง สิ่งที่ผมยังไม่รู้คือมัจะลดลงมากน้อยแค่ไหน”

จะมีวัคซีนสำหรับโอมิครอนโดยเฉพาะมั้ย

บรรดาผู้ผลิตวัคซีนบอกว่าพวกเขาจะเดินหน้าต่ออย่างเต็มกำลังกับแผนกับพัฒนาวัคซีนสำหรับโอมิครอน ซึ่งน่าจะออกมาภายในเดือน มี.ค. 2022 หากจำเป็น

Pfizer บอกว่า หากจำเป็นบริษัทสามารถผลิตวัคซีนสำหรับโอมิครอนโดยเฉพาะภายในเวลาราว 100 วัน

ในเรื่องเดียวกันนี้ชาฮินบอกว่า “เรากำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการปรับวัคซีนซึ่งเราเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มระดับการปกป้องโอมิครอนและคงอยู่ยาวนานขึ้นเมื่อเทียบกับวัคซีนในขณะนี้”

ขณะที่ พอล เบอร์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ของ Moderna เผยก่อนหน้านี้ว่า Moderna น่าจะใช้เวลา 3 เดือนในการผลิตวัคซีนเฉพาะสำหรับโอมิครอน

ส่วน Johnson & Johnson ซึ่งกำลังทดลองวัคซีนสำหรับโอมิครอน มาไท แมมเมน หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของบริษัทเผยว่า “เราเริ่มลงมือออกแบบและพัฒนาวัคซีนใหม่สำหรับโอมิครอน และจะเร่งศึกษาวิจัยทางคลินิกหากจำเป็น” โดยยังไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนในการพัฒนาวัคซีนได้

AstraZeneca ยังไม่เปิดเผยว่าจะพัฒนาวัคซีนสำหรับโอมิครอนหรือไม่ อย่างไรก็ดี ศาสตราจารย์ ซาราห์ กิลเบิร์ต จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดซึ่งช่วยในการคิดค้นวัคซีนของ AstraZeneca เผยว่า วัคซีนที่มีอยู่ในขณะนี้ไม่ว่าจะของเจ้าไหนก็ตาม อาจทำได้ไม่ดีนักเมื่อต้องเจอโอมิครอน

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

ฝรั่งเศสเจอสึนามิโควิดติดเชื้อวันเดียวทะลุ 2 แสน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671925

วันที่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 16:35 น.ฝรั่งเศสเจอสึนามิโควิดติดเชื้อวันเดียวทะลุ 2 แสนตัวเลขผู้ติดเชื้อในฝรั่งเศสทุบสถิติของประเทศและทั้งยุโรปวันเดียวทะลุ 2 แสนคน

โอลิวิเยร์ เวรอง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสเผยต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า ฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับ “สึนามิ” ของการติด Covid-19 โดยในรอบ 24 ชั่วโมงของวันพุธพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 208,000 ราย ทำลายสถิติของฝรั่งเศสและของยุโรป และยังเป็นการทุบสถิติของประเทศเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน

“นี่หมายความว่า 24 ชั่วโมงทั้งกลางวันและกลางคืน ทุกๆ วินาทีในประเทศของเรา มีคนฝรั่งเศสติดเชื้อ 2 คน เราไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน” เวรองเผย และยังเอ่ยถึงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นว่าสร้างความมึนงงให้กับตัวเขา

เวรองเผยอีกว่า สถานการณ์ของโรงพยาบาลในฝรั่งเศสน่าเป็นห่วงอยู่แล้วเนื่องจากสายพันธุ์เดลตา แม้จะยังไม่ได้รับผลกระทบจากโอมิครอน แต่เขาเชื่อว่าสุดท้ายมันจะเกิดขึ้น

“เรามีศัตรู 2 ตัว” เวรองกล่าวโดยหมายถึงสายพันธุ์หลัก 2 สายพันธุ์ที่กำลังระบาด “สำหรับโอมิครอน ผมจะเลิกพูดถึงระลอกแล้ว นี่คือคลื่นลูกใหญ่ซึ่งหลายระลอกรวมตัวกันกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ๆ 1 ลูก”

กระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสเพิ่งเตือนเมื่อวันจันทร์ว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันของฝรั่งเศสอาจทะลุ 250,000 คนต่อวันภายในต้นเดือน ม.ค. เนื่องจากการฉลองคริสต์มาสที่ไร้ข้อจำกัดและการรวมตัวกันของสมาชิกในครอบครัวเป็นตัวจุดชนวนการแพร่ระบาด

ล่าสุดทางการกรุงปารีสออกคำสั่งให้ประชาชนทุกคนที่อายุตั้งแต่ 11 ปีขึ้นไป ยกเว้นนักปั่นจักรยาน ผู้ที่อยู่ในรถยนต์ส่วนตัว และผู้ที่เล่นกีฬา สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่กลางแจ้งตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. เพื่อสกัดการแพร่ระบาด

ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกแตะ 1 ล้านคนเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้ว

REUTERS/Gonzalo Fuentes

หมอผีเปรูทำพิธีปัดเป่าทำนายดวงโลก-โควิดปี 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671922

วันที่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 15:24 น.หมอผีเปรูทำพิธีปัดเป่าทำนายดวงโลก-โควิดปี 2022 หมอผีทั่วเปรูรวมตัวทำพิธีปัดเป่าขอพร และทำนายดวงชะตาโลก-โควิดในปีหน้า

สำนักข่าว EFE รายงานว่า บรรดาหมอผีและหมอชาวบ้านจากพื้นที่ทางชายฝั่งของประเทศ ที่ราบสูงแอนดีส และป่าแอมะซอน รวมตัวกันทำพิธีตามธรรมเนียดั้งเดิมประจำปีเพื่อปัดเป่าโชคร้ายขอพรสำหรับปี 2022 และขอให้ Covid-19 หมดไปในปีหน้านี้ รวมทั้งทำนายดวงของโลกและการแพร่ระบาดของ Covid-19

พิธีซึ่งจัดขึ้นบนเชิงเขาซานคริสโตบัลในกรุงลิมามีการโปรยเมล็ดและกลีบดอกไม้ และรินเบียร์ข้าวโพด (chicha de jora) เหนือพื้นดินเป็นรูปวงกลมล้อมรอบตัวเลข 2022 รวมทั้งถวายใบโกโก้ซึ่งเป็นพืชที่ชาวอารยธรรมโบราณถือว่าศักดิ์สิทธิ์และยังใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน

เฟลิกซ์ รอนดาน หมอผีรายหนึ่งเผยกับ EFE ว่า “เรามารวมตัวกันเพื่อขอให้พระบิดาแห่งดวงอาทิตย์ พระแม่ธรณี พระแม่คงคา พระพายปัดเป่าความวุ่นวายที่สร้างความเจ็บปวดและเศร้าโศกไปทั่วโลกให้หมดไป”

หลังพิธีจบลง รอนดานเผยว่า เขารู้สึกว่า Covid-19 จะค่อยๆ หายไปในปี 2022 แต่ยังไม่ใช่ในช่วงต้นปี เพราะยังคงมีความยุ่งยากเกิดขึ้นจากหลายสายพันธุ์

นอกจากนี้ ยังทำพิธีขจัดสิ่งไม่ดีออกจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน โดยมีการพ่นควันและน้ำอมฤตไปยังรูปภาพของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดี โลโวดิเมียร์ โอเล็กซานโดรวิช เซเลนสกี ของยูเครน รวมทั้งประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐซึ่งหมอผีเชื่อว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความขัดแย้ง

อันเดรส เด ลอส ซานโตส ทำนายว่า “มันจะเป็นปีที่ดีสำหรับทุกประเทศ จะมีความก้าวหน้าด้านสุขภาพ และความขัดแย้งจะหายไป ปีหน้าจะมีความสงบสุขและสุขภาพดีสำหรับทุกคน เศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แต่เรากำลังจะก้าวออกจากมัน สหรัฐจะเป็นผู้นำหลักในการผลักดันทุกคน”

ทั้งนี้ หมอผีและหมอชาวบ้านกลุ่มนี้มักจะรวมตัวกันเพื่อทำนายเหตุการณ์สำคัญๆ ในประดับชาติและนานาชาติ อาทิ การทำนายว่าไบเดน และเปโดร กัสติโย ของเปรูจะชนะการเลือกตั้ง

หมอผีทั่วเปรูรวมตัวบนเชิงเขาซานคริสโตบัลในกรุงลิมา
หมอผีรินเบียร์ข้าวโพด (chicha de jora) ตัวเลข 2022

Photo by Ernesto BENAVIDES / AFP

อนามัยโลกเตือนอาจเกิดโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่วัคซีนเอาไม่อยู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671906

วันที่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 13:18 น.อนามัยโลกเตือนอาจเกิดโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่วัคซีนเอาไม่อยู่ผอ.อนามัยโลกห่วงถ้าโควิดยังระบาดต่อเนื่องอาจเกิดสายพันธุ์ใหม่ที่ดื้อสุดๆ จนวัคซีนที่มีอยู่เอาไม่อยู่

เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า หากการระบาดยังลากยาวต่อไปอาจเกิด Covid-19 สายพันธุ์ใหม่ที่ดื้อต่อวัคซีนสุดๆ จนวัคซีนที่มีอยู่ในขณะนี้เอาไม่อยู่

“หากโรคระบาดนี้ยืดเยื้อ เป็นไปได้ว่าสายพันธุ์ใหม่อาจหลบเลี่ยงมาตรการรับมือของเรา และดื้อต่อวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน หรือการติดเชื้อครั้งก่อนหน้าได้เต็มที่ และจำเป็นต้องมีการดัดแปลงวัคซีน”

ผู้อำนวยการ WHO เผยอีกว่า “ผมกังวลมากว่าการระบาดของโอมิครอนซึ่งแพร่ระบาดได้ง่าย พร้อมๆ กับเดลตาจะทำให้เกิดสึนามิของผู้ติดเชื้อ นี่จะสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เหนื่อยล้าและระบบสาธารณสุขที่กำลังจะล่มสลาย”

เทดรอสยังย้ำถึงการเรียกร้องให้ประเทศต่างๆทำงานร่วมกันเพื่อปรับปรุงซัพพลายและการเข้าถึงวัคซีนป้องกัน Covid-19 และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญอื่นๆ

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญวัคซีนป้องกัน Covid-19 อาทิ Pfizer- BioNTech ยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการรุนแรงจากโอมิครอน แต่ประสิทธิภาพลดลงในการป้องกันการติดเชื้อจากโอมิครอน ขณะที่วัคซีนเข็มกระตุ้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนแบบแสดงอาการ

หากมีสายพันธุ์ที่ดื้อต่อวัคซีนเกิดขึ้น ผู้ผลิตวัคซีนต้องปรับสูตรวัคซีน ซึ่งอาจหมายถึงการขาดแคลนวัคซีนรุ่นใหม่

REUTERS/Denis Balibouse