‘จาด้า’ขอโอกาส ทำตามฝันกับงานเพลงลูกทุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200594

วันพฤหัสบดี ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นักแสดงสาวสวย จาด้า-จรรย์ดาริณ ที่มีผลงาน ทั้งการประกวดสาวงาม เช่น เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย การประกวดมิสกอสซิปเกิร์ล ปี 2009/รางวัลขวัญใจสื่อมวลชน การประกวดนีโอสตาร์ โปรเจกท์ 1 ส่วน ทางด้านการแสดงก็มากมาย เช่น มิวสิกวีดีโอเพลงไปถอนคำสาบาน/รายการจ้อจี้ ช่วงจ้อปาฏิหาริย์ อีกหลายตอน/พิธีกรช่อง sso channel/ภาพยนตร์เรื่อง 3 อันตราย เป็นต้น ตอนนี้ เจ้าตัว อยากขอโอกาส ทำตามความฝันอีกเรื่องคือการ ทำเพลงลูกทุ่ง

“ที่บ้าน จาด้า มีวงดนตรีไทย เรียกว่าซึมซับมาตลอด พอโตขึ้นก็มีโอกาส ไปร้องเพลงลูกทุ่งตามงานต่างๆ ก็ รู้สึกรักในบทเพลงลูกทุ่ง และยังได้มีโอกาสทำงานในวงการบันเทิง มีผลงานที่เป็นมิวสิกวีดีโอเพลงลูกทุ่งมากมาย จึงมีความคิดที่อยากทำตามความฝันด้วยการเป็นนักร้องลูกทุ่งโดยได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ ค่าย ไออุ่นเรคคอร์ด (พี่แพท, พี่ขนมชั้น) ที่ยื่นโอกาสดีๆ ให้ ตอนนี้ก็มีเพลงออกมา 2 เพลง แล้ว คือเพลง คิดถึงนะ เป็นเพลงช้า และอีกเพลง คือเพลง รักคนกดไลค์ แต่ไร้คนกดเลิฟ เป็นเพลงสนุกๆ จะมีการถ่ายทำ MV เร็วๆ นี้ก็ขอฝากเนื้อฝากตัว กับพี่ๆ ดีเจ สื่อมวลชน และคนที่ชอบเพลงลูกทุ่งด้วยนะคะ ตอนนี้จาด้าได้ทำตามฝัน และจาด้าจะทำให้ดีที่สุดค่ะ”

‘กรีนแชร์ริตี้ 25 ปีกรีนเวฟ’ฉลองใหญ่ ระดมเงินซื้อกล่องข้าวให้โรงเรียนถิ่นทุรกันดาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200593

วันพฤหัสบดี ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ครบรอบ 25 ปี คลื่นกรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็มทั้งทีความพิเศษ ความสุขยังมีมาฝากคนฟังอยู่เสมอ ล่าสุดประเดิมชวนทำดีกันตั้งแต่ต้นปีกับกิจกรรมแรกของบิ๊กโปรเจกท์ กรีนแชร์ริตี้ 25 ปีกรีนเวฟ ด้วยกิจกรรม “กล่องข้าวของหนู” ระดมเงินบริจาคสมทบทุนซื้อกล่องข้าวจำนวนถึง 1,000 กล่อง เพื่อบริจาคให้แก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ดีเจอ้อย-นภาพร ตัวแทนเผยว่า

“ครบรอบ 25 ปีกรีนเวฟแล้วค่ะ เราเลยอยากมีโครงการดีๆ ทำสิ่งดีๆ ตอบแทนสังคมโดย กรีนแชร์ริตี้ 25 ปีกรีนเวฟ เริ่มต้นด้วยการขอบริจาคกล่องข้าวให้เด็กๆ ในจังหวัดศรีสะเกษ และนราธิวาส จำนวน 1,000 กล่อง กรีนเวฟเลยอยากชวนผู้ใหญ่ใจดีมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อ ความช่วยเหลือให้น้องๆเหล่านี้ด้วยกันนะคะ โดยสามารถบริจาคเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย บมจ.จีเอ็มเอ็ม มีเดีย เลขที่ 741-2-05914-4 หรือจะไปช่วยสมทบกับขบวน Road Show ของเหล่าดาราศิลปินใจบุญและดีเจกรีนเวฟที่จะมาช่วยกันขอรับบริจาคตามสถานที่ต่างๆ ก็ได้เช่นกันค่ะ ซึ่งรายละเอียดของการ Road Show สามารถติดตามได้ที่ กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็มหรือทาง http://www.greenwave.fm มาช่วยกันสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับน้องๆ ที่เป็นอนาคตของชาติเรากันนะคะ”

‘มด-ฝ้าย-ยีนส์-อลิซ’อวดหุ่นแซ่บ ‘นุ้ย’พลาดโดนวางยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200592

วันพฤหัสบดี ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทำเอาพื้นที่สระว่ายน้ำลุกเป็นไฟ เมื่อเหล่าบรรดาสาวงาม นำทีมโดย “มด-ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ” ฝ้าย-เวฬุรีย์ ดิษยบุตร และ ยีนส์-เกวลิน ศรีวรรณา ออกมาสลัดผ้าท้าแดดโชว์ความแซ่บ ประชันโฉมชุดว่ายน้ำในละคร “มงกุฎริษยา” ทางช่อง 8 แท็กทีมกับบรรดาสาวงาม “นุ้ย-เกศริน เอกธวัชกุล” และ “อลิซ-ชญาดา อาร์สยาม” เบื้องหลังจะสะเด่าเร่าร้อนขนาดไหน เรามีภาพมาฝากกัน

เป็นฉากที่ประกวดใส่ชุดว่ายน้ำเพื่อเฟ้นหานางงามผิวสวย สาวๆ เดินเรียงแถวหน้ากระดานมาที่ริมสระ เดินเรียงผ่านหน้ากรรมการไป แล้วมายืนโพสต์ 6 คน ภาพใกล้ที่ผิวของแต่ละคน ที่บริเวณ แขน ขา หน้าท้อง มือ แผ่นหลัง เนินอก ใบหน้า ทุกคนเดินเฉิดฉายในชุดว่ายน้ำ จนพุฒิหนึ่งในกรรมการที่นั่งตัดสินถึงกับตะลึงฉากนี้ ยกกองไปถึงสวนสนุกดรีมเวิลด์ แถมเป็นอีกหนึ่งซีนไฮไลท์ของเรื่อง เพราะสาวๆ ต้องสลัดผ้าท้าแดด มาใส่ชุดว่ายน้ำอวดผิวขาว ประชันโฉม ถึงเวลาผู้กำกับ “ปกรณ์ โรจนานันท์” เรียกสาวๆ มาหน้าเซต ซ้อมคิวเดินและโพสต์ วันนี้สาวๆ มาในชุดว่ายน้ำวันพีซสีดำ ดูทรงพลัง แหวกอกเป็นร่องตาข่าย โพกเอวด้วยผ้าสีสันผืนบาง อวดขาขาวกันสุดฤทธิ์ แม้แดดจะแรงจัดแค่ไหน สาวๆ ก็โบกครีมกันแดดเตรียมพร้อม

‘โซฮยอน’4minuteอวดลุคเซ็กซี่ ถ่ายแบบโชว์หุ่นเฟิร์มลงนิตยสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200581

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 14.10 น.
3 ก.พ.59 คัมแบ็คอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับวง “4minute” อีกหนึ่งเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของเกาหลี โดยพวกเธอได้ปล่อย MV เพลงใหม่ “Hate” ในมินิอัลบั้ม “Act. 7” ออกมาให้ได้ชมกันแล้ว ซึ่งนอกจากกิจกรรมกลุ่มแล้วสาวๆ ยังมีกิจกรรมย่อยอีก ล่าสุดสาว “โซฮยอน” (Sohyun) หนึ่งในสมาชิกของวง ได้ถ่ายแบบแฟชั่นให้กับนิตยสาร SURE อวดลุดสาวสวยเต็มวัย

ซึ่งการถ่ายแบบดังกล่าวนอกจากจะได้เห็นความเซ็กซี่ที่เพิ่มขึ้นของสาวโซฮยอนแล้ว ยังเผยให้เห็นรูปร่างสุดเพอร์เฟกต์ของเธออีกด้วย โดยโซฮยอนได้ให้สัมภาษณ์ว่า เธอจริงจังกับการในการออกกำลังกายลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก เพื่อให้เธอมีหุ่นสุดเฟิร์ม เตรียมพร้อมสำหรับการคัมแบ็คในครั้งนี้

ที่มา : kpopfighting

‘อ๋อม สกาวใจ’อวดบั้นท้ายสุดฟิต นุ่งชุดว่ายน้ำโชว์ขาเรียวสุดเซ็กซี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200579

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 14.06 น.
3 ก.พ.59 นางร้ายหน้าสวย “อ๋อม สกาวใจ พูลสวัสดิ์” เจ้าของเรียวขาเพรียวยาว จนชาวเน็ตนั้นจับผิดว่าใช้แอพยืดขา แต่สาวอ๋อมขอยืนยัน นอนยันว่าเป็นขาจริงๆ ไม่พึ่งแอพ

ล่าสุด สาวอ๋อมก็ได้สลัดผ้าอวดเรียวขาสวยๆ ในชุดว่ายน้ำสีขาวเว้าหลังเล่นน้ำชิลๆ ในวันที่อากาศร้อนๆ แถมยังแอบโชว์บั้นท้ายสุดฟิต เรียกว่าทำเอาหนุ่มๆ ต้องกดไลค์กันแบบรัวๆ เลยทีเดียว

 

สวยสง่าคู่คุณแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200563

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 11.58 น.
เป็นซุป’ตาร์แถวหน้าของเมืองไทยเมื่อ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ อวยพรคุณแม่ด้วยภาพคู่สวมชุดไทยประยุกต์ สวย สง่างาม ทั้งคุณแม่และคุณลูก บนอินสตาแกรม @aum_patchrapa พร้อมแคปชั่นสั้นๆแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น “มีความสุขมากๆนะคะคุณแม่ ขอให้แข็งแรงอยู่กับลูกไปนานๆนะคะ. รักแม่สุดหัวใจ” 

ขอบคุณ : @aum_patchrapa

‘แดน วรเวช’จัดทริปตะลุยเจแปน แท็กทีมครอบครัวเที่ยวสุดแฮปปี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200554

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 09.42 น.
3 ก.พ.59 หลังจากที่ลุยงานหนักมานาน พอมีเวลาว่าง นักร้องหนุ่ม “แดน วรเวช” ก็ถือโอกาสพาครอบครัวเที่ยวญี่ปุ่นแบบพร้อมหน้า สัมผัสอากาศหนาว แต่ก็เต็มไปด้วยความอบอุุ่นจากครอบครัว งานนี้หนุ่มแดนก็รัวแชะภาพกับครอบครัว เรียกได้ว่าเป็นทริปที่น่ารักมากจริงๆ

ภาพจาก : @danworrawech

‘กัลยาฟาร์ม’ศูนย์เรียนรู้ครบวงจร จากวิถีเกษตรสู่งานวิจัยเด่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160117/220616.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2559
'กัลยาฟาร์ม'ศูนย์เรียนรู้ครบวงจร จากวิถีเกษตรสู่งานวิจัยเด่น

ท่องโลกเกษตร : ‘กัลยาฟาร์ม’ ศูนย์เรียนรู้ครบวงจร จากวิถีเกษตรสู่งานวิจัยเด่น : โดย…ทีมข่าวเกษตร

                      “การศึกษาที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการสอนให้เรารู้จักเอาความรู้ไปประยุกต์ใช้แม้ว่าสิ่งที่เราต้องไปเจออาจไม่เคยได้เรียนมา แต่การรู้วิธีแก้ปัญหาก็เป็นทักษะหนึ่งที่เราได้มาจากการศึกษา เราตัดสินใจที่จะเริ่มต้นจากสิ่งที่คิดว่ายากที่สุดคือความท้าทายให้พวกเราฝ่าฟันอุปสรรคจนบรรลุเป้าหมาย ซึ่งแน่นอนว่าเราภูมิใจ และเกิดความมั่นใจที่พร้อมจะเผชิญกับอุปสรรคอื่นๆ แล้ว” เป็นคำกล่าวที่กลุ่มนักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแกน (มข.) ได้ถ่ายทอดเรื่องราวเอาไว้ จากผลการดำเนินงานร่วมกับชาวชุมชน ภายใต้ชื่อกลุ่มการศึกษากิจการฟาร์มโคนมกัลยาฟาร์ม
                      ฟาร์มโคนมกัลยาฟาร์มตั้งอยู่ บ้านนาขาม ต.พังทุย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งสถานที่ภายใต้กรอบวิชาการเรียนรู้ที่คณะวิทยาการจัดการ มุ่งหวังในการเสริมสร้างประสบการณ์ให้นักศึกษาทุกชั้นปี ให้เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ในด้านวิชาการและภาคปฏิบัติ ที่เน้นหนักในการลงมือปฏิบัติงานจริงในพื้นที่เพื่อนำไปสู่การสร้างงานและบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของตลาดหลังสำเร็จการศึกษา ซึ่งฟาร์มโคนมแห่งนี้ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ทักษะด้านการเกษตรที่ครบวงจรที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการกับนักศึกษา ที่ร่วมกันพัฒนาระบบบริหารจัดการภายใต้กรอบแนวคิดและเทคนิคทางวิชาการ ภายใต้เป้าหมายที่จะศึกษา 5 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย ระบบการจัดการฟาร์ม ต้นทุนการผลิตน้ำนมดิบสูง อาหารหยาบขาดแคลน ประสิทธิภาพของการผลิตน้ำนมลดลง และการจัดการด้านสุขภาพโคนม นำมาวิเคราะห์เพื่อเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาและบริหารจัดการระบบที่ดียิ่งขึ้น
                      อัจฉรา สูงยาง นักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ มข. เผยว่า ได้ดำเนินงานร่วมกับผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการแห่งนี้ทำให้เกิดแนวคิดใหม่จุดประกายให้กลายเป็นประสบการณ์ตรงที่หายาก ซึ่งแนวทางการดำเนินการร่วมกันนั้นเริ่มจากการตั้งเป้าหมายและทำงานกันอย่างตั้งใจเพื่อให้ได้ผลงานที่คิดว่าฟาร์มแห่งนี้จะได้รับประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตน้ำนมให้สูงขึ้น รวมทั้งการจัดระบบการจัดการฟาร์มให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องค้นคว้าหาความรู้ด้านการเกษตรและการปศุสัตว์ที่มาจากบุคคลและแหล่งความรู้ รวมทั้งขอความรู้ทั้งจากปศุสัตว์จังหวัด ผู้เชี่ยวชาญโคนมคณะเกษตรศาสตร์ โรงผสมอาหารสัตว์ ศูนย์เกษตรกรโคนมในพื้นที่ เพราะการจัดการระบบปศุสัตว์ที่มีประสิทธิภาพเป็นความรู้ใหม่ และเมื่อได้แผนการดำเนินงานและแนวทางการจัดการมาแล้ว กลุ่มนักศึกษาทั้ง 7 คน ก็เริ่มต้นกับการทำงานตั้งแต่การปลูกหญ้า หมักหญ้ากันเอง
                      “ยอมรับว่าเป็นงานหนักที่ทุกคนไม่เคยมีประสบการณ์ และด้วยเหตุผลสำคัญประการหนึ่งซึ่งเหมือนเป็นความต้องการร่วมกัน คือ ฟาร์มแห่งนี้ทำมานานด้วยภูมิปัญญาและรูปแบบเดิม ซึ่งเจ้าของกิจการกำลังให้ความสนใจในการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตและยังอยู่ในกระบวนการของการเป็นฟาร์มตัวอย่างอีกด้วย ตลอดระยะเวลา 3 เดือนของการเข้าศึกษากระบวนการเพื่อนำมาสู่ข้อสรุปนั้น ยังเป็นเวลาที่ทุกคนได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับผู้อื่นซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ได้เห็นวิถีชีวิตของเกษตรกรรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่มีฐานะแต่ไม่แสดงออกให้เห็นความฟุ่มเฟือย ใช้ชีวิตแบบพอเพียงใช้ภูมิปัญญาบวกกับความอดทนสั่งสมมา หลายอย่างในการปฏิบัติที่ได้พบเห็นและเรียนรู้ไม่มีในตำรา” นักศึกษาคนเดิมกล่าว
                      นักศึกษาคนเดิมเผยต่อว่า หลังจากที่ทุกคนได้เรียนรู้ถึงการดำเนินการของฟาร์มทำให้ทุกคนมองถึงปัญหาร่วมกันไปที่ระบบการจัดการและอาหารสัตว์ โดยหลังการศึกษาด้วยเครื่องมือแล้วกัลยาฟาร์มมีระบบการจัดการที่เป็นไปตามมาตรฐาน เช่น ขนาดพื้นที่ อุปกรณ์ การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
                      ขณะที่ กัญญาภัทร ตรีไชยกุล นักศึกษาคณะวิทยาการจัดการอีกรายกล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการศึกษาของกลุ่มนำมาซึ่งแนวทางปฏิบัติของฟาร์มที่นำมาสู่การลดต้นทุนด้วยการให้แนวทางของสูตรอาหารโคนมที่มีความเหมาะสม การถนอมอาหารสัตว์ที่มีคุณค่าอาหารสูงแทนการให้อาหารแบบเดิม และการจัดการขั้นตอนการดูแลโรงเรือนระบบฟาร์มต่างๆ จนสามารถแสดงผลต่างของค่าใช้จ่ายที่ลดลงในขณะที่โคนมตัวอย่างสามารถให้ปริมาณน้ำนมได้มากขึ้น
                      อย่างไรก็ตามกิจการฟาร์มโคนมกัลยาฟาร์มวันนี้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่ได้มอบประสบการณ์ที่ดีทั้งด้านวิชาการและวิถีเกษตรให้แก่นักศึกษา ซึ่งเกิดขึ้นจากผลงานที่นักศึกษาทุกคนได้ร่วมกันทำไว้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อกิจการที่จะนำไปเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการ ในขณะที่นักศึกษาได้เก็บเกี่ยวความรู้ ความทรงจำของมิตรไมตรี จนกลายเป็นฟาร์มโคนมต้นแบบของการเรียนรู้ที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านต่างๆ ให้ผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าวิถีเกษตรที่แท้จริงได้อย่างครอบคลุมที่สุด
———————–
(ท่องโลกเกษตร : ‘กัลยาฟาร์ม’ ศูนย์เรียนรู้ครบวงจร จากวิถีเกษตรสู่งานวิจัยเด่น : โดย…ทีมข่าวเกษตร)

ยางตกวัดดังตรังใช้ที่ดินวัดปลูกมะนาวเงินล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160115/220606.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2559
ยางตกวัดดังตรังใช้ที่ดินวัดปลูกมะนาวเงินล้าน

เจ้าอาวาสวัดดังตรังหดหู่ยางราคาตกทำคนเข้าวัดน้อย หันจับมือกรรมการวัด-ชาวบ้าน ตั้งกลุ่ม “กลุ่มมะนาวมั่งมีศรีสุข มะนาวเงินล้าน” ใช้พื้นที่วัดสร้างรายได้เสริม

           เมื่อวันที่  15 ม.ค. พระครูปัญญาวัชราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาเมืองเพชร อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง กล่าวว่า ช่วงภาวะเศรษฐกิจยางพาราตกต่ำ ชาวบ้านเดือดร้อนไปทั่วฃทำให้มีคนทำบุญน้อยลง และนำปิ่นโตมาวัดก็น้อย เนื่องจากข้าวของมีราคาแพง ตนในฐานะพระนักพัฒนาเห็นแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ จึงหาวิธีช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม และเล็งเห็นว่าพื้นที่บริเวณวัดมีที่ว่างสามารถนำมาทำประโยชน์อะไรได้อีกมาก จึงได้นำโครงการเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปรับใช้ และโชคดีได้มีโอกาสรู้จักกับญาติโยมท่านหนึ่งแนะนำวิธีการปลูกมะนาวในท่อปูนซิเมนต์ เมื่อตนนำไปหารือกับกรรมการวัด และชาวบ้านในพื้นที่ ในที่สุดก็สามารถรวมกลุ่มกันได้15คน โดยตั้งชื่อว่า กลุ่มมะนาวมั่งมีศรีสุข มะนาวเงินล้าน

ทั้งนี้ ได้นำมะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร 1มาปลูก 60 ต้น สามารถตอนกิ่งขายได้ปีละ 4 ครั้ง และตัดได้ครั้งละประมาณ 600 กิ่ง ในราคากิ่งละ 100 บาท โดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ และตัดได้ทุกเดือน เนื่องจากมะนาวสามารถใช้ประโยชน์เฉพาะกิ่งได้ถึง 8 ปี รวมทั้งผลมะนาวอีกด้วย เมื่อคำนวณแล้วจะทำให้มีเงินเข้ากลุ่มเดือนละ 6 หมื่นบาท ทำให้สมาชิกทุกคนมีรายได้เสริม และสามารถขยายผลการปลูกมะนาวในพื้นที่ตนเองหรือเพื่อนบ้านได้อย่างไม่จำกัด เฉพาะในวัดนาเมืองเพชร หากผู้ใดสนใจปลูกมะนาว ก็จะแจกให้ฟรี แต่ต้องเตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ให้พร้อม เมื่อคณะกรรมการลงไปตรวจสอบ แล้วถ้าทุกอย่างผ่านหลักเกณฑ์ ก็จะมอบพันธุ์มะนาวให้ปลูก เพื่อสร้างรายได้เสริมกับครอบครัวต่อไป

มาเลเซียพยายามพึ่งตนเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160115/220525.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2559
มาเลเซียพยายามพึ่งตนเอง

ทำกินถิ่นอาเซียน : มาเลเซียพยายามพึ่งตนเอง : โดย … รศ.สมพร อิศวิลานนท์

                      ประเทศมาเลเซียเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีการผลิตข้าวไม่เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศและต้องมีการนำเข้าข้าวเป็นประจำทุกปีมานานนับตั้งแต่ในยุคที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษ และอังกฤษในยุคนั้นได้ใช้คาบสมุทรมลายูหรือมาเลเซียในปัจจุบันเป็นแหล่งของการผลิตและการค้าสินค้ายางพาราและปาล์มน้ำมันซึ่งเป็นสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญ
                      สำหรับสินค้าข้าวแม้จะเป็นพืชดั้งเดิมที่มีการเพาะปลูกเพื่อการยังชีพและเป็นอาหารของครัวเรือนในชนบท แต่การผลิตสินค้าดังกล่าวในคาบสมุทรมลายูไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้ครอบครองอาณานิคมเท่าไรนัก ผลผลิตข้าวในมาเลเซียจึงไม่เพียงพอกับความต้องการบริโภคภายในประเทศ
                      หลังจากที่มาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 2500 แม้ว่าได้จัดทำแผนการพัฒนาประเทศไปพร้อมๆ กับการพัฒนาการเกษตร เช่น การชลประทาน ระบบสินเชื่อ ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาระบบการจัดการไร่นาทำให้พื้นที่ปลูกข้าวได้ขยายตัวและรวมถึงการใช้พื้นที่เพาะปลูกข้าวได้มากกว่าหนึ่งครั้งในรอบปี หรือเพิ่มจากร้อยละ 87 ในช่วงปี 2514-2518 มาเป็นร้อยละ 92 ในช่วงปี 2519-2523 ก็ตาม แต่เนื่องจากมาเลเซียมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 7 ล้านคนในปี 2500 มาเป็น 30 ล้านคนในปัจจุบัน ประกอบกับพื้นที่เพาะปลูกข้าวของมาเลเซียมีจำกัด ทำให้ระดับการพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวของมาเลเซียถดถอยลงในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา
                      จะเห็นได้จากในช่วงปี 2553-2557 มาเลเซียผลิตข้าวได้เฉลี่ยปีละ 1.73 ล้านตันข้าวสาร แต่ความต้องการเฉลี่ยปีละ 2.79 ล้านตัน ต้องนำเข้าเฉลี่ยปีละ 0.99 ล้านตันข้าวสาร ทำให้มาเลเซียเหลือที่พึ่งตนเองเพียงร้อยละ 62 ปัจจุบันมาเลเซียมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวประมาณ 4.30 ล้านไร่ 70% ปลูกในคาบสมุทรมลายูในพื้นที่รัฐเกดะห์ รัฐกลันตัน รัฐเประ รัฐปะลิส และปีนัง
                      นโยบายด้านข้าวของมาเลเซียรัฐได้ให้การคุ้มครองทั้งด้านผู้ผลิตและด้านผู้บริโภคข้าวภายในประเทศทั้งในอดีตและในปัจจุบัน โดยองค์การข้าวเปลือกและข้าวแห่งชาติ หรือที่เรียกว่าเบอร์นาส (BERNAS) ซึ่งย่อมาจากภาษามาเลย์ว่า Padiberas Nasional Berhad มีหน้าที่สำคัญคือ 1.สร้างความมั่นใจให้แก่ชาวนาว่าจะได้รับราคาที่ยุติธรรม 2.สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่าจะซื้อข้าวได้ในราคาที่ยุติธรรม 3.ให้ข้อแนะนำในการจัดการถือครองและจัดหาอุปทานข้าวให้มีเพียงพอกับสถานการณ์ฉุกเฉิน 4.ให้ข้อแนะนำเชิงนโยบายที่นำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวเปลือกและข้าวสารของประเทศทั้งระบบ รวมถึงการประสานและติดตามการจัดทำโครงการตามนโยบายของรัฐที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมข้าวของประเทศ
                      นอกจากนี้ เบอร์นาสยังเป็นองค์การที่ได้รับมอบอำนาจในการบริหารราคาข้าวนับตั้งแต่การรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาในระดับราคาประกัน การจัดการควบคุมระบบการสีแปรรูปข้าว การจัดการควบคุมระดับขายส่งและขายปลีก การจัดสำรองข้าวเพื่อภาวะฉุกเฉินของประเทศ การเป็นผู้ตัดสินใจนำเข้าข้าวของมาเลเซีย รวมถึงการมีอำนาจในการออกกฎระเบียบควบคุมและจัดการการตลาดและแปรรูปข้าวทั้งระบบอีกด้วย ทำให้อุตสาหกรรมการค้าข้าวของมาเลเซียในภาพรวมยังอยู่ในรูปแบบของการควบคุมกำกับโดยภาครัฐอยู่นั่นเอง
                      ดังนั้น ภายใต้ของการเป็นประชาคมอาเซียนมาเลเซียก็จะยังไม่เปิดตลาดนำเข้าข้าวให้เป็นตลาดการค้าเสรีอย่างแน่นอน
———————-
(ทำกินถิ่นอาเซียน : มาเลเซียพยายามพึ่งตนเอง : โดย … รศ.สมพร อิศวิลานนท์)