กระเป๋าใยตาล ‘โหนดทิ้ง’ หัตถกรรมหรู ‘โกอินเตอร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160115/220529.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2559
กระเป๋าใยตาล 'โหนดทิ้ง' หัตถกรรมหรู 'โกอินเตอร์'

ทำมาหากิน : กระเป๋าใยตาล ‘โหนดทิ้ง’ หัตถกรรมหรู ‘โกอินเตอร์’ : โดย…พรนภา สวัสดี

                      จากคุณสมบัติที่เหนียวของใยตาลผลผลิตผลของตาลโตนดซึ่งคนยุคก่อนทำเป็นเชือกผูกเรือ มาถึงปัจจุบันได้กลายเป็นกระเป๋าคุณภาพ สุดหรู หลากสไตล์ แบรนด์ “โหนดทิ้ง” แห่ง จ.สงขลา ที่โดนใจทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติ สร้างรายได้ สร้างชื่อเสียงให้ท้องถิ่นไม่น้อย
                      ปิยธิดา รุ่งสุวรรณ หรือใหม่ ย้อนให้ฟังถึงที่มาของหัตถกรรมจากใยตาลว่า ในรุ่นของตนเองนั้นเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ทว่า ก่อนจะมาถึงปัจจุบัน ในรุ่นปู่ของเธอได้ใช้ใยตาลนี้ทำเชือกผูกเรือ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาเป็นร้อยๆ ปี จนปี 2514 คุณลุงของเธอเห็นว่าเชือกผูกเรือผลิตผลจากเส้นใยของตาลโตนดมีความเหนียวและแข็งแรงทนทาน จึงนำมาสานเป็นกระเป๋า แต่ช่วงนั้นการตลาดยังไม่ค่อยดีและการผลิตก็ทำได้ช้า จึงไม่เป็นที่ต้องการของตลาดเลยต้องหยุดไป
                      ต่อเมื่อปี 2540 คุณแม่ของเธอได้กลับมาสานต่องานหัตถกรรมนี้ พร้อมตั้งกลุ่ม “โหนดทิ้ง” มีสมาชิกแรกเริ่มราว 10 คน ร่วมกันคิดหาวิธีจะทำอย่างไรเพื่อให้ผลิตได้เร็วและได้มากที่สุด จนได้เครื่องตีใยตาลและเครื่องทอเข้ามาช่วยจึงสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ ถึงตอนนี้ผลิตภัณฑ์จึงมีทั้งแบบสานและแบบทอกว่า 40 รายการ ภายใต้แบรนด์ “โหนดทิ้ง” ปิยธิดา เล่า พร้อมรับว่าแม้จะมีเครื่องมือเข้ามาช่วย แต่แรงงานคนก็ยังเป็นหัวใจของงานหัตถกรรมกลุ่มในปัจจุบัน
                      “ที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า โหนดทิ้ง นั้นมาจาก คำว่า “โหนด” เป็นคำภาษาไทย ที่แปลว่า ต้นตาลโตนด ส่วน คำว่า “ทิ้ง” คือ ของเหลือทิ้งไม่มีมูลค่า แต่เรานำมาเพิ่มมูลค่าได้” ปิยธิดา อธิบายถึงชื่อกลุ่ม
                      สำหรับตลาดเป้าหมายนั้น ปิยธิดา บอกว่า ได้แบ่งเป็น 2 ตลาด คือในประเทศและต่างประเทศ โดยในประเทศจะมีกลุ่มเป้าหมายคือคนวัยทำงานเป็นหลัก ขณะที่ชิ้นงานแต่ละชิ้นเน้นประณีต สวยงาม คงทน และผลิตจากใยตาลเพียวๆ โดยเฉพาะในโหมดกระเป๋าออกงานกลางคืน หรือ “กระเป๋าคุณนาย” เป็นที่นิยมมาก ส่วนที่ถักทอด้วยใยตาลแล้วมีหนังแท้ผสม จะเป็นที่นิยมของตลาดต่างประเทศ
                      “ตลาดต่างประเทศ มีทั้ง เอเชีย ยุโรป อาทิ จีน ญี่ปุ่น อเมริกา ส่วนประเทศแถบอาเซียนนั้น เพิ่งจะเริ่มได้มีโอกาสไปออกบูธที่ มาเลเซีย ลาว และเวียดนาม ซึ่งก็ได้รับความสนใจไม่น้อย”
                      ด้านสนนราคา ปิยธิดา ยอมรับว่า ผลงานแต่ละชิ้นนั้นคุณภาพระดับสากล อีกทั้ง ความสวยงามไม่เป็นรอง มีการพัฒนารูปแบบ มีดีไซน์ใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้า ทว่าด้วยค่าแรงงานที่ค่อนข้างสูง เพราะต้องใช้แรงงานที่มีฝีมือและมีความชำนาญเฉพาะทาง จึงทำให้เกณฑ์ราคาผลิตภัณฑ์ต่ำสุดอยู่ที่ 900 บาท และสูงสุด 3,500 บาท
                      “ผลิตภัณฑ์ของเรา การันตีด้วยรางวัลมากมาย ทั้งรางวัลภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น ผลิตภัณฑ์เด่น จ.สงขลา และรางวัลหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ระดับ 4 ดาว”
สำหรับท่านที่สนใจผลิตภัณฑ์ใยตาลฝีมือกลุ่ม “โหนดทิ้ง” ปิยธิดา บอกให้ติดต่อไปได้ที่ 09-3942-2658 Facebook: Nodething http://www.nodething.com หรือที่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 4 ต.จะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา
———————-
(ทำมาหากิน : กระเป๋าใยตาล ‘โหนดทิ้ง’ หัตถกรรมหรู ‘โกอินเตอร์’ : โดย…พรนภา สวัสดี)

ยึดทำเลย่าน ‘นิมมานเหมินทร์’ คำตอบสุดท้ายเปิด ‘บ้านส้มตำ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160114/220451.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2559
ยึดทำเลย่าน 'นิมมานเหมินทร์' คำตอบสุดท้ายเปิด 'บ้านส้มตำ'

หนักเอาเบาสู้ : ยึดทำเลย่าน ‘นิมมานเหมินทร์’ คำตอบสุดท้ายเปิด ‘บ้านส้มตำ’ : โดย…ดลมนัส กาเจ

                      “ความรู้ท่วมหัว ต้องเอาตัวให้รอด” ความคิดหนึ่งกระตุ้นโสตประสาทส่วนลึกของสาวใหญ่วัย 48 ปี จากเมืองรถม้า “กัญจน์อมร นวรัตน์” เจ้าตำรับอาหารสีสาน “สูตรคุณแคท” ให้ฮึดสู้อีกครา หลังที่ล้มลุกคลุกคลานมาหลายตลบ ราว “แมวเก้าชีวิต” ล่าสุดเธอตัดสินเลือกทำเลทองย่านถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 17 กลางเทศบาลนครเชียงใหม่ เปิดร้านอาหารอีสาน “บ้านส้มตำ”
กัญจน์อมร หรือ “คุณแคท” เติบโตมาจากครัวของข้าราชการทหารที่ จ.ลำปาง แต่ไปเริ่มต้นชีวิตการทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนในกรุงเทพฯ เป็นพนักงานบริษัทเอกชนของชาวเกาหลี ในตำแหน่งเลขานุการ ระหว่างนั้นเธอคิดเสมอว่า “วันหนึ่งอยากมีร้านไก่ย่างส้มตำเป็นของตัวเอง เพราะชอบอาหารสไตล์นี้
                      คุณแคท เก็บหอมรอมริบเงินเดือนและโบนัสมาได้ก้อนหนึ่ง แล้วลาออกจากงานไปเปิดร้าน “ไก่ย่างสมุนไพรโบราณ-ส้มตำรสเด็ด” ย่านร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ในนามร้าน “ส้มตำคุณแคท” และระหว่างนั้นเองเธอมีโอกาสไปเป็นวิทยากรสอนอาหารอีสาน “สูตรคุณแคท” ในโครงการ “คม ชัด  ลึก ฝึกอาชีพ” ตั้งแต่ยุคต้นจนถึงปัจจุบัน
                      ท่ามกลางลูกค้าไปอุดหนุนอย่างเนืองแน่น ร้านส้มตำคุณแคท ต้องล้มเลิก เพราะการเคหะแห่งชาติต้องการที่คืนเพื่อสร้างอาคารพาณิชย์ ต้องย้ายหาที่ใหม่ที่มีค่าเช่าแสนจะแพง จนไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ เธอต้องไปเปิดร้านใหม่ ย่านถนนสายไหม กรุงเทพฯ เป็นร้านขนาด 25 โต๊ะ
                      ขณะที่กิจการกำลังดำเนินไปด้วยดี เธอกลับล้มป่วยหมอตรวจพบก้อนเนื้อร้ายในมดลูกในระยะเริ่มต้น ที่ต้องผ่าตัดและกลับมานอนพักฟื้นใช้เวลาหลายเดือน ค่าเช่าไม่ส่ง อุปกรณ์หากินในร้านลูกน้องขนไปหมด ต้องเริ่มต้นใหม่ ไปขายส้มตำล็อกเล็กๆ ในโรงพยาบาลพระมงกุฎ ขายดี แต่เพื่อแม่ค้าด้วยกันไม่ค่อยชอบหน้า จนไม่สามารถจะทนแรงกดดันได้ ต้องออกไป
                      “ตอนนั้นกลุ้มใจ ประคองตัวด้วยการไปเป็นวิทยากรบ้าง ที่ปรึกษาร้านอาหารบ้าง ทำอาหารตามงานเลี้ยง ก็พอเลี้ยงตัวเองได้” คุณแคทย้อนอดีตครั้งหนึ่งของชีวิต
                      ฟ้าหลังฝนมาเยือนอีกครั้งหลังจากที่เธอได้พบกับหนุ่มจากแดนอาทิตย์อุทัย และคบกันจนรู้ใจ ทำให้เธอฝันไกลถึง “ร้านไทย” ใจกลางมหานครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จะเน้นอาหารอีสาน
                      จากนั้นเธอไปเรียนทำอาหารไทยเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต หวังได้ประกาศนียบัตร เพื่อเป็นใบเบิกทางเข้าไปประกอบอาชีพในแดนซามูไร แต่ความฝันต้องล้มสลาย ทางการญี่ปุ่นไม่ยอมออกใบรับรองการทำงานหรือ “เวิร์กเพอร์มิต” ทั้งที่ไปสำรวจทำเลย่านชินชุกุ และคิบะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อครั้งที่ใช้วีซ่าเป็นนักท่องเที่ยวอยู่ในญี่ปุ่นเป็นแรมเดือน
                      ในที่สุดเธอตัดสินใจกลับมาเมืองไทย โดยเพื่อนชายที่รู้ใจมอบเงินก้อนหนึ่งยึดทำเลทองเปิดร้าน “บ้านส้มตำ” ในพื้นที่ 150 ตารางวา ย่านถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 17 ใจกลางเทศบาลนครเชียงใหม่ และจะเปิดเป็นทางการในวันที่ 23 มกราคมนี้
————————
(หนักเอาเบาสู้ : ยึดทำเลย่าน ‘นิมมานเหมินทร์’ คำตอบสุดท้ายเปิด ‘บ้านส้มตำ’ : โดย…ดลมนัส กาเจ)

วิถีดำนารับมือแล้ง ใช้น้ำน้อย-ให้ผลผลิตสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160114/220452.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2559
วิถีดำนารับมือแล้ง ใช้น้ำน้อย-ให้ผลผลิตสูง

ทำมาหากิน : วิถีดำนารับมือแล้ง ใช้น้ำน้อย-ให้ผลผลิตสูง : โดย…ทีมข่าวเกษตร

                      นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จับมือปราชญ์ชาวบ้านด้านเกษตรปลูกข้าว เปิดตัว “นวัตกรรมการดำนาน้ำน้อย” นวัตกรรมการดำนำที่ใช้น้ำน้อยกว่าปกติถึง 3 เท่า แต่ได้ผลผลิตสูงสุด 6 ตันต่อไร่ โดยตั้งเป้าหมายเผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าวแก่เกษตรกรไทยรับมือน้ำแล้งปี 2559
                      รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษาและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ในปี 2559 ประเทศไทยมีแนวโน้มในการเข้าสูภาวะวิกฤติการณ์น้ำแล้ง ซึ่งจากข้อมูลของกรมชลประทาน พบว่าน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆ ลดระดับลง โดยปัจจุบันน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนขนาดกลางและขนาดใหญ่ 33 แห่งทั่วประเทศ เหลือน้ำเพียง 43,384 ลูกบาศก์เมตร จากความจุ 70,370 ลูกบาศก์เมตร ในจำนวนนี้มีน้ำที่สามารถใช้ได้จริง 19,881 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวจะส่งผลต่อทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคครัวเรือน รวมถึงภาคการเกษตร โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศมีโอกาสได้รับผลกระทบสูง ดังนั้นประเทศไทยต้องหาแนวทางในการรับมือปัญหาดังกล่าวเพื่อป้องกันวิกฤติการณ์น้ำแล้ง ดังนั้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศจึงมีแนวคิดในการพัฒนาองค์ความรู้ การวิจัย ฯลฯ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ค้นพบแนวทางนวัตกรรมการดำนำรูปแบบใหม่ที่ใช้ปริมาณน้ำในการปลูกเข้าที่น้อยกว่าวิธีปัจจุบันที่ใช้กันมายาวนาน โดยร่วมกับ ดร.เกริก มีมุ่งกิจ ปราชญ์ชาวบ้านด้านเกษตรปลูกข้าว พัฒนา “นวัตกรรมการดำนาน้ำน้อย” การดำนาแบบใหม่ให้สามารถรองรับและต่อสู้กับสภาวะภัยแล้งให้ชาวนาได้อย่างยั่งยืน
                      ด้าน ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ กล่าวว่า รายละเอียดเกี่ยวกับ “นวัตกรรมการดำนาน้ำน้อย” ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอนหลัก เริ่มจากการปรับปรุงดินให้สมบูรณ์ โดยการใช้ใบไม้แห้งและมูลสัตว์ จากนั้นใช้ต้นกล้าข้าวที่มีอายุ 15 วันปลูกโดยวิธีการดำมีระยะห่างต่อหลุม 50X50 ซม. เพื่อให้ข้าวแตกกอได้อย่างสะดวกและไม่ใช้ระบบน้ำขัง แต่ปล่อยน้ำในบางช่วงตามความต้องการของพืช และให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอเสมือนการปลูกผัก
                      ผศ.ดร.จิตติ กล่าวต่อว่า การปลูกข้าวด้วย “นวัตกรรมการดำนาน้ำน้อย” จะใช้น้ำเพียง 500 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อฤดูกาล ซึ่งจะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงถึง 6 ตัน ขณะที่การปลูกข้าวโดยปกติที่จะปล่อยน้ำขังในนาข้าวจะใช้น้ำประมาณ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อฤดูกาล แต่จะได้ผลผลิตเพียง 1 ตัน ซึ่งหากเปรียบเทียบกันแล้วจะพบว่าการปลูกข้าวน้ำน้อยจะใช้น้ำน้อยกว่าปกติถึง 3 เท่า แต่ได้ผลผลิตมากกว่าถึง 6 เท่า อย่างไรก็ตาม ปริมาณการใช้น้ำและผลผลิตที่ได้ด้วยวิธีการดังกล่าวจะแปรผันตามสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้นๆ ด้วย ทั้งนี้ “นวัตกรรมการดำนาน้ำน้อย” ถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยเป็นอย่างมาก ที่ช่วยลดต้นทุนในการผลิตและสร้างรายได้เพิ่ม ขณะเดียวกันก็เป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
                      ทั้งนี้ ปัจจุบันวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สร้างศูนย์เรียนรู้ด้านอาหาร พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนที่สนใจ เข้ามาร่วมอบรมและเรียนรู้ด้านนวัตกรรมการเกษตรในรูปแบบต่างๆ อาทิ การทำไบโอแก๊ส การปลูกผักแบบเกษตรอินทรีย์ โดยในอนาคตคาดว่าจะเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมอบรมในโครงการทำบ้านดิน การปลูกป่า ฯลฯ อันสอดรับกับปณิธานของ ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาชนบทที่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ
————————
(ทำมาหากิน : วิถีดำนารับมือแล้ง ใช้น้ำน้อย-ให้ผลผลิตสูง : โดย…ทีมข่าวเกษตร)

ใครเป็นใคร8คณะกรรมการยางแห่งประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160113/220436.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 13 มกราคม 2559
ใครเป็นใคร8คณะกรรมการยางแห่งประเทศไทย

ใครเป็นใคร8คณะกรรมการยางแห่งประเทศไทย

            ถือเป็นงานหินที่รออยู่สำหรับการพิสูจน์ฝีมือของ 8 คณะกรรมการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) ที่คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งให้เข้ามาคลี่คลายปัญหาราคายางพาราที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทันทีหลังจากการแต่งตั้งมีเสียงติติงและข้อกังวลว่ากรรมการชุดนี้มือถึงหรือไม่ โดยเฉพาะ “พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข” ประธานคณะกรรมการ ดูเหมือนจะงานเข้ามากที่สุด เพราะไม่ทันไรก็โดนรับน้องจาก “ถาวร เสนเนียม” อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ปรามาสว่า เป็น “ทหาร” อาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญในการเข้ามาแก้ปัญหายางพาราที่เป็นเรื่องระดับประเทศ

มาถึงตรงนี้ “คม ชัด ลึก” เอกซเรย์รายชื่อคณะกรรมการยางแห่งประเทศไทยทั้ง 8 คนว่าใครเป็นใคร มีดีกรี และโปรไฟล์ในระดับปึ้กแค่ไหน

เริ่มที่ “พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข” ประธานกรรมการ ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว และนั่งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) นายทหารผู้นี้เป็นอดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 15 นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่น 26 มีเพื่อนร่วมรุ่นเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล คือ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รวมทั้ง พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชาย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)

เส้นทางชีวิตราชการของ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เติบโตมาในสายยุทธการ กระทั่งรับตำแหน่งเจ้ากรมยุทธการทหารบก ก่อนขึ้นเป็นรองเสนาธิการทหารบก หรือรองเสธ.ทบ. และผงาดขึ้นเป็นเสธ.ทบ.ต่อจาก “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร นายทหารรุ่นพี่ ซึ่งวันนี้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

การได้รับความไว้วางใจให้นั่งตำแหน่งประธานบอร์ดการยาง เป็นคำสั่งสายตรงจาก “บิ๊กตู่” เพราะ “พล.อ.ฉัตรเฉลิม” มีภาพความโปร่งใส มือสะอาด เป็นนักเจรจา อีกทั้งยังมีจิตวิทยาสูงในการพูดคุยโน้มน้าว แถมความสามารถทางภาษาก็ดี เนื่องจากเคยไปดำรงตำแหน่งผู้ช่วยทูตทหารที่ประเทศเยอรมนี นอกจากนั้นยังมีความรู้ความชำนาญในเรื่องนอกวงการทหาร และยังเคยได้รับความไว้วางใจให้ไปนั่งเป็นบอร์ด ปตท.มาแล้ว

ช่วงแรกๆ หลังจาก คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองใหม่ๆ พล.อ.ฉัตรเฉลิมเคยให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศยักษ์ใหญ่อย่างซีเอ็นเอ็นแทน พล.อ.ประยุทธ์มาแล้วด้วย

คุณสมบัติขนาดนี้จึงไม่แปลกที่ผู้ใหญ่ในรัฐบาลจะมอบความไว้วางใจ ทว่าประเด็นปัญหาราคายางพารา ไม่ได้เป็นแค่ปมเงื่อนเกี่ยวกับราคาผลิตผลทางการเกษตรที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมีผลประโยชน์มหาศาลและการเมืองอยู่เบื้องหลังด้วย จึงต้องจับตาว่า พล.อ.ฉัตรเฉลิม จะรับมือได้สมกับที่ผู้ใหญ่ไว้ใจหรือไม่ ต้องติดตาม

“ประสิทธิ์ หมีดเส็น”  ก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ไม่ธรรมดาสำหรับกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งคนนี้ เพราะถือเป็นผู้ที่คร่ำหวอดในวงการยางพาราตัวจริง ซึ่งในช่วงที่ยางพาราอยู่ในภาวะตกต่ำ เขาคนนี้ถือเป็นหัวเรือใหญ่ของ สกย. ในการเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจให้เกษตรกรชาวสวนยางปรับตัวเพื่ออยู่รอดได้ ตั้งแต่ให้ความรู้เรื่องการลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนให้ใช้ยางพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตสูง คือ พันธุ์ RRIT 251 และพันธุ์ RRIT 408 ส่งเสริมให้ผสมปุ๋ยใช้เองตามค่าวิเคราะห์ดินในแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ นอกจากนี้ยังได้แนะนำให้เกษตรกรน้อมนำแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้ในการทำสวนยางพารา ภายใต้โครงการ “สวนยางผสมผสานตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”

“สังข์เวิน ทวดห้อย” ไม่มีชางสวนยางคนไหนในพื้นที่ภาคตะวันออกจะไม่รู้จัก กำนันแห่งตำบลเขาชะเมา อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ในฐานะประธานเครือข่ายสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางภาคตะวันออก ทุกครั้งที่ชาวสวนยางมีปัญหาในการต่อสู้เรียกร้องเรื่องราคายางพาราตกต่ำ เขาคนนี้จะเป็นแกนนำในการนำชาวสวนยางภาคตะวันออกออกมาเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยในปี 2513 กำนันคนดังกล่าวเคยเป็นหัวเรือใหญ่ในการนัดชาวสวนยางภาคตะวันออกมาร่วมชุมนุมกับชาวสวนยางทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือราคายางพาราตกต่ำ

“เสนีย์ จิตตเกษม” ข้าราชการนักปกครอง ดีกรีระดับผู้ว่าราชการจังหวัดที่ไม่ธรรมดา เพราะผ่านงานปกครองและพัฒนามานับไม่ถ้วน เรียกว่ากว่า 30 ปีผ่านงานระดับหินมามากมาย โดยมีรางวัลข้าราชการดีเด่นการันตีมากมาย อาทิ ปี 2521 ปลัดอำเภอผู้มีผลงานดีเด่น กองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้า จังหวัดสกลนคร ปี 2522 รางวัลข้าราชการขวัญใจประชาชน จ.อุดรธานี

ปี 2526 รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น พ.ศ.2526 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ปี 2550 รางวัลกระบวนงานรณรงค์วิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2550 ดีเด่นอันดับ 1 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2551 รางวัลผู้ว่าราชการจังหวัดที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ หรือรางวัลสำเภาทอง ประจำปี 2551 พร้อมรางวัล คนดีศรีสะเกษ จากสำนักคณะสงฆ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเชื่อว่าประสบการณ์จากการทำงานในตำแหน่งต่างๆ จะช่วยให้เข้ามาแก้ปัญหาราคายางได้อย่างแน่นอน

“ธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์” จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ ประสบการณ์ทำงานมากมาย โดยเฉพาะตำแหน่งรองประธานสหกรณ์ปาล์มน้ำมันจังหวัดพังงา และรองประธานเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กรรมการคนนี้ถือเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการยางพารา และปาล์มน้ำมัน ซึ่งการเข้ามาเป็นคณะกรรมการยางแห่งประเทศไทยในครั้งนี้เชื่อว่าจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการนำพาพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางให้พ้นจากวิกฤติในครั้งนี้

“ธนวรรธน์ พลวิชัย”  นักเศรษฐศาสตร์ชื่อเสียงโด่งดัง ดีกรีระดับดอกเตอร์ ส่วนใหญ่จะคุ้นหน้าคุ้นตาในฐานะนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ผ่านมาเคยดำรงตำแหน่งเศรษฐกร ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผู้ช่วยผู้จัดการและวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยฟูจิ นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการอาหารแห่งชาติ กรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ภาคเอกชน เรียกว่าเป็นนักวิชาการระดับแถวหน้าของเมืองไทย ซึ่งไม่แปลกใจที่ ดอกเตอร์หนุ่มผู้นี้เข้ามานั่งในตำแหน่งกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เพราะความรู้แน่นเหลือเกิน

“สาย อิ่นคำ” หนึ่งในคณะกรรมการอีกคนที่เป็นผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เกษตรกรหนุ่มใหญ่ผู้นี้ถือเป็นแกนนำที่มีบทบาทและเป็นตัวแทนเกษตรกรยางพาราภาคเหนือ ตัวจริงเสียงจริง โดยเฉพาะพื้นที่ จ.พะเยา ไม่มีเกษตรกรคนไหนไม่รู้จักชื่อ “สาย อิ่นคำ” ทั้งนี้ การเข้ามาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการยางแห่งประเทศไทยครั้งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในความหวังของพี่น้องเกษตรกรสวนยางภาคเหนืออย่างแท้จริง
“ธนวรรธน์ พลวิชัย” ผู้ประกอบกิจการยาง เชี่ยวชาญด้านการค้า เป็นนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และที่สำคัญยังเป็นประธานบอร์ดกองสลากด้วย

มาถึงกรรมการคนสุดท้าย “พิชัย ถิ่นสันติสุข” ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาอีกเช่นกัน เพราะดำรงตำแหน่งงานด้านพลังงานมามากมาย เช่น ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนแห่งประเทศไทย ประธานกลุ่มบริษัทราชาอิควิปเมนท์ จำกัด กรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฯลฯ ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานตัวจริง และก่อนหน้านี้เคยเป็นหัวเรือใหญ่ในการเสนอแนวทางขับเคลื่อนนโยบายพลังงานทดแทนของไทยกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. มาแล้ว

ขมิ้นชันอินทรีย์ ของดีเกษตรกรชัยภูมิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160113/220380.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 13 มกราคม 2559
ขมิ้นชันอินทรีย์ ของดีเกษตรกรชัยภูมิ

เกษตรกรคนเก่ง : ขมิ้นชันอินทรีย์ ของดีเกษตรกรชัยภูมิ : โดย…กวินทรา ใจซื่อ

                      การปลูกขมิ้นชันอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกรบ้านท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ โดยให้เกษตรกร ลด ละ เลิก ใช้สารเคมี มุ่งความปลอดภัยของผู้บริโภค เกษตรกร ทั้งช่วยลดต้นทุนผลิตด้วย
                      นางสุนันทา โรจน์เรืองไร บ้านเลขที่ 7 หมู่ 11 ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เกษตรกรปลูกขมิ้นชัน เล่าว่า เพราะเกษตรกรในพื้นที่เริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพอันเนื่องมาจากใช้สารเคมีในการเพาะปลูกพืชผล จึงเป็นที่มาของการรวมกลุ่มชาวบ้าน 3 หมู่ คือ หมู่ 4 หมู่ 6 และหมู่ 11 ปลูกสมุนไพรรักษาโรค อาทิ ขมิ้นชัน หญ้าปักกิ่ง มะขามป้อม รางจืด ฟ้าทะลายโจร และกระเจี๊ยบ หนึ่งในโครงการพัฒนาการผลิตพืชสมุนไพรด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
                      “จากกระแสความต้องการขมิ้นชันอินทรีย์ของตลาดที่มีสูง จึงเลือกปลูกร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ในพื้นที่ 179 ไร่ หมุนเวียนไปตามฤดูกาล และนำไปขายที่โครงการตลาดกลางวัตถุดิบสมุนไพร จ.มหาสารคาม โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง” สุนันทาเล่า พร้อมบอกว่าในการนำไปขายแต่ละเที่ยวนั้นอยู่ที่หลักพันกิโลกรัม
                      สำหรับขมิ้นชันจะคัดพันธุ์มาจาก จ.เพชรบูรณ์ นำมาล้างด้วยน้ำปูนใสเพื่อป้องกันเชื้อรา เพลี้ยโรคหัวเน่า เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน จากนั้นก็เตรียมดิน บำรุง ปรับปรุงสภาพดิน ก่อนนำหัวขมิ้นชันลงปลูกที่ระยะห่างระหว่างแถว 75-80 ซม. ระยะห่างระหว่างต้น 30 ซม.
                      ปลูก 8-9 เดือนจึงเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยเริ่มปลูกเมษายน เก็บเกี่ยวมกราคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่หัวขมิ้นชันจะแห้งสนิทและมีตัวยาสารออกฤทธิ์ที่มีคุณภาพ
                      “ผลผลิตขมิ้นชันของกลุ่ม ปัจจุบันได้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ดังนั้น เกษตรกรจึงมีการจดบันทึกการปลูก ผลผลิตผ่านการรับรอง สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค จึงเป็นที่ต้องการของตลาดดังกล่าว”
                      สำหรับผู้สนใจต้องการเรียนรู้ หรือเลือกซื้อสมุนไพรอินทรีย์ติดต่อได้ที่ นางสุนันทา โรจน์เรืองไร หมู่ 11 ต.ท่ามะไฟหวาน หรือโทรศัพท์สอบถาม 08-7794-6006
———————-
(เกษตรกรคนเก่ง : ขมิ้นชันอินทรีย์ ของดีเกษตรกรชัยภูมิ : โดย…กวินทรา ใจซื่อ)

‘หมอนหลอด’ เพื่อสุขภาพ แก้แผลกดทับฝีมือเด็ก มข.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160113/220382.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 13 มกราคม 2559
'หมอนหลอด' เพื่อสุขภาพ แก้แผลกดทับฝีมือเด็ก มข.

ทำมาหากิน : ‘หมอนหลอด’ เพื่อสุขภาพ แก้แผลกดทับฝีมือเด็ก มข. : โดย…ทีมข่าวเกษตร

                      ด้วยเห็นว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยที่มีปัญหาต้องนอนติดเตียงอยู่เป็นจำนวนมาก เหตุนี้เป็นแรงผลักให้ นายธนากร ชัยวงศา นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมเพื่อนร่วมทีม คิดทำอุปกรณ์ “หมอนหลอดเพื่อสุขภาพ” ช่วยแก้ปัญหาแผลกดทับในผู้ป่วยที่ต้องนอนนานๆ ได้เป็นผลสำเร็จ
                      นายธนากร ชัยวงศา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการจัดการ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ย้อนให้ฟังถึงความเป็นมาของหมอนหลอดเพื่อสุขภาพว่า มาจากการศึกษารายวิชาสหกิจศึกษา ซึ่งการเรียนวิชานี้มหาวิทยาลัยจะให้นักศึกษาปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ โดยครั้งนี้ตนเองและเพื่อนอีก 3 คน เข้าฝึกปฏิบัติงานที่ร้านอินเตอร์ม่านหลุยส์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น
                      โดยตลอดระยะเวลาของการฝึกปฏิบัติงานจริงนั้น เกิดแรงบันดาลใจนำวัสดุเหลือใช้มาเพิ่มมูลค่า จนได้ข้อสรุปเป็นการทำหมอนหลอดเพื่อสุขภาพที่หุ้มด้วยเศษผ้าที่เหลือจากกระบวนการตัดเย็บผ้าม่าน
                      ทั้งนี้ หมอนดังกล่าวมีความแตกต่างจากหมอนเพื่อสุขภาพทั่วไป เพราะมีการบรรจุหลอดกาแฟที่ถูกตัดเป็นชิ้นอัดแน่นภายในถุงหมอน ซึ่งหมอนหลอดเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการการันตีจากแผนกหลังคลอด โรงพยาบาลศรีนครินทร์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่ามีคุณสมบัติอากาศถ่ายเทสะดวกทำให้ไม่ร้อนไม่เกิดแผลกดทับปรับรูปรองรับอวัยวะได้เป็นอย่างดีตามสรีระ ไม่มีไรฝุ่นซึ่งก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ สามารถเปลี่ยนไส้หมอน และถอดทำความสะอาดได้ง่าย
                      “การพัฒนาผลิตภัณฑ์หมอนหลอด เราได้ศึกษาจากผลงานวิจัยของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ซึ่งมีการรับรองผลการวิจัยแล้วว่า หลังผ่าคลอดแผลของผู้ป่วยที่ใช้หมอนหลอดจะหายเร็วขึ้นและไม่เป็นแผลกดทับ จากนั้นได้นำหมอนหลอดที่ผลิตไปทดสอบกับผู้ป่วยอาสาสมัครที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ แผนกสูติ-นรีเวช ห้องพักหลังคลอด พร้อมทั้งเก็บข้อมูล โดยการสัมภาษณ์พูดคุยกับหมอ พยาบาล ผู้ป่วยอาสาสมัคร เสียงสะท้อนส่วนใหญ่ตอบกลับมาว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ผลจริง ยิ่งทำให้เรามั่นใจในคุณภาพมากขึ้น” นายธนากร กล่าว
                      พร้อมระบุว่า ผลิตภัณฑ์หมอนหลอดเพื่อสุขภาพเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษผ้าที่เหลือจากการผลิตผ้าม่านช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการซึ่งมีทักษะในการตัดเย็บ พร้อมทั้งกำลังคนและเครื่องจักรเป็นต้นทุนเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มสายการผลิตหมอนหลอดเพื่อสุขภาพเข้าไป
                      นายธนากร กล่าวอีกว่า หลังจากการประดิษฐ์คิดค้นหมอนหลอดเพื่อสุขภาพมาแล้ว มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งการออกร้านแสดงสินค้าในงานหรือกิจกรรมต่างๆ การทำการตลาดออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ ปรากฏว่าหมอนหลอดเพื่อสุขภาพมีกระแสตอบรับเป็นอย่างดี
                      ส่วนท่านใดที่สนใจในผลิตภัณฑ์สามารถติดต่อไปได้ที่สาขาการจัดการ คณะวิทยาการจัดการ มข.
                      “การตั้งราคาขายที่ต่ำกว่าตลาดเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ประความสำเร็จนอกเหนือจากคุณภาพของสินค้า ที่เราตั้งราคาต่ำกว่าเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำ และต้นทุนส่วนใหญ่เป็นค่าตัดเย็บซึ่งเป็นจุดแข็งของร้านอยู่แล้ว จึงทำให้ผลิตภัณฑ์มีความได้เปรียบทางการแข่งขันค่อนข้างสูง” นายธนากร กล่าวในตอนท้าย
———————-
(ทำมาหากิน : ‘หมอนหลอด’ เพื่อสุขภาพ แก้แผลกดทับฝีมือเด็ก มข. : โดย…ทีมข่าวเกษตร)

เปิดแบบจำลองแนวคิด ‘เชิงพลวัต’ สู่การพัฒนาผลิตผลเกษตรยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160112/220310.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 12 มกราคม 2559
เปิดแบบจำลองแนวคิด 'เชิงพลวัต' สู่การพัฒนาผลิตผลเกษตรยั่งยืน

ทำมาหากิน : เปิดแบบจำลองแนวคิด ‘เชิงพลวัต’ สู่การพัฒนาผลิตผลเกษตรยั่งยืน : โดย…พรนภา สวัสดี

                      ผลพวงจากประชากรมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทำให้วิกฤติในเรื่องของอาหารเป็นประเด็นสำคัญที่ประเทศต่างๆ ให้ความสนใจในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการทางอาหารนั้นมีเพิ่มมากขึ้น ทำอย่างไรให้การผลิตสินค้าทางการเกษตรเพียงพอต่อความต้องการทางอาหาร เรียนรู้ พัฒนา ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
                      รศ.ดร.ศุภวัจน์ รุ่งสุริยะวิบูลย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของผลงานวิจัยแบบจำลองเชิงพลวัตสำหรับวัดประสิทธิภาพและการเติบโตผลิตภาพทางการเกษตร พยายามคิดค้นผลงานวิจัยแบบจำลองในเชิงแนวคิดพลวัตขึ้นมาเพื่อให้เกษตรกรและอุตสาหกรรมผลิตอาหารและหน่วยงานภาครัฐสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อมีให้มีการพัฒนาไปในทิศทางที่เหมาะสมและยั่งยืน
                      “ที่จริงแล้วงานวิจัยชิ้นนี้มีการพัฒนาต่อยอดมาจากงานวิจัยชิ้นก่อนๆ ที่เคยทำขึ้นมา ระยะเวลาในการดำเนินงานกว่า 2 ปี ตั้งแต่ปี 2555 จนมาเสร็จสิ้นเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมาจากความสนใจว่าจะสร้างตัวชี้วัดอย่างไรเพื่อให้แต่ละภูมิภาคมีการพัฒนาสินค้าทางการเกษตรและสามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการอาหารของโลก”
                      นักวิจัยคนเดิมเผยต่อว่า ก่อนหน้านี้วิธีหรือแนวคิดที่ถูกนำมาใช้กับแบบจำลองไม่มีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ตัวชี้วัดที่ออกมาอาจจะเกิดความคลาดเคลื่อนแบบจำลอง ที่อาศัยแนวคิดเชิงพลวัต จะคำนึงถึงเวลาในการปรับตัวของเกษตรกรหรือการปรับตัวของพื้นที่ต่างๆ ตัวชี้วัดที่ได้จากแบบจำลองที่ทำขึ้นไม่ใช่เฉพาะแค่ภาคการเกษตรที่จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ แต่ส่วนของอุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ถ้ามีข้อมูล ซึ่งส่งผลให้ภาครัฐสามารถนำไปกำหนดแผนเชิงนโยบาย พัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตแต่ละตัวให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมและเกิดความยั่งยืนมากขึ้น
                      “อย่างเรื่องของเทคโนโลยีการใช้ปัจจัยการผลิตและเรื่องขนาดทางการเกษตรที่ยังไม่เหมาะสม ซึ่งถ้าประเทศสามารถแก้จุดบอดตรงจุดต่างๆ ผลเสียต่างๆ ที่ศึกษาได้จากกลุ่มประเทศเปลี่ยนผ่านแล้วสามารถที่จะวางกลยุทธ์ของประเทศไทยให้เหมาะสมเพื่อทำให้เกิดการเติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง ด้วยทรัพยากรทางการเกษตรที่มีศักยภาพและจำนวนประชากรที่มากกว่าครึ่งของโลก ข้อมูลของกลุ่มประเทศเปลี่ยนผ่านจึงมีความน่าสนใจที่จะนำมาใช้ในงานวิจัย” รศ.ดร.ศุภวัจน์ แจง
                      อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.ศุภวัจน์ ยังย้ำด้วยว่าสำหรับกลุ่มประเทศเปลี่ยนผ่านนั้นเป็นกลุ่มที่เคยอยู่ในระบบสังคมนิยมแล้วเปลี่ยนมาเป็นระบบกลไกตลาดเสรี ถ้าสามารถเข้าใจภาพรวมได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับภูมิภาคนี้จะเกิดประโยชน์ต่อคนทั้งโลก เช่นประเทศไทยเป็นประเทศทางการเกษตรที่สามารถศึกษาเรียนรู้ได้ว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้กลุ่มประเทศเหล่านี้ยังพัฒนาได้ไม่ดีพอ อาทิ เทคโนโลยีทางด้านการเกษตรยังไม่มีความทันสมัยหรือเกษตรกรบางประเทศอาจจะยังไม่ได้รับการอบรมที่เพียงพอ เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่ปรับตัวไป ถ้าประเทศไทยสามารถแก้จุดบอดที่ศึกษาจากกลุ่มประเทศเปลี่ยนผ่านได้จะทำให้การวางกลยุทธ์ของประเทศไทยมีความเหมาะสมและเกิดการเติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง
                      “ในอนาคตมองว่าแบบจำลองที่พัฒนาขึ้นมา อาจจะนำไปประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ ของประเทศไทยได้ เพราะที่จริงแล้วอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นจุดที่นำเงินเข้ามาให้ประเทศค่อนข้างเยอะ ฉะนั้นถ้าแบบจำลองนี้ ถูกนำไปประยุกต์ใช้กับฐานข้อมูลในอุตสาหกรรมอื่นๆ ประเทศไทยจะสามารถกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ ที่เหมาะสม และจะเป็นตัวสำคัญที่ดึงเม็ดเงินเข้ามาในประเทศได้อีกด้วย” รศ.ดร.ศุภวัจน์ กล่าวทิ้งท้าย
                      นับเป็นอีกก้าวของงานวิจัยในการนำผลสำเร็จจากการสร้างแบบจำลองแนวคิดเชิงพลวัตมาประยุกต์ใช้กับนโยบายรัฐและทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรของไทยเพื่อให้การพัฒนาไปในทิศทางที่เหมาะสมและเกิดความยั่งยืน
———————-
(ทำมาหากิน : เปิดแบบจำลองแนวคิด ‘เชิงพลวัต’ สู่การพัฒนาผลิตผลเกษตรยั่งยืน : โดย…พรนภา สวัสดี)

วิถีเกษตร วิถีไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160112/220309.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 12 มกราคม 2559
วิถีเกษตร วิถีไทย

เส้นทางอาชีพ : วิถีเกษตร วิถีไทย : สุรัตน์ อัตตะ surat_a@nationgroup.com

                      ผ่านไปอีกปีสำหรับการรวมพลคน Aggie Day คืนสู่เหย้าหรือรวงทองคืนทุ่ง ปี 59 โดยสมาคมศิษย์เก่าคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดขึ้น ณ บริเวณอาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ภายในงานนอกจากมีพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณนิสิตเก่าดีเด่นคณะเกษตรประจำปี 2558 แล้วยังมีการเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ “วิถีเกษตร วิถีไทย” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการสถาบันคลังสมองของชาติ ดร.เอนก ลิ้มศรีวิไล นักปรับปรุงพันธุ์ปาล์ม และลุงขวัญชัย รักษาพันธ์ ปราชญ์เกษตรเมืองแปดริ้ว มาให้มุมมองการขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต  ผลกระทบจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจากนี้ไปจะมีทิศทางเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมองคล้ายๆ กันก็คือการสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าและจะต้องไม่แห่ตามกันปลูกพืช ทั้งที่เป็นความคิดของเกษตรกรเองหรือเป็นนโยบายรัฐบาล จนเกิดปัญหาอย่างที่เป็นอยู่กับยางพาราในเวลานี้
                      รศ.สมพร มองตั้งแต่การปฏิวัติเขียวถึงแม้ประเทศไทยจะส่งสินค้าออกเพิ่มขึ้น แต่มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่เข้าไปในพื้นที่ป่ามากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด มันสำปะหลัง หลังจากมีการค้าเสรีเกิดขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีการรวมกลุ่มเศรษฐกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาษีศุลกากรระหว่างกันภายในกลุ่มที่ทำข้อตกลงให้เหลือน้อยที่สุดหรือเป็น 0%  การได้มาของสินค้าจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การใช้แรงงานที่ไม่เป็นธรรม อย่างกรณี ทางยุโรป สหรัฐอเมริกา กีดกันสินค้าประมงจากประเทศไทย เพราะเขากล่าวหาว่าประเทศไทยไม่ปฏิบัติตามกฎไอยูยู  ไม่เฉพาะประมง พืชเกษตรก็เช่นกัน หากการขยายพื้นที่ปลูกรุกล้ำพื้นที่ป่า การแบนสินค้าจากผู้บริโภคก็จะตามมาด้วย ประเด็นเหล่านี้ประเทศผู้ผลิตสินค้าภาคเกษตรจะต้องคำนึง
                      ขณะที่ลุงขวัญมองว่า เราต้องอยู่อย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าวหนึ่งเมล็ดได้มาไม่ง่าย กว่าจะได้มาชาวบ้านลำบากมาก ผ่านหลายขั้นตอนกว่าจะได้ข้าวมา จึงไม่ควรรับประทานข้าวให้เหลือ ถามว่าชาวนาเจริญขึ้นหรือไม่ในปัจจุบันก็ต้องบอกว่าเจริญขึ้น เจริญมากด้วยเป็นไปตามความเจริญของประเทศ ความเจริญไม่สามารถหยุดนิ่งได้ หม่อมเจ้าสิทธิพรบอกไว้ มีรอยไถเกษตรกรเมื่อไหร่ความเจริญก็เกิดขึ้นเมื่อนั้น
                      ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องหันกลับมามองความจริงให้ทะลุ อย่าหลงอยู่ในโมหภูมิ จงเชื่อในสัจธรรมข้อนี้ เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิเป็นของจริงตามที่หม่อมเจ้าสิทธิพรกล่าวไว้ ไม่ว่าประเทศเจริญหรือเกษตรกรจะอยู่ดีกินดีมีความมั่งคั่งมากแค่ไหน สุดท้ายก็อยู่ที่ข้าวปลาอาหาร ไม่ใช่เงินตราแน่นอน ซึ่งสอดคล้องมุมมองของ ศ.ระพี สาคริก ในการกล่าวปาฐกถาช่วงหนึ่งว่าความมั่งคั่งของเกษตรกรไม่ใช่อยู่ที่เงินตรา แต่อยู่ที่ข้าวปลาอาหาร การผลิตอาหารของประเทศไทยจะต้องมีเอกลักษณ์ความเป็นไทย เพราะเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะสู้คู่แข่งได้ เพราะถ้าเป็นอย่างอื่นเขาสามารถพัฒนาทัดเทียมกันได้
                      อย่างไรก็ตามจะเห็นแล้วว่าจากมุมมองแต่ละท่านก็ล้วนยืนยันได้ว่าประเทศไทยทิ้งภาคเกษตรไม่ได้ ภาคการเกษตรจะยังคงอยู่คู่กับคนไทย ประเทศไทยไปอีกนานเท่านาน เพราะมันคือวิถีชีวิตของคนไทยที่มีมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันและอนาคตต่อไปด้วย!
———————-
(เส้นทางอาชีพ : วิถีเกษตร วิถีไทย : สุรัตน์ อัตตะ surat_a@nationgroup.com)

บุคคลในข่าว 10/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574881

โดย ไต้ฝุ่น 10 ก.พ. 2559 05:01

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน เทศกาลตรุษจีนเยาวราช ปี 2559 “ปีวอกทอง มงคลยิ่ง ลาภพูนทวี” ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ วงเวียนโอเดียน ถนนเยาวราช เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์.

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีขายดีที่สุด บนความขัดแย้งทางความคิดรอบใหม่ ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559…………

เทศกาลตรุษจีน ปีนี้ครึกครื้นกว่าทุกปี เพราะมี ลมหนาวจากจีน พัดมาร่วมฉลองตรุษจีนถึง กรุงเทพมหานคร ให้หนาวกัน 14-17 องศาเซลเซียส ทำให้บรรยากาศตรุษจีนปีนี้เป็นไปอย่างคึกคัก จังหวัดที่จัดงานเทศกาลตรุษจีนได้ยิ่งใหญ่อลังการ “ไต้ฝุ่น” ยกนิ้วให้ “บรรหารบุรี” จังหวัดสุพรรณบุรี ของ อดีตนายกฯ บรรหาร ศิลปอาชา มีทั้ง เจ้าแม่กวนอิม และ เห้งเจีย เหาะเหินเดินอากาศกันเป็นว่าเล่น ถ่ายทอดสดให้ชมกันถึงบ้านทางช่อง 3…………

คู่เลิฟคู่สวีท วัชร วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ มาร่วมอวยพรในงานวิวาห์ระหว่าง อารียา บุตรี นพดล–ประพันธ์ เฟื่องประดิษฐ์กุล กับ ศราภณ บุตร ปรีชา–พวงวรรณ สายสอาด ท่ามกลางความปลื้มปีติของบรรดาผู้มาร่วมงาน ที่โรงแรมอัลมีรอซ วันก่อน.

แล้ว ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ก็จุดกระแส ความแตกแยกทางความคิดครั้งใหม่อีกครั้งในสังคมไทย ทั้ง แม่นํ้า 5 สาย นักการเมือง นักวิชาการ และ ประชาชนทั่วไป โพลทั้งหลายวันนี้เชื่อถือไม่ได้ อยู่ที่ฝ่ายไหนเป็นคนทำ โพลก็ออกมาเชียร์ฝ่ายนั้น…………

แม้แต่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หนึ่งในแม่นํ้า 5 สาย ก็ยังออกมา คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย โดยเฉพาะ การเลือกตั้งแบบพิสดารเอาคะแนนเสียงไปจัดสรรปันส่วนผสม และ การเสนอชื่อนายกฯคนนอกได้ ประสา “ไต้ฝุ่น” หาข่าว คณะ คสช. ได้ฟัง มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานร่างฯไปบรีฟเนื้อหาให้ฟังวันก่อน ต่างก็ออกอาการ อึ้งกิมกี่ ไปตามๆกัน “ไต้ฝุ่น” เชื่อว่า จะมีการไฟเขียวให้ แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยครั้งใหญ่ ก่อนนำไปสู่ การลงประชามติ…………

อร่อยมาก ธัญญา กินเนสส์ ชวน ชัยยศ–บัณพร เอี่ยมอมรพันธ์ มาชิมอาหารฝรั่งเศสฝีมือของ ฌาคส์ มาร์กง เชฟมิชลินสามดาว พร้อมแสดงความยินดีแก่ พ.อ.หญิง ทักษณา สังขจันทร์ ในโอกาสได้เป็นผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.

อนาคต ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย จะผ่านการลงประชามติหรือยังไม่รู้ แต่ล่าสุด มีชัย ฤชุพันธุ์ กลับหลังหัน ไม่กล้าเลื่อนโรดแม็ปเลือกตั้งออกไปถึงสิ้นปี 2560 ประกาศจะทำกฎหมายลูกให้เสร็จ แล้วเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2560 ตามโรดแม็ปเดิม งานนี้ “ไต้ฝุ่น” เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เห็น ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย แล้ว ไม่น่าไว้วางใจ…………

ยุคนี้ฝรั่งขายไทยซื้อ เศรษฐีไทยรวยกว่าฝรั่ง ล่าสุด ค่ายคาสิโนกรุ๊ป สัญชาติฝรั่งเศส ตัดสินใจ ขายหุ้นบิ๊กซีซูเปอร์มาร์เก็ต 58.56 เปอร์เซ็นต์ ให้กับ ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น ของ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นเงิน 3,100 ล้านยูโร 3,500 ล้านดอลลาร์ 126,000 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อย เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ก้อนโต จะโอนหุ้นกันให้เสร็จสิ้นเดือนมีนาคม รายต่อไป “ไต้ฝุ่น” ฟันธง เทสโก้ โลตัส จาก อังกฤษ รายนี้ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือซีพีตีขิมรอนานแล้ว…………

น่าซื้อน่าใช้ อัจฉรา อัมพุช, โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์ และ สุวดี พึ่งบุญพระ จัดกิจกรรม “Exclusive Event at Roger Vivier” แบรนด์รองเท้า-เครื่องหนังสุดคลาสสิกจากฝรั่งเศส โดยมี สุธาวดี ศิริธนชัย และ ทิพย์ลดา พูนศิริวงศ์ มาร่วมงานด้วย ที่ร้าน Roger Vivier ดิ เอ็มโพเรียม วันก่อน.

08.30 น. วันนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดหนักจัดเต็มเรื่อง “จริยธรรม : จิตสำนึกหลักบรรษัทภิบาล” ในงาน CG Forum 1/2016 ที่หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย อาคารบี ตลาดหลักทรัพย์แห่งใหม่ เชิญ กรรมการบริษัทจดทะเบียน ซีอีโอ และ ผู้บริหารระดับสูง ไปจนถึง สมาชิกสถาบันวิทยาการตลาดทุน เข้าร่วมงาน เริ่มต้นด้วยปาฐกถาพิเศษของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง “จริยธรรมของผู้นำองค์กร” ต่อด้วยการเปิดตัวหนังสือ “จริยธรรม : จิตสำนึกหลักบรรษัทภิบาล” และ “คณะกรรมการเสาหลักบรรษัทภิบาล” โดย ยุทธ วรฉัตรธาร…………

จากนั้นต่อด้วยหัวข้อเสวนา ความคาดหวังของตลาดทุนต่อจริยธรรมของกรรมการและผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน โดย รพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. เกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ มี “นายกตู่” วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย นายกสมาคม บลจ.ดำเนินรายการอย่างเข้มข้น…………

ช่วยผู้ป่วย จรินทร์ สุมานนท์ มอบเงินรายได้จากการจัดงาน “ราตรีรวมน้ำใจ” เพื่อผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาส จำนวน 4,296,000 บาท ให้แก่ รศ.ทพ.พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ โดยมี ละออ ตั้งคารวคุณ และ สุริยน ศรีอรทัยกุล มาร่วมในพิธีด้วย ที่มหาวิทยาลัยมหิดล วันก่อน.

ตบท้ายด้วยหัวข้อ จริยธรรมในการดำเนินงานและการประพฤติตนของกรรมการและผู้บริหาร โดยมี ชนินท์ ว่องกุศลกิจ จากบ้านปู เชาวลิต เอกบุตร จากปูนใหญ่ ดร.บัณฑิต นิจถาวร ผู้อำนวยการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และ ยุทธ วรฉัตรธาร ร่วมเสวนา งานนี้ต้องเรียกว่า จัดหนักจัดเต็ม ตั้งแต่ต้นจนจบงาน ก็ไม่รู้เป็นการส่งสัญญาณกดดันไปถึง ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนบางคน หรือไม่…………

09.00 น. ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ และ สุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสานพลังประชารัฐ ส่งเสริม SMEs Start-up & Social Enterprises ระหว่าง หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา รวมทั้งสิ้นกว่า 60 องค์กร เพื่อเสริมศักยภาพและความเข้มแข็งให้กับเอสเอ็มอีไทย ที่ ศูนย์ประชุมซี-อาเซียน อาคารไซเบอร์ เวิลด์ กรุงเทพฯ ถือเป็นมิติใหม่ของสังคมไทย…………

ชวนดื่ม พรเศก ภาคสุวรรณ จัดงานโรดโชว์เวิลด์คลาส ไทยแลนด์ เชิญสุดยอดบาร์เทนเดอร์เวิลด์คลาส มิชิโตะ คาเนโคะ โชว์ศิลปะผสมค็อกเทลไฮบอลชั้นเลิศ โดยมี เจนณรงค์ ภูมิจิตร, โทมัส เดเลดาล, พร้อม สิริสันต์ และ ชลลดา เมฆราตรี มาร่วมงานด้วย ที่ Vogue Lounge วันก่อน.

15.00 น. ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการจิตรกรรม จิตอมตวาทในหิมพานต์ ของ เพ็ญสิน นีลวัฒนา-นนท์ ที่หอศิลปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถนนเจ้าฟ้า…………

ลักขณา นะวิโรจน์ รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส เดอะ มอลล์ กรุ๊ป จัดงาน ควอเทียร์ ออง โรส Quartier En Rose ต้อนรับ เทศกาลวาเลนไทน์ ตั้งแต่ 11-14 กุมภาพันธ์ ที่ควอเทียร์ อเวนิว ดิ เอ็มควอเทียร์…………

หม่ำเพลิน บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล จัดแคมเปญ “มื้อนี้ฟิน วันนี้ฟรี” พร้อมมอบอั่งเปาให้ลูกค้าเอไอเอสลิ้มรสความอร่อยฟรีกว่า 400 ร้านค้า ในงานตรุษจีนเยาวราช โดยมี ฐิติพงศ์ เขียวไพศาล, วิลาสินี พุทธิการันต์ และ พีค–ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ มาร่วมงานด้วย ที่ย่านเยาวราช วันก่อน.

บนแผงวันนี้ Gourmet & Cuisine พาชิมร้านอร่อยรับวันวาเลนไทน์ จานอร่อยของเพื่อนสนิท และอาหารสำหรับแผลร้อนใน, @Kitchen ครัวแรงบันดาลใจจากงาน (ครัว) ที่รัก การทำอาหารจีนแบบบ้านๆ, เรื่องข้างสำรับ นานาสาระตำนานความเป็นมาของอาหาร โดย ส.พลายน้อย, โยคะแห่งสติ โดย เกศสุดา ชาตยานนท์ (ครูเกด), นวนิยาย วาดรักไว้ใต้แสงดาว โดย มารีอา, ม่านเมฆา โดย อุณากรรณ, หัวใจไฟมาร โดย หมึกทิพย์, AF3 อาร์ทิมิส ฟาวล์ โดย โอเว่น โคลเฟอร์,เหยี่ยวมารสยบสิบทิศ ภาค 3 เล่ม 2 โดย หวงอี้, ลำนำรักเทพสวรรค์ ภาค 2 เล่ม 3 โดย ถงหัว…………

สู้สู้ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา เปิดงาน “แกะรอยความสำเร็จ ธุรกิจพันล้าน” เพื่อให้ความรู้แก่นักธุรกิจสายเลือดใหม่ โดยมี สุรชัย ชาญอนุเดช, วิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์, วรวัชร ตันตรานนท์ และ ฐิติรัตน์ เจริญยิ่งวัฒนา มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต วันก่อน.

ศพ มงคล แดงประเสริฐ บิดา พ.ต.ท.จันทร์ชัย แดงประเสริฐ อยู่ศาลา 1 วัดเทพศิรินทร์ ถึง 13 ก.พ. พระราชทานเพลิง 15 ก.พ. 17.00 น., ศพ ศุภชัย พรรณเชษฐ์ บิดา ปกรณ์ พรรณเชษฐ์ อยู่ศาลา 3 วัดมกุฏ 13 ก.พ. บรรจุศพ…………

“ไต้ฝุ่น”

บุคคลในข่าว 09/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574359

โดย อินทรีเหล็ก 9 ก.พ. 2559 05:01

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พลตรีบุญส่ง ภัทรสงคราม อดีตผู้บังคับบัญชากรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ฯ ณ เมรุวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์.

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 …………

คุณวุฒิ การศึกษา สถาบัน ไม่ได้บ่งบอกถึง วุฒิภาวะ จริยธรรม และ ศีลธรรม…..วัยวุฒิ ไม่ได้แสดงถึงจิต สำนึกที่ดีงามหรือย่ำแย่…..กิเลส อคติ ความเขลา นำไปสู่ ความหายนะ ทั้งปวง…………

หาทุน ชูชิ่งหลิง, ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย และ รัตนา นรพัลลภ เปิด “สตรีสัมพันธ์ร่วมใจช่วยสังคมและสิ่งแวดล้อม” งานออกร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อหาทุนทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยมี จรรย์สมร วัธนเวคิน และ มุกดา จิราธิวัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 วันก่อน.

และ ความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ได้วัดที่ การเลือกตั้ง หรือ ลากตั้ง…..ไม่ได้วัดกันที่หน้าตาหรือภูมิรู้…..ไม่ได้วัดที่ สาขาอาชีพหรือความอาวุโส…..รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร…..ก็มีเรื่องฉาวไม่ต่างกัน…..บทพิสูจน์ความ ยืนยาวและยั่งยืนของ ระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ…..ก็ไม่ได้วัดความเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ…………

วันวิวาห์ พล.ต.อ.สมชาย วาณิชเสนี เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง จิรัชญา บุตรี มงคล–ศุณาลักษณ์ จิรกิจอนุสรณ์ กับ อาจอง บุตร ธนิต–นพรัตน์ วิญญูประดิษฐ์ โดยมี พล.อ.ต. หญิง ทรงพร วาณิชเสนี มาร่วมอวยพรด้วย ที่ห้องบอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.

หรือถ้า ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดยมี มีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ผ่านวัย 77 ปี…..ใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญ 77 วัน…..ทั้งสิ้น 270 มาตรา…..จะไม่ผ่านประชามติ…..ก็ไม่ได้แปลว่า ระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยจะล่มสลาย…..เพียงแต่ระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ต้องล้มลุกคลุกคลาน ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุดเท่านั้น …………

ท่านประธาน ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ และ ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ จัดงานเลี้ยงต้อนรับ โยจิมุโรซากะ ในโอกาสมารับตำแหน่งประธานซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) โดยมี ลออ ตั้งคารวคุณ และ วิภาดา ธรรมาวรานุคุปต์ มาร่วมงานด้วย ที่ภัตตาคารปิงหูฉลาม สุรวงศ์ วันก่อน.

บรรทัดนี้ “อินทรีเหล็ก” ไม่ได้ค้าน โรดแม็ป คสช. ที่จะนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยในปีหน้า…..แต่ค้าน บรรดาผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่พยายามจะทำให้ บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญวกวน ซ่อนแอบและ แอบอ้างสิทธิและเสรีภาพของประชาชน…..เพื่อรักษาอำนาจ นอกรัฐธรรมนูญ เอาไว้เท่านั้น…………

ไม่แปลกที่ กองทัพ ภายใต้การนำของ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. จะได้รับการร้องขอจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา…..ในการรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้…..เพราะ กองทัพคือผู้สนับสนุนหลัก ของ คสช.และรัฐบาล อยู่แล้ว…..ถ้าไม่ใช้กองทัพจะใช้ใคร …..หากกองทัพไม่ให้ความร่วมมือ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. …..ก็จะขาลอยทันที แม้จะมี ม.44 อยู่ในมือ ก็ตามทีเถอะ…………

ให้มูลนิธิ สนั่น อังอุบลกุล บอสใหญ่ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้แก่ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี ประยูร ขจิตต์, อรศิริ คงณศิริ, วิเชน โพชนุกูล และ พรพรรณ โลหาชีวะ มาร่วมในพิธีด้วย ที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันก่อน.

ดังนั้น พ.อ. วินธัย สุวารี โฆษก คสช. จึงต้องทำหน้าที่ตอบโต้กับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ …..อย่างประเด็นที่ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ไม่เห็นด้วยกับความเห็น พล.ท.วีรชัย อินทุโศภณ ผบ.นรด. จะส่งนักเรียน รด.ไปรณรงค์หน้าคูหาประชามติ …..การรณรงค์เป็นเรื่องปกติตามครรลองประชาธิปไตย…..ทราบแล้วเปลี่ยน…………

จะเป็นละคร ดราม่าหรือจริยธรรมเสื่อม ก็เป็นอีกเรื่อง…กรณี ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์คณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล กับข้อหาหนีทุน…..แต่หนีไม่พ้น มาตรการทางสังคม ล่าสุดมีผู้หวังดีนำภาพ บ้านหลังใหญ่ พร้อมรถหรู ในสหรัฐฯ ที่อ้างว่าเป็นของอาจารย์คนดังกล่าวมาเปิดเผยทางสังคมออนไลน์เป็นที่เรียบร้อย…..จากจุดเล็ก กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบถึง หน้าตาของสถาบันและประเทศ ไปฉิบ…………

สุดหรู อภิวุฒิ ทองคำ, โจนาธาน แลม และ อลัน หลิน เปิดตัวโครงการ “เดอะ เชอร์วูด ลอนดอน” คอนโดมิเนียมหรูระดับลักซูรีพร้อมกันทั่วโลก โดยมี สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี และ พิมพวรรณ ลิมปิชาติ มาร่วมงานด้วย ที่เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร วันก่อน.

เศรษฐกิจวัดจาก ดัชนีผู้บริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่ผ่านมา กรุงเทพโพล เปิดเผยผลสำรวจพบชาวบ้านร้อยละ 47.5 ซื้อของไหว้เจ้าน้อยลง…..ร้อยละ 79.4 อยากให้ภาครัฐเข้ามาควบคุมราคาสินค้าที่แพงขึ้น…..ว้าเหว่…………

ฉลองปีลิง พรพรรณ จิรนันท์สุโรจน์ และ เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ จัดงานเลี้ยงฉลองตรุษจีนต้อนรับปีลิงกับกลุ่มเพื่อนหงษ์ โดยมี ลลิสา จงบารมี, อติภา เองตระกูล, อัมพาพันธ์ ธเนศเดชสุนทร และ มาลินี สุขมงคล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.

นอกจาก ภัยจากการก่อการร้าย ที่คุกคามความสุขของชาวโลกแล้ว…..ภัยจากธรรมชาติ แผ่นดินไหว เริ่มจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ…..ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ โรคระบาด ล่าสุด เสข วรรณเมธี อธิบดี กรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แจงกรณี ไวรัสซิกา ที่ระบาดในกลุ่มประเทศละตินอเมริกากว่า 20 ประเทศ…..รวมทั้ง พบผู้ป่วยในประเทศไทย …..เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดได้มีการสั่งการให้ สถานทูตและสถานกงสุลไทย ทั่วโลก ชี้แจง…..กรณีพบผู้ป่วยดังกล่าวไม่ได้สะท้อนว่ามีการระบาดของ โรคไข้ซิกา ในประเทศไทย…..โดยมีมาตรการเฝ้าระวังเป็นอย่างดี…..ยังไม่อยู่ในขั้นระบาดโดยการประเมินของ องค์การอนามัยโลก และ ศูนย์ควบคุมป้องกันโรคของสหรัฐฯ…..สบายใจหายห่วง…………

อิ่มอร่อย สุภัทร์ ไพรสานฑ์กุล และ กันตภณ ผาณิตรัตน์ เปิดแคมเปญ “มื้อนี้มีเฮ จัดพิซซ่าแถมสปาเกตตีกับ The Pizza Company” เมื่อสั่งพิซซ่าขนาดกลางขึ้นไป จัดถึง 24 ก.พ. โดยมี วิศณีย์ พนมวัน ณ อยุธยา มาร่วมงานด้วย ที่ร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

หนังสือใหม่ Gourmet&Cuisine อร่อยสนุก รับวาเลนไทน์…..car ซุปเปอร์คาร์ 600 แรงม้า พร้อมอาละวาดบนถนน และสนามแข่งปี 2016 LE MONSTER…..พ็อกเกตแมกกาซีน ต่วย’ ตูน อ่าน ขุนสรร พันเรือง เขียนถึงคราวต้องเอาน้ำทะเลมาทำน้ำดื่ม…..ต่วย’ ตูนพิเศษ เรื่องเด่น ขอบจักรวาลอยู่ที่ไหน…..มาอัต เทพีผู้รักษาระเบียบแห่งจักรวาล…..รหัสลับ บรรลุธรรมแบบเซน โดย อ.นิโรธ จิตวิสุทธิ์…..Z2 อาร์กี้–ฐิติวรดา เน็ตไอดอลมาแรง น่ารัก…..เอนเตอร์เทน แขกรับเชิญ ชวนคุยกับ เบน ชลาทิศ จากหนังฮาลูกคอสั่น ลูกทุ่ง ซิกเนเจอร์…..FHM หน้าปก โบวี่–ATTHAMA…..A–STAR ดาวรุ่งดาวใหม่ ที่เปล่งประกายที่สุดแห่งปี 2015 Kim Min Jae…..ลำนำรักเทพสวรรค์ ภาค 2 ภาคห้วงคำนึง ดวงใจนิรันดร์ เล่ม 3 โดย ถงหัว…..เหยี่ยวมาร สยบสิบทิศ ภาค 3 เล่ม 2 บทประพันธ์ หวงอี้….. ปัญจมหาโจร ตอนศึกประลองราชันพิษ เล่ม 10 โดย จาง ไห่ ฟาน…..สังคมวันนี้ เวลา 08.30 น. พล.ต.หญิง บุญรักษา นาควานิช นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก เปิดโครงการสัมมนาภรรยาผู้บังคับหน่วย ระดับกองพล กรมและกองพัน ในพื้นที่ภาคที่ 1 ที่ห้องแกรนด์ เอบี โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น …..พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีสดุดี กองอาสารักษาดินแดน ในวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนครบรอบ 62 ปี ที่ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก วิภาวดี วันที่ 10 ก.พ. เวลา 13.00 น. …………

“อินทรีเหล็ก”