หวิดวินาศ! บินโซมาเลียบึมเป็นรูหลังเทคออฟ ต้องลงจอดฉุกเฉิน ดับ 1 เจ็บ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/571866

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 22:50

 

(ภาพ: airlive.net)

เครื่องบินโดยสารของสายการบิน ดาอัลโล แอร์ไลน์ส ต้องลงจอดฉุกเฉินในกรุงโมกาดิชู เมืองหลวงของประเทศโซมาเลียเมื่อวันอังคาร หลังเกิดเสียงระเบิดและไฟลุกไหม้ เพียงไม่นานหลังจากขึ้นบิน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 2 ก.พ. 2016 เครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ321 เที่ยวบินที่ ดี3159 (D3159) ของสายการบิน ดาอัลโล แอร์ไลน์ส ของประเทศโซมาเลีย ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินในกรุงโมกาดิชู หลังเกิดเหตุระเบิดภายในห้องโดยสารเพียงไม่กี่นาทีหลังขึ้นบินจากเมืองหลวงแห่งนี้

รูขนาดใหญ่บริเวณลำตัวเครื่องบินด้านขวา (ภาพ: VOA)

นายอาลี อาห์เหม็ด จามา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและการบินพลเรือนแห่งประเทศโซมาเลีย เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า เครื่องบินโดยสารของดาอัลโล แอร์ไลน์ส ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังประเทศจิบูตี ต้องลงจอดฉุกเฉินหลังจากเกิดเสียงระเบิดและไฟลุกไหม้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนหาสาเหตุของเสียงและไฟไหม้ดังกล่าว

ด้าน นายอับดีราฮิม อาห์เหม็ด ผู้เห็นเหตุการณ์ที่สนามบินที่เกิดเหตุระบุว่า เขาเห็นไฟลุกไหม้ที่ปีกเครื่องบินอย่างน้อย 1 ข้างในตอนที่เครื่องกำลังลงจอด ขณะที่สื่อสำนักต่างๆ มีการเผยแพร่ภาพเครื่องบินลำนี้มีรูขนาดใหญ่บริเวณใกล้ปีกด้านขวาของตัวเครื่อง

ภาพความเสียหายในห้องโดยสาร (ภาพ: VOA)

ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานด้วยว่าในกลุ่มผู้โดยสารและลูกเรือประมาณ 60 คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน และมีการพบศพผู้เสียชีวิตซึ่งเชื่อว่าตกจากเครื่องบินลำนี้ที่เขตบอลอาดซึ่งอยู่ติดกับกรุงโมกาดิชูอีก 1 ราย

ไวรัสซิการะบาดหนัก! สหรัฐฯ เพิ่มอีก 4 ประเทศ เตือนหญิงตั้งครรภ์เลี่ยงไปเยือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/571828

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 18:48

 

ซีดีซี ของสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มรายชื่อ 4 ประเทศ ที่แนะนำชาวอเมริกัน โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงไปเยือน เพราะไวรัสซิกากำลังระบาดหนัก  ขณะที่องค์การอนามัยโลกประกาศให้การระบาดของไวรัสซิกา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว

เมื่อ 2 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อร้ายแรงของสหรัฐฯ (ซีดีซี) ประกาศเพิ่มรายชื่อประเทศอีก 4 ประเทศที่แจ้งเตือน แนะนำให้ชาวอเมริกัน โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปเยือนในขณะนี้ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา โดย 4 ประเทศ ที่ซีดีซีประกาศเตือนเพิ่ม เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้แก่ ประเทศอเมริกันซามัว ดินแดนหมู่เกาะของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ส่วนอีก 3 ประเทศ คือ คอสตาริกา คูราโซ และนิคารากัว

ก่อนหน้านี้ ซีดีซี ได้ประกาศแนะนำประชาชน โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการไปเยือน เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาอย่างรุนแรงแล้ว 28 ประเทศ ทั้งในลาตินอเมริกา และแถบแคริบเบียน เนื่องจากพบว่าเด็กทารกแรกเกิดซึ่งมีขนาดศีรษะเล็กผิดปกติหลายพันคนในบราซิล มีความเกี่ยวข้องกับการที่แม่ของเด็กเหล่านี้ติดเชื้อไวรัสซิการะหว่างตั้งครรภ์

ดร.มาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประกาศการระบาดของไวรัสซิกา เป็นภาวะฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน เมื่อวันจันทร์ที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะอยู่ในขั้นเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว

จะกลับบ้านไปฉลองตรุษจีน! ชาวจีนกว่าแสนอดทน รอรถไฟนานมาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/571743

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 17:00

 

ชาวจีนกว่าแสนคนต้องใจเย็นอย่างเดียว ติดแหง็กอยู่ที่สถานีรถไฟกวางโจว ทางภาคใต้ เพื่อรอรถไฟกลับบ้านเกิดไปฉลองเทศกาลตรุษจีนกับครอบครัว หลังรถไฟโดยสารจำนวนมากเจอปัญหาล่าช้ากว่ากำหนด เนื่องจากในพื้นที่ทางตอนเหนือของจีนมีสภาพอากาศเลวร้าย มีทั้งฝนและหิมะตก

เมื่อ 2 ก.พ.59 สื่อต่างประเทศรายงาน เทศกาลตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ไม่เคยทำให้ชาวจีนล้มเลิกการเดินทางกลับไปฉลองเทศกาลตรุษจีนกับสมาชิกในครอบครัวที่บ้านเกิด แม้จะต้องอดทนรอคอยรถโดยสารหรือรถไฟนานเพียงใดก็ตาม โดยเมื่อจันทร์ที่ 1 ก.พ. มีรายงานว่า มีประชาชนกว่าแสนคนต้องรออยู่ที่สถานีรถไฟในเมืองกวางโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง ตอนใต้สุดของประเทศ เพื่อรอขึ้นรถไฟโดยสารเดินทางกลับบ้านเกิด

ตามรายงานของ นสพ.เซาท์ เมโทรโปลิส เดลี่ สื่อท้องถิ่นในเมืองกวางโจว ของจีน ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้มีชาวจีนนับแสนคนนั่งรอรถไฟที่สถานีรถไฟเมืองกวางโจว เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย เกิดฝนตกและหิมะตกทางตอนเหนือของประเทศ จึงทำให้รถไฟโดยสารจำนวนมากต้องประสบกับความล่าช้า

ชาวจีนจำนวนมากรอรถไฟกลับบ้านเกิดที่สถานีรถไฟในกรุงปักกิ่ง

ข่าวแจ้งว่า จนถึงเช้าวันอังคารที่ 2 ก.พ. ยังคงมีชาวจีนรออยู่ที่สถานีรถไฟเมืองกวางโจวอีกราว 34,000 คน โดย นสพ.เซาท์ เมโทรโปลิส เดลี่ รายงานด้วยว่า ที่สถานีรถไฟสายตะวันออกของเมืองกวางโจว ยังมีผู้โดยสารรอขบวนรถไฟอยู่ที่สถานีอีกนับ 22,500 คน และที่นครเซี่ยงไฮ้ เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจของจีน มีประชาชนรออยู่ที่สถานีรถไฟอีกกว่า 30,000 คน หลังจากรถไฟ 60 ขบวนล่าช้ากว่ากำหนด

บีบีซี ประโคมข่าว ไทยเร่งปราบคนทำผิดในอุตสาหกรรมอาหารทะเล จับแล้วกว่า 100 !

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/571673

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 15:00

 

สื่อยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ เผยทางการไทยเร่งปราบปรามบรรดาคนทำประมงผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมอาหารทะเล จับกุมได้แล้วกว่า 100 คน ตัดสินจำคุกไปแล้ว 36 ราย และช่วยแรงงานต่างด้าวที่ตกเป็นเหยื่อกระบวนการค้ามนุษย์ได้แล้ว 130 ราย

เมื่อ 2 ก.พ.59 สำนักข่าวบีบีซี สื่อยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ รายงานไปทั่วโลก ทางการไทยเร่งปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ได้แล้วกว่า 100 ราย หลังจากเดือนเมษายน ปี 58 สหภาพยุโรป (อียู) ได้ขู่จะคว่ำบาตรอุตสาหกรรมอาหารทะเลของไทย ที่มีการทำประมงโดยผิดกฎหมาย และยังกล่าวหากระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของไทยด้วยว่า เกี่ยวข้องกับการลักลอบค้ามนุษย์

บีบีซี แจ้งว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 1 ก.พ. 59 เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยเปิดเผย นับตั้งแต่มีการจัดตั้งทีมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจับกุมผู้กระทำผิดในคดีทำประมงผิดกฎหมายมาเป็นระยะเวลา 16 เดือน สามารถดำเนินคดีได้แล้ว 36 คดี และช่วยเหลือเหยื่อการลักลอบค้ามนุษย์ได้ 130 คน นอกจากนั้น ผู้ต้องหาทั้งหมด 102 รายที่ถูกจับกุมนั้น ได้ถูกส่งตัวขึ้นศาลดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม และในจำนวนนี้ถูกตัดสินลงโทษจำคุกไปแล้ว 36 ราย

ทั้งนี้ อียูได้เตือนไทยเมื่อเดือนเมษายนปีก่อนว่า จะคว่ำบาตร ห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากไทย ซึ่งส่งไปขายในอียูถึงประมาณ 15% ถ้าไม่ดำเนินการแก้ไขภายใน 6 เดือน เช่นเดียวกับ รายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2558 ของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้ขึ้นบัญชีดำให้ไทย ยังอยู่ที่ ‘เทียร์3’ ตามเดิม ซึ่งหมายถึงยังไม่มีความคืบหน้ามากพอในการจัดการปัญหาค้ามนุษย์

ด้านกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนได้ชี้ให้เห็นปัญหาการลักลอบค้ามนุษย์ในไทยว่า ลูกเรือประมงที่มาทำงานในไทย มาจากกัมพูชาและเมียนมา อีกทั้ง ยังมีการใช้แรงงานเด็กต่างด้าวในอุตสาหกรรมประมงของไทยด้วย อย่างไรก็ตาม โจนาธาน ฮีด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงเทพฯ ชี้ว่าปัญหาในอุตสาหกรรมการประมงของไทยเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และไม่สามารถจะแก้ไขในเวลาอันรวดเร็ว แม้รัฐบาลไทยพยายามที่จะจัดการแก้ไขก็ตาม

‘อัลฟาเบต’ บ.แม่กูเกิล โค่นแอปเปิล! ครองแชมป์บริษัทมีมูลค่าการตลาดสูงสุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/571607

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 12:30

 

บริษัทอัลฟาเบต บริษัทแม่ของกูเกิล ผงาดขึ้นครองแชมป์บริษัทที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงสุดในโลก แซงหน้าบริษัทแอปเปิลไปได้แล้ว หลังแจ้งผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปีก่อน ทำกำไรได้มหาศาลถึง 1.76แสนล้าน ส่งผลให้ราคาหุ้นถีบพุ่งขึ้นถึง 9%

เมื่อ 2 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวฮือฮา บริษัทอัลฟาเบต (Alphabet) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัทกูเกิล (Google) ขึ้นแซงหน้าบริษัทแอปเปิล อิงค์ กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงสุดในโลก แทนที่แอปเปิลไปได้แล้ว โดยจากการแจ้งผลประกอบการในช่วงไตรมาสที่ 4 ของบริษัทอัลฟาเบต ปี 2558 ปรากฏว่า บริษัทอัลฟาเบตสามารถทำกำไรได้สูงถึง 4,900 ล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 1.76 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้าถึง 4,700 ล้านดอลลาร์

ทันทีที่บริษัทอัลฟาเบตแจ้งผลประกอบการสร้างไตรมาสที่ 4 ต่อสาธารณชน ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์พุ่งทะยานขึ้นไปถึง 9% ซึ่งนั่นหมายถึง ทำให้ บริษัทอัลฟาเบต มีมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นในพริบตา เป็น 568,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 20.448 ล้านล้านบาท แซงหน้าบริษัทแอปเปิลเจ้าของไอโฟน ซึ่งมีมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์ 535,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 19.26 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ นับเป็นการเริ่มต้นที่สวยงามมากสำหรับบริษัทอัลฟาเบต ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล หลังจากบริษัทกูเกิล ซึ่งให้บริการเสิร์จ เอ็นจิน สืบค้นข้อมูลรายใหญ่ของโลก ได้จัดตั้งบริษัทอัลฟาเบตขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นบริษัทโฮลดิ้ง (บริษัทที่ไม่มีธุรกิจหลักของตัวเอง โดยมีรายได้จากการถือหุ้นในบริษัทอื่นเป็นหลัก) หรืออีกความหมายหนึ่งคือ บริษัทอัลฟาเบต ที่เป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ทำให้องค์กรของกูเกิลมีขนาดเล็กลง เมื่อ 11 สิงหาคม 2558

หักปากกาโพล! เท็ด ครูซ พลิกชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ เลือกตั้งขั้นต้นที่ไอโอวา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/571596

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 11:42

 

เท็ด ครูซ กำลังใจมาอื้อ.. ออกสตาร์ทชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้สวยงาม คว้าชัยเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐไอโอวา รัฐแรก ชนิดหักปากกาโพล เฉือนเอาชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ ไปได้

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายเท็ด ครูซ วุฒิสมาชิกรัฐ (ส.ว.) เทกซัส ผู้ลงสมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ​สร้างความพลิกล็อกตั้งแต่แรก ด้วยการคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้น แบบ ‘คอคัส’ ที่รัฐไอโอวา ทางตะวันตกตอนกลางของสหรัฐฯ เป็นรัฐแรก ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 ก.พ. สามารถเอาชนะ นายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีชาวนิวยอร์ก ซึ่งผลโพลมีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งมาตลอด

จากผลการนับคะแนน ครูซ ได้คะแนนอันดับ 1 28% ส่วนทรัมป์ ได้ตามมาเป็นที่ 2 24% และ นายมาร์โค รูบิโอ วุฒิสมาชิกรัฐฟลอริดา อยู่อันดับที่ 3 ได้ 23% โดยคะแนนของเขาดีกว่าที่คาดหวังไว้ และหลังทราบผลการเลือกตั้ง นายรูบิโอ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับครูซทันที แต่ยังคงบอกว่า ตนคือผู้สมัครที่สามารถประสานรอยร้าวความแตกแยกในพรรครีพับลิกันได้ ขณะที่ไม่กี่นาทีต่อมา ทรัมป์ ได้ขึ้นเวทีหาเสียงอีกเวที และกล่าวแสดงความยินดีกับครูซเช่นกัน และบอกว่าตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้อันดับ 2

ผลการนับคะแนนเลือกตั้งขั้นต้น ที่รัฐไอโอวา ของผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ส่วนพรรคเดโมแครตนั้น จากผลการนับคะแนนที่แล้วเสร็จ 94% นางฮิลลารี คลินตัน ได้คะแนน 50% มีคะแนนนำเหนือ นายเบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว.รัฐเวอร์มอนต์อย่างฉิวเฉียด อยู่เพียง 1% โดยแซนเดอร์ส ได้ 49% ส่วนอันดับ 3 คือ นายมาร์ติน โอมัลลีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมรีแลนด์ ได้คะแนนเสียงแค่ 1% เท่านั้น

ผู้สนับสนุน เท็ด ครูซ ดีใจสุดขีดหลังพลิกชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งขั้นต้น ที่รัฐไอโอวา

พระเทพฯเสด็จฯเยาวราชทรงเปิดงานตรุษจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160208/222064.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559
พระเทพฯเสด็จฯเยาวราชทรงเปิดงานตรุษจีน

พระเทพฯเสด็จฯทรงเปิดงานตรุษจีนเยาวราช ทรงฉลองพระองค์ด้วยเสื้อคอจีนสีแดงแขนทรงกระบอก ประชาชนเฝ้าเนืองแน่นปลาบปลื้ม ร่วมเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” กึกก้อง

เมื่อเวลา 16.47 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช ประจำปี 2559 ภายใต้ชื่อ “ปีวอกทอง มงคลยิ่ง ลาภพูนทวี” โดยมี คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น พระธิดาคนโตในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมสามี นายเดวิด วีลเลอร์ บุตรชาย ด.ช.แม็กซีมัส-ลีโอนาร์โด วีลเลอร์ เฝ้ารอรับเสด็จ พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม, นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา, นายหนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย, นายเซี่ยง จ้าว หลุน รมช.วัฒนธรรมสาธารณรัฐประชาชนจีน, นายบุญเลิศ อัสสวุฒิ ประธานกรรมการจัดงานตรุษจีนเยาวราช ประจำปี 2559 พร้อมด้วยประชาชนชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีน ต่างร่วมใจกันสวมเสื้อสีแดงสีมงคลของวันตรุษจีนเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น ที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงฉลองพระองค์ด้วยเสื้อคอจีนสีแดงแขนทรงกระบอก เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์เพื่อนมัสการพระพุทธสุวรรณปฏิมากร ณ วัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ จากนั้นประทับรถรางไฟฟ้ามายังซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน เป็นการแสดงจากคณะตงฟง ประเทศจีน ชื่อการแสดง “แผ่นดินรุ่งเรือง” และการแสดงจากประเทศไทยโดยวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ชื่อการแสดง “อาศิระนาฏอโยธยา” ซึ่งเป็นการรำแบบอยุธยาโบราณถวายพระพร โดยใช้เทพวานรจากเรื่องรามเกียรติ์ เพื่อให้ตรงกับนักษัตรปีวอก ฝึกสอนโดย ดร.สุรัตน์ จงดา ครูชำนาญการวิทยาลัยนาฏศิลป ด้วยความร่วมมือกันระหว่างการทูตวัฒนธรรมจีน, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยประชาชนที่มีใบหน้าเปี่ยมสุขที่ได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด พร้อมเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องเมื่อเสด็จฯ ผ่าน

จากนั้น นายเฉิน เจียง อุปทูตด้านวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ทูลเกล้าฯ ถวาย “คทาไม้มงคล” และประชาคมเขตสัมพันธวงศ์ได้จัดทำเหรียญเจ้าพ่อเห้งเจียทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 3 เหรียญ ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับเจ้าพ่อเห้งเจีย หรือ “ฉีเทียนต้าเซิ่น” มีความหมายว่าผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน เห้งเจียเป็นเทพเจ้าที่ชาวจีนนับถือในเรื่องของปฏิภาณไหวพริบและความกล้าหาญ

ต่อมาเวลา 17.09 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินไปยังแท่นบริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ทรงสัมผัสก้อนเงินจีน เปิดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช ปี 2559 อย่างเป็นทางการ แล้วเสด็จฯ ไปตามถนนเยาวราชไปยังโรงแรมรอยัล บางกอก แอท ไชน่าทาวน์ เพื่อเสวยพระกระยาหารค่ำที่ห้องอาหารจีนแมนดารินการ์เด้น อาหารมงคลประกอบด้วย หูฉลามน้ำแดงหมูแฮม, สลัดกุ้งเมน, ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว นอกจากนี้มีเมนูเห็ดรวมมิตรผัดน้ำมันหอย, ข้าวผัดคะน้าปลาเค็ม, สาคูแคนตาลูป เป็นต้น

จากนั้นเสด็จฯ ย้อนกลับเส้นทางเดิมไปยังโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ ทรงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระอวโลกิเตศวร (กวนอิม) และทรงเปิดศูนย์ฟอกไต เกิดจากการร่วมใจของประชาชนที่บริจาคเงินซื้อเครื่องฟอกไตให้ผู้ป่วยทั่วไป พร้อมกันนี้นายชวลิต กาญจนชัยภูมิ ประธานกรรมการโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายลิงมงคล ทำจากทองคำ 99.9% มีขนาดสูง 4.5 นิ้ว ฐานกว้าง 3 นิ้ว ยืนเหยียบอยู่บนเหรียญทองคำในมือถือก้อนทองคำ ที่มีตัวอักษรภาษาจีนคำว่า “ฮก” ซึ่งหมายถึงโชคลาภ ส่วนด้านข้างก้อนทองมีคำว่า “เจียงไช้จิงป้อ” หมายถึงรับโชคลาภเงินทอง

ในเวลาต่อมาเสด็จฯ ยังถนนเยาวราช ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ต่างๆ และสินค้าที่ระลึกตามบูธต่างๆ เช่น ร้านภูฟ้า, ร้านมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, มูลนิธิชัยพัฒนา, มูลนิธิสิรินธร และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง พร้อมทั้งทอดพระเนตรซุ้มกิจกรรมต่างๆ

โอกาสเดียวกันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสักการะ “พระกษิติครรภโพธิสัตว์” เทพเจ้าแห่งความมงคล อัญเชิญมาจากเมืองจิ่วหัวซาน หนึ่งในสี่ยอดภูพุทธบรรพตแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และเจ้าพ่อเห้งเจียองค์แรกของประเทศไทยจากศาลเจ้าคู่วัดไตรมิตรวิทยาราม อัญเชิญมาประดิษฐานให้สักการะและขอพร บริเวณซุ้มกิจกรรมถัดจากโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิด้วย

ต่อมา เสด็จฯ ประทับรถรางไฟฟ้าไปยังวัดบำเพ็ญจีนพรต (วัดย่งฮกยี่) ซอยเยาวราช 8 หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากกันว่า “ตรอกเต้า” ทรงทอดพระเนตรและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด สำหรับวัดบำเพ็ญจีนพรตนี้เป็นวัดจีนเก่าแก่ ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อายุกว่า 200 ปี นับเป็นวัดจีนที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของพระอรหันต์ 18 องค์จากเมืองจีน มีพุทธศิลป์ในการสร้างโดดเด่นเป็น “พระพุทธรูปผ้าป่านลงรัก” ซึ่งเป็นศิลปกรรมที่นิยมของชาวจีนสมัยโบราณ เมื่อสมควรแก่เวลาจึงเสด็จฯ กลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสด็จฯ กลับ ทางคณะผู้จัดงานได้แจกคูปองบริเวณจุดลงนามถวายพระพร เพื่อให้ประชาชนได้ไปเปลี่ยนเป็นเหรียญเจ้าพ่อเห้งเจีย (ทองแดง) ซึ่งมีความหมายถึงอิทธิฤทธิ์ ว่องไว ธุรกิจก้าวหน้าเป็นของที่ระลึก จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา (7 รอบ) ในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 จำนวนจำกัดเพียง 8,500 เหรียญ

คสช.ติง‘แม้ว’หนีคดียังวิจารณ์รธน.เตือนอย่ายุแหย่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160208/222059.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559
คสช.ติง‘แม้ว’หนีคดียังวิจารณ์รธน.เตือนอย่ายุแหย่

คสช.ติง‘แม้ว’หนีคดียังวิจารณ์รธน. ชี้สภาวะบ้ารเมืองไม่ต้องการการยุแหย่ ยันรับฟังความเห็น ระบุสถาบันศึกษาจัดเสวนา รธน.ได้ ไม่ห่วงบอลประเพณีจุฬา-มธ.ล้อการเมือง

           ที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 8 ก.พ.2559  พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนงานรักษาความสงบ สำนักงานเลขาธิการเลขคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้ประเทศถอยหลังเข้าคลอง ว่า ต้องถามว่าตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในสถานะอะไร ถ้าเรามองกันตามความเป็นจริง ก็อยู่ในสถานะผู้ต้องโทษ แต่ยังไม่มารับโทษ เพราะฉะนั้นการออกความเห็นมานั้น คนไทยเรามีความรู้มีวิจารณญาณได้ว่าควรจะรับฟังหรือไม่ ในสภาวะบ้านเมืองแบบนี้ เราต้องการความร่วมมือปรองดองสมานฉันท์ เราไม่ต้องการการมายุแย่ให้เกิดความแตกความสามัคคีหรือการแบ่งแยก ดังนั้นเราต้องดูสถานะคนพูด กับคนที่กำลังทำงานอยู่ในบ้านเมืองเวลานี้ ตนว่าคนไทยกำลังเฝ้าฟังเฝ้าดู มีวิจารณญาณ ว่าควรจะฟัง หรือชะลอไว้ก่อน ในการจัดความสำคัญลำดับความเร่งด่วน

เมื่อถามถึงกรณีที่ ทหารยังกดดันคนแสดงความเห็นโดยการส่งทหารลงไปในหมู่บ้าน เข้าไปพบนักการเมือง หรือเชิญมาพูดคุยอยู่ พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ต้องมองว่าเป็นการผูกมิตรชิดใกล้ พบปะการได้เห็นกันและพูดคุยกัน อย่างน้อยเราก็จะได้รับรู้ว่าการคิดต่างเห็นต่างนั้นมองอย่างไร บางครั้งอาจคิดไม่เหมือนกันซึ่งบางครั้งรู้ว่ามีความคิดไม่เหมือนกัน แต่นะเวลานี้เราต้องการเข้าไปอธิบาย และทำความเข้าใจ ไม่ได้ไปกดดันหรือทำให้ไม่สบายใจหรือรู้สึกไม่ดี คนเราเจอกันบ่อยความรู้สึกที่ดี ได้ระบายความคิดก็จะทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น และถ่ายทอดซึ่งกันและกัน เรารับฟังความคิดเขา เขารับฟังความคิดเรา มันก็จะนำไปสู่ในสิ่งที่เราทำร่วมกัน บางครั้งหนักไปก็ถ่อยมา เบาไปก็เพิ่มไป

เมื่อถามว่ามีโอกาสหรือไม่ที่ทาง คสช. จะแก้ประกาศเพื่อเปิดโอกาสให้ทางนักการเมือง ได้มีการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นของร่าง ธธน. หรือไม่ พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวว่า แต่ละฝ่ายให้ความคิดเห็นผ่านหลายช่องทางที่เรากำหนดมาแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ได้รับฟังรับรู้แล้วนำไปประมวลซึ่งก็อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็น ไม่ได้ปิดกั้นอะไร เพียงแต่สิ่งใดนำไปสู่การบิดเบือน หรือปลุกระดมขอให้ชะลอยุติก่อน ส่วนการจัดเสวนาร่างรัฐธรรมนูญในสถานศึกษาจะทำได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าสิ่งที่อยู่ในกรอบกำหนดนั้นทำได้ไม่ได้ห้าม องค์ความรู้ในสถาบันการศึกษา หรือนักวิชาการ ตนว่าเป็นองค์ความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริงและเป็นประโยชน์ ได้มาก ซึ่งความจริงแล้ว ครู อาจารย์ได้ให้ความรู้กับการทำงานของ รัฐบาล และคสช. มาตลอด เพียงแต่ว่าในเวลานี้มีความเหมาะสมกับบ้านเมืองเราหรือไม่ ซึ่งหากประเด็นใดใช้กับการแก้ปัญหาของประเทศได้ก็หยิบเอามาใช้ อย่างไรก็ตาม การจัดเสวนานั้นก็อยู่ที่ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ หรือสิ่งที่เรามองว่า จะนำไปสู่สิ่งที่ไม่ดีในอนาคตหรือไม่ เราไม่ได้มองว่าหากจัดเชียร์รัฐธรรมนูญจัดได้ หากไม่เชียร์จัดไม่ได้ คงไม่ใช้อย่างนั้น

ไม่ห่วงบอลประเพณีจุฬา–มธ.ล้อการเมือง

พ.อ.ปิยพงศ์  กล่าวถึงเรื่องการจัดฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ที่จะมีขบวนพาเหรดล้อเรียนการเมือง ว่า ตนมองว่าเป็นงานประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ มากว่า 70 ปี มีเรื่องการล้อการเมืองมาโดยตลอด เพียงแต่ว่าในช่วงเวลานี้การล้อการเมือง อาจจะไม่เหมาะสม ซึ่งการจัดก็มีคณะกรรมการในการจัด ของน้องๆนักศึกษา และครู อาจารย์ ดูแลร่วมกันอยู่ ซึ่งก็มีข้อคิด มีคอนเซ็ปต็ การจัดอยู่แล้ว ไม่หน้าเป็นห่วงอะไร เพราะน้องๆนักศึกษา เป็นมีความรู้ มีครู อาจารย์ เป็นคนที่มีวิจารณญาณสูง เพราะฉะนั้น จะคิด จะอ่าน หรือทำอะไร เขาได้ไตร่ตรองแล้ว และได้อยู่ในคณะกรรมการการจัดงาน ตนว่าเราไม่ต้องไปห่วงเรื่องตรงนั้น เพียงแต่ว่า เราดูแลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งในช่วงนี้ก็เป็นช่วงเทศกาลต่างๆ ทหารเราจึงเข้าไปดูแลในเรื่องของความปลอดภัยมากกว่า

เมื่อถามว่าอาจมีบุคคลที่จะหวังผลทางการเมืองแอบเข้าไปนำป้ายผ้าต่างๆเข้าไปติดโจมตีการทำงานของรัฐบาล เหมือนที่เคยผ่านมาว่า พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวว่า จริงแล้วน้องๆนักศึกษาต้องรู้ดี ว่าใช้หรือไม่ใช้ เพราะมีกระบวนการในการจัดงานอยู่ หากเห็นสิ่งที่ผิดแปลกแตกต่างก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลย

เด็กพท.ออกโรงป้องทักษิณ

นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตตส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกประหลาดใจว่าข่าวออกมาได้อย่างไร เข้าใจว่า อดีตส.ส.ผู้ให้ข่าวคงอยากจะให้ตนเองมีความสำคัญกับนักข่าวมากกว่า ถือว่าเป็นผู้ไม่มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ซึ่งในข้อเท็จจริงนั้นพวกตนเห็นว่า อดีต ส.ส.ไม่ได้เจอกันนานแล้ว เลยมีการนัดทานข้าวปีใหม่ควบตรุษจีนกัน แล้วก็บอกคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในฐานะที่เคยดูแลพวกเรามา และถือโอกาสไปอวยพรตรุษจีนคุณหญิงด้วย ในการพบปะกัน ก็มีอดีตส.ส.พูดขึ้นว่า ไม่ได้มีโอกาสพูดคุยโทรศัพท์หรือไปเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาเป็นเวลานานมากแล้ว อยากจะอวยพรปีใหม่ท่านอดีตนายกฯ ตามวัฒนธรรมที่ดีของคนไทย จึงได้มีการโทรหาท่านอดีตนายกฯ เพื่ออวยพรปีใหม่ ซึ่งไม่มีการเตรียมการอะไรมาก่อน เมื่อโทรศัพท์ติดก็แค่เปิด SPEAKER ให้ฟังกัน ในห้องทานข้าวก็ไม่มีจอภาพใดๆทั้งสิ้น แล้วก็คุยโทรศัพท์กันสั้นๆ

นอ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า ในการพูดคุยท่านก็อวยพรให้ ส.ส.ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจเข้มแข็งในการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ และตั้งใจทำงานรับใช้ประชาชนด้วยความจริงใจ จะได้กลับมาเป็น ส.ส.ทุกคน ไม่ว่าการเลือกตั้งจะมาเร็ว หรือมาช้า ซึ่งถ้ามาเร็วในปีนี้ แต่ ส.ส.ไม่เตรียมตัวทำงานก็อาจสอบตกไม่ได้เป็น ส.ส. บังเอิญมีอดีต ส.ส.ถามเรื่องรัฐธรรมนูญขึ้นมา ซึ่งท่านได้เปรยว่ามีหลานแล้วไม่ได้พูดการเมืองมานานแล้ว ท่านก็ตอบเพียงสั้นๆว่า ท่านห่วงบ้านเมืองว่า การร่าง รธน. แบบนี้ น่าจะทำให้บ้านเมืองถอยหลังลงคลองมากกว่าจะปฏิรูปประเทศเพื่อสิ่งที่ดีกว่าได้ ประเทศที่เขาล้าหลังกว่าเรา 20 ปี เขายังพัฒนาตัวเองทั้งด้านประชาธิปไตยและเศรษฐกิจจนก้าวหน้าไปมาก โดยท่านบอกว่า ท่านออกจากประเทศมา 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังรักและห่วงบ้านเมืองอยากเห็นประเทศเดินหน้าไปได้ อยากให้ทุกคนรวมใจเป็นหนึ่ง พยายามเอาเรื่องบ้านเมืองมาก่อนเรื่องตัวเองหรือเรื่องพรรค วันนี้ต้องเอาปัญหาบ้านเมืองเป็นหลัก ประชาชนกำลังเดือดร้อน ขอเอากำลังใจช่วยทุกคน ท่านพูดสั้นๆเท่านี้ แต่ไปพูดใส่สีตีไข่ให้ดูเป็นเรื่องใหญ่ เพื่อให้ตัวเองมีความสำคัญเป็นแหล่งข่าวพิเศษ ซึ่งในข้อเท็จจริงไม่มีการเตรียมการใดๆมาล่วงหน้า พอมีคนบ่นถึงท่าน จึงมีการโทรหา ใช้เปิด SPEAKER จอภาพในงานก็ไม่มี และพูดกันสั้นๆเท่านั้นในการพูดโทรศัพท์ท่านอดีตนายกไม่ได้กล่าวตำหนิใครเลย ท่านอยากเห็นความสงบสุขและการเดินหน้าพัฒนาประเทศ ทุกคำพูดมีแต่ความห่วงใยประเทศและให้กำลังใจกันเท่านั้น ดังนั้นโปรดอย่าฉวยโอกาสนำมาเป็นประเด็นทางการเมือง

‘วิษณุ’ปัดความเห็น’แม้ว’ซัดรธน.ห่วยแตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160208/222039.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559
'วิษณุ'ปัดความเห็น'แม้ว'ซัดรธน.ห่วยแตก

‘วิษณุ’ ปัดความเห็น ‘ทักษิณ’ วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ‘ห่วยแตก’ กรธ.จี้ อดีตนายกฯ โชว์วิสัยทัศน์ เสนอที่ดีกว่า สปท.ซัดกลไกแก้ไข รธน. ‘ค่ายกลเจ็ดดาว’

                      8 ก.พ. 59  เมื่อเวลา 12.30 น.  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญด้วยถ้อยคำรุนแรงว่าเป็นรัฐธรรมนูญห่วยแตก ล้าหลังกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ว่า “ผมรับทราบเรื่องดังกล่าว และไม่ได้ว่าอะไร เห็นเขาบอกว่าจะเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ด้วย”
                      เมื่อถามว่า ยังยืนยันว่าการเลือกตั้งจะยังเกิดขึ้นตามโรดแม็พที่รัฐบาลวางไว้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังเป็นไปตามโรดแม็พเดิม ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ระบุว่าอาจมีความเป็นไปได้จะเลื่อนโรดแม็พออกไปอีก 3 เดือนนั้น ยืนยันว่า อย่างไรก็เลือกตั้งในปี 60
‘กรธ.’ จี้ อดีตนายกฯ โชว์วิสัยทัศน์ สนอที่ดีกว่า
                      นายธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะประธานอนุกรรมการรับฟังและสรุปความคิดเห็นที่มีผู้เสนอแนะ กล่าวถึงการรับความเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ที่เสนอความเห็นมายัง กรธ.บ้างแล้ว แต่องค์กรที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ได้แก่ คณะรัฐมนตรี , คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) , สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นั้น ยังไม่ได้ส่งข้อเสนอใดๆ ขณะความเห็นจากฝ่ายการเมือง อนุกรรมการ ฯ ได้มอร์นิเตอร์ความเห็นด้วยเช่นกัน แต่เข้าใจว่าบางพรรคการเมืองเตรียมเสนอความเห็นอย่างเป็นทางการให้กับ กรธ.อีกครั้งภายในวันที่ 15 ก.พ.นี้
                      นายธิติพันธุ์ กล่าวถึงกรณีที่มีนักการเมืองวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นในทำนองที่ห่วยแตก และล่าสุด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาพูดด้วยนั้น เข้าใจว่า กรธ.คงไม่มีหน้าที่ไปตอบโต้ความเห็นประเด็นรายวัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคุณทักษิณนั้น ตนมองว่า ฐานะคนไทยสามารถที่จะวิพากษ์เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่ควรวิพากษ์อย่างสร้างสรรค์ คือ นอกจากบอกว่าเนื้อหาไม่ดีแล้ว ต้องเสนอแนะด้วยว่าประเด็นที่ดีกว่านั้นมีเนื้อหาอย่างไร ซึ่งนายทักษิณฐานะผู้เคยดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ ควรมีวิสัยทัศน์ต่อการวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นนั้นๆ ด้วย
                      ทางด้านนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ.ฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน กล่าวว่า กรณีที่นายทักษิณ ฐานะผู้ทรงอิทธิพลต่อความคิดของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มนั้นจะไม่กระทบต่อการประชาสัมพันธ์หรือชี้แจงในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ในแง่หลักการกรณีที่นายทักษิณ ฐานะคนสัญชาติไทย และเคยเป็นผู้นำระดับสูงของประเทศ ระบุว่า ร่างรัฐธรรมนูญนั้นห่วยแตก ควรชี้ให้เห็นว่าประเด็นที่ห่วยแตกนั้นควรปรับแก้ไขให้ดีกว่าอย่างไร พร้อมแสดงเหตุผลและรายละเอียดประกอบด้วย ถึงจะสมกับฐานะที่เคยเป็นอดีตผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และจิตใหญ่ใจกว้าง
                      “คุณทักษิณฐานะผู้ทรงอิทธิพล และสามารถโน้มน้าวให้คนฟังเชื่อในคำพูดได้ ควรทำอะไรที่มีศักยภาพเพื่อนำบ้านเมืองให้เจริญดีกว่ากระแหนะกระแหน หรือวิจารณ์เพียงอย่างเดียว หรือพูดเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนตัวหรือประโยชน์ของพรรคการเมืองของตนเองเท่านั้น และกรณีที่ไม่บอกด้วยว่าประเด็นที่วิจารณ์ไม่ดีอย่างไรนั้น ถือว่าไม่ยุติธรรมกับสังคมและประชาชน”
สปท.ซัดกลไกแก้ไขเป็น ‘ค่ายกลเจ็ดดาว’ หวั่นทำยุทธจักรมีปัญหา
                      เมื่อเวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่ออภิปรายแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ มีตัวแทน กรธ.เข้ารับฟัง คือ นายเธียรชัย ณ นคร นางกีรณา สุมาวงศ์ และนายอมร วาณิชวิวัฒน์ โดยคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองอภิปรายเป็นคณะแรก ส่วนใหญ่แสดงความเห็นท้วงติงเรื่องการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือระบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่เป็นห่วงจะทำให้มีการทุจริตเลือกตั้งมากขึ้น และคะแนนที่ออกมาไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนน เรื่องการเลือกตั้ง ส.ว.ทางอ้อม จาก 20 กลุ่มอาชีพ ที่จะเกิดปัญหาการบล็อกโหวต จึงควรใช้วิธีการสรรหาทั้งหมด เรื่องการให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป และเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำได้ยาก จนอาจเกิดวิกฤตในอนาคต
                      นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน สปท.การเมือง อภิปรายว่า มีหลายเรื่องในร่างรัฐธรรมนูญที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า สิ่งที่ กรธ.เสนอมาจะแก้ปัญหาประเทศได้จริงหรือไม่ ทั้งที่มาของ ส.ส. กำหนดให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ทำให้พรรคที่ส่ง ส.ส.เขตไม่ครบทุกพื้นที่จะได้คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อยาก ส่วนการเลือกตั้ง ส.ว.ทางอ้อม จาก 20 กลุ่มอาชีพ จะเกิดการบล็อกโหวตได้ง่าย ถ้าอยากได้ ส.ว.ที่มีประโยชน์ต่อประเทศ ควรมาจากการสรรหาทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การที่ กรธ.ต้องการให้ ส.ว.ปลอดจากการเมือง โดยกำหนดให้คุณสมบัติผู้สมัครต้องพ้นจากสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 10 ปี แต่กลับระบุให้ กรธ.ที่จะไปดำรงตำแหน่งต่างๆ ต้องพ้นจากตำแหน่ง กรธ.อย่างน้อย 2 ปีนั้น มีความสมดุลกันหรือไม่ ควรกำหนดเวลาให้ใกล้เคียงหรือมีมาตรฐานเดียวกัน การไปตัดสิทธิ์มากเกินไป ทำให้รัฐธรรมนูญขาดความน่าเชื่อถือ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขได้ยากมาก ถ้าผ่านไปจะแก้ไม่ได้ ประเทศจะเกิดวิกฤต ถูกฉีกรัฐธรรมนูญอีก ส่วนตัวอยากเสนอว่า การเลือกตั้ง ส.ส.วาระแรก ควรมีวาระแค่ 2 ปีเท่านั้น พอครบ 2 ปี ก็มาเลือกกันอีกครั้ง เพื่อดูว่าวิธีแก้ปัญหาการทุจริตเลือกตั้งที่วางไว้ใช้ได้ผลหรือไม่
                      นายคำนูณ สิทธิสมาน สปท.กล่าวว่า ระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวจะตัดเส้นทางพรรคเล็กและพรรคทางเลือกใหม่ อีกทั้งการให้พรรคการเมืองเสนอชื่อนายกฯ ล่วงหน้า 3 คน เป็นจุดอ่อน หากเกิดกรณีที่บริหารประเทศไป 1 ปี แล้วต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ เช่น ตาย ลาออก กระบวนการเลือกนายกฯ ใหม่ ตามร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ให้นำกระบวนการเดิมมาใช้คือ ต้องเอารายชื่อนายกฯ จากที่พรรคการเมืองเสนอไว้ในตอนแรกมาเป็นอีก ทั้งที่สถานการณ์ช่วงนั้นอาจเปลี่ยนไปแล้ว ทำไมจึงต้องผูกพันเอารายชื่อเดิมที่ถูกเสนอไว้มาเป็นอีก มองไม่เห็นว่าการเลือกนายกฯ ระบบนี้ มีความเหมาะสมแค่ไหน นอกจากนี้ร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ไม่ได้กำหนดว่า หลังเปิดประชุมสภานัดแรกแล้วจะต้องเลือกนายกรัฐมนตรีภายในกี่วัน ต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่ให้เปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับจากวันเปิดประชุมสภาฯ นัดแรก จึงอยากทราบว่าเหตุใด กรธ.ไม่กำหนดเวลาเลือกตัวนายกฯ ให้ชัดเจน ภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ สิ่งที่นักการเมืองต้องเจอหลังการเลือกตั้งมี 2 เรื่อง คือ 1. การเขียนนโยบายรัฐบาลให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในรัฐธรรมนูญ 2. นักการเมืองต้องอยู่ภายใต้กรอบมาตรฐานทางจริยธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญเขียนขึ้นมา ทั้งสองเรื่องถูกเขียนไว้ล่วงหน้าก่อนที่นักการเมืองจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง สังคมจะอยู่ได้ต้องอยู่ในกรอบที่ยอมรับกันได้ ไม่ใช่ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนแล้ว แต่ต้องมาอยู่ในกรอบที่วางไว้ล่วงหน้า
                      นายสมพงษ์ สระกวี สปท.การเมือง กล่าวว่า ใครได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้ว บอกได้คำเดียวว่า หนาว เพราะมีอำนาจใหม่มาอยู่ในมือศาลรัฐธรรมนูญใช้แทนปวงชนชาวไทยอย่างน่าเกรงขาม ไม่เคยเห็นมาก่อนในรัฐธรรมนูญฉบับใด เพราะให้อำนาจพิจารณาเรื่องการหมดสมาชิกภาพของ ส.ส. ส.ว. และ ครม. โดยเฉพาะการพิจารณาใช้งบประมาณรายจ่าย ที่ระบุว่า ส.ส. ส.ว. และ ครม.จะมีส่วนร่วมในการใช้งบประมาณทั้งทางตรง และทางอ้อมไม่ได้ หากใครตกเบ็ดเอางบมาใช้ หรือเอางบไปลงพื้นที่ตัวเอง สามารถส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องการหมดสมาชิกภาพได้ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 7 วัน ไม่รู้ว่าต้องสืบพยาน หรือหาหลักฐานอะไรหรือไม่ ถือว่าน่ากลัวมาก เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณาให้ ส.ส. ส.ว. และ ครม.พ้นจากตำแหน่งได้ภายใน 7 วัน การจัดทำงบประมาณ เอกสารนับหมื่นหน้า ต้องระวังมาก ไม่เช่นนั้นรัฐบาลอาจพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะได้ การคิดพิสดารแบบนี้ ทำให้ไม่ไปไหน
                      นายนิกร จำนง กล่าวว่า ร่างฉบับนี้ไม่ได้ดีที่สุด และยังแก้ไขไม่ได้ เปรียบเหมือนค่ายกลเจ็ดดาว ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดให้ วาระแรก ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของ ส.ส. และ ส.ว.ต้องมากกว่า 1 ใน 3 หรือ 66 คน วาระสุดท้าย ก็กำหนดให้ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง และพรรคใดมีเสียงมากกว่า 10 คน ต้องได้รับความเห็นชอบ 10 เปอร์เซ็นต์ และ ส.ว.ต้องมีเสียงมากกว่า 1 ใน 3 อีก กลายเป็นเสียงส่วนน้อยล็อกเสียงส่วนใหญ่ สุดท้ายรัฐธรรมนูญก็แก้ไขไม่ได้ ทั้งยังต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หากมีการแก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับองค์กรอิสระต้องไปลงประชามติอีก และก่อนทูลเกล้าฯ ก็ให้อำนาจ ส.ส.และ ส.ว.จำนวนหนึ่งเข้าชื่อร้องต่อศาลให้ตรวจสอบได้อีก ตนเห็นด้วยว่า กฎหมายแม่ต้องแก้ยาก แต่ไม่ใช่แก้ไม่ได้เลย หากคนเขียนหลุดเข้าไปในค่ายกลนี้เอง ก็เชื่อว่าออกไม่ได้ อยากให้ กรธ.ปรับแก้ มิเช่นนั้นจะมีปัญหากันทั้งยุทธจักร

‘แม้ว’อัด‘ร่างรธน.’เชื่อมีเลือกตั้งเร็วๆนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160208/222015.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559
‘แม้ว’อัด‘ร่างรธน.’เชื่อมีเลือกตั้งเร็วๆนี้

“แม้ว” วีดีโอคอลกลางวง อดีตส.ส.กทม.พท. อัดร่างรธน.ห่วยแตก สั่งเตรียมพร้อม เชื่อมีเลือกตั้งเร็วๆ นี้ มั่นใจ“เพื่อไทย”กลับเป็นรัฐบาลอีก

          วันที่ 8 ก.พ.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และแกนนำภาค กทม. นัดอดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กินข้าวสังสรรค์ เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ที่บ้านพักย่านลาดปลาเค้า โดยมีอดีต ส.ส.มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง สำหรับไฮไลท์สำคัญของงานคือการวีดิโอคอลจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สายตรงมายังโทรศัพท์คุณหญิงสุดารัตน์ โดยนายทักษิณ กล่าวกับอดีต ส.ส.กทม.ช่วงหนึ่งว่า
          “ ทีม กทม.มีหัวหน้าทีมผู้หญิงเก่ง มีความสามารถ เห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วต้องบอกว่าห่วยแตก ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป เขียนแบบนี้ประเทศชาติถอยหลังลงคลอง เหมือนเมียนมา เกาหลีเหนือ ผมจากบ้านไปเกือบ 10 ปี แต่บ้านเมืองเรากลับถอยหลังไปเกือบ 20 ปี ตอนนี้ผู้นำก็บ้าอำนาจจนขาดสติ ขาดวุฒิภาวะ แสดงกิริยาไม่สมควร ขอให้พวกเราเตรียมตัวไว้เลย จะมีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสสูงมากที่จะกลับมาบริหารประเทศ”