เปิด ‘2 สูตร’ หากร่าง รธน. ไม่ผ่านประชามติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160129/221436.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2559
เปิด '2 สูตร' หากร่าง รธน. ไม่ผ่านประชามติ

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : เปิด ‘2 สูตร’ หากร่าง รธน. ไม่ผ่านประชามติ : โดย…สำนักข่าวเนชั่น

                      ตอนนี้มีแต่คำถามพุ่งตรงไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จะทำอย่างไร จนเชื่อได้ว่านายกฯ เองก็เหนื่อยที่จะตอบ
                      “ถ้าประชามติไม่ผ่าน…เป็นเรื่องของผม ผมผูก ผมก็ต้องแก้ จะให้เลือกตั้งให้ได้” เป็นการลั่นวาจาจากเรียวปากของ พล.อ.ประยุทธ์
                      และเป็นการเลือกตั้งตาม “ไทม์ไลน์” เดิม คือ ปี 2560
                      ขณะที่ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่า “ถ้าประชามติไม่ผ่าน ก็ได้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน” ซึ่งก็มีการไปตีความกันว่าอาจารย์มีชัยจะนำเอารัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาใช้เป็นฉบับถาวร
                      ร้อนถึงเจ้าตัว ต้องรีบชี้แจงในเวลาต่อมาว่า ที่พูดนั้นหมายความว่า ตราบใดที่ยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซึ่งก็คือ รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ต้องบังคับใช้ไปก่อนจนกว่าจะมีการยกเลิกเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
                      ซึ่งว่าไปแล้ว ก็เป็นไปตามครรลองปกติ เพราะเมื่อยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ต้องใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ใช้บังคับอยู่ แม้ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)…ก็เถอะ
                      ไม่เพียงแค่นี้ ยังมี “อมร วาณิชวิวัฒน์” โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ออกมาระบุว่า “ถ้าไม่ผ่านประชามติ ก็ได้รัฐธรรมนูญฉบับ คสช.”
                      ซึ่งหากแปลความตามคำพูดของโฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญท่านนี้ ก็หมายความว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ คสช. ก็ต้องไปดูว่า ที่ไม่ผ่านประชามติ มีปัญหาตรงไหน แล้วก็ไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนดกฎเกณฑ์ลงไปว่า จะใช้วิธีอย่างไรต่อไป
                      โดยสรุป ตอนนี้มีอยู่ 2 สูตร ที่อาจจะเกิดขึ้นในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ
                      1.นายกรัฐมนตรี มีร่างรัฐธรรมนูญเตรียมพร้อมไว้แล้วในการที่จะนำมาประกาศใช้เพื่อให้มีการเลือกตั้ง
                      เห็นได้จากการตอบคำถามของนายกฯ ก่อนหน้านี้ต่อคำถามของผู้สื่อข่าวที่ว่า อยากให้นายกฯอธิบายให้ชัดเจนว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ แต่ยังจะมีการเลือกตั้งในปี 2560 นั้น จะทำอย่างไร ว่า “เราก็ต้องหารัฐธรรมนูญมาให้เลือกตั้งจนได้ อาจจะมีมาตราเดียวหรือ 2-3 มาตรา ก็พอแล้ว คือ 1.ให้มีการเลือกตั้ง 2.เรื่องสิทธิมนุษยชน 3.เรื่องประชาธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ ไร้ขีดจำกัด พอแล้ว”
                      อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวว่า นายกฯ เตรียมร่างรัฐธรรมนูญไว้แล้วในกรณีที่ “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ มีชัย ฤชุพันธุ์” ไม่ผ่านประชามติ
                      อย่างไรก็ตาม การที่จะใช้วิธีนี้ได้ก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อเปิดช่องให้ทำได้
                      2.แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อให้มีการเลือกตั้ง โดยนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ที่ไม่ผ่านประชามติมาปรับปรุงแก้ไขในจุดที่มีปัญหาที่ทำให้ไม่ผ่านประชามติ แล้วสวมเข้าไปกับรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) กลายเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวร
                      ซึ่งทั้ง 2 สูตร ไม่มีการนำร่างรัฐธรรมนูญ ไปทำประชามติถามประชาชนอีก
                      อย่างไรก็ตามถึงเวลานี้ นายกฯ และ คสช. ก็ยังไม่ยอม “หงายไพ่” ออกมาว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจริงๆ จะเอาอย่างไรกันแน่
                      เพราะตอนนี้ยังมีเวลาอีกตั้งหลายเดือน กว่าจะถึงการลงประชามติในวันที่ 31 กรกฎาคม 2559 ซึ่งใน “ทางการเมือง” ขืนเปิดให้เห็นโล่งโจ้ง ก็มีแต่จะเสียเปรียบ
————————–
(มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : เปิด ‘2 สูตร’ หากร่าง รธน. ไม่ผ่านประชามติ : โดย…สำนักข่าวเนชั่น)

เพื่อแม้วอ้างประชาธิปไตยบังหน้า สุมไฟจุดชนวนวิกฤติรธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/200345

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 02.00 น.

แกนนำขบวนการเพื่อแม้วดาหน้าออกมาหาเรื่องดับเครื่องชนถล่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แบบตั้งธงประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ร่างยังไม่ทันเสร็จด้วยซ้ำ แสดงว่าวางแผนร้ายล่วงหน้าซึ่งนอกจากคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงเพื่อล้มการปฏิรูปประเทศอันเป็นเป้าหมายรอง แต่เป้าหมายหลักของขบวนการเพื่อแม้วตามใบสั่งของนายใหญ่ในต่างแดนที่ต้องจับตาก็คือเดินหน้าสร้างสถานการณ์จุดชนวนลุกฮือแตกหักเพื่อล้มคสช.หวังช่วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิด จำเลยคนสำคัญคดีโกงจำนำข้าวที่มีแนวโน้มนับถอยหลังใกล้คุกและถูกยึดทรัพย์เข้าไปทุกขณะ

บรรดาแกนนำขบวนการเพื่อแม้วคำก็ประชาธิปไตย สองคำก็ประชาธิปไตย ทั้งๆ ที่ความจริงอ้างประชาธิปไตยบังหน้า หรืออย่างล่าสุดการที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อแม้ว ออกมาถล่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงว่า เป็นการหว่านล้อมประชาชนให้ยอมรับกติกาเผด็จการของกลุ่มชนชั้นนำเป็นการเล่นลิ้นใช้วาทกรรมโฆษณาชวนเชื่อตามแบบฉบับอดีตสหายคนเดือนตุลาฯ

ขบวนการเพื่อแม้วชอบอ้างประชาธิปไตยและเผด็จการบังหน้าโดยไม่ส่องกระจกดูตัวเอง ทั้งๆ ที่ธาตุแท้ตัวตนที่แท้จริงของขบวนการเพื่อแม้วตั้งแต่เริ่มต้นก่อตัวขึ้นมาเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเป็นธุรกิจการเมืองในคราบประชาธิปไตยที่บริหารในรูปบริษัทการเมือง โดยที่สส.หาใช่ตัวแทนปวงชนที่แท้จริง แต่เป็นแค่พนักงานบริษัทที่ต้องรับฟังคำสั่งจากนายทุนเจ้าของบริษัทการเมืองเพียงคนเดียว

พรรคธุรกิจการเมืองเพื่อแม้วเริ่มสร้างความยิ่งใหญ่ทางลัดด้วยการใช้ผลประโยชน์ทุกรูปแบบกวาดต้อนซื้อเหล่านักการเมืองเสือสิงห์กระทิงแรดเพื่อให้เป็นพรรคใหญ่ที่สุดแล้วซื้อเสียงเพื่อให้มีสส.เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลไม่ต่างจากการซื้อประเทศซื้อประชาธิปไตย และเมื่อได้เป็นรัฐบาลก็ใช้อำนาจโกงชาติปล้นแผ่นดินมโหฬารถอนทุนบวกกำไรมหาศาล แล้วใช้อำนาจทำสิ่งร้ายตามใจชอบ รวมทั้งคิดผูกขาดอำนาจหวังยึดครองประเทศอย่างเบ็ดเสร็จ และทะเยอทะยานถึงขั้นคิดเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศในอนาคต

ระบอบเพื่อแม้วยังแทรกแซงองค์กรอิสระ และไม่ยอมรับอำนาจศาล ขณะเดียวกันก็ทำลายหลักนิติรัฐด้วยการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอยโดยมีเป้าหมายแอบแฝงฟอกโทษผิดให้ อดีตนายกฯนักโทษหนีคุกทักษิณ ชินวัตร เพื่อจะได้กลับบ้าน
แบบเท่ๆ โดยไม่ต้องติดคุกคดีทุจริตตามคำพิพากษาศาล จนเป็นชนวนให้มวลมหาประชาชนเกือบ 10 ล้าน ออกมาชุมนุมแสดงพลังครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เพื่อขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์

ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า นักโทษชายแม้ว บินมาปักหลักอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านใกล้ไทยนี่เองเพื่อบัญชาการเหล่าสาวกขบวนการเพื่อแม้วเพื่อทำศึกใหญ่ขั้นแตกหักโดยหวังอาศัยวิกฤติรัฐธรรมนูญเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดกระแสลุกฮือ

ทั้งนี้ สถานการณ์ที่ต้องจับตาก็คือจากนี้เป็นต้นไปจนถึงช่วงใกล้จะมีการลงประชามติเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งเชื่อว่าขบวนการเพื่อแม้วจะเร่งโหมเดินเกมเข้มข้นรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะกว่าจะมีเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่คงไม่ทันการกับชะตากรรมของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักโทษชายแม้วยอมไม่ได้ที่จะเห็นน้องสาวต้องติดคุกและถูกยึดทรัพย์คาตา

ทีมข่าวการเมือง

รธน.ใหม่สำคัญที่สาระภาพรวม ต้องขจัดธุรกิจการเมืองต้นเหตุวิกฤติชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/200163

วันจันทร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 02.00 น.

ไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้วเกือบ 20 ฉบับ ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อ 84 ปีที่แล้ว แต่จนบัดนี้ประเทศก็ยังไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่ไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือสมบูรณ์แบบ แม้แต่ประเทศซึ่งได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบและมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจ๋าแต่กลับพบว่าสภาพความเป็นจริงประเทศต้นแบบเหล่านั้นก็ใช่จะเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงไม่

การที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กันเซ็งแซ่ทั้งจากเหล่านักลากตั้งและนักวิชาการหลังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ซึ่งมี นายมีชัยฤชุพันธุ์ เป็นประธาน เผยโฉมร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่เพิ่งพิจารณาเสร็จสดๆ ร้อนๆ ถือเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าร่างรัฐธรรมนูญที่เผยโฉมออกมาเป็นเพียงต้นแบบซึ่งยังจะต้องผ่านการแก้ไขปรับปรุงหลังจากที่รับฟังความเห็นจากประชาชนทุกกลุ่มอาชีพอีกนาน 2 เดือน จากนี้ไปซึ่งนายมีชัย ก็แถลงชัดเจนว่ากรธ.พร้อมจะรับฟังจากทุกความเห็นและแก้ไขหากเห็นว่าเป็นประโยชน์ แต่ต้องเป็นความเห็นที่เป็นเหตุเป็นผล

หากมองกลุ่มที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะพบว่ามีหลายกลุ่มทั้งกลุ่มที่วิพากษ์วิจารณ์แบบติ เพื่อก่อเชิงสร้างสรรค์และบริสุทธิ์ใจ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นประโยชน์ต่อการทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความสมบูรณ์มากที่สุด

แต่ที่ชั่วร้ายก็คือนักลากตั้งบางพรรคบางกลุ่มที่มีเป้าหมายแอบแฝงมุ่งคำนึงถึงอำนาจประโยชน์ของตัวเองโดยอ้างประชาธิปไตยจอมปลอมบังหน้า โดยเฉพาะพรรคเพื่อแม้วที่ตั้งธงจ้องคว่ำร่างรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ยังไม่ทันยกร่างด้วยซ้ำ เพราะมีวาระซ่อนเร้นคือมุ่งล้มรัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งมีสาระสำคัญใช้ยาแรงในการปฏิรูปประเทศเพื่อขจัดธุรกิจการเมืองโกงชาติปล้นแผ่นดินที่เป็นเชื้อร้ายและเป็นต้นเหตุวิกฤติบ่อนทำลายชาติตลอดช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา

นักวิชาการบางคนวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์และไม่มีเบื้องหลังแอบแฝง แต่นักวิชาเกินบางคนที่ไปร่ำเรียนถึงเมืองนอกเมืองนาแต่กลับสักแต่ค้านหรือประเภทลัทธิคัมภีร์ที่ลอกประชาธิปไตยจ๋าของตะวันตกมาทั้งดุ้น ทั้งๆ ที่สถานการณ์บ้านเมืองเราขณะนี้เป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่จะต้องมีการสังคายนาการเมืองน้ำเน่าปฏิรูปประเทศกันขนานใหญ่เพื่อให้พ้นวังวนของวงจรอุบาทว์ด้วยการขจัดธุรกิจโกงบ้านกินเมืองประชาธิปไตยจอมปลอมอันเป็นต้นเหตุของวิกฤติให้หมดสิ้นไป

เพราะฉะนั้นจากนี้ไปเป็นห้วงเวลาที่กรธ.จะต้องเผยแพร่สื่อสารให้ประชาชนมีส่วนร่วมในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และรับฟังความเห็นของประชาชนทุกหมู่เหล่าให้มากที่สุดเพื่อปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับและมีข้อบกพร่องน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งนี้ทุกฝ่ายควรยึดเป้าหมายของชาติบ้านเมืองเป็นที่ตั้งโดยดูสาระสำคัญในภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใช้ยาแรงปราบโกงเพื่อไม่ให้การปฏิรูปประเทศต้องเสียของ ส่วนพวกขวางโลกจ้องแต่จะป่วนเมืองฉุดรั้งการเดินหน้าปฏิรูปประเทศปล่อยให้เป็นไปตามกรรม

ทีมข่าวการเมือง

มาตรา44ไม้ตายคสช. คุมเกมปฏิรูปประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/200010

วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
หลังจากที่บรรดานักเลือกตั้งโดยเฉพาะเหล่าสาวกขบวนการระบอบทักษิณดาหน้าออกมาข่มขู่โจมตีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แบบรายวันพร้อมทั้งประกาศรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) เพื่อจุดกระแสให้เกิดความปั่นป่วนโดยไม่สนใจว่าจะมีการเลือกตั้งตามโรดแมปในกลางปีหน้าหรือไม่ แต่ก็ถูกสวนกลับจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ว่าต้องมีการเลือกตั้งในปีหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ด้านหนึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนต่อชาวโลกเพื่อลดแรงเสียดทานและสร้างความเชื่อมั่นว่าไทยกำลังกลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตย ขณะที่อีกด้านหนึ่งคำประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ว่ามีแผนสำรองไว้แล้วหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติได้สร้างความสั่นสะท้านแก่เหล่านักเลือกตั้งโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยจนต้องออกมาตีโพยตีพายเพราะแผนสำรองที่ว่าอาจจะมีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับพิเศษของคสช.ซึ่งเป็นยาแรงยิ่งกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยเสียอีก

ความหวั่นเกรงในอาวุธลับอันเป็นไม้ตายยาแรงของ คสช.ที่ซ่อนอยู่ทำให้บรรดาแกนนำระบอบทักษิณ อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มคนเสื้อแดง และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ออกมาดับเครื่องชนคสช. และส่งสัญญาณพร้อมที่จุดชนวนสุมไฟป่วนเมือง

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ให้ความเห็นว่า การที่คสช.อุบไต๋ไม่ยอมเผยว่าจะใช้แผนอะไรหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านโดยให้ไปวัดดวงในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2560 ถือเป็นไม้เด็ดวัดใจฝ่ายที่จ้องคว่ำร่างรัฐธรรมนูญและประชาชนที่มีสิทธิออกเสียงประชามติ เพราะไม่รู้เลยว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราวที่จะงัดออกมาใช้ก่อนการเลือกตั้งจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรและจะนำไปสู่อะไรซึ่งภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้เกมของคสช.

ทั้งนี้มีข่าวว่าแผนรองรับหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติถูกคสช.กำหนดไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ยึดอำนาจเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยมีแผนรองรับไว้หลายแผน แต่ที่เป็นไม้ตายสำคัญที่สุดของคสช.ก็คือ มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ให้อำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้กุมอำนาจรัฏฐาธิปัตย์สามารถใช้อำนาจสิทธิ์ขาดอะไรก็ได้เพื่อความมั่นคงของชาติและเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น

พล.อ.ประยุทธ์ อาจใช้อำนาจตามมาตรา 44 นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับคสช.ซึ่งเตรียมไว้ล่วงหน้าตั้งแต่แรกออกมาประกาศใช้ หรืออาจนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งในอดีตมาปรับแต่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นไปตามเป้าหมายของคสช.คือต้องวางรากฐานการปฏิรูปประเทศครั้งสำคัญให้สำเร็จเพื่อไม่ให้การยึดอำนาจของคสช.ต้องเสียของ

แต่ที่บรรดานักการเมืองโดยเฉพาะระบอบทักษิณหวั่นเกรงมากก็คือ อาจมีการยืดอำนาจของคสช.และรัฐบาลออกไปไม่ว่าด้วยทางตรงหรือทางอ้อม ขณะเดียวกันก็อาจใช้ยาแรงคุมกำเนิดพรรคการเมืองโดยกำหนดให้พรรคการเมืองทุกพรรคสิ้นสภาพชั่วคราวเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อยและเดินหน้าบริหารประเทศเป็นไปด้วยความราบรื่น โดยมีข่าวบางกระแสระบุว่าอาจถึงขั้นมีการกำหนดให้ผู้สมัคร สส.ต้องสมัครในนามอิสระโดยไม่สังกัดพรรคการเมือง

เพราะฉะนั้นไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะผ่านประชามติหรือไม่ก็ตาม ฝ่ายที่เดือดร้อนดิ้นรนอย่างหนักเพื่อเอาตัวรอดก็คือบรรดานักเลือกตั้งโดยเฉพาะพรรคธุรกิจการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทยซึ่งกลัวการปฏิรูปประเทศและการใช้ยาแรงของคสช. และไม่ว่าผลการทำประชามติจะออกมาอย่างไรล้วนอยู่ภายใต้เกมของคสช.โดยภารกิจสำคัญก็คือต้องวางรากฐานปฏิรูปประเทศให้สำเร็จด้วยการขจัดธุรกิจการเมืองและเผด็จการเสียงข้างมากในคราบประชาธิปไตยจอมปลอมอันเป็นต้นตอของวิกฤติชาติตลอดช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้ชาติบ้านเมืองกลับไปสู่วังวนแห่งวงจรอุบาทว์อันชั่วร้ายโดยเหล่านักธุรกิจการเมืองอีก

ทีมข่าวการเมือง

เทียบชูวิทย์ยอมรับคำตัดสินศาล ยังดีกว่านักโทษหนีคุกทักษิณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/199919

วันเสาร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
แล้วอดีตเจ้าพ่อน้ำกามจนกลายเป็นนักการเมืองที่สร้างสีสันอย่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยก็ถึงเวลาชดใช้กรรมเดินเข้าซังเตเมื่อศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก 2 ปี ในคดีบงการแก๊งคนมีสีรื้อบาร์เบียร์ย่านถนนสุขุมวิทเมื่อ 13 ปีที่แล้ว

ละครแห่งชีวิตของ นายชูวิทย์ ตลอดช่วงที่ผ่านมานั้นมีทั้งภาพลักษณ์ด้านลบและด้านที่เป็นสีสัน แต่ไม่ว่าเขาจะดีจะชั่วอย่างไรสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นในนาทีสุดท้ายก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาโดยที่เจ้าตัวดูเหมือนจะรู้ชะตากรรมของตัวเองดีก็คือ การไม่คิดหลบหนีและประกาศยืดอกอย่างสง่าผ่าเผยว่าพร้อมจะยอมรับคำพิพากษาของศาลโดยดุษณีเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้

ก่อนหน้านี้ นายชูวิทย์ บินไปใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกาช่วงหนึ่งจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เขาคงหนีคดีแล้วปักหลักอยู่ในอเมริกาเหมือนที่บรรดานักโทษหนีคุกมักจะกระทำกัน แต่แล้วเขาก็กลับมาเพื่อพิสูจน์สัจจะที่ว่าไม่เคยคิดหลบหนีความผิด

นายชูวิทย์ ประกาศต่อหน้าผู้สื่อข่าวจำนวนมากก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษาว่า “วันนี้ผมพร้อมเป็นตัวอย่างให้นักการเมืองและประชาชนทั่วไปเห็นว่า ผมไม่หนีไปไหน จะอยู่ตรงนี้และยอมรับคำพิพากษาอย่างแท้จริง หากศาลพิพากษาให้จำคุกผมก็ไปใช้ชีวิตในเรือนจำ”

คำประกาศที่ว่าขอ “เป็นแบบอย่างให้นักการเมือง” ของนายชูวิทย์ ทำให้เกิดข้อเปรียบกับนักการเมืองบางคนโดยเฉพาะ ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกฯนักโทษหนีโทษจำคุก 2 ปีคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษกมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อหลายปีที่แล้ว ซึ่งก่อนหน้าที่ศาลจะมีคำพิพากษา ทักษิณ บินกลับไทยในยุครัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษิณโดยสร้างภาพก้มกราบแผ่นดินทันทีเมื่อถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นเปิดแถลงข่าวใหญ่โตพร้อมสมาชิกในครอบครัวว่าจะยุติบทบาททางการเมืองและพร้อมยอมรับคำพิพากษาของศาลโดยดุษณี

แต่พอใกล้เวลาที่ศาลจะตัดสิน ทักษิณ ส่งทีมทนายถือถุงขนมซึ่งภายในบรรจุเงิน 2 ล้านบาท ไปศาลหวังจะชิมลางติดสินบนเจ้าหน้าที่ศาลและผู้พิพากษา แต่โชคดีที่ผู้พิพากษาตงฉินจึงดำเนินคดีซ้ำฐานพยายามติดสินบน ทำให้ ทักษิณ เห็นท่าไม่ดีมีหวังติดคุกแน่จึงกลืนน้ำลายตัวเองบินหนีออกนอกประเทศ และระหว่างที่อยู่ต่างแดนยังเคลื่อนไหวบงการเครือข่ายระบอบทักษิณมาจนทุกวันนี้

นี่คือความแตกต่างระหว่างชูวิทย์ที่จะดีจะชั่วก็ยังกล้าสู่ความจริงและยอมรับคำพิพากษาตรงกันข้ามกับทักษิณและคนในระบอบทักษิณอีกหลายคนที่นอกจากหนีโทษความผิดไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมแล้ว ยังพยายามโจมตีบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของศาลและองค์กรอิสระต่างๆ ด้วยข้ออ้างที่ว่าสองมาตรฐานทั้งๆ ที่ผลการตัดสินของศาลจำนวนมากที่เป็นคุณกับฝ่ายตัวเอง

ทีมข่าวการเมือง

รัฐบาลคสช.ต้องเอาจริงปราบโกง เชือดคนใกล้ตัวเป็นคดีตัวอย่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/199769

วันศุกร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
มูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติแถลงผลการจัดอันดับภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นของประเทศทั่วโลก ล่าสุดปรากฏว่าไทยเลื่อนอันดับดีขึ้นจากอันดับ 85 ปีที่แล้ว มาอยู่ที่อันดับ 76 จาก 175 ประเทศทั่วโลก แต่ที่น่าสนใจคือไทยได้คะแนนความโปร่งใสเท่าเดิมคือ 38 จากคะแนนเต็ม 100 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นยังแฝงตัวอยู่แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีนโยบายขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังโดยถือเป็นวาระแห่งชาติ

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการทุจริตคอร์รัปชั่นฝังรากลึกในสังคมไทยมาช้านานและมีอยู่ในทุกวงการซึ่งยากที่จะขจัดให้หมดสิ้นไปในเวลาเพียงปีสองปี ซึ่งนอกจากภาครัฐต้องออกกฎหมายที่เป็นยาแรงเพื่อลงโทษคนทุจริตทั้งข้าราชการและนักธุรกิจภาคเอกชนแล้ว ที่สำคัญต้องรณรงค์สร้างค่านิยมให้คนไทยรังเกียจชิงชังคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่องและจริงจังโดยดำเนินการลงโทษบุคคลสำคัญโดยเฉพาะนักการเมืองที่โกงชาติปล้นแผ่นดินให้เห็นเป็นตัวอย่าง เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นค่อยๆ หมดไป

แนวทางหนึ่งที่น่าสนใจที่จะขจัดพวกคนโกงก็คือความเห็นของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอดีตข้าราชการจอมตงฉินตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวจนถูกรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิด และจำเลยคนสำคัญคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่สร้างความล่มจมให้ประเทศครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ มูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งจากการทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของแผ่นดินทำให้ น.ส.สุภา ถูกกลั่นแกล้งโยกย้ายเข้ากรุจน น.ส.สุภา ตัดสินใจอำลาชีวิตราชการแล้วมาสมัครเป็นกรรมการ ป.ป.ช.

โดย น.ส.สุภา เสนอแนวคิดว่า ที่ผ่านมานักการเมืองที่ทุจริตอย่างกรณีโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน แม้จะมีการลงโทษติดคุกแต่จำเลยบางคนหลบหนี และแม้บางคนต้องติดคุกก็ไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดกับแผ่นดิน ดังนั้นต้องแก้กฎหมายโดยคนที่ทุจริตไม่ใช่ลงโทษแค่ติดคุกแล้วจบ โดยขณะนี้ป.ป.ช.เตรียมแก้กฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับที่สามซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยแม้ผู้ทุจริตจะหลบหนี แต่อายุความก็ยังอยู่

ที่สำคัญควรมีการแก้กฎหมายกำหนดว่าหากมีการทุจริตต้องยึดทรัพย์คนที่โกงทันทีเพื่อนำทรัพย์สินของแผ่นดินที่ถูกโกงไปกลับคืนมาทั้งหมดไม่ใช่แค่ติดคุกแล้วจบ

แต่ที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าและกรณีตัวอย่างของการทุจริตคอร์รัปชั่นในยุครัฐบาลคสช.ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.ต้องจัดการอย่างจริงจังอย่าปล่อยให้กลายเป็นจุดอ่อนทำลายจุดแข็งของรัฐบาลคสช.คือกรณีที่มีข่าวว่า คนในรัฐบาลระดับดอกเตอร์และอีกหลายคนแอบอ้างชื่อนายกฯและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ไปทำมาหากิน ซึ่งเรื่องนี้ต้องเชือดไก่ให้ลิงดู ล่าตัวมาลงโทษขั้นเด็ดขาด แล้วประจานต่อสาธารณชนเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องเงียบกลายเป็นไฟไหม้ฟาง

ทีมข่าวการเมือง

เลือกตั้งกลางปี’60มีแน่ แต่ภายใต้เกมของคสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/199581

วันพฤหัสบดี ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
คำประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ที่ว่าต้องมีการเลือกตั้งในปีหน้าอย่างแน่นอน ด้านหนึ่งเป็นการแสดงท่าทีชัดเจนต่อชาวโลกเพื่อลดแรงเสียดทานและสร้างความเชื่อมั่นว่าไทยกำลังกลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตย

ขณะที่อีกด้านหนึ่งคำประกาศของบิ๊กตู่ที่ว่ามีแผนสำรองไว้แล้วหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติได้สร้างความสั่นสะท้านแก่เหล่านักลากตั้งโดยเฉพาะพรรคเพื่อแม้วจนต้องออกมาตีโพยตีพายเพราะแผนสำรองที่ว่าก็คืออาจจะมีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับพิเศษของคสช. ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นยาแรงยิ่งกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัยฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสียอีก

อย่างที่ นายคำนูณ สิทธิสมานสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า การที่คสช.อุบไต๋หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติแล้วให้ไปวัดดวงในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2560 ถือเป็นไม้เด็ดวัดใจฝ่ายที่จ้องคว่ำร่างรัฐธรรมนูญและประชาชน เพราะไม่รู้เลยว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราวที่จะงัดออกมาใช้ก่อนการเลือกตั้งจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร โดยทุกอย่างอยู่ภายใต้เกมของคสช.

ด้วยไม้ตายของ คสช.ที่ซ่อนอยู่นี่เองที่ทำเอาบรรดาสาวกขบวนการเพื่อแม้วทั้งหลายดิ้นพล่านออกมารุมถล่ม คสช.แบบดับเครื่องชนโดยเฉพาะ นายจตุพร พรหมพันธุ์ประธานกลุ่มคนเสื้อแดง และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุลอดีตรองนายกฯยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์

หรือแม้แต่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยที่ คสช.จะใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติโดยที่ไม่เผยให้เห็นว่าหน้าตาของรัฐธรรมนูญชั่วคราวก่อน ซึ่งเท่ากับมัดมือชกประชาชนในการทำประชามติ

แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศชัดเจนว่าการเลือกตั้งต้องมีขึ้นในกลางปี 2560 ก็คงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีแผนรองรับไว้แล้วหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ เพราะการทำงานตามแบบหลักนิยมของกองทัพนั้นมุ่งการทำภารกิจให้สำเร็จตามเป้าหมายให้ได้โดยจะมีการกำหนดยุทธศาสตร์ยุทธวิธีล่วงหน้าทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ซึ่งว่ากันว่า คสช.ได้กำหนดแผนรองรับล่วงหน้าอย่างเป็นขั้นตอนไว้แล้วตั้งแต่ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ในกรณีหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้ตายคือมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ให้อำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้กุมอำนาจรัฏฐาธิปัตย์สามารถใช้อำนาจอะไรก็ได้เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบและเดินไปข้างหน้า

เพราะฉะนั้นไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ล้วนอยู่ภายใต้เกมของคสช.โดยภารกิจสำคัญก็คือต้องวางรากฐานปฏิรูปประเทศให้สำเร็จด้วยการขจัดธุรกิจการเมืองและเผด็จการเสียงข้างมากในคราบประชาธิปไตยจอมปลอมอันเป็นต้นตอของวิกฤติชาติตลอดช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาเพื่อไม่ให้ชาติบ้านเมืองกลับไปสู่วังวนแห่งวงจรอุบาวท์อันชั่วร้ายโดยเหล่านักธุรกิจการเมืองอีก

ทีมข่าวการเมือง

แม้วเครียดชะตากรรมปู มากกว่าปัญหารธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/199410

วันพุธ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มคนเสื้อแดง ประกาศกร้าวเดินหน้าคว่ำรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้ได้ แต่กลับมีรายงานข่าวว่า อดีตสส.เพื่อแม้วจำนวนไม่น้อยกลับมองว่าควรจะปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านการทำประชามติในเดือนก.ค.นี้ เพื่อที่จะได้ไปเลือกตั้งในราวกลางปีหน้า

นายจตุพร มองว่าขบวนการเพื่อแม้วไม่ควรคิดแต่อยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วเพราะแม้จะมีเลือกตั้งและพรรคเพื่อแม้วได้กลับมาเป็นรัฐบาลในที่สุดก็อยู่ไม่ได้ แต่ต้องใจแข็งอย่าคิดแต่จะรีบมีเลือกตั้งแล้วคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างภาพแสดงจุดยืนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แม้ว่าการคว่ำรัฐธรรมนูญอาจทำให้การเลือกตั้งต้องล่าช้าออกไปก็ตาม

ขณะที่อดีต สส.กลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วยกับ นายจตุพร โดยมองว่าหากคว่ำร่างรัฐธรรมนูญอาจเป็นการเปิดช่อง
ให้ คสช.ยืดเวลาเลือกตั้งออกไปอีกจากโรดแมปเดิมที่กำหนดไว้ในราวกลางปีหน้า ดังนั้นควรรีบเลือกตั้งจะดีกว่าเพราะอย่างน้อยยังมีโอกาสที่จะช่วงชิงอำนาจรัฐกลับมาเป็นรัฐบาล และสามารถแก้ไขรื้อรัฐธรรมนูญได้ภายหลังดีกว่าอยู่ภายใต้อำนาจพิเศษของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างมองไม่เห็นอนาคต

ที่สำคัญเพราะ 2 ปีที่ผ่านมาหลังคสช.ยึดอำนาจ อดีตสส.ทั้งหลายอยู่ในสภาพตายซากไร้อาชีพไม่มีรายได้ และหลายคนห่างเหินจากชาวบ้านในพื้นที่เพราะไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปในที่สุดบรรดาอดีตสส.ทั้งหลายอาจหนีไปหาพรรคอื่นสังกัดหมด

ภายใต้สถานการณ์ที่แหลมคมและใกล้เวลาที่จะมีการทำประชามติเข้าไปทุกขณะ บุคคลสำคัญที่จะตัดสินใจและกำหนดเกมของขบวนการเพื่อแม้วว่าจะคว่ำหรือปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านเพื่อให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วก็คือ ทักษิณ ชินวัตร นายใหญ่จอมบงการที่ขณะนี้ซุ่มเก็บตัวเงียบ ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีแกนนำขบวนการเพื่อแม้วบินไปพบหารือเป็นระยะๆ

แต่สิ่งที่ ทักษิณ เครียดและให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องรัฐธรรมนูญก็คือชะตากรรมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เป็นน้องสาวซึ่งเป็นจำเลยคดีโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งรัฐบาลเตรียมฟ้องทางแพ่งอันจะนำไปสู่การยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อชดใช้ความเสียหายแก่แผ่นดินมูลค่านับแสนล้านบาทในเร็วๆ นี้ ขณะที่คดีอาญาซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี คาดว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะชี้ชะตา น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างช้าไม่เกินปลายปีนี้ ซึ่ง ทักษิณ ยังคิดไม่ตกว่าจะหาทางช่วยน้องสาวได้อย่างไร ขณะที่เวลาแห่งการชี้ชะตาใกล้เข้ามาทุกขณะ

แต่ไม่ว่าขบวนการเพื่อแม้วจะดิ้นรนเดินเกมคว่ำหรือไม่คว่ำรัฐธรรมนูญดูเหมือนว่าทุกอย่างล้วนต้องเดินไปตามแผนที่คสช.กำหนด นั่นคือต้องมีการปฏิรูปประเทศขจัดการเมืองชั่วร้ายในอดีตไม่ให้กลับมามีอำนาจบริหารประเทศอีก

ทีมข่าวการเมือง

แอมเนสตี้-มะกันอันตรายเหิมเกริม แทรกแซงไทยให้ท้ายแก๊งป่วนเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/199243

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.

นับว่าเหิมเกริมและส่อเจตนาแอบแฝงจ้องบ่อนทำลายไทยมาตลอดสำหรับสำนักงานเลขาธิการใหญ่แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่ล่าสุดออกแถลงการณ์ด่วนเรียกร้องให้สมาชิกทั่วโลกรณรงค์ต่อต้านทางการไทย รวมทั้งส่งจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เรียกร้องให้ยกเลิกข้อกล่าวหามั่วสุมหรือชุมนุมอย่างผิดกฎหมายต่อกลุ่มนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวไทยทั้งหมดโดยเฉพาะนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และพวก

การเคลื่อนไหวของ “จ่านิว” และแก๊งนั้นก็รู้ๆ กันอยู่เพราะถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเครือข่ายแนวร่วมขบวนการเพื่อแม้วที่พยายามสร้างสถานการณ์หาเรื่องยั่วยุท้าทาย คสช.ให้จับมาตลอด หวังใช้ข้ออ้างคุกคามเสรีภาพเป็นเงื่อนไขเข้าแผน “โลกล้อมไทย”ของขบวนการเพื่อแม้วในการร้องเรียนต่อชาติตะวันตกที่ให้ท้ายขบวนการเพื่อแม้วโดยเฉพาะมหาอำนาจมะกันอันตรายรวมทั้งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล

จึงไม่แปลกที่ทันทีหลังมีการควบคุมตัว “จ่านิว” นายมาร์ก โทเนอร์รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศมะกันอันตราย ถึงกับให้ความสำคัญขนาดกระพือข่าวใหญ่โตราวกับเตรียมตัวล่วงหน้าว่า ทางการไทยคุกคามสิทธิเสรีภาพการแสดงออกและขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งขู่ว่ามะกันอันตรายจะแสดงท่าทีคัดค้านเพิ่มเติมต่อไป

หลังจากการออกโรงของกระทรวงการต่างประเทศมะกันอันตราย แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลก็รับลูกตามมาติดๆ ทันควันแสดงถึงการให้ท้าย “จ่านิว” และขบวนการป่วนเมือง แต่ที่เหิมเกริมก็คือเรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกข้อกล่าวหาต่อ “จ่านิว” เหล่านักป่วนเมืองทั้งหมด

ทั้งๆ ที่ทางการไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศพยายามชี้แจงมาตลอดว่าปฏิบัติภายใต้กรอบของกฎหมาย รวมทั้งชี้ให้เห็นเบื้องหน้าเบื้องหลังขบวนการที่ออกมาป่วนเมือง ซึ่งแอบอิงกลุ่มอำนาจเก่า แต่มะกันอันตรายกับแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลกลับทำหูทวนลม โดยกรณีล่าสุดที่ “จ่านิว” ถูกควบคุมตัวทั้งมะกันอันตรายกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลแทนที่จะสอบถามเหตุผลจากทางการไทยก่อน แต่กลับด่วนออกมาประณามกดดันไทยทันทีเหมือนมีแผนอยู่ในใจเตรียมธงไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

จากท่าทีให้ท้ายขบวนการป่วนเมืองของมะกันอันตรายทำให้ก่อนหน้านี้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล ต้องออกมาเตือนสติมหาอำนาจมะกันอันตรายว่า อย่าอ้างแต่เรื่องสิทธิเสรีภาพ และหากมีชาวอเมริกันทำผิดกฎหมาย รัฐบาลมะกันอันตรายจะไม่ดำเนินคดีตามกฎหมายใช่หรือไม่

ขณะที่ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เตือนสติแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ว่า
ควรตรงไปตรงมาและรอบคอบในการปกป้อง“จ่านิว” และพวก โดยต้องคำนึงถึงกฎหมายไทยและต้องดูรายละเอียดของเรื่องราวที่มีเบื้องหลังทางการเมืองแอบแฝงด้วย

ทั้งนี้ในกรณี“จ่านิว” และพวกทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจนทั้ง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะและฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ชัดเจนและที่สำคัญซ่อนแผนบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐ

จากพฤติการณ์ของมะกันอันตรายและแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลสะท้อนความเหิมเกริมแทรกแซงกิจการภายในและกระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างชัดแจ้ง ขณะเดียวกันก็เป็นการให้ท้ายขบวนการอำนาจเก่าอันเลวร้ายพวกเดียวกันที่เคยถูกมวลมหาประชาชนเกือบ 10 ล้านคน ออกมาแสดงพลังขับไล่ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จนต้องพ้นจากอำนาจ

ทีมข่าวการเมือง

ผิดคิวสะท้อนร่องรอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/571377

โดย ทีมข่าวการเมือง 2 ก.พ. 2559 05:01

 

อย่างน้อยก็สะท้อนว่า ไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน

จากปรากฏการณ์ที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โยนทุ่นสูตรใหม่ ขยายเวลาโรดแม็ปจาก 6-4-6-4 เป็น 6-4-8-5 ต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นปลายปี 2560

ชิงล็อกคิวตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่

ซึ่งนั่นก็เป็นจังหวะการ “หักมุม” กับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ได้ประกาศย้ำสัญญาประชาคมให้ได้ยินไปทั่วโลก ตั้งแต่ก่อนการเปิดโชว์โฉมร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ร่างแรกเรียงรายมาตรา

ยืนยันเลย ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะโดนคว่ำหรือไม่ ก็ต้องพยายามจัดเลือกตั้งให้ได้ในเดือนกรกฎาคม 2560 ตามโรดแม็ป

“ประยุทธ์-มีชัย” ไปกันคนละทิศ “ผิดคิว” กันอย่างจัง

เรื่องของเรื่อง มันก็ทำให้เกิดช่องโหว่ที่มองจากภายนอกเห็นร่องรอยของอาการ “จูนคลื่น” ไม่ตรงกัน หางเสือ “เรือแป๊ะ” เริ่มไปกันคนละทาง

จุดหมายปลายทางชักจะเคว้งคว้าง

ที่แน่ๆว่ากันตามบรรยากาศโดยรวมมันก็เริ่มไม่ขลัง ตามแนวโน้มอย่างที่นายมีชัยประกาศแกมขู่ฝ่ายต่อต้าน ถ้าคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนี้ เจอร่างใหม่อาจจะโหดกว่าเดิม

แต่นักเลือกตั้งอาชีพไม่ได้แหยงกลัวเลย

และก็เป็นอะไรที่สังเกตว่า มวยเก๋าที่ซุ่มมานาน เริ่มออกจากมุมกันแล้ว

ตามจังหวะการออกมาของนักการเมืองรุ่นเดอะอย่างนายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ที่พูดชัดเลยว่า ไม่มีประเทศใดในโลกสงบสุขร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่ทุกประเทศแก้ปัญหาด้วยการเลือกตั้ง

เตือนนักรัฐประหารให้กลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ที่เป็น “จุดจบ” ของนักรัฐประหาร ไม่ว่าจะเป็นรุ่น จอมพล ป.พิบูลสงคราม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นพลเอกเป็นจอมพลทั้งนั้น แต่อยู่รอดปลอดภัยกี่คน

จุดจบโดนประชาชนขับไล่ ไปไม่รอดสักราย

แน่นอน ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะมองข้ามหรือเอาหูทวนลมได้ แต่บังเอิญด้วยเกียรติประวัติครั้งอดีตของนายอุทัย เคยติดคุกเพราะเป็นหัวขบวน ส.ส.ยื่นฟ้องศาลให้ดำเนินคดีกับคณะรัฐประหารยุคจอมพลถนอม ในโทษฐานกบฏมาแล้ว

มีประกาศนียบัตรการันตีด้วยวีรกรรมห้าวๆกับท็อปบูต

คำเตือนของยี่ห้อ “อุทัย พิมพ์ใจชน” ถึงขุนทหาร ย่อมดังกว่าบุคคลอื่น

และที่ลืมไปไม่ได้ ในจังหวะที่กระแสคว่ำรัฐธรรมนูญ เร้าการเลือกตั้งตามโรดแม็ป หันไปอีกด้านก็ชิงพื้นที่ข่าว มีความเคลื่อนไหวบนสื่อตลอด กับฉากที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินสายทัวร์ ทำบุญ ในพื้นที่อีสาน ภาคกลาง เหนือ

ลากกระแสเลี้ยงเรตติ้งได้ต่อเนื่อง ไม่มีตก

ตามกระแสข่าวล่าสุดที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด ได้เคาะโต๊ะสรุปความผิดอดีตนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทยในคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ส่งให้ขุนคลังเดินหน้าลุย

เช็กบิลหลักแสนล้านบาท

ล้อกับสัญญาณจากฝ่ายคุมเกมอำนาจที่ส่งผ่าน “โหรท็อปบูต” นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ที่นั่ง “ทางใน” ส่อง “ทางนอก” บอกไว้ตั้งแต่ช่วงปีใหม่ว่า ช่วงกลางปีนี้ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์จะบินหนี ตามรอยพี่ชายอย่างอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ไประหกระเหินอยู่ต่างประเทศ

ถูกตราหน้าจากฝ่ายต่อต้านในเมืองไทยว่า “ขี้โกง” หนีคดี

แต่อย่างไรก็ดี จับลีลา ประเมินการเคลื่อนไหวของอดีตผู้นำหญิงที่ยังนิ่ง เดินสายพบปะกองเชียร์แบบชิวๆเหมือนไม่ได้ทุกข์ร้อนกับชะตาเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางที่รออยู่ข้างหน้าอันใกล้

ในมุมมองของนักเลือกตั้งอาชีพต่างก็ฟันธงตรงกัน เทียบกันพี่กับน้อง

“ยิ่งลักษณ์” ใจถึงกว่า “ทักษิณ” เยอะ.
ทีมข่าวการเมือง