การเมืองต้านร่างรัฐธรรมนูญ“มีชัย”สุดลิ่ม : ปล่อยผ่านชาติพัง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570706

โดย ทีมข่าวการเมือง 1 ก.พ. 2559 05:01

 

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้สมควรจะถูกคว่ำ”

ถ้อยคำสำนวนที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ย้ำหัวหมุดผ่าน ทีมข่าวการเมือง หลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ยกร่างเสร็จมีทั้งหมด 270 มาตรา เปิดโฉมหน้าต่อสาธารณะ

สาเหตุที่จะต้องคว่ำในชั้นการทำประชามติ ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือน ก.ค.59 เพราะขณะนี้เนื้อหาในรัฐธรรมนูญมุ่งหวังให้ชนชั้นนำเป็นผู้กำหนดทิศทางทั้งหมดของประเทศไทย โดยวางกลไกควบคุมการบริหารราชการในอนาคตให้ดำรงอยู่ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน

รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะทำหน้าที่เหมือนข้าราชการประจำ ทำตามกรอบที่กำหนดไว้อย่างเดียว

แต่โครงการที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนจะทำไม่ได้

โดยเฉพาะผลการประชุมผู้นำทางเศรษฐกิจโลกระบุว่า โลกยุคนี้เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง จะเกิดภัยคุกคามประเทศรูปแบบใหม่ๆ

ทั้งในด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ ทุกประเทศจะต้องออกแบบวางระบบให้แก้ปัญหาทันต่อสถานการณ์

แต่ กรธ.กำลังวางระบบประเทศให้ย่ำอยู่กับที่ ถึงเวลานั้นจะทำให้แต่ละปัญหาคลี่คลาย ได้ยากมาก

เห็นได้จากการออกแบบระบบรัฐสภา เริ่มตั้งแต่ที่มาของ ส.ว. ปกติเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกมา ในยุคที่แย่หน่อยก็ให้ประชาชนเลือกเข้ามาครึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ว.ทั้งหมด ยังพอมีอะไรยึดโยงกับประชาชน

มาถึงวันนี้ กรธ.พูดเหมือนดูดี ตัดทิ้งอำนาจการถอดถอนของวุฒิสภา แต่ยังมีอำนาจตัดสิน คัดเลือกบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มอำนาจสร้างระบบตัวแทนสืบทอดอำนาจต่อไป

รวมถึงการออกแบบระบบการเลือกตั้งนำไปสู่การมีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ตัดสิทธิของประชาชนในการแยกเลือกผู้สมัคร ส.ส.โดยการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว สะท้อนให้เห็นว่า กรธ.กำลังลดทอนความเข้มแข็งของพรรคการเมือง ทำให้สถาบันการเมืองอ่อนแอ

นำไปสู่การต่อรองทางการเมืองและจะนำไปสู่การสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ใช่ ส.ส.เป็นนายกรัฐมนตรีได้

แม้พยายามใช้คำพูดสวยหรูกำหนดให้พรรคการเมืองเสนอชื่อผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีก่อน แต่ภายใต้สภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน ผู้มีอำนาจสามารถกำหนดตัวบุคคล เสนอชื่อผ่านพรรคการเมืองเล็กๆน้อยๆได้และกับพรรคการเมืองบางพรรคที่จะใส่ชื่อนายกฯคนนอกกลับเข้ามาก็ได้

พูดให้ชัดเจนคือผู้มีอำนาจจะกำหนดให้คนนอกเข้ามาโดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการที่ประชาชนตัดสิน ไม่ยึดโยงกับประชาชน

แถมยังเปิดช่องให้ ส.ส.ไม่ต้องอยู่ในกรอบของพรรคการเมือง ซึ่งคอยควบคุมวินัยและความประพฤติของนักการเมืองเหมือนประเทศอารยะทั่วไป สภาพพรรคการเมืองย่อมไร้ความหมาย ทำให้รัฐสภาที่มีจุดยึดโยงกับประชาชน ทำหน้าที่ตรวจสอบ กลั่นกรองคนต่างๆก็ไร้น้ำหนักและไม่มีการควบคุมดูแล

ความจริงพรรคการเมืองและนักการเมืองต้องพัฒนาให้เป็นหน่อเนื้อเดียวกัน ระบบการกลั่นกรองคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมืองจะสูงตามมา ได้นักการเมืองที่ดี

มีอีกปมที่สำคัญมาก คือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) สมัยร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ถือว่าองค์กร คปป.มีอำนาจเหนืออธิปไตย แต่เมื่อหลายฝ่ายออกมาคัดค้านถึงขั้นต้องคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไป

พอถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย องค์กรนี้ก็ยังอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่อำนาจขององค์กรนี้บางส่วนไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ

หากประเทศไทยมีวิกฤติประชาธิปไตยหรือวิกฤติของประเทศก็จะส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด และศาลรัฐธรรมนูญยังมีอำนาจถึงขั้นตีความรัฐธรรมนูญ

และยังมีอำนาจไปถึงขั้นเกือบอาจจะกำหนดบทบัญญัติใหม่ตามการตีความของศาลรัฐธรรมนูญ การปล่อยให้มีอำนาจมากขนาดนี้จะกลายเป็นปัญหาตามมาได้

เพราะเคยสร้างวิกฤติให้ประเทศหลายครั้ง จนพรรคเพื่อไทยถูกเครื่องจักรสังหารทางการเมืองเล่นงาน ไม่ยอมปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย

ที่สำคัญโดยกระบวนการที่ถูกกำหนดขึ้นมาทำให้รัฐธรรมนูญไม่อาจแก้ไขได้เลย เพราะต้องใช้เสียงวุฒิสภาอย่างน้อย 1 ใน 3 และเสียงจากทุกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่าร้อยละ 10

แต่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ก็ต่อเมื่อ ถ้าเป็นกลุ่มที่ไม่มีอำนาจจะต้องแก้ด้วยวิธีนอกระบบคือการปฏิวัติ ถ้าเป็นกลุ่มที่มีอำนาจจะแก้ไขได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตีความของศาลรัฐธรรมนูญ

ในบทเฉพาะกาลก็ชัดเจนว่ามุ่งมั่นที่จะสืบทอดอำนาจของกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจร่วมกันในการกำหนดกติกาประเทศ

ฉะนั้นถ้าปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ โดยไม่มีการแก้ไขกติกาให้เป็นประชาธิปไตย รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะบริหารประเทศเพื่อแก้วิกฤติของบ้านเมืองได้ยากมาก โดยเฉพาะการ
กำหนดให้องค์กรอิสระมีอำนาจเหนือรัฐบาลและรัฐสภา ทำให้ขาดความเป็นอิสระในการบริหารราชการแผ่นดิน

ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ยิ่งทำให้ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้ และยิ่งจะขยายโรดแม็ปออกไปอีกย่อมไม่เป็นผลดีต่อประเทศ มิหนำซ้ำกลับสร้างปัญหาซ้ำเติมประเทศ

ฉะนั้นถึงเวลาที่ คสช.ต้องเปิดกว้างให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ และพรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อให้เห็นภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญ

ทำอย่างไรพรรคเพื่อไทยถึงจะรับร่างรัฐธรรมนูญ นายภูมิธรรม บอกว่า เท่าที่ดูยังไม่มีเงื่อนไขที่จะทำให้รู้สึกว่ารับไปแล้วประเทศจะมีทางออก เห็นแต่หนทางหายนะ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้จะก่อตัวเป็นวิกฤติซ้ำและซ้อนขึ้นมา ในที่สุดสร้างความขัดแย้งอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ฉะนั้นในช่วงเวลาที่ยังมีอยู่ ขอให้นายมีชัยและ กรธ.อย่าไปสร้างสิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์ มันจะมีผลต่อประเทศอย่างมหาศาล

ขอให้ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงร่างรัฐธรรมนูญออกมาให้ดี มีหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย กำหนดให้ประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงเป็นผู้กำหนดทิศทางของประเทศ

ถ้า กรธ.เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยก็ต้องทำทุกอย่างให้ประชาชนเข้ามาบริหารจัดการ

เมื่อทำเช่นนี้แล้วอย่าไปกลัววิกฤติประชาธิปไตยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเกิดวิกฤติการเมือง เกิดปัญหาองค์กรตามรัฐธรรมนูญขัดแย้งกันจนประเทศเดินไปไม่ได้

สุดท้ายรัฐบาลจะตัดสินใจยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสิน ซึ่งจะทำให้กลไกประชาธิปไตย มีการพัฒนาและปรับตัวให้ประเทศเดินหน้าไปได้

แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับคิดแทนประชาชนทั้งหมด ไม่เปิดช่องให้ประชาชนได้เรียนรู้เอง โดยไปคิดว่าควรจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

และนายมีชัยกำลังใช้ศักยภาพและความสามารถเชิงเทคนิค เพื่อหว่านล้อมและวาดรูปกำหนดรัฐธรรมนูญไปเอื้อกลุ่มอำนาจในปัจจุบัน แบบนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาของประชาชนได้หรือไม่

สิ่งที่ชอบพูดว่ารัฐธรรมนูญเป็นประโยชน์ต่อประชาชนล้วนเป็นนามธรรม

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยมากพอที่จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างไร นายภูมิธรรม บอกกว่า เชื่อว่านับจากนี้เป็นต้นไป เมื่อประชาชนและฝ่ายต่างๆที่ตกอยู่ในสภาวะประสบปัญหา ซึ่งเกิดจากศักยภาพการบริหารของรัฐบาลก็จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์

และเริ่มมองเห็นว่าหากปล่อยให้ผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้

สุดท้ายเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่จะไม่ยอมให้ผ่านแน่นอน

เพราะเป็นจุดเริ่มต้นการก้าวไปสู่หายนะของชีวิตแต่ละคน

สุดท้ายบ้านเมืองจะพัง.

ทีมการเมือง

ผ่าความโปร่งใสผ่านอาการ “ประยุทธ์” หัวไม่ส่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570383

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ม.ค. 2559 05:01

 

รอบข้างเป็นพิษ ชี้ชะตาผู้นำ

เมืองไทยหนาวยะเยือกเป็นประวัติการณ์ สั่นสะท้านไปตามๆกัน

ลมฟ้าอากาศแปรปรวน ในสภาพที่สังคมไทยก็ตกอยู่ในภาวะปรวนแปร ตามปรากฏการณ์กระแส “ตุ๊กตาลูกเทพ” กลายเป็นวาระสำคัญของชาติ

ถึงขนาดที่คนระดับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ไปยัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ต้องออกมาพูดถึงกระแสที่ไร้แก่นสาร ในแง่ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องมาประชุมถกกัน

ว่าด้วยเรื่องการนำ “ตุ๊กตาลูกเทพ” โดยสารเครื่องบิน แทนที่จะเอาเวลาไปคิดอ่านการงานที่เป็นสาระ

ตามจังหวะเร่งด่วนที่ไทยต้องเร่งแก้ปัญหาด้านมาตรฐานการบินที่ยังติดใบแดง

เรื่องไม่เป็นเรื่อง ดันกลายเป็นเรื่องขึ้นมาได้

ส่วนเรื่องที่หนีไม่พ้นต้องเป็นเรื่องแน่ๆ ตามคิวที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ถึงกำหนดโชว์ร่างแรกแบบรายมาตราในวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา

เนื้อหาก็อย่างที่แพลมๆออกมาเป็นข่าวก่อนหน้า โฟกัสปมท้าทายแรงเสียดทาน 3–4 มาตรา ที่เป็นปัญหาถกเถียงกันมาตลอด ในเรื่องที่มานายกรัฐมนตรี ระบบเลือกตั้ง การให้อำนาจองค์กรอิสระเหนือรัฐบาล

โดนตั้งแง่ๆว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย

เอาเป็นว่า ตามขั้นตอนก็แค่เปิดกันตามพิธีกรรมที่กำหนดไว้ในโรดแม็ป

และไฮไลต์ที่จับตากันจริงๆไม่ใช่แค่เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ แต่กลายเป็นเงื่อนไขตามบทเฉพาะกาล ที่ถูกจับจ้องปมการต่อท่ออำนาจ

ปูทางให้รัฐบาลทหาร คสช.ลากยาว

ซึ่งก็เป็นนายมีชัยที่ยอมรับเองเลยว่า จำเป็นต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปปลายปี 2560 เพื่อให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการร่างกฎหมายลูก 8 เดือน หลังจากนั้นอีก 5 เดือน จึงมีเลือกตั้ง

โยนเงื่อนปมเวลาใหม่เข้ามาหยั่งสถานการณ์

ทั้งๆที่ร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ผ่านด่านประชามติเลยด้วยซ้ำ

แต่ที่แน่ๆก่อนหน้านั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ประกาศย้ำสัญญาประชาคมให้ได้ยินกันทั่วโลกอีกครั้ง ตั้งแต่ก่อนเปิดโชว์รัฐธรรมนูญร่างแรกแล้ว

ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” จะผ่านประชามติหรือโดนคว่ำ

ประเทศไทยก็จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกรกฎาคมปี 2560 ตามโรดแม็ปไม่เปลี่ยนแปลง

“จะอยู่ทำไม ผมทำหน้าที่ของผมแล้ว”

จับอาการ ประเมินอารมณ์ พล.อ.ประยุทธ์ เร่งวันคืนอำนาจ โดยไม่ผูกติดเงื่อนไขรัฐธรรมนูญใหม่

ย้ำแล้วย้ำอีก รัฐบาลทหาร คสช.ไปแน่ตามที่นัดกันไว้

แน่นอน อ่านไต๋กันตามเหลี่ยมเกมอำนาจ เบื้องต้นมันก็แค่ยุทธศาสตร์ในการลดแรงเสียดทาน รีบประกาศให้ฝ่ายต่อต้านได้รับรู้ธงล่วงหน้า

โดยเฉพาะการผ่อนคลายแรงกดดันจากนักเลือกตั้ง

แต่ขึ้นชื่อว่าทหารอาชีพที่สไตล์ดุดันอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ที่ถืออำนาจรัฏฐาธิปัตย์อยู่ในกำมือ เรื่องอาการแหยงนักการเมืองอาจจะเบาเกินไป

มันน่าจะมีแรงกดดันจากสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงกว่านั้น

ที่สำคัญเลย มันก็มีจุดเชื่อมโยงกันได้ เพราะในสถานการณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ชิงประกาศปล่อยไฟเขียวเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม กลางปี 2560

เร่งคิวชิ่งถอยจากจุดศูนย์กลางอำนาจ

ตามจังหวะมันก็ไล่เลี่ยๆกับปรากฏการณ์ร้อนๆที่ พล.อ.ประยุทธ์แฉออกอากาศเองเลยว่า มีคนระดับ ด็อกเตอร์รายหนึ่ง แอบอ้างชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ไปเรียกรับผลประโยชน์กับส่วนราชการ

ตีกินหัวคิวในการพิจารณาโครงการต่างๆ

โดยได้เบาะแสมาจากรายการ “คนค้นธรรม” ตอนขอความเป็นธรรมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เรียกรับทรัพย์ ผ่านทางยูทูบและช่อง WBTVwatyannawa ที่มีการสัมภาษณ์ผู้เสียหายรายหนึ่ง ซึ่งเป็นนักธุรกิจในวงการค้าข้าว

แฉขบวนการหลอกลวงที่มีนายทหารระดับ “เสธ.” อ้างเป็นตัวจักรสำคัญใน คสช. เป็นตัวละครสำคัญที่ไปเรียกรับผลประโยชน์จากการอ้างสามารถช่วยนำข้าวเสื่อมสภาพออกมาให้ได้

นายกฯชี้เป้าให้ “จับโจร” ที่แฝงอยู่ในขุมข่ายรัฐบาล

และในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว “ด็อกเตอร์เดชจรัส ชาญรัตน์” อดีตที่ปรึกษาผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เพื่อสอบปากคำพร้อมแจ้งข้อหา “พยายามฉ้อโกง” หลังร่วมกับพวกอีก 3 ราย หลอกลวงผู้เสียหายว่า มีข้าวเสื่อมคุณภาพจำนวน 3 แสนตัน ขายให้ในราคาถูก

พยาน หลักฐาน ตัวละคร ครบตามข้อมูล

ซึ่งนั่นก็ต้องออกมาเคลียร์กันเป็นพัลวัน ในบรรดาผู้ที่อยู่ในข่ายโดนพาดพิง

โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร ก็ยืนยันเป็นเชิงออกตัวเลยว่า คนที่แอบอ้างนั้นมีตลอด เรื่องนี้กวนใจมาก เพราะได้รับมอบหมายจากนายกฯให้ดูแลงานต่างๆหลายเรื่อง

เราตั้งใจทำให้เกิดความโปร่งใส แต่ยังมีบางกลุ่มหรือบางพวกไม่ต้องการให้เดินไปข้างหน้าด้วยการโจมตีตนเอง เขียนเรื่องส่งไปให้นายกฯกล่าวหาว่า ตั้งโครงการใหม่ๆเพื่อต้องการร่ำรวย เรื่องพวกนี้ทำให้เกิดความเสียหาย และทำให้การเดินหน้าต่อไปลำบาก เหมือนโดนเตะตัดขาอยู่เรื่อย เสี้ยมให้คนเกลียดกัน

ยืนยันที่ผ่านมา ทำงานมา 2 รัฐบาลแล้วไม่เคยแตะเงินสักบาท

ขณะที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ก็บอกปัดไม่รู้จักนายเดชจรัสเป็นการส่วนตัว ส่วน “เสธ.เปี๊ยก” หรือ พ.อ.จีระศักดิ์ จันทร์อวยชัย ยังไม่แน่ใจ เนื่องจากเป็นนายทหารรุ่นน้องอาจจะรู้จัก แต่ถ้าก้าวล่วง แอบอ้างเอาชื่อตนไปหากินเป็นเรื่องเป็นราว ทำให้เกิดความเสียหายจะฟ้องดำเนินคดีแน่นอน

ด้าน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ก็ปฏิเสธว่าไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ และไม่เคยได้รับปลาสวยงาม ยังงงว่า มีชื่อตนเองได้อย่างไร

ตีกรรเชียงหนี “ขี้” เหม็นๆกันอุตลุด

แน่นอน ก็อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์จั่วหัวประจานไว้ตั้งแต่แรกว่า เป็นการ “แอบอ้าง” ดังนั้นรัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายโดนพาดพิงย่อมไม่รู้เห็นด้วยเป็นธรรมดา

แต่ตามสภาพแห่งความเป็นจริง อย่างที่เข้าใจได้ในวงการ “นายหน้า”

ด้วยสถานะของตัวละครระดับ “ด็อกเตอร์” และระดับ “เสธ.” ทหาร ไม่ใช่ตาสีตาสาชาวบ้านธรรมดา อย่างน้อยมันก็ต้องมีเส้นสายลายทางทำให้เข้าหารัฐมนตรีฝ่ายบริหาร

มีน้ำหนักมากพอทำให้พ่อค้าหลงเชื่อได้

ที่แน่ๆสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือขบวนการพวกนี้ป้วนเปี้ยนอยู่ในขุมข่ายศูนย์กลางอำนาจ

ซึ่งนั่นก็ห้ามไม่ได้ที่จะกระตุกสังคมนึกย้อนไปถึงในรอบ 1 ปีครึ่งของรัฐบาลทหาร คสช. ขบวนการเหล่านี้น่าจะแฝงตัวหาประโยชน์อยู่ในห้วงสถานการณ์อำนาจพิเศษมาตลอด

ยิ่งไม่มีสภาฯตรวจสอบเหมือนรัฐบาลปกติทั่วไป ก็ยิ่งหวานคอแร้ง

นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า โดยสถานการณ์มาถึงวันนี้มันหนักข้อขึ้น ไม่ใช่แค่การอ้างระดับรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี แต่มันลามถึงการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี

นี่หรือเปล่าคือจุดที่ พล.อ.ประยุทธ์อั้นไว้ไม่ไหว

ต้องกดปุ่มระเบิด ประจานขบวนการแอบอ้างฟันหัวคิวก่อนลามเข้าเนื้อ

ประกอบกับจังหวะบังเอิญ ที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ได้มีการเปิดเผยผลดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี 2558 โดยประเทศไทยมีอันดับดีขึ้นจาก 85 ขยับมาอยู่ที่ 76

แต่อย่างไรก็ตามระดับคะแนนความโปร่งใสยังเท่ากับปีก่อนคือ 38 คะแนน ในขณะที่กลุ่มเป้าหมายของการจัดทำดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันก็ลดลงจาก 175 ประเทศเมื่อปี 2557 เหลือเพียง 168 ประเทศ

นั่นหมายถึงว่า สถานการณ์ความโปร่งใสในเมืองไทยไม่ได้กระเตื้องไปกว่าเดิม

การเทกแอ็กชั่นของนายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ในช่วงการยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน โชว์ธงเป้าหมายเพื่อเข้ามาล้างทุจริตคอร์รัปชัน ยกระดับความโปร่งใสประเทศไทย

ไม่มีผลในสายตาขององค์กรวัดความโปร่งใสตามมาตรฐานโลก

ซึ่งคำตอบมันก็สะท้อนตามสถานการณ์ที่เห็นกันอยู่ตรงหน้า องค์กรต่างประเทศไม่ได้ให้คะแนนผิด

เชื้อชั่ว “ทุจริต” ยังลุกลาม ไม่เว้นแม้ในยามที่อยู่ภายใต้อำนาจพิเศษ

ขนาด “หัวไม่ส่าย” ก็ยังเอาไม่อยู่

อย่างที่รู้ๆกัน ทุกฝ่ายก็ยอมรับว่า ตลอดการเข้ามาคุมเกมอำนาจในตำแหน่งนายกฯ หัวหน้า คสช. พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยมีข่าวว่า คนใกล้ชิดในครอบครัวไปเอี่ยวกับการหาผลประโยชน์

ประตูหลังบ้านปิดล็อกตายแน่นหนา

แบบที่ภริยาอย่างรองศาสตราจารย์นราพร จันทร์-โอชา ถึงขนาดต้องปิดโทรศัพท์ ไม่ยอมรับสายพรรคพวกเพื่อนฝูงที่เคยคบหาสมาคมกันเป็นการชั่วคราว

ระมัดระวังตัวแจ ไม่ให้นักวิ่งเข้าถึงตัว

นั่นก็แสดงถึงความกลัวภาพมัวหมอง พล.อ.ประยุทธ์เข้มมากเรื่องการบริหารไม่โปร่งใสมีนอกมีใน

แต่ก็อย่างที่เห็น “หัวไม่ส่าย” ปัญหาดันไปอยู่ที่ช่วงลำตัวไปยันหาง โดนขบวนการ “นายหน้า” แก๊งวิ่งเต้นแสวงหาประโยชน์จากอำนาจ เจาะเข้าถึงตัวคนระดับรัฐมนตรี

ส่อแพ้เชื้อโรคทุจริต ภาพความโปร่งใสชักหมองลงทุกขณะ

“นายกฯลุงตู่” เลยต้องชิงประกาศล็อกคิวเลือกตั้งตามโรดแม็ป ไม่เสี่ยงแบกภาระหนังหน้าไฟ

เพราะอุ้มสถานการณ์ “โกง” ไม่ไหวจริงๆ.

“ทีมการเมือง”

ยืดเวลาวางกติกาเข้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570209

โดย ทีมข่าวการเมือง 30 ม.ค. 2559 05:01

 

โดนรวบตัวเรียบร้อยโรงเรียน คสช.แล้ว “ด็อกเตอร์” ดีกรีอดีตที่ปรึกษาผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ที่ตกเป็นข่าวดังตามหน้าสื่อ

หลังก่อปฏิบัติการกระตุกหนวดเสือบิ๊กเนมบูรพาพยัคฆ์ แอบอ้างชื่อ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ไปเรียกรับหาผลประโยชน์ในการวิ่งเต้นขายข้าวเสื่อมคุณภาพ 3 แสนตัน ในราคาถูกให้นักธุรกิจค้าข้าว

ตบทรัพย์ลูบคมอำนาจผู้นำเบอร์ 1 และเบอร์ 2 คสช.อย่างไม่เกรงกลัว พ่วงลากสองรัฐมนตรีเรือแป๊ะไปแอบอ้างใช้หลอกลวงผู้เสียหายอีกทาง

กระตุกอารมณ์ปรี๊ด “บิ๊กตู่” โวยกลางฟลอร์วันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหารครบรอบ 58 ปี ที่ จ.นครนายก แฉพฤติกรรมแอบอ้างชื่อไปทำมาหากิน

ออกอาการเซ็งในอารมณ์ ถึงขั้นตัดพ้อว่า สร้างกรุงโรมที่ว่ายาก แต่สร้างประเทศไทยให้แข็งแรงยากกว่า เพราะยังมีคนทำร้ายกันเองอยู่

ไล่มาติดๆกับอารมณ์ของขึ้น “บิ๊กป้อม” พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ต้องรีบเคลียร์ตัวเองในทันที ออกมาล้งเล้งถูกอ้างชื่อส่งเดชทำให้เกิดความเสียหาย ตั้งข้อสังเกตถูกเกมจ้องเตะตัดขาในช่วงเดินหน้าทำงาน

เจอโรยตะปูเรือใบสกัดเส้นทางโรดแม็ปไม่ให้เดินหน้าอย่างราบรื่น พอดิบพอดีกับในช่วงที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ได้ฤกษ์เผยโฉมร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก 270 มาตรา ต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ

ยาแรงยังอยู่ครบเครื่องในร่างรัฐธรรมนูญตรงตามคอนเซปต์บอนไซฝ่ายการเมือง เพิ่มอำนาจองค์กรอิสระและฝ่ายข้าราชการ

มีบทเฉพาะกาลห้อยท้ายให้ต่ออายุเครือข่ายแม่น้ำสายต่างๆลากยาวอำนาจออกไปอีกพักใหญ่

อาทิ ให้ สนช.อยู่โยงไปจนกว่าจะมีการเปิดประชุมรัฐสภาชุดใหม่นัดแรก ขณะที่ สปท. ได้ยืดอายุออกไปอีก 1 ปี หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ เพื่อสานต่อภารกิจการปฏิรูปประเทศ

ออกโปรโมชั่นเปิดทาง คสช.ลากยาวอำนาจอยู่ไปจนกว่ามีรัฐบาลใหม่มาทำหน้าที่

ยื่นกระบองยักษ์ มาตรา 44 ให้ คสช.แยกเขี้ยวใช้ต่อไป คงอำนาจพิเศษทั่วราชอาณาจักรเหมือนเดิมในช่วงรอแตะมือ เพื่อคอยแก้ปัญหาหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินระหว่างรอยต่อการเลือกตั้งไปจนถึงการมีรัฐบาลชุดใหม่มารับช่วง

เครือข่ายเรือแป๊ะได้สมประโยชน์กันถ้วนหน้าจากบทเฉพาะกาลฉบับซือแป๋ “มีชัย”

ช่วยยืดโรดแม็ป คสช.จากสูตร 6-4-6-4 ใช้เวลา 20 เดือน คืนประชาธิปไตยสู่อ้อมกอดประชาชน กลายเป็นสูตรใหม่ 6-4-8-5 ขยายเวลาให้ คสช.อยู่ในอำนาจเป็น 23 เดือน

เลื่อนปฏิทินเลือกตั้งจากเดิมเดือน ก.ค.ปี 2560 ขยับออกไปเป็นปลายปี 2560

ขณะที่โต้โผใหญ่ในการร่างรัฐธรรมนูญอย่าง กรธ.ยังได้ต่อวีซ่านั่งทำงานออกไปอีก 8 เดือน เพื่อจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับให้แล้วเสร็จ

ได้นั่งหายใจยาวๆคุมเกมออกกฎหมายแม่และกฎหมายลูกฉบับสำคัญ อาทิ พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ว. พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง และ พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังและงบประมาณ ไว้ในมือแบบเบ็ดเสร็จ

เตรียมวางกฎเหล็กในกฎหมายลูกให้สอดรับกับยาแรงในร่างรัฐธรรมนูญ หลอนนักเลือกตั้งอาชีพให้เจอด่านหินตั้งแต่เริ่มการลงสนาม ไปจนกระทั่งเข้ามานั่งทำงานในสภาคอนโทรลเกมช่วย คสช.เดินหมากให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง

เสริมด้วยออฟชั่นพิเศษให้เครือข่ายฝ่ายกุมอำนาจทั้ง คสช. ครม. สนช. และ สปท. กระโจนลงสนามการเมืองได้ ภายใต้เงื่อนไขให้ลาออกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศบังคับใช้ โดยไม่ต้องเว้นวรรคทางการเมือง

เปิดทางให้เครือข่ายแม่น้ำสายต่างๆตีตั๋วแต่งตัวรอเป็น ส.ว.ล่วงหน้า

เรือแป๊ะฉวยจังหวะจากบทเฉพาะกาลที่ให้ต่อเวลาคุมเกม ปักหลักวางกติกาเลือกตั้งให้เป็นไปในทิศทางที่ต้องการ พร้อมวางขุมกำลังรอรับมือในสนามการเมืองรอบใหม่

ยื้อเวลาวางกติกาเข้ม ไม่ให้ขั้วตรงข้ามย้อนรอยกลับมาเช็กบิลย้อนหลัง เมื่อถึงคราวปล่อยมือจากอำนาจ

ปรับแต่งทัพให้สมบูรณ์ที่สุด ปูทางลงหลังเสืออย่างไม่เจ็บตัว.

ทีมข่าวการเมือง

ยื้อไม่ยอมให้ ‘ปล่อยมือ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569716

โดย ทีมข่าวการเมือง 29 ม.ค. 2559 05:01

 

เตะฝุ่นฟุ้งเลย

ไปเปิดอกพูดกลางวงเพื่อนพ้องน้องพี่ท็อปบูต ในงานสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหาร นอกจาก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ร่ายยาวถึงความเป็นทหารที่พร้อมเป็นแก่นแกนให้ประเทศชาติ

ทหารไม่มีแบ่งขั้วไม่แบ่งฝ่าย จึงไม่หวั่นพวกยุแยง ไม่กลัวเหตุปฏิวัติซ้อน

จุดพลุเรื่องหวาดเสียว “ยึดซ้ำ–ทำซ้อน” ซะเองอีกครั้ง

แต่คิวนี้ยังมีอีกจุดโฟกัส “บิ๊กตู่” เอ่ยอ้างช่วงหนึ่งถึงปมทุจริต ยกข้อมูลข่าวกรองส่วนตัว ระบุที่ผ่านมามี “ด็อกเตอร์” คนหนึ่ง อ้างว่ารู้จักตัวเองและรองนายกฯ เพื่อต้องการเอาโครงการต่างๆ

ก่อนจะขยายความต่อกับนักข่าว ระบุได้ข้อมูลจากรายการทีวีช่องหนึ่ง ว่ามีการแอบอ้างข้าราชการระดับสูง อ้างว่าโครงการต่างๆสามารถติดต่อรัฐมนตรีได้ และมีเอกสารไปอยู่บนโต๊ะรัฐมนตรีแล้ว

“พวกนี้คือพวกตีกิน”

เอาจริงสั่งการให้ฝ่ายตำรวจไปสืบสวนข้อมูล แล้วลากตัวมาทั้งขบวนการแอบอ้าง

ซุกปีกอำนาจพิเศษ “แฝงโกง”

เรียกว่าหลัง “บิ๊กตู่” เขี่ยลูก ข้อมูล “ด็อกเตอร์” ก็มีชื่อบิ๊กท็อปบูตรายนั้นรายนี้ ถูกลากโยงไปที่ทีมงานหน้าห้องรัฐมนตรีสาวกันไปถึงสารพัดโครงการ ทั้งเรื่องระบายข้าว ติดตั้งกล้องซีซีทีวี

หลายเรื่องก็เข้าเค้า มีคนไปร้องค้างอยู่ใน ป.ป.ช.แล้ว

แล้วก็ตามคาด ทั้งปมอ้างอำนาจพิเศษโกง โยงกับข่าวไม่กลัวปฏิวัติซ้อน แล้วก็บังเอิญกับการปล่อยโผ “ปรับ ครม.” ออกมาทางหน้าสื่อ

นายกฯเขี่ยลูกทีเดียวฝุ่นฟุ้งไปหมด ไม่รู้ใครเป็นใคร ใครจ้องล่อใคร

รวมทั้งกลายเป็นประเด็นสะเทือนโจทย์สำคัญของอำนาจพิเศษ ที่ประกาศตัวเป็นหมองูเข้ามา “แก้โกง” ชักจะป่วนเพราะอสรพิษ “ขี้โกง” เป็นไฟต์บังคับให้ผู้นำต้องเล่นบทเข้ม สกัดเรื่องลามแปดเปื้อน

ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งในโจทย์สำคัญ “แก้โกง” ที่ถูกชูล้อกันไป ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ “ซือแป๋ มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ประกาศดังๆ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับ “ต้านโกง”

แต่ที่ถูกโฟกัส เนื้อหากฎกติกาประเทศใหม่ นอกจากถูกต้านในปมระบบเลือกตั้ง ส.ส.–ส.ว.รูปแบบใหม่ ปมนายกฯคนนอก จุดจับจ้องก็ยังอยู่ที่วาระแฝง

จะมีรายการ “ต่อท่ออำนาจพิเศษ” ด้วยหรือไม่

ถึง “ซือแป๋มีชัย” จะยืนยัน ไม่มีปมร้อน “คปป.” ที่เคยปลุกกระแสต้านจนร่าง รธน. “ดร.ปื๊ด” คว่ำมาแล้ว

คิวนี้จึงจับตาไปที่ประเด็นการ “รักษาการ” ของอำนาจพิเศษ

มีประเด็นดักคอ ไม่เฉพาะ “บทเฉพาะกาล” แต่เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญอาจมีจุดสำคัญ ซ่อนเงื่อน แฝงปม “อำนาจพิเศษ” อยู่คุมเกม รักษาการยาว

เกี่ยวโยงกันตั้งแต่ระบบการเลือกตั้ง การนับคะแนน การนับแต้มโหวตโน กระบวนการเลือกนายกฯ ไม่กำหนดเงื่อนเวลาไว้เหมือนเดิม หากจำนวนเสียง ส.ส.ไม่ถึงเกณฑ์ก็ต้องยื้อเวลาออกไป

กว่าจะได้ผู้นำ-รัฐบาลใหม่ ส่อไม่มีกำหนด

แต่นั่นก็ยังแค่เดาทางผู้กำหนดเกม แต่ที่ไต๋เริ่มแพลมมาให้เห็นก็คิวล่าสุด นายมีชัยระบุ ร่าง รธน.จะยังคงอำนาจ “มาตรา 44” แก่ คสช. จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่

ยกเหตุ “เป็นกลไกปกติต้องให้เขามีอุปกรณ์”

ชงให้ คสช.ถือกระบองยักษ์คุมเกมยาวๆ

รวมทั้งที่นายมีชัยระบุว่าหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้อาจต้องใช้เวลาร่างกฎหมายลูก 10 กว่าฉบับภายใน 8 เดือน ถือว่าหืดขึ้นคอ

นั่นก็เท่ากับเปลี่ยนโปรแกรมเลือกตั้งจาก ก.ค.2560 เป็นปลายปี 2560

ซือแป๋เริ่มโยนลูก ขอ “ยืดเวลา” อำนาจพิเศษกันแล้ว

ประเมินจากคิวยื้อกระบองยักษ์ ม.44–ยืดโรดแม็ปการดักทางเงื่อนปมที่ซ่อนไว้ในเนื้อหารัฐธรรมนูญเกี่ยวกับระยะเวลาการเข้ามาของรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

สะท้อนว่าส่วนหนึ่งในเครือข่าย “อำนาจพิเศษ” เห็นต่างกับโรดแม็ปเลือกตั้งเดิม

บางฝ่ายยังไม่อยากให้ “ปล่อยมือ” กันไปเลย.
ทีมข่าวการเมือง

เหลี่ยมเบี่ยงกระสุนตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569102

โดย ทีมข่าวการเมือง 28 ม.ค. 2559 05:01

 

กลอนพาไป หรือให้เข้ากับฉากขลังๆกลางดงท็อปบูตขุนทหารใหญ่

กับช็อตที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. อยู่ๆก็พูดถึงกระแส “ปฏิวัติซ้อน” โดยยืนกรานว่า “ผมไม่กลัว ใครพร้อมยกมือมาเลย”

ก่อนตัดบทเป็นนัยดักคอว่า อย่าไปเชื่อพวกยุแยงตะแคงรั่ว ไม่มีใครอยากได้ตำแหน่งอะไรทั้งนั้น ทุกคนที่เข้ามาเป็นคนดี อย่าดูถูกหัวใจทหารมากเกินไป ทุกคนช่วยเหลือกัน ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ดังนั้นอย่าดูถูกน้ำใจทหาร

มีควันก็ย่อมมีไฟ เรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้อยู่ๆคงไม่พูดกันลอยๆ

ที่แน่ๆโดยจังหวะมันก็คล้อยหลังจากที่ “บิ๊กตู่” ย้ำสัญญาประชาคมให้ได้ยินไปทั่วโลกอีกครั้ง ประเทศไทยจะต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกรกฎาคม 2560 แน่ๆ ตามโรดแม็ป

ไม่เกี่ยวว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะผ่านประชามติหรือโดนคว่ำก็ตาม

พร้อมทิ้งไพ่ใบสุดท้าย อำนาจตามมาตรา 44 ที่ถืออยู่ในกำมือ กางโพยให้เห็นกันล่วงหน้าเป็นปีๆ ไม่ส่อลูก “ยื้อ” ให้เข้าเหลี่ยมพวกจ้องล้มเกมลากยาว

แน่นอน มุมหนึ่งก็น่าจะโยงกับกระแสสูตรการเลือกตั้งที่กำลังมาแรง ตามโจทย์การสลายพรรคการเมือง ไม่ให้มีขั้วเก่า ขั้วใหม่ โดยปล่อยให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กันแบบอิสระ ไม่ต้องสังกัดพรรค

แล้วค่อยไปรวบรวมเสียง ตั้งนายกรัฐมนตรีกันแบบจับปูใส่กระด้ง

ตัดปัญหาการต่อต้านขั้วเก่า ขั้วใหม่ เป็นรัฐบาลผสมที่ไม่ต้องเน้นเสถียรภาพมากมาย เพื่อดำเนินการปฏิรูปประเทศให้บรรลุถึงธงเป้าหมาย ภายใต้เงื่อนไขของทหารและฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย

จากนั้นถึงค่อยมีการปล่อยให้การเมืองกลับสู่สถานการณ์เลือกตั้งตามภาวะปกติ

ว่ากันตามสูตรนี้ก็ถือว่าออกกลางๆ ไม่ซ้าย ไม่ขวา แรงเสียดทานน่าจะเบาบางสุด

แต่ก่อนอื่นเลย ไม่ว่าจะสูตรไหน ในเมื่อสัญญาณชัดขึ้นอีกระดับ กับการปล่อยไฟเขียวสนามเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคมกลางปีหน้า 2560

“นักเลือกตั้งอาชีพ” ก็ต้องขยับแต่งตัวกันตั้งแต่ตอนนี้

ชัดเจนที่สุดก็เห็นได้จากเหลี่ยมเขี้ยวของยี่ห้อประชาธิปัตย์ที่เคลื่อนไหวอยู่ในกระแสตลอด

ตามท้องเรื่องเริ่มจุดชนวนมาตั้งแต่ “ลุงเทพ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ลาสิกขามานั่งเป็นประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ กระตุกทุกสายตาให้จับเป้าโฟกัสความเคลื่อนไหวทางการเมือง

ในจังหวะต่อเนื่องมาถึงกระแสความพยายามเปลี่ยนตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีข่าววงในแรงขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะกับสายของกลุ่ม กปปส.ที่จะขอกลับเข้าค่าย แต่ถูกตั้งแง่พวกนิยมการเมืองบนถนนที่ขัดกับภาพลักษณ์ตำนานสภาของประชาธิปัตย์

สถานการณ์ไล่เลี่ยกับการเปิดศึกสายเลือด ทีมงานประชาธิปัตย์ปฏิบัติการแฉปมเหม็นเน่าใน กทม. ภายใต้การบริหารของ “คุณชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เพราะปมท่อน้ำเลี้ยงไม่ถึงพรรค

ขณะที่อีกกระแส “คุณชายหมู” ก็เป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่ได้รับการสนับสนุนจาก “ลุงเทพ” ให้ขึ้นเสียบหัวประชาธิปัตย์แทนนายอภิสิทธิ์

แต่เข็นไม่ขึ้น จึงมีชื่อของนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน มวยรุ่นใหญ่ของประชาธิปัตย์ โผล่มาประกบอีกคน

ก่อนที่เรื่องจะดำเนินไปถึงฉากหักดิบ พรรคประชาธิปัตย์ประกาศตัดหางคุณชายสุขุมพันธุ์ ล่าสุดมาถึงขั้นที่ “มือปราบหูดำ” พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ประกาศไขก๊อกจากกุนซือผู้ว่าฯ กทม.

ประชาธิปัตย์ลากยาวเป็นซีรีส์ มีข่าวรายวันเป็นกระแสตลอด

แต่นั่นก็ถือเป็นอานิสงส์กับรัฐบาลทหาร คสช. เพราะเป็นอะไรที่เข้าทาง อย่างที่เห็นปมร้อนๆ ประเด็นทุจริตชักหัวคิวการก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ซาลงไปจนกระแสเบาบาง

แบบที่ “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม อดีต ผบ.ทบ. ในฐานะตัวเอกตามท้องเรื่อง เริ่มออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะเดินหน้าอุทยานราชภักดิ์ต่อไป ไม่อ้ำอึ้งเหมือนที่ผ่านมา

ในอารมณ์ที่ผู้คนในสังคมก็ไม่ได้จ้องจับตาตามกระแสที่ถูกเบนไปที่ข่าวของพระเอก “ปอ ทฤษฎี” กระแส “ตุ๊กตาลูกเทพ” และ ปมปั่นป่วนๆในประชาธิปัตย์

เบี่ยงตำบลกระสุนตกให้รัฐบาลทหารโดยอัตโนมัติ.

ทีมข่าวการเมือง

เข้าล็อกสูตรที่มาแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/568582

โดย ทีมข่าวการเมือง 27 ม.ค. 2559 05:01

 

“เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร” ว่าตามคำถามฮิตในโลกโซเชียลฯ

จุดที่ผู้นำประเทศอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ต้องให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการเสนอให้นำยางพารามาผลิตตุ๊กตา “ลูกเทพ” ที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ โดยบอกปัดเรื่องนี้ไม่ใช่หัวข้อกิจกรรมหลักของรัฐบาล สำหรับตนเองจะเอาไปทำถนนมากกว่า

ทิ้งทุ่นไว้แบบขำๆว่าเรื่องนี้อยู่ที่สังคม เป็นเรื่องของความเชื่อ วันนี้สังคมไทยขาดเยอะแยะ ขาดในสิ่งที่ไม่ควรจะขาด เกินในสิ่งที่ไม่ควรจะเกิน มันก็เลยยุ่งอยู่แบบนี้

ขณะที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะเบอร์หนึ่งด้านความมั่นคงก็พูดถึง “ตุ๊กตาลูกเทพ” ว่ามันมีมานานแล้วและก็เป็นตุ๊กตาเด็กเล่น แต่ก็ไปเกิดกระแสกันมา ให้สื่อไปดูกันเอง

ส่วนข้อเสนอให้รัฐบาลนำยางพารามาทำตุ๊กตาลูกเทพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม มีการต่อยอดตุ๊กตาลูกเทพในธุรกิจต่างๆ หากทำขายได้ก็เอา เพราะตนเองไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์

“บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” หัวขบวนทีม “บูรพาพยัคฆ์” ต้องพูดถึง “ตุ๊กตาลูกเทพ”

แต่ที่ซีเรียสเลยก็คือคิวของ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่แสดงความเป็นห่วงกระแส “ตุ๊กตาลูกเทพ” โดยเฉพาะการนำขึ้นเครื่องบิน หรือรถโดยสาร

เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มมิจฉาชีพอาจใช้เป็นช่องทางซุกซ่อนยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย จึงสั่งการให้ตำรวจตามด่านตรวจต่างๆไม่ประมาท และตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพราะในอดีตเคยมีการซุกซ่อนยาเสพติดในลักษณะนี้มาก่อน

“ตุ๊กตาลูกเทพ” กลายเป็นวาระแห่งชาติ

ตามปรากฏการณ์ถึงขั้นที่ผู้นำรัฐบาลทหาร คสช. รองนายกฯเบอร์หนึ่งด้านความมั่นคง ไปยัน ผบ.ตร. ต้องออกมาร่วมกระแส

แค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง ยังเป็นเรื่องขึ้นมาซะได้

แต่เรื่องที่กำลังจะเป็นเรื่องแน่ๆในอนาคตยังไงก็หนีไม่พ้น

ตามอาการล่าสุดที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ขู่ออกอากาศเป็นเชิงว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ไม่ผ่านการทำประชามติ

ก็จะใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 แทน

แน่นอน ตามเหลี่ยมถ้ามองกันตื้นๆ มันก็แค่มุกกดดันวัดใจ “นักเลือกตั้งอาชีพ”

ถ้าไม่รีบรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” เดี๋ยวจะเจอกับรายการ “หนีเสือปะจระเข้”

อีกทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ รีบออกตัวเคลียร์ในวันถัดมาว่า นายมีชัยคงประชด มันจะใช้ได้อย่างไร เพราะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว บทบัญญัติทั้งหมดเขียนเอาไว้ชั่วคราว ไม่มีเรื่องเลือกตั้ง ไม่มีเรื่องแถลงนโยบาย และอีกหลายๆเรื่อง

และหากจะบอกว่า ถ้าไม่มีก็เติมเข้าไป 100 กว่ามาตรา บวกกับของเดิมอีก 40 กว่ามาตรา ก็เกือบเท่า 261 มาตราของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยแล้ว ซึ่งก็คือการทำใหม่นั่นเอง

สรุปว่าแค่ขู่แกมประชด ไม่ใช่นึกจะหยิบมาใช้กันง่ายๆ

แต่เรื่องของเรื่อง ปมที่นายมีชัยพูด มันก็คือไพ่ในมือหัวหน้าคสช.ที่ทุกฝ่ายเห็นกันหมดแล้ว

คงไม่ใช่มาตราที่กำหนดไว้ลอยๆในรัฐธรรมนูญชั่วคราวแน่ ในกรณีถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ให้เป็นดุลพินิจของ พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจตามมาตรา 44 หยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับใช้ในการประกาศเลือกตั้ง

อ่านไต๋ตามฟอร์มทหาร จะไม่ยอมลงหลังเสือ ให้เสือแว้งกัดง่ายๆ

และต้องไม่ยอมให้ “เสียของ” ซ้ำซาก

จากเงื่อนไขยากๆนี้ การใช้อำนาจตามมาตรา 44 หยิบเอารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมาปรับใช้ในการประกาศเลือกตั้ง

ดูจะง่ายและชัวร์สุดในการทำตามโจทย์ของฝ่ายคุมเกม ที่ต้องล็อกผลเลือกตั้งตามธง

ไม่ใช่แค่บล็อกเพื่อไทย บอนไซประชาธิปัตย์ หรือปูทางค่ายนอมินีทหาร

แม้แต่การยุบพรรคการเมือง สลายขั้ว กำหนดให้การเลือกตั้งเป็นแบบอิสระ เปิดทางผู้สมัคร ส.ส.ลงชิงชัยกันแบบตัวใครตัวมัน ตัดปัญหากระแสพรรคลากกันเข้ามายึดสภา

สูตรล่าสุดที่กำลังมาแรง มันก็เข้าล็อกพอดี.
ทีมข่าวการเมือง

ขลังกว่า ‘ลูกเทพ’ เยอะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567983

โดย ทีมข่าวการเมือง 26 ม.ค. 2559 05:01

 

“ลุงเทพ” ขลังกว่าตุ๊กตา “ลูกเทพ” เยอะ

บทพิสูจน์เห็นกันจะจะ จากมหกรรม “สมุยเฟสติวัล 2016” ที่ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ประเดิมโปรเจกต์แรกในฐานะคนเลิกเล่นการเมือง หันไปทำกิจกรรมเพื่อสังคมเป็นโต้โผระดมทุนจัดสร้างวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ

แต่บารมีทางการเมืองยังแน่น เปี่ยมไปด้วยพลังที่แฝงอยู่

แบบที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องนำทีมงานประชาธิปัตย์บินไปร่วมแจมในวันเสาร์ ขณะที่ “คุณชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.เลี่ยงคิว ไปร่วมงานในวันอาทิตย์

“อภิสิทธิ์-สุขุมพันธุ์” เพิ่งประกาศ “ตัดหาง” ทางใครทางมัน

แต่ก็ต้องไปหา “ลุงเทพ” ด้วยกันทั้งคู่

ชัดเจน นี่คือ “ผู้มีบารมี” นอกพรรคประชาธิปัตย์ ณ ห้วงเวลานี้

อย่างไรก็ดี ก็มีการจับอารมณ์ เปรียบเทียบกันระหว่างช็อตของ “ลุงเทพ” กับนายอภิสิทธิ์ กับฉากของ “ลุงเทพ” กับ “คุณชายหมู”

ระดับความ “ชื่นมื่น” มันต่างกัน

อย่างที่นายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส. ในฐานะอดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ต้องออกมาเคลียร์กรณีที่ภาพของนายสุเทพกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่งานสมุยเฟสติวัล 2016 ออกมาอย่างชื่นมื่น

เป็นเพราะมูลนิธิฯได้เชิญ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์มาเป็นประธานในพิธีเปิดรายการ

“ศึกยอดมวยมหากุศลมวลมหาประชาชน สมุยเฟสติวัล”

ยืนยันได้ว่า นายสุเทพไม่ได้พูดคุยอะไรเป็นพิเศษกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์

เรื่องของเรื่อง ก็เพราะมันล้อกับกระแสก่อนหน้า ตามท้องเรื่องที่นายสุเทพถือหาง “คุณชายสุขุมพันธุ์” ผลักดันให้ยึดเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จาก “อภิสิทธิ์”

จึงเป็นฝ่ายของ “คุณชายสุขุมพันธุ์” ที่ได้รับมนต์ขลัง “ตุ๊กตาลุงเทพ” มากกว่า

แน่นอนถ้ามองในมุมนี้ สถานการณ์ย่อมน่าหนักใจแทนกองเชียร์ฝ่าย “อภิสิทธิ์”

เพราะถ้าถึงขั้นหักดิบวัดกำลังกันจริงๆก็ตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด ในเมื่อดุลอำนาจในพรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสายปักษ์ใต้อยู่ในการควบคุมของทีมงาน “ลุงเทพ”

แถมด้วยท่อน้ำเลี้ยงจาก กทม.ของ “คุณชายสุขุมพันธุ์”

ประกอบกับเงื่อนไขที่โยงกับความเป็นไปทางการเมือง

ว่าด้วยเกมอำนาจหลังจาก คสช.ไฟเขียวให้นักเลือกตั้งอาชีพได้กลับมาลงสนาม ตามรูปการณ์ผู้นำในสเปกของ คสช. ชื่อของ “อภิสิทธิ์” น่าจะทำให้เข็ดกันแล้วจากผลงานการนั่งนายกฯรอบแรก

ทหาร ฝ่ายคุมเกมอำนาจคงไม่เสี่ยงเสียของซ้ำซาก

ฉะนั้นจึงยากมาก โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาเป็นรัฐบาล สานฝัน “อภิสิทธิ์” เป็นนายกรัฐมนตรีรอบสอง ก็มีแค่ “อีที” หมอดูชื่อดังชาวพม่าเท่านั้นที่กล้าฟันธง

นี่แหละ “คุณชายหมู” ถึงกล้าแสดงให้เห็นว่า ไม่ยี่หระ

ถึงขนาดที่ “อภิสิทธิ์” ต่อสายไปหา ก็ไม่ยอมรับสาย หลบหน้าหลบตา แต่พอถึงคิว “ลุงเทพ” ให้ไปร่วมงานที่เกาะสมุย รีบบินมาทันที

แสดงให้เห็นเลยว่า ใครศักดิ์สิทธิ์มากกว่า

และมาถึงตรงนี้ จากที่มองว่าพรรคประชาธิปัตย์ประกาศตัดหาง “คุณชายสุขุมพันธุ์” เป็นเสมือนการถอดฟิวส์ กทม.นั้น ก็ไม่รู้ว่าใครถอดฟิวส์ใครกันแน่

เพราะก่อนที่จะนำมาซึ่งปฏิบัติการแฉประจานขบวนการทุจริตคอร์รัปชันจนต้องตัดหางปล่อยวัด แถลงตัดขาดไม่เกี่ยวข้องกัน พรรคประชาธิปัตย์สร้างภาพชิ่งกลิ่นเน่าๆใน กทม.

จากข้อมูลวงในพรรคประชาธิปัตย์ว่ากันว่า ชนวนเริ่มต้น

มาจากปมของรองผู้ว่าฯ กทม. ที่มีอยู่ 4 คน โดยประเพณีปฏิบัติจากที่ผ่านมา จะแบ่งเป็นโควตาที่ผู้ว่าฯ กทม. เลือกมาเอง 2 คน ส่วนอีก 2 คนเป็นโควตาที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งคนมาประกบ

แต่สถานการณ์อย่างที่เห็น ทีมแฉของประชาธิปัตย์เปิดฉากบอมบ์ใส่นายอมร กิจเชวงกุล กับนายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯ กทม. โดยที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการทวงโควตาเพื่อส่งคนเข้ามากู้ท่อน้ำเลี้ยงที่ถูกตัดขาดจากทาง กทม.

แต่ถูกเมินเฉย เลยทำให้ถึงจุดแตกหัก.

ทีมข่าวการเมือง

รัสเซียยันเอง! ส่ง ‘ซู-35’ บินรบเจ๋งสุดในกองทัพเข้าซีเรีย เชื่อตอบโต้ตุรกี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/571444

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 05:30

 

(ภาพ: Sukhoi Company)

กระทรวงกลาโหมรัสเซียยืนยันว่าได้ส่งเครื่องบินรบ ซู-35 ซึ่งเป็นเครื่องบินรบที่มีขีดความสามารถสูงสุดในกองทัพ ณ ขณะนี้เข้าไปในซีเรียแล้ว โดยเชื่อว่าเป็นการตอบโต้กรณีตุรกีกล่าวหาว่าเครื่องบินรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้า…

สำนักข่าว รัสเซีย อินไซเดอร์ สื่อรัสเซียรายงานว่า กระทรวงกลาโหมของประเทศรัสเซียยืนยันอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 1 ก.พ. 2016 ว่า พวกเขาได้ส่งเครื่องบินรบ ‘ซุคฮอย-35’ (ซู-35) ซึ่งมีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในประเทศไปยังฐานทัพอากาศ เคมิม (Khmeimim) ในเมืองลาตาเกีย ทางตะวันตกของประเทศซีเรียแล้วและเริ่มปฏิบัติการต่อสู้ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน ถือเป็นการยืนยันข่าวลือที่แพร่สะพัดออกมาก่อนหน้านี้

กระทรวงกลาโหมรัสเซียไม่ได้ระบุว่าส่ง ซู-35 เข้าไปในซีเรียกี่ลำ แต่หนังสือพิมพ์ คอมเมอร์แซนต์ ของรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่ข่าวลือเรื่องนี้ รายงานว่า ซู-35 ถูกส่งเข้าไปในซีเรีย 4 ลำ ทำให้ตอนนี้รัสเซียมีเครื่องบินขับไล่ประสิทธิภาพสูงอยู่ในซีเรียทั้งสิ้น 16 ลำ โดยลำอื่นๆประกอบด้วย ซู-30 จำนวน 4 ลำ และ ซู-34 อีก 8 ลำ ส่วนใหญ่อยู่ที่ฐานทัพอากาศเคมิม

ภาพที่อ้างว่า เป็นภาพเครื่องบินรบ ซู-35 จอดอยู่ที่ฐานทัพอากาศในเมืองลาตาเกีย (ภาพ: Twitter/ @Ald_Aba)

อนึ่ง เครื่องบินรบ ซู-35 ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่า เป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและขีดความสามารถในการต่อสู้มากที่สุดในโลก เคียงคู่กับเครื่องบินขับไล่ เอฟ-22 แรปเตอร์ ของสหรัฐฯ โดย ซู-35 เป็นเครื่องบินที่นั่งเดี่ยว มีความคล่องแคล่วสูงมาก (supermanoeuvrability) และมีระบบเรดาร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าเหนือกว่าเครื่องบินรบซู-30

ทั้งนี้ การตัดสินใจล่าสุดของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีตุรกีออกมากล่าวหาว่าเครื่องบินรบของรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าของพวกเขาอีกครั้งเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ โดยตุรกีเคยใช้ข้อกล่าวหาเดียวกันนี้ส่งเครื่องบินรบเอฟ-16 ยิงเครื่องบินทิ้งระเบิด ซู-24 ของแดนหมีขาวตกในซีเรียมาแล้วเมื่อปลายปีก่อน

เพื่อนกัน (ไม่นาน)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/571010

โดย ละอ่อน มีอายุ 2 ก.พ. 2559 05:01

 

เคยทำให้คนทึ่งกับอึ้งไปทั้งโลกกับมิตรภาพที่ไม่น่าเชื่อของสัตว์นักล่ากับเหยื่อของมัน

หลังเมื่อปลายปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่วนอุทยานสัตว์ป่าใกล้เมืองวลาดิวอสต็อคของรัสเซีย จับแพะชื่อว่า “ติมูร์” ไปอยู่ในสวนที่อยู่ของเสือโคร่ง ชื่อว่า “อามูร์” เพื่อให้เป็น อาหารของมัน แต่ตรงข้าม อามูร์นอกจากไม่สนใจตะครุบเหยื่อกิน กลับทำท่า เล่นเป็นเพื่อนกับแพะติมูร์ เลยกลายเป็นของแปลก คนแห่กดคลิก กดแชร์ว่อนโลกอินเตอร์เน็ต

แต่ระยะหลัง พวกมันเริ่มสู้กันจนอาจคบกันไม่ได้อีกต่อไป

เจ้าหน้าที่วนอุทยานรัสเซีย บอกว่า “แพะ ติมูร์เริ่มเล่นแรงๆแบบแพะ ใช้กำลังวิ่งไล่ดุนดัน รบกวนและพุ่งหัวไล่ชนอามูร์ที่เมื่อถูกกระทำบ่อยเข้าก็อดไม่ไหว เลยต้องขย้ำใส่ ตอบโต้คืน เลยจับพวกมันแยกกันสักพักก่อน”

อืม! เอาเข้าจริง! อาจเป็นคนที่สับสน! ติมูร์ กับอามูร์อาจแสดงพฤติกรรมธรรมชาติหรือสัญชาตญาณดิบหลังพวกมันต่างทำตัวผิดธรรมชาติมาพักใหญ่แล้ว…เหอะๆ.

ละอ่อน มีอายุ

การจัดระเบียบโลกใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/571014

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 2 ก.พ. 2559 05:01

 

20-22 กุมภาพันธ์ 2559 ทีมงานเปิดเลนส์ส่องโลกจะไปสำรวจกรุงหริหราลัยบนเทือกเขามเหนทรบรรพต ที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 เมื่อ 1,214 ปีก่อน เป็นครั้งที่ 3 ท่านใดต้องการร่วมทีม ติดต่อคุณชวิกา 09-2430-6363 ครับ

ระยะหลังผมบ้าศึกษากลุ่มอำนาจโลกที่ก่อตั้งตั้งแต่อดีต ซึ่งบางกลุ่มก็หายไปจากโลกนี้แล้ว แต่บางกลุ่มยังมีอิทธิพลต่อโลกจนถึงปัจจุบัน ดูได้จากการเชื่อมโยงกับธนบัตร 1 ดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเรื่องนี้มีคนพูดถึงกันมาก

ธนบัตรใบละ 1 ดอลลาร์ของอเมริกาไม่เคยเปลี่ยนรูปแบบมานานกว่า 450 ปีแล้วครับ ปัจจุบันก็ยังคงมีรูปของจอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มีการให้เกียรติผู้นำคนแรกครับ แต่ตัวอักษรภาษาละตินที่เขียนอยู่บนธนบัตรว่า NOVUS ORDO SECLORUM นี่น่าคิด เพราะหมายถึง New World Order ที่แปลว่าการจัดระเบียบโลกใหม่ หรือการจัดระเบียบสังคมใหม่ ที่อเมริกาพยายามอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จในยุคของประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช

ประธานาธิบดีบุชผู้พ่อประกาศการจัดระเบียบโลกใหม่หลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มเมื่อ 24 ธันวาคม 2534 เหตุการณ์นี้ทำให้อเมริกากลายเป็นอภิมหาอำนาจเดี่ยวบนโลกใบนี้ โดยมีชาติ ตะวันตกซึ่งเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือที่ก่อตั้งเมื่อ 4 เมษายน 2492 เป็นผู้สนับสนุน

ที่น่าสนใจอีกก็คือ ภาพของพีระมิดในธนบัตรประกอบไปด้วยอิฐที่ถูกก่อขึ้นมา 13 แถว 72 ก้อน และภาพดวงตาข้างเดียวอยู่บนยอดพีระมิด ซึ่งหมายถึงตาที่มองดูโลกตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ผู้รู้หลายคนยืนยันว่า ตานี้คือแสงสว่าง หรือตาของพระเจ้าอียิปต์โบราณ เป็นตาของเทพเจ้าโฮรอสที่มีการประชุมกันอย่างลับ อันนี้แสดงว่าสหรัฐอเมริกามีการวางแผนเรื่องการจัดระเบียบโลกใหม่มาตั้งแต่การสร้างประเทศ

ผู้อ่านท่านลองหยิบธนบัตร 1 ดอลลาร์ของสหรัฐขึ้นมาดูซีครับ ด้านบนของพีระมิด ท่านจะพบข้อความภาษาละติน ANNUIT COEPTIS ที่แปลว่า แท้จริงผลงานของเราได้รับผลสำเร็จนานัปการ หรือความสำเร็จเป็นของพวกเรา หรือราชาผู้สูงส่ง หรือผู้ปิดท้ายราชาอียิปต์

ในธนบัตรหนึ่งดอลลาร์ของอเมริกายังมี The Great Seal หรือตราประทับอันยิ่งใหญ่ที่ด้านล่างมีตัวหนังสือภาษาอังกฤษเขียนว่า ประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีคำว่า IN GOD WE TRUST ที่มีความหมายว่า เฉพาะพระเจ้าผู้ทรงเป็นหนึ่ง ตรงกลางธนบัตรมีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนว่า ONE ซึ่งผู้รู้บางคนอธิบายว่านี่เป็นคำย่อของ ORDO NOVUS ที่หมายถึง ผู้ปกครองอาณาจักรใหม่

ที่ฐานพีระมิด ท่านจะเจอตัวอักษร MDCCLXXVI นี่เป็นตัวเลขในภาษาโรมัน (M=1000, D=500, C=100, L=50, X=10, V=5, I=1) ตัวเลขนี้คือ 1776 ซึ่งเป็นปีที่สหรัฐอเมริกาประกาศอิสรภาพและก่อตั้งประเทศ

นกที่อยู่ในธนบัตรเป็นเหยี่ยว หรือนกฟีนิกส์ มีความหมายถึง ความมีอิสรภาพ นกฟีนิกส์ขยุ้มกรงเล็บ เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจอันมหาศาล ดาวที่อยู่เหนือนกฟีนิกส์มี 13 ดวง เลข 13 เป็นตัวเลขที่แสดงถึงต้นกำเนิดของยิว และเมื่อลากโยงกันจะเป็นรูปดาวเดวิด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของยิว อิสราเอล และไซออนิสต์
ใบไม้มี 13 ใบ ที่ปีกมีขนนก 13 เส้น และลูกศร 13 ดอก แถบของธงชาติ 13 แถว รวมกันเป็นหางนก หลายคนเชื่อว่า เลข 13 ก็คือ 1+3 = 4 ซึ่งหมายถึง อำนาจที่ควบคุม 4 ภูมิภาคของโลก เหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก

มีคนเชื่อกันอีกว่า สัญลักษณ์สำคัญของอเมริกาถูกสร้างโดยสมาคมลับฟรีเมสันและกลุ่มอิลูมินาติ ผู้อ่านท่านลองไปหารูปผังเมืองของวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกาที่มองจากมุมสูง หรือมองจากนอกโลก มาดูซีครับ จะเห็นภาพผังเมืองของวอชิงตัน ดี.ซี.เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มอิลูมินาติ ซึ่งนั่นก็คือเป็นรูปดาว
ที่โลกเรายุ่งเหยิงกันอยู่ทุกวันนี้ ถ้ามองแบบพื้นๆ ธรรมดาก็อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่คนที่ศึกษาเรื่องยิว องค์กรลับอิลูมินาติ สมาคมลับฟรีเมสัน และสมาคมลับอื่น เชื่อว่า ทุกอย่างเป็นการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้านานนับเป็นพันปี คนที่จะเป็นคณะผู้นำสหรัฐอเมริกาจะต้องเข้าใจเรื่องอย่างนี้ละเอียดลึกซึ้ง

แถวสุวรรณภูมิของเราก็มีบุคคลยิ่งใหญ่อย่างพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ผู้ก่อตั้งอาณาจักรอังกอร์ พยายามสร้างองค์กรแบบนี้ขึ้นมาเหมือนกันครับ แต่ไม่มีกลุ่มคนที่ดำรงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องยาวนานอย่างที่พวกยิวไปทำในสหรัฐอเมริกา.
คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand