คนใจร้ายแย่งที่กล้วยไม้(จบ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/229623

เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง > คอลัมน์ประจำ  :  12 มิ.ย. 2559

กล้วยไม้,บทความ,คมชัดลึก

บายไลน์ – ศ.ระพี สาคริก

ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว

นี่แหละครับที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามนุษย์ไม่รู้จักให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทำลาย เพราะจิตใจมนุษย์ที่มันแข็งนั้นไม่ได้แข็งไปในทางดี หากแข็งไปในทางทารุณโหดร้ายเช่นนี้แล้วเราเองจะคาดการณ์ผิดไปได้ยังไง ผมบอกตั้งแต่ตอนนั้นว่าผมไม่ชอบความไม่เป็นธรรมของมนุษย์ ถึงได้หันมาจับกล้วยไม้ ครั้นหันมาจับกล้วยไม้เราก็พบความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วจะให้ผมหวังอะไรได้กับมนุษย์ขี้เหม็น เคี้ยวเข็ญเทวดา

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เมืองทองธานี เขาเชิญผมไปให้สัมภาษณ์เขาก็ไป ผมพูดขึ้นมาเองว่า “เอาอีกแล้วหรือ???” บางคนถามว่า “คุณว่าใคร” ผมตอบง่ายๆว่า “ครับ ผมด่า แต่ผมด่าตัวเอง” เพราะไม่อยากเห็นคนทำลายธรรมชาติ เพราะมนุษย์มีธรรมชาติที่อดใจไม่อยู่ ถ้ามนุษย์อดใจไม่อยู่ มนุษย์ก็จะหันมาทำร้ายตัวเองด้วย แต่เราพูดอะไรหรือทำอะไรไปก็ตามมักรู้สึกตัวได้ยาก

จากสนามบินบ่อฝ้าย ผ่านพื้นที่หัวหินมาแล้ว ผมหวนกลับไปดูข้างหลังแล้วก็พูดว่า ข้างหลังเรานั่นแหละมันเคยมีกล้วยไม้อยู่มากมายก่ายกอง ผมนึกถึงครั้งหนึ่ง บริเวณหลังตลาดหัวหินนั่นเอง ที่มีผู้คนเดินเบียดเสียดเยียดยัดกันเต็มไปหมด ทีนี้ผมก็พูดขึ้นว่า “เอาอีกแล้วหรือ” ใช่แล้วครับตรงหลักกิโลเมตร 260 กว่าๆ นั่นแหละ ถ้าเหลียวไปทางซ้ายมือแล้วมองออกไปจนกระทั่งแทบจะสุดสายตา แต่ก่อนมีแต่ดงดอกไม้สวยๆ งามๆ ที่ธรรมชาติได้ปลูกไว้ประดับโลกใบนี้ให้มนุษย์มีคุณธรรมกับศีลธรรม

แต่แล้วก็ทำไม่สำเร็จ เพราะภาพรวมของมนุษย์มีทั้งใจดีใจร้าย ผมรู้ชัดเจนว่าคนใจร้ายมีมากกว่าคนใจดีเป็นไหนๆ คนใจร้ายมีแต่ความหิวโหย และสิ่งที่ร้ายที่สุดก็คือการหิวโหยอยากจะกินเลือดมนุษย์ ตรงนี้เองถ้าคุณไปค้นหาบทความเรื่องหนึ่งซึ่งผมเขียนไว้นานมาแล้วว่ากราบเถอะครับ กรุณาอย่าเหี้ยมโหดนะ คุณฆ่ามนุษย์หรือจะคิดฆ่าต้นไม้เราก็เรียกว่าคนใจร้ายได้ทั้งนั้น

ทั้งนี้ เพราะเหตุว่าแม้แต่เราเห็นเศษกล้วยไม้มันตกอยู่ที่พื้นดิน แล้วใบมันก็ฉีกขาดแทบไม่เหลือ นั่นคือความทารุณโหดร้ายของมนุษยชาติ มิน่าละตามที่หลักธรรมท่านได้ชี้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันมีวิถีการเปลี่ยนแปลงที่หมุนวนเป็นวัฏจักร

ผมเดินทางออกไปต่างประเทศครั้งแรก แม้มันจะใกล้นิดเดียวแต่ผมก็ได้เห็นในสิ่งที่น่าคิด ช่วงนั้นผมได้รับเชิญจากปีนังให้ไปร่วมงานแสดงกล้วยไม้ที่นั่น

ในช่วงนั้นเครื่องบินบินออกต่างประเทศก็ยังเป็นเครื่องบินดาโกตา 2 เครื่องยนต์ แต่ผมมีคนรู้จักมากมายจนกระทั่งกัปตัวบนเครื่องบินคนนี้เรียกผมขึ้นไปนั่งข้างๆ แทบทุกครั้งที่บินด้วยดาโกตา

ขากลับขณะที่กำลังเตรียมตัวร่อนลงสนามบินที่ภูเก็ต ผมใจหายใจคว่ำ เพราะเห็นกัปตันแกเครียดไปทั้งตัว แหม่ เกือบลงทะเลแน่ะครับ เพราะลูกล้อมันไปหยุดอยู่ที่ขอบสนามบินพอดี ผมได้ยินเสียงกัปตันบ่นว่า “อาจารย์ครับ ขาผมแข็งไปหมด”

พอดีกันแหละครับ พอผมเดินลงจากเครื่องบินซึ่งมีบันไดทอดลงมาข้างล่าง ขาผมเกือบเหยียบกล้วยไม้ม้าวิ่ง ที่มันขึ้นกระทั่งจากป่ามาถึงเครื่องบินด้วยแล้ว

นี่แหละครับอะไรที่คนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าตนไปอยู่ที่ไหน สิ่งนั้นมันก็กลายมาเป็นวัฒนธรรมของมนุษย์ เพราะเหตุนี้เองละครับที่เขาเรียกกันว่า ที่ไหนมีน้ำที่นั่นก็มีมนุษย์มาอาศัยอยู่ ที่ไหนมีน้ำที่นั่นก็มีต้นไม้มาอาศัยอยู่ ดังนั้นจึงอย่าไปทำร้ายต้นไม้เลยครับ

เป็นปีเดียวกันกับที่ผมถูกเพื่อนที่เคยเรียนชั้นเดียวกันมาก่อนเอาไปฟ้องอธิการบดีว่าผมเป็นคนทำอะไรเพื่อตนเอง ขอบคุณครับถ้าคุณรู้ตัวว่าคุณเป็นใคร แค่นั้นก็นับว่าดีที่สุดแล้ว

รับนกเข้าบ้าน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/229618

เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง > คอลัมน์ประจำ  :  12 มิ.ย. 2559

คมลัมน์,พิชิตปัญหา,สัตว์เลี้ยง

โดย – ปานเทพ รัตนากร

                  นกที่ว่านี้เป็นนกจริงๆ เป็นลูกนกที่มักนิยมเลี้ยงกัน ในช่วงที่เริ่มหัดกินอาหารเองเป็นบ้างแล้ว มิใช่ลูกป้อนที่ยังต้องถูกป้อนอาหารโดยคนเลี้ยงอยู่

เนื่องจากลูกนกวัยเริ่มกินเองนี้มีขนขึ้นเกือบครบถ้วนแลดูเหมือนนกทั่วไป โดยเฉพาะตระกูลนกแก้ว เช่น กระตั้ว มาคอว์ ฯลฯ จึงมีพฤติกรรมและความซุกซนผิดกับลูกป้อนที่เอาแต่กินๆ นอนๆ ผู้เลี้ยงจึงต้องเตรียมตัวในการรับเอาเข้ามาอยู่ร่วมชายคาอย่างถูกวิธี โดยมีข้อปฏิบัติดังนี้

1.หาคอนฝึก ขนาดความสูงราวเอวผู้ใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางของคอนที่จะเกาะพอดีรอบการกำของนิ้วตีนนก เช่นเดียวกับกรงที่มีขนาดพอเหมาะตัว และแข็งแรงอีก 1 ใบเพื่อเป็นที่อยู่

2.ตัดแต่งขนปีกหรือซอยขนปีก จะเป็นการลดโอกาสร่อนหรือโผบินไปซุกซนลง

3.เมื่อมันมาถึงบ้านแล้วให้นกเข้ากรงที่จัดไว้ ปล่อยให้เขาใช้เวลาสำรวจและทำความคุ้นเคยกับสถานที่

4.ครั้งแรกที่นำนกออกจากกรง ต้องจำกัดเวลา เพื่อมิให้มันเครียดกับการพบสิ่งแปลกใหม่

5.เจ้าของอย่ากำหนดกิจกรรมประจำที่คุณเองมิอาจกระทำเป็นประจำได้จริงๆ เพราะจะเป็นการสร้างความสับสนให้กับมัน

6.อย่าเปิดประตูกรงให้ปีนป่ายออกมา คุณต้องเป็นผู้กำหนดการเข้าออก นั่นคือการสอนให้รู้ว่าคุณคือผู้กำหนดระเบียบ

7.เมื่อนำนกออกจากกรงแล้ว ให้โอบกอดหรือให้นกอยู่ในมือเราสักพักเป็นการลดความตื่นเต้น ทำให้นกรู้สึกปลอดภัย ก่อนนำไปร่วมกิจกรรมอื่น

8.อย่าปล่อยให้นกกัด เพราะมันไม่รู้จักแยกแยะว่าอะไรควรกัดไม่ควรกัด โดยทำเสียงดุ หรือเบี่ยงเบนกิจกรรม

9.อย่าให้นกเกาะบ่าแม้ว่าจะเริ่มคุ้นเคยอยู่กับคุณมากว่าอาทิตย์ก็ตาม

10.นกจะขึ้นบ่าเจ้าของได้ก็ต่อเมื่อคุณนำมันขึ้นเกาะเอง เพราะมีบางตัวปีนขึ้นลงบ่าหรือหัวเจ้าของจนชิน เพราะนี่คือการสร้างพฤติกรรมดื้อ

11.สอนให้รู้จักมาเกาะมือ รวมถึงเมื่อเจ้าของออกคำสั่ง โดยฝึกด้วยการให้อาหารและน้ำเสียงเพื่อควบคุม

12.อย่าปล่อยให้เตร็ดเตร่ไปทั่วพื้นที่ เพราะอาจเกิดอันตราย เช่น โดนแมวตะปบ ฯลฯ นี่เป็นการเริ่มนิสัยที่ไม่ดี

13.นำอาหารหลากหลายมาให้ลองกิน ยกเว้นพวกมีไขมัน หรือมีส่วนผสมของแอลกอฮอลส์

14.จัดเวลาให้ได้เล่นเป็นอิสระกับเวลาเพื่อฝึกสอนเป็นประจำทุกวัน

ดำเนินการตามแนวทางนี้ทันทีที่มีลูกนกใหม่วัยเริ่มกินเองเข้าบ้าน อย่าโอ้เอ้ หรือรอดูไปก่อน จะสายเกินการ

สวนสัตว์เขาเขียว…ลดราคาท้าฝน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/229616

เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง > คอลัมน์ประจำ  :  12 มิ.ย. 2559

พื้นที่,ข่าว,เกี่ยวกับสัตว์

โดย – เม่นแคระ

               +++ “เม่นแคระ” ประเดิมเปิดโซนด้วย “องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก” โดย นางสุภาภรณ์ ลาสต์ ผู้อำนวยการองค์กร ประจำประเทศไทย ชื่นชมปฏิบัติการขนย้ายเสือออกจาก “วัดเสือ” เพื่อนำไปดูแลยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าของกรมอุทยานแห่งชาติ ชี้เป็นก้าวสำคัญเพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งสอดคล้องกับโครงการรณรงค์หลายๆ โครงการขององค์กร ที่พยายามมุ่งรณรงค์ให้สังคมตระหนักถึงสวัสดิภาพของสัตว์ พร้อมเตรียมประสานบุคลากรขององค์กรพิทักษ์สัตว์ ประจำประเทศไทย ร่วมวางแผนในการดูแลเสือระยะยาวต่อไป

              +++ เปิดแล้วโครงการนำนักเรียนเข้าเรียนรู้ในสวนสัตว์ ของ สวนสัตว์อุบลราชธานี สวนสัตว์น้องใหม่ ที่มีประเภทไป-กลับ 1 วัน และประเภทค่ายเรียนรู้ 2 วัน 1 คืน ทั้ง 2 ออปชั่นฟรีบัตรผ่านประตู นั่งรถชมสัตว์ อาหารพร้อมน้ำดื่ม และวิทยากร…. สถาบันการศึกษาใด (ในพื้นที่) สนใจนำน้องๆ หนูๆ เข้าเยี่ยมชม ติดต่อได้ที่ฝ่ายการศึกษา สวนสัตว์อุบลราชธานี โทร. 08-4831-9311 หรือดูรายละเอียดที่ www.ubon-zoo.com

+++ ปิดท้ายโซนกันด้วย สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เอาใจผู้ปกครอง น้องๆ หนูๆ นักท่องเที่ยว ด้วยการจัดกิจกรรม “ลดราคาท้าฝน” 20% ที่พักสุดหรูภายในสวนสัตว์ สำหรับ 2 ท่าน แถมอาหารเช้าเมนูสุดเลิศ พร้อมบัตรเที่ยวสวนสัตว์ฟรีทั้งกลางวัน กลางคืน ช่วงระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.-31 ส.ค. (3 เดือนเต็มๆ) …สนใจร่วมกิจกรรมสัมผัสความน่ารักของเหล่าสัตว์ป่า ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ 0-3831-8444 ต่อ 212

อนาโตเลียนฯ …ยอดหมาเลี้ยงแกะ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/229615

เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง > สกุ๊ปข่าว/บทความ  :  12 มิ.ย. 2559

โดย – เม่นแคระ

                ในบ้านเราน้องหมา อนาโตเลียน เชฟเพิร์ด (Anatolian shepherd) ยังนิยมเลี้ยงกันน้อยถึงน้อยมาก เป็นเฉพาะกลุ่มจริงๆ โดยเฉพาะคนรักหมาที่ชื่นชอบหมาไซส์บิ๊ก เพราะเหล่าอนาโตเลียนเกือบทั้งหมดทั้งฟากฝั่งยุโรป และฝั่งอเมริกานั้นตัวใหญ่น้องๆ เสือโคร่งทีเดียว

เป็นสุนัขที่มีถิ่นกำเนิดทางตอนเหนือของประเทศตุรกี มีความอดทนสูงกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันพวกมันก็จะมีความสุข สนุกสนาน ได้วิ่งเล่น ออกกำลังกายในทุกคราที่ฤดูหนาวมาเยือน

เรื่องราวของพวกมัน ว่ากันว่ามีมานานหลายศตวรรษ โดยชาวเตอร์กิชจะเลี้ยงไว้เพื่อป้องกันฝูงแกะและต้อนแกะในฟาร์มปศุสัตว์ ต่อเมื่อมันได้กระจายพันธุ์มาทางยุโรป และอเมริกา ช่วงราวสงครามโลกครั้งที่ 1 พวกมันก็ยังคงรับหน้าที่เดิมในดินแดนแห่งใหม่ อันเป็นเพราะคุณสมบัติที่นอกจากตัวใหญ่ ความรับผิดชอบในหน้าที่ดีเป็นเลิศแล้ว การเข้ากันได้ดีมีเคมีตรงกับฝูงแกะ จึงทำให้พวกมันได้รับความนิยมอย่างมากเจ้าของปศุสัตว์แถบนี้

พวกมันเป็นสุนัขสายพันธุ์ใช้งาน ขนาดใหญ่ มีน้ำหนัก : เพศผู้ 55-75 กิโลกรัม, เพศเมีย 40-60 กิโลกรัม ขณะที่ส่วนสูง เพศผู้ 29 นิ้ว ส่วนเพศเมียต่ำกว่า 2 นิ้ว ประมาณ 27 นิ้ว  (วัดจากหัวไหล่ไปยังพื้น) มีอายุขัยเฉลี่ยระหว่าง 12-15 ปี

ขนสั้น มีเกือบทุกสี แต่ที่พบได้บ่อยสุดคือสีน้ำตาลแกมเหลือง และมีหน้ากากสีดำ

มีนิสัยที่ฉลาด ตื่นตัวตลอดเวลา ชอบความสงบ ช่างสังเกต มีความกล้าหาญในตัวเองสูงเช่นเดียวกับเยอรมัน เชฟเพิร์ด และซื่อสัตย์มากๆ

ด้วยธรรมชาติของพวกมัน ที่มีนิสัยชอบความเงียบสงบ ทว่า ในความเงียบสงบมันก็ชอบที่จะเป็นมิตรกับทุกคน แต่ด้วยมันเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่มาดของพวกมันจึงดูน่าเกรงขาไม่น้อย เด็กๆ จึงไม่นิยมเข้าหา ขณะที่ผู้ใหญ่เองก็ไม่สนับสนุนให้เข้าใกล้เด็กๆ สักเท่าไหร่ เพราะเกรงมันจะเล่นแรงจนเกิดอันตรายได้!

จึงสรุปได้ว่า พวกมันเหมาะกับเจ้าของที่ต้องการเลี้ยงหมาไซส์ใหญ่ ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นครอบครัวที่ไม่มีเด็กเล็ก และคุณเจ้าของก็ต้องมีบ้านที่มีพื้นที่ว่างให้มันได้วิ่งเล่น หากไม่มีคุณต้องพามันไปออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันด้วย เพราะพวกมันเป็นหมาที่อยู่ในข่ายชอบออกกำลังมากๆ

ด้านการดูแล กินอาหารเม็ด การทำความสะอาด ด้วยเป็นหมาขนสั้น ให้พวกมันอาบน้ำสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ และอย่าลืมทำความสะอาดเล็บตีน รูหู ก่อนเช็ดให้แห้ง เพราะสายพันธุ์นี้นับเป็นหมารักความสะอาด (มาก) อีกพันธุ์หนึ่ง

อย่างที่บอก เป็นหมาใช้พลังงานเยอะ ฉะนั้น โรคที่มักจะเกิดกับมัน ก็จะมีโรคข้อสะโพกอักเสบ หรือโรคกระดูก ให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ

ดังนั้น คุณที่เป็นเจ้าของก็ต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่มันหน่อย เพราะมันบอกเราไม่ได้ว่าเจ็บตรงนั้น ปวดตรงนี้ ทางที่ดีที่สุดคุณต้องพามันไปตรวจเช็กร่างกายกับสัตวแพทย์ให้เป็นประจำทุกเดือนได้ยิ่งดีครับ! …เพื่อจะได้หาทางป้องกันได้ทันท่วงทีหากมันเป็นโรคที่ว่านี้!!!

ที่มา – https://en.wikipedia.org/wiki/Anatolian_Shepher

         http://www.akc.org/akc-dog-lovers/anatolian-shepherd-livestock-guardian/

ตามผู้ว่าฯศรีสะเกษตระเวนชมสวนทุเรียนพันธุ์ดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/229642

เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง > สกุ๊ปข่าว/บทความ  :  12 มิ.ย. 2559

บายไลน์ – สุรัตน์ อัตตะ

               จ.ศรีสะเกษ ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดและภาคีเครือข่ายชวนนักท่องเที่ยวร่วมชิมเงาะ-ทุเรียน และเลือกซื้อผลิตผลของดีเมืองศรีสะเกษในงาน “เทศกาลเงาะ-ทุเรียน และของดีศรีสะเกษ” ประจำปี 2559 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-19 มิถุนายน ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ   ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง นับเป็นผลิตผลทางการเกษตร มีคุณภาพสูง ที่ปลูกอยู่ในบริเวณบ้านซำตารมย์ อ.กันทรลักษ์ และบ้านซำขี้เหล็ก อ.ขุนหาญ ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ จุดเด่นเนื้อแน่น รสชาติหอมหวานมัน ไส้แห้ง จนเป็นที่รับรู้และยอมรับของผู้บริโภคในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีผลิตผลทางการเกษตรชนิดอื่นๆ ทั้งเงาะ มังคุด ลำไย ลองกอง กระท้อน สะตอ ฝรั่ง ข้าวโพด หรือแม้แต่หอม-กระเทียมที่ขึ้นชื่อโด่งดังไปทั่วประเทศด้วย

“ท่องโลกเกษตร” อาทิตย์นี้ตามผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ “ธวัช สุระบาล” พร้อมคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ตระเวนเยี่ยมชมสวนทุเรียนและของดีศรีสะเกษ โดยเริ่มจากสวนทุเรียนหมอนทองของ สมคิด บัวใหญ่ บ้านซำขี้เหล็ก หมู่ 10 ต.พราน อ.ขุนหาญ มีการตั้งวงเสวนาปัญหาทุเรียนศรีสะเกษที่เกิดขึ้นจากอดีตจนปัจจุบัน โดย รพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัด พร้อมผู้นำชาวบ้านและเกษตรกรเจ้าของทุเรียนประกอบด้วย ธนกฤติ พรหมจันทร์ กำนันตำบลพราน สมคิด บัวใหญ่ เกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนหมอนทอง

สมคิด บอกว่า ปลุกทุเรียนมากว่า 15 ปีแล้ว โดยใช้พันธุ์หมอนทองทั้งหมด เนื่องจากขายได้ราคาดีและเป็นที่ต้องการของตลาด ปัจจุบันมีทุเรียนพันธุ์หมอนทองปลูกประมาณ 200 กว่าต้น บนเนื้อที่ 30 ไร่ มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตปีละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ปัญหาส่วนใหญ่ที่เจอจะเป็นโรครากเน่าโคนเน่า

“แต่ก่อนจะปลูกข้าวโพด ทำไร่มันสำปะหลัง จากนั้นก็มาเปลี่ยนทดลองปลูกทุเรียนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอขุนหาญ ไม่กี่ต้น เอาพันธุ์มาจากจันทบุรี ปรากฏว่าทำรายได้ดีกว่าปลูกข้าวโพด ปลูกมัน จากนั้นก็เอาทุเรียนมาปลูกเต็มพื้นที่ ต่อมาชาวบ้านก็หันมาปลูกทุเรียนกันทั้งหมู่บ้าน” สมคิดย้อนอดีตให้ฟังระหว่างนำเยี่ยมชมสวน พร้อมย้ำว่า ปีนี้ทุเรียนให้ผลผลิตน้อยกว่าทุกปี เนื่องมาจากปัญหาสภาพอากาศที่แห้งแล้งยาวนาน

ขณะที่รพีทัศน์ให้ข้อมูลว่า ทุเรียนศรีสะเกษมีจุดเด่นเป็นของตัวเอง รสชาติอร่อยหวานมัน ไม่เหมือนที่อื่น เนื่องจากแหล่งปลูกเป็นพื้นที่ภูเขาไฟเก่า มีแร่ธาตุอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ทุเรียนศรีสะเกษมีราคาแพงกว่าทุเรียนทั่วไป ขณะเดียวกันที่ผ่านมาก็มีปัญหามีพ่อค้าแม่ค้านำทุเรียนจากที่อื่นมาสวมรอยเป็นทุเรียนศรีสะเกษทำให้เกิดปัญหาลูกค้าโดนหลอก ทำให้ปีนี้มีการใช้มาตรการอย่างเด็ดขาดหากพบเห็นสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที

“เป็นคำสั่งของท่านผู้ว่าฯ ธวัช  ที่จะเอาผิดกับพ่อค้าแม่ค้าที่สวมรอยเอาทุเรียนจากที่อื่นมาขายและใช้คำว่าทุเรียนศรีสะเกษอย่างถึงที่สุด เพราะนอกจากหลอกลวงผู้บริโภคแล้วยังทำให้ภาพลักษณ์ของจังหวัดเสียหายด้วย” หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์ฯ คนเดิมระบุ

หลังเสร็จสิ้นตั้งวงเสวนาปัญหาทุเรียนจากนั้นก็มาเยี่ยมชมสวนลุงเสริม หาญชนะ เจ้าของสวนทุเรียนหมอนทองที่ถูกยกระดับให้เป็นศูนย์เรียนรู้สวนผลไม้ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงประจำ อ.ขุนหาญ ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเข้าเยี่ยมชม พร้อมชิมผลไม้สดๆ จากสวนด้วย

จากนั้นแวะมาที่สวนทศพล สุวะจันทร์ ที่ได้หันมาปลูกทุเรียนและเงาะรายแรกๆ ของบ้านซำตารมย์ อ.กันทรลักษ์ ที่ปัจจุบันเจ้าของสวนรั้งตำแหน่งประธานกลุ่มไม้ผลคุณภาพดีและกลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านซำตารมย์อีกด้วย ก่อนจะแวะไปยังฟาร์มโคขุนเบญจลักษ์และกลุ่มเครือข่ายผู้เลี้ยงโคขุน ซึ่งโคเนื้อที่ทางจังหวัดสนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงอย่างเป็นลำเป็นสันเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน โดยมี ผ่อง ทองสุข เจ้าของฟาร์ม บรรยายสรุปความเป็นมาของฟาร์มพร้อมการส่งเสริมการเลี้ยงแก่สมาชิก

วันต่อมาผู้ว่าฯ พาไปตะลอนเยี่ยมสหกรณ์โคนมศรีสะเกษ จำกัด ที่บ้านโนนหล่อง ต.หนองไฮ อ.เมืองศรีสะเกษ โดยมีประธานสหกรณ์ อัครวุฒิ ปาณาดี พร้อมคณะกรรมการต้อนรับกล่าวบรรยายสรุปการดำเนินงานของสหกรณ์ที่ผ่านมา ปัจจุบันผลผลิตน้ำนมดิบที่ได้วันละ 1,000 ตัน ส่งให้แก่บริษัทผลิตนมยูเอชทีรายใหญ่หลายรายและอนาคตทางสหกรณ์จะลงทุนผลิตนมสำเร็จรูปเองเพื่อความยั่งยืนของสหกรณ์และสมาชิก

เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าไปยังบ้านอะล่าง ต.โคกจาน อ.อุทุมพรพิสัย แหล่งผลิตผ้าไหมทอมือที่เป็นมรดกจากภูมิปัญญาถ่ายทอดมาหลายชั่วอายุคน ภายใต้กลุ่มผ้าไหมทอมือบ้านอะล่าง ปัจจุบันมี สมบูรณ์ เพ็งพันธุ์ รั้งตำแหน่งประธานกลุ่ม โดยผลิตภัณฑ์ผ้าไหมทอมือสามารถทำรายได้เข้ากลุ่มเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน

“การทอผ้าไหมถือเป็นวิถีชีวิตของคนที่นี่ เป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้หลักก็ว่าได้ ผู้หญิงที่นี่จะรู้จักการทอผ้ามาตั้งแต่เด็กมีการทอผ้าไหมเกือบทุกครัวเรือน โดยผู้หญิงจะทอผ้า ส่วนผู้ชายจะทำเครื่องสาน จนกลายเป็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนบ้านอะล่างไปแล้ว” สมบูรณ์กล่าวทิ้งท้าย

นี่เป็นส่วนหนึ่งของการตระเวนสวนผลไม้และของดีศรีสะเกษที่จะนำผลผลิตมาจัดแสดงในงาน “เทศกาลเงาะ-ทุเรียน และของดีศรีสะเกษ” ประจำปี 2559 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-19 มิถุนายน ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ

เลิกปลูกยาง หันปลูกดอกขจรสร้างรายได้ตลอดปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/229525

เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง  :  10 มิ.ย. 2559

ดอกขจร,ราคายางตกต่ำ,ยางพารา

เกษตรกรสวนยาง2สามีภรรยาเลิกปลูกยางพารา หลังราคายางตกต่ำ หันปลูกดอกขจรสร้างรายได้ทั้งปี

               เลิกปลูกยาง หันปลูกดอกขจรสร้างรายได้ตลอดปี

เลิกปลูกยาง หันปลูกดอกขจรสร้างรายได้ตลอดปี               นายชัยโรจน์ และนางเตือนใจ ปิติธีระกุล สองสามีภรรยาวัย 50 กว่าปี ซึ่งเป็นเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ต.แม่ทอม อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ได้ทำการโค่นต้นยางทิ้งทั้งหมด หลังราคายางตกต่ำไม่คุ้มต้นทุนและหันมาปลูกดอกขจรแทน

เลิกปลูกยาง หันปลูกดอกขจรสร้างรายได้ตลอดปี

เลิกปลูกยาง หันปลูกดอกขจรสร้างรายได้ตลอดปี

โดยในช่วงแรกเพื่อนบ้านใกล้เคียงต่างก็ตำหนิว่าบ้า ที่โค่นต้นยางทิ้งหมด หลังจากที่ได้ทำการปลูกดอกขจรมาเป็นเวลา 2 ปี สร้างรายได้จากการขายดอกขจรทำเงินได้ดีกว่าราคายางที่นับวันราคาตกต่ำลงเรื่อยๆ และดอกขจรสามารถเก็บขายทำเงินได้ดีตลอดทั้งปี ดีกว่าการทำสวนยาง

อดีตครูทำไร่สวนผสมเป็นศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/229521

เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง  :  10 มิ.ย. 2559

เมล่อน,มะละกอ,ไร่นาสวนผสม

อดีตข้าราชการครู จ.บุรีรัมย์ ใช้พื้นที่ 70 ไร่ ปลูกผักและผลไม้กว่า 20 ชนิด เป็นศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

               อดีตครูทำไร่สวนผสมเป็นศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

นางอารีญาภรณ์ ซารัมย์ อดีตข้าราชการครูวัย 57 ปีชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ได้หันมาปลูกพืชผัก ไม้ยืนต้นและไม้ผลแบบผสมผสานกว่า 20 ชนิด อาทิ มะม่วง มะละกอ กล้วยน้ำหว้าปากช่อง กล้วยหอมทองพันธุ์กาบดำ ทุเรียนเมล่อนพันธุ์ไข่ทองคำ หยกเทพ และผักหวาน บนเนื้อที่กว่า 70 ไร่ บริเวณบ้านห้วยมะไฟ ม.9 ต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

อดีตครูทำไร่สวนผสมเป็นศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตร               นอกจากการปลูกพืชผัก ไม้ยืนต้นและไม้ผลแบบผสมผสานกว่า 20 ชนิด แล้ว ยังมีการขุดเจาะบ่อบาดาลและติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซล่าเซล จำนวน 4 จุดเพื่อดึงน้ำใต้ดินขึ้นมาหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตร นอกจากนั้นยังได้เนรมิตธารน้ำตกจำลองความยาวประมาณ 100 เมตรภายในสวนเพื่อสร้างความชุ่มชื้น ร่มรื่น ทั้งนี้เพื่อให้เป็นสถานที่เรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสำหรับประชาชน และเยาวชนที่สนใจได้เข้าชมฟรี

อดีตครูทำไร่สวนผสมเป็นศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

รุก“ซีมาอาเซียน”ต่างแดน พิสูจน์งานเกษตรที่ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/229480

เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง  :  10 มิ.ย. 2559

บายไลน์ – อาหมัด เบ็ญอาหวัง

                 ตามที่บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด จับมือกับบริษัท คมเอ็กซ์ โพเซียม จำกัด(COMEXPOSIUM) แห่งฟรั่งเศส ผู้ที่เป็นแม่งานในการจัดงานซีมา ปารีส

ซึ่งงานที่เกี่ยวกับการแสดงเทคโนโลยีและการเจรจาธุรกิจด้านการเกษตรที่เก่าที่สุดของโลก ที่ในกรุงปารีส ทุก 2 ปีต่อ 1 ครั้ง เพื่อมาจัด “งานแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติเพื่อธุรกิจการเกษตรครั้งที่ 2” หรือ“ซีมา อาเซียน ไทยแลนด์ 2016 ” (SIMA ASEAN Thailand 2016) ระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2559 ณ อาคาร 5-6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คอาริน่า เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นั้น ล่าสุด อัจจิมา ร้อยศรี ผู้จัดการโดครงการฝ่ายจัดงานงานนี้เป็นงานใหญ่ระดับโลก และถือว่าเป็นการจัดงานแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติที่เกี่ยวกับธุรกิจการเกษตรใหญ่ที่สุดในอาเซียน

ดังนั้นทางทีมงานต้องออกไปประชาสัมพันธ์งานไปยังประเทศต่างๆเพื่อชักชวนให้มิตรประเทศทั่วโลกมาร่วมงานทั้งในรูปแบบของการมาออกบูธแสดงสินค้าภายในงาน และมาเจรจาธุรกิจการเกษตรระหว่างกัน รวมถึงการเดินชมความอลังการของเครื่องจักร์การเกษตรจากทั่วโลกที่มารวมในงานนี้กว่า 300 บริษัทด้วย อย่างชนิดที่ไม่เคยมีงานประเภทนี้จัดมาก่อนในกลุ่มประเทศอาเซียน และผล จากการที่ได้เดินประชาสัมพันธ์งานในประเทศต่างๆผลออกมาเป็นที่น่าพอใจและได้รับการตอบรับจากประเทศต่างๆเป็นอย่างดี

สำหรับประเทศที่ทีมงานไปประชาสัมพันธ์ในช่วงที่ผ่านมา ประกอบด้วยประเทศเยอรมันนี อินเดีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เวียดนาม เมียนมาร์ และล่าสุดประเทศมาเลยเซีย และยังมีโปรแกรมที่จะเดินทางไปยังประเทศอื่นๆอีกในกลุ่มอาเซี่ยน ซึ่งจากประชาสัมธ์ทุกประเทศให้ความสนใจ ล่าสุดมีประเทศต่างๆทั้งยุโรป เอเซีย อัฟริกา ที่ตอบรับเข้าร่วมออกบูธแล้วกว่า 70% คาดว่าจะมีผู้มาจองพื้นครบจำนวนที่กำหนดไว้ เนื่องจากการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มีทั้งจัดภายในอาคารและกลางแจ้งด้วย มีการสาธิตการใช้จักรในกิจกรรมต่างๆอย่างครบวงจร

“ประเทศที่เราไปนั้นบางประเทศจะมาออกบูธ บางประเทศจะเจรจาธุรกิจ และมาดูงาน อย่างมาเลเซีย ไม่ค่อยมีบริษัทผลิตเครื่องจักร์กลการเกษตรขนาดใหญ่ แต่รัฐบาลและเอกชนสนใจในการที่จะมาเจรจากธุรกิจ โดยเฉพาะด้านนวัตกรรมการแรรูป สินค้าเกษตร ทางมาเลเซียให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ” เธอ กล่าว

สอดคล้องกับการยืนยันของ ศิรินทรา จันทพันธ์ อัคราชทูตไทย ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ที่บอกว่า ระหว่างที่ไปรับตำแหน่งประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ จะมีผู้ประกอบการชาวมาเลเซียนสนใจกิจการขนาดกลางและขนาดเล็กของไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์หรือโอท็อป ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากเข้าไปติดเพื่อจะขอไปดูงานในประเทศไทย ประจวบกับปีนี้ทางประเทศไทยมีการจัดงานซีฒา อาเซียน ซึ่งทราบว่าจะเน้นด้านนวัตกรรมการแปรรูปสินค้าเกษตรด้วย จะได้แนะนำให้เข้าไปชมงานนี้ด้วย

งานซีมา อาเซียน ถือเป็นงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จัดมาในกลุ่มประเทศอาเซียน เสมือนหนึ่งเป็นย่อส่วนงานซีมา ปารีส ที่ฝรั่งเศส มาอยู่ที่อาเซียนมาอยู่ในประเทศไทย จะทำให้กลุ่มผู้ประกอบการด้านการเกษตรและภาคการเกษตร จะได้เห็นถึงความก้าวหน้าเทคโนโลยีการของโลกที่จัดขึ้นในประเทศไทยนั่นเอง

ต่างชาติสนใจ “ปลากัด-หางนกยูง” ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/229475

เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง  :  10 มิ.ย. 2559

หลายประเทศสนใจ “ปลากัด-หางนกยูง” ไทย หลังไปโชว์ที่เยอรมัน ในงานแสดงสินค้าสัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงนานาชาติ “Interzoo 2016”

               กรมประมงหนุนนำแนวทางนโยบายประชารัฐ ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปลาสวยงามจัดทัพผู้ส่งออกและผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าสัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงนานาชาติ “Interzoo 2016” ที่เยอรมนี ปรากฏว่าปลากัด หางนกยูงและพรรณไม้น้ำ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

ดร.จูอะดี พงศ์มณีรัตน์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตามที่กรมประมง ได้นำทีมผู้ส่งออกและผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการเพาะเลี้ยงจากประเทศไทยเข้าร่วมออกร้านและเจรจาธุรกิจในนามบูธของกรมประมงจำนวนกว่า 100 ราย เพื่อนำสินค้าสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำของไทยร่วมแสดงศักยภาพการเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก

พร้อมเปิดช่องทางการเจรจาธุรกิจการค้าเพื่อสร้างช่องทางการตลาดในเวทีระดับสากลในงาน “Interzoo 2016” ซึ่งเป็นงานแสดงสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป ที่จัดขึ้นทุก ๆ 2 ปี โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนกว่า 1,800 บูธ จาก 60 ประเทศทั่วโลก จัดขึ้น ณ ศูนย์แสดงสินค้าเมืองเนิอร์นแบร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 26-29 พฤษภาคม 2559 ซึ่งถือเป็นหนึ่งที่ที่ประมงได้นำแนวทางนโยบายประชารัฐร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปลาสวยงามสู่ตลาดโลก

ผลจากการทีนำทีมในครั้งนี้ปรากฏว่า ได้รับความสนใจเป็นอย่างดีและมีการร่วมเจรจาการค้ากับประเทศต่าง ๆ อาทิ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี อังกฤษ ฮังการี สเปน โปแลนด์ เดนมาร์ค เนเธอร์แลนด์ อิสราเอล สาธารณรัฐเชค และโปรตุเกส เป็นต้น โดยสินค้าที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ปลากัด ปลาหางนกยูง และพรรณไม้น้ำชนิดต่าง ๆ

นอกจากนี้ กรมประมงได้มีการพบปะกับผู้ประกอบการจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหากฎระเบียบการนำเข้า – ส่งออก พร้อมทั้งยังได้ทำการสำรวจข้อมูลเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าชนิดใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ได้แก่ กลุ่มปลาทะเล และปะการัง ซึ่งเป็นที่สนใจของตลาดกลุ่มประเทศยุโรปอีกด้วย

“กุมาริกา”ปลูกแนวรั้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/229472

เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง  :  10 มิ.ย. 2559

โดย – นายสวีสอง

               “กุมาริกา” หรือที่เรีย “สร้อยสุมาลี” เป็นไม้ดอกที่หาดูได้ยาก มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเซีย บ้านเราปลูกได้ทุกภาค เปลือกมีสรรพคุณทางยา คือบรรเทาอาการไข้จับสั่นได้

เป็นไม้เลี้อยกึ่งพุ่ม ในวงศ์ APOCYNACEAE ลำต้นเป็นเถาเลื้อย เปลือกเป็นสีน้ำตาล ชอบเลี้อยยึดเกาะสิ่งอื่น คนจึงนิยมปลูกเป็นไม้คลุมรั้ว สูง 1.5-2.5 เมตร

 

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเป็นคู่ตามเถา รูปมนกึ่งรี โคนใบมน และปลายใบแหลม ขอบเรียบ ผิวเกลี้ยงสีเขียวเข้มเป็นมัน

ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกย่อยมาก โคนดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายดอกบานเป็น 5 แฉกสีขาวนวล กลิ่นหอมทั้งวัน

ผล เป็นฝักยาวรี ย่าวราว 8-10 ซม.ด้านในเมล็ดจำนวนมาก

ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ตอนชำกิ่ง ชอบแดดจัด