สมโภชหิรัญบัฏ พระธรรมปัญญาบดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

9 มีนาคม 2560 เวลา 12:57 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/485885

สมโภชหิรัญบัฏ พระธรรมปัญญาบดี

โดย…สมาน สุดโต

วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ ขึ้นคัตเอาต์แผ่นใหญ่ที่วิหารคด เพื่อประชาสัมพันธ์พิธีสมโภชหิรัญบัฏ พร้อมเครื่องประกอบสมณศักดิ์ของ พระธรรมปัญญาบดี (พีร์ สุชาตมหาเถร ป.ธ.5 M.A) อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสสฤษฎิ์ นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร วันที่ 21-22 มี.ค. 2560 ณ พระอุโบสถวัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร

พระธรรมปัญญาบดี ปัจจุบันอายุ 87 ปี มีนามเดิมว่า พีร์ นามสกุล ผ่องสุภาพ ฉายา สุชาโต เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 31 ต.ค. 2473 ณ หมู่ 5 ต.บ้านแค อ.ผักไห่ จ.พระนคร ศรีอยุธยา

วันที่ 29 มิ.ย. 2493 เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบ้านแค ต.บ้านแค อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระโพธิวงศาจารย์ (แผ้ว สุนฺทโร) เจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับนามฉายาว่า “สุชาโต” หมายความว่า “ชาติกำเนิดที่ดีงาม”

งานทางคณะสงฆ์

นอกจากเป็นอธิบดีสงฆ์หรือเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุแล้ว เคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ระหว่างปี 2544-2553 ตลอดเวลานั้นได้สร้างผลงานมากจนได้รับฉายาว่ามือปราบอลัชชี ส่วนสมณศักดิ์นั้น ไต่เต้าจาก พระครูปลัด ชั้นฐานานุกรมเมื่อปี 2533 จนกระทั่งได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ที่ พระธรรมปัญญาบดี เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2559 ซึ่งจะมีการสมโภชในวันที่ 21-22 มี.ค. 2560

ท่านเคยผ่านงานใหญ่ระดับพระธรรมทูตประจำประเทศอังกฤษและอินเดีย จึงรู้จักนิสัยใจคอชาวอินเดียดีมาก เมื่อมีการบรรยายให้พระธรรมทูตที่จะไปประจำต่างประเทศ ท่านจะเล่าเรื่องอยู่ต่างประเทศว่าต้องอดทน ท่านใช้มาแล้วไม่ว่าอยู่ประเทศไหน

ปีใหม่ 2560 พระธรรมปัญญาบดี จัดพิมพ์ปฏิทินแจกผู้คนมีคำขวัญว่า สวัสดีปีใหม่ 2560 ขออำนวยอวยพรให้ทุกท่านและครอบครัว จงมีความสุขสมหวังในชีวิตและหน้าที่การงาน การเงินตลอดปี ตลอดไป โดยพร้อมใจกันปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ผู้ที่ได้รับได้ความสุขทั่วหน้า

 

 

มาดับทุกข์กัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 มีนาคม 2560 เวลา 15:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/485807

มาดับทุกข์กัน

โดย…อารยชล

คนเราทุกวันนี้ทุกข์ง่าย สุขยาก ทุกข์นาน สุขประเดี๋ยว มีแต่เรื่องชวนเครียดสารพันปัญหา เช่น ปัญหาเรื่องเงิน ทุกข์เพราะไม่มีเงิน ทุกข์เพราะเป็นหนี้ ทุกข์เพราะไม่พอใช้ ทุกข์เพราะไม่เหลือเก็บ

ปัญหาเรื่องงาน ทุกข์เพราะเพื่อนร่วมทำงานไม่ชอบ ทุกข์เพราะถูกหัวหน้าให้ใบเตือน ทุกข์เพราะถูกไล่ออก ทุกข์เพราะเงินเดือนไม่ขึ้น

ปัญหาครอบครัว ทุกข์เพราะสามีภรรยานอกใจ ทุกข์เพราะลูกไม่รักดีสร้างแต่ปัญหา

ปัญหาข้างบ้าน ทุกข์เพราะไม่ถูกกัน

สัพเพเหระทุกข์

แล้วทุกข์เกิดที่ไหน ก็ที่ใจของเราเอง แล้วดับทุกข์ที่ไหน ก็ที่ใจของเรา แล้วใช้อะไรดับทุกข์

วิปัสสนากรรมฐานไงครับ

ถ้ารู้ว่าทุกข์แล้วดับทุกข์เองได้ก็ให้รีบดับ แต่ถ้าไม่รู้จะจัดการกับทุกข์ในใจของตัวเองยังไง ลองมาปฏิบัติกรรมฐานที่ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน “บ้านธรรมนำใจ” ดูไหม? บ้านนี้เปิดรับคนที่มีทุกข์เสมอ

เข้าคอร์สกรรมฐานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียค่าแอร์ ไม่ต้องเสียค่าไฟ นอนห้องแอร์ อาหารน้ำฟรี ทางบ้านจัดให้ แต่ถ้าใครอยากทำบุญกับบ้านธรรมนำใจก็ตามอัธยาศัยศรัทธาไม่บังคับ

เพราะบ้านนี้เขามีคติธรรมประจำบ้านที่ยึดถือปฏิบัติมาตลอดร่วม 9 ปีที่ก่อตั้งมา

“เราไม่ได้ทำเพื่อลาภสักการะจึงไม่กลัวยากจน ไม่ได้ทำเพื่อความเป็นใหญ่จึงไม่กลัวตกอับ ไม่ได้ทำเพื่อคำสรรเสริญจึงไม่กลัวคำนินทา ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์สุขส่วนตัวจึงไม่กลัวทุกข์ยาก แต่เราทำเพื่ออนาคตอันสดใสของลูกหลานไทยทุกคน” เบญจพร เอื้อกิจกุลทรัพย์ ผู้จัดการบ้านธรรมนำใจ เกริ่นเอ่ย

ศูนย์ปฏิบัติกรรมฐานบ้านธรรมนำใจ ก่อตั้งขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนที่สนใจการปฏิบัติมานั่งสมาธิ ฟังธรรม เดินจงกรม และปฏิบัติกรรมฐานตามแนวสติปัฏฐานสี่ตามแบบของหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี

โดยมุ่งเน้นให้ผู้ปฏิบัติมีสติอยู่กับตัว สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาและพัฒนาชีวิตและครอบครัวให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต

“บ้านธรรมนำใจ ก่อตั้งในปี 2551 โดยความริเริ่มของอาจารย์ณัฐวรรธน์ ภรนรา ศิษย์ของหลวงพ่อจรัญ ที่เห็นว่าคนสมัยนี้เครียดง่าย มีแต่เรื่องทุกข์ ถ้ามีสถานที่ปฏิบัติธรรมให้ทุกคนมาใช้ร่วมกันได้ก็จะดี อีกจุดประสงค์หนึ่งในปีนั้นมีการสร้างการ์ตูนหลวงปู่จรัญกับเณรน้อยช่างคิด จำต้องหาทีมมาช่วยกันผลิตและจัดหาออฟฟิศที่เดินทางสะดวกเป็นที่ทำงานสร้างการ์ตูนหลวงพ่อจรัญกับเณรน้องช่างคิด” เบญจพร เล่าที่มาและจุดประสงค์ของการก่อตั้งบ้านธรรมนำใจ

สำหรับแนวทางการสอนกรรมฐานของบ้านธรรมนำใจ ใช้หลักสติปัฏฐานสี่เพื่อมุ่งให้ผู้ปฏิบัติได้เกิดปัญญานำไปแก้ไขปัญหาชีวิตและดับทุกข์ในใจได้ โดยมีพระอาจารย์ทองสุข ฐิตสีโล เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระผาคอก จ.เชียงราย ศิษย์ของหลวงพ่อจรัญ พระอาจารย์สุรชัย โสภณจิตฺโต และพระครูสังฆรักษ์สายัณห์ ติกฺขปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดทางกลาง จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้สอนกรรมฐาน

คอร์สที่เปิดให้ปฏิบัติเป็นคอร์ส 3 วัน (ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์) ซึ่งการเปิดแต่ละคอร์สนั้นขึ้นกับจำนวนผู้สมัครถ้าน้อยเกินไปจะเลื่อนไปก่อน แต่เดือน มี.ค.มีคนแจ้งความประสงค์และพร้อมเปิดคอร์สในวันที่ 10-11-12, 18-19-20 และ 24-25-26 ใครสนใจก็แจ้งความประสงค์ไปได้ที่เฟซบุ๊กบ้านธรรมนำใจ หรือที่เบอร์โทร.08-4759-5600

บ้านธรรมนำใจ ตั้งอยู่เลขที่ 474 ถนนไมตรีจิตต์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหัวลำโพง เพียง 130 เมตร ถ้าเดินทางมารถไฟฟ้าสถานีหัวลำโพงให้ออกประตู 2 หรือ 3 ข้ามคลองผดุงกรุงเกษมและถนนกรุงเกษมไปเดินตามถนนไมตรีจิตต์ประมาณ 20 เมตร บ้านธรรมนำใจอยู่ทางซ้ายมือ

 

ข่าวร้าย! ปตท.-บางจาก ขึ้นราคาดีเซล 40 สต.-เบนซินและโซฮอล์ ขยับ 30 สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 มี.ค. 2560 17:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/901295


รีบเติมเลย!! ปตท.-บางจาก ขึ้นราคาน้ำมัน ดีเซล ปรับ 40 สต. ส่วนเบนซิน-โซฮอล์ทุกชนิด ขยับ 30 สต. มีผลตี 5 พรุ่งนี้…

เมื่อวันที่ 31 มี.ค​. บมจ.ปตท. และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 40 สต.ต่อลิตร ส่วนกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด ขึ้น 30 สต.ต่อลิตร ยกเว้น E85 ราคาคงเดิม มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 1 เม.ย.

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 33.96 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 26.85 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 26.58 บาท/ลิตร, E20 ราคา 24.34 บาท/ลิตร, E85 ราคา 19.34 บาท/ลิตร และ ดีเซล ราคา 25.09 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด).

 

หนูณิชย์พาชิม อาหารปรุงเสร็จราคา 35 บาท ในปั๊มปตท. ดีเดย์ 7 เม.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 มี.ค. 2560 16:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/901187


กรมการค้าภายใน เตรียมเปิดร้านหนูณิชย์พาชิมในปั๊ม ปตท. 158 ร้านทั่วประเทศ หวังลดค่าครองชีพประชาชน พร้อมคัดเลือกเป็นร้านหนูณิชย์ติดตาว ยกระดับคุณภาพมาตรฐานให้สูงขึ้น ส่วน 9-11 เม.ย.นี้ จูงมือผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เปิดตัวโครงการธงฟ้าประชารัฐ สถานีขนส่ง 3 แห่ง ก่อนขายจริงในร้านโชห่วยกว่า 5 พันแห่งทั่วประเทศ ราคาถูก 15-20%

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 60 นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 เม.ย.นี้ กรมจะนำร่องเปิดร้านหนูณิชย์ พาชิม จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ ราคาไม่เกินจานละ 35 บาท ในสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) ปตท. เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน และเพิ่มทางเลือกในการบริโภคอาหารปรุงสำเร็จในราคาประหยัด โดยในเบื้องต้นจะเปิด 158 ร้านในปั๊ม ปตท. ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการคัดเลือกร้านหนูณิชย์ที่มีอยู่แล้ว และเข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนด ให้เป็นร้านหนูณิชย์ติดดาว ซึ่งมีคุณภาพอาหารได้มาตรฐาน ถูกสุขอนามัย รสชาติอร่อย โดยขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วย ตัวแทนจากภาครัฐและภาคเอกชน ดำเนินการคัดเลือกแล้ว

“ร้าหนูณิชย์ติดดาว จะเป็นร้านอาหารหนูณิชย์ ราคาประหยัด แต่คุณภาพด้านต่างๆ ได้ตามมาตรฐาน มากกว่าร้านหนูณิชย์ทั่วไป ขณะนี้มีร้านหนูณิชย์ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นร้านหนูณิชย์ติดดาวแล้ว 13 แห่ง เฉพาะในกรุงเทพฯ และจะเปิดตัวในเดือน เม.ย.นี้ ส่วนในต่างจังหวัดจะมีคณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อคัดเลือกเช่นกัน ซึ่งร้านหนูณิชย์ติดดาวนี้ กรมจะช่วยเหลือในด้านการประชาสัมพันธ์ จัดหาอุปกรณ์ในร้านค้า และทำป้ายหนูณิชย์ติดดาวให้ด้วย”

สำหรับร้านหนูณิชย์ ที่ปัจจุบันมีอยู่ทั่วประเทศกว่า 12,000 แห่ง กรมได้แบ่งเกรดเป็น 3 ระดับ คือ เกรด A คือ ร้านที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะความสะอาด ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข เกรด B คือร้านทั่วไปในตลาดและชุมชน และเกรด C เป็นร้านค้าแผงลอย หรือรถเข็น ซึ่งทุกร้านสามารถยกระดับมาสู่เกรด A ได้ เพื่อกระตุ้นให้ร้านอาหารใส่ใจกับการรักษามาตรฐานความสะอาด รสชาติอร่อย และราคาถูก โดยตั้งเป้าหมายจะขยายร้านหนูณิชย์ให้ได้ 15,000 ร้านภายในปีนี้

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 9-11 เม.ย.นี้ กรมจะเปิดตัวโครงการธงฟ้าประชารัฐ ในสถานีขนส่งหลัก 3 แห่ง ได้แก่ สถานีรถไฟหัวลำโพง สถานีขนส่งหมอชิต และสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ โดยผู้ผลิตจะนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน จำนวน 48 รายการ จาก 10 กลุ่มสินค้า เช่น สบู่ ยาสีฟัน แชมพูสระผม แปรงสีฟัน เป็นต้น มาจำหน่ายราคาถูกกว่าท้องตลาด 15-20% เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ  ก่อนเปิดตัวโครงการจริงในเดือน เม.ย.นี้เช่นกัน

โดยในระยะแรก ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่เข้าร่วมโครงการ จะผลิตสินค้าและจัดส่งให้ร้านโชห่วย ร้านค้าปลีก ร้านค้าชุมชน ร้านค้าภายใต้การส่งเสริมของกองทุนหมู่บ้าน ศูนย์สาธิตการตลาด ภายใต้การส่งเสริมของกรมพัฒนาชุมชน เป็นต้น รวมแล้วกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ.

 

1 เม.ย. BTSขึ้นค่าตั๋วส่วนต่อขยาย’โพธิ์นิมิตร-บางหว้า’-‘บางจาก-แบริ่ง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 มี.ค. 2560 16:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/901221


เริ่ม 1 เม.ย. กทม.ขึ้นค่าโดยสารบีทีเอส ส่วนขยายสายสีลม สถานีโพธิ์นิมิตร-บางหว้า และสายสุขุมวิท สถานีบางจาก-แบริ่ง จาก 10 บาท เป็น 15 บาท…

บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส แจ้งว่าตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2560 เป็นต้นไป กรุงเทพมหานครจะปรับอัตราค่าโดยสารการเดินทางเข้า-ออก หรือผ่านส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีลม สถานีโพธิ์นิมิตรถึงสถานีบางหว้า และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท สถานีบางจากถึงสถานีแบริ่ง โดยตั๋วเที่ยวเดียว, ประเภทเติมเงินและบัตรแรบบิท, ประเภท 30 วันและบัตรแรบบิท สำหรับบุคคลทั่วไป รวมทั้งประเภท 30 วัน และบัตรแรบบิท สำหรับนักเรียน นักศึกษา จาก 10 บาท เป็น 15 บาท.

 

สัมผัสเกาะสวรรค์อนุรักษ์ทะเลไทย ‘ฟอร์จูนเนอร์ ทริป ซีรีส์’ เส้นทาง 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 มี.ค. 2560 15:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/900795


ชีวิตกับการเดินทางเป็นสิ่งที่คู่กันมา เมื่อเราอยู่กับที่ เราอาจจะไม่เห็นความงดงามบางอย่างที่ซ่อนอยู่สักแห่งบนโลกใบนี้…

สำหรับทริปนี้ เป็นการเดินทางร่วมกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ตอกย้ำถึงความสำเร็จจากเส้นทางแรกจังหวัดเชียงใหม่ สู่เส้นทางที่ 2 จังหวัดพังงา – ภูเก็ต กับ ฟอร์จูนเนอร์ ทริป ซีรีส์ ภายใต้แนวคิด The Ocean Guardian การเดินทางสุดพิเศษที่พาไปสัมผัสความยิ่งใหญ่และความสวยงามของท้องทะเลไทย พร้อมกับช่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์หายาก กับเพื่อนร่วมทางที่มั่นใจได้ทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยอย่าง โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์

เริ่มต้นการเดินทางกันที่ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จังหวัดพังงา สวนสาธารณะที่มีทัศนียภาพสวยงามประจำจังหวัด ด้านบริเวณสวนมีต้นไม้น้อยใหญ่ลักษณะงดงามตามธรรมชาติและให้ความร่มรื่น

จุดหมายแรกของการเดินทางในทริปนี้ คือ อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ซึ่งมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม ยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่มองเห็นทะเลอันดามัน และมีกิจกรรมร่วมกันอนุรักษ์สัตว์น้ำใกล้สูญพันธุ์ อาทิ เต่าตนุ เต่าแสงอาทิตย์ ปลากะพงน้ำขาวและปลาเฉี่ยวหิน เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ท้องทะเลไทยให้สวยงาม

จากนั้นมุ่งหน้าสู่ท่าเรือ อ่าวปอ แกรนด์ มารีนา เพื่อเดินทางสู่เกาะไม้ท่อน เกาะสวรรค์ที่ได้รับคำกล่าวขานว่า ที่แห่งนี้เปรียบดั่ง “มัลดีฟส์เมืองไทย” มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสจนสามารถมองเห็นฝูงปลาสวยงามหลายชนิด

ปิดท้ายค่ำคืนอันแสนพิเศษ กับอาหารทะเลสดๆ พร้อมเมนูอาหารใต้จากร้านดังย่านภูเก็ต รื่นรมย์ไปกับบรรยากาศโรแมนติกและท้องทะเลอันกว้างใหญ่ แถมด้วยโชว์สุดพิเศษ Hula Dance และ Fire dancing ณ โรงแรมเคปพันวา

พูดได้ว่าจบทริปนี้ ทุกกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นปล่อยเต่าตนุ ปล่อยปลาเฉี่ยวหิน ล้วนทำให้ผู้ร่วมเดินทางมีทั้งความสุขและรอยยิ้มตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ยังสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบายและความลงตัวที่เหนือระดับของ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ดั่งสโลแกนที่ว่า “ขับเคลื่อนความสุข” ให้กับพวกเราในทุกเส้นทาง

เปิดฉากแล้ว!! กับความบันเทิงระดับโลกจากเอไอเอส! บนแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 31 มี.ค. 2560 15:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/901151


เปิดฉากแล้ว!! กับความบันเทิงระดับโลกจากเอไอเอส! บนแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX งานนี้ตัวจริง เสียงจริง Liam Cunningham หรือ Ser Davos Seaworth จากซีรีส์สุดฮิต Game of Thrones บินตรงมาถึงเมืองไทยเพื่องานนี้โดยเฉพาะ!

แฟนๆ GOT ห้ามพลาด! เย็นนี้เจอกันในงาน “AIS World Class Entertainment” นำทีมโดย Liam Cunningham และศิลปินดาราอีกเพียบ อาทิ พุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน, มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน, เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ, วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา, มิกค์ ทองระย้า ฯลฯ ในวันศุกร์ที่ 31 มี.ค. นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ณ ลาน Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

#aisplay#aisplaybox

คลังลุยแก้หนี้นอกระบบ ไฟเขียว 50 ‘พิโกไฟแนนซ์’ ปล่อยกู้ถูก ก.ม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 มี.ค. 2560 14:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/900962


คลังอนุมัติพิโกไฟแนนซ์ ปล่อยกู้รายย่อยระดับจังหวัดแล้ว 50 ราย นัดถกต้น เม.ย. ตามคืบหน้าแก้หนี้นอกระบบ ย้ำตำรวจเอาจริงปราบเจ้าหนี้เถื่อน แจงประชาชนติดต่อแบงก์ออมสิน-ธ.ก.ส. ช่วยไกล่เกลี่ยหนี้กับนายทุน…

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ว่า ช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขหนี้นอกระบบแห่งชาติ พร้อมติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน รวมทั้งติดตามความคืบหน้าของมาตรการต่างๆ เช่น สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (พิโกไฟแนนซ์) ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการยื่นคำขอแล้วแล้วประมาณ 200 ราย และได้รับการอนุมัติไปแล้ว 50 ราย รวมทั้งมาตรการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ และมาตรการฟื้นฟูลูกหนี้ ซึ่งในที่ประชุมจะได้ร่วมกันพิจารณาการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบช่วงที่ผ่านมาในภาพรวม เพื่อทำให้เห็นปัญหาและอุปสรรคทั้งหมด และจะได้วางแนวทางสำหรับการแก้ไขปัญหาต่อไป

นอกจากนั้น ในช่วง 1-2 วันนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะแถลงผลการจับกุมเจ้าหนี้นอกระบบรายใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเอาจริงเอาจังในการปราบปรามเจ้าหนี้นอกระบบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยรวบรวมรายชื่อเจ้าหนี้นอกระบบรายใหญ่ได้ประมาณ 20-30 ราย ซึ่งหากบุคคลเหล่านี้ไม่ยอมเข้ามาอยู่ในระบบ หรือไม่มายื่นสมัครเป็นพิโกไฟแนนซ์ จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ขณะที่ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้นอกระบบขึ้นทะเบียนดำเนินธุรกิจปล่อยกู้นอกระบบ ได้ใน 2 รูปแบบ คือ นาโนไฟแนนซ์ ที่ต้องมีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ปล่อยกู้ได้ทั่วประเทศ แต่ปล่อยกู้ได้คนละไม่เกิน 100,000 บาท อีกรูปแบบคือ พิโกไฟแนนซ์ หรือ สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด ใช้เงินทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ปล่อยกู้ได้คนละไม่เกิน 50,000 บาท ภายในจังหวัดที่ขึ้นทะเบียน ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบ สามารถคิดอัตราดอกเบี้ยได้ไม่เกิน ร้อยละ 3 บาทต่อเดือน หรือร้อยละ 36 ต่อปี แต่หากไม่ขึ้นทะเบียน จะสามารถเก็บดอกเบี้ยได้เพียงร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือน หรือ ร้อยละ 15 ต่อปีเท่านั้น หากเก็บมากกว่ากำหนดโดยไม่ขึ้นทะเบียนพิโกไฟแนนท์ ถือมีอัตราโทษตามกฎหมาย

ส่วนประชาชนที่ยังคงมีหนี้กับเจ้าหนี้นอกระบบ สามารถแจ้งต่อธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรทุกสาขา หรือแจ้งโดยตรงมายังกระทรวงการคลัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยไกล่เกลี่ยหนี้กับนายทุน และนายทุนก็สามารถขอใบอนุญาตขึ้นทะเบียนดำเนินธุรกิจปล่อยกู้นอกระบบได้ที่ธนาคารทั้ง 2 แห่งด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทั่วประเทศ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กระทรวงการคลัง จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด.

 

เครือเฮอริเทจเปิดตัว Nut Walker Gourmet Recipe ถั่วคุณภาพอุดมคุณประโยชน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 31 มี.ค. 2560 13:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/900965


กรุงเทพฯ–เครือเฮอริเทจ ผู้ดำเนินการผลิต ผู้ค้าส่ง และผู้ส่งออกสินค้าอาหาร ขนมขบเคี้ยวประเภทถั่ว ผลไม้อบแห้ง น้ำผลไม้ออร์แกนิกจากธรรมชาติ นำเสนอ “Nut Walker Gourmet Recipe” ถั่วพรีเมียมคุณภาพเยี่ยมของเฮอริเทจ อาทิ มะม่วงหิมพานต์, อัลมอนด์, แมคคาเดเมีย, วอลนัท และ พีแคน อุดมคุณประโยชน์ ปราศจากวัตถุกันเสีย และไม่ใส่สารเติมแต่งรสชาติ วางจำหน่ายแล้ว ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เดอะมอลล์, ฟู้ดแลนด์, แม็กซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และ ริมปิง ซุปเปอร์มาร์เก็ต

Nut Walker Gourmet Recipe คือ ของว่างที่ให้ทั้งความอร่อย ความเพลิดเพลิน และคุณประโยชน์จากถั่วพรีเมียม แมคคาเดเมีย เป็นแหล่งของสารอาหารที่มีประโยชน์ ไม่มีคอเลสเตอรอล อัลมอนด์เป็นแหล่งโปรตีน เส้นใยอาหาร แคลเซียม วิตามินอี และสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง วอลนัทช่วยป้องกันโรคหัวใจ ลดระดับคลอเรสเตอรอล อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 พีแคนเป็นหนึ่งในแหล่งอาหารที่สำคัญของกรดเอลลาจิก มีสารอาหารที่จำเป็น เช่น วิตามินอี ซีลีเนียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ สามารถป้องกันการก่อตัวของไขมันในตับ นอกจากนี้ ถั่วและเมล็ดพืช ถือเป็นแหล่งพลังงานที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถทานถั่วและเมล็ดพืชเป็นของว่างระหว่างมื้อ จะช่วยลดความหิวและความอยากทานจุบจิบได้

Nut Walker Gourmet Recipe ประกอบด้วย 5 รสชาติความอร่อย ได้แก่ มะม่วงหิมพานต์และแมคคาเดเมียเคลือบน้าผึ้ง, วอลนัทรสนำ้ผึ้งโรยงา, พีแคนเคลือบเนยคาราเมล, มิกซ์นัทรสพริกไทยเกลือ และ อัลมอนด์เคลือบคาราเมลรสกาแฟ

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.heritagethailand.com หรือติดตามกิจกรรมของเครือเฮอริเทจได้ที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/Heritagesnacksandfood หรือ โทร 02-621-6126-7

###

เกี่ยวกับเฮอริเทจ – “อาหารดี ชีวีตมีสุข”

บริษัท เฮอริเทจสแน็คแอนด์ฟู้ด จํากัด ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2529 ในฐานะผู้ค้าส่งวัตถุดิบในการผลิตอาหารประเภทถั่วและผลไม้แห้ง และก้าวสู่การเป็นบริษัทส่งออกวัตถุดิบ รวมถึงการแปรรูปสินค้าเกษตรและบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหารชั้นนำของโลก ปัจจุบัน เฮอริเทจ ประกอบด้วยบริษัทในเครือกว่า 10 บริษัท ดำเนินงานใน 8 ประเทศ ส่งออกสินค้าสู่กว่า 60 ประเทศทั่วโลก และยังคงมุ่งมั่นขยายการลงทุนเพิ่มเติมในอีกหลายประเทศ

เครือเฮอริเทจ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ในเครือ อาทิ ถั่วและผลไม้อบแห้ง ภายใต้แบรนด์ “เฮอริเทจ”, “บลูไดมอนด์” เมล็ดอัลมอนด์จากแคลิฟอร์เนีย “เนเจอร์ เซนเซชั่น” ผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้งและน้ำผลไม้ออร์แกนิกหลากชนิด, “นัทวอล์คเกอร์” ขนมขบเคี้ยวประเภทถั่วและเมล็ดพืช, ถั่วพิทาชิโอ “ซันคิสต์”, ป๊อปคอร์น ภายใต้แบรนด์ “วันเดอร์พัฟ ป๊อบคอร์น”, “ฟรังซัวส์” คุ้กกี้, ผลิตภัณฑ์อาหารจีน “โกลด์ฟิช”, ผลิตภัณฑ์วุ้นเส้น “เฟิร์สดราก้อน”, รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกวางจำหน่ายแล้ว อาทิ แป้งและนมอัลมอนด์ และยังมีอีกหลายผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในระหว่างขั้นตอนเตรียมการผลิต

ผลิตภัณฑ์ของเฮอริเทจ ได้รับการจดทะเบียนระดับสากล และผ่านการรับรองมาตรฐานทั้ง GMP, HACCP, BRC, และ ISO 22000 ซึ่งรับรองมาตรฐานด้านการจัดการความปลอดภัยของอาหาร พร้อมด้วยมาตรฐานอาหารฮาลาลและโคเชอร์ ด้วยวัตถุดิบคุณภาพจากธรรมชาติ ผู้บริโภคจึงสามารถมั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยมถึงความปลอดภัย และคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีมีสุข

 

คลังย้ำความพร้อมเปิดลงทะเบียนคนจนรอบใหม่ อย่าลืม!! 3 เม.ย.-15 พ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 มี.ค. 2560 13:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/900995


คลังย้ำความพร้อมเปิดลงทะเบียนคนจนรอบใหม่ 3 เม.ย.-15 พ.ค. ยัง 3 แบงก์รัฐ คลังจังหวัด สำนักเขตในกทม. พร้อมให้ตรวจสอบรายชื่อลงทะเบียนทางเว็บ 22 พ.ค. ก่อนประกาศผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนภายในก.ค.นี้…

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 มีความพร้อมทั้งหน่วยงานรับลงทะเบียนและหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน สำหรับการเปิดลงทะเบียนที่จะเริ่มขึ้น ในระหว่างวันที่ 3 เมษายน 2560-15 พฤษภาคม 2560 มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

1. ความพร้อมของหน่วยงานรับลงทะเบียน

1.1 ธนาคาร 3 แห่งที่รับลงทะเบียน ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำระบบรองรับการลงทะเบียนผ่านคอมพิวเตอร์และทำการทดสอบระบบการอ่านข้อมูลในบัตรประจำตัวประชาชนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
1.2 คลังจังหวัด 76 จังหวัด สังกัดกรมบัญชีกลาง ได้จัดการประชุม Conference สำนักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการลงทะเบียนผ่านคอมพิวเตอร์ที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการคลัง ได้ทำการติดตั้งให้ ผลการทดสอบได้ผลเป็นที่น่าพอใจและพร้อมรับลงทะเบียน นอกจากนี้ คลังจังหวัดทั่วประเทศได้เร่งประชาสัมพันธ์โครงการฯ ผ่านสื่อวิทยุในท้องถิ่นและการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์มและการลงทะเบียน และยังมีการจัดประชุมเจ้าหน้าที่คลังจังหวัดเพื่อซักซ้อมความเข้าใจก่อนเปิดบริการประชาชนให้มาลงทะเบียน
1.3 สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต ได้ทำการติดตั้งระบบการลงทะเบียนผ่านคอมพิวเตอร์ของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการคลัง เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการทดสอบความพร้อมของระบบ คาดว่าจะใช้งานได้ทันการเปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 3 เมษายน 2560

ทั้งนี้ ก่อนถึงวันเปิดลงทะเบียน ผู้ลงทะเบียนสามารถศึกษาแบบฟอร์มและคู่มือการลงทะเบียนได้ในเว็บไซต์ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) http://www.fpo.go.thในวันลงทะเบียน ผู้ลงทะเบียนต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบ Smart Card ในการลงทะเบียน และหลังจากปิดโครงการฯ กระทรวงการคลังจะเปิดให้ผู้ลงทะเบียนตรวจสอบรายชื่อในระบบการลงทะเบียน ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 ผ่านเว็บไซต์ http://www.epayment.go.th โดยการกรอกเลขประจำตัวประชาชน หรือสามารถตรวจสอบได้ที่สายด่วนของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 1359 ในเวลาราชการ และหากไม่ปรากฏชื่อให้รีบติดต่อหน่วยงานรับลงทะเบียน ณ สาขาที่ได้ไปลงทะเบียนไว้ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2560

2. ความพร้อมของหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน

2.1 การตรวจสอบข้อมูลบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล สัญชาติ อายุ เป็นต้น จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง โดยกรมการปกครองจะทำการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์หลังจากกระทรวงการคลังส่งข้อมูลให้
2.2 การตรวจสอบรายได้จากฐานข้อมูลการชำระภาษีของกรมสรรพากร โดยจะทำการตรวจสอบรอบแรกสำหรับผู้ที่ยื่นแบบชำระภาษีทางอินเทอร์เน็ต และรอบสองสำหรับผู้ที่ยื่นแบบชำระภาษีเป็นกระดาษ จะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2560
2.3 การตรวจสอบเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ของผู้ลงทะเบียน โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เชิญธนาคารพาณิชย์ไทยจำนวน 15 ธนาคาร มาร่วมหารือ และได้ข้อสรุปว่าจะตรวจบัญชีเงินฝากออมทรัพย์และฝากประจำ ทั้งบัญชีเดี่ยวและบัญชีร่วม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2560
2.4 การตรวจสอบอสังหาริมทรัพย์ โดยสำนักงานที่ดินสังกัดกรมที่ดิน จะทำการตรวจสอบที่ดินในภูมิลำเนาของผู้ลงทะเบียน ณ วันที่กระทรวงการคลังส่งข้อมูลให้ และจะทำการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2560

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2560 และจะประกาศรายชื่อผ่านเว็บไซต์ http://www.epayment.go.th และ ณ ที่ทำการอำเภอหรือสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่อยู่ปัจจุบันที่ผู้ลงทะเบียนกรอกไว้ในแบบฟอร์ม และจะเป็นที่อยู่ที่จะจัดส่งบัตรสวัสดิการต่อไป