ตกใจสุดขีด บึมสนั่น จุดไฟเผาหุ่นงานคาร์นิวัลฝรั่งเศส เจ็บอื้อ (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 เม.ย. 2560 09:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/902450


ระเบิดตูมสนั่น ในงานคาร์นิวัลยอดนิยมของฝรั่งเศส.. สุดระทึก ขณะถึงพิธีจุดไฟเผาหุ่นไม้ ‘มิสเตอร์ คาร์นิวัล’ กลับเกิดระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ผู้คนที่มาร่วมงาน บาดเจ็บอย่างน้อย 30 ราย สาหัส 4

เมื่อ 2 เม.ย.60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงในงานคาร์นิวัลที่เมืองวิลล์แปงต์ ชานกรุงปารีส เมื่อ 1 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ผู้คนจำนวนมากที่มาร่วมในงานคาร์นิวัลประจำปีซึ่งได้รับความนิยม พากันแตกตื่นตกใจ โดยแรงระเบิดเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 30 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 4 ราย

ข่าวแจ้งว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นในงาน ‘วิลล์แปงต์ คาร์นิวัล’ หรือเรียกกันว่า ‘เยลโล่ว์ คาร์นิวัล’ ขณะถึงช่วงพิธีการจุดไฟเผาหุ่นไม้ตามประเพณี ซึ่งหุ่นไม้นี้เรียกว่า ‘มิสเตอร์ คาร์นิวัล’ เพราะทันทีที่มีการจุดไฟให้วิ่งไปตามสายเพื่อไปยังหุ่นไม้ แต่ทันใดนั้นกลับเกิดการระเบิดสนั่นหวั่นไหว จนทำให้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นและผู้คนที่มายืนดูพิธีจุดไฟเผาหุ่นไม้ ซึ่งทำจากไม้และเศษฟาง ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

ชายคนหนึ่งเผยกับสื่อท้องถิ่นในฝรั่งเศสว่า หลังเกิดเหตุระเบิด ผู้คนต่างตื่นตระหนกตกใจ เขาเห็นชายคนหนึ่งแขนหัก และเด็กคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ จนมีเลือดไหลเต็มหน้า โดยตอนแรกทุกคนต่างคิดกันว่าเหตุระเบิดครั้งนี้เป็นแผนร้ายที่มีการเตรียมก่อเหตุไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ต่อมาจะคิดว่าเหตุระเบิดอาจเกิดจากความผิดพลาดบางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด.

ชมคลิป ที่นี่

 

มะกันตั้งข้อหาชายต้องสงสัย วางเพลิงสะพานทางหลวงแอตแลนตาจนพังถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 เม.ย. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/902400


ตำรวจสหรัฐฯ รวบผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่สะพานทางหลวงในเมืองแอตแลนตาเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมตั้งข้อหาจงใจวางเพลิงแก่ผู้ต้องสงสัยรายนี้ด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐจอร์เจียของสหรัฐฯ จับกุมชายคนหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า เบซิล เอเลบี เป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุวางเพลิงที่สะพานทางหลวงข้ามระหว่างรัฐสาย I-85 ที่เมืองแอตแลนตา ซึ่งเป็นหนึ่งในสะพานที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในประเทศ จนสะพานเกิดพังถล่มลงมาเมื่อเย็นวันพฤหัสบดี

นาง เทรซี แฟลแนแกน โฆษกหญิงของสำนักงานนายอำเภอเขต ฟูลตัน เคาน์ตี เปิดเผยในวันเสาร์ (1 เม.ย.) ว่า นายเอเลบีถูกเจ้าหน้าที่คุมขังอยู่ และถูกส่งฟ้องในข้อหาวางเพลิงโดยจงใจทำลายหรือสร้างความเสียหาย และข้อหาจงใจสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สิน โดยตั้งเงินประกันตัวไปที่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีกำหนดการขึ้นศาลในวันที่ 14 เม.ย.

ทั้งนี้ การตั้งข้อหานายเอเลบีเกิดขึ้นหลังจากเขากับอีก 2 คนซึ่งเจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่าทั้งหมดเป็นคนไร้บ้าน ถูกจับกุมตัวในวันศุกร์ที่ผ่านมา ฐานต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้สะพานทางหลวงเชื่อมระหว่างรัฐสาย I-85 จนสะพานเส้นทางขึ้นทิศเหนือพังถล่ม ขณะที่เส้นทางสายใต้ได้รับความเสียหาย จนต้องปิดถนนทั้ง 2 เส้นทางรวม 10 เลน และคาดว่าจะใช้เวลาหลายเดือนในการซ่อมแซม

นายเจย์ ฟลอเรนซ์ รองประธานคณะกรรมการประกันภัยและความปลอดภัยจากอัคคีภัยประจำรัฐจอร์เจียระบุว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่านาย เอเลบี จงใจจุดไฟ ส่วน โซเฟีย บรูเนอร์ กับ แบร์รี โธมัส ซึ่งถูกตั้งข้อหาบุกรุก อยู่กับในเอเลบีในเวลาเกิดเหตุด้วย แต่เขาไม่ได้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สืบพบตัว 3 คนนี้อย่างไร หรือพวกเขามีแรงจูงใจอะไรในการก่อเหตุ รวมทั้งไม่เปิดเผยด้วยว่าไฟไหม้ได้อย่างไร

ทั้งนี้ เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 18:12น. วันพฤหัสบดี ใต้สะพาน I-85 ซึ่งเป็นที่รัฐใช้เก็บวัตถุดิบสำหรับการก่อสร้างซึ่งบางส่วนเก็บมาตั้งแต่ปี 2006-07 ซึ่งรวมไปถึงท่อ พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE) ซึ่งมีความไวไฟต่ำ ต้องใช้เวลานานกว่าจะลุกไหม้ ทำให้นาย โทนี ราดอสซิวสกี ประธานของสถาบันท่อพลาสติก (Plastics Pipe Institute) กลุ่มหาค้าในเมืองเออร์วิง รัฐเท็กซัส ตั้งข้อสังเกตว่า กรณีนี้ต้องมีการใช้เชื้อเพลิงช่วยจุดไฟ “ต้องมีคนทำ มันไม่ใช่อะไรที่ใครบางคนแค่ทำไม้ขีดตกแล้วจะเกิดไฟไหม้ขึ้น”

 

สุดสลด! โคลนถล่มเมืองในโคลอมเบียกลางดึก ดับ 154 ศพเจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 เม.ย. 2560 01:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/902347


เกิดเหตุโคลนถล่มในเมืองทางตะวันตกของประเทศโคลอมเบียเนื่องจากฝนตกหนัก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากถึง 154 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุโคลนถล่มขึ้นที่เมืองโมโคอา เมืองเอกของรัฐปูตูมาโย ทางตะวันตกของประเทศโคลอมเบีย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 154 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 190 คน นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้สูญหายอีกกว่า 200 คน

ตามการเปิดเผยของสำนักงานจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติแห่งชาติ โคลนถล่มดังกล่าวเป็นผลมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันนานหลายชั่วโมง จนทำให้น้ำในแม่น้ำโมโคอา บนภูเขาและแม่น้ำสาขาอีก 3 สายเอ่อล้นตลิ่ง พัดพาน้ำ, โคลน และก้อนหินเข้าใส่บ้านจำนวนมากในเมืองโมโคอาในขณะที่ชาวบ้านกำลังหลับอยู่

ประธานาธิบดี ฮวน มานูเอล ซานโตส ซึ่งเดินทางมายังที่เกิดเหตุ ระบุว่ากองทัพเริ่มออกปฏิบัติการช่วยเหลือตามมาตรการฉุกเฉินแห่งชาติแล้ว โดยหน่วยกู้ภัยระบุว่า มี 17 เขตที่ได้รับผลกระทบจากโคลนถล่มครั้งนี้

ด้านนาย ซอร์เรล อาโรกา ผู้ว่าการรัฐปูตูมาโยบกกับสื่อท้องถิ่นว่า มีหลายเขตของเมืองถูกฝังใต้ดินโคลน ส่วนนาย โฮเซ อันโตนิโอ กาสโตร นายกเทศมนตรีเมืองโมโคอา บอกกับสถานีวิทยุ การากอล ว่า เมืองโมโคอาถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง โดยไม่มีทั้งน้ำประปาและไฟฟ้าใช้ บ้านของเขาเอกก็ถูกทำลายด้วย

 

ศาลสูงสุดเวเนฯ จ๋อย ถอนคำสั่งยึดอำนาจสภา หลังโดนต้านหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 เม.ย. 2560 01:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/902335


ศาลสูงสุดเวเนซุเอลา ประกาศเพิกถอนคำสั่งยึดอำนาจนิติบัญญัติจากรัฐสภาที่ออกเมื่อวันพุธที่ผ่านมาแล้ว หลังจากถูกต่อต้านอย่างหนักจากทั้งภายในและนอกประเทศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันเสาร์ที่ 1 เม.ย. ศาลสูงสุดแห่งประเทศเวเนซุเอลาดำเนินการเพิกถอนคำสั่งยึดอำนาจนิติบัญญัติจากสภาสมัชชาแห่งชาติมาไว้กับตัวเองที่ออกเมื่อวันพุธที่ผ่านมาแล้ว หลังจากถูกต่อต้านอย่างหนักทั้งภายในและนอกประเทศ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของรัฐบาลประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ก็ออกมาเรียกร้องให้มีการทบทวนคำสั่งดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ 29 มี.ค. ศาลสูงสุดเวเนซุเอลาออกคำสั่งให้อำนาจของสภาสมัชชาแห่งชาติ ซึ่งฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก เป็นโมฆะ และให้ศาลสูงสุดมีอำนาจในการออกกฎหมายแทน โดยทั้งสองฝ่ายมีปัญหากันมาตั้งแต่หลังเลือกตั้งปี 2015 ซึ่งหลังจากนั้นศาลสูงสุดก็ตัดสินให้การตัดสินใจจากสภาเป็นโมฆะหลายต่อหลายครั้ง

คำสั่งของศาลเวเนซุเอลาทำให้การประท้วงอย่างรุนแรงในประเทศ โดยฝ่ายค้านออกมาประณามว่าคำสั่งนี้เป็นการก่อรัฐประหาร ขณะที่หลายประเทศในภูมิภาคอเมริกาใต้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งรัฐบางเปรูประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเวเนซุเอลาทันที

กระแสต่อต้านดังกล่าวทำให้แม้แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลมาดูโรหลายคนยังออกมาแสดงความกังวล เช่นนาง ลุยซา ออร์เตกา อัยการสูงสุดออกมากล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า คำสั่งนี้ละเมิดรัฐธรรมนูญ จนประธานาธิบดีมาดูโรต้องจัดการประชุมกับสภาความมั่นคงแห่งรัฐในคืนวันเดียวกัน และหลังจากการประชุมนายตาเรค เอล ไอส์ซามี รองประธานาธิบดีก็เรียกร้องให้ศาลสูงสุดทบสวนคำสั่งของพวกเขาอีกครั้ง เพื่อรักษาเสถียรภาพและสมดุลอำนาจ

ไมเคล โมเรโน ประธานศาลสูงสุดเวเนซุเอลา แถลงเรื่องการถอนคำสั่งยึดอำนาจนิติบัญญัติจากรัฐสภา

อนึ่ง เวเนซุเอลาอยู่ในสถานการณ์ที่ความตึงเครียดในประเทศสูงมากอยู่แล้ว เนื่องจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจหลายอย่างที่กำลังรุมเร้า โดยพวกเขาเป็นประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงที่สุดในโลก ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ ไอเอ็มเอฟ คาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 1,660% ในปีหน้า นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านพลังงาน และการขาดแคลนสินค้าพื้นฐานอีกด้วย

ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านต่างๆ โทษกันและกันว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา ซึ่งย่ำแย่ลงไปอีกด้วยราคาน้ำมันอันเป็นรายได้หลักของประเทศตกต่ำ จนความนิยมในตัวประธานาธิบดีมาดูโรตกต่ำลงเรื่อยๆ ขณะที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้มีการปลดเขาออกจากตำแหน่ง

 

เผาสภา! ปารากวัยประท้วงเดือด ต้านก.ม.เลิกจำกัดสมัยดำรงตำแหน่งปธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 เม.ย. 2560 23:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/902266


วุฒิสภาปารากวัยอนุมัติร่างกฎหมายอนุญาตให้ประธานาธิบดีของประเทศสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างต่อเนื่องไม่จำกัดสมัยเมื่อวันศุกร์ ทำให้ประชาชนไม่พอใจออกมาประท้วงอย่างรุนแรงถึงขั้นจุดไฟเผาภายในอาคารรัฐสภา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมในประเทศปารากวัยออกมาประท้วงอย่างรุนแรงในคืนวันศุกร์ เพื่อต่อต้านกฎหมายซึ่งจะทำให้ประธานาธิบดีของประเทศสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างต่อเนื่องไม่จำกัดสมัย โดยพวกเขาก่อเหตุจุดไฟเผาพื้นที่บางจุดของอาคารรัฐสภา และปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย

ผู้ชุมนุมขว้างปาสิ่งของทำลายกระจกอาคารรัฐสภา

ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญปารากวัยปี 1992 ประธานาธิบดีจะสามารถดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลา 5 ปีได้เพียง 1 สมัยเท่านั้น แต่นาย โฮราซิโอ การ์เตส ประธานาธิบดีคนปัจจุบันต้องการกำจัดข้อจำกัดนี้เพื่อเปิดทางให้ตัวเขาลงชิงตำแหน่งผู้นำปารากวัยอีกครั้ง

กลุ่มผู้ชุมนุมออกมาประท้วงหลังจาก สมาชิกวุฒิสภาปารากวัย 25 คนจัดการประชุมลับในวันศุกร์ และลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายแก้รัฐธรรมนูญเรื่องการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งแกนนำฝ่ายค้านหลายคนประณามว่าร่างกฎหมายนี้จะทำให้สถาบันรัฐธรรมนูญของประเทศอ่อนแอลง อนึ่ง ร่างกฎหมายนี้ยังต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรที่ฝ่ายประธานาธิบดีการ์เตสครองเสียงข้างมากจึงจะสามารถมีผลบังคับใช้ได้

การประท้วงดำเนินไปอย่างรุนแรง โดยผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งทุบทำลายกระจกของอาคารรัฐสภาในกรุง อะซุนซิออง และจุดไฟเผาหลายจุดในชั้น 1 ขณะที่ตำรวจนำกำลังเข้าปราบปรามผู้ชุมนุม โดยใช้ทั้งกระสุนยาง, ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และหน่วยตำรวจม้า ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 30 ราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถดับไฟในสภาได้แล้ว

นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า นักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านชื่อ โรดริโก ควินตานา อายุ 25 ปี เสียชีวิตหลังถูกยิงด้วยกระสุนยางเข้าที่ศีรษะ ระหว่างที่ตำรวจบุกสำนักงานพรรคเสรีนิยม หนึ่งในแกนนำฝ่ายค้าน ตามคำกล่าวอ้างของนายเอเฟรน อาเลกรี หัวหน้าพรรค ขณะที่ดร. เอร์มินิโอ รูอิซ แพทย์ผู้รักษานายควินตานา ยืนยันว่า ชายคนนี้ถูกกระแทกที่ศีรษะ แต่ไม่ระบุสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต

ด้านประธานาธิบดีการ์เตส ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ เรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ “ประชาธิปไตยไม่สามารถได้มาหรือปกป้องด้วยความรุนแรงได้ และพวกคุณสามารถแน่ใจได้ว่า รัฐบาลนี้จะทุ่มความพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในสาธารณรัฐต่อไป”

 

จอร์เจียประกาศฉุกเฉิน เพลิงโหมทางหลวงถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 เม.ย. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/901625


นายนาธาน ดีล ผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ประกาศภาวะฉุกเฉินในเขตพื้นที่ฟุลตอน เมืองแอตแลนตา เมื่อคืนวันพฤหัสฯ 30 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้นานกว่า 1 ชม. บนทางหลวงข้ามระหว่างรัฐ I- 85 ซึ่งมุ่งไปทางเหนือ หมอกควันดำหนาลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ามองเห็นในระยะหลายกม. ทำให้บริเวณสะพานส่วนหนึ่งพังถล่มลงมา ขณะเจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และไม่มีรายงานผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่ส่งผลถึงการจราจรที่ประชาชนมักใช้รถยนต์เป็นเส้นทางข้ามไปมาเฉลี่ยวันละ 250,000 คันติดขัดอย่างหนัก ซึ่งต้องเลี่ยงใช้เส้นทางดังกล่าวที่ปิดอย่างไม่มีกำหนด ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างสืบสวนหาต้นเพลิง และคาดว่าต้องใช้เวลาสำหรับการรื้อขนย้ายเศษปรักหักพังออกจากพื้นที่

ขณะที่นายคาซิม รีด นายกเทศมนตรีเมืองแอต-แลนตาเผยไม่พบหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้าย.

 

ซูจีชี้แจงกุมอำนาจครบ 1 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 เม.ย. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/901652


นางอองซาน ซูจี รมว.ต่างประเทศ ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา แถลงในวาระที่รัฐบาลพรรคเอ็นแอลดีกุมอำนาจครบ 1 ปีเมื่อ 30 มี.ค. ยอมรับว่าประชาชนยังไม่พอใจในการปฏิรูปและการพัฒนาที่ล่าช้า รัฐบาลทำเท่าที่ทำได้ แต่เวลาแค่ 1 ปียังทำอะไรไม่ได้มากดังที่ประชาชาชนคาดหวัง ความสำคัญอันดับแรกของตนคือสร้างสันติภาพกับกบฏกลุ่มชาติพันธุ์ราว 20 กลุ่ม แม้มีความหวังสูงแต่ไม่ง่าย ถ้อยแถลงนี้มีขึ้นหลังสัปดาห์ก่อนสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประกาศจะสอบสวนที่กองทัพเมียนมากวาดล้างชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่อย่างโหดเหี้ยม เข้าข่ายก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ขณะที่ ส.ส.พรรคเอ็นแอลดีเผยว่าชาวบ้านไม่พอใจเรื่องการคอร์รัปชัน ค่าจ้างต่ำ และบริการสาธารณะไม่เพียงพอ.

 

ฟลินน์ขอให้การปมรัสเซียแลกสิทธิคุ้มครอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/901656


เมื่อ 30 มี.ค. พล.ท.ไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องลาออกจากตำแหน่ง หลังเกิดเหตุอื้อฉาวลอบพูดคุยกับเอกอัครราชทูตรัสเซีย เรื่องรัฐบาลสหรัฐฯคว่ำบาตรรัสเซียนั้น ยินยอมที่จะเข้าให้การกับคณะกรรมาธิการข่าวกรองแห่งสภาคองเกรสและสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) เกี่ยวกับกรณีความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับทีมรณรงค์หาเสียงของทรัมป์ โดยยื่นข้อเสนอแลกกับสิทธิคุ้มครองจากการพิจารณาตัดสินโทษ

อย่างไรก็ตาม นายแจ็ก แลนเจอร์ โฆษกคณะกรรมาธิการ แถลงปฏิเสธถึงข้อแลกเปลี่ยนใด ขณะที่นายโรเบิร์ต เคลเนอร์ ทนายของฟลินน์ เผยว่า ลูกความของตนไม่ต้องการถูกซักถามในลักษณะของความเป็นการเมืองสูง และบรรยากาศการล่าแม่มดที่ไม่มีการรับประกันปกป้องการดำเนินคดีที่ไม่เป็นธรรม ทั้งที่ลูกความมีเรื่องจะบอกให้ฟังมาก จึงต้องการเรียกร้องสิทธิ์ดังกล่าว

ขณะเดียวกันนายเจิ้ง เจ๋อกวง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศของจีนเผยก่อนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบกับทรัมป์วันที่ 6-7 เม.ย.ไม่มีประเด็นเรื่องที่จีนจะลดค่าเงินหยวนเพื่อส่งเสริมการส่งออก แต่มุ่งร่วมกันส่งเสริมให้สมดุลทางการค้ามากขึ้น.

 

หญิงออสซี่ย้อนดูรูป ต้องสุดสะพรึง! งูพิษเลื้อยผ่านห่างลูกสาวไม่กี่คืบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 มี.ค. 2560 18:42

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/901381


‘หวิดไป’..เด็กหญิงออสเตรเลียยืนยิ้มถ่ายรูป ไม่รู้มีงูตัวใหญ่สีน้ำตาลเลื้อยผ่าน ส่วนแม่คิดว่าเป็นเพียงแค่กิ่งไม้ แต่เมื่อย้อนดูรูปแล้วต้องตกใจสุดขีด เพราะมันคือ ‘งูสีน้ำตาลตะวันออก’ พิษร้ายแรงมาก

เมื่อ 31 มี.ค. สื่อต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุสุดหวาดเสียวกับเด็กหญิง ‘มอลลี’ ชาวออสเตรเลีย วัย 2 ขวบ ซึ่งพำนักอยู่ในรัฐวิคตอเรีย เพราะหนูน้อยหารู้ไม่ว่ากำลังอยู่ห่างจากงูพิษร้ายแรง ‘งูสีน้ำตาลตะวันออก’ ตัวใหญ่ เพียงไม่กี่คืบ ขณะที่นางบิยองกา ดิคคินสัน แม่ของเด็กหญิง มอลลี ซึ่งกำลังถ่ายรูปให้ลูกสาวอยู่ รู้สึกเห็นเหมือนมีอะไรเลื้อยผ่านลูกสาว ขณะที่หนูน้อยกำลังยิ้มหวานเพื่อถ่ายรูป แต่บิยองกาก็คิดว่ามันคงเป็นแค่เพียงกิ่งไม้ที่ร่วงลงมาเท่านั้น ท่ามกลางสายลมแรง

ไม่กี่อึดใจต่อมา เมื่อบิยองกา ย้อนไปดูรูปถ่ายของลูกสาว เธอต้องตกใจสุดขีด เมื่อเห็นว่าลูกสาวอยู่ห่างจากงูพิษสีน้ำตาลที่เลื้อยผ่านไปเพียงไม่กี่คืบ และเธอคิดว่ามันคงเป็นกิ่งไม้ โดยหลังหายตกใจแล้ว บิยองกาได้แชร์รูปหวาดเสียวนี้ลงในเฟซบุ๊กของสถานีโทรทัศน์ Australia breakfast TV ที่ออกอากาศช่วงเช้าวันอาทิตย์ พร้อมข้อความว่า ‘OH MY Golly..งูกำลังเลื้อย!’

งูสีน้ำตาลตะวันออก หนึ่งในงูพิษร้ายแรงที่สุดของโลก ติดอันดับท็อปเท็น

บิยองกา ยังเผยว่า ถึงแม้เหตุการณ์สุดสะพรึงได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่เธอก็ยังไม่อาจข่มตาให้หลับได้ และยังกินอาหารไม่ลงในวันที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ ข่าวแจ้งว่าหลังจากบิยองกาได้แชร์ภาพนี้ลงบนโซเชียล มีเดีย ได้มีคนแชร์ต่อเกือบ 9,000 ครั้งแล้ว

 

ฤทธิ์เด็บบี ออสซี่ประสบอุทกภัยฉับพลัน! รถ 3 คันระทึก เจอน้ำล้อมบนถนน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 มี.ค. 2560 14:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/901097


ไซโคลนเด็บบี ไม่สิ้นฤทธิ์ หลังถล่มออสเตรเลีย.. ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ จนหวั่นอาจมีคนจมน้ำตาย ทางการวอนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอพยพหนีอุทกภัย ขณะที่ยังเกิดเหตุสุดระทึก รถยนต์ 3 คันติดอยู่บนถนนที่ถูกน้ำสูงโอบล้อมทุกทิศในรัฐควีนส์แลนด์

เมื่อ 31 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า ออสเตรเลียประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนกำลังแรงสุดอันตราย ‘เด็บบี’ ซึ่งก่อให้เกิดฝนตกหนัก จนเกิดอุทกภัยรุนแรงฉับพลันในหลายพื้นที่ของรัฐควีนส์แลนด์ รวมทั้ง นิวเซาท์เวลส์ และเซาเทิร์น ควีนส์แลนด์ ว่าอาจเป็นเหตุให้ประชาชนจำนวนหนึ่งประสบภัยน้ำท่วมจนจมน้ำเสียชีวิต ขณะที่ทางการออสเตรเลียได้ดำเนินการอพยพประชาชนหลายพันคนออกจากบ้านที่พักอาศัยในรัฐนิวเซาท์เวลส์​และเซาเทิร์น ควีนส์แลนด์เพื่อความปลอดภัยแล้ว

ชาวออสเตรเลียในเมืองลิสมอร์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ เดินลุยน้ำท่วมสูงถึงเอว เมื่อ31มี.ค.

บีบีซี ระบุว่า ถึงแม้ไซโคลนเด็บบีได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลแล้วก็ตาม หลังจากขึ้นฝั่งที่รัฐควีนส์แลนด์ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย ตั้งแต่วันอังคารที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา แต่อิทธิพลของไซโคลนเด็บบีที่ทำให้บางพื้นที่มีฝนตกหนัก ปริมาณน้ำสูงถึง 3 เท่าเมื่อเทียบในรอบ 1 เดือน จึงทำให้ระดับน้ำท่วมยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา

‘ตอนนี้ถึงเวลาต้องอพยพแล้ว อย่ารอ นี่เป็นคำสั่งให้อพยพหนีภัยพิบัติ’ สำนักงานจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ทวีตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ แจ้งเตือนประชาชนที่เสี่ยงต่อการประสบภัยน้ำท่วมให้รีบอพยพ ขณะที่บีบีซีแจ้งว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในรัฐควีนส์แลนด์ ส่งผลให้มีโรงเรียนกว่า 2,000 แห่งยังคงต้องประกาศปิดโรงเรียนต่อไป จนถึงวันศุกร์ที่ 31 มี.ค. อีกทั้งมีประชาชนราว 80,000คน ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และหลายพันคนในรัฐควีนส์แลนด์ บ้านเรือนเจอไฟดับ ไม่มีไฟฟ้าใช้ และทีมกู้ภัยได้ช่วยชีวิตประชาชนอย่างน้อย 85 คนที่ติดอยู่ท่ามกลางน้ำท่วมสูง

ด้านรอยเตอร์ รายงานว่า มีเฮลิคอปเตอร์นำสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยของทางการออสเตรเลีย พบรถยนต์ 3 คัน ต้องเผชิญสถานการณ์สุดระทึก ติดอยู่กลางถนน ซึ่งถูกล้อมด้วยน้ำท่วมสูงทุกทิศทาง ที่เมืองกันยาร์รา ทางตอนใต้ของเมืองโบเวน รัฐควีนส์แลนด์ เมื่อ 30 มีนาคมที่ผ่านมา.

ข่าวเกี่ยวข้อง

ออสซี่อ่วม ไซโคลน เด็บบี ‘จัดหนัก’ตามคาด รบ.เตรียมรับมือน้ำท่วม (คลิป)

ออสซี่ระทึก หลายพันเร่งอพยพ พายุไซโคลนสุดอันตราย ‘เด็บบี’ จ่อถล่ม