อิรักชี้ พันธมิตรมะกันทิ้งบอมบ์โดนรถบรรทุกระเบิดของไอซิส บึมคนตายอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896670


เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิรักเผย เครื่องบินรบของกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดโดนรถบรรทุกระเบิดของกลุ่มรัฐอิสลาม ทำให้เกิดการระเบิดรุนแรงจนบ้านเรือนพังถล่มมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก…

จากกรณีสหรัฐอเมริกาถูกกล่าวหาว่าพวกเขาส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดในเขตอัล-จาดิดาห์ ทางตะวันตกของเมืองโมซูลถูกพลเรือนเสียชีวิตกว่า 200 รายเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ทางการสหรัฐฯ ตัดสินใจสอบสวนเรื่องนี้ ล่าสุดในวันอาทิตย์ที่ 26 มี.ค. เจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศอิรักระบุในวันอาทิตย์ว่า เครื่องบินรบของกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดโดนรถบรรทุกของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอซิส) ที่ซุกซ่อนระเบิดเอาไว้ ทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

พันเอก มุนตาธาร์ อัล-ชามารี หัวหน้าหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของกองทัพอิรักในเมืองโมซูล กล่าวว่า ก่อนหน้าการโจมตีทางอากาศดังกล่าว หน่วยต่อตานการก่อการร้ายของอิรักได้ขอให้กองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ โจมตียานพาหนะของกลุ่มไอซิสที่ซุกซ่อนระเบิดเอาไว้ “เมื่อระเบิดถูกยานพาหนะคันนั้น มันก็ระเบิด ทำลายบ้าน 1 หรือ 2 หลังในบริเวณนั้นที่มีหลายครอบครัวซ่อนตัวอยู่” อย่างไรก็ตาม พันเอกอัล-ชามารีกล่าวด้วยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตถึง 200 คนนั้นเกิดจริงเกินไป

หน่วยกู้ภัยชี้ให้เห็นศพผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่พวกเขานำออกมาจากซากปรักหักพังของอาคารในเขตอัล-จาดิดา

ทั้งนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการโจมตีทางอากาศของกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ในช่วงระหว่างวันที่ 17 มี.ค. ถึง 23 มี.ค. ซึ่งสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 200 รายนั้นยังคลุมเครือยู่มาก โดยสหรัฐฯ ยอมรับว่า พวกเขาส่งอากาศยานโจมตีทางอากาศใส่ยานพาหนะบรรทุกระเบิดในพื้นที่ที่ถูกระบุว่ามีพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมากจริง แต่ยังไม่ยืนยันแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ส่วนนาย บาชาร์ อัล-คีคี ประธานสภาจังหวัดนิเนเวห์ และผู้ที่เปิดเผยเรื่องจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าว ออกมาแก้ไขข้อมูลในวันอาทิตย์ว่า จำนวนผู้เสียชีวิต 200 คนนั้นเป็นจำนวนรวมจากหลายๆ พื้นที่ โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวของตัวเขาเอง และปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ กองทัพอิรักระบุว่า มีศพผู้เสียชีวิต 61 รายถูกดึงออกมาจากซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่มในเขตอัล-จาดิดาห์ โดยพวกเขาไม่พบร่องรอยว่ามีบ้านหลังใดถูกโจมตีโดยตรง และยังไม่แน่ชัดว่าศพที่พบเป็นของพลเรือนหรือนักรบไอซิส

 

รัสเซียรวบผู้ชุมนุมต้านคอร์รัปชัน 500 คน รวม ‘นาวัลนี’ แกนนำฝ่ายค้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 05:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896661


เจ้าหน้าที่ตำรวจรัสเซียดำเนินการจับกุมผู้ชุมนุมที่ออกมารวมทั้งประท้วงในหลายเมืองทั่วประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตได้กว่า 500 คน รวมถึงนาย อเล็กเซ นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านคนดังผู้จัดการชุมนุมด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มี.ค. ชาวรัสเซียจำนวนหลายพันคนออกมาชุมนุมทั้งในเมืองหลวงกรุงมอสโก และในเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อประท้วงต่อต้านการคอร์รัปชัน รวมถึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ดีมิทรี เมดเวเดฟ ลาออกจากตำแหน่ง จากข้อหาดังกล่าว

การประท้วงโดยหลักเกิดขึ้นในกรุงมอสโก โดยมีผู้ชุมนุมราว 7,000-8,000 คน แต่ยังมีการชุมนุมกันที่นคร เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก, วลาดิวอสตอค, โนโวซิบีร์สค์, ทอมสค์ และอีกหลายเมือง โดยสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นผ่านแพร่ภาพบรรยากาศการประท้วง ซึ่งผู้ชุมนุมหลายคนตะโกนข้อความต่อต้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และนายเมดเวเดฟ เช่น “จมไปกับปูตินซะ!” “รัสเซียที่ไม่มีปูติน” หรือ “ปูตินคือโจร”

อเล็กเซ นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านถูกตำรวจควบคุมตัว

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นการชุมนุมอย่างผิดกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตอย่างทางการ ทำให้ตำรวจนำกำลังออกปราบปราม และจับกุมผู้ชุมนุมได้อย่างน้อย 500 คน รวมทั้งนาย อเล็กเซ นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านผู้จัดการชุมนุมในกรุงมอสโกด้วย ขณะที่ผู้ชุมนุมหลายคนพยายามขัดขวางไม่ให้รถตู้ของเจ้าหน้าที่พาตัวเขาไป

นายนาวัลนีทวีตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ของเขาหลังจากถูกจับกุม เรียกร้องให้ผู้ประท้วงคนอื่นๆ เคลื่อนไหวต่อไป “ทุกคน ผมสบายดี ไม่จำเป็นต้องต่อสู้เพื่อนำผมออกมา เดินทางไปตาม ทเวอร์สกายา (ถนนสายหลักในมอสโก) เป้าหมายของเราในวันนี้คือการต่อสู้ต่อต้านการคอร์รัปชัน”

เขาเปิดเผยในเวลาต่อมาด้วยว่า ตำรวจบุกสำนักงานของมูลนิธิของเขาและจับตัวเจ้าหน้าที่ที่ถ่ายทอดสดการประท้วงไป

อนึ่ง อเล็กเซ นาวัลนี ผู้วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีปูตินอย่างเปิดเผย เคยประกาศว่าเขาจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีรัสเซียในปี 2018 แข่งกับนายปูติน แต่เขาถูกห้ามไม่ให้ลงสมัคร หลังจากถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงในคดีที่เขาอ้างว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง

 

อิหร่านคว่ำบาตร 15 บริษัทมะกัน ฐานละเมิดสิทธิมนุษยชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896656


อิหร่านออกมาตรการคว่ำบาตร 15 บริษัทของสหรัฐฯ ฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนและร่วมมืออิสราเอลโจมตีต่อต้านชาวปาเลสไตน์ ตอบโต้สหรัฐฯ ที่คว่ำบาตรบริษัทที่มีผลประโยชน์กับพวกเขาก่อนหน้านี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มี.ค. ทางการของประเทศอิหร่านออกมาตรการคว่ำบาตรบริษัทของสหรัฐอเมริกาจำนวน 15 แห่ง โดยกล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้ละเมิดสิทธิมนุษยชนและร่วมมือกับประเทศอิสราเอล ตอบโต้สหรัฐฯ ที่เมื่อ 2 วันก่อน คว่ำบาตร 11 บริษัทและบุคคลจากจีน, เกาหลีเหนือ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพราะส่งเทคโนโลยีที่สามารถส่งเสริมโครงการขีปนาวุธให้อิหร่าน

ตามรายงานของสำนักข่าว ไออาร์เอ็นเอ ของอิหร่าน กระทรวงต่างประเทศอิหร่านอ้างว่า บริษัททั้ง 15 แห่งละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และร่วมมือกับอิสราเอลในการก่อการร้ายต่อต้านชาวปาเลสไตน์ และขยายที่อยู่อาศัยของชาวยิวในดินแดนของปาเลสไตน์ พวกเขาจึงออกมาตรการลงโทษด้วยการยึดทรัพท์บริษัทเหล่านี้ที่อยู่ในอิหร่าน และห้ามบริษัทใดๆ ในอิหร่านทำสัญญากับทั้ง 15 บริษัท

ทั้งนี้ บริษัทที่ถูกอิหร่านคว่ำบาตรรวมไปถึงบริษัทเทคโนโลยีกลาโหม ‘เรย์เธียน’, บริษัท ไอทีที คอร์เปอเรชัน, บริษัท ยูไนเต็ด เทคโนโลยี และบริษัทผู้ผลิตยานพาหนะพิเศษ ออชคอช คอร์ป อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าบริษัทเหล่านี้มีการทำข้อตกลงใดๆ กับอิหร่าน หรือจะได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรของอิหร่านหรือไม่

 

อังกฤษเชื่อ มือมีดโจมตีเวสต์มินสเตอร์ ก่อเหตุโดยลำพัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มี.ค. 2560 03:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896645


เมื่อ 25 มี.ค. นายนีล บาซุ เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายในอังกฤษ ยังคงเชื่อว่า นายคาลิด มาซูด ผู้ก่อเหตุขับรถพุ่งชนคนกลางสะพานก่อนใช้มีดจ้วงแทงเจ้าหน้าที่ จนมีผู้เสียชีวิต 5 ศพรวมมาซูด บาดเจ็บราว 50 คนนั้น กระทำโดยเพียงลำพัง และยังไม่มีข้อมูลที่ทำให้เชื่อได้ว่า มีการวางแผนโจมตีครั้งต่อไปหรือมีคนอื่นคอยให้ความช่วยเหลือ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังต้องการความกระจ่างชัดเพื่ออธิบายให้กับญาติเหยื่อทั้งที่เสียชีวิตและบาดเจ็บเข้าใจถึงมูลเหตุจูงใจที่แท้จริง จึงขอความร่วมมือกับผู้ที่รู้จักนายมาซูดเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ ขณะที่การจับกุมผู้ต้องสงสัย 11 คน คงเหลือการกักตัวเพียง 1 คน เป็นชายวัย 58 ปี

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ยืนยันถึงการเสียชีวิตของนายคารี ยาซิน แกนนำระดับอาวุโสของกลุ่มก่อการร้ายที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเตห์ริก-อี-ตาลีบัน และเป็นผู้วางแผนนองเลือดบุกโรงแรมแมริออทในกรุงอิสลามาบัด ของปากีสถานเมื่อปี 2551 และกราดยิงรถบัสบรรทุกนักกีฬาคริกเก็ตชาวศรีลังกาเมื่อปี 2552 หลังสหรัฐฯปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ที่ จ.ปักติกา ในอัฟกานิสถานเมื่อ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา

ดอกไม้ไว้อาลัยจำนวนมากถูกนำมาวางไว้ที่รั้วรอบอาคารรัฐสภา เพื่อแสดงความไม่อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต

ส่วนเหตุระเบิด 2 ลูกกลางฝูงชนที่เมืองซีลเฮต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบังกลาเทศ ขณะหน่วยคอมมานโดเข้าล้อมที่หลบซ่อนของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ บาดเจ็บ 42 คน.

 

ทั่วโลกร่วมใจรณรงค์ปิดไฟ ‘เอิร์ธอาวเออร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มี.ค. 2560 03:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896642


เมื่อวันที่ 25 มี.ค. สถานที่สำคัญซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ 170 ประเทศและอาณาเขตทั่วโลก โดยมีประชาชนหลายล้านคน ร่วมใจกันรณรงค์ดับไฟฟ้าลดโลกร้อน ประจำปี 2560 เนื่องในวันเอิร์ธอาวเออร์ เพื่อลดการพึ่งพาถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในการขับขี่รถยนต์และโรงงานพลังงานไฟฟ้า โดยกิจกรรมดับไฟฟ้าเป็นเวลา 1 ชั่วโมงนั้น เริ่มต้นขึ้นที่โรงละครซิดนีย์โอเปร่า เฮาส์ชื่อดัง ในนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ตั้งแต่เวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นหลายประเทศวนไปทางซีกโลกตะวันตก ได้ปิดไฟตามจุดสำคัญของเมืองกรุงทั้งในภูมิภาคเอเชีย ไปถึงยุโรป แอฟริกา และภูมิภาคอเมริกา

ฝรั่งเศสปิดไฟที่หอไอเฟล ร่วมกิจกรรมประหยัดไฟ ‘เอิร์ธอาวเออร์’

ทั้งนี้ จากแนวคิดริเริ่มของกลุ่มกองทุนสัตว์ป่าโลกหรือดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2540 ก็เพื่อแสดงให้ผู้นำแต่ละประเทศรับรู้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกเป็นเรื่องที่มนุษย์เราควรใส่ใจ และปี 2560 นี้ มุ่งไปที่แต่ละประเทศ เช่นแอฟริกาใต้ ที่เน้นเรื่องการใช้พลังงานทดแทน ส่วนจีนจับมือร่วมกับภาคเอกชนให้เปลี่ยนการใช้ชีวิตแบบพลังงานยั่งยืนมากขึ้น.

ฮ่องกงได้ผู้นำหญิงฝักใฝ่จีนคนแรกตามคาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มี.ค. 2560 02:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896641


นางแคร์รี ลัม วัย 59 ปี อดีตข้าราชการพลเรือน ได้รับเลือกนั่งเก้าอี้หัวหน้าผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงตามความคาดหมายเมื่อวันอาทิตย์ 26 มี.ค. ภายหลังจากคณะกรรมาธิการเลือกตั้ง 1,200 คน ซึ่งส่วนใหญ่สนับสนุนรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ ลงมติเลือกนางลัมขึ้นนั่งเก้าอี้หัวหน้าผู้บริหารเขตปกครองพิเศษ ด้วยคะแนนสนับสนุน 777 เสียง เป็นสตรีคนแรกดำรงตำแหน่งนี้ นับตั้งแต่ฮ่องกงได้รับคืนเอกราชส่งมอบจากอังกฤษคืนให้รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อปี 2540 หรือเมื่อ 20 ปีก่อน

นางลัมกล่าวสุนทรพจน์หลังทราบผลชัยชนะ ระบุ “ฮ่องกงคือบ้านของเรา ซึ่งเผชิญความแตกแยกทางความคิดเห็นมานาน ภารกิจแรกๆของเธอจะช่วยเยียวยาความแตกแยกนั้น” อย่างไรก็ตาม กระแสวิพากษ์วิจารณ์นางลัมระบุถึงชัยชนะของเธอจะยิ่งสร้างความแตกแยกขึ้นอีก

ทั้งนี้ นโยบายสำหรับเขตปกครองพิเศษฮ่องกงเมื่อ 20 ปีก่อน หรือภายหลังจากฮ่องกงกลับมาอยู่ภายใต้การปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่อีกครั้ง รัฐบาลจีนให้คำมั่นอนุญาตฮ่องกงเป็นกึ่งเขตปกครองตนเอง ภายใต้การบริหารประเทศแบบ “ประเทศเดียว สองระบบ” ซึ่งชาวฮ่องกงส่วนใหญ่คาดหวังจะเลือกตั้งหัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงโดยตรง แต่กระบวนการดังกล่าวยังไม่เป็นไปตามนั้น ก่อให้เกิดการประท้วงเรียกร้องอย่างกว้างขวาง โดยก่อนหน้าวันเลือกหัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษคนใหม่ก็มีการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยขอสิทธิการเลือกตั้งโดยตรงของชาวฮ่องกงทั้งหมดกว่า 7.3 ล้านคน ซึ่งมีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งมากราว 3.8 ล้านคน

ส่วนผู้ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงกับนางแคร์รี ลัม ตัวเต็งอีก 2 คน คือนายจอห์น ซัง อดีตรัฐมนตรีคลัง ซึ่งได้รับคะแนนนิยมมากกว่านางลัม แต่ก็แพ้การโหวตเลือกได้คะแนน 365 เสียง และนายหวู่ ก๊อก-ฮิง อดีตผู้พิพากษา ได้คะแนนโหวต 21 เสียง.

 

สอท.ณ สิงคโปร์เชิญทหารเรือไทยโชว์ ‘ดนตรีในสวน’ ประทับใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 01:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896632


สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ร่วมกับกองทัพเรือจัดงาน”ดนตรีในสวน” ทหารเรือไทยโชว์เพลงสลับการโชว์แม่ไม้มวยไทยและศิลปะการป้องกันตัวของไทยเป็นที่ประทับ ผู้ชมเรียกร้องให้จัดอีกเป็นเทศกาลทุกปี…

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. นาย ธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ เปิดเผยว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงโปร์ ได้จัดงาน “ดนตรีในสวน” เมื่อค่ำวันที่ 25 มี.ค.ที่บริเวณสวนซึ่งสร้างขึ้นใหม่แทนอาคารเก่าภายในบริเวณสถานเอกอัครราชทูต โดยได้รับความร่วมมือกับกองทัพเรือ และบมจ.ไทยเบฟเวอเรจ เชิญแขกจากทุกวงการในสิงคโปร์เข้าร่วม 400 คน

งานนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง วงดนตรีของทหารเรือบรรเลงเพลงสากลและเพลงไทย สร้างความสนุกสนานแก่ผู้ฟัง สลับกับการโชว์แม่ไม้มวยไทยและศิลปะการป้องกันตัวกระบี่กระบองของไทย เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราว ภายหลังการแสดงจบลงมีเสียงเรียกร้องจากบรรดาทูตานุทูตและชาวสิงคโปร์ ขอให้จัดเป็นงานเทศกาลประจำปีของสถานเอกอัครราชทูตต่อไป ทุกปี เรื่องจากไม่ค่อยมีการจัดงานบรรยากาศแบบนี้.

10 ปี งานเทศกาลไทย Thailand Grand Festival 2017 ซิดนีย์ ออสเตรเลีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 00:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896532


10 ปี งานเทศกาลไทย Thailand Grand Festival 2017 ความภูมิใจของคนไทยในต่างแดนตามแนวทาง “ทำความดี สืบสานพระราชปณิธาน” ในหลวง ร .9 ณ นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย

เมื่อวันที่ 25 และวันที่ 26 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 11.00–20.00 น. โดย สถานกงสุลใหญ่ นายณัฐพล ขันธหิรัญ กงสุลใหญ่ ประจำนครซิดนีย์,ทีมไทยแลนด์ และภาคเอกชน ร่วมกันจัดงานเทศกาลไทย ประจำปี 2560 หรือ Thailand Grand Festival 2017, ที่ Tumbalong Park, Darling Harbour, ซิดนีย์, ออสเตรเลีย ตามแนวทาง “ทำความดี สืบสานพระราชปณิธาน” เพื่อมุ่งเน้นการเชิญชวนให้พี่น้องชาวไทยร่วมใจกันทำความดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยปีนี้ชาวไทย และชาวต่างชาติ เข้าชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ,นิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, การอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์, การฉายภาพยนตร์เรื่อง “พรจากฟ้า” ภาพยนตร์สั้น 4 เรื่องในโครงการ “คีตราชนิพนธ์” หลายหมื่นคนต่อวัน.

 

มือปืนยึดรถบัส 4 ชั่วโมงที่ลาส เวกัส ยิงผู้โดยสารดับ1 เจ็บ1ก่อนมอบตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มี.ค. 2560 23:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896556


มือปืนก่อเหตุยิงคนภายในรถบัส 2 คน ที่กำลังวิ่งในนคร ลาส เวกัส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 คน ก่อนเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่นานหลายชั่วโมงจึงมอบตัว ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายอาจป่วยทางจิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายคนหนึ่งก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกจี้ยึดรถบัส 2 ชั้นซึ่งกำลังเดินทางบนถนน ลาส เวกัส สตริป เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 25 มี.ค. และยิงผู้โดยสาร 2 คนจนเสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีกคนบาดเจ็บแต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ก่อนจะมอบตัวหลังเหตุการณ์ยืดเยื้อนานหลายชั่วโมง

เหตุการณ์เริ่มขึ้นในเวลาประมาณ 11:00น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยคนร้ายเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่เป็นเวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนจะยอมมอบตัวในเวลา 15:30น. เรื่องนี้ยังทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดถนน ลาส เวกัส สตริป เป็นเวลานานเกือบ 7 ชั่วโมงก่อนจะเปิดใช้งานได้อีกครั้งก่อนเวลา 18:00น. วันเดียวกัน

ตามการเปิดเผยของสำนักงานตำรวจนครบาลลาส เวกัส ผู้ต้องสงสัยไม่มีการเปิดเผยชื่อรายนี้ เป็นผู้อยู่อาศัยท้องถิ่นอายุราว 50 ปี ขณะที่ผู้ช่วยนายอำเภอ ทอม โรเบิร์ตส์ ระบุว่า ชายคนนี้มีพฤติกรรมคล้ายกับมีอาการป่วยทางจิต ในช่วงที่ทีมเจรจาของหน่วยสวาต พยายามกลี้ยกล่อมให้เขาลงจากรถ หลังจากผู้โดยสารเกือบทั้งหมดลงจากรถแล้ว

“เราพบเห็นเรื่องนั้นอย่างชัดเจนมากในตอนที่เราคุยกับเขา” นายโรเบิร์ตส์กล่าว และเสริมด้วยว่า ผู้ต้องสงสัยยิงปืนเป็นระยะตลอดช่วงที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ยิงปืนตอบโต้กลับไปแต่อย่างใด และพวกเขาเชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย แต่ไม่แน่ชัดว่าเขามีประวัติอาชญากรรมหรือไม่

ขณะเดียวกัน มีพยานหลายคนบอกกับสื่อท้องถิ่นว่าพวกเขาได้ยิงเสียงระเบิด ซึ่งได้รับการยืนยันในเวลาต่อมาว่า เป็นเสียงจาะระเบิดของหน่วยสวาต ที่ใช้เพื่อทำลายกระจกรถบัส หลังจากผู้ต้องสงสัยยอมมอบตัวแล้ว เพื่อส่งหุ่นยนต์เข้าไปตรวจภายในรถว่ามีคนร้ายคนอื่นหลบซ่อนตัวอยู่หรือไม่

 

คนร้ายยิงปืนในไนท์คลับซินซินเนติ ดับ 1 เจ็บนับสิบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มี.ค. 2560 22:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896531


เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนยิงปืนในไนท์คลับในเมืองซินซินเนติเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุยิงกันขึ้นที่ ‘คาเมโอ’ ไนท์คลับ ในเมืองซินซินเนติ รัฐโอไฮโอ ของสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 26 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 14 คน โดยในเบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีมือปืนกี่คน

ก่อนหน้านี้ตำรวจนายหนึ่งระบุว่า มีมือปืนอย่างน้อย 2 คนเปิดฉากยิงภายในคาเมโอ คลับ แต่ล่าสุดนาย พอล นูดิเกต ผู้ช่วยผู้บังคับการตำรวจเมืองซินซินเนติ ทวีตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า “ในตอนนี้มีรายงานว่ามีปืนเพียงแค่คนเดียว แต่กำลังมีการสืบสวนว่ามีคนอื่นๆ เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่” นูดิเกตระบุด้วยว่า ไม่พบข้อบ่งชี้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้าย

ขณะที่ ร้อยตำรวจเอก คิมเบอร์ลี วิลเลียมส์ กล่าวว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าอะไรเป็นชนวนทำให้เกิดเหตุยิงกันขึ้น โดยในอดีตเคยเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นที่ไนท์คลับแห่งนี้มาก่อน แต่ครั้งนี้ร้ายแรงกว่ามาก ด้านนาย แฮร์รี แบล็ค เทศมนตรีเมืองซินซินเนติ เชื่อว่าเกิดเหตุขัดแย้งกันขึ้นในช่วงเช้ามืดวันเกิดเหตุ จนนำไปสู่การยิงกัน

ทั้งนี้ เหตุความรุนแรงครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นไม่ถึง 1 ปี หลังจากนายโอมาร์ มาทีนก่อเหตุกราดยิงที่ไนท์คลับคนรักเพศเดียวกันที่เมืองออร์แลนโด ในรัฐฟลอริดา ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 49 ราย กลายเป็นเหตุกราดยิงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ