ชาติอาหรับผิดหวังกาตาร์ไม่รับเงื่อนไข 13 ข้อ แต่ยังไม่คว่ำบาตรเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.ค. 2560 08:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/996313

ชาติอาหรับออกมาแสดงความผิดหวังที่กาตาร์ไม่ยอมรับเงื่อนไข 13 ข้อเพื่อแลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่พวกเขาเสนอ แต่ยังไม่มีการคว่ำบาตรเพิ่มเติม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 5 ก.ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจาก 4 ชาติอาหรับ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, อียิปต์, บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งประชุมกันที่กรุงไคโร เมืองหลวงอียิปต์ ออกมาแสดงความผิดหวังที่ประเทศกาตาร์ไม่ยอมรับและตอบสนองต่อเงื่อนไขยกเลิกคว่ำบาตร 13 ข้อของพวกเขา ในเชิงลบ แต่ยังไม่มีการคว่ำบาตรต่อรัฐบาลโดฮาเพิ่มเติม

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นหลังจากเส้นตายที่ทั้ง 4 ชาติอาหรับกำหนดให้กาตาร์ใช้สำหรับตัดสินใจเรื่องการรับเงื่อนไข 13 ข้อเพื่อแลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. จากข้อกล่าวหาว่ากาตาร์สนับสนุนผู้ก่อการร้าย หมดลงเมื่อวันอังคารที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา

ผู้แทนจาก 4 ชาติอาหรับระบุว่า กาตาร์ขาดซึ่งความเข้าใจในความร้ายแรงและน้ำหนักของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียระบุว่า มาตรการเพิ่มเติมต่อกาตาร์จะถูกใช้ในเวลาที่เหมาะสม และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ “เราไม่ได้ทำเช่นนี้เพราะต้องการทำร้ายกาตาร์ เราทำเพื่อช่วยกาตาร์” นายอาเดล บิน อาห์เหม็ด อัล-จูเบียร์ กล่าว

 

รัสเซียถล่มรังผู้ก่อการร้ายในซีเรีย ด้วย Kh-101 ครูสมิสไซล์ใหม่ (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.ค. 2560 05:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/996265

ก.กลาโหมรัสเซีย เผยว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ ตู-95 แบร์ ของกองทัพอากาศรัสเซีย ได้เข้าปฏิบัติการบินโจมตีเป้าหมายกลุ่มผู้ก่อการร้ายในซีเรีย ด้วยขีปนาวุธร่อน หรือ ครูส มิสไซล์ รุ่นล่าสุด Kh-101…เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2560 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า กระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ออกมาแถลงว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ ตู-95 แบร์ ของกองทัพอากาศรัสเซีย ได้เข้าปฏิบัติการบินโจมตีเป้าหมายกลุ่มผู้ก่อการร้ายในซีเรีย ด้วยขีปนาวุธร่อน หรือ ครูส มิสไซล์ รุ่นล่าสุดจากคลังแสงของกองทัพรัสเซีย โดยขีปนาวุธร่อนรุ่นนี้ชื่อ Kh-101 หรือ X-101 จากระยะไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร

โดยจากการโจมตีทำให้คลังเก็บอาวุธของกลุ่มผู้ก่อการร้าย 3 หลังถูกทำลาย รวมทั้งศูนย์บัญชาการของกลุ่มผู้ก่อการร้ายใกล้กับเมือง อะเคอแบต ที่อยู่ติดชายแดนจังหวัดฮามาและออมส์ โดยหลังจากเสร็จภารกิจ เครื่องบินของรัสเซียก็บินกลับยังฐานทัพอากาศในรัสเซีย

สำหรับ Kh-101 เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีแบบร่อน หรือ ครูส มิสไซล์ (Cruise missile) รุ่นล่าสุดของรัสเซีย ที่ผลิตขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และยังลดคุณสมบัติการถูกตรวจจับด้วยเรดาร์อีกด้วยสำหรับ สามารถยิงได้ไกลที่สุดราวๆ 4,500 กิโลเมตร และยังสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ด้วย.

 

นายกเล็กแต่งงานกับจระเข้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ดอย ดอกฝิ่น 6 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995035

นายกเทศมนตรีเม็กซิกันแต่งงานกับ “จระเข้” ในพิธีวิวาห์แปลกประหลาดพิลึก ตามประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมายาวนานกว่าสองศตวรรษ เพื่อนำโชคดีสู่ชาวประมงท้องถิ่น

จระเข้เจ้าสาวได้รับการตั้งชื่อว่า “ปริ๊นเซสเจ้าหญิง” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จากนั้นรุ่งขึ้นวันศุกร์ เจ้าภาพก็พาเข้าพิธีมงคลสมรส โดยแต่งองค์ทรงเครื่องอาภรณ์ชุดวิวาห์สีขาวบริสุทธิ์ให้ อันรวมทั้งให้สวมมงกุฎทำจากดอกไม้ประดิษฐ์ และไม่ลืมมัดปากป้องกันเธองาบงับเจ้าบ่าว

ขบวนแห่ ปริ๊นเซส เจ้าสาว กับ วิคเตอร์ อากิลาร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองซาน เปโดร ฮัวเมลูลา เจ้าบ่าว ไปทำพิธีที่ศาลาเทศบาล มีวงดนตรีบรรเลง ผู้คนร้องรำทำเพลงสนุกสนาน

การจัดจระเข้แต่งงานกับคนเป็นพิธีกรรมผลงานของอินเดียนแดงชนเผ่าคอนตัล มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2332 ชาวคอนตัลเชื่อว่าจระเข้คือเจ้าหญิงผู้นำโชคดีมีชัยและความเจริญรุ่งเรืองมั่งมี มาสู่ชาวประมงพื้นบ้านตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกย่านอิสต์มัสแห่งเตฮวนเตเปกในรัฐโอ๊กซาช่า

“ชาวบ้านเรียกจระเข้ว่าเจ้าหญิง ดังนั้นบทเจ้าบ่าวที่ผมเล่นคือผมเป็นสามีเจ้าหญิง” ทั่นนายกเล็กพูดติดตลก แต่ไม่ยักบอกว่าจะหาญกล้า “เข้าห้องหอ” ทำหน้าที่สามีจริงๆมั้ย?

ดอย ดอกฝิ่น

 

ทลิตจะเป็นประธานาธิบดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย 6 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995045

การลงมติเพื่อเลือกประธานาธิบดีอินเดียในเดือนกรกฎาคม 2560 มีผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนพรรคเข้าชิง

ตำแหน่งประธานาธิบดีมี 2 ท่าน คือ นายราม นาธ โกวินด์ จากพรรค ภารติยะชนตะ และนางมีรา กุมาร จากพรรคคองเกรสแห่งอินเดีย

นายราม นาธ โกวินด์ อาชีพเดิมเป็นทนายความ เคยเป็นเลขานุการนายกรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา ผู้ว่าการรัฐพิหาร และเป็นประธานกลุ่มวรรณะล้าหลังและกลุ่มชาติพันธุ์ระดับชาติ นายรามเป็นทลิต

นางมีรา กุมาร อาชีพเดิมเป็นนักการทูต เคยเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร จุดแข็งของนางมีราในการต่อสู้ในตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งนี้คือ การเป็นสตรี เป็นบุตรีของผู้นำชนชั้นต่ำ

ที่เป็นนักต่อสู้เพื่อเอกราชของอินเดีย ผู้อ่านท่านคงจะเคยได้ยินชื่อ บาบูจี นางมีรานี่ล่ะครับ คือ ลูกสาวของบาบูจี นางมีราเป็นทลิต

ทลิตเป็นชนชั้นด้อยโอกาสในอินเดีย มีประมาณร้อยละ 15 ของประชากรอินเดียทั้งหมด ก่อนที่อินเดียจะประกาศใช้รัฐธรรมนูญเมื่อ 26 มกราคม พ.ศ.2493 ทลิตเป็นที่รังเกียจของสังคม ถูกบังคับให้อยู่ในแวดวงแคบๆของตนเอง ไปไหนมาไหนได้ยาก ใช้สาธารณูปโภคร่วมกับคนชนชั้นอื่นๆไม่ได้ ไม่มีสิทธิได้ศึกษาเล่าเรียน

อินเดียเป็นประเทศร้อน ตอนเที่ยงแดดจัด คนวรรณะสูงจะไม่เดินทางไปไหนมาไหน ตอนเที่ยงนี่แหละครับ ทลิตจึงสามารถไปเดินตามทางได้ นอกจากตอนเที่ยงจะร้อนแล้ว เวลานี้จะไม่มีเงา ที่คนอินเดียวรรณะอื่นกลัวที่สุดก็คือ การที่เงาของทลิตจะมาพาดผ่านตัวเอง ถือว่าเป็นอัปมงคลอย่างที่สุด ในอดีต หลายแห่งบังคับให้ทลิตใช้ไม้เดินเคาะไปตามทางเพื่อเตือนให้คนวรรณะสูงรู้ก่อนว่า ทลิตเดินมาแล้ว บางแห่งบังคับให้ทลิตถือไม้กวาดคอยกวาดรอยเท้าตัวเอง ไม่ให้ผู้อื่นเดินทับและเกิดมลทิน

ทลิตต้องทำงานต่ำต้อย บางทีก็ไม่ได้ค่าตอบแทนเพราะถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องรับใช้วรรณะสูง ของกินของใช้ต้องเป็นของเหลือที่วรรณะอื่นทิ้งแล้ว เช่น หนังของวัวควายที่ตายแล้ว เสื้อผ้าที่ผู้อื่นทิ้งแล้ว อาชีพที่พวกทลิตทำส่วนใหญ่คือ ฟอกหนัง กวาดถนน เทอุจจาระและทำความสะอาดส้วม เป็นสัปเหร่อ ห้ามทลิตไปตักน้ำจากบ่อน้ำสาธารณะ ต้องยืนคอยข้างถังหรือหม้อน้ำจนกว่าจะมีคนตักน้ำเทใส่ให้ ห้ามทลิตเข้าไปในเทวสถาน

รัฐธรรมนูญอินเดียให้สิทธิพิเศษพวกทลิต ศูทร จัณฑาล หริชน ฯลฯ มีหลายมาตราที่แสดงถึงความห่วงใยกลุ่มผู้ด้อยโอกาส เช่น มาตรา 15 ยกเลิกการห้ามเข้าร้านอาหาร โรงแรม และที่สาธารณะอื่นๆ มาตรา 17 ห้ามรังเกียจคนนอกวรรณะ มาตรา 46 ส่งเสริมการศึกษาและปกป้องจากความไม่เป็นธรรมในสังคม แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีอยู่บ้างที่ไม่ให้ทลิตเป็นพ่อครัวแม่ครัว เพราะลูกค้าไม่เข้าไปร้านอาหารที่มีทลิตทำงานอยู่เด็ดขาด

ทลิตจึงไม่ค่อยได้งานเอกชน ก็มีแต่งานราชการที่กันตำแหน่งไว้ให้ทลิต ก่อนหน้านี้ทลิตบางกลุ่มตัดสินใจไปนับถือศาสนาพุทธเช่นเดียวกับ ดร. บี อาร์ อัมเพทการ์ รัฐบุรุษ ทลิตจำนวนหนึ่งใช้การเมืองต่อสู้เพื่อคนทลิต สมัครเข้ารับเลือกตั้งในตำแหน่งต่างๆ บางคนความสามารถดีก็เป็นถึงรัฐมนตรี เช่น ชัคชีวัน ราม หรือบาบูจี บิดาของนางมีรา กุมาร ผู้แข่งขันเป็นประธานาธิบดีในปีนี้ หลายคนบอกว่า ชัคชีวัน ราม น่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เพราะความที่เป็นทลิตทำให้ไปไม่ถึงความฝัน

ครั้งหนึ่ง รัฐบาลรัฐมหาราษฏระจะเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยมราฐาวทาเป็นมหาวิทยาลัยอัมเพทการ์เพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร. อัมเพทการ์ ผู้มีพื้นเพเป็นชาวมหาราษฏระ และเป็นประธานร่างรัฐธรรมนูญของอินเดีย แต่เพราะเป็นทลิต ก็จึงมีคนค้านเยอะ กว่าจะเปลี่ยนชื่อได้ต้องใช้เวลาต่อสู้กันยาวนานถึง 15 ปี

ต้องขอบคุณ ดร. เอมเพทการ์ ประธานร่างรัฐธรรมนูญอินเดียผู้ร่างกฎหมายสูงสุดที่ได้เปิดทางเรื่องความเท่าเทียมกันของมนุษย์ วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป 67 ปี ทำให้คนที่วรรณะต่ำสุดที่แม้แต่เงาก็สัมผัสไม่ได้กลายมาเป็นว่าที่ประธานาธิบดีของประเทศ

ตอนที่พวกเราตามอาจารย์นิติภูมิธณัฐพบ ฯพณฯ มีรา กุมาร เมื่อ 31 สิงหาคม 2555 ได้ฟัง ฯพณฯ มีรา ให้การต้อนรับคณะกลุ่ม มิตรภาพรัฐสภาไทย-อินเดีย ด้วยภาษาที่งดงาม และกิริยามารยาทสากล ทำให้ผมประทับใจมาก ถ้าไม่มีใครพูดถึงวรรณะชาติกำเนิดของท่าน ผมก็ไม่มีทางรู้ได้ดอกครับว่า ท่านคือทลิต.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

 

เสียภาพลักษณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995043

คนจะเป็นนักการเมือง ภาพลักษณ์การเสียสละต้องมาก่อน แต่เมื่อไม่ใช่ก็เลยถูกวิจารณ์ถึงความเหมาะสมในตำแหน่งเหมือนกรณีของนายคริส คริสตี้ พ่อเมืองรัฐนิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐฯ เดือดร้อนต้องรีบออกมาแก้ต่างกันให้วุ่น

เรื่องของเรื่อง ได้มีภาพของคริสตี้ ผู้เคยเป็นนักการเมืองดาวรุ่งถึงขั้นเป็น 1 ในตัวเต็งที่จะได้เป็นผู้แทนพรรครีพับลิกันเพื่อไปชิงเลือกตั้งประธานาธิบดีกับผู้สมัครพรรคเดโมแครตเมื่อปีที่แล้ว นั่งบนเก้าอี้อาบแดดพร้อมสมาชิกครอบครัวสบายใจเฉิบบนชายหาดสาธารณะ “ไอส์แลนด์ สเตท บีช พาร์ค” ของรัฐนิวเจอร์ซีย์

ภาพผู้ว่าการรัฐนั่งพักผ่อนกับครอบครัวบนชายหาดที่อยู่ในบัญชีบริการสาธารณะที่ไม่จำเป็นที่ผู้ว่าฯเป็นคนสั่งปิดเองในช่วงวันหยุดยาวฉลองวันชาติสหรัฐฯ 4 ก.ค. เพื่อประหยัดงบ ประมาณดูแล เพราะกฎหมายงบประมาณไม่ผ่านอนุมัติในที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนฯท้องถิ่นของรัฐ มันขัดแย้งกับที่ตำรวจห้ามคนทั่วไปเข้าพักผ่อนบนชายหาด

ผู้ว่าฯคริสตี้เลยโดนชาวเมืองมองเหล่ แถมถูกนักเลงคีย์บอร์ดนำภาพเขานั่งเก้าอี้ชายหาดตัดต่อให้ไปนั่งชิวๆในห้องทำงานรูปไข่ทำเนียบขาวหรือแม้แต่แซมๆอยู่ในฉากของภาพยนตร์คลาสสิก ปี 1953 เรื่อง “ฟรอม เฮียร์ ทู อีเทอร์นิตี้” (หรือชื่อไทยว่า “ชั่วนิรันดร์”) กันอย่างสนุกมือ

นายคริสตี้แก้ต่างว่า วันนั้น (3 ก.ค.) ไม่ได้อาบแม้แต่แดดเดียว และเคยบอกไว้แล้วว่าจะใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวที่เรือนพักของผู้ว่าฯ ที่อยู่ริมหาดไอส์แลนด์ฯและเขาก็ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ของรัฐไปทำงานต่อ

ส่วนเรื่องภาพถ่ายทางอากาศที่เผยแพร่ตามสื่อ ทีมงานของนายคริสตี้อธิบายว่า ผู้ว่าฯ

คริสตี้อยู่ที่ชายหาดแค่ชั่วระยะหนึ่งไม่นาน แวะพูดคุยกับภรรยาและครอบครัวก่อนไปทำงาน ไม่ได้อาบแดดเลย

คริสตี้เป็นนักการเมืองที่มีสีสันพอตัว เขาเป็นคนแรกๆในกลุ่มแกนนำพรรครีพับลิกันที่ประกาศสนับสนุนนายทรัมป์ช่วงหาเสียงเลือกตั้งชิงตัวแทนพรรคก่อนคนอื่นๆจะทยอยประกาศสนับสนุนตามอย่างเสียไม่ได้

เขายังเคยสวมกอดอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ช่วงลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย จากเฮอริเคนแซนดี้ จนถูกรีพับลิกันสายฮาร์ดคอร์ กล่าวหาว่าทรยศ และทำอีกหลายเรื่องที่ขัดกับ ฐานเสียงของตัวเอง…ก่อนจะมาเป็นข่าวฉาวกับกรณีล่าสุด.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

 

รอบโลก 06/07/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/996015

กระสุนติดกระเป๋า

โตเกียว-สตรีชาวอเมริกันวัย 60 ปี ถูกตำรวจญี่ปุ่นจับกุมที่สนามบินฮาเนดะในกรุงโตเกียว หลังทิ้งกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 100 ลูก ลงถังขยะในสนามบินระหว่างรอเปลี่ยนเที่ยวบินไปยังที่หมายอีกแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดสนามบินพบกระสุนดังกล่าวและอาศัยภาพจากกล้องวงจรปิดตามจับกุมสตรีคนดังกล่าว ซึ่งเธออ้างไม่ทราบว่ามีกระสุนปืนติดกระเป๋าเดินทางมาด้วยจากสหรัฐฯ แต่มารู้ทีหลังจึงนำกระสุนทิ้งลงถังขยะ.

สัมพันธ์อินเดีย–อิสราเอล

เทลอาวีฟ-นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย เยือนอิสราเอล 4 วัน โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ไปต้อนรับถึงสนามบิน นับเป็นนายกฯ อินเดียคนแรกที่เยือนอิสราเอล คาดว่าผู้นำทั้งคู่จะบรรลุข้อตกลงหลากหลาย รวมทั้งด้านความมั่นคง ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และซื้ออาวุธมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ถือเป็นการเปลี่ยนจุดยืนครั้งใหญ่ของอินเดียหันมาร่วมมือใกล้ชิดกับอิสราเอล ทั้งด้านความมั่นคง การต่อสู้การก่อการร้าย หลังเคยซื้ออาวุธจากอิสราเอลเพื่อคานอำนาจจีนและปากีสถาน.

บินตก–ท่อน้ำมันระเบิด

การากัส-เครื่องบินไอพ่น “กัลฟ์สตรีม 3” ของรัฐบาลเวเนซุเอลา พร้อมคนบนเครื่อง 9 คน ซึ่ง 7 คนเป็นนักบิน ประสบเหตุ ตกในทะเลแคริบเบียน หลังบินขึ้นจากเกาะมาการิตาเมื่อ 4 ก.ค. เพราะเครื่องยนต์ขัดข้องและพยายามลงจอดฉุกเฉิน ยังไม่ทราบว่ามีผู้รอดชีวิตหรือไม่ ส่วนที่จีน สำนักข่าวซินหัวรายงานระบุมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน บาดเจ็บ 89 คน จากเหตุท่อส่งน้ำมันระเบิดที่เมืองซ่งหยวน มณฑลจี้หลิน และก่อนหน้านี้ เมื่อ 2 ก.ค.ท่อส่งน้ำมันในมณฑลกุ้ยโจวระเบิด มีผู้เสียชีวิต 8 คน.

ส่งกลับบุคคลอันตราย

สิงคโปร์-ทางการสิงคโปร์จับกุมและนำส่งสตรีอินโดนีเซีย 2 คน กลับภูมิลำเนาเดิม หลังจากสตรีทั้งสองคน ซึ่งเข้าไปทำงานแม่บ้านในสิงคโปร์ ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ติดต่อกันระบุเธอคนหนึ่งต้องการเดินทางไปซีเรียกับคนรักเพื่อไปร่วมรบกับกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส ขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์สนับสนุนนโยบายต่อต้านก่อการร้ายของสหรัฐฯ โดยสิงคโปร์สนับสนุนภารกิจเติมน้ำมันให้กองกำลังพันธมิตรและจับกุมส่งกลับชาวต่างชาติ บุคคลอันตรายเป็นภัยต่อความมั่นคงแล้ว 9 ราย นับตั้งแต่ปี 2558.

 

จีนเชิญแพทย์ต่างชาติ รักษานักโทษคดีปลุกปั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/996063

กรณีนายหลิว เสี่ยวป๋อ นักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลจีน เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพปี 2553 วัย 61 ปี ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 11 ปีตั้งแต่ปี 2552 ข้อหา “ปลุกปั่นยุยงล้มล้างอำนาจรัฐ” หลังเขียน “กฎบัตร 08” เรียกร้องจีนปฏิรูปการเมือง ถูกย้ายจากคุกไปรักษาโรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายที่โรงพยาบาลในมณฑลเหลียวหนิงเมื่อเดือนก่อน สำนักงานยุติธรรมเมืองเฉินหยางแถลงเมื่อ 5 ก.ค.ระบุแพทย์ที่รักษาเขาตัดสินใจเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ รวมทั้งสหรัฐฯ และเยอรมนีไปช่วยรักษานายหลิวตามคำร้องขอของครอบครัว

ก่อนหน้านี้ ภรรยาและเพื่อนนายหลิวเผย เขาอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่เดือนและขอนำตัวไปรักษาต่างประเทศ แต่จีนปฏิเสธ และยืนยันว่าแพทย์จีนพยายามรักษานายหลิวอย่างดีที่สุดทุกวิถีทาง รวมทั้งฉายรังสีและใช้สมุนไพรจีนโบราณ ท่าทีของจีนมีขึ้นก่อนประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ “จี 20” ที่ เยอรมนีระหว่าง 7-8 ก.ค.นี้ และจีนอาจถูกนานาชาติกดดันเรื่องนายหลิว.

 

แม่เมาจนสติแตก มัดมือลูกชาย ล็อกรถ จุดไฟเผา แค่ลูก ‘อ้วนเกิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2560 19:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995883

(สถานีตำรวจ มอนโร เคาตี้ เผยแพร่ภาพนางเชอร์รี ริชเตอร์)

หญิงมะกันเมาหนัก ก่อเหตุระทึก มัดมือลูกชายวัย 11 ขวบ ล็อกรถ ก่อนราดน้ำมันและจุดไฟบริเวณที่เก็บของ ไม่พอใจที่ลูกอ้วนเกินไป สุดท้ายโดนตำรวจจับ เจอข้อหาพยายามฆ่าและวางเพลิง

เมื่อ 5 ก.ค.60 สื่อต่างประเทศรายงาน นางเชอร์รี ริชเตอร์ หญิงชาวอเมริกันวัย 48 ปี ตกเป็นผู้ต้องหา พยายามฆ่าและวางเพลิง ด้วยการจุดไฟในรถยนต์ฟอร์ด โฟกัส ของเธอเอง เพื่อพยายามฆ่าลูกชายวัย 11 ขวบ ด้วยเหตุผล ‘อ้วนเกินไป’ โดยนางริชเตอร์ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เธอได้ขับรถไปยังสุสานโรสลอว์น ในเมืองลาซาลล์ รัฐมิชิแกน จากนั้นได้มัดมืดลูกชายที่นั่งอยู่ในรถ ล็อกประตู ราดน้ำมันและจุดไฟในบริเวณที่เก็บของด้านท้ายรถยนต์ ขณะที่ลูกชายได้พยายามดิ้นรนเพื่อหนีเอาชีวิตรอด

อย่างไรก็ตาม ต่อมา นางริชเตอร์ ได้ยอมเปิดประตูและช่วยลูกชายให้ออกมาจากรถที่เกิดเพลิงไหม้ ขณะที่คนงานในสุสานได้เข้ามาช่วยกันแก้เชือกที่มัดข้อมือเด็กชายผู้นี้ โชคดีที่เด็กชายได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่แม่ของเขาไม่รอดจากการถูกตำรวจจับกุมและโดนตั้งข้อหาพยายามฆ่า รวมทั้งวางเพลิง

จากบันทึกคำให้การในชั้นศาล นางริชเตอร์อ้างว่า เธอดื่มเหล้าจนมีอาการมึนเมา และลงมือก่อเหตุรุนแรงกับลูก เพราะไม่พอใจที่ลูกชายอ้วนเกินไป ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเขตมอนโร ระบุว่า แม่คนนี้ได้จุดไฟในบริเวณที่เก็บของในรถยนต์ ทั้งที่ลูกชายของเธออยู่ในรถ.

 

จีนลุยสร้าง ‘เมืองป่า’ แห่งแรก ที่หลิ่วโจว ลดมลพิษอากาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2560 18:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995823

จีน เดินหน้าก่อสร้าง ‘เมืองป่า’ ที่หลิ่วโจวเป็นแห่งแรก หวังแก้ปัญหามลพิษ  สามารถรองรับประชาชนอาศัยนับ 3 หมื่นคน ลงทุนให้สถาปนิกอิตาลีออกแบบ สร้างเมืองที่อาคารสถานที่ บ้านเรือนทุกหนทุกแห่ง มีที่ปลูกต้นไม้

เมื่อ 5 ก.ค. สื่อต่างประเทศรายงาน รัฐบาลจีนเดินหน้าจริงจังในการลดปัญหามลพิษในอากาศ ด้วยการลงมือสร้าง ‘เมืองป่า’ (Forest City) แห่งแรก ที่เมืองหลิ่วโจว เมืองใหญ่อันดับสอง และเป็นเมืองศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ของจีน ให้เป็นเมืองสีเขียว เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า โดยโครงการนี้จะสร้างสำหรับรองรับประชากร 30,000 คน โดยประกอบด้วย สำนักงาน บ้าน โรงแรม โรงพยาบาล ศูนย์การค้า ช็อปปิ้งมอลล์ และโรงเรียน ซึ่งสถานที่ทุกแห่งใน ‘เมืองป่า’ จะเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี

สำหรับโครงการสร้าง เมืองป่า ที่เมืองหลิ่วโจว ออกแบบโดย สเตฟาโน โบเอรี สถาปนิกชาวอิตาลี ซึ่งเคยมีผลงานออกแบบสร้างตึกที่อิงธรรมชาติมีบริเวณปลูกต้นไม้ในเมืองมิลานมาแล้ว โดยโบเอรี ได้ออกแบบให้ เมืองป่า ที่หลิ่วโจว มีพื้นที่ตามอาคารสถานที่ต่างๆ จนสามารถปลูกต้นไม้ได้มากนับ 1 ล้านต้น และสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต้นเหตุสภาวะเรือนกระจก ทำโลกร้อน ได้ถึงปีละ 1 หมื่นตัน

 

ต้นสังกัดปัดข่าวลือ ซง เฮเคียว แต่งซง จุงกิ เพราะตั้งท้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2560 17:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995748

แหล่งข่าวบริษัทต้นสังกัด ‘ซง เฮเคียว’ ปฏิเสธข่าวลือ นางเอกชื่อดังเกาหลีใต้ ตัดสินใจแต่งงานกับ ซง จุงกิ เพราะตั้งท้อง หลังสองบริษัทต้นสังกัดของสองดาราดังออกแถลงการณ์ร่วม ประกาศทั้งคู่เตรียมเข้าพิธีวิวาห์ปลายเดือน ต.ค.นี้

เมื่อ 5 ก.ค.60 เว็บไซต์ Soompi เกาะติดข่าวดัง หลังมีข่าวออกมาว่า สองซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังแห่งแดนกิมจิ เกาหลีใต้ ‘ซง จุงกิ’ และ ‘ซง เฮเคียว’ สองพระนางคู่ขวัญในละครซีรีส์สุดฮิต Descendant of the sun (เดสเซนเดนท์ ออฟ เดอะ ซัน) เตรียมเข้าพิธีวิวาห์ในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 นี้ว่า แหล่งข่าวจาก UAA ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดของ ซง เฮเคียว ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่ออกมาถึงสาเหตุที่ ซง เฮเคียว นางเอกชื่อดังตัดสินใจแต่งงานว่า เป็นเพราะเธอตั้งท้อง

‘มันไม่ใช่เรื่องจริงอย่างแน่นอน ที่มีข่าวลือออกมาว่า ซง เฮเคียว ตั้งท้อง’ แหล่งข่าวยืนยัน พร้อมกับตอบข้อซักถามที่ว่า ซง จุงกิ และ ซง เฮเคียว เริ่มออกเดตกันมา หลังจากละครดราม่าเรื่อง เดสเซนเดนท์ ออฟ เดอะ ซัน หรือไม่ว่า ‘พวกเราไม่รู้’

ทั้งนี้ ก่อนหน้า UAA ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกับ บลอสซัม เอนเทอร์เทนเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดของ ซง จุงกิ ว่า สองพระเอกนางเอกชื่อดัง เตรียมจะเข้าพิธีแต่งงานกันในวันที่ 31 ต.ค.ที่จะถึงนี้.