เดือด! มะกัน-เกาหลีใต้ ซ้อมยิงขีปนาวุธนำวิถี โต้โสมแดง ‘ตาต่อตา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2560 16:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995690

คาบสมุทรเกาหลีระอุอีก กองทัพสหรัฐฯ ร่วมกับเกาหลีใต้ ซ้อมยิงขีปนาวุธนำวิถี ตอบโต้เกาหลีเหนือทันที หลังทดสอบยิงขีปนาวุธนำวิถีข้ามทวีป สำเร็จเป็นครั้งแรก

เมื่อ 5 ก.ค. สำนักข่าวบีบีซี รายงาน กองทัพสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ จับมือซ้อมยิงขีปนาวุธนำวิถีกันทันทีไปตกในทะเล ตอบโต้เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป เมื่อวันอังคารที่ 4 ก.ค. ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าขีปนาวุธล่าสุดของเกาหลีเหนือที่นำมาทดสอบอาจยิงไกลถึงรัฐอะแลสกาของสหรัฐฯ อีกทั้ง เป็นความสำเร็จของเกาหลีเหนือในการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ‘ฮวาซอง-14’หรือ ICMB ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

ด้านทางการสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์ว่า การฝึกซ้อมยิงขีปนาวุธนำวิถี ตั้งใจที่จะส่งสัญญาณเตือนอย่างแข็งกร้าวไปยังรัฐบาลเกาหลีเหนือ ภายใต้การนำของคิม จอง อึน ที่ได้กระทำการยั่วยุ ยิงขีปนาวุธมาตกใกล้ชายฝั่งทะเลของประเทศเพื่อนบ้าน

 

รัว11หมัดใส่คุณปู่อัลไซเมอร์วัย89ปี! ตะลึงฝีมือคนดูแลบ้านพักคนชรา (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2560 15:43

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995600

สำนักข่าวต่างประเทศ เผยแพร่คลิปสุดช็อก ที่บันทึกเหตุการณ์ ขณะ นายเจีย เสี่ยว เจ้าหน้าที่บ้านพักคนชรา The Garry J Armstrong ในกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา รัวหมัดเข้าใส่ใบหน้าของ นายจอร์จ คาเร็ม ผู้เฒ่าวัย 89 ปี ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ถึง 11 ครั้ง ขณะกำลังทำการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ชายชราที่ไร้ทางสู้

โดยคลิปดังกล่าว ถูกบันทึกไว้ได้โดยกล้องวงจรปิด ของ หลานชายของผู้เฒ่าเคราะห์ร้ายรายนี้ หลังจากพบว่า คุณปู่ มักจะได้รับบาดเจ็บโดยไร้คำชี้แจง จึงได้ตัดสินใจนำกล้องวงจรปิดไปติดตั้งในห้องพักของคุณปู่ จนกระทั่งความจริงได้ปรากฏขึ้น

ทั้งนี้ หลังจากได้เห็นคลิปเหตุการณ์ดังกล่าว ครอบครัวของชายชราผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ได้รีบเดินทางไปที่บ้านพักคนชราดังกล่าวทันที พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำการจับกุม ผู้ดูแลสุดโหดรายนี้ พร้อมกับเร่งทำการสืบสวนว่า ในบ้านพักคนชราดังกล่าว มีผู้เคยตกเป็นเหยื่อของ นายเจีย อีกหรือไม่

ขอบคุณข่าว-ภาพ Dailymail

 

ไทยเอาไงดี! เวียดนามชงแก้ปัญหารถติด ห้ามขี่ จยย.ในฮานอย ปี 2030

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2560 15:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995575

ไทยเอาไงดี! เวียดนามชงแก้ปัญหารถติด ห้ามขี่ จยย.ในฮานอย ปี 2030
เวียดนามเอาจริง แก้ปัญหารถติด และลดมลพิษในกรุงฮานอย สมาชิกสภานิติบัญญัติลงมติท่วมท้นสนับสนุนข้อเสนอ ห้ามใช้รถจักรยานยนต์ในย่านใจกลางกรุงฮานอย ปี ค.ศ.2030 หรือในอีก 13 ปีข้างหน้า

เมื่อ 5 ก.ค. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติของเวียดนาม ลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 95 ต่อ 96 เสียง สนับสนุนข้อเสนอให้ห้ามการใช้รถจักรยานยนต์ในย่านบริเวณใจกลางกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม ในปี ค.ศ. 2030 หรือภายในอีก 13 ปีข้างหน้า เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาสภาพการจราจรติดขัดและปัญหามลพิษในอากาศในกรุงฮานอย ถึงแม้รถจักรยานยนต์คือยานพาหนะที่ชาวเวียดนามนิยมใช้มากที่สุดก็ตาม โดยต้องการจะให้ประชาชนปรับเปลี่ยนไปใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะแทน

 

ข่าวแจ้งว่า การลงมติครั้งนี้มีขึ้นระหว่างการประชุมสมาชิกสภาประชาชนที่กรุงฮานอย เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในการแก้ปัญหาจราจรและมลพิษในเมืองหลวง เนื่องจากเล็งเห็นว่าจำนวนยานพาหนะในกรุงฮานอยกำลังเพิ่มสูงขึ้นในอัตราที่ต้องคำนึงถึงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะขณะที่กรุงฮานอยมีจำนวนประชากรกว่า 7.5 ล้านคน ปรากฏว่า มีจำนวนรถจักรยานยนต์ถึง 5 ล้านคัน และมีรถยนต์ราว 5 แสนคัน

ทั้งนี้ สำหรับข้อเสนอในการห้ามใช้รถจักรยานยนต์ขับขี่ในย่านใจกลางกรุงฮานอยแล้ว ยังจะเข้มงวดในเรื่องการใช้รถยนต์ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนในบางพื้นที่ด้วย รวมทั้งการขึ้นค่าธรรมเนียมจอดรถให้สูงขึ้น เพื่อที่ว่าผู้คนจะได้หันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะกันมากขึ้น.

เจ้าของแอร์เมส มาแรงแซงโค้ง ขึ้นแท่นอภิมหาเศรษฐียุโรป เบอร์ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2560 15:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995438

เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าดัง Zara นั่งแท่นอภิมหาเศรษฐีร่ำรวยสุดในยุโรป ปี 2017 ถือเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ขณะที่ เจ้าของกระเป๋าแอร์เมส มาแรงแซงจากอันดับ 5 ในปีที่แล้ว มาอยู่ที่อันดับ 2 ในปีนี้ และอันดับ 3 คือ บริษัท อิเกีย

เมื่อ 5 กรกฎาคม 2560 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า เจ้าของบริษัท Zara ของสเปน บริษัทฝรั่งเศส LVMH และบริษัท Ikea ของสวีเดน ครองตำแหน่ง 1, 2 และ 3 จากการจัดลำดับอภิมหาเศรษฐียุโรปปี 2017 โดยนิตยสารธุรกิจสวิส Bilan 2017 ซึ่งได้จัดอันดับเศรษฐีที่ติด Top 100  ซึ่งจะต้องมีทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 7,100 ล้านฟรังก์สวิส มากกว่าปี 2016 ที่ตั้งไว้ 6,200 ล้านฟรังก์สวิส โดยจากการสำรวจยังพบว่า ปี 2017 ถือเป็น “ปีทอง” สำหรับอภิมหาเศรษฐียุโรป เพราะความมั่งคั่งของพวกเขาได้เพิ่มขึ้นถึง 19% เมื่อเทียบกับปี 2016 ทดแทนการจัดอันดับปีก่อนหน้าที่ลดลง 5.5%

สำหรับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของยุโรปในปี 2017 ปรากฏว่า ยังคงเป็นอภิมหาเศรษฐียุโรปคนเดิมที่ครองมาตลอดเวลา 5 ปี คือ นายอามันซิโอ ออร์เตกา วัย 81 ปี เจ้าของบริษัทเสื้อผ้าแบรนด์ดัง Zara มูลค่าทรัพย์สิน 80,000 ฟรังก์สวิส (2.9 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 11,500 ล้านฟรังก์สวิส มีสาขาทั่วโลก 7,200 แห่ง ส่วนนายแบร์นาร์ด อาร์โนลต์ สร้างความประหลาดใจกับการขึ้นสู่อันดับที่ 2 ในปี 2017 หลังจากครองตำแหน่งที่ 5 ในปี 2016 ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 68,000 ล้านฟรังก์สวิส ทรัพย์สินของเขามาจากการเป็นเจ้าของกลุ่มสินค้าแบรนด์หรู LVMH ที่เพิ่มขึ้นถึง 70% ในหนึ่งปี จากจำนวน 51,000 ล้านฟรังก์สวิส เนื่องจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของหุ้นของผลิตภัณฑ์หลักของ LVMH และ Hermès

อันดับที่สามคือ ครอบครัว Kamprad (ห้าง Ikea) มีทรัพย์สินมูลค่า 43,300 ฟรังก์สวิส เพิ่มขึ้น 11.5% ประธานกรุ๊ปอิเกีย นายอิงกวาร์ แคมปราด วัย 91 ปี เคยมีถิ่นฐานอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์มายาวนาน และได้ย้ายกลับไปอยู่ในสวีเดนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันบุตรชายทั้งสามคนเป็นผู้บริหารจัดการและถือหนังสือเดินทางสวิสทั้ง 3 คน ส่วน นางลิเลียน เบตตองกูร์ วัย 94 ปี บุตรสาวของผู้ก่อตั้งของกลุ่ม L’Oréal ที่หลุดไปอยู่อันดับที่ 4 มีทรัพย์สินมูลค่า 40,000 ล้านฟรังก์สวิส เพิ่มขึ้น 12%

อย่างไรก็ตาม เยอรมนีเป็นประเทศที่มีอภิมหาเศรษฐียุโรปมากที่สุด 27 คน ตามด้วยรัสเซีย 16 คน ฝรั่งเศส 14 คน อิตาลี 10 คน และสวิตเซอร์แลนด์ 7 คน หนึ่งในสี่ของอภิมหาเศรษฐียุโรป Top 100 มีถิ่นที่อยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นครั้งแรกที่นายเจมส์ ไดสัน เจ้าของเครื่องดูดฝุ่นไร้ถุง อยู่ในลำดับที่ 82 มีทรัพย์สินมูลค่า 8 พันล้านฟรังก์สวิส.

 

มังกรว่าไง!? เวียดนามเริ่มขุดเจาะน้ำมันในทะเลจีนใต้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2560 14:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995360

เรือหน่วยยามฝั่งของจีนและเวียดนามเคยเผชิญหน้ากันในทะเลจีนใต้เมื่อปี 2014

สื่อต่างประเทศเผย เวียดนามเริ่มขุดน้ำมันในทะเลจีนใต้แล้ว ขณะที่คู่กรณีแย่งชิงพื้นที่พิพาทอย่างจีน ยังไม่เคลื่อนไหวตอบโต้ให้เห็นอย่างชัดเจน…

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ประเทศเวียดนามเริ่มดำเนินการขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่แห่งหนึ่งในทะเลจีนใต้ ซึ่งอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติแล้ว แม้ว่าประเทศจีนจะอ้างสิทธิ์อธิปไตยเหนือพื้นที่เกือบทั้งหมดในทะเลแห่งนี้ก็ตาม แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่า รัฐบาลของแดนมังกรจะออกมาประท้วงแต่อย่างใด

บริษัทที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมน้ำมันรายหนึ่ง บอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า เรือขุดเจาะน้ำมัน ‘ดีปซี เมโทร 1’ ซึ่งทำสัญญากับบริษัทระหว่างประเทศ ‘ทาลิสแมน-เวียดนาม’ เริ่มทำการขุดเจาะอยู่ในทะเลจีนใต้ ห่างจากชายฝั่งของประเทศเวียดนาม ประมาณ 400 กม. มาตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย.แล้ว

อนึ่ง เวียดนามเรียกพื้นที่ดังกล่าวว่า ‘บล็อค 136-03’ ขณะที่จีนเรียกว่า ‘วัน-อัน เป่ย 21’ ซึ่งแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมน้ำมันคนอื่นๆ บอกกับบีบีซีว่า ทาลิสแมน-เวียดนาม ไม่อนุญาตให้มีการขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าวมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้จีนไม่พอใจ

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการขุดเจาะครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นการลับ เพราะเป็นประเด็นอ่อนไหวอย่างมาก โดยรัฐบาลจีนยังไม่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เชื่อว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ พลเอกฟ่าน ชางหลง รองประธานคณะกรรมาธิการกองทัพจีน ยกเลิกการเดินทางเยือนเวียดนามเมื่อเดือนก่อน และเดินทางไปเยือนกรุงมาดริด ของสเปนแทน

โดยกรุงมาดริดเป็นที่ตั้งสำนักงานกลุ่มบริษัท ‘เรปโซล’ เจ้าของบริษัท ทาลิสแมน-เวียดนาม ซึ่งทางเรปโซลไม่ตอบสนองใดๆ ต่อคำถามจากสำนักข่าวบีบีซี ที่ต้องการรู้ว่าเจ้าหน้าที่ได้ยื่นประท้วงใดๆ ต่อบริษัทหรือไม่

 

สุดรันทด! 2สุนัขราคาแพง ถูกทิ้งอดอาหารเหลือหนังหุ้มกระดูกคาบ้านนาน2สัปดาห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2560 13:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995260

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวที่ทำเอาบรรดาคนรักเจ้าตูบ หัวใจแทบแหลกสลาย เมื่อ 2 พี่น้อง สุนัขสายพันธุ์ ด๊อก เดอ บอร์โด (Dogue de Bordeaux) ซึ่งเป็นหนึ่งสายพันธุ์ที่มีราคาแพงที่สุดพันธุ์หนึ่งของโลก ที่มีชื่อว่า Turner และ Hooch ถูกเจ้าของนำไปทิ้งไว้ที่สวนด้านหลังบ้าน ที่เต็มไปด้วยขยะ แถมไร้สิ่งที่คอยช่วยกำบังความหนาว มานานมากกว่า 2 สัปดาห์ จนกระทั่ง อดอาหารและน้ำ ร่างกายซูบผอม แทบจะเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก เกือบจะตายอยู่รอมร่อ

โดย เจ้าหน้าที่องค์กรพิทักษ์สัตว์อังกฤษ หรือ RSPCA ออกมาระบุว่า หากไปตรวจพบ ช้ากว่านี้ เจ้าตูบผอมกะหร่อง ทั้ง 2 ตัว นี้ ตายแน่นอน เนื่องจากปกติ หากขาดอาหารเกิน 2 สัปดาห์ สุนัขส่วนใหญ่มักจะไม่รอด

อย่างไรก็ดี หลังถูกนำตัวไปฟูมฟัก ที่ศูนย์ของ RSPCA ในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ นานกว่า 8 สัปดาห์ พี่น้อง 2 ตูบ ก็กลับมามีชีวิตใหม่ จากร่างที่ผอมกะหร่อง กลับมามีน้ำมีนวล มีน้ำหนักตัวถึง 55 กิโลกรัม ในปัจจุบัน ขณะที่ความพยายามในการติดตามหาเจ้าของใจร้าย ที่ทิ้ง 2 สุนัข เอาไว้จนเกือบตายเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดี นั้น ล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังคงไม่สามารถติดต่อได้แต่อย่างใด

ขอบคุณข่าว-ภาพ Dailymail

 

Stunned ทั้งลำ! หนุ่มรัสเซียเมา ต่อยที่นั่งเลือดเปรอะทั้งร่าง (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2560 12:09

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995178

สำนักข่าวต่างประเทศ เผยแพร่คลิปสุดช็อก ที่เกิดขึ้นบนเครื่องบินโดยสาร (อีกแล้ว) โดยคราวนี้ เป็นคลิปบันทึกเหตุการณ์ ขณะที่หนุ่มหล่อชาวรัสเซียคนหนึ่ง ที่กำลังอยู่ในอาการเมา หน้าตา เสื้อผ้าและกางเกง เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด กำลังกรีดร้องเสียงดัง พร้อมๆ กับใช้กำปั้นชก เข้าที่นั่งที่อยู่ด้านหน้าของตัวเอง ซึ่งมีเด็กน้อยกำลังนั่งอยู่ ท่ามกลางความตกตะลึงและหวาดกลัวของผู้โดยสาร บนสายการบินของประเทศตุรกี เที่ยวบิน มอสโก – อันตาเลีย

จากนั้น ภาพก็ตัดมา เป็นร่างของหนุ่มผู้เมามายไร้สติผู้นี้ ถูกผู้โดยสารช่วยกันเคลื่อนย้ายไปนั่งไว้ที่เบาะด้านหลังเครื่อง พร้อมๆ กับมัดมือไพล่หลัง และคาดเข็มขัดนิรภัยตรึงเอาไว้กับที่นั่ง

ทั้งนี้ ตามรายงานข่าวในประเทศรัสเซีย ระบุว่า ลูกเรือของเครื่องบินลำดังกล่าว พยายามที่จะหยุดชายผู้มึนเมาจนไร้สติผู้นี้แล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ดี เมื่อเครื่องบินลงจอด หนุ่มรัสเซียขี้เมาผู้นี้ ได้ถูกนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดในเลือดทันที

ขอบคุณข่าว-ภาพ Dailymail

 

ญี่ปุ่นอ่วม ไต้ฝุ่นนันมาดอล แผลงฤทธิ์ วอน 2หมื่นอพยพ หวั่นดินถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2560 12:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995138

ไต้ฝุ่นนันมาดอล ถล่มจังหวัดนางาซากิของญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงจัด ทำบ้านเรือนในนางาซากิและจ.คุมาโมโตะ เผชิญไฟฟ้าดับเกือบ 7 หมื่นหลัง วอนประชาชนเกือบ 2หมื่นคนอพยพ หลังเกิดดินถล่มหลายพท.

เมื่อ 5 ก.ค.60 สำนักข่าวต่างประเทศและสื่อในญี่ปุ่น รายงาน พายุไต้ฝุ่นกำลังแรง ‘นันมาดอล’ เคลื่อนตัวพัดผ่านชายฝั่งด้านตะวันออกของเกาะฮอนชู ในประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก และลมกระโชกแรงมาก หลังจากได้ขึ้นฝั่งที่จังหวัดนางาซากิ บนเกาะคิวชู ตั้งแต่เย็นวันอังคารที่ 4 ก.ค.

เจแปนไทม์ส แจ้งว่า ไต้ฝุ่นนันมาดอล นับเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 3 ที่เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่จังหวัดนางาซากิ ในฤดูกาลนี้ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในจังหวัดนางาซากิและคุมาโมโตะ เกือบ 70,000 หลัง ไฟฟ้าดับ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังแนะนำให้ประชาชนในจังหวัดนีงะตะราว 19,000 คนอพยพออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย หลังจากเกิดเหตุดินถล่มในหลายพื้นที่ ขณะที่ พายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก ยังทำให้รถไฟความเร็วสูง ชินกันเซ็น ต้องหยุดวิ่งให้บริการในพื้นที่บางแห่งของเกาะคิวชู

ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น คาดว่า ไต้ฝุ่นนันมาดอล จะลดกำลังลงกลายเป็นพายุโซนร้อน ในเช้าวันพุธที่ 5 ก.ค.นี้ หลังถล่มพื้นที่ชายฝั่งด้านตะวันออกของเกาะคิวชู และเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกผ่านเกาะฮอนชู ด้วยความเร็วลมประมาณ 70 กม./ชม. โดยสำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น คาดว่า พายุ นันมาดอล จะเคลื่อนตัวห่างจากญี่ปุ่น หลังผ่านคาบสมุทรโบโซ ในจังหวัดชิบะ บนเกาะฮอนชู ตอนเที่ยงคืนของวันพุธ

 

ตะลึง! หนุ่มมะกันสวาปามฮอตดอก 72 ชิ้นใน 10 นาที ซิวแชมป์สมัย 10 (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2560 11:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995123

โจอี้ เชสต์นัต นักกินชื่อดังชาวอเมริกัน คว้าแชมป์การแข่งขันกินฮอตดอกประจำปีในนครนิวยอร์กได้เป็นสมัยที่ 10 เมื่อวันอังคาร โดยกินไปถึง 72 ชิ้น ทำลายสถิติเก่าเมื่อปีก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โจอี้ เชสต์นัต นักกินชาวอเมริกันวัย 33 ปี ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ชนะ ‘การแข่งขันกินฮอตดอกของนาธาน’ (Nathan’s Hot Dog Eating Contest) ซึ่งจัดขึ้นทุกวันที่ 4 ก.ค. ของทุกปีในนครนิวยอร์ก ทำให้เขาได้ครอบครองเข็มขัดแชมป์สีมัสตาร์ดเป็นสมัยที่ 10 แล้ว

ในการแข่งขันครั้งนี้ เชสต์นัต จากเมืองซาน โฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถทำลายสถิติของตัวเองลงได้อีกครั้ง โดยสามารถสวาปามฮอตดอกไปได้ถึง 72 ชิ้น ภายในเวลา 10 นาที ทำลายสถิติเมื่อปี 2016 ที่เขาทำไว้ 70 ชิ้น ลงได้

อนึ่ง เชสต์นัต เดินทางสายนักกินมานานหลายปีแล้ว และเป็นแชมป์การแข่งขันกินฮอตดอกของนาธานมาตลอดตั้งแต่ปี 2007 กระทั่งเขาเสียแชมป์ให้แก่ แมต สโตนี ไปในปี 2015 ที่จำนวน 62 ต่อ 60 ชิ้น โดยเมื่อช่วงต้นปีเขาเพิ่งเลิกรากับแฟนสาวที่ตกลงว่าจะแต่งงานกัน อย่างไรก็ตาม เขามาทวงตำแหน่งคืนได้ในปี 2016

หลังได้รับชัยชนะ นักข่าวถามเชสต์นัตเกี่ยวกับเคล็ดลับการกินไวของเขา ซึ่งเขาตอบว่า “มันไม่มีเคล็ดลับอะไรหรอก ผมรักการกิน และรักที่จะกิน ผมรักชัยชนะ ดังนั้นผมจึงต้องเข้าใจร่างกายของตัวเอง และผลักดันมันไปจนถึงขีดจำกัด” นักกินวัย 33 ปี บอกด้วยว่า จริงๆ แล้วเขาหวังว่าจะกินฮอตดอกให้มากกว่านี้ แต่เท่านี้ก็รู้สึกดีแล้ว

ชมคลิปการแข่งขันกินฮอตดอกของนาธานที่นี่

 

จม.ติดธง ISIS ส่งถึงตร.อิเหนา ขู่โค่นรัฐบาล-เปลี่ยนจาการ์ตาเป็นมาราวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2560 11:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/995055

(ภาพ Indonesian police)

ตำรวจอินโดนีเซียได้รับจดหมายขู่พร้อมธงรัฐอิสลาม มีข้อความระบุว่า จะโค่นล้มรัฐบาลอินโดนีเซีย และจะทำให้กรุงจาการ์ตา มีสภาพเหมือนเมืองมาราวีในฟิลิปปินส์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 4 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำเขต เคบาโยรัม ลามา ทางตอนใต้ของประเทศอินโดนีเซีย ได้รับจดหมายไม่ทราบที่มา ซึ่งมีเนื้อหาข่มขู่ว่าจะมีการโจมตีตำรวจ, ทหาร และหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาล โดยท้ายจดหมายมีภาพวาดเป็นรูปธงของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ด้วย

จดหมายดังกล่าวถูกพบอยู่ในขวดน้ำแร่ที่แขวนอยู่หน้าสำนักงานตำรวจเขตเคบาโยรัน ลามา โดยมีธงของกลุ่มไอซิสแขวนอยู่ด้วยกัน เนื้อความในจดหมายเริ่มต้นด้วยการขู่จะโค่นล้มรัฐบาลอินโดนีเซียและแทนที่ด้วยรัฐอิสลาม และจะเปลี่ยนกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงอินโดนีเซีย ให้มีสภาพเหมือนกับเมืองมาราวี บนเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ ซึ่งขณะนี้ถูกกลุ่มติดอาวุธแนวร่วมไอซิสยึดครอง ทหารรัฐบาลฟิลิปปินส์ใช้เวลากว่า 40 วันแล้วก็ยังไม่สามารถยึดเมืองแห่งนี้คืนมาได้

หลังได้รับจดหมาย ตำรวจอินโดนีเซียก็เริ่มการสืบสวนและจัดตั้งทีมเพื่อตามล่าตัวคนร้ายที่นำจดหมายมาแขวนไว้ โดยพวกเขากำลังตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิด และสอบถามผู้คนในละแวกนั้น ขณะที่โฆษกตำรวจกรุงจาการ์ตาระบุว่า ตำรวจตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายแล้ว พวกเขาต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากกว่านี้

คำพูดของโฆษกตำรวจจาการ์ตาเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตำรวจ 2 นายถูกคนร้ายใช้มีดแทงได้รับบาดเจ็บใกล้สำนักงานตำรวจเขตเคบาโยรัน ลามา และไม่ถึงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ คนร้าย 2 คนลอบเข้าไปในสถานีตำรวจเมืองเมดาน จังหวัดสุมาตราเหนือ ก่อนใช้อาวุธมีดแทงตำรวจนายหนึ่งจนเสียชีวิต