สัมผัสพระเมรุมาศ…แม้ดวงตามองไม่เห็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300948

สัมผัสพระเมรุมาศ…แม้ดวงตามองไม่เห็น

พระเมรุมาศในหลวงรัชกาลที่ 9, นำชม, อักษรเบรลล์, คนตาบอด, นิทรรศการสัมผัส, พระเมรุมาศ

นิทรรศการเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯงดงาม วิจิตรตระการตายิ่งนัก “นิทรรศการนำสัมผัสพระเมรุมาศ” หรือ นิทรรศการสัมผัสเพื่อผู้พิการทางสายตา

     2 พ.ย.2560 วันแรกของการเข้าชม“นิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ” ของปวงชนชาวไทย ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง โดยช่วงเช้าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานเปิดนิทรรศการดังกล่าว ซึ่งมีประชาชนรอรับเสด็จฯ และรอเข้าชมนิทรรศการจำนวนมาก

สัมผัสพระเมรุมาศ...แม้ดวงตามองไม่เห็น

นิทรรศการเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯงดงาม วิจิตรตระการตายิ่งนัก “นิทรรศการบริเวณทับเกษตร นำสัมผัสพระเมรุมาศ” หรือ นิทรรศการสัมผัสเพื่อผู้พิการทางสายตา เป็นอีกหนึ่งนิทรรศการที่ได้รับความสนใจจำนวนมากทั้งจากผู้พิการ นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป

 สิริวัชน์ อุ่นเมือง เจ้าหน้าที่ประจำนิทรรศการสัมผัสพระเมรุมาศ เล่าว่า นิทรรศการดังกล่าวจะอยู่บริเวณภายในทับเกษตร ติดรั้วราชวัติทางด้านทิศเหนือ ซึ่งจะเป็นนิทรรศการเพื่อพิการทางสายตาโดยเฉพาะ ภายในจะมีการจำลองแผงผังสถาปัตยกรรมจำลองอาคารต่างๆ ในบริเวณมณฑลพิธีทั้งหมด ว่าอาคารใดอยู่บริเวณไหน และพระเมรุมาศอยู่จุดไหน เพื่อให้ผู้พิการได้สัมผัสและเข้าใจมากขึ้น

สัมผัสพระเมรุมาศ...แม้ดวงตามองไม่เห็น

จุดต่อมาจะจำลองพระเมรุมาศในส่วนบุษบกประธาน ชั้นเชิงกลอน 7 ชั้น และนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดับบนยอดพระเมรุมาศ ซ่าง และหอเปลื้องซึ่งอยู่ถัดลงมาในแต่ละชั้น เพื่อเป็นให้ผู้พิการได้สัมผัสและนึกภาพพระเมรุมาศออกว่าเป็นเช่นไร เพราะการฟังเพียงอย่างเดียวอาจทำให้จินตนาการในรูปแบบอื่นๆ

ต่อมาจะเป็นการจำลองศิลปะการซ้อนไม้ประดับตกแต่งอาคาร พลาสติกใสฉลุลายสำหรับเป็นแม่แบบในการตบสีทอง ผ้าทองย่นที่ฉลุลายแล้ว และผ้าทองย่นที่สาบสีสอดแววแล้ว

สัมผัสพระเมรุมาศ...แม้ดวงตามองไม่เห็น สัมผัสพระเมรุมาศ...แม้ดวงตามองไม่เห็น

ประติมากรรม “ครุฑยืน” และ “เทวดานั่ง”

จุดต่อไปก็จะเป็น ประติมากรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ครุฑสยายปีกถือดอกบัว เทวดานั่ง และประติมากรรมสัตว์หิมพานต์ ที่จัดแสดงในสระอโนดาต อาทิ สิงหคาวี พฤกษวารี มัจฉานุ ตัวอย่างราวบันไดนาค เป็นต้น ซึ่งทุกแบบจำลอง ประติมากรรมต่างๆ จะมีอักษรเบลล์ และเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการทางสายตาต่างๆ รวมถึงบริเวณพื้นจะมีทางเดินคอยบอกให้ผู้พิการหยุดเพื่อสัมผัสศิลปะจำลอง และปลอดภัยในการเดินไม่ให้ชนตามขอบเหลี่ยมโต๊ะต่างๆ เพื่อให้ผู้พิการได้รับความสะดวกสบาย และปลอดภัยมากที่สุด

สัมผัสพระเมรุมาศ...แม้ดวงตามองไม่เห็น

เรียนรู้เรื่องราวผ่านอักษรเบลล์

“ผู้พิการทางสายตาสามารถเข้าใจเรื่องราวผ่านอักษรเบลล์ และการสัมผัสของจริง ซึ่งเท่าที่ได้พูดคุยกับผู้พิการทางสายตาที่มาร่วมนิทรรศการนำสัมผัสพระเมรุมาศ ต่างรู้สึกดีใจและพึงพาใจที่มีนิทรรศการสำหรับพวกเขาให้ได้เรียนรู้ผ่านการสัมผัส อ่านอักษรเบลล์ เพราะที่ผ่านมาพวกเขาได้รับฟังเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชพิธีมากมาย ได้แต่จินตนาการว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เมื่อมาสัมผัสจริงๆ ทำให้มีความสุข และเข้าใจและรู้จริง จินตนาการได้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น เขาอยากให้มีนิทรรศการแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ถึงจะไม่ได้เห็นความสวยงามแบบตาปกติ แต่การได้สัมผัส ได้อ่านอักษรเบลล์ ทำให้จินตนาการของพวกเขาเด่นชัดมากยิ่งขึ้น” สิริวัชน์ กล่าว

สัมผัสพระเมรุมาศ...แม้ดวงตามองไม่เห็น

การมาเยี่ยมชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ได้อำนวยความสะดวกให้แก่คนทุกได้เข้าชม นายสิริวัชน์ กล่าวต่อไปว่าทุกจุดจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ช่วยอำนวยความสะดวก และให้ความรู้แก่ทุกคน โดยมีอาสาสมัครนำชมและจัดทำซีดีเสียงบรรยายนิทรรศการสำหรับผู้พิการทางสายตา

ส่วนผู้พิการทางการได้ยิน มีจิตอาสานำชมด้วยภาษามือ อยากให้ผู้พิการทางสายตามาร่วมกิจกรรมมากที่สุด เพราะจะได้เข้าใจเรื่องราวต่างๆ มากยิ่งขึ้น และไม่ต้องกังวลว่าเข้ามาแล้วจะลำบาก หรือไม่สะดวก ทุกๆจุดจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล หากมีปัญหาหรือต้องการสอบถามอะไรก็สามารถบอกเจ้าหน้าที่ได้ทันที

“อยากฝากทุกคนที่มาชมนิทรรศการครั้งนี้ ขอให้สุภาพ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย หรือถ่ายรูป รวมถึงไม่ควรจะอยู่จุดไหนเป็นเวลานานๆ เพราะอาจจะทำให้ไม่ทันชมนิทรรศการในส่วนอื่นๆ ที่มีความสวยงาม และมีเรื่องราวความรู้มากมาย” เจ้าหน้าที่ประจำนิทรรศการสัมผัสพระเมรุมาศ อธิบาย

สัมผัสพระเมรุมาศ...แม้ดวงตามองไม่เห็น

ผู้พิการทางสายตา กำลังค่อยๆสัมผัสประติมากรรมสัตว์หิมพานต์ ภายในนิรรศการสัมผัส

ชาญชิต ใยเมือง ผู้พิการทางสายตา ที่ได้มาเยี่ยมชมนิทรรศการนำสัมผัสพระเมรุมาศ เล่าด้วยน้ำเสียงตื้นตันใจว่าในหลวงร. 9 มีพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้พิการอย่างมาก พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งผู้พิการ ซึ่งที่ผ่านมา ได้เข้ามาร่วมส่งเสด็จพระองค์ท่าน แต่ก็เข้ามาได้เพียงระดับหนึ่ง การจัดนิทรรศการและเปิดให้ประชาชนได้เข้าร่วมถือเป็นสิ่งที่ดีมาก โดยเฉพาะประชาชนที่ขาดโอกาส ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาชม รู้สึกดีใจและประทับใจมากๆ เพราะที่ผ่านมาได้เพียงรับฟังเรื่องราวและจินตนาการว่าเป็นเช่นไร แต่เมื่อได้มีสัมผัสของจริง ได้มาอ่านอักษรเบลล์ ทำให้จินตนาการของเราชัดเจนมากยิ่งขึ้น แถมมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกไปตามจุดต่างๆ ทำให้การเดินชมของเรามีความสุขและเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ได้ดีมากขึ้น

สัมผัสพระเมรุมาศ...แม้ดวงตามองไม่เห็น

ชาญชิต ใยเมือง

“นิทรรศการนำสัมผัสพระเมรุมาศ เป็นนิทรรศการที่ดีมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้พิการ เพราะทำให้พวกเรารู้สึกได้เป็นส่วนหนึ่ง และมีจินตนาการฉายภาพจริงชัดเจนขึ้น ดังนั้น หากผู้พิการท่านใดอยากมาชมนิทรรศการครั้งนี้ ไม่ต้องกังวลสามารถมาเยี่ยมชมได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ จิตอาสาคอยให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก ทุกคนจะได้รับประสบการณ์ดีๆ ได้ความรู้ สัมผัสพระเมรุมาศจำลอง ประติมากรรมจำลองจากของจริงๆ” ชาญชิต กล่าว

เช่นเดียวกับ น้องๆ 6 สาว จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา สาขาวิจิตรศิลป์ ภัทรธร ใจยิ้ม, ณัฎฐา มณีดาว,ธารนริน ถาพร, พิมพ์ลภัส จันทร์คง, .ธันยชนก เกิดมณึ และกรรณิการ์ ชัชวาลย์ชัยทรัพย์ ร่วมกันเล่าว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาบริเวณมณฑลพิธี เพราะก่อนหน้านี้จะเข้ามาหลายครั้งแต่คนเยอะมาก เลยไม่มีโอกาส เมื่อได้มาเข้าชมรู้สึกดีใจมาก ยิ่งได้เห็นประติมากรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ปูนปั้น ศิลปะซ้อนไม้ และพระเมรุมาศจำลอง ในนิทรรศการนำสัมผัสพระเมรุมาศ และนิทรรศการในอาคารอื่นๆ ยิ่งทำให้รู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นไทย และศิลปะที่สวยงามของไทย พวกเราเรียนวิจิตรศิลป์ ได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ถ่ายทอดทำให้มีความรู้ และหวงแหนศิลปะวัฒนธรรม ความเป็นไทยมากขึ้น

สัมผัสพระเมรุมาศ...แม้ดวงตามองไม่เห็น

“วันนี้แม้จะมากับทางโรงเรียน แต่หลังจากนี้คาดว่าจะมาอีก เพราะเดินชมกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ และทุกจุดก็มีพี่ๆ เจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ เดินชมได้อย่างสะดวกสบาย อยากให้ทุกคนมาเยี่ยมชมนิทรรศการ และอยากให้เคารพกฎกติกา ถ้าจุดไหนเจ้าหน้าที่ไม่ให้ถ่ายรูปเซลฟี่ก็ไม่ควรทำ ควรแต่งกายให้สุภาพ และคำนึงถึงความเหมาะสมกาลเทศะด้วย” 6 สาว ฝากทิ้งท้าย

0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0

qualitylife4444@gmail.com 

ชวนคนไทยลอยกระทง ปลอดภัยใส่ใจสายน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/301012

ชวนคนไทยลอยกระทง ปลอดภัยใส่ใจสายน้ำ

 

วธ.จัดกิจกรรม”ลอยกระทงปลอดภัย สืบสานวัฒนธรรมไทย ใส่ใจสายน้ำและสิ่งแวดล้อม” กำชับ 5มาตราการ มุ่งเน้นถึงความงดงามของวัฒนธรรม เด็กรุ่นใหม่ฝากเลือกกระทงไร้มลพิษ

            ณ วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร เขตดุสิต ​กรุงเทพมหานคร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดกิจกรรม“ลอยกระทงปลอดภัย สืบสานวัฒนธรรมไทย ใส่ใจสายน้ำและสิ่งแวดล้อม” วันที่3 พ.ย.2560  ตั้งแต่เวลา 13.00 น.ถึง 24.00 น.โดยมีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานเปิดงานและกล่าวตอนหนึ่งว่า ลอยกระทงเป็นประเพณีที่สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยซึ่งมีความผูกพันกับสายน้ำ เป็นประเพณีแห่งความอบอุ่น สามัคคีและรื่นเริง

ชวนคนไทยลอยกระทง ปลอดภัยใส่ใจสายน้ำ

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ (เสื้อสีเขียว)

โดยในปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เป็นเจ้าภาพบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันกำหนดมาตรการเนื่องในประเพณีลอยกระทง ปี2560 มุ่งเน้นการสืบสานวัฒนธรรม รักษาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชนในทุกด้าน ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้รับทราบมาตรการตามที่วธ.เสนอประกอบด้วย 1.มาตรการการจัดงานประเพณีลอยกระทง โดยยังคงรักษาประเพณีที่ดีงามเพื่อสืบสานวัฒนธรรม

ชวนคนไทยลอยกระทง ปลอดภัยใส่ใจสายน้ำ

2.มาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อป้องกันจากภัยอาชญากรรมและอันตรายจากการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง การปล่อยโคมลอย และโคมควัน 3.มาตรการลอยกระทงไร้มลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลพจำนวนขยะหลังวันลอยกระทง 4.มาตรการกวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และ5.มาตรการห้ามไม่ให้มีการจำหน่ายและดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณสถานที่จัดงาน เพื่อป้องกันเหตุร้ายต่างๆ

ชวนคนไทยลอยกระทง ปลอดภัยใส่ใจสายน้ำ

น.ส.ดุลยลักษณ์ สุทธิงาม และน.ส.ตวิษา คุ้มเฟื่อง

ขณะที่ 2 สาวจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา(มร.สส.) ที่ได้มาร่วมลอยกระทง น.ส.ดุลยลักษณ์ สุทธิงาม และน.ส.ตวิษา คุ้มเฟื่อง นศ.ชั้นปีที่2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เล่าว่า ทุกปีพวกเธอจะมาร่วมงานลอยกระทง เพราะถือเป็นการขอขมาพระแม่คงคา อีกทั้งเป็นการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของไทยให้ได้คงอยู่ต่อไป ซึ่งงานลอยกระทงที่วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร ปีนี้มีความพิเศษอย่างมาก ทั้งการละเล่นพื้นบ้าน สาธิตการทำกระทง การทำขนมไทย มีการจัดงานวัด ที่อาจไม่ค่อยได้เห็นมากนัก ขณะเดียวกันได้ชมการแสดง 4 ภาค และกิจกรรมมากมาย ให้ได้รับทั้งความบันเทิง และความรู้เกี่ยวกับประเพณีลอยกระทง

ชวนคนไทยลอยกระทง ปลอดภัยใส่ใจสายน้ำ

“ลอยกระทงเป็นประเพณีที่ดีงามที่ทำให้เราได้ขอขมาพระแม่คงคา สายน้ำ ดังนั้น การเลือกกระทงอยากให้ทุกคนช่วยเลือกกระทงที่ไม่เป็นมลพิษ ควรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่าง กระทงขนมปัง กระทงจากวัสดุธรรมชาติ เป็นต้น รวมถึงใครที่มาลอยกระทงกับกลุ่มเพื่อนๆ เมื่อลอยเสร็จก็ควรกลับบ้าน และคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วย”2สาวช่วยกันกล่าว

ชวนคนไทยลอยกระทง ปลอดภัยใส่ใจสายน้ำ

ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย   การประกวดกระทง  การสาธิตการทำอาหารและขนมไทย สาธิตการทำกระทง การสาธิตการละเล่นพื้นบ้านเด็กไทย การแสดงศิลปวัฒนธรรมบนเวที อาทิ โนรา โดยศิษย์วัดราชาธิวาสวรวิหาร  ลิเก คณะเพชรจรินทร การแสดง 4 ภาค โดยคณะมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา  เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากศิลปินเพลงลูกทุ่ง จาก เอฟเอ็ม 95  ได้แก่ ยิ่งยง  ยอดบัวงาม ,เจนเนท เขียว,มาริสา ไมค์ทองคำ,กำตัน ลูกทุ่งมหานคร,โจโจ้ เอ็ม ธีระพล และ นอบ  เนติภูมิ

ชวนคนไทยลอยกระทง ปลอดภัยใส่ใจสายน้ำ

ชวนคนไทยลอยกระทง ปลอดภัยใส่ใจสายน้ำ

ชวนคนไทยลอยกระทง ปลอดภัยใส่ใจสายน้ำ

ชวนคนไทยลอยกระทง ปลอดภัยใส่ใจสายน้ำ

คุรุสภา-สกสค.จัดงานรำลึกถึง “ทวี บุณยเกตุ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300988

คุรุสภา-สกสค.จัดงานรำลึกถึง “ทวี บุณยเกตุ”

ทวี บุณยเกตุ

คุรุสภา-สกสค.จัดงาน“ร้อยดวงใจเชิดชูเกียรติผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา : นายทวี บุณยเกตุ” ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา ก่อตั้งคุรุสภาผลักดันวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง

      เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 60 ที่หอประชุมคุรุสภา  สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และมูลนิธิทวี บุณยเกตุ จัดงาน “ร้อยดวงใจเชิดชูเกียรติผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา : นายทวี บุณยเกตุ” เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติ ระลึกถึงคุณงามความดี และแสดงความกตัญญูกตเวทิตาในฐานะผู้มีคุณูปการต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติ โดย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี มีดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.พร้อมข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วม

ม.ล.ปนัดดา กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ว่า นายทวี บุณยเกตุ ถือเป็นนักการศึกษาที่ยิ่งใหญ่และมีวิสัยทัศน์ทางการศึกษา โดยมีบทบาทสำคัญเป็นผู้ก่อตั้ง “คุรุสภา” ตามพ.ร.บ.ครู พ.ศ.2488 ถือเป็นนวัตกรรมและเป็นรากฐานความคิดที่นำไปสู่การยอมรับในที่สุดว่า “วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง” ทัดเทียมกับวิชาชีพอื่นๆ โดยเฉพาะครูเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อการพัฒนาการศึกษาของชาติ

จวบจนกระทั่งมีพ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 มีการจัดตั้งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสำนักงาน สกสค.ภายใต้พ.ร.บ.สภาครูฯ ดังกล่าว ก็ได้สานต่อซึ่งปณิธาน ในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อดูแลพัฒนาครูให้มีความรู้ มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ และจรรยาบรรณวิชาชีพชั้นสูง รวมถึงเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ครู ให้ทำหน้าที่เป็นเบ้าหลอมที่สมบูรณ์ ผลิตเด็กและเยาวชนไทยให้เป็นคนดี คนเก่ง ในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม การจัดงานเพื่อรำลึกถึง นายทวี บุณยเกตุ ในฐานะผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาไทยนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันครั้งนี้ นับเป็นโอกาสที่ดี ที่จะทำให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชนได้ร่วมกันระลึกถึงคุณงามความดี และได้ร่วมแสดงความกตัญญูกตเวที

ประวัติโดยสังเขป

ทวี บุณยเกตุ เกิดวันที่ 10 พฤศจิกายน 2447 และถึงอนิจกรรมวันที่ 3 พฤศจิกายน 2514 สิริอายุได้ 67 ปี ผู้มีคุณูปการต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ของประเทศไทย เคยดำรงตำแหน่งและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คนที่ 12 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอื่นๆ อีกหลายกระทรวง ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในปี พ.ศ.2483 ท่านได้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาในการพัฒนาคนของประเทศ จึงกำหนดแนวทางพัฒนาการศึกษาขึ้น  ซึ่งเห็นว่าการพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพนั้นขึ้นอยู่กับครูเป็นสำคัญ เนื่องจากครูเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการศึกษาของชาติ ท่านจึงเริ่มพัฒนา “ครู” เป็นลำดับแรก โดยได้เสนอให้มีการตราพ.ร.บ.ครู พ.ศ.2488 ซึ่งมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2488 และประเทศไทยได้ถือเอาวันที่ 16 มกราคม ของทุกปีเป็นวันครู

ในพ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า  “คุรุสภา” ฯพณฯ ทวี บุณยเกตุ จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อตั้งคุรุสภาอันเป็นสภาแห่งวิชาชีพครู และเป็นมรดกตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้ เพื่อเป็นการสืบสานเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นของ ฯพณฯ ทวี บุณยเกตุ คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา จึงมีมติให้จัดตั้งมูลนิธิทวี บุณยเกตุ ขึ้น เพื่อรักษาผลประโยชน์ของครู ส่งเสริมความรู้ความสามัคคีของครู รวมทั้งส่งเสริมฐานะครูและครอบครัว

ปัจจุบันมูลนิธิดังกล่าว อยู่ภายใต้การดูแลและสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูแลบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาครู พ.ศ.2546 ในฐานะที่ ฯพณฯ นายทวี บุณยเกตุ เป็นบุคคลที่เคยทำคุณประโยชน์นานัปการให้แก่ประเทศชาติ จึงกำหนดให้วันที่ 3 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็นวันทวี  บุณยเกตุ

สภานนทรีสืบวิถีตลาดโบราณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300966

สภานนทรีสืบวิถีตลาดโบราณ

อาหารพื้นบ้าน, ขนมโบราณ, เผาเทียน เล่นไฟ สุโขทัย, สืบสานวิถีตลาดโบราณ

นักเรียนร.ร.คีรีมาศพิทยาคม เปิดร้านขายอาหารพื้นบ้านข้าวจี่ ไข่นกกะทา สืบสานวิถีตลาดโบราณ ให้นักท่องเที่ยวภายใน ประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย

       สภานนทรีสืบวิถีตลาดโบราณ สภานักเรียนโรงเรียนคีรีมาศพิทยาคม  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38  เปิดร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมือง อาทิ ข้าวจี่ ไข่นกกะทา ขนมแดกงา และไอติมโบราณเพื่ออนุรักษ์อาหารพื้นบ้านของจังหวัดสุโขทัย รวมถึงประดิษฐ์กระทงใบตอง จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว

สภานนทรีสืบวิถีตลาดโบราณ

ในงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย “ลอยประทีป หลอมรวมใจ ร่วมอาลัยพ่อแห่งชาติ ถวายอภิวาท มหาวชิราลงกรณ”  เพื่อเป็นการฝึกประสบการณ์จริง เรียนรู้นอกห้องเรียน และสืบสานประเพณีไทยให้คงอยู่ต่อไป ระหว่างวันที่ 1-5 พฤศจิกายน2560  ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

สภานนทรีสืบวิถีตลาดโบราณ

สภานนทรีสืบวิถีตลาดโบราณ

สภานนทรีสืบวิถีตลาดโบราณ

สภานนทรีสืบวิถีตลาดโบราณ

สภานนทรีสืบวิถีตลาดโบราณ

 

ร.ร.บ้านป่าคลอกสอนนักเรียนประดิษฐ์กระทง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300970

ร.ร.บ้านป่าคลอกสอนนักเรียนประดิษฐ์กระทง

จังหวัดภูเก็ต, รรบ้านป่าคลอก, ประดิษฐ์กระทง

โรงเรียนบ้านป่าคลอก จ.ภูเก็ต สอนนักเรียนประดิษฐ์กระทง โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ ที่ย่อยสลายได้ ที่มีอยู่ท้องถิ่นและชุมชน เช่น ใบตอง ขนมปัง นำไปขาย สร้างรายได้

      โรงเรียนบ้านป่าคลอก จังหวัดภูเก็ต จัดการเรียนการสอนให้นักเรียนได้ประดิษฐ์กระทง ตามวิธีและขั้นตอน โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ ที่ย่อยสลายได้ ที่มีอยู่ท้องถิ่นและชุมชน  เช่น ใบตอง ขนมปัง พืช ผัก ดอกไม้ นำมาประดิษฐ์ตกแต่งให้สวยงาม ทั้งนี้สามารถนำไปจำหน่ายและเป็นรายได้ของนักเรียน ในประเพณีวันลอยกระทง

ร.ร.บ้านป่าคลอกสอนนักเรียนประดิษฐ์กระทง

ร.ร.บ้านป่าคลอกสอนนักเรียนประดิษฐ์กระทง

 

ไร้ข้อสรุป “ก.การอุดมศึกษา”ประชุมอีกครั้ง 8 พ.ย.60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300957

ไร้ข้อสรุป “ก.การอุดมศึกษา”ประชุมอีกครั้ง 8 พ.ย.60

ปฏิรูปอุดมศึกษา, พรบ, กระทรวงการอุดมศึกษา, กการอุดมศึกษา

หมอจรัส ย้ำปฎิรูปอุดมศึกษา เร่งทบทวนร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา แจงต้องสมดุลการกำกับและความอิสระ มีความรับผิดชอบ คุณภาพ ความหลากหลายของมหาวิทยาลัย เตรียมประชุมอีกครั้ง 8 พ.ย.นี้

       เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2560 ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ว่า จากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ซึ่งที่ประชุมได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการอิสระฯ ให้กลับมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนั้น การหารือในครั้งนี้ได้ยกระดับจากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา เป็นการหารือเรื่องการปฏิรูปอุดมศึกษา ซึ่งทุกคนก็เห็นตรงกันว่า เราจำเป็นต้องมีการปฏิรูปอุดมศึกษา เพื่อทำให้อุดมศึกษามีความหมายมากยิ่งขึ้น เป็นการปรับครั้งใหญ่

โดยประเด็นที่ต้องปรับมีดังนี้ 1. ความหลากหลายของอุดมศึกษา  แต่ละกลุ่มมหาวิทยาลัยมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการและการดูแลที่แตกต่างกัน  เพราะจะบริหารเหมือนกันหมดคงไม่ได้ 2.ต้องรักษาความสมดุลในการกำกับดูแลกับความเป็นอิสระ ซึ่งเป้าหมายของอุดมศึกษาไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัยแบบเดิมแต่ต้องเป็นเครื่องมือประเทศที่พึ่งทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการสร้างนวัตกรรม 3.เมื่อประเทศไทย 4.0 อุดมศึกษาไทยก็ต้อง 4.0 โดยต้องทำหน้าที่สร้างคนที่มีปัญญา ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจสังคม

นอกจากเรื่องคน ความรู้ วิจัยแล้ว มหาวิทยาลัยต้องเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ต้องให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ อุดมศึกษา 4.0 ที่มีทั้งความอิสระ เสรีภาพทางความคิด และต้องมีการกำกับดูแลเพื่อไม่ให้เป็นปัฯหา มีความรับผิดชอบ ซึ่งอุดมศึกษาในปัจจุบันมีความรับผิดชอบไม่เต็มที่ อาทิ บัณฑิตจบแล้วไม่มีงานทำ หรือจบปริญญาเอกแล้วไม่สามารถหางานทำได้ต้องมาลงทะเบียนคนจน  ดังนั้น มหาวิทยาลัยต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นทั้งคุณภาพ การแข่งขัน การทำประโยชน์ ต้องมีคุณภาพผลสัมฤทธิ์เพียงพอ  มีความรับผิดชอบไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ เรื่องกำกับดูมหาวิทยาลัยต้องไม่ทำในส่วนที่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ

“การปฎิรูปอุดมศึกษา ถือเป็นประเด็นหลักที่ต้องเร่งดำเนินการให้เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงการปรับร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา หรือการตั้งไม่ตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ที่ประชุมครั้งนี้จึงได้ขอให้กลับไปดูประเด็นความรับผิดชอบ คุณภาพมาตรฐานว่าในการแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องมีในพ.ร.บ.หรือไม่ แต่เข้าใจว่าต้องมีการปรับแก้ ขณะที่การจัดตั้งก.การอุดมศึกษานั้น ต้องดูว่าจำเป็นต้องมีก.การอุดมศึกษาหรือปรับแก้พ.ร.บ.ใหม่ก็เพียงพอแล้วซึ่งโดยส่วนตัวมีแนวโน้มว่าจะจัดตั้ง อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ  จะมีการประชุมหารืออีกครั้ง ในวันที่ 8 พ.ย.นี้” ศ.นพ.จรัส กล่าว

สั่งรพ.14จ.ใต้เสี่ยงน้ำท่วมเตรียมพร้อมบริการประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300936

สั่งรพ.14จ.ใต้เสี่ยงน้ำท่วมเตรียมพร้อมบริการประชาชน

14 จังหวัดภาคใต้, สธ, เฝ้าระวัง, น้ำท่วม

รมว.สธ.กำชับสถานบริการใน 14 จังหวัดภาคใต้เสี่ยงน้ำท่วมจากฝนตกหนัก พร้อมให้บริการประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ

      เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 60 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ศ.คลินิค เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุวิทยาได้ประกาศเตือนจะมีฝนตกหนักใน 14 จังหวัดภาคใต้ อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนในช่วงสัปดาห์นี้ได้ กระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลทุกแห่ง เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เช่น โรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โรงพยาบาลหลังสวน จ.ชุมพร และโรงพยาบาลมหาราช โรงพยาบาลชะอวด จ.นครศรีธรรมราชในวันนี้ได้รับรายงานว่า ยังไม่มีน้ำท่วมสถานบริการ และทุกแห่งมีการเตรียมความพร้อมป้องกันน้ำท่วมสถานบริการ และแผนการจัดบริการประชาชนกรณีไม่สามารถเปิดบริการได้ และแผนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย โดยจ.นครศรีธรรมราช ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่สำนักงานจังหวัดแล้วทั้งนี้ ได้กำชับให้สำรวจผู้ป่วยที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ และไม่สามารถเดินทางมาสถานบริการได้ เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการ ให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

ศ.คลินิค เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมจนถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 ยังคงมีสถานการณ์อยู่ใน  15 จังหวัด คือ  พิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ขอนแก่น กาฬสินธุ์หนองบัวล้าภู มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สุโขทัย ปทุมธานี สุพรรณบุรี มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ได้รับผลกระทบและย้ายจุดให้บริการ 13 แห่ง อยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 5 แห่ง และสิงห์บุรี 8 แห่ง  ทีมแพทย์ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 119 ทีม ผู้รับบริการ รวม 8,906 ราย ออกเยี่ยมบ้าน 831 ราย ส่งต่อรักษาในโรงพยาบาล 14 ราย แจกยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย183,550 ชุด ยาทาน้ำกัดเท้า 43,400 หลอด ยาตำราหลวง 4,000 ชุด ยาทากันยุง 1,000 ชิ้นและยาสามัญประจำบ้าน 7,400 ชุด

โปรดเกล้าฯ ‘ศิวะ วสุนธราภิวัฒก์’ อธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300796

โปรดเกล้าฯ ‘ศิวะ วสุนธราภิวัฒก์’ อธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์

คุณภาพชีวิต, ข่าวการศึกษา, โปรดเกล้าฯ, ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศ, เผยแพร่, เว็บไซต์, มทรรัตนโกสินทร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, ศิวะ วสุนธราภิวัฒก์

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

 

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา http://www.ratchakitcha.soc.go.th เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

 

โปรดเกล้าฯ ‘ศิวะ วสุนธราภิวัฒก์’ อธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์

ศิวะ วสุนธราภิวัฒก์

 

ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายศิวะ วสุนธราภิวัฒก์ ให้ดํารงตําแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2556 ตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2556 นั้น เนื่องจาก นายศิวะ วสุนธราภิวัฒก์ ได้ดํารงตําแหน่งมาครบกําหนดตามวาระในวันที่ 24 ตุลาคม 2560 และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ครั้งที่ 7/2560 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายศิวะ วสุนธราภิวัฒก์ ดํารงตําแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ต่อไปอีกวาระหนึ่ง และสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไปแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดํารงตําแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2560

ประกาศ ณ วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ผู้รับสนองพระราชโองการ

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี

 

โปรดเกล้าฯ ‘ศิวะ วสุนธราภิวัฒก์’ อธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์

 

โพลชี้ปชช. 64% ตั้งใจชวนครอบครัวลอยกระทง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300925

โพลชี้ปชช. 64% ตั้งใจชวนครอบครัวลอยกระทง

ลอยกระทง, ผลสำรวจ, สวนดุสิตโพล

วธ. เผยผลโพล ปชช. ร้อยละ 64 ตั้งใจชวนครอบครัวไปลอยกระทง เพื่อบูชาพระแม่คงคา-อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยดั้งเดิม ชูไอเดียลอยกระทงปลอดภัย สืบสานวัฒนธรรม ใส่ใจสายน้ำ

          เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 60 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของเด็ก เยาวชนและประชาชนเกี่ยวกับ“ประเพณีลอยกระทง” ปี พ.ศ. 2560 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,252 คนทั่วประเทศ พบว่า ประชาชนร้อยละ 91.02 ทราบว่าประเพณีลอยกระทงตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี ซึ่งในปีนี้จะตรงกับวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560

ทั้งนี้ เมื่อสอบถามว่าตั้งใจจะชวนใครไปลอยกระทง พบว่า ร้อยละ 64.39 ชวนครอบครัว พ่อแม่/ปู่ย่า/ตายาย/ญาติพี่น้อง ไปลอยกระทง รองลงมาร้อยละ 44.60 ชวนเพื่อน/เพื่อนร่วมงาน และร้อยละ 30.15 ชวนคนรัก โดยประชาชนร้อยละ 84.40 จะใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ต้นกล้วย ใบตอง ดอกบัว เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

นายวีระ กล่าวอีกว่า เมื่อสอบถามกลุ่มตัวอย่างถึงวัตถุประสงค์ในการลอยกระทง ร้อยละ 88 บอกว่า เพื่อบูชาพระแม่คงคา เป็นการแสดงออกถึงการขอบคุณน้ำ และร้อยละ 78.16 คิดว่าประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่มีคุณค่าต่อครอบครัว ทำให้สมาชิกมีโอกาสทำกิจกรรมด้วยกัน รองลงมาร้อยละ 60.63 คุณค่าต่อชุมชน ทำให้เกิดความรัก ความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน ได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์และสนุกสนานร่วมกับ และร้อยละ 58.55 คุณค่าต่อสังคม ทำให้เกิดความเอื้ออาทรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของแม่น้ำลำคลองที่ได้ใช้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ในการสำรวจความเห็นได้สอบถามประชาชนถึงการมีส่วนช่วยในการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีลอยกระทงได้ โดยส่วนใหญ่เห็นว่า ควรเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสืบสานประเพณีลอยกระทงของไทย และต้องการให้ วธ. จัดงานประเพณีแบบดั้งเดิม ถูกต้อง เหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเข้าร่วมสืบสานประเพณีในท้องถิ่น  รณรงค์การลอยกระทงและการใช้วัสดุจากธรรมชาติ รวมทั้งปลูกจิตสำนึกให้เห็นถึงคุณค่าของประเพณีลอยกระทงอย่างถูกต้อง อีกทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างความสามัคคีและความเข้มแข็งในการส่งเสริมประเพณีไทย ทั้งนี้ วธ. จะจัดกิจกรรมและส่งเสริมให้คนไทยร่วมกิจกรรมประเพณีอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งจะนำข้อเสนอแนะมาพัฒนาการจัดกิจกรรมในปีต่อๆไปด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมาครม.เห็นชอบมาตรการและแนวทางการรณรงค์จัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2560 ตามที่ วธ.นำเสนอ ซึ่งมาตรการและแนวทางดังกล่าว วธ.บูรณาการกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายต่างๆ 14 หน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักนายกรัฐมนตรี กรุงเทพฯ และสภาวัฒนธรรมทั่วประเทศ รวมถึงภาคีเครือข่าย ภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงปลอดภัย สืบสานวัฒนธรรมไทยใส่ใจสายน้ำและสิ่งแวดล้อม” เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมต่างๆ ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้

นายวีระ กล่าวต่อว่า แนวทางและมาตรการรณรงค์ ที่ วธ.ได้นำเสนอต่อ ครม.เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ แนวทางจัดงานลอยกระทงในปีนี้ ได้แก่ 1.รณรงค์ “ลอยกระทงปลอดภัย” อย่างเคร่งครัด เช่น ห้ามปล่อยโคมลอยหรือยิงบั้งไฟ ในพื้นที่ที่อยู่ในเส้นทางการบิน งดเล่นดอกไม้เพลิง ประทัด รวมถึงการยิงปืนขึ้นฟ้า และขอความร่วมมือประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และช่วยสอดส่อง ดูแล หรือแจ้งเจ้าหน้าที่กรณีพบเห็นผู้ที่ปฏิบัติตนไม่เหมาะสมและขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการงดจำหน่ายประทัด ดอกไม้ไฟ พลุ โคมลอย และโคมควันต่างๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ รวมทั้งขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจราจรตรวจสอบยานพาหนะให้พร้อมบริการประชาชน

มาตรการที่ 2 รณรงค์ “สืบสานวัฒนธรรมไทย”ขอความร่วมมือสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามรักษาคุณค่าสาระของประเพณีลอยกระทง ที่มีต่อศาสนา สังคม ชุมชน และครอบครัวเช่น ครอบครัวได้ประดิษฐ์กระทงร่วมกัน คนในชุมชนจัดกิจกรรมร่วมกัน การละเล่น และการแสดงทางวัฒนธรรม เพื่อถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาและสืบทอดประเพณีสู่เด็กและเยาวชน รวมถึงเชิญชวนให้ประชาชนเข้าวัด ทำบุญ ฟังเทศน์ ฟังธรรม

และมาตรการที่ 3 รณรงค์ “ใส่ใจสายน้ำและสิ่งแวดล้อม” ส่งเสริมให้ใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติย่อยสลายง่าย และงดใช้วัสดุย่อยสลายยาก เช่น โฟม เพื่อรักษาสายน้ำและสิ่งแวดล้อม และรณรงค์ให้ใช้กระทงร่วมกัน ตามแนวทาง “1 ครอบครัว 1 กระทง” หรือ “1 หน่วยงาน 1กระทง” เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดปริมาณขยะ

ทั้งนี้ในส่วนกิจกรรมเพื่อสืบสานประเพณีลอยกระทง ในส่วนกลาง วธ.และสภาวัฒนธรรม กทม.จัดกิจกรรมภายใต้ชื่องาน “ลอยกระทงปลอดภัย สืบสานวัฒนธรรมไทย ใส่ใจสายน้ำและสิ่งแวดล้อม”ระหว่างวันที่ 2-3พฤศจิกายน ณ วัดราชาธิวาส อาทิ นิทรรศการประเพณีลอยกระทง การแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ การแสดงสุนทราภรณ์ การแสดงนาฏศิลป์ การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นจากเครือข่ายของกระทรวงวัฒนธรรม เช่น การแสดงเพลงพื้นบ้าน สาธิตประดิษฐ์กระทง ทั้งนี้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมงานและกิจกรรมที่หน่วยงานต่างๆ จัดขึ้น โดยในส่วนของ วธ.ดูรายละเอียดได้ที่ www.culture.go.thหรือสายด่วนวัฒนธรรม 1765

โปรดเกล้าฯ ‘ไพศาล บุรินทร์วัฒนา’ อธิการบดี มทร.สุวรรณภูมิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300797

โปรดเกล้าฯ ‘ไพศาล บุรินทร์วัฒนา’ อธิการบดี มทร.สุวรรณภูมิ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ, ราชกิจจานุเบกษา, ไพศาล บุรินทร์วัฒนา, อธิการบดี, มทรสุวรรณภูมิ, โปรดเกล้าฯ, ข่าวการศึกษา, คุณภาพชีวิต

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

 

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา http://www.ratchakitcha.soc.go.th เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

 

โปรดเกล้าฯ ‘ไพศาล บุรินทร์วัฒนา’ อธิการบดี มทร.สุวรรณภูมิ

ไพศาล บุรินทร์วัฒนา

 

ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายไพศาล บุรินทร์วัฒนา ให้ดํารงตําแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2556 ตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2556 นั้น เนื่องจาก นายไพศาล บุรินทร์วัฒนา ได้ดํารงตําแหน่งมาครบกําหนดตามวาระในวันที่ 10 ตุลาคม 2560 และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ครั้งที่ 6/2560 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายไพศาล บุรินทร์วัฒนา ดํารงตําแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ต่อไปอีกวาระหนึ่ง และสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไปแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดํารงตําแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2560

ประกาศ ณ วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ผู้รับสนองพระราชโองการ

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี

 

โปรดเกล้าฯ ‘ไพศาล บุรินทร์วัฒนา’ อธิการบดี มทร.สุวรรณภูมิ