ดำนา”วันแม่” เกี่ยวข้าว “วันพ่อ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293325

ดำนา”วันแม่” เกี่ยวข้าว “วันพ่อ”

วิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ จัดกิจกรรมดำนาวันแม่ เกี่ยวข้าววันพ่อ บนพื้นที่ 10 ไร่ 3 แปลงของวิทยาลัยให้นักเรียน นักศึกษาทุกสาขามีส่วนร่วม ฝึกทักษะชีวิต

       สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีนโยบายส่งเสริมให้สถานศึกษาในสังกัดได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน และในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นฤดูกาลทำนาทางวิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ (วก.ขุนหาญ) จังหวัดศรีสะเกษ จึงได้จัดกิจกรรมทำนาขึ้น

ดำนา"วันแม่" เกี่ยวข้าว "วันพ่อ"

โดย ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า วก.ขุนหาญ จัดการเรียนการสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทั้งด้านอุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ในสาขาเครื่องกล สาขาเครื่องมือกล สาขาไฟฟ้ากำลัง สาขาอิเล็กทรอนิกส์ สาขาการบัญชี และสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ แต่เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนด้านวิชาชีพควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตตามวิถีชุมชน ภายใต้แนวคิดที่ว่าเมื่อผู้เรียนมีความรู้ความสามารถด้านวิชาชีพแล้ว ก็จะต้องเรียนรู้ประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนการประกอบอาชีพดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ซึ่งนั่นก็คืออาชีพเกษตรกร

ดำนา"วันแม่" เกี่ยวข้าว "วันพ่อ"

ดังนั้น วก.ขุนหาญ จึงได้จัดกิจกรรมการทำนาขึ้น ภายในวิทยาลัย บนเนื้อที่ 10 ไร่ แบ่งออกเป็น 3 แปลง โดยมีครู นักเรียน นักศึกษา ทุกสาขาวิชาร่วมกันรับผิดชอบ เริ่มต้นตั้งแต่การไถดะ ไถกลบ หว่านต้นกล้า ถอนต้นกล้า เก็บกล้าเพื่อไปปักดำ จนกระทั่งเก็บเกี่ยว ทั้งนี้ทางวิทยาลัยได้มุ่งเน้นให้นักเรียน นักศึกษา และบุคลากร ของวิทยาลัยการอาชีพขุนหาญทุกคน มีส่วนร่วมในการลงแขกจนแล้วเสร็จ ภายในหนึ่งวัน หลังจากการดำนาเสร็จเรียบร้อยจะแบ่งหน้าที่ดูแลข้าวในแปลงดำนา ทั้งการใส่ปุ๋ย เก็บกักน้ำ กำจัดวัชพืช จนข้าวเจริญเต็มที่แล้ว ออกรวง กระทั่งถึงการเก็บเกี่ยวในเดือนธันวาคม

ดำนา"วันแม่" เกี่ยวข้าว "วันพ่อ"

“กิจกรรมการดำนาวันแม่ เกี่ยวข้าววันพ่อ เป็นกิจกรรมที่ทางวิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสาธิตให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชน เรียนรู้ชีวิต และวิธีการดำนา ทั้งยังส่งเสริมให้ผู้เรียน มีจิตสำนึกที่ดีต่อการประกอบอาชีพของบรรพบุรุษ และมีจิตสำนึกที่ดีต่อประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น รวมทั้งเป็นการนำเสนอต่อชุมชน สังคมให้รับทราบการจัดการอาชีวศึกษาว่า ทีไม่ได้มุ่งเน้นด้านทักษะวิชาชีพ หรือเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการเรียนรู้การใช้ชีวิตเพื่อให้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข รู้จักนำทักษะวิชาชีพ ความรู้ ความสามารถ มาประยุกต์ใช้ในการใช้ชีวิต ซึ่งจะเกิดผลดีกับนักเรียน นักศึกษา และเยาวชนในอนาคต” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

ซูเปอร์โพลชี้”เด็ก”มีความสุขได้เรียนร.ร.คุณภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293371

ซูเปอร์โพลชี้”เด็ก”มีความสุขได้เรียนร.ร.คุณภาพ

ปัจจัยความสุข, ซูเปอร์โพล, การศึกษา, เด็ก, SUPER POLL

ซูเปอร์โพลชี้ปัจจัยการศึกษากับสุขของพ่อแม่-นร. ให้คะแนนเกินครึ่งจากเต็ม 10 คะแนน ชี้เด็กพอใจเข้าถึงโอกาสการศึกษาที่ดี ร.ร.คุณภาพ พ่อแม่มองการสนับสนุนของภาครัฐ

      น.ส.ปวีณรัตน์ สุขพงศ์พิมล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจ โพลการศึกษา เรื่อง ปัจจัยการศึกษา กับ ความสุขพ่อแม่ผู้ปกครองและนักเรียน โดยการวัดค่าความสุขเฉลี่ยจากตัวอย่างพ่อแม่ผู้ปกครอง และนักเรียน ที่ศึกษาในครั้งนี้ จำนวนทั้งสิ้น 1,024 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 14 – 25 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา โดยผลจากการศึกษา พบว่า

ตัวอย่างร้อยละ 90.6 ระบุ มีความจำเป็นที่ประเทศไทยควรให้รัฐบาล มีสถาบันอิสระข้อมูล เพื่อรัฐบาลมีข้อมูลที่ดีตัดสินใจปรับปรุงนโยบายให้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่ ร้อยละ 9.4 ระบุ ไม่จำเป็นที่ประเทศไทยควรให้รัฐบาล มีสถาบันอิสระข้อมูล เพราะมีหน่วยงานจำนวนมากแล้ว เปลืองงบประมาณ และเด็กรุ่นใหม่มีศักยภาพที่เพียงพอ

ที่น่าสนใจ คือ เมื่อวัดความสุข จากการจัดแนวทางการศึกษาของประเทศ โดยจำแนกตาม ตัวอย่างที่ศึกษาครั้งนี้ที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง และนักเรียน พบว่า จากการจัดแนวทางการศึกษาในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยความสุขเกินครึ่ง คือ มากกว่า 5 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 โดยพบว่า ปัจจัยทางการศึกษาที่ทำให้เด็กนักเรียน สุขมากที่สุด ซึ่งแตกต่างจากปัจจัยการศึกษาที่ทำให้ พ่อแม่ผู้ปกครองสุขมากที่สุด เพราะจะเห็นว่า ปัจจัยการศึกษาที่ทำให้นักเรียนสุขที่สุด คือ โอกาสเข้าถึงการศึกษาคุณภาพที่ดีอย่างเท่าเทียมกัน มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 7.13 แต่ พ่อแม่ผู้ปกครอง มองมาที่ การสนับสนุนของรัฐบาล ต่อความจำเป็นด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 7.48 จากคะแนนเต็ม 10

อย่างไรก็ตาม เมื่อวัดความสุขมวลรวม จากพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียน เมื่อเห็นผลการเรียนของเด็ก พบว่า ค่าเฉลี่ยความสุขมวลรวมของประชาชนกลับตกลงมาอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้นคืออยู่ที่ 5.76 จากคะแนนเต็ม 10

น.ส.ปวีณรัตน์ กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ชัดว่า ความสุขของนักเรียนและผู้ปกครองต่อคุณภาพการศึกษาขึ้นกับหลายปัจจัย โดยเฉพาะ โอกาสทางการศึกษาที่นักเรียนจะได้เรียนที่โรงเรียนดีๆ มีคุณภาพที่ดีด้านการศึกษา ในขณะที่ พ่อแม่ผู้ปกครอง มีความสุขด้านการศึกษาเมื่อเห็นรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานด้านการศึกษาที่เพียงอาศัยปัจจัยพื้นฐานดังกล่าวทำให้คุณภาพการศึกษาของนักเรียนดีขึ้นอย่างแท้จริงและต่อเนื่อง

“สิ่งสำคัญที่ค้นพบในงานวิจัยครั้งนี้คือ ความสุขของนักเรียนคือการได้มีโอกาสเข้าเรียนโรงเรียนคุณภาพที่ดีที่มีครบครันด้วยครูที่ดีที่เก่งเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดในปัญหาของเด็กไม่แสวงหาผลประโยชน์จากเด็กนักเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นโรงเรียนที่รวดเร็วต่อการตอบสนองความต้องการเรียนรู้และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการเปลี่ยนแปลงของเด็กนักเรียน ยอมรับในผลการประเมินคุณภาพและแก้ไขพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ความต้องการของนักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครอง ชุมชนและสังคมระดับกว้างของประเทศ” น.ส.ปวีณรัตน์ กล่าว

“ร.ร.สามัคคีวิทยา” ชนะเลิศอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293318

“ร.ร.สามัคคีวิทยา” ชนะเลิศอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ

สะเต็มศึกษา, ความคิดสร้างสรรค์, อากาศยานบังคับด้วยวิทยุ, รรสามัคคีวิทยา, สสวท, fantasy Flying Machine, มหาชน, ประเทศไทย, ที่ไม่ใช่สัตว์ปีก

โรงเรียนสามัคคีวิทยา ชนะเลิศการแข่งขันอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ ความคิดสร้างสรรค์ บินประกอบดนตรี เข้าจังหวะเสียงเพลงได้ไปดูงานสิงคโปร์ ภายในงานมหกรรมวิทย์ฯ ปี 60

         รศ.ดร.สัญญา  มิตรเอม รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มอบรางวัลแก่ทีมชนะเลิศการแข่งขันอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ ความคิดสร้างสรรค์ บินประกอบดนตรี เข้าจังหวะเสียงเพลง  (fantasy Flying Machine) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (STEM Young Pilot Challennge 2017) ให้ทีมจากโรงเรียนสามัคคีวิทยา จ.เชียงราย  ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขัน พร้อมเกียรติบัตร โดยทีมที่ชนะเลิศจะได้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศสิงคโปร์

"ร.ร.สามัคคีวิทยา" ชนะเลิศอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ

ทั้งนี้ มีทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าแข่งขัน รวมจำนวน 8 โรงเรียน จัดโดย สสวท. ร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรลส์รอยซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2560 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อเร็ว ๆ นี้

"ร.ร.สามัคคีวิทยา" ชนะเลิศอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ

"ร.ร.สามัคคีวิทยา" ชนะเลิศอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ

สำหรับอากาศยานบังคับด้วยวิทยุ ความคิดสร้างสรรค์บินประกอบดนตรี เป็นการออกแบบและสร้างอากาศยานฯ ขึ้นเองตามหลักอากาศพลศาสตร์พื้นฐาน โดยให้ผู้เข้าแข่งขันสร้างอากาศยานฯ ที่จินตนาการมาจาก คน สัตว์ สิ่งของที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น คน การ์ตูน สัตว์ (ที่ไม่ใช่สัตว์ปีก) ผลไม้ ยานพาหนะ เฟอร์นิเจอร์  เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องดนตรี เครื่องประดับ เคหะสถาน โลกอวกาศ ฯลฯ  บินแสดงท่าทางการบินตามจังหวะเสียงเพลง

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293306

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

เครื่องเลเซอร์, นวัตกรรม, การตัด, นวัตกรรมใหม่, การตัดด้วยเลเซอร์, วิบุญ, Stent, Micro-sensors, Micro-channel

“วิบุญ” นักวิจัย มจธ. คิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตัดด้วยเลเซอร์ เพื่อการแพทย์และอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ ตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วน

       การตัดวัสดุด้วยเลเซอร์เป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถให้คุณภาพงานตัดและความเร็วของกระบวนการตัดที่สูงกว่าหลายๆ วิธีการที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน ทำให้การใช้เลเซอร์สำหรับงานตัดวัสดุจึงได้รับความนิยมและแพร่หลายออกไปในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องการความละเอียดของงานตัดสูงและมีขนาดงานตัดที่เล็ก

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายทางความร้อนของวัสดุงานที่เกิดขึ้นในกระบวนการตัดด้วยเลเซอร์ถือเป็นผลกระทบข้างเคียงที่สำคัญ ซึ่งจำกัดความสามารถในการตัดชิ้นงานที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงทางความร้อนหรือการตัดชิ้นงานที่มีขนาดเล็กในระดับไมครอนหรือต่ำกว่าไมครอน

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

ผศ.ดร.วิบุญ ตั้งวโรดมนุกูล

ผศ.ดร.วิบุญ ตั้งวโรดมนุกูล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2560 จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ เจ้าของผลงานวิจัยด้าน “เทคโนโลยีและนวัตกรรมการตัดด้วยเลเซอร์ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่” เพื่อพัฒนากระบวนการตัดวัสดุด้วยความแม่นยำสูง โดยเฉพาะการใช้ “เลเซอร์” เป็นเครื่องมือในการตัดเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการตัดด้วยเลเซอร์แบบเดิมให้สูงขึ้น

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

ผศ.ดร.วิบุญ เล่าว่า กว่า 9 ปีที่ได้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการตัดด้วยเลเซอร์เพื่อให้ได้คุณภาพงานตัดที่ดีขึ้นและใช้ระยะเวลาในการตัดที่สั้นลง ผลงานวิจัยต่างๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตัดแผ่นซิลิกอนสำหรับผลิตเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง การตัดโลหะในกลุ่มชีวการแพทย์สำหรับผลิตเป็นชิ้นส่วนเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดเล็ก เช่น ขดลวดถ่างขยายหลอดเลือด (Stent) รวมไปถึงการนำไปใช้ในการผลิตไมโครเซนเซอร์ (Micro-sensors) ไมโครแชนแนล (Micro-channel) สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงาน กลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้จะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

การผลิตขดลวดถ่างขยายหลอดเลือดในปัจจุบันต้องใช้เลเซอร์เป็นเครื่องมือหลักในกระบวนการตัด ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเลเซอร์ก่อให้เกิดความเสียหายทางความร้อนต่อตัววัสดุงานทำให้สมบัติทางวัสดุของชิ้นงานเปลี่ยนแปลงไป ทีมวิจัยได้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีการตัดด้วยเลเซอร์แบบผสมผสานหลากหลายวิธีเพื่อลดความเสียหายทางความร้อนของชิ้นงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นการทลายข้อจำกัดทางเทคโนโลยีการตัดที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น การตัดด้วยเลเซอร์ภายใต้ชั้นของเหลว การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเข้ามาช่วยในกระบวนการตัดด้วยเลเซอร์ การใช้กรรมวิธีทางไฟฟ้าเคมีเข้ามาร่วมกับการตัดด้วยเลเซอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้วิจัยและพัฒนากระบวนการตัดและขึ้นรูปชิ้นงานที่มีความอัจฉริยะมากขึ้นเพื่อตอบสนองกับแนวคิดแบบอุตสาหกรรม 4.0 เช่น กระบวนการตัดที่สามารถปรับเปลี่ยนสภาวะในการตัดได้โดยอัตโนมัติ รวมไปถึงเทคโนโลยีการผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุ หรือการพิมพ์ชิ้นงานแบบ 3 มิติ ด้วยความแม่นยำสูง เป็นต้น

นวัตกรรมใหม่!! การตัดด้วยเลเซอร์

ผศ.ดร.วิบุญ กล่าวทิ้งท้ายว่า วิธีการตัดแบบใหม่ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมานี้ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนขนาดเล็กคุณภาพสูงที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ดังนั้น หากสามารถผลิตอุปกรณ์เหล่านี้ให้มีคุณภาพที่สูงขึ้นด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง ย่อมส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในอนาคต

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293142

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

โรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์, ดรวีระชัย เตชะวิจิตร์, รฟม

โรงเรียนคือบ้านหลังที่ 2 ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่อีกคนของนักเรียน บรรยากาศการเรียนการสอน สภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ บวกกับหลักการสอนที่ทุกอย่างล้วนเป็นแบบอย่างที่ดี

       ดร.วีระชัย เตชะวิจิตร์   ประธานกรรมการกลุ่มโรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์ Thailand & UK เล่าว่าการปั้นเด็กไทยให้มีทักษะที่ศตวรรษที่ 21  หรือรองรับการเป็นไทยแลนด์ 4.0 จำเป็นต้องมีทักษะที่หลากหลายด้าน

      ซึ่งโรงเรียนสามารถบ่มเพาะสิ่งเหล่านั้นให้เกิดขึ้นกับเด็กๆได้ ที่โรงเรียนของเขา ใช้หลักในการจัดการเรียนการสอน ที่เรียกว่า IDEALS หมายความว่า แบบอย่างที่ดี ในที่นี้คือการรวมสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน แล้วจึงมีความหมายอย่างตรงตัว กลายเป็น แบบอย่างที่ดี ที่ควรจะมีทั้ง 6 อย่างนี้ในตัวของนักเรียนแต่ละคน เผื่อให้พวกเขาได้เติบโตขึ้นมาเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีสมบูรณ์มีคุณค่า

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

        เขาอธิบายว่า Internationalism ซึ่งหมายถึงความเป็นสากลนิยม หรือมีความหลากหลายทั้ง เชื้อชาติ และเพศ วัย ที่แตกต่างกันทุกๆด้าน ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี ภาษา เมื่อทุกคนมาอยู่ร่วมกันในสังคมโรงเรียนเดียวกัน จึงต้องยอมรับว่าแตกต่างของทุกๆคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ เมื่อยอมรับความแตกต่าง อยู่กันได้โดยไม่แตกแยกแล้ว เพราะทุกคนยึดหลัก  Democracy ประชาธิปไตยที่เคารพความเห็นต่างแต่ไม่แตกแยกก็อยู่ร่วมกันได้

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

        นอกจากนี้โรงเรียนยังต้องสร้าง Environment สิ่งแวดล้อมที่เอื่้อต่อการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนด้วย ให้มีความน่าอยู่ อบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้าน มีความสบายใจ สดใส เหล่านี้จะส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีการเรียนรู้จะดีตามไปด้วยเช่นกัน

      ที่สำคัญโรงเรียนต้องส่งเสริมให้มีการเรียนรู้นอกห้องเรียน ไปทัศนศึกษา เปิดโลกกว้าง เพราะการเรียนรู้ไม่ใช่้อยู่ในห้องเรียนอย่างเดียว นั่นก็คือการไป Adventure หรือการเรียนรู้นอกห้องเรียน ทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เป็นต้น

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

    “แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่โรงเรียนต้อฝึกให้มีในตัวนักเรียนทุกคนคือ การเป็น Leadership ความเป็นผู้นำ ซึ่งแต่ละคนไม่จำเป็นผู้นำในเรื่่องเดียวกัน แต่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจะต้องกล้าเป็นผู้นำและทำในสิ่งที่ถูกต้องควรทำ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเห็นใครที่ทำไม่ถูก ผิดระเบียบวินัยและเอาเปรียบผู้อื่น ต้องกล้าที่จะออกมาบอกว่านั้นคือสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง และรวมตัวกันเป็นผู้นำในการแก้ไขให้เกิดสิ่งที่ถูกต้อง ที่ต้องมีหัวใจของการบริการ Service ช่วยเหลือผู้อื่น หากเขาต้องการความช่วยเหลือ เหล่านี้หากทุกโรงเรียนสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ ความสงบสุขร่มเย็นก็จะเกิดขึ้นในสังคมไทย “  ประธานกรรมการกลุ่มโรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์ Thailand & UK กล่าว

     ดร.วีระชัย เกิดในกรุงเทพ เรียนหนังสือที่อัสสัมชัฐบางรักรุ่นเดียวกับพรเทพ พระประภา วิวัฒน์ วินิจฉัยกุล ดร.ชวนชัย อัชนันท กนก อภิระดี แต่ไปจบมัธยมต้นที่ดาราสมุทร ศรีราชาชลบุรี แล้วสอบเทียบมัธยมศึกษาตอนปลายได้จากนั้นอีก 6 เดือนสอบเทียบได้วุฒิครูป.กศ. และพ.ม.ใช้เวลาอีก 4 ปี สอนหนังสืออยู่โรงเรียนยอเซฟอุปถัมภ์สามพราน

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

    เขาเริ่มเป็นครูประจำชั้นประถมศึกษา 6 เมื่ออายุ 17 ปี ต่อมาอีก 2 ปีครึ่งได้เลื่อนเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนโรงเรียนยอเซฟอุปถัมภ์สามพราน อายุไม่ถึง 20 ปี เป็นครูใหญ่อยู่ได้ 2 ปี พออายุ 21 ปีกว่า ไปทำงานที่นิวยอร์ค 7 เดือน ไปโรงเรียนภาคค่ำอาทิตย์ละครั้ง จบปริญญาตรีทางบัญชีธุรกิจที่ ทอมัส โมร์ คอลเลซ ซินซินเนติ อเมริกา

     ไปต่อปริญญาโททางด้านบัญชีที่โคลัมเปียในมหาวิทยาลัยมิซซูรี่ โคลัมเปีย จบปริญญาโทแล้วต่อปริญญาเอกด้านการบัญชี โดยมีธุรกิจระหว่างประเทศเป็นวิชารอง ที่มหาวิทยาลัยมิซซูรี่ โคลัมเปีย

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

      ระหว่างที่ต่อปริญญาเอกอยู่ ดร.วีระชัย ได้เริ่มสอนหนังสือ ปี2517 เป็นอาจารย์สอนเทอมละหนึ่งวิชา หลังจากนั้นก็ได้งานสอนเต็มเวลาเป็นอาจารย์ที่โคลัมเปียคอลเลจอยู่ 2 ปี ต่อมาได้เลื่อนเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเนแบรสก้า โอมาฮา อยู่อีก 2 ปี ต่อมาปี2523 เป็นรองศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเนวาด้า ลาสเวกัส รวมเวลาสอนที่อเมริกานาน 6 ปี ได้รับรางวัลครูดีเด่นประจำภาควิชาหรือประจำคณะทุกมหาวิทยาลัย มีลูกศิษย์รวมประมาณ 1,500 คน

    กลับมาไทย เริ่มทำงานกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ ทำงานได้เพียง 4 ปีก็ลาออก ต่อมาได้เป็นอาจารย์จัดตั้งโครงการปริญญาเอก คณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2537-2538 ประธนกรรมการองค์การรถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) ปี2558-2560 ที่ปรึกษากิตติมหศักดิ์คณะกรรมาธิการ การศึกษาฯสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปี 2559-2560 ประธานสถาบันสนับสนุนการเรียนปริญญาในประเทศไทย มหาวิทยาลัยลอนดอน ปี 2542-2560 กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ สาธารณรัฐเอสโตเนีย ประจำประเทศไทย ปี 2538-2560  ประธานกรรมการกลุ่มโรงเรียนนานาชาติเดอะรี

เจ้นท์ Thailand & UK

การศึกษาไทยต้องแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

      ดร.วีระชัย เชื่อว่า หากทุกคนจะมีต้นแบบในการดำเนินชีวิตที่ดี ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่อยู่ร่วมกันได้ไม่แตกแยก

      0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0 qualitylife4444@gmail.com 0

ทีม“ELYSIAN”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293310

ทีม“ELYSIAN”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

ออกแบบ, ชุดแต่งงานร่วมสมัย, Elysian, สอศ, White Rose, Croset, Stem from, ห้าพันบาทถ้วน, วอศ

สอศ.-ไชน่าเวิลด์ เปิดรันเวย์สร้างประสบการณ์ ดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ ออกแบบชุดแต่งงานร่วมสมัย ขณะที่ผลงานของ 10 นักศึกษาอาชีวะจะได้ถ่ายแฟชั่นนิตยสาร Cheeze

            สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์เปอเรขั่น จำกัด ประกาศผลการตัดสิน  “ไชน่าเวิลด์ แฟชั่น ดีไซน์ คอนเทสต์ 2017 (China World Fashion Design Contest 2017) : ชุดแต่งงานร่วมสมัย” ภายใต้คอนเซ็ป “แบรนด์ อัพ ดีไซน์ให้ปัง ปั้นแบรนด์ให้เปรี้ยง” เพื่อสร้างทักษะ ด้านการดีไซน์ และการตัดเย็บ พร้อมทั้งเปิดเป็นเวทีการแข่งขัน ปั้นนักออกแบบรุ่นใหม่  ณ ศูนย์การค้าไชน่าเวิลด์   วังบูรพาภิรมย์ กรุงเทพฯ

ทีม“Elysian”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า โครงการ “ไชน่าเวิลด์ แฟชั่น ดีไซน์ คอนเทสต์ 2017 : ชุดแต่งงานร่วมสมัย” (China World Fashion Design Contest 2017 จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 โดยในปีนี้เป็นการออกแบบเสื้อผ้าชายและหญิง “ชุดแต่งงานร่วมสมัย” ภายใต้แนวคิดหลัก  “แบรนด์ อัพ ดีไซน์ให้ปัง ปั้นแบรนด์ให้เปรี้ยง”  ซึ่งเป็นการฝึกทักษะ สร้างประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ได้แสดงความรู้ ความสามารถ การสร้างสรรค์ผลงาน การดีไซน์ และการตัดเย็บเสื้อผ้าชาย-หญิง เพื่อค้นหาสุดยอดนักออกแบบ โดยการประกวดแบ่งออกเป็นประเภท  คือ 1. ประเภทนักศึกษาอาชีวศึกษา  และ 2. ประเภทวิทยาลัยสารพัดช่างและบุคคล

ทีม“Elysian”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

ทีม “Elysian” วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ คว้ารางวัลชนะเลิศ

สำหรับประเภทนักศึกษาอาชีวศึกษา วิทยาลัยที่ได้รับรางวัลการประกวดไชน่าเวิลด์ แฟชั่น ดีไซน์ คอนเทสต์ 2017  (China World Fashion Design Contest 2017)  “ชุดแต่งงานร่วมสมัย” รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ จากทีม “Elysian”  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช จากทีม “White Rose” รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย จากทีม “Croset” และ รางวัลป็อบปูล่าโวต ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอาชีวศึกษาสุรินทร์ จากทีม “Stem from” โดย บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์เปอเรขั่น จำกัด สนับสนุนทุนการศึกษารางวัล จำนวน 20,000 บาท  10,000 บาท และ 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ตามลำดับ และรางวัลป็อบปูล่าโวต 5,000 บาท

ทีม“Elysian”วอศ.อุตรดิตถ์คว้าที่ 1 ชุดแต่งงานร่วมสมัย

อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ “ชุดแต่งงานร่วมสมัย” 10 ทีมอาชีวศึกษา ที่เข้ารอบสุดท้าย และได้นำผลงานมาจัดแสดงพร้อมการเดินแฟชั่นโชว์ในรอบชิงชนะเลิศ  และจะได้ถ่าย แฟชั่น เซต ในนิตยสาร Cheeze ต่อไปด้วย  ได้แก่  1.วิทยาลัยอาชีวศึกษา(วอศ.)เชียงใหม่ 2. วอศ.อุตรดิตถ์ 3. วอศ.เชียงราย 4. วอศ.สุราษฎร์ธานี 5.วอศ.ปัตตานี 6.วอศ.นครศรีธรรมราช 7. วอศ.เสาวภา 8. วอศ.สุรินทร์ 9. วอศ.อุบลราชธานี และ 10. วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์

เล่นบอร์ดเกมที่ TK PARK

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293299

เล่นบอร์ดเกมที่ TK PARK

TK Board Game Festival, เล่นบอร์ดเกมที่ TK park, เล่นบอร์ดเกมที่ TK, park

TK park จัดTK Board Game Club ทุกวันเสาร์ที่สองทุกเดือนเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปรู้จักกับบอร์ดเกมที่ทั่วโลกใช้เป็นเครื่องมือสร้างการเรียนรู้ทั้งใน-นอกโรงเรียน

         ธัญสร จันทตรัตน์ นักจัดการความรู้ ฝ่ายกิจกรรม สำนักอุทยานการเรียนรู้ TK park กล่าวว่า เกือบหนึ่งปีที่จัดกิจกรรม TK Board Game Club ช่วงแรกมีแต่กลุ่มเด็กๆ ขาประจำของ TK park เข้ามาเล่นเกม ภายหลังก็มีผู้ปกครองเริ่มเปิดใจลองเล่น มีกลุ่มวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้ปกครองจำนวนมากที่เข้ามาร่วมวงเล่นเกมด้วยกันอยู่เสมอ

      ปัจจุบันกิจกรรม TK Board Game Club กลายเป็น Community ขนาดย่อมที่กำลังขยายพื้นที่สำหรับคนที่เกี่ยวข้องกับบอร์ดเกมในสังคมให้มาพบปะแบ่งปันความคิดเห็นซึ่งกันและกันระหว่างกลุ่มผู้เล่น ผู้พัฒนา รวมไปถึงผู้ที่ต่อยอดสู่บอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ

เล่นบอร์ดเกมที่ TK park

     คุณแม่เกด “จารุมาศ เหล่าเกียรติกุล” เป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่สนับสนุนให้ลูกชายเล่นบอร์ดเกมกล่าวว่า เกือบ 4 เดือนแล้วที่ร่วมเล่นบอร์ดเกมที่ TK park ด้วยกันเป็นประจำทุกเดือน เพราะเข้าใจดีว่าบอร์ดเกมเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่จะช่วยเสริมทักษะในชีวิตประจำวันให้กับลูกได้ ดีกว่าปล่อยให้ลูกเล่นเกมในมือถือ บอร์ดเกมไม่ได้ให้แค่ความสนุกแต่เสริมทักษะให้ลูกเราด้วย อย่างน้อยๆ ก็ฝึกการเข้าสังคมบอร์ดเกมเป็นเหมือนสังคมจำลองที่เด็กจะได้ฝึกการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การแก้ปัญหา การสังเกต หรือกระทั่งการเผื่อแผ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เขาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

เล่นบอร์ดเกมที่ TK park

       “ครั้งแรกที่มาเล่นเกม ที่ TK park ก็ได้เล่นเกม Davinci เป็นเกมตัวเลขที่คล้ายกับที่เคยทำให้ลูกเล่นตอนเด็กๆ พอกลับบ้านเราก็เลยเอาของเก่ามาปรับการ์ดเพิ่มให้ครบตามเกมแล้วเอาไว้เล่นกันที่บ้าน เมื่อก่อนบ้านเราก็แค่นั่งดูทีวีด้วยกัน หรือทานอาหารด้วยกัน แต่พอมีบอร์ดเกมครอบครัวก็เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น เราในฐานะพ่อแม่ก็ได้เฝ้าสังเกตพัฒนาการลูกผ่านการเล่นเกมกับเขานี่แหละแล้วก็เห็นว่ามันได้ผลดีทีเดียว”

เล่นบอร์ดเกมที่ TK park

     กิจกรรม TK Board Game Club นั้นคงยังจัดเป็นประจำต่อเนื่องในทุกๆ วันเสาร์ที่สองของเดือน แต่ในช่วงวันเสาร์ที่ 23 – วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2560 นี้ TK park จะมีการจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นคือ TK Board Game Festival เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับทุกคนที่สนใจและเกี่ยวข้องกับบอร์ดเกมไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นทุกวัย ผู้ผลิต ผู้พัฒนา หรือพ่อแม่ผู้ปกครอง ได้มารวมตัวกันเพื่อทดลองเล่น เรียนรู้ แข่งขัน และร่วมกิจกรรมพิเศษมากมาย ส่วนรายละเอียดงานนั้นสามารถติดตามได้ที่ http://www.tkpark.or.th หรือทาง Facebook : TK park อุทยานการเรียนรู้.

รพ.ชุมชนจัดเตียงสำรองรับผู้ป่วยพ้นวิกฤต 3 โรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293296

รพ.ชุมชนจัดเตียงสำรองรับผู้ป่วยพ้นวิกฤต 3 โรค

เตียงสำรอง, รพสต, โรงพยาบาลชุมชน, โรค, รพสต, Intermediate care

สธ.สั่งโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง มีเตียงรองรับผู้ป่วย 3 โรค “หลอดเลือดสมอง-การบาดเจ็บที่สมอง-การบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง” พ้นภาวะวิกฤติและมีอาการคงที่แห่งละ2เตียง

      เมื่อวันที่ 25 ส.ค. นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโรงพยาบาลประชารัฐของโรงพยาบาลน้ำพอง และโรงพยาบาลอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ว่า โรงพยาบาลชุมชนถือเป็นหัวใจของระบบสุขภาพระดับอำเภอ เน้นการทำงานเชิงรุกในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน มีการทำงานเชื่อมต่อส่งผู้ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์/ โรงพยาบาลทั่วไปอย่างไร้รอยต่อ และรับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ที่มีอาการทางพ้นภาวะวิกฤติ และมีอาการคงที่ (Intermediate care) กลับมาดูแลต่อที่โรงพยาบาลชุมชน

โดยเฉพาะ 3 โรคสำคัญ คือ โรคหลอดเลือดสมอง การบาดเจ็บที่สมอง และการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง เพื่อช่วยลดการนอนรักษาในโรงพยาบาลใหญ่ ผู้ป่วยได้รับการดูแลฟื้นฟูจากทีมหมอครอบครัวสหวิชาชีพต่อเนื่องจากโรงพยาบาลจนถึงบ้าน ทั้งด้านการทำกายภาพบำบัด โภชนาการ สอนญาติในการดูแลผู้ป่วย เพื่อช่วยลดความพิการ หรือบางรายหายเป็นปกติกลับไปทำงานเป็นพลังของสังคมได้ โดยโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งต้องมีเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างน้อยแห่งละ 2 เตียง

นพ.โสภณ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ตั้งเป้าหมายให้โรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งเป็นโรงพยาบาลประชารัฐในปี 2562 โดยนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาใช้เป็นหลักในการทำงาน คือ เข้มแข็งจากภายใน เติบโตไปด้วยกัน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลที่มากกว่าโรงพยาบาล โดยคนในพื้นที่ร่วมเป็นเจ้าของ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ที่เน้นการทำงานและการใช้ทรัพยากรร่วมกันของทุกภาคส่วน

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293293

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

พศ2560-2564, อภเปิดขายสมุนไพรไทยที่เจเจมอล์ล, พศ2560-2564 , Good Agricultural Practice-GAP, Good Harvesting Practice-GHP, Good Laboratory Practice-GLP, Good Clinical Practice-GCP

บริษัทผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด บริษัทร่วมทุนองค์การเภสัชกรรมเปิด “ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย” เพิ่มที่เจเจมอล์ล หวังดึงลูกค้าชาวต่างชาติ

      พลเอกศุภกร สงวนชาติศรไกร   ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรมเปิดเผยว่าปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรออกมาวางจำหน่ายมากมาย และแนวโน้มการขยายตัวของตลาดเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปี2559ประเทศไทยมีมูลค่าของผลิตภัณฑ์สมุนไพร1.8แสนล้านบาท และคาดว่ามูลค่าของผลิตภัณฑ์สมุนไพรจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.2 แสนล้านบาทภายใน 5 ปี(พ.ศ.2560-2564 )

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

      โดยภาครัฐให้ความสำคัญถือเป็นวาระแห่งชาติ และผลักดันเป็นแผนแม่บทสมุนไพรระดับประเทศ บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด (บริษัทร่วมทุนขององค์การเภสัชกรรม) ได้สนองต่อนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้สมุนไพร อย่างกว้างขวาง และเพื่อทดแทนการนำเข้ายาแผนปัจจุบัน

      รวมทั้งส่งเสริมการส่งออกสมุนไพรไทย เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 บริษัท จึงได้เปิด “ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย” เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกและเป็นศูนย์กลางการส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

    รวมทั้งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป ที่ห้อง 378-380 ขนาดพื้นที่43ตารางเมตร ที่ชั้นGศูนย์การค้าJJ Mallตลาดนัดจตุจักร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสรู้จักผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ที่ผลิตภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล ที่มีมาตรฐานสากลGMP PIC/S

       ด้าน ดร. ภก. สุวิทย์ ธีรกุลชน ผู้อำนวยการ บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด กล่าวว่า ภายในศูนย์ฯจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่วิจัยและพัฒนาโดยองค์การเภสัชกรรม และ โดยทีมวิจัยและพัฒนาของบริษัท ที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสกัดเป็นสำคัญ

     ซึ่งการใช้เทคโนโลยีสารสกัดนี้จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีสารสำคัญจากสมุนไพรในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอประสิทธิภาพสม่ำเสมอในการเสริมสร้างสุขภาพแก่ผู้บริโภค มีการศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยในการใช้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัยและดำเนินการผลิตในระดับอุตสาหกรรมที่มีการควบคุมคุณภาพตามหลักเกณฑ์และวิธีที่ดีในการผลิต หรือGMPในทุกกระบวนการผลิต

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

      ผู้อำนวยการบริษัทผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด กล่าวต่อไปว่า ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่จำหน่ายในศูนย์ฯแห่งนี้ มีทั้งรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยาแผนโบราณ ยาสามัญประจำบ้าน เวชสำอาง ภายใต้แบรนด์ ไฟโตแคร์ และ ไฟโตโกล์ด มากกว่า70 รายการ มีการจัดหมวดหมู่มีความหลากหลายในสรรพคุณเหมาะสำหรับการนำไปใช้เป็นทางเลือกในการรักษา

     เช่น สารสกัดฟ้าทะลายโจรใช้บรรเทาไข้หวัด เจ็บคอ ซึ่งเป็นการลดการใช้ยาปฏิชีวนะและป้องกันเชื้อดื้อยา ครีมพญายอใช้รักษาเริม แทนยาAcyclovirสารสกัดใบบัวบก ช่วยเพิ่มความจำและช่วยให้นอนหลับดีในผู้สูงอายุ อบเชยช่วยลดน้ำตาลในเลือด สารสกัดกระเทียมช่วยลดคลอเลสเตอรอลและไขมันในเลือด สารสกัดจากถั่วเหลืองช่วยปรับฮอร์โมนธรรมชาติในเพศหญิงเหมาะสำหรับสตรีวัยทอง สารสกัดจากชมิ้นชันแคปซูลบรรเทาอาการปวดและช่วยให้ข้อเข่าดีขึ้นในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม และสารสกัดพรมมิบำรุงความจำ

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

      นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯยังจัดให้มีบริการอื่นๆ เช่น ให้ความรู้เรื่องสมุนไพร และ ให้คำปรึกษาการใช้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โดยผู้เชี่ยวชาญ ภายในมีการจัดร้านในรูปแบบที่ทันสมัย แบ่งหมวดหมู่สินค้า เป็นกลุ่มต่างๆ เลือกซื้อได้สะดวกสบายและใช้เป็นศูนย์กลางการส่งออก รวมถึงการรับจ้างผลิต ผลิตภัณฑ์สมุนไพรอีกด้วย

      โดยในอนาคตทางบริษัทมีแผนที่จะเปิดศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร ร่วมกับศูนย์บริการของ กรมแพทย์แผนไทย และ ศูนย์จำหน่ายสมุนไพร ของภาครัฐทั่วประเทศ รวมทั้งขยายตลาดe-commerceผู้บริโภคได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรสะดวกยิ่งขึ้น ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

    ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่บริษัททำการผลิตนั้นมุ่งเน้นคุณภาพ5 Gของผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่ใส่ใจในคุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ โดยวัตถุดิบ ต้องมีการเพาะปลูกที่ดี (Good Agricultural Practice-GAP)และ การเก็บเกี่ยวที่ดี (Good Harvesting Practice-GHP)การผลิตผลิตภัณฑ์ ต้องมีการผลิตตามหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practice-GMP)การควบคุมคุณภาพ ต้องมีการศึกษาทางห้องปฏิบัติการที่ดี (Good Laboratory Practice-GLP)และการทดลองทางคลินิก ต้องมีการทดลองทางคลินิกที่ดี (Good Clinical Practice-GCP)

อภ.เปิดขายสมุนไพรไทย”ที่เจเจมอล์ล

         ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวในตอนท้ายว่า บริษัทต้องการสนับสนุนภาครัฐ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรของไทยทดแทนการนำเข้ายาแผนปัจจุบัน ทดแทนการใช้ยาเคมีที่อาจมีผลข้างเคียงเมื่อรับประทานต่อเนื่องในระยะยาว และมีส่วนร่วมในการนำผลการวิจัยและพัฒนาขององค์การเภสัชกรรม และจากสถาบันต่างๆมาต่อยอดสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยในเชิงพาณิชย์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ

      พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พัฒนาศักยภาพของเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร ให้เป็นสมุนไพรเกษตรอินทรีย์นำพาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

น้ำในหูไม่เท่ากัน ไม่รุนแรงถึงชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/293262

น้ำในหูไม่เท่ากัน ไม่รุนแรงถึงชีวิต

น้ำในหูไม่เท่ากัน, ไม่รุนแรงถึงชีวิต, ยิ่งลักษณ์

หลัง “ยิ่งลักษณ์” ไม่มาศาลตามนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าวด้วยเหตุผลป่วย “น้ำในหูไม่เท่ากัน” … โรคนี้ร้ายแรงขนาดไหน?? มาทำความรู้จักกัน

     พญ.ภาณินี จารุศรีพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชา โสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงโรคน้ำในหูไม่เท่า กัน ว่า โรคนี้ไม่ใช่โรคที่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต เพียงจะกระทบต่อการดำรง ชีวิตในขณะที่มีอาการป่วย

       โดยเกณฑ์การป่วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ต้องมี 4 อาการ ได้แก่ 1.เวียนศีรษะ บ้านหมุน เห็นทุกอย่างเคลื่อนไหว ไม่น้อยกว่า 20 นาที หรือในอาการเป็นหนักต้องมากถึงว 12 ชั่วโมง  2. ผลการตรวจการได้ยินของหู พบว่าการได้ยินลดลงในหูข้างใดข้างหนึ่ง ที่มีอาการหรือสองข้าง3.อาการทางหู เป็นๆหายๆ รวมถึงมีความรู้สึกมีอะไร ดันๆ ภายในหู รวมการได้เสียงในหูข้างเดียว และ4. เมื่อตรวจอาการทางร่างกายอื่นไม่พบสาเหตุ

     ทั้งนี้ หากครบทั้ง 4 อาการ จึงจะเรียกน้ำในหูไม่เท่ากัน ความรุนแรงของโรคนี้ แต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนมีอาการเกิดขึ้น และหายได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง ก็กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่บางคนก็มีอาการรุนแรง มึน งง เป็นๆหายๆ เป็นเวลานาน ต้องมีการนอนพัก

     สำหรับสาเหตุของการอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน เกิดจากภาวะความเครียด พักผ่อนน้อย หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารเค็มจัด ทั้งนี้ไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน

     อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการระบุว่าป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน มักมีความเข้าใจผิด ถึงอาการของโรค โดยบางคนพบว่าป่วย เวียนศีรษะก็คิดว่าป่วยบ้านหมุน ทั้งความเป็นจริงแล้วไม่ใช่

      ส่วนการรักษามีหลายอย่าง 1.ช่วงที่เวียนหัว บ้านหมุน ต้องทำอย่างไรให้ลดอาการ ให้รับประทานยาแก้เวียนศีรษะ ฉีดยาแก้เวียนศีรษะ ร่วมกับการพักผ่อน ซึ่งแต่ละคนไม่เท่ากัน 2.ทำให้ความถี่ของโรคให้เกิดน้อยที่สุด การรักษาจะเน้นรับประทานยาเป็นหลัก ร่วมกับการขับปัสสาวะ เนื่องจากมีน้ำในหูชั้นในผิดปกติ เพื่อขับน้ำออกไป หรือใช้การผ่าตัดร่วมในรายที่มีอาการรุนแรง .