หมู่บ้านปลอดการเผา ต.บ้านสา จ.ลำปาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/365293

หมู่บ้านปลอดการเผา ต.บ้านสา จ.ลำปาง

หมู่บ้านปลอดการเผา

โดย…  ปาริชาติ บุญเอก  qualitylife4444@gmail.com

ปี 2553 บ้านแป้นโป่งชัย ต.บ้านสา จ.ลำปาง หมู่ 1-10 ตั้งโครงการสร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการประหยัดพลังงานและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อแก้ปัญหาขยะในชุมชน ระดมความร่วมมือชาวบ้านคัดแยกขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย ขยะเปียก ขยะมูลฝอย รวมถึงแปรรูปขยะให้มีมูลค่า ทำบัญชีรายรับ สร้างรายได้ให้ครัวเรือน

โดยจัดอบรมให้ความรู้การคัดแยกขยะในครัวเรือนแก่คนในชุมชนเพื่อจัดมุมใดมุมหนึ่งในบ้านรองรับการคัดแยก รวมถึงแจกถังพลาสติกเพื่อให้ชาวบ้านนำไปเจาะรูและฝังดินเพื่อจัดการขยะเปียกในชุมชน ภายใต้ชื่อ “หนึ่งครัวเรือน หนึ่งถังขยะอินทรีย์” สามารถนำไปทำปุ๋ยบำรุงดินต่อไป ในส่วนของขยะรีไซเคิล ชาวบ้านสามารถนำไปขายให้แก่ร้านรับซื้ออื่นๆ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจติดตามผล ได้แก่ ผู้นำชุมชน ตัวแทนจากชุมชน และเจ้าหน้าที่เทศบาล มอบรางวัลให้แก่ครัวเรือนที่มีการจัดการขยะดีเยี่ยม

รวมถึงการจัดการเศษใบไม้ กิ่งไม้ โดยนำมาใส่ “เสวียน” ที่ทำขึ้นรอบต้นไม้ หมักไว้เป็นปุ๋ยและให้ความชุ่มชื่นแก่ดิน ไอเดียของ ยันยงค์ สูงงาม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแป้น ที่สืบสานมาจากผู้เป็นพ่อและส่งต่อภูมิปัญญาดังกล่าวสู่คนในชุมชน และเป็นบ้านต้นแบบที่มีการจัดการขยะครบวงจรให้ผู้มาดูงานได้ศึกษาอีกด้วย

ในส่วนของขยะมูลฝอยที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ อาทิ เศษผ้า ถุงพลาสติก และกล่องนม เทศบาลจะรับซื้อจากคนในชุมชนและนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยก ย่อยสลาย และหมัก 15-20 วัน ไล่ความชื้น ณ ศูนย์จัดการวัสดุไม่ใช้แล้วแบบมีส่วนร่วม ต.บ้านสา ที่ได้รับทุนสนับสนุนการก่อสร้างและเครื่องย่อยขยะจากเอสซีจี ลำปาง ด้วยงบประมาณ 3.8 ล้านบาท และส่งขายให้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด (เอสซีจี ลำปาง) เพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงแข็งทดแทน (RDF: Refuse-Derived Fuel)

นภปนนท์ สุรินทร์โท ปลัดเทศบาลตำบลบ้านสา กล่าวว่า บ้านแป้นโป่งชัย หมู่ 9 ต.บ้านสา จ.ลำปาง ซึ่งมีจำนวนครัวเรือน 149 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ทำเกษตรและรับจ้างที่โรงปูน ปัจจุบัน กลายเป็นหมู่บ้านต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการชักชวนคนในหมู่บ้านหันมาปรับพฤติกรรมคัดแยกขยะ และนำขยะมารีไซเคิลเป็นข้าวของเครื่องใช้ อาทิ พัด หมวก ตะกร้า ฯลฯ โดยผู้นำอย่าง นายวินัย สายแปง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านเเป้นโป่งชัย ต.บ้านสา พร้อมได้รับรางวัลจากเทศบาล 4 ปีซ้อน

โดยในครั้งแรกมีชาวบ้านเข้าร่วมราว 70-80 ครัวเรือน เคยได้รางวัลเป็นปูน 75 ถุงนำกลับมาสร้างสาธารณประโยชน์ ปัจจุบันมีลูกบ้านเข้าร่วมกว่า 120 ครัวเรือน

ชนะ ภูมี Vice President-Cement and Construction Solution Business ธุรกิจซีเมนต์ และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า จะรับซื้อขยะมูลฝอยมาขายจากชาวบ้านและบุคคลทั่วไปตันละ 1,000 บาท เพื่อนำไปทำเชื้อเพลิงแข็งทดแทน ใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์ในหม้อเผาปูนที่มีอุณหภูมิสูงถึง 1,450 องศาเซลเซียส ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของโรงงาน ลดปัญหาขยะ
สำหรับขยะอันตราย อาทิ หลอดไฟฟ้า ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ กระป๋องยาฆ่าแมลง สารกำจัดศัตรูพืชต่างๆ ต้องกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ ทิ้งตามพื้นที่เกษตร หรือเก็บสะสมไว้ตามบ้านเรือน แต่หากกำจัดไม่ถูกวิธีจะก่อให้เกิดสารพิษจากการสัมผัส สูดดม สะสมในร่างกาย และทำลายระบบนิเวศ เทศบาลตำบลบ้านสา จึงจัดอบรมให้ความรู้แก่ชุมชนเรื่องการคัดแยก และนำรถออกรับขยะอันตรายปีละ 3 ครั้ง ในเดือนตุลาคม กุมภาพันธ์ และมิถุนายน แลกไข่ไก่ เพื่อเป็นของรางวัลกระตุ้นให้คนในชุมชนคัดแยกขยะ

การจัดการขยะ ต.บ้านสา ลำปาง
– ขยะรีไซเคิล คัดแยกขาย ประดิษฐ์สินค้า
– ขยะมูลฝอย ส่งเอสซีจี ทำเชื้อเพลิงแข็งทดแทน
– ขยะอันตราย นำไปแลกไข่
– ขยะเปียก เศษอาหารใส่ถังทำปุ๋ยอินทรีย์
– เศษใบไม้ กิ่งไม้ ใส่ในเสวียนเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้

นโยบายสังคมสูงวัย 4 พรรคเพิ่มทักษะ-เพิ่มโอกาสทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/365290

นโยบายสังคมสูงวัย 4 พรรคเพิ่มทักษะ-เพิ่มโอกาสทำงาน

สูงวัย,พรรคการเมือง,ประชาธิปัตย์,พลังประชารัฐ,เพื่อไทย,อนาคตใหม่,ผู้สูงอายุ

โดย…  พวงชมพู ประเสริฐ qualitylife4444@gmail.com

สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุและในการเลือกตั้งครั้งนี้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเป็นกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ใกล้สูงอายุรวมกันถึง 58% หรือ 29 ล้านคน จากผู้มีสิทธิทั้งสิ้นราว 50 ล้านคน เพราะฉะนั้นนโยบายพรรคการเมืองในเรื่องสังคมสูงวัยจึงสำคัญอย่างยิ่ง

ในเวทีนำเสนอนโยบายรัฐบาลใหม่กับการรับมือสังคมสูงวัย ภาระที่คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญ ที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดโดยเครือข่ายสังคมสูงวัย มีผู้แทนจาก 4 พรรคการเมืองใหญ่มาร่วมเวทีเพื่อแสดงนโยบายของแต่ละพรรค ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า พรรคมีนโนบายที่สำคัญเกี่ยวกับสังคมสูงวัย อาทิ ขยายอายุเกษียณ จูงใจเอกชนในการงานจ้างงานผู้สูงอายุด้วยการลดหย่อนภาษี คูปองในการฝึกทักษะหากผู้สูงอายุต้องการเพิ่มพูนทักษะเข้ามาทำงาน ปีละ 1 ล้านใบ มูลค่าใบละ 3,500 บาท จะต้องให้ประชาชนมีการออมเพื่อรองรับการใช้ชีวิตสูงวัย ด้วยการยกระดับกองทุนการออมแห่งชาติ ส่งเสริมสัจจะออมทรัพย์ของชุมชน บังคับสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากขึ้น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 1,000 บาท ผลักดันอารยสถาปัตย์ บังคับทุกหน่วยงานรัฐที่มีอาคารเก่าไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกผู้เคลื่อนไหวลำบากต้องปรับปรุงอาคารเหล่านี้ก่อนเสนอของบประมาณ ภาคเอกชนลดหย่อนภาษีเพื่อเป็นแรงจูงใจให้มีการปรับปรุงอาคาร

การดูแลด้านสุขภาพต้องทำให้กลไกด้านสุขภาพต่างๆ เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมัชชาสุขภาพได้รับการใส่ใจในการขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ มากขึ้น เช่น สารพิษ อาหารปลอดภัย เพราะโรคในผู้สูงอายุไม่น้อยเกิดจากพฤติกรรม ให้ท้องถิ่นรับอำนาจในการจัดสร้างบ้านพักคนชราให้เหมาะสม ส่งเสริมธนาคารเวลาที่ทุกคนมีแต้มสะสมในการดูแลผู้สูงอายุช่วงวัยหนุ่มสาวและใช้ได้เมื่อตนเองสูงวัย และเปลี่ยนกฎหมายท้องถิ่นใหม่ โดยเขียนว่าท้องถิ่นห้ามทำอะไรที่เป็นภารกิจโดยตรงของรัฐบาลกลาง เช่น ห้ามมีกองทัพ นอกจากนั้นทำได้หมดรวมทั้งกลไกการดูแลผู้สูงอายุต่างๆ ด้วย จะเป็นการพลิกโฉมท้องถิ่น

กอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพปชร.  นำเสนอว่า พปชร.ดำเนินการนโยบายผู้สูงวัยที่ตอบโจทย์ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทำงานได้ จะขยายอายุเกษียณจาก 60 เป็น 63 ปี ส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ ต้องมองตรงนี้เป็นโอกาสเมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยก่อนเพื่อนบ้าน จะทำให้สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนี้ก่อนประเทศอื่น ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมเพื่อผู้สูงอายุ สร้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง เปิดโอกาสหารายได้ใหม่ๆ เช่น ธนาคารต้นไม้ ธนาคารชุมชน สวัสดิการชุมชนโดยขับเคลื่อนพ.ร.บ.สวัสดิการชุมชนเพื่อให้ทุกชุมชนมีสวัสดิการตนเอง กลุ่มผู้สูงอายุดูแลตนเองไม่ได้ ไม่มีงาน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุ รัฐจะต้องดูแล ให้เบี้ยยังชีพคนละ 1,000 บาทต่อเดือน กรมธรรม์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ตลาดทุนที่เอื้อให้ผู้สูงอายุนำบ้านมาเป็นสินทรัพย์ให้ผู้สูงอายุใช้จ่าย

นอกจากนี้สร้างการเข้าถึงของผู้สูงอายุ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้ การได้รับเทคโนโลยีที่เหมาะสม เช่น อุปกรณ์ช่วยฟัง เข้าถึงข้อมูลต่างๆ ในระบบดิจิทัล ผลักดันบ้านสุขใจและคอนโดที่เอื้อผู้สูงอายุ 1 ล้านหลัง และโรงเรียนสูงวัยทำให้สิ่งแวดล้อมมีความสุข สูงวัยอย่างสุขสรรค์ ตั้งโรงพยาบาลสูงวัยที่เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง ส่งเสริมเทเลเมดิซีน ให้มีนักบริบาลชุมชนโดยให้อสม.ที่ประสงค์ดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงฝึกอบรมให้มีความรู้ที่ถูกต้องโดยได้รับค่าตอบแทน 6-9 พันบาท โดยให้ท้องถิ่นรับผิดชอบในส่วนนี้ มีคูปองอุปกรณ์ให้ผู้สูงอายุใช้เลือกซื้อตามความจำเป็นในการดูแลสุขภาพ และดำเนินโครงการเจ็บป่วยฉุกเฉินเข้าไปทุกที่หรือยูเซ็ปต่อไป อีกทั้งส่งเสริมให้เกิดสังคมกตัญญูให้คนวัยทำงานได้ดูแลพ่อแม่ โดยเพิ่มวันลาเพื่อดูแลพ่อแม่อีก 10 วันต่อปี และเพิ่มการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก 30,000 บาทเป็น 60,000 บาทหากดูแลทั้งพ่อและแม่ก็ลดหย่อนได้ 1.2 แสนบาท

ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า พท.จะจัดสรรงบประมาณเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,000 บาทต่อเดือน ลดหย่อนภาษีเพื่อจูงใจให้เกิดเถ้าแก่ใหม่ในเอสเอ็มอี หรือสตาร์ทอัพ ตั้งกองทุนคนเปลี่ยนงาน เพิ่มอายุเกษียณ บริหารจัดการกองทุนการออมที่มีอยู่มากมายไม่ให้ซ้ำซ้อน ส่งเสริมอารยสถาปัตย์ให้ชุมชนมีส่วนร่วม สร้างสมาร์ทซิตี้ และสนับสนุนให้ภาคเอกชนจ้างผู้สูงอายุและให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี สร้าง 30 บาทยุคใหม่ที่ให้ทุกคนมีสุขภาพดีก่อนแก่ ใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาต่างๆ ในระบบสาธารณสุข มีชุมชนจิตอาสาให้คนในชุมชนเข้ามาช่วยดูแลผู้สูงอายุ นอกจากนี้ต้องกระจายอำนาจให้ชุมชนเข้ามาร่วมแก้ปัญหา ผลักดันพื้นที่สาธารณะให้คนทุกวัยมาทำกิจกรรมร่วม

นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้ดูแลนโยบายรัฐสวัสดิการ พรรคอนค. บอกว่า กลุ่มที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือคนที่อยู่ในวัยเรียนอายุ 18 ปีในปัจจุบันจึงต้องเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้เข้ามาดำเนินการเศรษฐกิจดิจิทัล โดยต้องเริ่มด้วยการแก้กฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ก่อนเพื่อโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่ รวมถึงต้องส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจเอไอ ผู้สูงอายุทุกคนได้รับเบี้ยบำนาญไม่ใช่เบี้ยผู้สูงอายุเท่าเทียมทุกคน 1,800 บาทต่อเดือน พัฒนาระบบการศึกษาพัฒนาคนให้เป็นแรงงานที่มีคุณภาพ สามารถสร้างเศรษฐกิจใหม่ ปรับปรุงขนส่งสาธารณะและมีระบบขนส่งไปถึงทุกซอกถนน มีพื้นที่สาธารณะให้ร่วมทำกิจกรรม ด้านสุขภาพต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดปัญหารอคิวนาน แออัด และส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่กลับไปอยู่บ้าน ส่งเสริมเกษตรแนวใหม่ให้เกษตรกรสามารถแปรรูปผลผลิตได้เอง เพิ่มมูลค่าและทำให้มีการจ้างงานในชุมชนมากขึ้น

“นโยบายสิ่งแวดล้อม” 3 พรรค ใช้ก.ม.-เทคโนโลยีทุกฝ่ายร่วมกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/365168

“นโยบายสิ่งแวดล้อม” 3 พรรค ใช้ก.ม.-เทคโนโลยีทุกฝ่ายร่วมกัน

สิ่งแวดล้อม,โทคโนโลยี

โดย…  -ชุลีพร อร่ามเนตรqualitylife4444@gmail.com –

นับถอยหลังอีกไม่กี่วัน “ประเทศไทย” ก็ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลังจากห่างหายจากกระบวนการทางประชาธิปไตยไปยาวนาน หลายปีที่ผ่านมาประเทศประสบปัญหามากมาย “สิ่งแวดล้อม” เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ประสบ โดยเฉพาะเรื่องของมลพิษทางอากาศอย่างฝุ่งละออง พีเอ็ม 2.5 ที่ก่อให้เกิดความหวาดหวั่น ต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาเรื่อง “นโยบายสิ่งแวดล้อมกับการเมืองไทย : เป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน?” โดยได้เชิญเหล่านักการเมืองของพรรคการเมืองต่างๆ มาอภิปรายนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

"นโยบายสิ่งแวดล้อม" 3 พรรค ใช้ก.ม.-เทคโนโลยีทุกฝ่ายร่วมกัน

       เร่งแก้ 3 โจทย์สิ่งแวดล้อม
บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สิ่งแวดล้อมเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสังคมและเศรษฐกิจอยู่ภายใต้ขีดจำกัดของสิ่งแวดล้อม โดยโจทย์หลักเรื่องสิ่งแวดล้อมไทย 3 ประเด็นปัญหา คือ 1.การเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม 2.การเข้าถึงและแบ่งปันทรัพยากรสิ่งแวดล้อมเป็นธรรม และ 3.ความขัดแย้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ซึ่งทั้ง 3 โจทย์ล้วนเป็นเรื่องการเมืองกับสิ่งแวดล้อม เพราะปรากฏการณ์ของสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น อาทิ เขาหัวโล้น จ.น่าน สะท้อนให้เห็นถึงความยากจน การบังคับใช้กฎหมาย หลักนิติธรรม กฎหมายป่าไม้ และสิทธิชุมชน หรือกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม 2.5 สะท้อนให้เห็นปัญหาของผังเมือง ระบบคมนาคม ระบบ EIA รถยนต์ EV การบังคับใช้กฎหมาย เป็นต้น ขณะที่การเข้าถึงและการแบ่งปันทรัพยากร พบว่า 10% ของคนไทยมีที่ดินมากกว่า 100 ไร่ แต่ 90% มีที่ดินถือครองน้อยกว่า 100 ไร่ และมีประมาณ 7 แสนกว่าครัวเรือน ไม่มีที่ดินของตนเอง อีกทั้ง 1 ใน 3 ของเกษตรกรไทยไม่มีที่ดินของตนเองต้องเช่าที่ทำเกษตรกร ส่วนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก็มีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากฝากไปพรรคการเมือง คือ อยากให้มีกลไกระดับนโยบายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน มีกระบวนการนโยบายสาธารณะและประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม รวมถึงต้องมีเครื่องมือบริหารและตัดสินใจทางนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

     แก้สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ศิริภา อินทวิเชียร ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าการพัฒนาสิ่งแวดล้อมบรรลุเป้าหมายให้เกิดการพัฒนาที่ยังยืน ผู้มีอำนาจถือกฎหมายในการดูแลสิ่งแวดล้อม ต้องทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ทำงานโปร่งใสไม่เลือกปฏิบัติ และต้องร่วมมือกับภาคเอกชน ประชาชน โดยพรรคมีนโยบาย 6 ด้าน สำคัญ คือ 1.นโยบายด้านพลังงาน ยุติการสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน และส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานสะอาด ส่งเสริมให้ภาคเอกชน ประชาชนมีส่วนร่วมผลิตไฟฟ้าใช้เอง และใช้ไบโอดีเซล 2.ป่าไม้และสัตว์ป่า เพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ 50% หรือ 160 ล้านไร่ โดย 30 % เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ ใช้ได้เฉพาะงานวิจัยห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ และ 20% เป็นป่าชุมชนจะมีการจัดทำแนวเขตป่าให้ชัดเจน เน้นการปลูกป่าและมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด 3.การจัดการขยะ ลดการใช้พลาสติก 4.การลดมลพิษทางอากาศ มีมาตรการฉุกเฉินกรณีวิกฤติมลพิษ ปรับปรุงกฎหมายในการรับมือจัดการมลพิษทางอากาศและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพิ่มพื้นที่สีเขียว 5.มีการบริหารจัดการของเสีย เพิ่มมาตรการด้านภาษีในการบำบัดน้ำเสีย ของเสียอย่างถูกต้อง และ 6.มาตรการทางทะเล ควบคุมนักท่องเที่ยวในบางพื้นที่ และการควบคุมประมงเชิงพาณิชย์ตามชายฝั่ง เพื่อฟื้นฟูและส่งเสริมให้ชาวประมง ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม อย่างไรก็ตามการจะพัฒนาสิ่งแวดล้อมได้นั้นทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันโดยเฉพาะภาครัฐต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีข้อยกเว้น

"นโยบายสิ่งแวดล้อม" 3 พรรค ใช้ก.ม.-เทคโนโลยีทุกฝ่ายร่วมกัน

ศิริภา อินทวิเชียร

          ปรับกฎหมาย-ใช้บิ๊กดาต้า
ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมที่ดีต้องพัฒนาควบคู่กับสิ่งแวดล้อม ซึ่ง 70 ประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมมานาน แต่ในไทยให้ความสำคัญเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย จนกระทั่งเกิดกรณีฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 มากขึ้น ทำให้เกิดความตระหนักมากขึ้น ซึ่งทางพรรคให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาตลอด เพราะต่อให้เศรษฐกิจดีแต่สุขภาพของประชาชนไม่ดีก็ย่อมส่งผลเสียดังนั้นในพื้นที่ต่างๆ จะนำเทคโนโลยีเข้ามาในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การแก้ปัญหาฝุ่นละอองจะมีการติดตั้งเครื่องมอนิเตอร์ไปตามจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบถึงปัญหาและร่วมแก้ปัญหา เพราะการแก้ไขสิ่งแวดล้อม จะให้องค์กรใดองค์กรหนึ่งทำคงไม่สำเร็จ ทุกฝ่ายต้องเข้ามามีส่วนร่วมและตระหนักในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะหน่วยงานของภาครัฐ ราชการที่ต้องประสานงาน ทำงานร่วมกัน ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายและมีการใช้เทคโนโลยีบิ๊กดาต้า เข้ามาบริหารจัดการข้อมูลและเชื่อมต่อระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนเข้าด้วยกัน

"นโยบายสิ่งแวดล้อม" 3 พรรค ใช้ก.ม.-เทคโนโลยีทุกฝ่ายร่วมกัน

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์

          มาตรการภาษี
นิติพล ผิวเหมาะ ตัวแทนจากพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ ให้ความสำคัญเรื่องของคน สิ่งแวดล้อม และสัตว์ ดังนั้น ในส่วนของนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมนั้นไม่ได้คำนึงเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เรายังคำนึงถึงสันติภาพของสัตว์อีกด้วย โดยสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างด่วน คือ ปัญหาพลาสติก ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่และไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จะมีการใช้มาตรการด้านภาษีเข้ามาส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาใช้วัสดุทดแทน การผลิตพลาสติก โดยรัฐต้องเป็นผู้จ้างให้เอกชนไปหาวัสดุทดแทน เพื่อภาครัฐจะได้เป็นเจ้าของสิทธิบัตรและส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาช่วยคิดค้น ผลิตวัสดุอื่นทดแทนการใช้พลาสติก นอกจากนั้นในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ประชาชนได้รับทราบข้อมูล อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน และรัฐบาลต้องกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น เพราะการจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น รัฐไม่มีทางรู้ปัญหาดีไปกว่าคนในท้องถิ่น ดังนั้นภาครัฐต้องส่งเสริมให้ท้องถิ่น ประชาชนมาร่วมแก้ปัญหา อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมาที่ไม่ยั่งยืน เพราะทุกคนมักมองว่าสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องไกลตัว ใครออกมาพูดเรื่องนี้เป็นพวกโลกสวยทั้งที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกฝ่ายในสังคมต้องร่วมกัน

"นโยบายสิ่งแวดล้อม" 3 พรรค ใช้ก.ม.-เทคโนโลยีทุกฝ่ายร่วมกัน

นิติพล ผิวเหมาะ

การมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อม
-การควบคุมโดยประชาชน
-การร่วมปฏิบัติ
– การร่วมตัดสินใจ
-การวางแผนร่วม
– การปรึกษาหารือ
-การรับฟังความคิดเห็น
– การให้ข้อมูล
ที่มา สถาบันพระปกเกล้า 2545

“พปชร.” ปัดแบ่งโควตา “ภท. – ปชป.” พรรคละ 7 ที่นั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/371901

“พปชร.” ปัดแบ่งโควตา “ภท. – ปชป.” พรรคละ 7 ที่นั่ง

การเมือง ข่าวการเมือง  :  10 นาทีที่ผ่านมา
การเมือง,สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,โควตา,รัฐมนตรี,พรรคประชาธิปัตย์,ปชป,พรรคภูมิใจไทย,ภท,จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์,ประยุทธ์ จันทร์โอชา,นายกฯ,อนุทิน ชาญวีรกุล

“สนธิรัตน์” ปัด แบ่งโควตา “ภท. – ปชป.” พรรคละ 7 ที่นั่ง ชี้ ยังไม่ถึงเวลา ระบุ ตอนนี้อยู่ในขั้นรอให้ทุกพรรคเสร็จขั้นตอนภายใน

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 62 เวลา 13.00 น. ที่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าวแบ่งโควตารัฐมนตรีให้กับ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคละ 7 เก้าอี้ ว่า

ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น ยังไม่ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลอย่างที่เป็นข่าว เวลานี้คือ ขั้นตอนแสดงความยินดีกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้เลือก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งพรรคได้แสดงความยินดีไปแล้ว เราเคารพการทำงานของพรรคอื่นที่จะมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีขั้นตอนภายในของเขา เราต้องรอให้เขามีมติออกมาก่อน ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนของการรอ

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับโควตารัฐมนตรีที่มีข่าวว่าจะได้ 7 ตำแหน่ง มาถึงพรรคพลังประชารัฐหรือยัง นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่มีเรื่อง 7 ตำแหน่งรัฐมนตรี และยังไม่ได้ประสานงานอย่างเป็นทางการ เวลานี้ยังทำอะไรไม่ได้ หลังจากที่พรรคเขามีมติจึงจะเป็นจุดเริ่ม

เมื่อถามว่า หากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จะทำให้เกิดความตะขิดตะขวงใจหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ต้องพูดคุยกัน เมื่อถามย้ำว่า ถ้าทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยไม่ตัดสินใจมาร่วมรัฐบาลจะทำอย่างไร นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งคาดเดากันไป วันนี้คุยกันแบบนี้ แต่เมื่อได้คำตอบจากทั้งสองพรรคค่อยมาว่ากัน

เมื่อถามว่า นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐยังไม่มีใครไปเชิญอย่างเป็นทางการ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เราก็รอพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน เพราะทุกพรรคมีกระบวนการขั้นตอนของตัวเอง พรรคพลังประชารัฐให้เกียรติทุกพรรค และพร้อมประสานกับทุกพรรคเมื่อขั้นตอนภายในของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าความอึดอัดของพรรคภูมิใจไทยจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลขั้วที่ 3 นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน อย่าเพิ่งไปประมาณอะไรต่างๆ เรายังไม่สามารถไปตอบอะไรได้อย่างนั้น ย้ำว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น ยอมรับว่าพรรคพลังประชารัฐในฐานะที่อาสาเป็นแกนนำตั้งใจพูดคุยกับทุกพรรคที่สามารถร่วมงานกันได้ มีแนวคิดและความตั้งใจที่จะไปด้วยกัน เพื่อร่วมกันทำงานให้กับประเทศ พร้อมจะชวนทุกพรรค

เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่มีเสียงวิจารณ์ว่าหากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยมาร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ เหมือนเป็นการสานต่อเผด็จการ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เวลานี้มีข่าวต่างๆ ค่อนข้างมาก ซึ่งการโจมตีกันไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ถ้าพูดถึงคำว่าเผด็จการ เรื่องนี้จบไปตั้งแต่การเลือกตั้งแล้ว การเลือกตั้งคือ การคืนอำนาจและคืนประชาธิปไตยสู่พี่น้องประชาชน จึงไม่อยากเห็นการใช้วาทกรรมมาเป็นจุดสร้างความแตกแยก หรือความขัดแย้งในบ้านเมืองต่อไป วันนี้ต้องเดินไปตามครรลองประชาธิปไตย ใครที่รวบรวมเสียงข้างมากได้ก็ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล ที่สำคัญขอเรียกร้องให้ทุกคนมองว่าจะทำอย่างไรที่รัฐบาลใหม่จะนำนโยบายที่ดีของทุกพรรคไปสู่ประชาชน เป็นรัฐบาลที่เข้มแข็ง

เมื่อถามถึงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐจะเก็บไว้เอง หรือยกให้พรรคการเมืองอื่น นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า รอมติพรรคร่วมออกมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า “จะพยายามทำให้ได้ ไม่ต้องห่วง”

"พปชร." ปัดแบ่งโควตา "ภท. - ปชป." พรรคละ 7 ที่นั่ง

"พปชร." ปัดแบ่งโควตา "ภท. - ปชป." พรรคละ 7 ที่นั่ง

จี้ กกต. เร่งสอบคดีแจกเงินเขตหนองจอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/371868

จี้ กกต. เร่งสอบคดีแจกเงินเขตหนองจอก

การเมือง ข่าวการเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเมือง,กกต,พรรคเพื่อไทย,พท

อดีตผู้สมัคร ส.ส. หนองจอก พรรคเพื่อไทย ทวงถามความคืบหน้า หลังร้อง กกต. สอบคู่แข่งแจกเงิน 5,000 บาท ให้ ปธ.ชุมชนบึงปรง ส่อทุจริตเลือกตั้ง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 16 พ.ค. 62  นายไพโรจน์ อิสรเสรีพงษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขตที่ 17 หนองจอก กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) เข้ายื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าจาก กกต. ถึงกรณียื่นคัดค้านการเลือกตั้งในเขต 17 ที่พบการกระทำผู้สมัครของพรรคการเมืองหนึ่งที่ได้มีการนำเงินจำนวน 5,000 บาท พร้อมเสื้อพรรคการเมืองนั้น จำนวน 2 ตัว มามอบให้ นางวราภรณ์ ขันทิพย์ ประธานชุมชนก้าวใหม่พัฒนาบึงปรง ซึ่งน่าจะเข้าข่ายความผิดในข้อกฎหมายอย่างร้ายแรง โดยนางวราภรณ์ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.หนองจอก

นายไพโรจน์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ยื่นหนังสือให้ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 62 และได้รับหนังสือตอบกลับจาก กกต. เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 62 ว่าเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณา และขอเชิญให้ตนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งกรณีนี้มีทั้งพยาน และบันทึกประจำวันของ สน.หนองจอก และมีคลิปเสียงการพูดจาข่มขู่นายวราภรณ์ กกต. น่าจะสอบสวนโดยเร่งด่วน แต่กลับไม่ดำเนินการโดยฉับพลันแตกต่างจากกรณีผู้สมัคร ส.ส. เพื่อไทย ที่ จ.เชียงใหม่ ที่นำเงินไปทำบุญให้พระสงฆ์ 2,000 บาท ที่ได้รับใบส้มอย่างรวดเร็ว

นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องนี้การสอบปากคำมีประเด็นสำคัญเพียงใครเป็นผู้พบเห็นการให้เงิน 5,000 บาท ให้ในสถานที่ใด วันเวลาใด และผู้ที่นำเงินมาให้เป็นใคร เพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่การสอบสวนกลับใช้เวลานานหลายชั่วโมง ทั้งนี้ ในระหว่างการสอบสวนยังมีลักษณะข่มขู่พยานผู้ให้ถ้อยคำว่าอาจจะถูกผู้ถูกกล่าวหาฟ้องกลับ ซึ่งการให้ถ้อยคำนั้น หากผู้ให้ถ้อยคำให้ข้อความอันเป็นเท็จก็ย่อมเป็นความผิดโดยปกติอยู่แล้ว

จี้ กกต. เร่งสอบคดีแจกเงินเขตหนองจอก

จี้ กกต. เร่งสอบคดีแจกเงินเขตหนองจอก

งบสรรหา 194 ส.ว. แค่ไม่กี่พันบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/371860

งบสรรหา 194 ส.ว. แค่ไม่กี่พันบาท

การเมือง ข่าวการเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเมือง,วิษณุ,สว

“วิษณุ” ชี้ หาก “ชยุต” ขาดคุณสมบัติ “ส.ว.” ก็พ้นตำแหน่งไป ระบุ “คสช.” ใช้งบเฟ้น “194 ส.ว.” แค่ไม่กี่พันบาท

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 62 ที่ ทำเนียบรัฐบาล  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี นายชยุต สืบตระกูล สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่พบว่าเคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 51 คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินตาบอด จอดรถขยะกรุงเทพมหานคร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างฎีกา จะส่งผลต่อคุณสมบัติต้องห้ามตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. หรือไม่ ว่า

ตนทราบเรื่องแล้ว แต่ยังไม่สามารถตอบได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ หากพบว่าขัดก็พ้นไป ลำดับสำรองก็เลื่อนขึ้นมา เราให้เจ้าตัวเป็นคนเซ็นรับรองคุณสมบัติทั้งหมดเอง เพราะเราไม่สามารถไปตรวจสอบได้ และจนถึงตอนนี้ นายชยุตก็ไม่ได้ติดต่อมาเพื่อขอชี้แจงอะไร

เมื่อถามว่า ต้องรอให้คดีถึงที่สุดก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขอตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง เมื่อถามว่า นายชยุตจะมีความผิดจากการเซ็นรับรองคุณสมบัติของตัวเองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในขณะนี้ต้องบอกว่าแค่ลาออก แล้วก็เลื่อนคนใหม่ขึ้นมา อย่างไรก็ตาม อาจจะมีคนอื่นๆ ที่มีลักษณะทำนองนี้อีก ซึ่งจะปรากฏขึ้นมาในช่วงเวลาแบบนี้ เมื่อถามว่า มีข้อกฎหมายกำหนดหรือไม่ว่านายชยุตต้องชี้แจงภายในกี่วัน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี เมื่อประกาศรายชื่อไปแล้ว ใครร้องขึ้นมาก็เป็นเรื่องของการพ้นไปหรือลาออก แล้วก็เลื่อนคนมาแทน ซึ่งจะทำเมื่อไหร่ก็ได้

นายวิษณุ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ไปพูดกันว่ามีการใช้งบประมาณในการคัดเลือก ส.ว. ถึง 1,300 ล้านบาท นั้นเป็นการใช้ในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องหาคนเป็นพันเป็นหมื่นตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด อีกทั้งต้องเช่าสถานที่ แต่ส่วน ส.ว. 194 คน นั้นเข้าใจว่าใช้งบประมาณเพียงไม่กี่พันบาทเท่านั้น เพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เป็นกรรมการสรรหา ไม่ได้มีเบี้ยประชุม และถ้าจะมีค่าใช้จ่าย ก็เป็นแค่เรื่องเอกสาร

เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) เรียกร้องให้มีการเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร สามารถเปิดเผยได้ และ คสช. คงจะเปิดเผยในไม่ช้านี้ แต่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นเมื่อไร โดย คสช. ตั้งใจมาตั้งแต่แรกว่าเมื่อประกาศรายชื่อ ส.ว. เสร็จแล้วก็ต้องเปิดเผย ตนเข้าใจว่าเคยมีการร้องเรื่องนี้ไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินถามมา ทาง คสช. ก็เคยส่งคำสั่งสำเนาแต่งตั้งไปให้

เมื่อถามว่า จะชี้แจงสังคมอย่างไรต่อข้อวิจารณ์ที่ว่าคณะกรรมการสรรหา ส.ว. บางคน มาเป็น ส.ว. เสียเอง นายวิษณุ กล่าวว่า ชี้แจงว่าในระหว่างเวลาพิจารณา จะไม่มีการพิจารณาตัวเอง ถ้าไม่เดินออกจากที่ประชุมก็ไม่ออกความเห็น ซึ่งได้ทำแบบนี้ และได้เตือนในเรื่องนี้ไปแล้ว จึงไม่คิดว่าเป็นปัญหาอะไร

“คสช. มีองค์ประชุมอยู่ 8 คน แต่ในตอนประชุมพิจารณา ได้พิจารณาครบทั้ง 15 คน เมื่อพิจารณาไปถึงรายชื่อของผู้ใดซึ่งไล่ไปตามลำดับ ถ้าผู้นั้นไม่ออกไปจากที่ประชุม ท่านก็ไม่ออกความเห็นใดๆ ถึงเวลาก็อภิปรายคุณสมบัติกันไป หลายชื่อก็ถูกข้ามไป หลายชื่อก็มีการทักท้วง บางชื่อทักท้วงแล้วสำเร็จ แต่บางชื่อไม่สำเร็จ แม้กระทั่งย้อนไปตอนสรรหาก็ทำในลักษณะเดียวกัน โดยมีการประชุม 3 ครั้ง ครั้งละหลายชั่วโมง ผมยืนยันได้ เพราะอยู่ในที่ประชุมด้วย ส่วนในชั้น คสช. นั้น ผมอาจจะอยู่ไม่ครบ แต่ก็ได้ทราบว่าเจ้าตัวไม่มีส่วนในการออกความเห็นในส่วนของตัวเอง” นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามต่อว่า มีหลักฐานนำมายืนยันและเผยแพร่ต่อสาธารณะหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มีการจดรายงานการประชุมไว้ แต่จะเผยแพร่ได้หรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะรายงานการประชุมของ คสช. นั้น เผยแพร่ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากมีคดีความก็สามารถส่งรายงานการประชุมที่ว่านี้ไปได้ ไม่ได้ลำบากอะไร

งบสรรหา 194 ส.ว. แค่ไม่กี่พันบาท

“อุตตม” ปัดเงื่อนไขสกัด “บิ๊กป้อม – บิ๊กป๊อก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/371322

“อุตตม” ปัดเงื่อนไขสกัด “บิ๊กป้อม – บิ๊กป๊อก”

การเมือง,อุตตม สาวนายน,อนุพงษ์ เผ่าจินดา,ประวิตร วงษ์สุวรรณ,เงื่อนไข,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,บิ๊กป้อม,บิ๊กป๊อก,พรรคประชาธิปัตย์,ปชป

“อุตตม” ปัดพรรคการเมืองจับมือตั้งเงื่อนไขสกัด “บิ๊กป้อม – บิ๊กป๊อก” ยังมีเวลาตั้งรัฐบาลรอทุกพรรคโดยเฉพาะ “ประชาธิปัตย์” เลือกกรรมการใหม่เรียบร้อย

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่ามีการตั้งเงื่อนไขต่อรองจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ว่าไม่ควรมีชื่อของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และชื่อ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ว่า

ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะนี้มีการพูดคุยกันเรื่องการมาร่วมกันเดินหน้าประเทศ ยังไม่มีการพูดเรื่องตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น เพราะจะต้องรอความพร้อมของทุกพรรคที่จะมาหารือกันอย่างเป็นทางการ

หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เท่าที่ได้มีโอกาสได้พบปะกับนักการเมือง ไม่มีใครตั้งเงื่อนไขเช่นนี้ และในขณะที่เคยร่วมงานกับทั้ง พลเอก ประวิตร และ พลเอก อนุพงษ์ ทั้งสองท่านมีความตั้งใจและผลงานในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศอย่างแท้จริง

ซึ่งต้องยอมรับว่า ที่ประเทศสงบเรียบร้อยมา 5 ปี ที่ผ่านมา ทั้งสองท่านมีบทบาทช่วยงานท่านนายกรัฐมนตรีอย่างมาก โดยเฉพาะในงานด้านความมั่นคง และอื่นๆ อาทิ การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและสิทธิ์ที่ทำกินของประชาชน การพัฒนาสร้างอาชีพในชุมชน นอกจากนั้น ยังมีบทบาทในการเจรจาและแก้ปัญหาประมงไทยจนสหภาพยุโรปปลดเงื่อนไขต่างๆ ที่จะห้ามนำสินค้าประมงไทยเข้าไปขายในตลาดยุโรป นับว่าได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศเป็นอย่างมาก

ส่วนการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลนั้น หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ยังมีเวลา และขณะนี้ ต้องให้เกียรติกับทุกๆ พรรค เพราะบางพรรคก็อยู่ระหว่างการดำเนินการภายใน อย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กำลังจะมีเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จึงควรรอให้กระบวนการของแต่ละพรรคเสร็จสิ้นเสียก่อน

MG deal paves way for EV launch

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/Auto_ADO/30369475

MG's ZS compact electric vehicle will be launched in Thailand on June 20.
MG’s ZS compact electric vehicle will be launched in Thailand on June 20.

MG deal paves way for EV launch

Auto & Audio May 16, 2019 01:00

By KINGSLEY WIJAYASINHA
THE NATION

MG has signed a memorandum of understanding (MoU) with Energy Absolute Plc for the joint development of a charging network for the brand’s electric vehicles (EVs) in Thailand.

The British auto maker, owned by China’s SAIC Motor Corporation, plans to launch its first EV in Thailand next month. The ZS compact EV will be the first fully electric compact crossover to be sold in the Kingdom when it is officially launched on June 20.

Prior to the signing of the MoU signing, MG producer SAIC Motor-CP Co Ltd and distributor MG Sales (Thailand) Co staged a seminar titled “EVolution of Automotive” to shed more light on electric mobility and opportunities for the Thai automobile industry in regard to electric vehicles.

The event featured seven guest speakers from organisations including the Ministry of Industry, the Thailand Automotive Institute (TAI) and MG Motors.

Adisak Rohitasune, acting president of TAI, said that as much as 50 per cent of the expected 2.5 million automobiles produced in Thailand by 2030 will be EVs (up from the current 1 per cent), consisting of HEVs (hybrid electric vehicles), PHEV (plugin hybrid electric vehicle), BEVs (battery electric vehicles) and FCEVs (fuel cell electric vehicles).

“Meanwhile, they will also achieve level 3 autonomous driving abilities in a range of 5, which means they can run in automatic mode in several conditions including highways,” he said.

While the local automobile industry was built under the model of manufacturer and suppliers (tiers 1-3), the structure will change dramatically in the future with digital-based companies replacing ramp-down suppliers of fading technologies, Adisak said.

Siriruj Chulakaratana, deputy permanent secretary at the ministry, said Thailand is gearing up for EVs and autonomous vehicles (AVs) and the significant changes that await the automobile industry, ranging from electrification to data management and communications as well as vehicle sharing.

“In the future, vehicles will also come with AI (artificial intelligence) that would connects a car to other vehicles as well as to a larger fleet and the city network,” he said.

Amorn Sapthaweekul, deputy CEO of Energy Absolute PCL (EA), said the company has built more than 400 charging stations around the country, with more than 200 already in operation.

While normal charging might take hours via a 44kW standard charger, EA also offers quick-charging services with up to 150kW of power, allows a vehicle to be fully charged in just 15 minutes.

“Currently we charge Bt50 an hour for charging PHEVs, but in the future, when there are more BEVs, we will start charging by electrical power units,” Amorn said.

NBTC finalises 700MHz slots sale

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/Startup_and_IT/30369390

NBTC finalises 700MHz slots sale

Tech May 15, 2019 01:00

By   THE NATION

THE NATIONAL Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC) will put on sale three 700MHz spectrum slots, each priced at Bt17.584 billion, according to the completed draft of the 700MHz spectrum allocation.

NBTC secretary-general Takorn Tantasith said yesterday that the NBTC had already finished the final draft.

Each slot will feature a 10MHz bandwidth.

The licence term will be 15 years and the licence payment can be divided into 10 instalments.

The NBTC had earlier planned to sell the slots with each totalling 15MHz bandwidth.

Telecom operators who win the licences will start paying for the slots next October.

The slots will be put on sale on June 19 and proceeds from the sales will be used to compensate the six digital TV broadcasters who last week informed the NBTC their intention to return their broadcasting licences.

The NBTC will hold a public hearing on the draft of the regulation of the 700MHz allocation on May 22.

The NBTC wants the telecom operators to provide 5G wireless broadband service on the 700MHz band.

The sales of these three slots is related to the junta’s launch of the relief measures last month to ease the financial burden of the three 900MHz telecom operators.

Under the relief measures, the NBTC will split the total upfront licence fee for the 900MHz spectrum of the three licence holders into 10 instalments, giving them more time to make payments from the current four instalments.

However, the junta’s relief measures include a condition that makes it mandatory for any of 900MHz licence holders availing the relief measures to purchase the NBTC’s 700MHz spectrum slots, which will be up for sale on June 19.

See terms and conditions

The licence holders can inform the NBTC that they want to avail of the junta’s relief measures but can later opt not to buy the 700MHz licence slots.

However, they would lose the longer instalment facility if they do not buy the slots and would have to pay as per the original payment schedule.

All the three operators have informed the NBTC their interest to avail of the junta’s relief measures, but they want to see the terms and conditions of the 700MHz licence sales first before making a final decision on whether to purchase the 700MHz licences.

The NBTC has a total of 45MHz of the 700MHz bandwidth. After selling the 30MHz, it is expected to auction the remaining 15MHz next April.

The NBTC will also auction the 2600MHz band, the 26GHz and 28GHz bands in October this year, and the remaining 35MHz bandwidth of 1800MHz band totalling seven slots next April.

Market for digital signage promising ahead of Games in Japan

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/Startup_and_IT/30369339

Market for digital signage promising ahead of Games in Japan

Tech May 13, 2019 21:15

By The Japan News/ANN

2,325 Viewed

TOKYO – The market for digital signage is rapidly expanding. With the spread of high-speed internet and a reduction in installation costs, the electronic devices can be set up at various places consumers can easily spot.

The market for digital signage is rapidly expanding. With the spread of high-speed internet and a reduction in installation costs, the electronic devices can be set up at various places consumers can easily spot.

Digital signage is also expected to provide information on tourism and disaster prevention.

In March, Panasonic Corp. and affiliated firms of Tokyo Electric Power Company Holdings, Inc. set up 49-inch digital signage screens above electricity transformer boxes on the streets near JR Omiya Station in Saitama. The devices run video clips about local tourism spots and emergency evacuation places. The companies are conducting a test together with the Land, Infrastructure, Transport and Tourism Ministry and the Saitama municipal government, using cameras installed on the devices to find out how passersby respond to different types of information.

As more utility poles are removed to install electric wires underground, electricity transformers are often set up on sidewalks. Currently, it is prohibited to place advertisements on transformers, but the ministry will look into whether the regulation should be relaxed nationwide based on the findings of the test.

Digital signage has long been used for large screens in baseball stadiums and billboards on buildings. In recent years, it has come to be used in a wider variety of places, such as trains, shops and taxis. Behind the expansion lies the availability of thin high-resolution screens, falling prices of related equipment and technical improvements including spread of high-speed internet. Allowing such devices on transformers would further increase places to install them.

Digital signage is increasingly used for providing information on tourism and disaster prevention, because it can handle a large amount of data. The Tokyo metropolitan government, for example, plans to install about 150 digital signage devices to provide such information in fiscal 2019, in the run-up to next year’s Tokyo Olympics and Paralympics.

Capitalizing on this demand, NEC Corp. developed an advanced streetlight in 2018. In addition to illumination, the device can also provide disaster information in English and Chinese such as evacuation guidance based on the amount of traffic at that time. The company aims to install the product around competition venues.

Although initial investment is costly, digital signage enables instant information updates, expected to reduce labor and other costs in the long run. Major home appliance retailer Biccamera Inc. introduced digital price tags on the shelves for all products at its outlet opened in Machida, Tokyo, in February. Price tags can be changed all at once, which “helps reduce working hours” of the outlet’s workers, according to a Biccamera public relations officer.

According to estimates by Fuji Chimera Research Institute Inc., the digital signage market is expected to expand to ¥318.6 billion in 2025, more than double the ¥143.7 billion seen in 2017. “Digital signage, which can run real-time information, will further evolve with the use of artificial intelligence, among other technologies,” said the company’s senior researcher Eigo Yamada.