GIVENCHY แบรนด์ระดับโลก เผยโฉม Le Rouge Liquide สร้างลุคเจิดจรัสปราดเปรียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370706

GIVENCHY แบรนด์ระดับโลก เผยโฉม Le Rouge Liquide สร้างลุคเจิดจรัสปราดเปรียว

GIVENCHY แบรนด์ระดับโลก เผยโฉม Le Rouge Liquide สร้างลุคเจิดจรัสปราดเปรียว

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ณภศศิ สุรวรรณ, พิมพาภรณ์ เสริมพณิชกิจ, อาชิตาศิริภิญญานนท์, สิปโปทัย ฉันทะสิริวัฒน์, เจนจิรา พันธุ์วิเชียร

จีวองชี่ (GIVENCHY) แบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหรูหรา เติมแต่งความสง่างามให้กับหญิงสาวทั่วโลกมาอย่างยาวนานจัดงานเปิดตัวลิปสติกใหม่ล่าสุด Le Rouge Liquide รังสรรค์ลิปสติกเนื้อกำมะหยี่ พร้อมสูตรที่แตกต่างให้ริมฝีปากชุ่มชื้นตลอดวัน มีมาให้เลือกมากถึง 14 เฉดสี โดยภายในงานมีเหล่าเซเลบริตี้ร่วมงานมากมาย อาทิ ดาว-พิมพ์ทองวชิราคม, เมทัล สุขขาว, มายด์-ณภศศิสุรวรรณ, แพตตี้-พิมพาภรณ์ เสริมพณิชกิจ,ซูริ ซูซานน่า เรโนล และ พลอยฝน เณอปัฐน์ กิตติพรวริษฐ์ ที่ Sephora ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เมื่อวันก่อน

มร.เคนเน็ท นาวาโร, เอสเมรัลด้า อาเบะ, ตั้ม-ปริยวิทย์

มร.เคนเน็ท นาวาโร, เอสเมรัลด้า อาเบะ, ตั้ม-ปริยวิทย์

เมทัล สุขขาว

เมทัล สุขขาว

โสสะฯ ส่งลูกสู่โลกการทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370688

โสสะฯ ส่งลูกสู่โลกการทำงาน

โสสะฯ ส่งลูกสู่โลกการทำงาน

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พล.ต.ต.นรวัฒน์ เจริญรัชต์ภาคย์ ประธานกรรมการอำนวยการ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ที่ 4 จากซ้าย) ต้อนรับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มาเป็นประธานในงานเสวนา “Youth Can! เยาวชน เราทำได้” โดยนำเยาวชนโสสะพบตัวแทนจากธุรกิจระดับโลก อาทิ ดีเอชแอล, อิเกีย และบอร์กวอร์เนอร์ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่โลกของการทำงาน ซึ่งงานเสวนา “Youth Can! เยาวชน เราทำได้” จัดขึ้น ณ ห้องบอลรูม 2โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

THIS IS NOT A KISS

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370708

THIS IS NOT A KISS

THIS IS NOT A KISS

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจากเปิดตัว Le Rouge Matte ลิปสติกเนื้อแมทติดทนนานไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา GIVENCHY กลับมาอีกครั้งกับลิปสติก Le Rouge Liquide เผยโฉมใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ THIS IS NOT WHATYOU THINK เล่าเรื่องราวอันน่าค้นหาของลิปสติกที่เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์แต่งแต้มสีสันบนริมฝีปาก หากแต่สร้างความตื่นตาตื่นใจไปกับสูตรลิปสติกใหม่ที่ทางแบรนด์คิดค้นขึ้นเป็นผลงานชิ้นโบแดง พร้อมแอพพลิเคเตอร์นวัตกรรมใหม่ ด้วยเทคนิคที่ไม่เคยมีแบรนด์ไหนทำมาก่อน

Le Rouge Liquide ครองใจคนทั่วโลกด้วยฟินิชลุคเวลเว็ทกึ่งแมท โดดเด่นด้วยเนื้อครีมบางเบา หากแต่ให้สีสันที่เด่นชัดติดทนนานแม้ทาเพียงครั้งเดียว เพิ่มความชุ่มชื้นยาวนานด้วยส่วนผสมจากน้ำมันเกทูลีนและกรดไฮยาลูรอน พร้อมปกปิดความไม่สมบูรณ์แบบบนริมฝีปากเผยลุคปราดเปรียวมั่นใจด้วยริมฝีปากอวบอิ่มสะกดทุกสายตา มาพร้อมแอพพลิเคเตอร์หัวนุ่มถนอมริมฝีปาก แท่งสีเงินคลาสสิกใช้ง่ายเพียงบิดเบาๆ จะได้เนื้อลิปสติกพร้อมใช้งาน ปิดแท่งลิปสติกด้วยปลอกหุ้มหนังสีดำขลับอันหรูหราตามแบบฉบับ GIVENCHY สะดวกต่อการพกพา มีให้เลือกถึง 14 เฉดสีใหม่ล่าสุดตั้งแต่สีนู้ดตามสไตล์สาวหวานไปจนถึงสีแดงเข้มสำหรับเวิร์กกิ้งวูแมนที่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่ ได้แก่ สีนู้ดน้ำตาล,สีนู้ดโทนสว่าง, สีนู้ดอมชมพู, สีนู้ดอมม่วง, สีชมพูอมส้ม, สีชมพูเข้ม, สีแดงอมม่วง,สีส้มคลาสสิก, สีส้มเข้ม, สีแดงหม่น,สีแดงสด, สีแดงเบอร์กันดี, สีม่วงเข้มสีแดงเบอร์กันดีเข้ม

การจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเปิดตัว Le Rouge Liquide ที่จะวางขายครั้งแรก ยังเป็นการเฉลิมฉลองให้กับ GIVENCHY ในฐานะแบรนด์ที่ร่วมวางจำหน่ายสินค้ากับ SEPHORA อีกด้วย Le Rouge Liquide วางขายในราคา 1,650 บาท สามารถจับจองได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ GIVENCHY และ SEPHORA ทุกสาขา

ฟู้ดเฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ ‘อร่อยดี PARAGON G FLOOR’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370689

ฟู้ดเฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ ‘อร่อยดี PARAGON G FLOOR’

ฟู้ดเฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ ‘อร่อยดี PARAGON G FLOOR’

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อตอบรับนโยบายของภาครัฐที่จะทำให้กรุงเทพมหานครฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวขวัญใจคนทั่วโลก และเป็นสวรรค์ของคนรักอาหาร พารากอน ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ จึงได้ร่วมกับ กูร์เมต์ มาร์เก็ต, พารากอนฟู้ดฮอลล์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดฟู้ดเฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ “อร่อยดีPARAGON G FLOOR” ภายใต้คอนเซ็ปต์“BKK’S MOST AWESOME FOODIEFESTIVAL เฟสติวัลที่สายกิน ตัวจริงต้องปักหมุด” และในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก อภิชาติ จีระพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมเชิญชวนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติร่วมเปิดประสบการณ์กับแลนด์มาร์คแห่งความอร่อยระดับโลกแห่งใหม่นี้ นอกจากนี้ยังได้ชวนมาลิ้มลองรสชาติความอร่อยแบบต้นตำรับของร้านซีฟู้ดในตำนานจากสิงคโปร์NO SIGNBOARD SEAFOOD ที่ได้บินตรงมาเปิดเป็นครั้งแรกในประเทศไทยพร้อมเมนูซิกเนเจอร์ ปูทะเลผัดพริกไทยขาวยอดนิยมตลอดกาล และที่พิเศษ คือ ทางร้านได้สร้างสรรค์ เมนูหนังปลากรอบคลุกไข่เค็มสุดพิเศษ มาเสิร์ฟให้กับนักชิมชาวไทยได้ลิ้มลองโดยเฉพาะแบบที่ไม่เคยมีจำหน่ายที่ไหนมาก่อนแม้แต่ที่ร้านต้นตำรับที่ประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่วันนี้-14 พฤศจิกายนนี้ ที่ชั้น G พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

ชัยรัตน์ เพชรดากูล ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ปจำกัด กล่าวเพิ่มเติมถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “GOURMET MARKET และ FOODHALLนับเป็น “WORLD CLASS FOOD DESTINATION” ที่ได้รับการยอมรับจากนักชิมทั้งชาวไทยและต่างชาติว่าเป็น สวรรค์ของนักกิน เราจึงได้จัดงานนี้ขึ้นโดยเนรมิตชั้น G พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ บนพื้นที่กว่า 15,000 ตร.ม. ให้เป็นมหกรรมอาหารระดับโลกที่รวบรวมที่สุดของอาหารอร่อยจากร้านชั้นนำและทุกเมนูยอดฮิตจากร้านดังทั่วประเทศและทั่วโลกมารวบรวมไว้ในที่เดียว การันตีว่าฟู้ดเลิฟเวอร์จะได้อร่อยที่สุด สนุกยกฟลอร์ ด้วยอาหารอร่อยและความบันเทิงอีกมากมาย

ซึ่งนอกจากร้านซีฟู้ดในตำนานจากสิงคโปร์ NO SIGNBOARD SEAFOODที่จะมาเปิดในประเทศไทยเป็นครั้งแรกแล้วยังมีร้านดังจากทั่วไทยและทั่วโลกอีกมากมายอาทิ ร้านแพนเค้กเนื้อนุ่มเด้งดึ๋งต้นตำรับจากโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ที่สร้างปรากฏการณ์ต่อคิวให้กลับมาอีกครั้งอย่าง GRAM CAFE, ผัดไทยที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดตลอดกาล ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี และอีกหนึ่งร้านซีฟู้ดชื่อดังที่ยกขึ้นห้างให้อร่อยเป็นครั้งแรก อบอร่อยซีฟู้ด, เย็นตาโฟเจ้าดังแห่งเสาชิงช้า นายอ้วนเย็นตาโฟเสาชิงช้า ร้านคาเฟ่ขนมสุดชิคจากเชียงใหม่ อย่าง CHEEVIT CHEEVA CAFÉ ชีวิตชีวาคาเฟ่ ร้านขนมที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ มาเปิด POP-UP STORE ในห้างเป็นครั้งแรก และ BROWN CAFÉบราวน์คาเฟ่ กับเมนูชานมไข่มุกที่โดดเด่นด้วยไข่มุกสูตรพิเศษของทางร้าน

ร่วมสัมผัสความอร่อยระดับโลกกับฟู้ดเฟสติวัลที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีตั้งแต่วันนี้-14 พฤศจิกายน 2561 ที่ชั้น G พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

เปิดตัวแหวนเพชร‘ออโรร่า ไดมอนด์ เผยเคล็ดลับการเลือกซื้อเพชรสำหรับมือใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370709

เปิดตัวแหวนเพชร‘ออโรร่า ไดมอนด์ เผยเคล็ดลับการเลือกซื้อเพชรสำหรับมือใหม่

เปิดตัวแหวนเพชร‘ออโรร่า ไดมอนด์ เผยเคล็ดลับการเลือกซื้อเพชรสำหรับมือใหม่

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ไม่ว่ากี่ยุคสมัยเพชรก็ยังคงเป็นอัญมณีอันแสนล้ำค่าที่เหล่าหญิงสาวล้วนอยากมีไว้ในครอบครองเพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าเพชรนั้นสามารถช่วยเติมเต็มลุคให้ดูหรูหรา สง่างาม และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ที่สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเครื่องประดับยอดนิยมสำหรับผู้หญิงยุคใหม่นั้นก็คือ “แหวนเพชร” เพราะสวมใส่ได้ง่าย สามารถใส่ได้ทั้งในชีวิตประจำวัน รวมถึงเวลาออกงานในโอกาสสำคัญต่างๆ และเมื่อใกล้เข้าสู่ช่วงปลายปีเช่นนี้ หลายคนก็คงอยากซื้อเพชรเพื่อมอบเป็นรางวัลให้กับตัวเอง หลังจากที่เหนื่อยกับการทำงานมาตลอดทั้งปี

ล่าสุด ลภัสรดา ฤติวรางค์กูรผู้อำนวยการธุรกิจเพชรแบรนด์ “ออโรร่าไดมอนด์’ (AURORA Diamond) จึงได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกเพชรสำหรับมือใหม่ พร้อมเปิดตัวแหวนเพชรคอลเลคชั่น “สปาร์คเกิ้ล” (Sparkle) ที่ได้บรรจงคัดสรรเพชรสวยหายากซึ่งมีแค่ 2% ของเพชรในโลกจากเพชร “ดิ อัลติเมท เลิฟ” (The Ultimate Love) ของทางแบรนด์ มาดีไซน์อย่างสวยสง่าที่สามารถสวมใส่ได้กับทุกลุค

ลภัสรดา ฤติวรางค์กูร แนะนำเคล็ดลับการเลือกซื้อเพชรตามแบบฉบับของผู้หญิงยุคใหม่ว่า “สำหรับผู้หญิงที่กำลังเริ่มวางแผนจะซื้อเครื่องประดับเพชรให้กับตัวเอง สิ่งสำคัญอย่างแรกเลยก็คือเราควรมีงบประมาณในใจก่อน เพราะเพชรนั้นมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน เมื่อมีงบในใจแล้วก็ควรเลือกซื้อจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือเครื่องประดับดีไซน์มีความทันสมัย สามารถสวมใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญต้องมีใบรับประกันคุณภาพสินค้า พร้อมใบรับรองคุณภาพเพชรรวมถึงตัวแบรนด์มีบริการหลังการขายที่ดี แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องมีความรู้เรื่องการดูเพชรด้วยเช่นกัน”

โดยข้อควรรู้พื้นฐานก่อนการตัดสินใจซื้อเพชรที่สาวๆ ควรรู้นั้นมีพื้นฐานอยู่ 4 ประการด้วยกัน หรือเรียกว่า 4 Cs เพราะความแตกต่างของราคาเพชรนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ด้วย

เริ่มจาก สีของเพชร (Color) ระดับสีของเพชรนั้นจะถูกแบ่งตามตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เริ่มตั้งแต่ D Color ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำ 100 จะเป็นสีที่ขาวใส ไม่มีสีอื่นเจือปน ไปจนถึง Z Color คือสีที่ค่อนข้างเหลือง ฉะนั้นเพชรที่สีขาวใสก็จะมีมูลค่าสูงกว่าโดยความขาวของเพชรนั้นสามารถดูได้ด้วยตาเปล่า ด้วยเทคนิคง่ายๆ คือให้วางเพชรลงบนกระดาษสีขาว จะช่วยให้เห็นสีของเพชรได้ง่ายขึ้น

ต่อมาที่ ระดับความสะอาดของเพชร (Clarity) มีตั้งแต่เพชรที่สะอาดหมดจดไม่มีตำหนิเลย ไปจนถึงมีตำหนิมาก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา โดยเพชรที่ไม่มีตำหนิเลยนั้น จะเป็นเพชรที่มีราคาค่อนข้างสูงแต่หากมีตำหนิเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ก็จะพบอยู่ในเนื้อเพชร ซึ่งหากจะให้ดีควรเลือกเพชรที่มีตำหนิเป็นสีขาวเพราะจะทำให้มองเห็นได้ยาก โดยระดับความสะอาดที่นิยมของเพชรในเมืองไทยจะเป็นเพชรมีตำหนิที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะจะราคาไม่สูงมากและคุ้มค่ากับการลงทุน

การเจียระไน (Cut) อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการเลือกเพชรนั้นก็คือสัดส่วนการเจียระไน ซึ่งจะส่งผลต่อความสวยงามและการเล่นแสงของไฟ โดยรูปทรงที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือเพชรทรงกลมเนื่องจากเมื่อเจียระไนออกมาแล้วจะสวยและเล่นไฟวิบวับที่สุด

และ น้ำหนักเพชร (Carat Weight)ซึ่งหน่วยที่ใช้ในการชั่งน้ำหนักเพชรคือ “กะรัต”เป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อราคาของเพชร เพราะเพชรที่มีขนาดใหญ่ ราคาก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเป็นเพชรที่มีน้ำหนักเท่ากันก็ต้องพิจารณาจากปัจจัยข้างต้นประกอบไปด้วย

นอกจากนี้เธอยังแนะนำแหวนเพชรคอลเลคชั่น “สปาร์คเกิ้ล”(Sparkle) จากแบรนด์ “ออโรร่า ไดมอนด์”(AURORA Diamond) นั้นเป็นแหวนที่เหมาะสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ด้วยดีไซน์ที่สวมใส่ได้ทุกวัน โดยทีมดีไซน์ได้เลือกใช้เพชรจาก “ดิ อัลติเมท เลิฟ” (The Ultimate Love) ของทางแบรนด์ ซึ่งมีสถาบัน Sarine รับรองว่าเพชรเปล่งประกายงดงามเล่นแสงไฟสวยที่สุดในระดับ Ultimate light performance โดยสามารถมองเห็นความงดงามระยิบระยับได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งประดับบนตัวเรือนที่ดีไซน์ขึ้นมาผสานนวัตกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีการตัดเหลี่ยมของเนื้อทองบริเวณหน้าเพชร ให้มีลักษณะคล้ายกับเหลี่ยมเพชร เพื่อเพิ่มการเปล่งประกาย ส่งผลให้เพชรเม็ดยอดดูมีขนาดใหญ่และโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วยฝีมือการเจียระไนเพชรสุดพิถีพิถันเพื่อให้ได้เพชรในรูปทรงคลาสสิกอย่างทรงกลม ที่มีความงดงามอย่างสมบูรณ์แบบ และเปล่งประกายแวววาวในทุกองศาบนดีไซน์ของตัวเรือนที่ทำจากทองคำแท้ ซึ่งมีทั้งหมด 2 โทนสีด้วยกัน ได้แก่ เยลโล่ โกลด์ (Yellow gold) และไวท์ โกลด์ (White gold) เพิ่มความสวยสง่าด้วยการประดับเพชรเม็ดเล็กเรียงกันตรงบริเวณตัวเรือน ซึ่งมาในราคาที่เอื้อมถึง หน้าเพชรใหญ่เทียบเท่าขนาด 0.50 กะรัต และ 1.00 กะรัต ราคาเริ่มต้นเพียง 37,900 บาท ซึ่งสามารถสร้างความโดดเด่นบนนิ้วอันเรียวยาวของหญิงสาวผู้สวมใส่ได้อย่างน่าจดจำ

ลภัสรดา ฤติวรางค์กูร

ลภัสรดา ฤติวรางค์กูร

‘เต้ย’งัดสารพันหน้า ฉะ‘เคน-ธีรเดช’ใน…มีเพียงรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370727

‘เต้ย’งัดสารพันหน้า ฉะ‘เคน-ธีรเดช’ใน...มีเพียงรัก

‘เต้ย’งัดสารพันหน้า ฉะ‘เคน-ธีรเดช’ใน…มีเพียงรัก

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ได้เวลาตัวพ่อ “เคน-ธีรเดช” ทวงบังลังก์พระเอกซุป’ตาร์โปรยเสน่ห์ผ่านหน้าจอกันบ้าง โดยคัมแบ๊กคราวนี้ ขอเสิร์ฟความสนุกหวานใส ผ่านบทประพันธ์ “กิ่งฉัตร” บทโทรทัศน์ “กัลยาณมิตร”ในละครเรื่อง “มีเพียงรัก” สังกัด ค่ายซิติเซ่น เคน โดยผู้จัดฯ หน่อย-บุษกร วงศ์พัวพันธ์ ที่มอบหน้าที่ให้ กฤษฎา เตชะนิโลบล รับหน้าที่กำกับการแสดง จ่อออนแอร์ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น.ช่อง 3 เริ่ม 21 ตุลาคมนี้

“มีเพียงรัก” เล่าเรื่องของ “เจ้าขา” (เต้ย-จรินทร์พรจุนเกียรติ) นักสืบออนไลน์สาวเนิร์ด เจ้าของเพจดัง “Moon Secret” ผู้หมกมุ่นกับการขุดคุ้ยเรื่องของคนอื่นจนเป็นที่ยอมรับในโลกโซเชียลมีเดีย จับพลัดจับผลูต้องมาสืบประวัติ “ธนดล” (เคน-ธีรเดชวงศ์พัวพันธ์) เพลย์บอยรุ่นใหญ่สายเปย์สุด Cool…โลกของ “เจ้าขา” และ “ธนดล” ต่างกันสุดขั้ว แต่ต้องมาเจอกันเพราะความคิดสุดพิสดารของ “ธีรดา” (คริสซี่-กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์) น้องสาวโลกสวยสุดขอบที่ต้องการจับคู่ให้พี่ชาย ทำให้เจ้าขาต้องควบตำแหน่ง “นักสืบ” และ “Match Maker” จำเป็น

คนสองคนที่ไม่คิดว่าโลกแห่งการสร้างภาพและการหลอกลวง จะยังคงมี “รักแท้” แทรกตัวอยู่อย่างลึกลับ รักแท้ที่ต้องใช้หัวใจค้นหา และแลกมาด้วยความจริงใจ แต่กว่าจะได้รักมานั้น ต้องอลหม่าน
ปวดหัวแค่ไหน!? หน่อย-บุษกร การันตีความเพลียใจ อุ๊ปส์!! สนุกสนาน เบาสมอง และอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะเพื่อผู้ชม

ร่วมด้วยนักแสดงคุณภาพอีกเพียบ อาทิ หญิง-รฐา โพธิ์งาม, เค้ก-นัทธวัชร์ แก้วบัวสาย, ตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี, จ๊อบ-นิธิ สมุทรโคจร,แอร์-ภัณฑิรา ฟูกลิ่น, มิค-บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ, ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ, เอ-อนันต์ บุนนาค, แจ๊ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ ฯลฯ

คุณแหน : 17 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370725

คุณแหน : 17 ตุลาคม 2561

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll วิภาศิริ มะกรสาร นายกสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ เชิญชวนร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพถวายกฐิน ณ พุทธวิหารอ๊อกซฟอร์ดสหราชอาณาจักร เพื่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติ ณ เซนต์เบรียเวลล์ เมืองซิดนีย์โดยมี พระครูสุตพุทธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม กรุงลอนดอน เป็นพระธรรมเทศนาภาษาไทย และพระ ดร.คำหมาย ธัมมสามิเจ้าอาวาสวัดพุทธวิหารอ๊อกซฟอร์ด เป็นพระธรรมเทศนาภาษาอังกฤษ 4 พ.ย.สอบถาม 089-9211555…

ll สุรินทร์ โกสิยางกูร ประธานจัดงาน เชิญ อ.พรพรหม ชัยฉัตรพรสุข ผอ.รร.สาธิตจุฬาฯ รองคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์งาน“23 ตุลา น้อมระลึกสมเด็จพระปิยมหาราช”ปีที่ 25 ที่พระอุโบสถวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร 23 ต.ค.10.00  น. โดยมี พระเทพวิมลมุนี เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เป็นประธานคณะสงฆ์…

ll นพ.เอกเทศ ชันซื่อ นำทีมแพทย์จาก TRSC ไปกรุงเวียนนา ออสเตรีย เพื่อร่วมยินดีกับ พญ.สุกานดา สวัสดิบุตรรับรางวัล STAAR Toric ICL 500 lens userซึ่งเป็นจักษุแพทย์คนไทยของประเทศที่ผ่าตัดเลนส์เสริมมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ในงานThe 36th Congress of the EuropeanSociety of Cataract and Refractive Surgeous(ESCRS)…

ll ปรีญาณี สุพุทธิพงศ์ แห่งกลุ่มบ.นานมี ชวนเด็กๆ ร่วมประกวดภาพวาด “ฮอร์สอะวอร์ด ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”รังสรรค์ผลงาน“ธรรมชาติ พฤกษา พนาลี” รีบส่งด่วน http://www.nanmee.com…

llศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง,ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์,ภัทธิรา หาญสกุล และเพื่อนๆ เลี้ยงยินดีกับ ทพญ.มณหทัย คงอุไร ที่ลูกชายทั้ง 2 ภัทร บัญญัติปิยพจน์ จบ Columbia Business School มาทำงานที่ฮ่องกง และณัฐดนัย บัญญัติปิยพจน์ จบ Columbia University ย้ายที่ทำงานจากนิวยอร์กมาที่สิงคโปร์…งานนี้เพื่อนคุณแม่ตีปีกพึ่บพั่บเตรียมตามไปเยี่ยมพร้อมช็อปปิ้งด้วย…

llพลตรีหญิงคุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จะอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวาย ณ วัดอัมพวันเจติยารามอ.อัมพวา สมุทรสงคราม 4 พ.ย. 14.00  น. …

llอัญรัตน์ พรประกฤต จัดงาน Jubille LoveAlive เปิดตัวแหวนเพชรแต่งงานเทคโนโลยีสุดล้ำที่ช่วยเก็บความทรงจำแห่งรักให้อยู่คู่แหวนเป็นครั้งแรกในโลก 20 ต.ค. 14.00 น. ลานอีเดนเซ็นทรัลเวิลด์…

ll น้ำหนักที่ค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่องหลังจากขึ้นไปสูงสุดในชีวิตด้วยโรคตับอักเสบและกินยาสเตียรอยด์ ของ อุษณีย์ วรวงศ์วสุ เป็นผลมาจากหลายเหตุผล ทั้งความเคร่งครัดมีวินัย เพลิดเพลินกับการทำอาหารคลีนจากธรรมชาติ ลดละยาปฏิชีวนะทั้งหลาย รวมถึงเลิกรับทานอาหารนอกบ้านที่ปรุงแต่งผงชูรส…ส่วนงานศิลป์ที่ชอบทำให้ได้ฝึกสมาธิจากงานปักและเย็บผ้าด้วยมือที่มีความสุขเพิ่มเติมจากงานวาดรูปที่จัดโชว์ในห้องภาพส่วนตัว TeaRose Gallery By Usanee ที่เขาใหญ่และหัวหิน…ll

น้อง

ปัญหาโรคกระดูกสันหลัง ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370683

ปัญหาโรคกระดูกสันหลัง ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

ปัญหาโรคกระดูกสันหลัง ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปัญหากระดูกสันหลังไม่ใช่เรื่องเล็ก หากมีอาการปวดหลังเพียงไม่นานแล้วหายได้จากการดูแลตัวเองคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ถ้าปวดหลังเรื้อรังเป็นเวลานานและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอาการจากโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท หรือโพรงประสาทตีบแคบทับเส้นประสาท รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยกับแพทย์ด้านกระดูกสันหลัง

นายแพทย์สาริจฉ์ ศรีสุภาพ ผู้อำนวยการสถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวถึงปัญหาของโรคกระดูกสันหลังว่า แนวโน้มการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บกระดูกสันหลังของคนไทยมีเพิ่มขึ้น เพราะไม่ว่าจะอยู่ในวัยทำงานหรือวัยกลางคน ก็สามารถพบปัญหาโรคหมอนรองกระดูกสันหลัง เคลื่อนกดทับเส้นประสาทได้ จากการใช้ชีวิตประจำวันของคนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวในท่าที่ไม่ถูกต้อง การนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ การยกของที่หนัก การก้มหรือบิดเอี้ยวตัวผิดท่า รวมทั้งการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ ทำให้เกิดอาการปวดเฉียบพลันและรุนแรง จนไม่สามารถลุกเดินหรือช่วยเหลือตัวเองได้ อาการปวดที่รุนแรงไม่ได้บ่งชี้ว่าต้องผ่าตัดเสมอไป โดยส่วนใหญ่โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีวิธีการรักษาให้หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

และด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์จึงมีหลายทางเลือกในการรักษาโรคทางกระดูกสันหลังแก่ผู้ป่วยมากขึ้น ประกอบด้วย 1.การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non Operative Treatment) เป็นการรักษาด้วยวิธีการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงและความสามารถในการเคลื่อนไหว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของคนไข้ รวมถึงการให้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เป็นสำคัญ หากอาการต่างๆ ยังไม่ทุเลาลง จึงค่อยทำการรักษาขั้นถัดไป

2.วิธีระงับความปวด (Spinal Intervention) ตัวช่วยในการวินิจฉัยหาต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา (Pain Intervention) และเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดตำแหน่งของความปวดหากต้องเข้ารับการผ่าตัด ช่วยให้แพทย์ผ่าตัดทราบบริเวณที่จะผ่าได้จำเพาะเจาะจงมากขึ้น และไม่ต้องผ่าตัดกว้างเกินความจำเป็น ถ้าคนไข้มีอาการปวดหลัง อันดับแรกแพทย์ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าจุดกำเนิดหรือสาเหตุของความปวดมาจากอะไร การใช้ยารับประทานเพื่อแก้ปวดอาจช่วยทุเลาอาการได้ แต่หากสาเหตุของอาการปวดยังคงอยู่ อาการปวดก็จะกลับมาอีก ซึ่งคนไข้แต่ละคนอาจให้คำจำกัดความของอาการปวดที่แตกต่างกัน แพทย์จึงต้องรับฟังและนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์เพื่อประกอบการวินิจฉัยให้กับผู้ป่วยแต่ละราย การดูเพียงภาพจากรังสีวินิจฉัยอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ Pain Intervention จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยวินิจฉัย เพื่อหาตำแหน่งเส้นประสาทและระดับของกระดูกสันหลังที่มีปัญหาแล้วเริ่มต้นรักษา อาทิ การฉีดยาลดการอักเสบแบบตรงจุด หรือใช้การจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง ถ้าการฉีดยายังไม่ได้ผลจึงจะพิจารณาเรื่องการผ่าตัดเพื่อช่วยบรรเทาอาการให้ทุเลาลง

3.การผ่าตัดกระดูกสันหลังแผลเล็ก (Minimally Invasive Spine Surgery :MISS) เป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดแผลเล็กที่ช่วยให้คนไข้เสียเลือดน้อย ลดการทำลายโครงสร้างกระดูกสันหลัง เนื้อเยื่อข้างเคียงบาดเจ็บน้อยลง ช่วยให้การฟื้นตัวเร็วขึ้นกว่าการผ่าตัดเปิดแผลกว้าง ประกอบด้วย 3 วิธี 1) Microscopic Discectomy เป็นการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กแบบมาตรฐานด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Microscope) ที่มีกำลังขยายมากกว่าปกติ 20-100 เท่า ทำให้ศัลยแพทย์มองเห็นรายละเอียด เส้นประสาท และพยาธิสภาพที่ต้องการแก้ไขได้ชัดเจนโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ โอ-อาร์ม (O-ARM) เก็บข้อมูลเอกซเรย์สามมิติ และระบบนำวิถี (Stealth Navigation System) ซึ่งจะนำข้อมูลที่ได้จากโอ-อาร์มมาช่วยให้ศัลยแพทย์ประเมินระยะที่สามารถเข้าถึงบริเวณที่ต้องการผ่าตัดได้ในระดับมิลลิเมตร จึงช่วยให้ศัลยแพทย์กระดูกสันหลังผ่าตัดได้แม่นยำยิ่งขึ้น เมื่อใช้ร่วมกับเครื่องติดตามการทำงานของระบบประสาทขณะผ่าตัด (Intraoperative Neurological Monitoring-IOM) ป้องกันเส้นประสาทบาดเจ็บขณะผ่าตัด จึงช่วยให้สามารถผ่าตัดในจุดที่ต้องการได้มีประสิทธิภาพ แผลมีขนาดเล็กประมาณ 2-3 เซนติเมตร
ผู้ป่วยที่เหมาะกับการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยี Microscopic Discectomy ได้แก่ ผู้ป่วยโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในคนวัยทำงาน ผู้ป่วยโพรงประสาทตีบแคบทับเส้นประสาทจากภาวะเสื่อมของกระดูกสันหลังข้อต่อ และหมอนรองกระดูกสันหลังในผู้สูงอายุ เป็นต้น

2) Microendoscopic Discectomy เป็นการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก โดยใช้ท่อโลหะขยายทางเข้าของช่องทางผ่าตัด จากนั้นส่องกล้องเข้าไปในโพรงแผลที่มีขนาดเล็กเพื่อเข้าไปผ่าตัดในตำแหน่งที่ต้องการ วิธีนี้แผลผ่าตัดมีขนาด 0.5-2 ซม. ลดการทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียงโดยไม่จำเป็น และต้องอาศัยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์

3) Endoscopic Discectomy เป็นการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กด้วยกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscope) แผลผ่าตัดมีขนาดประมาณ 0.8 เซนติเมตรผ่านท่อขนาดเล็กเพียงแผลเดียว (Single Port) มีการใช้คลื่นความถี่วิทยุช่วยจี้หยุดเลือดขณะศัลยแพทย์ผ่าตัด โดยมองผ่านจอภาพแสดงผลเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน ช่วยให้ใช้เวลาในการผ่าตัดสั้นลง ผ่าตัดรักษาแก้ปัญหาได้ตรงตามตำแหน่งที่ต้องการ วิธีนี้ช่วยให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อโดยรอบบาดเจ็บน้อย เสียเลือดน้อย ลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อน ฟื้นตัวเร็ว แต่ยังมีข้อจำกัดในการผ่าตัดที่ทำได้ในพื้นที่จำกัด ไม่เหมาะที่จะทำในคนไข้ที่มีกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทหลายๆ ข้อ หรือภาวะกระดูกสันหลังไม่มั่นคง เป็นต้น

สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ คำนึงถึงผู้ป่วยเป็นสำคัญ เน้นการทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยผู้ป่วย ญาติ และแพทย์คือทีมเดียวกัน ทุกคนมีส่วนร่วมในการรับรู้รายละเอียดในการรักษา การตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษา การวางแผนตั้งแต่ก่อนและหลังการผ่าตัดร่วมกันที่สำคัญคือ การให้ข้อมูลแก่คนไข้และญาติก่อนผ่าตัด การผ่าตัดมีความเสี่ยงอย่างไรและจะแก้ไขความเสี่ยงนั้นได้อย่างไร รวมถึงวิธีปฏิบัติตัวของคนไข้เพื่อให้การรักษาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Centerโทร.1719

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370726

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สิ้นสุดการรอคอยของสายอาร์ต ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ สนับสนุนการจัดงาน“บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” นำเสนอภายใต้แนวคิด “สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต” ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ควอเทียร์พาร์ค ชั้น M และควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ในนามประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เผยว่า งานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จัดขึ้นในทุกๆ 2 ปี และทีมภัณฑารักษ์จากไทยและต่างประเทศ คัดสรรงานศิลปะร่วมสมัยหลากหลายแขนงมาจัดแสดง ด้วยการนำผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ผลงาน จากของ 75 ศิลปินชั้นนำระดับโลกจาก 33 ประเทศ ณ สถานที่สำคัญ 20 แห่งในกรุงเทพมหานคร ในระยะเวลา 4 เดือน

หนึ่งในแลนด์มาร์คจัดแสดงผลงาน นั่นคือ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ ซึ่ง นายมนาเทศ อันนวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ กล่าวว่า ในฐานะที่เราเป็นศูนย์กลางแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลกใจกลางสุขุมวิท มีแบรนด์ชั้นนำมากมายที่รองรับทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากทั่วโลก การสนับสนุนการจัดแสดงผลงานนี้จะทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ชาวต่างชาติแวะเวียนกันมาสำรวจและสัมผัสความสุขผ่านงานศิลปะ ถือเป็นงานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม

นอกเหนือจากจะมีนักท่องเที่ยวแล้วยังมีนักสะสมงานศิลปะ ภัณฑารักษ์ ศิลปิน เครือข่ายศิลปะทั่วโลกมาร่วมงานจำนวนมาก เป็นมิติแตกต่างจากงานเบียนนาเล่ทั่วไป ผู้ร่วมงานจะได้เห็นมรดกศิลปวัฒนธรรมไทยควบคู่กับงานศิลปะร่วมสมัยโดย ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ได้รับเกียรติในการจัดแสดงผลงานของ ชเว จอง ฮวา ศิลปินร่วมสมัยดีไซเนอร์ และผู้นำเทรนด์ จากสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ผู้มีรางวัลการันตีฝีมือมากมาย โดดเด่นในเรื่องการเล่นกับพื้นที่และการใช้รูปทรงชิ้นงานขนาดใหญ่ที่ชวนให้มองตั้งแต่ระยะไกลงาน จัดแสดง 2 ชิ้นงานประติมากรรม HAPPY HAPPY PROJECT 2018 : Inflatable Flower (Orange) จัดแสดงระหว่างวันที่ 16-21 ตุลาคม 2561และ HAPPY HAPPY PROJECT 2018 : Inflatable Robot (Black) จัดแสดงระหว่างวันที่ 22-30 ตุลาคม 2561 ณ บริเวณควอเทียร์ พาร์ค ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

นอกจากนี้ จะมีผลงานการสร้างสรรค์ของศิลปินไทย สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ ศิลปินที่ทำงานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ควบคู่ไปกับการทำงานศิลปะสเกลใหญ่ ในครั้งนี้เธอนำจัดแสดงศิลปะกลางแจ้ง Equilibrium ผลงานศิลปะจัดวางตุ๊กตาเป่าลมล้มลุกลวดลายเหมือนเครื่องเคลือบลายครามที่จัดวาง ณ บริเวณควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ระหว่างวันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2561

วิศุทธิ์ พรนิมิตร ศิลปินการ์ตูนระดับโลก เจ้าของคาแร็กเตอร์สุดน่ารัก เด็กหญิงมะม่วง สำหรับงานนี้จะพามะม่วงพร้อมเพื่อนสี่ขา มะนาวมาโลดแล่นในรูปแบบของการ์ตูนแอนิเมชั่นระหว่างวันที่ 19 ตุลาคม 2561 ไปจนถึงวันที่3 กุมภาพันธ์ 2562

ท้ายสุด กวิตา วัฒนะชยังกูร ศิลปินหญิงดาวรุ่ง ที่ใช้ศิลปะ วีดีโอ อาร์ต เธอใช้ร่างกายของเธอเองเข้าไปแทนที่เครื่องใช้ในบ้านต่างๆ ด้วยการสื่อสารแบบเล่นจริง การใช้ สีสันจัดจ้าน ผลงานของกวิตาได้รับการยอมรับและถูกแสดงในเทศกาลศิลปะทั่วโลก สำหรับ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ครั้งนี้ กวิตามาพร้อมกับผลงานวีดีโอ อาร์ตชุดใหม่ล่าสุดของเธอ ระหว่างวันที่ 19 ตุลาคม 2561ไปจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562

ติดตามข่าวสารและตารางกิจกรรมของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติครั้งนี้เพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/Bkkartbiennale หรือทาง www.bkkartbiennale.com

นิตยสารสุดสัปดาห์ มอบรางวัลสุดยอดไอเท็มความงามแห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370707

นิตยสารสุดสัปดาห์ มอบรางวัลสุดยอดไอเท็มความงามแห่งปี

นิตยสารสุดสัปดาห์ มอบรางวัลสุดยอดไอเท็มความงามแห่งปี

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ลักขณา คมคาย มอบรางวัลให้กับ เนตรนพิศ รุ่งธนเกียรติ จากแบรนด์ bloss

หลังจากผ่านการเลือกเฟ้นค้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามที่ครองใจสาวไทยกันอย่างเข้มข้น ล่าสุด นิตยสารสุดสัปดาห์ จัดงานมอบรางวัล “สุดสัปดาห์ Beauty Awards 2018”ให้กับบรรดาบิวตี้แบรนด์ดังมากถึง 50 รางวัล โดยมี ลักขณา คมคาย บรรณาธิการอำนวยการนิตยสารสุดสัปดาห์ เป็นผู้มอบรางวัล พร้อมด้วย มณเฑียร ศิริพงศ์ปรีดา,ดุจฤทัย ศานติวงศ์สกุล, ฮั้ว-กานต์นิพัทธ์ สนั่นวงศ์, แพท-นิธิภรณ์ เลิศนิติวงศ์ และ ไอซ์-ภาวิดา ภาควิวรรธ ร่วมแสดงความยินดี ณ The Botanical House Bangkok

ลักขณา คมคาย บรรณาธิการอำนวยการนิตยสารสุดสัปดาห์ เผยว่า “สำหรับการเฟ้นหาสุดยอดไอเท็มความงามของ “สุดสัปดาห์ Beauty Awards 2018” ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว เพื่อค้นหาแบรนด์เครื่องสำอางที่ “ดีที่สุดเริ่ดที่สุด ปังที่สุด” แห่งปี มาอัพเดทให้สาวกบิวตี้ได้ติดตามกัน โดยปีที่ผ่านมานิตยสารสุดสัปดาห์ได้มีการสร้างสรรค์เนื้อหาหลากรูปแบบเพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้หญิงยุคใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งเนื้อหาในนิตยสารที่รวบรวบเรื่องราวด้านบันเทิง แฟชั่น ความงามทั้งไทยและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการรุกหนักคอนเทนต์ทางออนไลน์โดยสำหรับด้านความงามได้มีการแนะนำไอเท็มสุดฮอต บิวตี้ทิปส์ และเทรนด์ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีคลิปวีดีโอรายการบิวตี้วัยใส, รีวิวพลีชีพ และ I Love Sudsapda ผ่านทางเว็บไซต์ SUDSAPDA.COM และFacebook สุดสัปดาห์แฟนคลับ”

ด้าน ใยนุ่น-ดุจฤทัย ศานติวงศ์สกุล บรรณาธิการความงามและบิวตี้กูรูนิตยสารสุดสัปดาห์ หนึ่งในคณะกรรมการในการคัดเลือกรางวัล สุดสัปดาห์ Beauty Awards 2018 เผยว่า “การคัดเลือกในปีนี้สร้างความหนักใจให้เหล่าคณะกรรมการทุกท่านมากๆ เพราะแต่ละคนจะต้องใช้เวลาในการทดสอบกองทัพของเครื่องสำอางกันอย่างจริงจัง ซึ่งแต่ละชิ้นก็มีความดีงามที่แตกต่างกันไป แต่ในที่สุดก็ได้สุดยอดไอเท็มความงามมาจนได้ โดยรางวัลเราแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ Guru’s Pick เป็นคะแนนรวมจากคณะกรรมการ 5 ท่าน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความงามโดยเฉพาะ และ Reader’s Vote ผลิตภัณฑ์ขวัญใจมหาชนจากแฟนๆ สุดสัปดาห์ทั่วประเทศได้มาจากการนับคะแนนจากโหวตการ์ดในนิตยสาร สุดสัปดาห์และคะแนนโหวตออนไลน์จาก WWW.SUDSAPDA.COM จนได้สุดยอดไอเท็มความความแห่งปีมามอบเป็นรางวัลในครั้งนี้ถึง 50 รางวัล รับรองว่าแต่ละชิ้นจะถูกใจสาวกบิวตี้อย่างแน่นอน”

แพท-นิธิภรณ์ เลิศนิติวงศ์ นางแบบดาวรุ่ง ได้เผยถึงเกณฑ์การตัดสินของตนเองในครั้งนี้ว่า “แพทอยู่ในวงการนี้ จึงค่อนข้างผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาค่อนข้างเยอะ สำหรับแพทจะเป็นคนที่ค่อนข้างผิวแพ้ง่าย ผลิตภัณฑ์ไหนที่เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายแพทจะรู้เลย โดยจะมีการทดสอบที่จุดอื่นก่อน ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก็ได้มีการทดสอบทั้งหมด ทั้งแต่เส้นผมลงไปทั้งตัวเลยค่ะ ซึ่งก็ใช้เวลาให้การคัดเลือกพอสมควร เพราะมีผลิตภัณฑ์ส่งเข้ามาเยอะมากจริงๆ”

ชื่นสุข บัวเกษ จากแบรนด์ NARS เผยถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า “ดีใจที่ได้รับรางวัลต่อเนื่องมายาวนาน และได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากทางสุดสัปดาห์ และผู้อ่านที่ยังคงนึกถึงเสมอมา ด้วยจุดเด่นที่เป็นสีในดวงใจของผู้หญิง ซึ่งสามารถเข้าได้กับทุกสีผิวของสาวไทย ไม่ว่าจะแต่งหน้าโทนไหน เรียกได้ว่าอันเดียวอยู่ และถือเป็นไอเท็มสำคัญที่ขาดไม่ได้ของผู้หญิงเลย เพราะบลัชออนเป็นไอเท็มสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงดูมีเสน่ห์ และบ่งบอกความเป็นธรรมชาติของผิวได้ดีอีกด้วย”

เนตรนพิศ รุ่งธนเกียรติ จากแบรนด์ Bloss เผยว่า “เซอร์ไพรส์มาก ที่ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับรางวัล ซึ่งผลิตภัณฑ์เพิ่งออกมาได้ไม่ถึงปี แต่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ดีใจ และภูมิใจที่ทุกคนชอบ เพราะเป็นแบรนด์ของคนไทยเอง เหตุผลที่ถูกใจสาวไทย เพราะด้วยเนื้อครีมที่ทาง่าย มีสารสกัดจากธรรมชาติ ปกป้องแสงแดดได้ 12 ชั่วโมงจริงๆ และแสงบลูไลท์ด้วย เหมาะกับผิวคนไทยในสภาพแวดล้อมปัจจุบันมากจริงๆ”

ใยนุ่น-ดุจฤทัย ศานติวงศ์สกุล

ใยนุ่น-ดุจฤทัย ศานติวงศ์สกุล

ชื่นสุข บัวเกษ จากแบรนด์ NARS

ชื่นสุข บัวเกษ จากแบรนด์ NARS

แพท-นิธิภรณ์ เลิศนิติวงศ์

แพท-นิธิภรณ์ เลิศนิติวงศ์