คุณแหน : 25 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372381

คุณแหน : 25 ตุลาคม 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ ทอดพระเนตร การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” รอบปฐมทัศน์ 30 ต.ค.19.00 น. หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมฯ…

ll พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรีเป็นประธานพิธีรับโล่พระราชทาน รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ครั้งที่ 2 จัดโดยคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกก.อำนวยการ 27 ต.ค. 13.00 น. ห้องประชุมชั้น 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์…

ll ชมรมอัสสัมชัญรวมรุ่นสมานมิตร จัดงาน “รวมพลชาว AC เพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วยน้องน้องช่วยพี่” 3 พ.ย. 11.00 น. ห้องกิ่งเพชรรร.เอเชีย สมเกียรติ ฉันทวานิช ประธานจัดงาน และ มโน โสภาคย์ จัดพิมพ์หนังสืออัสสัมชัญรวมรุ่นสมานมิตร “พี่เล่าให้น้องฟัง” ฝากถึงรุ่นพี่รุ่นน้องมาพบเจอกัน…

ll สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เชิญชวนอุดหนุนผลิตภัณฑ์ดอกแก้วกัลยา ดอกไม้สัญลักษณ์ของคนพิการ โดยฝีมือคนพิการ รายได้ช่วยเหลือคนพิการทั่วประเทศ โดยจะจัดงานวันคนพิการครั้งที่ 50 อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง 10 พ.ย….

ll รศ.ปนัดดา กัลย์จาฤก ธนะสถิตย์ ปชส. ล่วงหน้า ให้เพื่อนๆ นิสิตจุฬาฯ ทุกคณะ รหัส 2516 เตรียมไปร่วมงาน“สุขกันเถอะเรา” 21 ธ.ค.ศาลาพระเกี้ยว…

ll พล.อ.ต.ไพศาล หิรัญประทีป บอกบุญให้เพื่อนๆ โรงเรียนโยธินบูรณะ ร่วมเป็นเจ้าภาพติดตั้งพัดลม ที่ศาลาอเนกประสงค์ 2 หลัง ให้วัดเทพประทาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี…

ll ชวาลีโอสถานุเคราะห์ นายกสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิคและเอเชียอาคเนย์ฯ จัดงาน Getting to know us & mini Concert โดย สุดา ชื่นบาน-ฉันทนา กิติยพันธุ์ พร้อมเซอร์ไพรส์จากนักร้องกิตติมศักดิ์ ห้องบอลรูม รร.อนันตราสยาม ถ.ราชดำริ 29 ต.ค. 11.00 น….

ll AIS Family Walk Rally การกุศล ครั้งที่ 18 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตอน สานรักดิจิทัล สปอร์ต รายได้สมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล สมัครได้ทางเว็บไซต์ รับเพียง70 ครอบครัวเท่านั้น…

ll ชัยวัฒน์ พสกภักดี ประธานชมรมเพื่อนโดม จัดงานวันธรรมศาสตร์สามัคคี ครั้งที่ 19 มธ.ท่าพระจันทร์ 4 พ.ย. 11.00 น. ห้อง 107 ริมน้ำเจ้าพระยา คณะศิลปศาสตร์ พร้อมยินดีกับลูกแม่โดมที่ได้รับเกียรติในวาระต่างๆ ด้วย…

ll เพื่อนๆ แสดงความยินดีกับ ประสิทธิ์ หิตะนันทน์ ได้เป็นสมาชิกสมาคมกว๋องสิว แล้วจะไปชุบตัวที่เส้าหลินกับคณะกรรมการเดือนหน้า ..ความจริงเป็นสมาชิกขาประจำ รพ.พญาไท จะดีกว่านะ เพราะเข้าออกเดือนละ 2 ครั้ง…ll

น้อง

Wall Street English เปิดสาขา 14 ที่เดอะมอลล์บางกะปิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372344

Wall Street English เปิดสาขา 14 ที่เดอะมอลล์บางกะปิ

Wall Street English เปิดสาขา 14 ที่เดอะมอลล์บางกะปิ

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 15.07 น.

โอฬาร พิรินทรางกูร ประธานกรรมการบริหาร และทีมผู้บริหารวอล์ลสตรีท อิงลิช ประเทศไทย ร่วมด้วยแขกรับเชิญ นิโคลีน-พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018, ทอย-ปฐมพงศ์ เรือนใจดี ทำกิจกรรมเปิด Wall Street English สาขา 14 โดยมีคณะผู้บริหารจากเดอะมอลล์บางกะปิ ร่วมทำพิธีเปิด พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์บางกะปิ

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : สาทิศ ปัญญาวุฒิไกร , ยรรยง ประสานสุทธิพร , ครรชิต ,บูรณสินวัฒนกูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372320

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : สาทิศ  ปัญญาวุฒิไกร , ยรรยง ประสานสุทธิพร , ครรชิต ,บูรณสินวัฒนกูล

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : สาทิศ ปัญญาวุฒิไกร , ยรรยง ประสานสุทธิพร , ครรชิต ,บูรณสินวัฒนกูล

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 14.27 น.

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : สาทิศ  ปัญญาวุฒิไกร , ยรรยง ประสานสุทธิพร , ครรชิต ,บูรณสินวัฒนกูล

NAEWNA VARIETY อาทิตย์ 21 ตุลาคม 2561 ทางTNN2 (TrueVision ช่อง784) เวลา 16.00-16.25 น.

Re-run.
1. วันพุธ 22.15-23.40 น.
2. วันพฤหัสบดี 10.00-10.30 น.
3. วันศุกร์ 00.30-01.00 น.
4. วันศุกร์ 23.05-23.30 น.
5. วันเสาร์ 10.30-11.00 น.

Focus on สาทิศ  ปัญญาวุฒิไกร , ยรรยง ประสานสุทธิพร , ครรชิต ,บูรณสินวัฒนกูล

3 เทรนด์ ‘ฟิวชั่น’ ออกกำลังกายผสานไลฟ์สไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372168

3 เทรนด์ ‘ฟิวชั่น’ ออกกำลังกายผสานไลฟ์สไตล์

3 เทรนด์ ‘ฟิวชั่น’ ออกกำลังกายผสานไลฟ์สไตล์

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในโลกปัจจุบันที่การแลกเปลี่ยนของข้อมูล ข่าวสาร และเทรนด์ต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายดายและรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส โลกที่ผู้คนสามารถเข้าถึงกัน และเชื่อมต่อกันได้ข้ามไทม์โซนและเส้นแบ่งประเทศผ่านเทคโนโลยีที่ยังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ให้เราได้เห็นเทรนด์แปลกใหม่ที่น่าสนใจเกิดขึ้นมามากมาย และหนึ่งในนั้นคือ เทรนด์ ฟิวชั่น (fusion) หรือการผสมผสานของวัฒนธรรม ส่วนประกอบ หรือไลฟ์สไตล์แบบไร้ขีดจำกัด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจและน่าติดตามในโลกยุคปัจจุบัน และนี่คือ 3 เทรนด์ “ฟิวชั่น” ที่น่าจับตามองและให้ตามเก็บจนครบ

“ฟิต ฟิวชั่น” ออกกำลังกายแนวใหม่แน่นอนว่าการออกกำลังกายเป็นประจำทำให้คนเรามีสุขภาพและร่างกายที่แข็งแรง นอกจากนี้ รูปร่างที่ดูดีจากการออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มพลังบวก เสริมความมั่นใจและมอบความรู้สึกดีๆ ในการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมการออกกำลังกายที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันก็คือ Fighting Aerobic ผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมการต่อสู้ของศิลปะป้องกันตัวเช่น มวยไทย เข้ากับจังหวะของเพลงบีทมันส์ๆ เป็นการออกกำลังกาย ที่ตื่นเต้นเร้าใจ และยังมี Thai Fit เทรนด์การออกกำลังกายที่ผสมผสานการรำไทยและจริตของนาฏศิลป์ไทยเข้ากับการออกกำลังกายได้อย่างสร้างสรรค์ และทันสมัยสร้างความแปลกใหม่ และความสนุกสนานให้กับการออกกำลังกายในทุกๆ วัน

“แฟชั่น ฟิวชั่น” ความนิยมด้านการแต่งกายที่ไร้พรมแดน สายแฟชั่นคงเคยเห็นผ่านตามามาก กับการที่แบรนด์แฟชั่นชื่อดังนำเอาอัตลักษณ์ที่แตกต่างของเครื่องแต่งกายจากแต่ละประเทศมาผสมผสานกัน เกิดเป็นไอเท็มแฟชั่นสุดฮิตมากมาย ไปจนถึงการดัดแปลงชุดประจำชาติของตนเข้ากับการตัดเย็บสมัยใหม่ จนปัจจุบันกับกระแสละครย้อนยุคที่ทำให้ผ้าไทยกลับมาฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง สู่ชุดไทยสีลูกกวาดที่สร้างกระแส “สยาม โลลิต้า” เป็นหัวข้อสนทนายอดฮิตในอินเตอร์เนต ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการเปิดรับแฟชั่นที่ไร้พรมแดน คือการผสมผสานผ้าไทยหรือความอ่อนช้อยของตัวอักษรในภาษาไทย เข้ากับการออกแบบเครื่องแต่งกายสมัยนิยมแบบสากลอย่างลงตัว

“ฟู้ด ฟิวชั่น” อาหารจานเก๋ จากส่วนผสมที่แตกต่างอย่างลงตัว อาหารฟิวชั่น กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของการรวมตัวทางวัฒนธรรมที่เห็นชัดและจับต้องได้มากที่สุด โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับการผสมผสานของวัฒนธรรมและประสบการณ์ในการรับประทานอาหารใหม่ๆ มากขึ้น นอกจากจะต้องอร่อยแล้ว เสน่ห์ของอาหารฟิวชั่น คือความลงตัวของวัตถุดิบ หรือเครื่องปรุงที่หลากหลาย มีแหล่งที่มาต่างกัน ที่ถูกปากคนไทยมักเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของอาหารต่างชาติและอาหารไทยอย่างสปาเกตตีต้มยำกุ้ง หรือเบอร์เกอร์ลาบหมู สเต๊กจิ้มแจ่ว ซึ่งอาหารสไตล์ฟิวชั่นเหล่านี้นอกจากรสชาติดีแล้ว ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจอีกด้วย

นอกจากทั้ง 3 เทรนด์ที่น่าจับตามองข้างต้นแล้ว อย่าลืมมองหาสิ่งใหม่ๆ ที่ใกล้ตัวเพื่อเปิดประสบการณ์ “ฟิวชั่น” อย่างสองผลิตภัณฑ์ใหม่จากแบรนด์น้ำผลไม้พร้อมดื่มอันดับหนึ่งของโลกอย่าง มินิทเมด คือน้ำมะเขือเทศผสมเนื้อส้ม และน้ำเสาวรสผสมน้ำผึ้งและมะนาว ที่เป็นการรวมตัวของรสชาติเปรี้ยวอมหวานในแบบที่คนไทยชอบ เข้ากับคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพอย่างลงตัว และยังเป็นความร่วมมือครั้งแรกของโคคา-โคลา แบรนด์ระดับโลก กับแบรนด์ท้องถิ่นอย่างดอยคำ อันเป็นที่รักและอยู่คู่คนไทยมานาน กับการผสมผสานระหว่างน้ำส้มมินิทเมดจากฟลอริดา และผลผลิตโดยเกษตรกรไทย คือมะเขือเทศคุณภาพดี ปลอดสารเคมีจากเกษตรกรส่งเสริมดอยคำ เกิดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเครื่องดื่มที่ทั้งรสชาติอร่อยอย่างลงตัว มีประโยชน์ และยังมีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณแลดูสดใส ด้วยไลโคปีนที่ได้จากผลมะเขือเทศ สามารถลิ้มลองการผสานสองสิ่งดีๆ ที่ลงตัว ของน้ำผลไม้พร้อมดื่มมินิทเมดทั้งสองรสชาติใหม่ได้แล้ววันนี้ ทั่วประเทศ

โครงการ ‘อาหารดีพี่ให้น้อง’ เทอมที่ 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372127

โครงการ ‘อาหารดีพี่ให้น้อง’ เทอมที่ 3

โครงการ ‘อาหารดีพี่ให้น้อง’ เทอมที่ 3

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ขณะที่บางคนเลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไร  แต่บางคนรู้ว่าอยากกินอะไรแต่ไม่เคยได้กิน”คำพูดในโฆษณาทางโทรทัศน์ของโครงการ อาหารดีพี่ให้น้อง ของเทสโก้ โลตัส ในช่วงนี้กำลังติดหู และสะกิดใจใครหลายคน เพราะช่างตรงกับความจริง ของเราๆ ท่านๆ ที่ตัดสินใจไม่ได้เลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไรในแต่ละมื้อ ขณะที่บางคนโดยเฉพาะ “เด็กไทย”ซึ่งตกอยู่ในสถานะยากไร้ ขาดแคลน เข้าไม่ถึงอาหารที่ดีมีคุณภาพและโภชนาการที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตกลับไม่มีสิทธิ์เลือก

ใครจะเชื่อ สิทธิของเด็กๆ ยากไร้ของไทยที่จัดอยู่ในกลุ่มยากจนและยากจนพิเศษเกือบ 2 ล้านคนมีเพียงแค่การรับประทานอาหารอะไรก็ได้ที่เงินงบประมาณที่มีสามารถจัดสรรได้ แม้จะได้เงินอุดหนุนเท่ากัน แต่ด้วยระยะทาง ความห่างไกล ราคาวัตถุดิบที่ผันแปรไปตามปัจจัยต่างๆ ทำให้แต่ละมื้ออาหารกลางวันของน้องๆ ในหลายสิบหลายร้อยโรงเรียน ไม่มีตัวเลือกใดๆ ขอเพียงแค่ทุกคนได้ “อิ่มท้อง” ก่อน

ชัยวัฒน์ ดวงตา ผู้อำนวยการโรงเรียนจอมจันทร์วิทยาคาร จังหวัดน่าน บอกว่า“นักเรียนโรงเรียนนี้เกือบ 200 คน ไม่ค่อยได้กินเนื้อปลา เพราะว่าค่าอาหารกลางวันถูกแบ่งปันไปให้เด็กระดับมัธยมศึกษา ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่ทางรัฐบาลไม่มีงบให้เด็กโตจึงต้องจัดสรรอาหารให้พอสำหรับเด็กๆ ทุกคนพอได้เข้าร่วมกับโครงการอาหารดีพี่ให้น้อง ทางโรงเรียนก็ได้รับวัตถุดิบในการทำอาหารกลางวันเพิ่มเติม โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และอาหารประเภทโปรตีน ผัก ผลไม้สด มาเสริมมื้อกลางวันของเด็กๆ  มากขึ้น”

เช่นเดียวกับ คุณครูวรลักษณ์ บุญนพไทครูวิชาการ โรงเรียนคริสเตียนแม่หละโกรอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ห่างจากอำเภอแม่สอดถึง 60 กว่ากิโลเมตร เป็นเส้นทางทุรกันดาร ก็เป็นอีกโรงเรียนที่ “อาหารดีพี่ให้น้อง” ได้เข้าไปเติมเต็มอาหารมื้อกลางวัน ให้มีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งมีปัญหาคล้ายกันคือ เด็กๆ ไม่ค่อยได้รับประทานเนื้อสัตว์ ทำให้ขาดโปรตีน เพราะพื้นที่อยู่ห่างไกล พอเทสโก้ โลตัส เข้ามา เด็กๆ ก็ได้ทานเนื้อสัตว์บ่อยขึ้น  ผลไม้อย่างแอปเปิ้ล ที่ในชีวิตไม่เคยได้สัมผัสก็ได้กินกันอย่างอิ่มหนำ

สลิลลา สีหพันธุ์  ประธานกรรมการ ฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส   กล่าวว่า“โครงการอาหารดีพี่ให้น้อง ของเทสโก้ โลตัส มุ่งเน้นการเชิญชวนให้ลูกค้าประชาชน เข้าร่วมขจัดความหิวโหย เติมเต็มอาหารดีมีคุณภาพให้เด็กยากไร้ที่ตกอยู่ในภาวะทุพโภชนาการ ไปยังน้องๆ เยาวชนห่างไกลขาดแคลนทั่วประเทศ ซึ่งโครงการนี้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมา 3 เทอมแล้วเราเล็งเห็นว่ายังมีน้องๆ เยาวชนที่ยากไร้ทั่วประเทศที่ควรจะได้มีโอกาสเข้าถึงอาหารกลางวันที่ดีและมีประโยชน์จึงได้เริ่มดำเนินโครงการอาหารดีพี่ให้น้อง เพื่อเชิญชวนลูกค้าร่วมกับเทสโก้ โลตัส ในการบริจาคเงินสมทบทุนเพื่อสนับสนุนในการจัดซื้ออาหารกลางวันให้กับน้องๆ ที่ยากไร้ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศไทยตลอดทั้งเทอมการศึกษา โดยในช่วงปิดเทอมของทุกๆ ปี เทสโก้ โลตัส จะเปิดการรับบริจาค เชิญชวนลูกค้าร่วมบริจาคสมทบทุนเพื่อให้มีงบประมาณสำหรับสนับสนุนอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนที่ร่วมโครงการตลอดทั้งสองเทอมการศึกษา”

ต่อมาเมื่อมีการสำรวจกลับพบว่า ปัญหาการเข้าไม่ถึงอาหารคุณภาพยังมีอยู่อีกในหลายพื้นที่ จึงเริ่มทำโครงการต่อเนื่องด้วยการบริจาคอาหารให้กับน้องๆ ยากไร้ในโรงเรียนที่อยู่ใน 10 จังหวัด
ที่มีประชากรรายได้น้อยที่สุดในประเทศ ให้ได้อิ่มกับมื้ออาหารกลางวันคุณภาพดีต่อเนื่องตลอดทั้งเทอม

ล่าสุดในเทอมการศึกษาหน้า “อาหารดีพี่ให้น้อง” เปิดการรับบริจาคอีกครั้ง เพื่อนำส่งอาหารคุณภาพดีโภชนาการสูงไปประกอบอาหารมื้อกลางวันตลอดทั้งเทอม โดยขยายจำนวนโรงเรียนเพิ่มเติมเป็น 200 กว่าโรงเรียนใน 77 จังหวัดทั่วเมืองไทยดังนั้นจึงอยากเชิญชวนลูกค้าและประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อให้โรงเรียนมีงบประมาณในการจัดสรรอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ เพิ่มเติมจากงบประมาณของภาครัฐ เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของโรงเรียน และช่วยให้เด็กๆมีโอกาสได้รับประทานอาหารที่มีโภชนาการและมีคุณภาพดี ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการในด้านต่างๆ ของเยาวชนไทยต่อไป

สำหรับช่องทางการบริจาค “อาหารดีพี่ให้น้อง” สามารถบริจาคเงินได้โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ผ่านช่องทางต่างๆ ประกอบด้วย เคาน์เตอร์แคชเชียร์ เทสโก้ โลตัส และเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ทั่วประเทศ บริจาคผ่านเว็บไซต์donation.tescolotus.com เป็นต้น

ในการทำงานของหนุ่ม-สาวยุคใหม่ คงปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากทักษะการบริหารงานที่เป็นเลิศแล้ว ลุคการแต่งกายที่ดูน่าเชื่อถือนั้น นับเป็นองค์ประกอบสำคัญ นอกจากการเลือกแต่งกายด้วยชุดที่เหมาะสมแล้ว การเลือกสวมเครื่องประดับสุดสมาร์ทอย่างนาฬิกาก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเสริมบุคลิกภาพให้กับผู้ที่สวมใส่ได้เป็นอย่างดีโดยแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก “คาลวิน ไคลน์”(CALVIN KLEIN) ได้อวดโฉมนาฬิกาคอลเลคชั่นล่าสุดที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หนุ่ม-สาววัยทำงาน

โดยครั้งนี้ “คาลวิน ไคลน์” (CALVIN KLEIN)ได้แนะนำเรือนเวลาหรู 2 คอลเลคชั่น ได้แก่“คาลวิน ไคลน์ ซีดิวซ์” (CALVIN KLEIN Seduce) นาฬิกาเรือนสวยที่จะช่วยสร้างเสน่ห์อันน่าจดจำบนข้อมือของหญิงสาว สะท้อนออกมาเป็นงานดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยตัวเรือนวงกลมประกบเข้ากับสายข้อมืออันเรียบลื่นและเงางาม ปรับโอบรัดกับทุกขนาดข้อมือของหญิงสาว ผลิตจากสเตนเลสสตีลผสานเข้ากับเรซิ่นในโทนสีคลาสสิกอย่างขาวและดำ ที่ช่วยเพิ่มความเรียบหรูดึงดูดทุกสายตา ที่ผสานความมินิมัลเข้ากับความเฟมินีนได้อย่างลงตัว โดยนาฬิการุ่นนี้สามารถกันน้ำที่ระดับ 30 เมตร

และคอลเลคชั่น “คาลวิน ไคลน์ อินฟินิท ทู”(CALVIN KLEIN Infinite too) เรือนเวลาหรูสำหรับบุรุษ ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์คงความคลาสสิกเหนือกาลเวลา โดยมีกระจกหน้าปัดวงกลมผลิตจากแซฟไฟร์ที่ให้ความแข็งแรงทนทานสีของหน้าปัดมีทั้งสีดำ, สีขาว และสีน้ำเงินล้อมกรอบตัวเรือนด้วยสีสเตนเลสสตีลขัดเงาและสี PVD Pink Gold ซึ่งนาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษนี้จับคู่มาพร้อมกับสายหนังจระเข้สีดำและสีน้ำตาลในลุคสุดหรู และสายสเตนเลสสตีลขัดเงาในลุคสุดคลาสสิก สร้างคาแร็กเตอร์ที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์แห่งความเรียบโก้ได้อย่างลงตัว

ฟิตก่อนลงแข่งสปาตันเรซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372166

ฟิตก่อนลงแข่งสปาตันเรซ

ฟิตก่อนลงแข่งสปาตันเรซ

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ฟิตเนส เฟิรส์ท เอาใจสายฟิตที่ชอบความท้าทายในการแข่งขันสุดมันส์ สปาตันเรซ (Spartan Race) กับคลาสออกกำลังกาย Spartan community workout คลาสที่จะเตรียมความพร้อมของคุณให้ฟิตก่อนไปแข่งขัน Spartan Race Thailand ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คลาสนี้จะจำลองแบบของฐาน และ Movement ที่ใช้ในการแข่งขัน สปาตันเรซ
(Spartan Race) ของจริง และมาปรับระดับความยากง่ายให้เข้ากับผู้เล่นเป็นหลัก ทั้งการออกแรงทุ่ม ขว้าง กระโดด แบก ถือ โหน โดยมีครูฝึกที่เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เมื่อผู้ฝึกเริ่มปรับตัวได้ จึงจะค่อยๆ เพิ่มความท้าทายมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการฝึกให้เกิดความคุ้นเคย เตรียมพร้อมร่างกายก่อนไปแข่งขันจริงผู้ที่สนใจเข้าร่วมคลาส Spartan community workout วันเสาร์ที่27 ตุลาคม 2561 ที่ฟิตเนส เฟิรส์ท สาขา คิวเฮ้าส์ ลุมพินีลงทะเบียนที่ https://goo.gl/rAbtzB ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รีบมาเตรียมความฟิตให้พร้อมกับ ฟิตเนส เฟิรส์ท คลาส Spartan community workout ก่อนออกไปท้าทายความสามารถกัน

LIFE & HEALTH : มาวิ่งออกกำลัง…เสริมสร้างสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372165

LFE&HEALTH : มาวิ่งออกกำลัง...เสริมสร้างสุขภาพ

LFE&HEALTH : มาวิ่งออกกำลัง…เสริมสร้างสุขภาพ

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ใครๆ ก็ต้องการมีสุขภาพดีร่างกายแข็งแรง ปัจจุบันคนไทยจึงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น นอกจากเรื่องอาหารและโภชนาการที่มีบทบาทสำคัญแล้ว การพักผ่อนให้เพียงพอและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็เป็นปัจจัยร่วมสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคต่างๆ

การออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง ว่ายน้ำ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ลดการเจ็บป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพราะเมื่อหัวใจทำงานดี หลอดเลือดดี ระบบไหลเวียนเลือดดี ก็จะช่วยให้การเผาผลาญดีทั้งน้ำตาล ไขมัน โอกาสเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูงก็ลดลง และเมื่อเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้ดี ก็จะลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้อีกด้วย นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขและสารภูมิต้านทานต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น จึงยิ่งช่วยให้สุขภาพแข็งแรง

การวิ่ง เป็นวิธีออกกำลังกายที่ทุกคนสามารถทำได้และมีส่วนร่วมได้ง่าย แถมยังสามารถวิ่งได้ทุกที่ ทุกเวลา มีเพียงรองเท้าวิ่งสักคู่ ก็สามารถออกสตาร์ทได้แล้ว ทั้งนี้คุณไม่จำเป็นต้องวิ่งมาราธอน แต่อาจเพิ่มการก้าวให้มากขึ้น หรือออกกำลังกายตามความถนัดของแต่ละคน อย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ3-5 ครั้ง สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ ไม่ควรออกกำลังกายหักโหม ค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้นช้าๆ อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเปลี่ยนแปลงคุณเป็นคนใหม่ที่มีสุขภาพดีกว่าเดิม

แต่สำหรับผู้ที่แทบจะไม่เคยออกกำลังกายอะไรเลย แล้วจะลุกขึ้นมาเริ่มต้นด้วยการวิ่ง ก็อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ที่ถูกกระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญและทำงานอย่างหนัก รวมถึงอาจทำให้ร่างกายสึกหรอและเกิดภาวะอักเสบได้นอกจากนี้ความล้าในการออกกำลังกายอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย และถ้าพูดถึงอาการบาดเจ็บจากการวิ่งแล้ว อันแรกที่นึกถึงเลยก็คือ การเจ็บเข่า ปัญหาใหญ่ที่พบได้บ่อยและสร้างความทุกข์ทรมานให้กับนักวิ่งไม่น้อย จึงไม่แปลกนักหากจะเห็นนักวิ่งมือใหม่หลายๆ คนถอดใจไปกับการวิ่งเพื่อสุขภาพที่ดีกันซะก่อน ดังนั้นผู้ที่หันมาการออกกำลังกายและเริ่มมีอาการปวดข้อเข่าจึงควรดูแลเอาใจใส่และให้ความสำคัญกับสุขภาพข้อเข่าตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วย

ข้อมูลจาก ดร.คุณัตว์ พิธพรชัยกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา แนะนำว่า การออกกำลังกายที่ถูกต้องจะช่วยเสริมสมรรถภาพร่างกาย เพิ่มความแข็งแกร่งและสร้างภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้ผู้รักสุขภาพต้องเข้าใจพื้นฐานและมีการเตรียมพร้อมที่ดี เพื่อได้ผลลัพธ์ที่ดีจากการออกกำลังกายที่ชัดเจน และช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการออกกำลังกาย

ขั้นตอนการออกกำลังกายมีความสำคัญมาก ควรใช้แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที แบ่งเป็น 3 ช่วงหลักๆ คือ (1) ช่วงอบอุ่นร่างกาย ด้วยการบริหารกายและการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ โดยใช้เวลา 5-10 นาที(2) ช่วงออกกำลังกาย เป็นการออกกำลังกายจริง เพื่อสร้างความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจ โดยใช้เวลา 20-40 นาที และ (3) ช่วงผ่อนคลายร่างกาย ด้วยการบริหารกายและยืดเหยียด โดยใช้เวลา 5-10 นาที

หลักการออกกำลังกายที่ดี ต้องคำนึงถึง

(1) ความถี่ คือควรออกกำลังกายให้ครบทุกส่วน ปฏิบัติ 10-15 ครั้งต่อเที่ยว และ 3-5 เที่ยวต่อชุด

(2) ระดับ ว่าควรเริ่มจากจำนวนน้อยไปหามาก จากความหนักระดับเบาไปหาสู่ระดับหนัก และ

(3) เวลา คือควรออกกำลังกาย อย่างน้อย30-60 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ ไม่ควรออกกำลังกายหักโหม ค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้นอย่างช้าๆ อย่างต่อเนื่อง

การออกกำลังกายที่ดีต้องไม่หักโหมจนเกินไปหรือไม่สม่ำเสมอและดื่มน้ำให้เพียงพอเพราะกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ที่ถูกกระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญและทำงานอย่างหนัก กระบวนการเผาผลาญที่เกิดขึ้นส่งผลต่อร่างกายในด้านต่างๆ เช่น อุณหภูมิร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้น เหงื่อจะออกมามากเพื่อลดความร้อน หากร่างกายมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอก็อาจเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำและหมดสติ นอกจากนี้จะเกิดการสลายไขมันที่สะสมไว้ที่ตับมาเป็นพลังงานในรูปของน้ำตาลกลูโคส ซึ่งนำไปใช้ในการเผาผลาญ หากออกกำลังกายหักโหมไปอาจทำให้น้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดไม่เพียงพอ จะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดตกจนอาจนำไปสู่อาการช็อกและหมดสติ รวมถึงการสูญสลายของโปรตีนในกล้ามเนื้อและเกิดของเสียจำพวกแอมโมเนียและแลคเตทซึ่งเป็นสาเหตุของอาการเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อนอกจากนี้สารประกอบกลุ่มแลคเตทที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับปริมาณของแลคติคแอซิดซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดตะคริวระหว่างการออกกำลังกายอีกด้วย

การออกกำลังกายเป็นประจำก็อาจทำให้ร่างกายสึกหรอและเกิดภาวะอักเสบได้บ้าง ดังนั้นอาหารจึงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่งดหรืออดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ

การออกกำลังการเพื่อส่งเสริมสุขภาพเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก หากเราเข้าใจหลักการที่ถูกต้องและมีความตั้งใจปฏิบัติอย่างสมํ่าเสมอเพียงอาทิตย์ละประมาณ 3 ครั้ง ครั้งละ 30-60 นาที ไม่ควรละเลยเรื่องของการวอร์มอัพและคูลดาวน์ที่เหมาะสม โดยเริ่มจากการอบอุ่นร่างกาย ด้วยการเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ ประมาณ 5-10 นาที ก่อนจะวิ่งเต็มที่เพื่อให้กล้ามเนื้อ ระบบไหวเวียนโลหิตและระบบหายใจได้ปรับตัวก่อนออกกำลังกาย และปิดท้ายการวิ่งด้วยการผ่อนคลายร่างกายหรือคลูดาวน์ โดยการบริหารกายและยืดเหยียด 5-10 นาที เพื่อปรับสภาพการทำงานของกล้ามเนื้อในร่างกายให้กลับสู่สภาวะปกติ รวมทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถมาวิ่งได้อย่างมีความสุขพร้อมไปกับการมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

12 ปี 12 กิจกรรม ฉลองครบรอบโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372146

12 ปี 12 กิจกรรม ฉลองครบรอบโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

12 ปี 12 กิจกรรม ฉลองครบรอบโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มร.คริสตอฟ เจอโฟรย์ ผจก.ทั่วไป โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต และ หนิง-ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา ต้อนรับและถ่ายภาพร่วมกับฝ่ายตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD)

ในโอกาสที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เปิดดำเนินการครบ 12 ปี ทางโรงแรมนำโดย มร.คริสตอฟ เจอโฟรย์ ผู้จัดการทั่วไป ร่วมกับกิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที
จัด 12 กิจกรรมฉลองโอกาสพิเศษดังกล่าว อาทิ “คุณคือฮีโร่” เพื่อเปิดประตูต้อนรับบุคคลสำคัญ (ฮีโร่) ในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ได้ให้การดูแลเป็นอย่างดีตลอดมา โดยทางโรงแรมได้เชิญบุคคลสำคัญ อันได้แก่ ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและชีวอนามัย, ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ฝ่ายตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ฝ่ายแพทย์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ตำรวจภูธร, ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ฯลฯแขกรับเชิญพิเศษได้แก่ วงดนตรีอีทีซี และ “หนิง” ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา มาสร้างความสนุกสนานและความบันเทิง ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องสุวรรณภูมิแกรนด์บอลรูม โรงแรมโนโวเทลสุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต พร้อมกิจกรรมอื่นๆ ประกอบด้วย การเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินจำนวนกว่า 200 คน จากโรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์, จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงแรมให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ, งานเลี้ยงขอบคุณพนักงาน, ซูเปอร์คาร์บรั๊นซ์ ที่ทัชดาวน์สปอร์ตบาร์ ฯลฯ

จากฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

จากฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 มร.คริสตอฟ เจอโฟรย์ และ จิตติมาศ เกตุวรวิทย์ กก.ผจก. กิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที จัดงานเลี้ยงขอบคุณพนักงานสำหรับความร่วมแรงร่วมใจที่ดีตลอดปี ที่ผ่านมา

มร.คริสตอฟ เจอโฟรย์ และ จิตติมาศ เกตุวรวิทย์ กก.ผจก. กิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที จัดงานเลี้ยงขอบคุณพนักงานสำหรับความร่วมแรงร่วมใจที่ดีตลอดปี ที่ผ่านมา

จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงแรมให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ ม.เกษมบัณฑิต, ม.อัสสัมชัญ, ม.รังสิต และ ม.ราชภัฏธนบุรี

จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงแรมให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ ม.เกษมบัณฑิต, ม.อัสสัมชัญ, ม.รังสิต และ ม.ราชภัฏธนบุรี

เลี้ยงอาหารกลางวันคุณครูและนักเรียนจากโรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์

เลี้ยงอาหารกลางวันคุณครูและนักเรียนจากโรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์

มร.คริสตอฟ เจอโฟรย์ และ พรรณพิมล วงศ์ทองศรี ผช.กก.ผจก. กิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที ถ่ายภาพร่วมกับวงดนตรี “อีทีซี”

มร.คริสตอฟ เจอโฟรย์ และ พรรณพิมล วงศ์ทองศรี ผช.กก.ผจก. กิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที ถ่ายภาพร่วมกับวงดนตรี “อีทีซี”

เชิญกลุ่มซูเปอร์คาร์มาสังสรรค์ ซันเดย์บรั๊นซ์ (Sunday Brunch) ที่ทัชดาวน์สปอร์ตบาร์ (Touchdown Sports Bar)

เชิญกลุ่มซูเปอร์คาร์มาสังสรรค์ ซันเดย์บรั๊นซ์ (Sunday Brunch) ที่ทัชดาวน์สปอร์ตบาร์ (Touchdown Sports Bar)

‘จาตุรนต์’ถอดรหัสเลือกตั้งปี’62 ครั้งนี้จะเหนือความคาดหมาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic/report/575395

  • วันที่ 30 ธ.ค. 2561 เวลา 08:16 น.

'จาตุรนต์'ถอดรหัสเลือกตั้งปี'62 ครั้งนี้จะเหนือความคาดหมาย

โดย…ปริญญา ชูเลขา

         นับถอยหลังศึกเลือกตั้ง 24 ก.พ. 2562 เข้มข้นมาทุกขณะ จาตุรนต์ ฉายแสง ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่ยอมฝืนใจเดินจากพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อมานำคนรุ่นใหม่ไฟแรงสายพันธุ์ “พรรคไทยรักไทย” รุ่นจิ๋ว ประกาศจุดยืนว่า ทษช.ขออาสาเป็นหัวหอกฝ่ายประชาธิปไตยที่จะสกัดกั้นทุกวิถีทางไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีแม่ทัพใหญ่แห่ง ทษช. พูดถึงกลยุทธ์และแนวทางต่อสู้ของ ทษช.ที่วางยุทธศาสตร์การเลือกตั้งไว้ 3 เรื่อง คือ 1.ทษช. คือ พรรคฝ่ายประชาธิปไตย 2.ทษช. ต้านการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ และ 3.ทษช. คือ สายพันธุ์แท้ของพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ที่จะกลับมาผงาดชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์อีกครั้งในยุคที่ ทรท.เคยประสบความสำเร็จในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนทุกระดับ

จาตุรนต์ กล่าวว่า มีความมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเกิดปรากฏการณ์เหนือความคาดหมายหลายอย่าง แม้จะยังประเมินไม่ได้ว่าแต่ละพรรคจะได้ที่นั่งเท่าไร เพราะต้องรอดูหลังวันเปิดรับสมัคร สส.เขต และบัญชีรายชื่อก่อนว่าแต่ละพรรคส่งใครเข้าประกวด จึงจะประเมินได้ แต่สิ่งสำคัญขณะนี้ คือ ทำให้ประชาชนรู้จัก เพราะเป็นพรรคใหม่ สำหรับจุดขายของพรรคที่จะทำให้ได้รับคะแนนเสียง คือ 1.ทษช.รวมบุคลากรที่หลากหลายโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์และความทันสมัยมีความรู้ความสามารถและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานบริหารมาเป็นกำลังหลักของพรรค

2.นักการเมืองส่วนใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์จากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และ พรรคเพื่อไทย เดิมมาร่วมงาน จึงเป็นการรวมตัวกันของคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ และคนมีประสบการณ์ทางการเมืองสูงมาผสมผสานกัน ที่จะทำให้ประชาชนได้รับรู้ว่าพรรคการเมืองที่มี “สายพันธุ์ไทยรักไทย” มารวมกับคนรุ่นใหม่สามารถบริหารหรือทำนโยบายให้ประสบความสำเร็จ ดังเช่นที่นักการเมืองสมัยไทยรักไทยเคยสร้างปรากฏการณ์เข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้สำเร็จ และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเทคะแนนเสียงให้อย่างถล่มทลาย จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลจะสามารถทำนโยบายเศรษฐกิจที่ประกาศไว้กับประชาชนได้จริง

“อีกจุดขายหนึ่ง คือ ความชัดเจนของ ทษช.ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช.หรือ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะพรรคต้องการสร้างประชาธิปไตยขึ้นใหม่ และระหว่างทางไปถึงวันเลือกตั้ง เมื่อประชาชนได้รู้ถึงความชัดเจนของ ทษช.ย่อมจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ” จาตุรนต์ กล่าว

สำหรับกลยุทธ์ในการเจาะพื้นที่เพื่อเอาชนะในการแข่งขันในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือและภาคใต้ ลักษณะภูมิศาสตร์ทางการเมืองคล้ายคลึงกัน คือ ประชาชนนิยมเลือกพรรค เพราะกระแสมีความสำคัญมาก จึงต้องเน้นสร้างความนิยมต่อพรรค โดยจะสร้างความตระหนักรู้ถึงตัวผู้สมัคร นโยบายพรรค หรือว่าที่นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน ที่มีพื้นที่ทับซ้อนกับพรรคเพื่อไทย โดยการจัดส่งผู้สมัคร สส.เขต หรือบัญชีรายชื่อ อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นและประเมินคู่แข่งในพื้นที่ ก่อนจะสรุปรายชื่อส่งให้คณะกรรมการสรรหาตัดสิน โดยจะส่งผู้สมัครให้มากที่สุด ยิ่ง ทษช.เป็นพรรคใหม่ การจะส่งให้ครบทุกเขตคงเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ เราจะไม่ต้องการส่งผู้สมัคร “โนเนม” เพราะประชาชนจะตำหนิเอาได้

“การเลือกตั้งในอดีตไม่มีอะไรแน่นอน ผู้สมัครเก่า หรือพรรคเก่า จะได้รับการเลือกตั้งเสมอไป เช่น เพิ่งยุบสภาไป แต่พอเลือกตั้งใหม่กลับสอบตก 30% แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ หลังจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ห่างกันมากราวๆ 8 ปี ฉะนั้นจะไม่มีใครรู้ว่าพรรคการเมืองหรือนักการเมืองเก่าลงแล้วจะชนะหรือไม่ แม้ ทษช.จะมีอดีต สส.อยู่น้อยแต่ก็ว่าไม่แน่ เพราะขนาดอดีตนักการเมืองรุ่นเก๋าๆ ยังแพ้ให้กับนักการเมืองหน้าใหม่ ที่เรียกว่าปรากฏการณ์นกแล เมื่อครั้งพรรคไทยรักไทยเคยชนะเลือกตั้งต่อนักการเมืองรุ่นเก๋ามาแล้วทั้งแบบบัญชีรายชื่อและยกเขตมาแล้ว”  จาตุรนต์ กล่าวปัจจัยและเงื่อนไขที่ “จาตุรนต์” มั่นใจว่าจะทำให้ชนะการเลือกตั้ง คือ กระแสไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะอดีต สส.หรือนักการเมืองหน้าใหม่ไปสังกัดพรรคไหน เพราะขณะนี้การเมืองมีการแบ่งขั้วกันชัดเจน โดยการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง หากบางพื้นที่ต้องแข่งกับ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เกิดกระแสตีกลับจากนโยบาย ลด แลก แจก แถม มากๆ ด้วยการโยงพรรคเข้ากับนโยบายรัฐบาลด้วยการอาศัยโครงการแจกไม่อั้น จนเกิดกระแสตีกลับ ประชาชนปฏิเสธการกระทำแบบนี้ และเกิดกระแสไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ย่อมจะทำให้ตัวแทน ทษช.ชนะได้ จึงมั่นใจว่ากระแสไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทาง ทษช.ย่อมชนะแบบยกเขต หรือยกจังหวัดได้แน่นอน

หรือแม้แต่การแข่งขันกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หากเกิดกระแสความเชื่อว่า ปชป.จะไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย ถึงเวลานั้น ทษช.จะได้คะแนนมากขึ้น เพราะขณะนี้เกิดกระแสความต้องการรัฐบาลพลเรือนที่เป็นประชาธิปไตยกับการสืบทอดอำนาจของ คสช.โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวแทน ดังนั้นในช่วงที่มีการเปิดรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง และรายชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรี ประชาชนจะได้เรียนรู้ว่าจะเลือกแนวทางใด

“ตอนนี้ประเมินยาก เพราะไม่รู้ถึงพฤติกรรมการเลือกของประชาชน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ใช้บัตรใบเดียว แต่พอประเมินได้ว่า ภาคเหนือ อีสาน และใต้ หรือ กทม. ประชาชนจะให้น้ำหนักกับกระแสพรรคมากกว่าตัวผู้สมัคร แต่ครั้งนี้มีอีกตัวแปรอีกอย่างที่น่าจับตา คือ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นตัวชี้วัดผลเลือกตั้งด้วย” จาตุรนต์ กล่าว

จาตุรนต์ กล่าวว่า การเลือกตั้งในอดีตนับแต่วันรับสมัคร จนถึงวันเลือกตั้งจริงๆ อาจเกิดความแตกต่างคลาดเคลื่อนได้ไม่น้อย และครั้งนี้ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า แต่สิ่งสำคัญ คือ การสื่อสารกับประชาชนให้ดีว่าเศรษฐกิจที่หนักหนาอยู่ขณะนี้เกิดจากการบริหารผิดพลาดจากการเป็นรัฐบาลที่ไม่เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ จึงไม่มีการลงทุนจากต่างประเทศ ยอดรายได้จากการท่องเที่ยวตกลง หรือการลงทุนในประเทศน้อยมาก โครงการลงทุนขนาดใหญ่ๆ ก็ล่าช้า ยิ่งเกิดภาวะรวยกระจุกจนกระจายแพร่กว้างไปทั่ว ประชาชนจึงไม่มีรายได้และไม่มีเงินในกระเป๋าเดือดร้อนกันถ้วนหน้าไปหมด เพราะการปกครองแบบไม่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน รัฐบาลเข้าสู่อำนาจด้วยการยึดอำนาจโดยอ้างความมั่นคง และกลับเห็นข้อเรียกร้องของประชาชนเป็นเรื่องความวุ่นวายและน่ารำคาญจนกระทั่งบริหารประเทศไปแบบผิดทิศผิดทาง

ที่สำคัญ เอื้อประโยชน์ต่อทุนขนาดใหญ่ด้วยการดึงเข้ามาร่วมโครงการรัฐ หรือให้โครงการใหญ่ๆ ของรัฐไปแบบง่ายๆ ปราศจากการแข่งขัน สภาพอย่างนี้ถ้าประชาชนรู้ว่าจะเลือกรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจเผด็จการ หรือรัฐบาลประชาธิปไตย

“แม้จะชัดเจนระดับหนึ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะลงว่าที่นายกรัฐมนตรี เว้นแต่จะเปลี่ยนใจ แต่หากลงจริงในบัญชีว่าที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จะวางตัวอย่างไร ที่สำคัญถ้าประชาชนไม่สนับสนุนเกิดกระแสต้าน พล.อ.ประยุทธ์ สืบทอดอำนาจ ว่าควรพอได้แล้ว ยิ่งจากนี้ไป กระแสไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จะแรงกว่าและแรงมากขึ้นเรื่อยๆ”

จาตุรนต์ ฟันธงว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีลักษณะเป็นการเลือกว่าจะให้รัฐบาลนี้อยู่ต่ออีกหรือไม่ หรือจะเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ โดยเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่แล้วจะต้องเป็นพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย จากนั้นจะมีการแข่งขันกันระหว่างพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยแต่ละพรรคว่า พรรคใดมีนโยบายดีกว่ากัน ที่จะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้ โดยทุกพรรคย่อมจะเป็นพันธมิตรกัน คือ ไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ สืบทอดอำนาจ ดังนั้นเชื่อว่าประชาชนจะเลือกพรรค เพราะเป็นพรรคที่เกิดจากคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์และผนึกกำลัง กับนักการเมืองยุคไทยรักไทย พลังประชาชน หรือเพื่อไทย ที่ต้องสู้มายาวนาน รวมถึงการต่อสู้ในเกมนี้ แม้รู้ว่าเป็นกับดัก โดยจะอธิบายให้ประชาชนได้เข้าใจ ประชาชนย่อมจะเลือก ทษช.อย่างแน่นอน

จาตุรนต์ กล่าวปิดท้ายว่า เรื่องใหญ่วันนี้ คือเลือกตั้งใช้บัตรใบเดียว ดังนั้นกระแสว่าที่นายกรัฐมนตรีและพรรคการเมือง ทั้งสองอย่างเป็นเรื่องเดียวกัน คนไทยมีวัฒนธรรมทางการเมืองที่เปลี่ยนไปในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา คือ ประชาชนให้ความสำคัญพรรคการเมืองมากขึ้น และบวกรวมกับว่าที่นายกรัฐมนตรี สุดท้ายการเลือกตั้งจะไปขมวดรวมกันว่าจะให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกหรือไม่ เหมือนกับการเมืองในหลายๆ ประเทศ คือ เลือกนายกรัฐมนตรีที่เป็นอยู่เดิมจะรักษาแชมป์ได้หรือไม่

“ตามคาดหมายและคาดหวังจากต่างประเทศ เมื่อคืนอำนาจให้ประชาชน จะเป็นการแข่งขันกันระหว่างพรรคการเมือง เพื่อที่จะได้รัฐบาลพลเรือนที่มาจากประชาชนมาบริหารประเทศ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังจะทำในสิ่งตรงกันข้าม ผิดจากความคาดหวังจากนานาประเทศ เพราะต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งหมายความว่าประเทศไทยจะถูกปกครองโดยกองทัพ ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นสิ่งที่นานาชาติไม่ให้การยอมรับ” จาตุรนต์ กล่าว

ผู้สมัครทับซ้อน ปัญหาเก่าเพื่อไทย’ชัยภูมิ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic/report/575317

  • วันที่ 29 ธ.ค. 2561 เวลา 07:36 น.

ผู้สมัครทับซ้อน ปัญหาเก่าเพื่อไทย'ชัยภูมิ'

โดย…ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

ชัยภูมิ พื้นที่เลือกตั้งภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ซึ่งแม้จะยังไม่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งและการรับสมัคร สส. แต่สำหรับชัยภูมิก็เริ่มส่อเค้าปัญหาจากผลพวงของการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ จากเดิมที่เคยมี 7 เขต สส.7 คน ก็ลดเหลือ 6 เขต สส. 6 คน พรรคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดไม่พ้นพรรคเพื่อไทยเจ้าของพื้นที่เดิม ซึ่งครองที่นั่งทั้ง 7 ที่นั่ง

มาครั้งนี้เขตที่มีปัญหาคือ เขตเลือกตั้งที่ 4 อ.หนองบัวแดง และเกษตรสมบูรณ์ และเขตเลือกตั้งที่ 5 อ.ภูเขียว และ อ.คอนสาร ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของ เจริญ จรรย์โกมล ครั้งนี้เจริญยืนยันว่าจะขอลงในระบบเขตอีกครั้ง ในขณะที่อดีต สส.เดิม คือ มานะ โลหะวณิชย์ และ พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุลก็ไม่ยอมย้ายพื้นที่เช่นเดียวกัน

หากไม่นับปัญหาการแบ่งเขต พรรคเพื่อไทยในฐานะเจ้าของพื้นที่เดิม ดูจะมีความพร้อมมากที่สุดในการวางตัวผู้สมัคร โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองชัยภูมิ เตรียมส่ง โอชิษฐ์ เกียรติก้อง ชูชัย อดีต สส. 2 สมัย ลงเช่นเดิม โดยมี ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ คู่แข่งเก่า ลงในนามพรรคภูมิใจไทย

เดิมนั้นในการเลือกตั้งปี 2554 โอชิษฐ์ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทยและได้รับชัยชนะ กระทั่งในการเลือกตั้งปี 2557 พรรคเพื่อไทยก็ทาบทามให้มาลงในนามพรรคเพื่อไทย โดยให้ประสิทธิ์ซึ่งเคยเป็นผู้สมัครของเพื่อไทยหลีกทางไปลงในระบบบัญชีรายชื่อ ครั้งนี้ประสิทธิ์จึงตัดสินใจย้ายไปพรรคภูมิใจไทย เพื่อแก้มือกับโอชิษฐ์ นอกจากนี้ยัง มีนัฏฐิกา โล่ห์วีระ บุตรสาว ธเนศน์ โล่ห์วีระ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชัยภูมิ หลาน อร่ามอาชว์วัต หรือ อร่าม โล่ห์วีระ อดีต สส.หลายสมัย มาลงในนามพรรคประชาธิปัตย์

เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.จัตุรัส เนินสง่า บ้านเขว้า และหนองบัวระเหว ก็เป็นอีกเขตหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยมีปัญหา ผู้สมัครทับซ้อนระหว่าง ปาริชาติ ชาลีเครือดีต สส. น้องสาว สุชน ชาลีเครือ อดีต สว.ชัยภูมิ อาคม หาญนอกอดีตรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด กับ อรรถวีร์ อุระวัฒนพันธ์สจ.เขต อ.จัตุรัส

ที่ผ่านมาความคลุมเครือในการส่งผู้สมัครของเพื่อไทยก็ทำให้เกิดกระแสข่าวว่าตระกูลชาลีเครืออาจทิ้งเพื่อไทยไปสังกัดพรรคอื่น โดยกระแสพุ่งไปยังพรรคพลังประชารัฐ แต่สุชนเองก็ออกมาสยบข่าวยืนยันว่าตระกูลชาลีเครือจะยังร่วมงานกับเพื่อไทยต่อไป จึงต้องจับตาดูว่าที่สุดแล้วเพื่อไทยจะคัดตัว ผู้สมัครอย่างไร

ในขณะที่คู่แข่งก็มีความแรงไม่น้อย โดยเฉพาะ เชิงชาย ชาลีรินทร์ บุตรชายพ.ท.อรุณ ชาลีรินทร์ อดีต สส.ชัยภูมิ ที่ลงในนามพรรคพลังประชารัฐ และ ไถง ครอบบัวบาน ที่ปรึกษานายก อบจ.ชัยภูมิ ทีมงานตระกูลโล่ห์วีระ ที่ลงในนามพรรคประชาธิปัตย์ และที่น่าจับตาอีกคนหนึ่งคือ สุนทรี ชัยวิรัตนะ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย บุตรสาว สันติ ชัยวิรัตนะ ที่ครั้งนี้ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 3 อ.เทพสถิต บำเหน็จณรงค์ ภักดีชุมพล และซับใหญ่ น่าจะเป็นผู้สมัครอดีต สส.พรรคเพื่อไทยคนเดิม คือ อนันต์ ลิมปคุปตถาวร โดยจะพบกับ กฤษณ์ดนัย หมู่สะแก จากประชาธิปัตย์

เขตเลือกตั้งที่ 4 ที่การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่อาจเป็นเขตที่เกิดปัญหามากที่สุด เพราะมีอดีต สส.เจ้าของพื้นที่ ซึ่งมีฐานเสียงในเขต อ.หนองบัวแดง และเกษตรสมบูรณ์ คือ มานะ โลหะวณิชย์และ เจริญ จรรย์โกมล แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่ของเจริญยังทับซ้อนกับ พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ในเขตเลือกตั้งที่ 5 อีกด้วย ซึ่งอาจเป็นอีกรอยร้าวหนึ่งของพรรคเพื่อไทยใน จ.ชัยภูมิ

และสุดท้ายในเขตเลือกตั้งที่ 6 อ.แก้งคร้อ คอนสวรรค์ และบ้านแท่น จะมีอดีต สส.ของพรรคเพื่อไทยหน้าเดิมครองแชมป์เป็น สส.ในเขตนี้มาหลายสมัยยาวนาน คือ นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์สำหรับกระแสของคู่แข่งอย่าง พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีการทาบทามอดีตนายกเทศบาลตำบล นายก อบต. รวมทั้ง ส.อบจ.ในแต่ละพื้นที่ลงแข่งเป็นหลัก

ต้องจับตาว่าถึงที่สุดแล้วพรรคเพื่อไทยจะจัดการอย่างไรกับบรรดาผู้สมัครในเขตต่างๆ ที่ยังทับซ้อนกัน เพราะหากเกิดปัญหาขัดแย้งขึ้น นั่นหมายถึงคะแนนเสียงที่จะต้องหายไป และที่สำคัญนี่คือปัญหาที่ทำให้อดีต สส.หลายคนของเพื่อไทยในอดีตต้องย้ายสังกัดกลายมาเป็นคู่แข่งขันอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้ว