จีนชัดเจน ประกาศกำหนดการเลิกใช้ถุงพลาสติกทั้งประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612214

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 14:50 น.

จีนชัดเจน ประกาศกำหนดการเลิกใช้ถุงพลาสติกทั้งประเทศ

จีนชัดเจน ประกาศกำหนดเลิกใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ทั้งถุงและอุปกรณ์เกี่ยวกับการรับประทานอาหาร เริ่มต้นตั้งแต่ปีนี้ ตั้งเป้าสัมฤทธิ์ผลในปี 2568

คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติและกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมจีน ประกาศนโยบายใหม่โดยจะห้ามใช้ถุงพลาสติกในเมืองใหญ่ๆ ของจีนภายในสิ้นปี 2563 และในปี 2565 จะห้ามใช้ถุงพลาสติกเมืองระดับรองลงมาและตามอำเภอต่างๆ ส่วนตามตลาดขายสดจะได้รับการยกเว้นจนถึงปี 2568

นอกจากนี้ อุปกรณ์พลาสติกจากร้านอาหารที่ซื้อกลับบ้านและแพคเกจจัดส่งที่ทำจากพลาสติกก็จะถูกห้ามใช้เช่นกัน

ภายในสิ้นปี 2563 จะมีคำสั่งให้อุตสาหกรรมอาหารยุติการใช้หลอดแบบใช้ครั้งเดียว และภายในปี 2568 อุตสาหกรรมร้านอาหารในเขตอำเภอและเมืองต่างๆ ทั่วประเทศจีนจะต้องลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวลง 30%

ส่วนปกครองท้องถิ่นบางภูมิภาคและเอกชนบางภาคส่วน จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งห้ามการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกเช่นกัน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าภูมิภาคใดบ้างที่อยู่ในข่ายนี้

จีนยังห้ามการนำเข้าขยะพลาสติกทั้งหมด และห้ามใช้ขยะพลาสติกทางการแพทย์นำมาผลิตพลาสติกอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งห้ามผลิตและการขายถุงพลาสติกที่มีความหนาน้อยกว่า 0.025 มม. เช่นเดียวกับฟิล์มพลาสติกที่มีความหนาน้อยกว่า 0.01 มม. สำหรับใช้ในการเกษตร

ในเวลานี้ ประเทศจีนกำลังเพิ่มอัตราการรีไซเคิลและกำลังสร้างพื้นฐานการใช้ทรัพยากรอย่างครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่มากขึ้น ตามนโยบายทำสงครามกับขยะ

ลามไปใหญ่ เกาหลีใต้ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นรายแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612202

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 13:25 น.

ลามไปใหญ่ เกาหลีใต้ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นรายแรก

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KCDC) ยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นรายแรกในเกาหลีใต้

การระบาดไปถึงเกาหลีใต้ครั้งนี้มีขึ้นไล่เลี่ยกับที่จีนประกาศว่าพบการระบาดใหม่อีก 139 รายในเวลาแค่ 2 วันช่วงสุดสัปดาห์ และพบผู้ติดเชื้อในเมืองอื่นๆ ของจีนด้วย ยิ่งทวีความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคในวงกว้าง

KCDC เผยว่าผู้ติดเชื้อคือหญิงชาวจีนวัย 35 ปีที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น โดยเธอไปโรงพยาบาลในอู่ฮั่นในวันเสาร์หลังจากมีอาการของโรคหวัดและได้รับยาตามใบสั่งแพทย์ ก่อนที่จะบินมาลงที่สนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม แล้วถูกกักบริเวณไว้

เกาหลีใต้ยืนยันว่าหญิงจีนรายนี้ติดเชื้อเมื่อวันจันทร์ที่ 20 มกราคม ตอนนี้มีอาการคงที่ และได้รับรักษาในหน่วยกักกันโรคของสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง

ผู้หญิงรายนี้บอกกับทางการเกาหลีใต้ว่าเธอไม่ได้ไปที่ตลาดในอู่ฮั่น ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการระบาดไวรัสโคโรนาตัวใหม่ และไม่ได้สัมผัสกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อในอู่ฮั่นด้วย

จองอึนคยอง ผู้อำนวยการ KCDC เผยว่า หญิงรายนี้เดินทางมาเพื่อเที่ยวกรุงโซลในช่วงวันหยุดตรุษจีน และตอนนี้เกาหลีใต้ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อแกะรอยความเคลื่อนไหวของเธอบนเครื่องบิน และผู้ที่อาจติดต่อกับเธอ รวมถึงพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

แต่ผู้ติดเชื้อรายนี้ถูกกักตัวไว้ก่อนที่สนามบิน จึงยังไม่มีการติดต่อกับคนท้องถิ่นในเกาหลีใต้

รัฐเก็บภาษีไม่เป็นธรรม เอื้อมหาเศรษฐี2,153คนรวยกว่าคนทั้งโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612193

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 11:18 น.

รัฐเก็บภาษีไม่เป็นธรรม เอื้อมหาเศรษฐี2,153คนรวยกว่าคนทั้งโลก

คนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก 1% ของประชากรโลก รวยกว่าคนทั้งโลกรวมกันถึง 2 เท่า โดยองค์กรอ็อกแฟม (Oxfam) เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจนี้

องค์กรอ็อกแฟมระบุในรายงานที่ตีพิมพ์ก่อนการประชุมประจำปีของ World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า รัฐบาลต่างๆ เก็บภาษีคนรวยและบริษัทต่างๆ ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก ทำให้มีงบประมาณไม่เพียงพอมาใช้ในสวัสดิการสาธารณะ

ในเวลานี้ มหาเศรษฐี 2,153 คน รวยมากกว่าประชากรโลก 4,600 ล้านคนแล้ว และตอนนี้ความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจอยู่นอกเหนือการควบคุมแล้ว

รายงานชื่อ ‘Time to Care’ ของอ็อกแฟม ยังเน้นถึงความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจที่มีต่อเพศหญิงและเด็กผู้หญิง โดยผู้หญิงมีโอกาสทางเศรษฐกิจน้อยลง

“เศรษฐกิจที่ล่มสลายของเราอยู่ อัดฉีดเงินเข้ากระเป๋ามหาเศรษฐีและธุรกิจขนาดใหญ่บนความเสียหายของคนธรรมดาสามัญทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนเริ่มตั้งคำถามว่าควรมีเศรษฐีพันล้านหรือเปล่า” ” อมิตาา เบหาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอ็อกแฟม สาขาประเทศอินเดีย กล่าว

จากข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg ในทศวรรษที่ผ่านมา คนที่รวยที่สุดในโลกทั้ง 3 คน มีทรัพย์สินรวมเป็นเงินทั้งหมด 231,000 ล้านเหรียญเหรียญสหรัฐ

โดยมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Facebook ซึ่งเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกลำดับที่ 5 มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อในปีที่แล้ว โดยมีกำไรสุทธิประมาณ 6,000 ล้านเหรียญ ส่วนเจฟฟ์ เบซอส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของ Amazon.com Inc ยังคงเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 1 ด้วยทรัพย์สินมูลค่าสุทธิ 116,000 ล้านดอลลาร์

ความมั่งคั่งรวมกันของมหาเศรษฐี 20 อันดับแรกนั้นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 672,000 ล้านเหรียญ เป็น 1.3 ล้านล้านเหรียญตั้งแต่ปี 2555

อ็อกแฟมตั้งสถานการณ์สมมติว่า หากคนธรรมดาคนหนึ่ง สามารถออมเงินได้วันละ 10,000 เหรียญต่อวัน และออมมาตั้งแต่ยุคที่อียิปต์เริ่มสร้างพีระมิดหรือหลายพันปีก่อนจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่สามารถรวยได้เท่ากับทรัพย์สินโดยเฉลี่ยของมหาเศรษฐีห้าอันดับแรกของโลก

จีนพบผู้ป่วยไวรัสอู่ฮั่นวันเดียว139 รายระบาดไปเมืองต่างๆ แล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612182

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 09:02 น.

จีนพบผู้ป่วยไวรัสอู่ฮั่นวันเดียว139 รายระบาดไปเมืองต่างๆ แล้ว

จีนยืนยันผู้ป่วยโรคปอดอักเสบไวรัสอู่ฮั่นรายใหม่ 139 รายในช่วงสุดสัปดาห์ หลังจากไวรัสแพร่ระบาดไปยังเมืองอื่นๆ

เจ้าหน้าที่ของจีนรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 ว่าพบผู้ป่วยใหม่ถึง 139 รายในช่วงสุดสัปดาห์รวมถึงผู้เสียชีวิตรายที่สาม

คณะกรรมาธิการด้านสุขภาพของเขตต้าซิงในเมืองหลวงปักกิ่งกล่าวว่าได้ยืนยันพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสชนิดใหม่ หรือไวรัสอู่ฮั่นแล้ว 2 รายในขณะที่คณะกรรมาธิการด้านสุขภาพของมณฑลกวางตุ้งยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อ 1 ราย ในเซินเจิ้น

นับเป็นครั้งแรกที่มีการพบผู้ป่วยในเมืองต่างๆ ในประเทศจีนนอกเมืองอู่ฮั่น ในช่วงที่ชาวจีนกำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงตรุษจีนในปลายสัปดาห์นี้ โดยจะมีชาวจีนหลายร้อยล้านเดินทางในประเทศและต่างประเทศ

ในส่วนของอู่ฮั่น คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติอู่ฮั่นกล่าวในแถลงการณ์ว่ามีการค้นพบผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นใหม่อีก 136 รายในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สรุปแล้วช่วงค่ำวันอาทิตย์ มีรายงานผู้ติดเชื้อทั้งหมด 198 รายในอู่ฮั่น รวมถึงผู้เสียชีวิต 3 ราย มีอยู่170 รายยังคงได้รับการรักษาในโรงพยาบาลในขณะที่ 25 คนได้รับการรักษาแล้ว แถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมของยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด

นอกประเทศจีนมีรายงานผู้ป่วย 2 รายในประเทศไทยและอีก 1 รายที่ญี่ปุ่น ซึ่งผู้ติดเชื้อทั้ง 3 คนมีความเกี่ยวข้องกับผู้คนจากอู่ฮั่นหรือมาที่เมืองเมื่อเร็วๆ นี้

สรุปแล้ว มีผู้ป่วยทั้งหมด ทั้งที่อู่ฮั่น ปักกิ่ง เซินเจิ้น ไทย และญี่ปุ่น รวมแล้วเกิน 200 ราย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทางการปักกิ่งกล่าวจะเพิ่มความพยายามในการยับยั้งการระบาดของไวรัสอู่ฮั่น ในขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วโลกกำลังทำงานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

ไวรัสตัวใหม่นี้เป็นของตระกูลเดียวกันของโคโรนาไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง (SARS) ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 800 คนทั่วโลกในช่วงการระบาดของโรคในปี 2002/03

ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่าไวรัสตัวใหม่อาจไม่ร้ายแรงเท่ากับโรคซาร์ส แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมันมากนัก รวมถึงที่มาของมัน และโอกาสที่ไวรัสจะติดต่อระหว่างมนุษย์ได้ง่ายเพียงใด

โตโยต้าเรียกรถคืนเกือบ7แสนคันในสหรัฐ หลังพบปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงมีปัญหา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612168

  • วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 19:52 น.

โตโยต้าเรียกรถคืนเกือบ7แสนคันในสหรัฐ หลังพบปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงมีปัญหา

โตโยต้าประกาศเรียกคืนรถยนต์หลายรุ่นเกือบ 7 แสนคันในสหรัฐ หลังพบปัญหาปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงที่อาจทำให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โตโยต้าได้ประกาศเรียกคืนรถยนต์เกือบ 700,000 คันในสหรัฐ เนื่องจากพบปัญหาในปั๊มเชื้อเพลิงที่อาจทำให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุรถชนได้

รายงานข่าวระบุว่า โตโยต้าได้เรียกคืนรถยนต์รุ่น Lexus LS 500, LC 500, RC 350, RC 300, GS 350, IS 300, ES 350, LX 570, GX 460 และ RX 350 ที่ผลิตในปี 2561 และ 2562

นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์รุ่น 4Runner, Camry, Highlander, Land Cruiser, Sequoia, Sienna, Tacoma, Tundra, Avalon และ Corolla ที่ผลิตในปี 2561 และ 2562

โตโยต้าระบุว่า ขณะนี้ทางบริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบปัญหาดังกล่าว ซึ่งหากพบทางแก้ไข ก็จะแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบผ่านจดหมายในช่วงกลางเดือนมีนาคม

ภาพ เอเอฟพี

ความดุเดือดของเทศกาลปล้ำวัวที่อินเดีย สู้กันถึงตายเพื่อคว้าเงินรางวัล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612165

  • วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 19:37 น.

ความดุเดือดของเทศกาลปล้ำวัวที่อินเดีย สู้กันถึงตายเพื่อคว้าเงินรางวัล

ชาวบ้านในหมู่บ้านปาลาเมทู แถบชานเมืองมทุราย รัฐทมิฬนาฑู ทางตอนใต้ของอินเดียเฉลิมฉลองเทศกาลการเก็บเกี่ยวพืชผล หรือเทศกาลโปงคัล ด้วยการจัดงานปล้ำวัวขึ้น

เทศกาลโปงคัล หรือไทโปงคัลเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดฤดูหนาวและการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน จักราศีย้ายมายังราศีมังกร หรือ “มกรสังกรานตะ” ในปี 2563 ตรงกับวันที่ 15 มกราคม

Photo by Arun SANKAR / AFP

เทศกาลโปงคัลมีกจิกรรมพิเศษมากมาย หนึ่งในนั้นคือ “ชัลลิกัตตู” หรือการปล้ำวัว นิยมเล่นกันที่เมืองมทุราย, เมืองติรุจิระปัลลี และเมืองตันชาวูร โดยจะเล่นปล้ำกันในช่วงเที่ยงหรือช่วงเย็น วิธีการเล่นคือจะผูกเงินไว้ที่เขาวัว แล้วพวกหนุ่มๆ จะพยายามปล้ำวัวเพื่อหยิบเงินรางวัลนั้นมาให้ได้

การปล้ำสู้วัวกระทิงถูกจัดขึ้น ณ สถานที่ส่วนกลางในหมู่บ้าน ผู้คนจำนวนมากจะมารวมตัวกันเพื่อเป็นสักขีพยานการต่อสู้ โดยจะทำลานตรงกลางกั้นด้วยรั้วสูงประมาณ 9.1 เมตร

Photo by Arun SANKAR / AFP

วัวที่นำมาปล้ำได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษสำหรับโอกาสนี้ และจะถูกนำมาเข้าสังเวียนต่อสู้ทีละตัว เมื่อเริ่มการปล้ำ เด็กหนุ่มของหมู่บ้านจะพยายามคว้าวัวที่เขาหรือคอหรือหางและยึดมันเอาไว้ให้มั่นที่สุด หากผู้ชายหนุ่มถูกวัวสลัดออกไปหรือบาดเจ็บสาหัสจะไม่มีการมอบรางวัลใดๆ แก่พวกเขา

Photo by Arun SANKAR / AFP

การปล้ำวัวมีความเสี่ยงมาก จนเกิดกรณีชายหนุ่มเสียชีวิต ศาลฎีกาของอินเดียมีคำสั่งให้หยุดเทศกาลนี้เพราะถือว่าไร้มนุษยธรรมเป็นอันตราย โดยผู้ยื่นคำร้องต่อศาลยังระบุว่าเทศกาลนี้ล้าหลังและละเมิดสิทธิสัตว์และส่งผลต่อภาพลักษณ์ของอินเดียในฐานะประเทศที่ทันสมัย

Photo by Arun SANKAR / AFP

อย่างไรก็ตาม คำสั่งให้หยุดเทศกาล ทำให้ชาวบ้านออกมาประท้วง จนกระทั่งรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐอนุญาตให้จัดการแข่งขันได้อีกโดยมีการจัดระเบียบและความปลอดภัย มีการจัดแพทย์ประจำสังเวียน และตั้งแนวรั้วป้องกันระหว่างผู้ปล้กและผู้ชมให้มั่นคงแน่นหนายิ่งขึ้น

Photo by Arun SANKAR / AFP

Photo by Arun SANKAR / AFP

Photo by Arun SANKAR / AFP

Photo by Arun SANKAR / AFP

“ปฏิกษัตริย์นิยม” คำเข้าใจยากในสถานการณ์ยุ่งยาก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612162

  • วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 19:05 น.

PostToday Podcast:The Expert Ep.22 “ปฏิกษัตริย์นิยม” คำเข้าใจยากในสถานการณ์ยุ่งยาก

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

ปลาวาฬทะยานฟ้า เครื่องบินน่าเอ็นดูBelugaXLให้บริการแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612155

  • วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 17:18 น.

ปลาวาฬทะยานฟ้า เครื่องบินน่าเอ็นดูBelugaXLให้บริการแล้ว

บริษัทแอร์บัส (Airbus) ให้เปิดใบริการเครื่องบินรุ่น BelugaXL ที่มีหน้าตาเหมือนวาฬเบลูก้าแล้วเป็นลำแรก โดยเริ่มทะยานฟ้าไปเมื่อวันที่ 9 มกราคม แต่เพิ่มจะมีรายงานข่าวในสัปดาห์นี้

BelugaXL เป็นเครื่องบินขนส่ง มีความยาว 63 เมตรกว้าง 8 เมตร สมรรถนะการขนส่งเพิ่มขึ้นถึง 30% รับน้ำหนักได้ 51 ตัน ถือเป็นเครื่องบินขนส่งที่มีห้องคาร์โก้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยจะเปิดส่วนหัวเพื่อนำสินค้าที่จะขนส่งขนถ่ายเข้ามา และบินได้ไกลถึง 4,000 กิโลเมตร

จุดเด่นของมันคือการออกแบบหัวเครื่องให้ดูคล้ายกับวาฬเบลูก้าหรือวาฬขาว มีการวาดรูปตาที่บ้องแบ๊ว และรูปปากเหมือนการ์ตูนที่ส่วนเปิดตรงหัวเครื่อง ดีไซน์ได้ครับการโหวตโดยพนักงานของแอร์บัสถึง 40% ด้วยความที่มันดูเหมือนวาฬ ถึงได้ชื่อเล่นว่า “the flying whale”

แต่มันไม่ใช่เครื่องรุ่นแรกที่มีหน้าตาแบบนี้ เพราะแอร์บัสมีเครื่องบินรุ่นแอร์บัส เบลูกา (Airbus A300-600ST ที่ประจำการมาตั้งแต่ปี 1995 แต่ BelugaXL มีขนาดใหญ่กว่า และเป็นหนึ่งในเครื่องบินโดยสารและขนส่งรุ่นยักษ์ของบริษัทแอร์บัสและโบอิ้งที่จะทะยอยกันออกมาให้บริการ

‘วีระ’กัดไม่ปล่อย บุก’ปทส.’จี้คดีฟาร์มไก่’ปารีณา’บุกรุกป่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/467485

news_default

‘วีระ’กัดไม่ปล่อย บุก’ปทส.’จี้คดีฟาร์มไก่’ปารีณา’บุกรุกป่า

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 15.34 น.

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดีน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) บุกรุกพื้นที่ป่าสงวน 46 ไร่ ปลูกสร้างโรงเรือนทำฟาร์มไก่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

นายวีระ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่คดีนี้ส่งสำนวนไป 2 ชุด แต่กลับมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพียงคดีเดียวคือคดีของน.ส.ปารีณา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อความคืบหน้าคดีทั้งหมด อยู่ที่กองกำกับการ 5 ปทส. ตนก็จะเดินทางไปสอบถามผู้รับผิดชอบสำนวนคดีต่อไป

มีรายงานว่า จากนั้นนายวีระหารือกับพนักงานสอบสวนกองกับกับการ 5 ถึงความคืบหน้าคดี ก็พบว่า คดีนี้มีการตั้งคณะพนักงานสอบสวนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนได้อธิบายความคืบหน้าคดี

“คดีมีความคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 60-70 แล้ว และเชื่อว่า ในท้ายที่สุดจะมีการดำเนินคดีกับน.ส.ปารีณา ยอมรับว่ารู้สึกพอใจที่คดีมีความคืบหน้า และยอมรับว่าการย้ายโอนคดีจากพื้นที่เข้ามาส่วนกลางเพราะมีความพยายามดึงเวลาให้คดีมีความล่าช้าและมีการแซกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งรายละเอียดต่างๆตนทราบจากพนักงานสอบสวนแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเป็นความลับในสำนวนคดี”นายวีระ กล่าว

ด้านพล.ต.ท.วิวัฒน์ ยืนยันว่า ได้เสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอทำคดีไปตั้งแต่แรก ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานรวม 10 นาย ตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนการทำงานจะช้าหรือ เร็ว ขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐาน แต่เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นาน และยอมรับว่าหากนำคดีนี้ไปเปรียบเทียบกับคดีของชาวบ้านทั่วไปก็นับว่ามีความซับซ้อน จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมให้มากที่สุด จึงต้องใช้เวลาพอสมควร

‘เกษตรกรเลี้ยงโคนมมวกเหล็ก’ร้องนายกฯ ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังโรคปากเท้าเปื่อยระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/467462

news_default

‘เกษตรกรเลี้ยงโคนมมวกเหล็ก’ร้องนายกฯ ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังโรคปากเท้าเปื่อยระบาด

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 15.07 น.

“เกษตรกรเลี้ยงโคนมมวกเหล็ก”ยื่นหนังสือ”บิ๊กตู่”วอนประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเร่งด่วน หลังโรคปาก-เท้าเปื่อยระบาด เขต”ต.ลำพญากลาง-ลำสมพุง-พื้นที่ใกล้เคียงมวกเหล็ก”พร้อมจัดสรรงบฟื้นฟู

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 ที่ศูนย์บริการประชาชน (ฝั่งก.พ.) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี นำโดย น.ส.กานดา ใจพินิจ และตัวแทนจำนวน 8 คน เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ผ่าน นายสาธิต สุทธิเสริม หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

โดย น.ส.กานดา กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคมนมได้ขอให้รัฐและผู้เกี่ยวข้องเร่งประกาศภัยพิบัติเร่งด่วน กรณีการแพร่ระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยในเขต ต.ลำพญากลาง ต.ลำสมพุง และพื้นที่ใกล้เคียง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี พร้อมกับดำเนินการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกร ผู้ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติการแพร่ระบาดโรคปากและเท้าเปื่อยทุกราย

ขณะเดียวกันขอให้เร่งตรวจสอบกรณีความบกพร่องในการควบคุมโรคระบาดของกรมปศุสัตว์ ที่ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายแก่เกษตรกร โดยไม่อาจควบคุมได้มายาวนานถึง 3 ปีเต็ม และยังคงระบาดหนักจนถึงขณะนี้ไม่อาจควบคุมได้ โดยขอให้มีมาตรการบังคับให้กรมปศุสัตว์ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบทุกราย และแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร เพื่อให้ได้รับการฟื้นฟูช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม ขอให้ประกาศพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เป็นพื้นที่คุ้มครองให้เป็นพื้นที่เลี้ยงโคนมอาชีพพระราชทานให้ยั่งยืนต่อไป