วันที่ 14 ม.ค. 2563 ข่าวการเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic

"กรณ์" ลาออกประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นหนังสือต่อพรรค15ม.ค.นี้

“กรณ์” ลาออกประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นหนังสือต่อพรรค15ม.ค.นี้

“กรณ์” ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นหนังสือในวันที่ 15 ม.ค.นี้ “อภิสิทธิ์”ให้กำลังใจ

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 21:45 น.

ข่าวการเมือง

เปิดบันทึกปฏิบัติการลับ กับคำถามอมตะ "ทำไมต้องแย่งกันรักชาติ"

เปิดบันทึกปฏิบัติการลับ กับคำถามอมตะ “ทำไมต้องแย่งกันรักชาติ”

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. แนะนำหนังสือ “ปฏิบัติการลับ ในสมรภูมิรบ” พร้อมยกเนื้อหาในหนังสือที่ว่า “ความสามัคคีเป็นสิ่งประเสริฐสุด”

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 19:49 น.

รายงานพิเศษ

"กลุ่มเชียร์ลุง" นำข้อความให้กำลังใจมอบให้ "บิ๊กตู่"

“กลุ่มเชียร์ลุง” นำข้อความให้กำลังใจมอบให้ “บิ๊กตู่”

“แอดมินเพจเชียร์ลุง” นำข้อความให้กำลังใจ มอบ ‘บิ๊กตู่’ หลังกิจกรรมเดินเชียร์ลุงคนล้นหลาม ฝากนายกฯ ท้อเมื่อไรก็หยิบมาอ่าน ลั่น พร้อมจัดชนไล่ลุงอีก หากมีซ้ำที่ กทม.

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 18:09 น.

ข่าวการเมือง

นายกฯเชื่อจับโจรชิงทองได้แน่ ขออย่ากดดันเจ้าหน้าที่เกินไป

นายกฯเชื่อจับโจรชิงทองได้แน่ ขออย่ากดดันเจ้าหน้าที่เกินไป

นายกฯ เชื่อจับคนร้ายชิงทอง จ.ลพบุรีได้แน่ รัฐบาลเร่งรัดไปแล้ว แต่อย่ากดดัน จนท.เกินไป ไม่อยากเห็นจับผิดตัว วอนสื่ออย่าเสนอข่าวทุกวัน หวั่นเป็นข้อมูลทำคนร้ายหนีได้

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 17:54 น.

ข่าวการเมือง

เพื่อไทยแตกคอส.ส.หนวดงามยันต้องอภิปราย 3 ป.ยื่นคำขาดต้องมี"บิ๊กป้อม"

เพื่อไทยแตกคอส.ส.หนวดงามยันต้องอภิปราย 3 ป.ยื่นคำขาดต้องมี”บิ๊กป้อม”

“ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ”ยืนยันต้องอภิปราย 3 ป.คุยมีข้อมูลเต็มกระเป๋าเดินทาง บอกไม่รู้เรื่องที่”เฉลิม”จะไม่อภิปราย ย้ำเป็นนักรบพันธุ์ดุไม่กลัวใครไม่ยอมให้ใครจูงจมูก

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 17:24 น.

ข่าวการเมือง

ไม่มีหน้าที่เคลียร์ให้ใคร !! "บิ๊กตู่" เตือน"บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก" รักษาองค์กร

ไม่มีหน้าที่เคลียร์ให้ใคร !! “บิ๊กตู่” เตือน”บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก” รักษาองค์กร

นายกฯ เตือน ผบ.ตร.-บิ๊กโจ๊ก รักษาองค์กร อย่าพูดออกสื่อจนเสียหาย สั่งสอบคลิปเสียงสนทนาบิ๊กตำรวจ บอกไม่มีหน้าที่เคลียร์ให้ใคร

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 15:53 น.

ข่าวการเมือง

หมอเหรียญทองเดือด! ท้ากลับคนต่อต้านไม่ต้องมาใช้บริการ-ทำธุรกิจกับรพ.มงกุฎวัฒนะ

หมอเหรียญทองเดือด! ท้ากลับคนต่อต้านไม่ต้องมาใช้บริการ-ทำธุรกิจกับรพ.มงกุฎวัฒนะ

“พล.ต.นพ.เหรียญทอง” โพสต์ข้อความดุเดือดถึงกลุ่มต่อต้าน ลั่นไม่ต้องมาใช้บริการ-ทำธุรกิจกับ รพ.มงกุฎวัฒนะ ชี้คนรุ่นใหม่มี 2 ประเภทคือ รุ่นใหม่รู้ดีรู้ชั่ว กับ รุ่นใหม่ชั่วช้าสามานย์

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 15:51 น.

ข่าวการเมือง

"บิ๊กตู่" ให้ทบทวนกิจกรรม "วิ่งไล่-เดินเชียร์ลุง" ปัดเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาล

“บิ๊กตู่” ให้ทบทวนกิจกรรม “วิ่งไล่-เดินเชียร์ลุง” ปัดเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาล

นายกฯ มอบฝ่ายความมั่นคงทบทวนกิจกรรม “วิ่งไล่-เดินเชียร์ลุง” ลั่นอย่าแบ่งประชาชนเป็นสองฝ่าย ปัดเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาล แต่ต้องปรับเรื่อง”โซเชียล”

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 15:25 น.

ข่าวการเมือง

"บิ๊กตู่"ไม่หวั่นฝ่ายค้านยื่นซักฟอกเปรยเตรียมข้อเท็จจริงไว้ชี้แจง

“บิ๊กตู่”ไม่หวั่นฝ่ายค้านยื่นซักฟอกเปรยเตรียมข้อเท็จจริงไว้ชี้แจง

นายกฯพร้อมชี้แจงฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในทุกประเด็น แต่ยังไม่สมบูรณ์ 100 % อ้างไม่รู้จะถูกซักฟอกเรื่องอะไรบ้าง

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 15:17 น.

ข่าวการเมือง

"เทพไท"ประกาศเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อนพร้อมโหวตสวนซักฟอก

“เทพไท”ประกาศเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อนพร้อมโหวตสวนซักฟอก

“เฉลิมชัย” ยัน ปชป. มีมาตรการกำราบ “เทพไท” เจ้าตัว ซัด “บิ๊กป้อม” อย่าเคยตัวสั่งซ้ายหันขวากัน ลั่นพร้อมโหวดให้ฝ่ายค้านมีหลักฐานทุจริตชัดในอภิปรายไม่ไว้วางใจ

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 14:40 น.

ข่าวการเมือง

เปิดรายชื่อ 18 พรรคการเมืองกู้เงินต้องชงยุบพรรคเหมือนอนาคตใหม่

เปิดรายชื่อ 18 พรรคการเมืองกู้เงินต้องชงยุบพรรคเหมือนอนาคตใหม่

“สมชัย” เปิดรายชื่อ 18 พรรคการเมืองกู้เงิน ต้องชงเรื่องให้ศาลรธน.ยุบพรรค เหมือนกรณีพรรคอนาคตใหม่

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 14:01 น.

ข่าวการเมือง

"สมศักดิ์" มั่นใจ ซักฟอกล้มรัฐบาลไม่ได้

“สมศักดิ์” มั่นใจ ซักฟอกล้มรัฐบาลไม่ได้

“สมศักดิ์” มั่นใจอภิปรายไม่ไว้วางใจล้มรัฐบาลไม่ได้ คาดยื่นญัตติก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ นิดเดียว ไม่เช่นนั้นกร่อย

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 12:14 น.

ข่าวการเมือง

สนธิรัตน์ ชี้ "ส.ส.งูเห่า" คือคนที่อยากเห็นประเทศเดินหน้า

สนธิรัตน์ ชี้ “ส.ส.งูเห่า” คือคนที่อยากเห็นประเทศเดินหน้า

“สนธิรัตน์” รอดูท่าทีฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้ กำเนิด “งูเห่า” เพราะส.ส.เหล่านั้นอยากเห็นประเทศเดินหน้า

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 12:08 น.

ข่าวการเมือง

"ปิยบุตร"อัดกกต.แตงไม่เคลียร์ ปมเอกสารหลุด

“ปิยบุตร”อัดกกต.แตงไม่เคลียร์ ปมเอกสารหลุด

ไม่ตรงตามธงเลยหาช่อง! “ปิยบุตร”ชี้ กกต. ไม่เคลียร์สังคม กรณีเอกสารหลุด – แต่กลับป้องตนเองโดยจี้หาคนผิด ลั่นทุกพรรคมีการกู้เงิน ถ้าจะผิดต้องเขียนให้ชัด

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 11:51 น.

ข่าวการเมือง

"บิ๊กตู่" ย้ำรัฐเร่งแก้ปัญหาฝุ่น วอนช่วยกันแก้

“บิ๊กตู่” ย้ำรัฐเร่งแก้ปัญหาฝุ่น วอนช่วยกันแก้

นายกฯ อวยพรตรุษจีน “ซินเหนียนไคว้เล่อ” ขอคนไทยมีความสุข พร้อมชวนวิ่ง “มาราธอนระดับโลก” ชี้ “มีประโยชน์กว่าวิ่งอย่างอื่น” ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญแก้ปัญหาฝุ่นPM 2.5 ฉุนเล่นข่าวแค่ค่าฝุ่น แต่ไม่บอกแก้อย่างไร

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 11:40 น.

ข่าวการเมือง

วัดกันไปเลย! หมอวรงค์แนะรอดู วิ่งไล่ลุง กับวิ่งไล่ทอน ใครจะคึกกว่ากัน

วัดกันไปเลย! หมอวรงค์แนะรอดู วิ่งไล่ลุง กับวิ่งไล่ทอน ใครจะคึกกว่ากัน

“หมอวรงค์” แนะรอดูในอนาคต “วิ่งไล่ลุง” กับ “วิ่งไล่ทอน” ใครจะคึกคักมากกว่ากัน ซัด “ธนาธร” กระตุ้นความรุนแรง ชักศึกเข้าบ้าน

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 11:23 น.

ข่าวการเมือง

ทส.เตรียมออกมาตรการเข้มงวด แก้ฝุ่น 2.5

ทส.เตรียมออกมาตรการเข้มงวด แก้ฝุ่น 2.5

“วราวุธ” ยืนยันเร่งแก้ปัญหา PM 2.5 เตรียมออกมาตรการเข้มงวด ก่อนเสนอ ครม. ด้าน มท. 1 ระบุ ฝุ่นลดลงได้ถ้าทุกคนช่วยกัน

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 10:52 น.

ข่าวการเมือง

มท.ขอ"วิ่งไล่ลุง"อยู่ในขอบเขต ไม่สร้างความวุ่นวาย

มท.ขอ”วิ่งไล่ลุง”อยู่ในขอบเขต ไม่สร้างความวุ่นวาย

รมว.มหาดไทย ขอวิ่งไล่ลุง อยู่ในขอบเขต ไม่สร้างความวุ่นวาย หวั่นกระทบเศรษฐกิจ-ประชาชน

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 10:44 น.

ข่าวการเมือง

"บิ๊กป้อม"เชื่อ "บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก"เคลียร์ปัญหากันได้

“บิ๊กป้อม”เชื่อ “บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก”เคลียร์ปัญหากันได้

พล.อ.ประวิตร ระบุ ไม่จำเป็นต้องเป็นกาวใจให้ “บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก”เชื่อ เคลียร์ปัญหากันได้ เผย ไม่อยากให้มีกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง”อีกหวั่นทำแตกแยก พร้อมแจง ศึกซักฟอก

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 10:08 น.

ข่าวการเมือง

2วันรู้เรื่อง! บิ๊กป้อม เผยคดีปล้นร้านทองลพบุรีคืบหน้ามาก

2วันรู้เรื่อง! บิ๊กป้อม เผยคดีปล้นร้านทองลพบุรีคืบหน้ามาก

พล.อ.ประวิตร เผยคดีร้านปล้นทองลพบุรี 2 วันมีความชัดเจน ไม่ยืนยันคนในเครื่องแบบหรือไม่

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 09:46 น.

ข่าวการเมือง

วันที่ 13 ม.ค. 2563 ข่าวการเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic

"อนาคตใหม่" ถอดบทเรียนงบฯ63 ชี้ 5 ปัญหาหลักประเทศต้องเร่งแก้

“อนาคตใหม่” ถอดบทเรียนงบฯ63 ชี้ 5 ปัญหาหลักประเทศต้องเร่งแก้

“อนาคตใหม่” จัดเสวนาถอดบทเรียนพิจารณางบฯ63 “ธนาธร” ชี้ 5 ปัญหาหลักประเทศ – ปรับ 4 ฐานคิดใหม่ใช้เงิน “ศิริกัญญา” อัดหน่วยงานแจงงบเหมือนสนทนาธรรม

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 23:37 น.

ข่าวการเมือง

"สิระ" จี้ "เสรีพิศุทธ์" ดำเนินคดี ส.ส.ผ่านงบ63ตามคำขู่

“สิระ” จี้ “เสรีพิศุทธ์” ดำเนินคดี ส.ส.ผ่านงบ63ตามคำขู่

“สิระ” บี้”เสรีพิศุทธ์” ดำเนินคดี ส.ส.ผ่านงบ 63 ตามคำขู่ จ่อฟ้องกลับฐานแจ้งความเท็จ ท้าหากงบผิดกฎหมาย ส.ส.เสรีรวมไทยต้องไม่รับเงินเดือน

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 18:01 น.

ข่าวการเมือง

ผู้ประกอบการย่านประตูน้ำโอดครวญยอดขายลดฮวบกว่าร้อยละ 50

ผู้ประกอบการย่านประตูน้ำโอดครวญยอดขายลดฮวบกว่าร้อยละ 50

“สุดารันต์”นำทีมพบผู้ประกอบการย่านประตูน้ำรับฟังปัญหาหนักอกขายของไม่ได้ พ่อค้าโอดยอดขายร่วงกว่าร้อยละ 50 ชี้รัฐบาลใช้ระบบเอื้อทุนต่างชาติขนาดใหญ่ทำลายคนตัวเล็ก

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 16:58 น.

ข่าวการเมือง

"เพื่อไทย"จ่อนำเจตนารมณ์"วิ่งไล่ลุง"ไปขยายผลไล่ลุงต่อในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“เพื่อไทย”จ่อนำเจตนารมณ์”วิ่งไล่ลุง”ไปขยายผลไล่ลุงต่อในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เตรียมนำเจตนารมณ์ของกลุ่มวิ่งไล่ลุง ไปอภิปรายไล่ลุงต่อในสภา เห็นหลังสัญญาณประชาชนอยากเปลี่ยนแปลงไม่ทนกับระบอบประยุทธ์

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 16:31 น.

ข่าวการเมือง

"หญิงหน่อย"ฟันธงงบปี63 แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้

“หญิงหน่อย”ฟันธงงบปี63 แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้

“คุณหญิงสุดารัตน์” ขอฟันธง งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลปี63 แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ยก 3 เหตุผลสำคัญ ชี้งบประมาณกระจุกชาวบ้านจนกระจาย

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 14:01 น.

ข่าวการเมือง

“สนธิรัตน์”ฟิตถกรับมือภัยแล้ง จ่อเสนอรัฐบาลเป็นวาระแห่งชาติ

“สนธิรัตน์”ฟิตถกรับมือภัยแล้ง จ่อเสนอรัฐบาลเป็นวาระแห่งชาติ

“สนธิรัตน์” ปิ๊งไอเดียขอให้ผันน้ำจากเขื่อนภาคตะวันออกเพิ่มเติมเพื่อไล่น้ำเค็มช่วยเมืองกรุง เร่งปูพรมโครงการสูบน้ำบาดาลด้วยโซลาร์เซลล์พื้นที่ประสบภัยแล้งรุนแรง

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 13:29 น.

ข่าวการเมือง

"วิษณุ" โยน เจ้าหน้าที่ตีความ "วิ่งไล่ลุง" เข้าข่ายชุมนุมหรือไม่

“วิษณุ” โยน เจ้าหน้าที่ตีความ “วิ่งไล่ลุง” เข้าข่ายชุมนุมหรือไม่

รองนายกฯปัดตอบ กิจกรรมวิ่งไล่ลุงเข้าข่ายกฎหมายการชุมนุมสาธารณะหรือไม่ ชี้เจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 13:03 น.

ข่าวการเมือง

นายกฯแนะนักศึกษาอย่าเสียเวลากับเรื่องเชียร์-ไล่

นายกฯแนะนักศึกษาอย่าเสียเวลากับเรื่องเชียร์-ไล่

นายกฯ ปลุกพลังคนหนุ่มสาวร่วมใช้ความสร้างสรรค์ขับเคลื่อนประเทศ แนะอย่าเสียเวลากับเรื่อง “เชียร์-ไล่” ลั่น”ผมไม่ใช่ศัตรูพวกท่าน”

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 12:40 น.

ข่าวการเมือง

"ศรีสุวรรณ"ชี้ "วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง" เข้าข่ายชุมนุมขัดต่อกฎหมาย

“ศรีสุวรรณ”ชี้ “วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง” เข้าข่ายชุมนุมขัดต่อกฎหมาย

“ศรีสุวรรณ” ชี้กิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” และ “เดินเชียร์ลุง” เข้าข่ายเป็นการชุมนุมที่ไม่เป้นไปด้วยความสงบขัดต่อกฎหมาย

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 11:54 น.

ข่าวการเมือง

พุทธิพงษ์ แนะอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวผ่านระบบออนไลน์ หลังพบซิมการ์ดจากต่างชาติถูกนำมาใช้ก่อเหตุ

พุทธิพงษ์ แนะอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวผ่านระบบออนไลน์ หลังพบซิมการ์ดจากต่างชาติถูกนำมาใช้ก่อเหตุ

รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ เผยมีกลุ่มคนใช้ซิมการ์ดจากประเทศเพื่อนบ้าน มาก่อเหตุชายแดนใต้-แฮกระบบรัฐ-ปล่อยข่าวปลอม แนะประชาชนไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว?

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 11:31 น.

ข่าวการเมือง

ไปลอนดอนอย่าลืมแวะ! ยิ่งลักษณ์ ชวนทดลองสินค้าของธุรกิจใหม่

ไปลอนดอนอย่าลืมแวะ! ยิ่งลักษณ์ ชวนทดลองสินค้าของธุรกิจใหม่

ยิ่งลักษณ์ เชิญชวนให้ไปทดลองสินค้าของธุรกิจใหม่ที่ทำร่วมกับทักษิณ ถ้าไปลอนดอน ประเทศอังกฤษ

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 11:07 น.

ข่าวการเมือง

"บิ๊กตู่" เมินเคลียร์ใจ "บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก" ย้ำเรื่องใน สตช.-ลพบุรี ทุกคนมีหน้าที่ตัวเอง

“บิ๊กตู่” เมินเคลียร์ใจ “บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก” ย้ำเรื่องใน สตช.-ลพบุรี ทุกคนมีหน้าที่ตัวเอง

นายกฯ เมินปัญหา พล.ต.อ.จักรทิพย์-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ บอกให้แก้กันเอง ย้ำเรื่องใน สตช. และเหตุที่ลพบุรี ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 10:45 น.

ข่าวการเมือง

หมอเหรียญทอง เมินถูกพยายามปลุกปั่นภาพว่าเป็นคนรุนแรง ย้ำจิตใจดี-มีเมตตา

หมอเหรียญทอง เมินถูกพยายามปลุกปั่นภาพว่าเป็นคนรุนแรง ย้ำจิตใจดี-มีเมตตา

พล.ต.นพ.เหรียญทอง ไม่สนใจคนพยายามนำภาพร่วมกิจกรรมเดินเชียร์ลุงไปโยง 6 ต.ค. ย้ำจิตใจดี-มีเมตตา-ไม่นิยมความรุนแรงแต่กล้าเผชิญหน้าหากเลี่ยงไม่ได้

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 10:12 น.

ข่าวการเมือง

พปชร.แจงรัฐบาลเดินหน้าสารพัดโครงการทันที หลังงบ63ผ่านสภาฯ

พปชร.แจงรัฐบาลเดินหน้าสารพัดโครงการทันที หลังงบ63ผ่านสภาฯ

“ธนกร”แจง รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเต็มสูบ หลังงบ63ผ่านสภาฯ เผย”บิ๊กตู่”เน้นทำงานเชิงรุก กำชับรมต.ลงพื้นที่แก้ปัญหาร่วมกับประชาชน วอนอย่าเอาประชาชนเป็นตัวประกัน

วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 09:53 น.

ข่าวการเมือง

7สาขาวิศวะน่าเรียนจบแล้วมีโอกาสการทำงานสูง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/410570?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

7สาขาวิศวะน่าเรียนจบแล้วมีโอกาสการทำงานสูง

15 มกราคม 2563 – 13:20 น.
วิศวกร,วิศวกรรมโยธา,วิศวกรรมเหมืองแร่,วิศวกรรมเครื่องกล,วิศวกรรมไฟฟ้า,วิศวกรรมอุตสาหการ,วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม,วิศวกรรมเคมี
เปิดอ่าน 578 ครั้ง

7สาขาวิศวะน่าเรียนจบแล้วมีโอกาสการทำงานสูง  โดย…  ทีมคุณภาพชีวิต  qualitylife4444@gmail.com

“วิศวกร” ถือเป็นอาชีพในฝันของใครหลายคน แต่น้องๆ ม.ปลาย รู้หรือไม่ว่า ถ้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย สามารถเลือกเรียนวิศวะสาขาไหนได้บ้าง แต่ละสาขาจะมีเนื้อหาการเรียนอย่างไร จะตรงกับความสนใจของเราหรือไม่ และหากจบไปแล้วสามารถทำงานลักษณะใด หรือองค์กรไหนได้บ้าง เพราะปัจจุบันมีสาขาให้เลือกเรียนเพียบ! ทั้งวิศวะโยธา เครื่องกล ไฟฟ้า อุตสาหการ ฯลฯ

ซึ่งปัญหาคับข้องใจแถมชวนสงสัยเหล่านี้จะหมดไป เพราะในวันนี้ “สภาวิศวกร” เสาหลักของชาติด้านวิศวกรรม จะพาน้องๆ ไปทำความรู้จักกับหลักสูตรวิศวะทั้ง 7 สาขา ที่เรียกได้ว่าเรียนจบแล้วมีงานรองรับแน่นอน แถมยังเตรียมสตาร์ทเงินเดือนสูงอีกด้วย ซึ่งจะมีสาขาไหนที่น่าสนใจบ้างนั้น ติดตามได้จากรายละเอียด ดังนี้

   วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering):
สำหรับน้องๆ ที่มีฝันอยากเนรมิตสิ่งปลูกสร้าง นับตั้งแต่บ้าน อาคาร ไปจนถึงสะพาน เขื่อน หรืออุโมงค์ “วิศวกรรมโยธา” ถือว่าตอบโจทย์เพราะน้องๆ จะได้เรียนตั้งแต่การเขียนแบบวิศวกรรม การประเมินว่าพื้นที่นั้นๆ มีความจำเป็นจะต้องมีสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นหรือไม่ ต้องเลือกใช้วัสดุขนาดใดในการก่อสร้าง หรือมีแนวทางในการก่อสร้างอย่างไรที่กระทบต่อผู้คนโดยรอบน้อยที่สุด โดยสิ่งที่น้องๆ จะได้เรียน อาทิ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ กลศาสตร์ วัสดุวิศวกรรม ธรณีวิทยา การวิเคราะห์โครงสร้าง เทคนิคการบริหารงานก่อสร้าง รวมถึงการดำเนินการและการบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้าง

โดยอาชีพที่น้องๆ สามารถทำได้ เช่น วิศวกรก่อสร้าง วิศวกรด้านผลิตภัณฑ์วัสดุ วิศวกรสำรวจเส้นทางในการสร้างถนนหรือระบบขนส่ง วิศวกรที่ปรึกษา ประจำบริษัทต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ วิศวกรประจำบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ฯลฯ

  วิศวกรรมเหมืองแร่ (Mining Engineering):
ถ้าน้องๆ คนไหนมีความสนใจเกี่ยวกับที่มาของแร่ธาตุ และอยากลองขุดคุ้ยเพื่อหาสินแร่ต่างๆ ด้วยตนเอง “วิศวกรรมเหมืองแร่” คือคำตอบ เพราะน้องๆ จะได้รับรู้ถึงความสำคัญของแร่ในหลากหลายมิติ ทั้งเชิงอุตสาหกรรมก่อสร้าง พลังงาน เชื้อเพลิงและเครื่องประดับ พร้อมลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่ขั้นตอนการค้นหา ขุดแยก และจัดการกับแร่ธาตุจากแหล่งธรรมชาติเพื่อนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยวิชาที่น้องๆ จะได้เรียน อาทิ ธรณีวิทยา แร่และหิน โลหะวิทยา เทคโนโลยีปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ฯลฯ

ซึ่งน้องๆ สามารถต่อยอดอาชีพได้ในหน่วยงานต่างๆ ดังนี้ กรมทรัพยากรธรณี บริษัทเหมืองแร่และโรงแต่งแร่ โรงงานปูนซีเมนต์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฯลฯ

     วิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering) :
น้องๆ คนไหนรู้ตัวว่าชอบงานเครื่องกล หรือหลงเสน่ห์การเคลื่อนไหวของชิ้นส่วนจักรกลต่างๆ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วสมัครเรียน “วิศวกรกรรมเครื่องกล” ได้เลย เพราะสาขานี้จะเรียนเกี่ยวกับการออกแบบชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องจักร การศึกษาการเคลื่อนไหวของชิ้นส่วนเครื่องจักร การถ่ายเทพลังงานความร้อน การวิเคราะห์การสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ หุ่นยนต์ พร้อมเปิดโอกาสให้ลงมือออกแบบ ผลิต และซ่อมบำรุงรักษาระบบเชิงกลด้วยตนเองทุกแขนง ซึ่งวิชาที่น้องๆ จะได้เรียนมีดังนี้ กลศาสตร์ พลศาสตร์ เมคคาทรอนิกส์ วัสดุวิศวกรรม การออกแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ ฯลฯ

โดยตัวอย่างอาชีพที่น้องๆ สามารถทำได้ในอนาคต เช่น วิศวกรออกแบบชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ วิศวกรซ่อมบำรุงเครื่องจักรภายในโรงงาน วิศวกรควบคุมการผลิตและตรวจสอบคุณภาพ ฯลฯ

        วิศวกรรมไฟฟ้า (Electrical Engineering)
หากน้องๆ คนไหนที่สนุกกับการเชื่อมต่อแผงวงจรไฟฟ้า หรือรู้สึกดีทุกครั้ง ก็สามารถยื่นใบสมัครสอบ “วิศวกรรมไฟฟ้า” ได้เลย เพราะสาขานี้จะทำให้น้องๆ ใจเต้นแรงขึ้นไปอีก เมื่อต้องเรียนเกี่ยวกับวงจรไฟฟ้าตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน การวิเคราะห์-ออกแบบ-ผลิตระบบไฟฟ้าที่ใช้ตามครัวเรือน อาคารสำนักงานและโรงงาน การควบคุมระบบการผลิตอัตโนมัติในโรงงาน การควบคุมวงจรไฟฟ้าในระบบการสื่อสารทุกรูปแบบ ทั้งดาวเทียม และอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด โดยวิชาที่น้องๆ จะได้เรียน ตัวอย่างเช่น ระบบไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์กำลัง คณิตศาสตร์วิศวกรรมไฟฟ้า การออกแบบระบบสื่อสาร ฯลฯ

โดยน้องๆ สามารถเลือกเส้นทางอาชีพได้ดังนี้ วิศวกรด้านไฟฟ้ากำลัง วิศวกรด้านโทรคมนาคม วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ

      วิศวกรรมอุตสาหการ (Industrial Engineering)
หากคนไหนรู้ตัวว่าเป็นคนชอบสังเกต คิดเป็นระบบ และบ่อยครั้งที่คิดหาวิธีลดขั้นตอนการทำงานที่ได้รับมอบหมาย แถมยังชื่นชอบสายอาชีพวิศวะอีกด้วย เตรียมตัวสมัครเรียน ‘วิศวะอุตสาหการ’ กันได้เลย เพราะสาขานี้เน้นเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบและพัฒนาระบบงานภายในโรงงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย ‘การสังเกต’ ใน 2 มิติหลัก คือ ‘การจัดสรรทรัพยากรการผลิต’ ผลิตอย่างไรให้คุ้มค่าและได้กำไรสูงสุด และ ‘เพิ่มประสิทธิภาพระบบการผลิต’ ผลิตอย่างไรให้สามารถลดของเสียจากการผลิตได้มากที่สุด โดยวิชาที่น้องๆ จะได้เรียนมีดังนี้ วัสดุวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์วิศวกรรม การวางแผนและควบคุมการผลิต การพยากรณ์ทางอุตสาหกรรม ฯลฯ ตัวอย่างอาชีพที่น้องๆ ทำได้ อาทิ ผู้จัดการโรงงาน วิศวกรวางระบบ วิศวกรในสถาบันการเงิน นักวิจัยในหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน ฯลฯ

   วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (Environmental Engineering)
หากน้องเป็นคนหนึ่งที่หายใจเข้าและออกถึงแต่เรื่อง ‘มลภาวะสิ่งแวดล้อม’ ว่าเป็นปัญหาที่สังคมต้องเร่งแก้ หรืออยากเป็นฟันเฟืองหนึ่งในการขจัดปัญหาเหล่านั้นให้หมดไป แสดงว่าน้องๆ เริ่มจะตกหลุมรัก ‘วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม’ เข้าซะแล้ว เพราะสาขานี้จะพาไปเรียนรู้ตั้งแต่ประเภททรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และปรับปรุงคุณภาพของของเสีย โดยรายวิชาที่จะได้เรียน เช่น เคมีของน้ำและน้ำเสีย การออกแบบระบบท่อระบายน้ำเสียและการสูบน้ำ มลพิษทางอากาศและการควบคุม การสุขาภิบาลอาคาร การจัดการระบบสิ่งแวดล้อม ฯลฯ

ทั้งนี้สายวิศวะสิ่งแวดล้อมสามารถทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้ดังนี้ กรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า กรมชลประทาน การบริหารจัดการระบบมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม ฯลฯ

 วิศวกรรมเคมี (Chemical ­Engineering)
สำหรับน้องๆ คนไหนที่สนใจกระบวนการผลิตทางเคมีในภาคอุตสาหกรรม หรือการแปรสภาพสารเคมีสู่ ‘เคมีภัณฑ์’ ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และสามารถใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มแก่วัตถุดิบทางเคมี บนพื้นฐานของการคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม โดยวิชาที่จะได้เรียน อาทิ เคมีพื้นฐาน กระบวนการทางวิศวกรรมเคมี เศรษฐศาสตร์จุลภาคเบื้องต้น การบำบัดของเสียจากอุตสาหกรรม เทคโนโลยีปิโตรเลียม ฯลฯ

ตัวอย่างอาชีพที่สามารถทำได้ อาทิ วิศวกรควบคุมกระบวนการผลิต วิศวกรความปลอดภัยกับงานสิ่งแวดล้อม วิศวกรออกแบบเครื่องมือ และอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และผู้ประกอบการธุรกิจ

ไม่เพียงเท่านี้วิศวะทั้ง 7 สาขาข้างต้นยังพ่วงมากับ “ใบ ก.ว.” หรือ “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม” โดยมี “สภาวิศวกร” เป็นผู้จัดสอบและออกใบอนุญาต ซึ่งใบ ก.ว. เปรียบเหมือนใบเบิกทางสู่โอกาสสำคัญในการทำงานด้านวิศวะในรายได้ที่สูงขึ้นพร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านวิชาชีพแก่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสายงานที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน นอกจากนี้ยังเป็นบันไดอีกขั้นที่ช่วยให้น้องๆ สามารถเข้าใกล้ประสบการณ์ทำงานระดับอาเซียนและทั่วโลกในอนาคต

น้องๆ รู้หรือไม่ว่าปัจจุบัน “ประเทศไทย” มีวิศวกรที่ผ่านการรับรองมาตรฐานวิชาชีพและถือใบ ก.ว. ในภาคอุตสาหกรรมเพียง 1.7 แสนคนเท่านั้น ขณะที่มากกว่า 90% ของโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ล้วนแต่ต้องการวิศวกรสาขาพื้นฐาน เข้ามาช่วยก่อร่างสร้างเมืองให้มีคุณภาพในมิติต่างๆ อีกจำนวนมาก ผ่านการเนรมิตสิ่งปลูกสร้างที่มีโครงสร้างมั่นคงและครบทุกฟังก์ชันการใช้งาน การใช้ประโยชน์จากแร่ธรรมชาติในการก่อสร้าง รวมไปถึงการจัดระบบการทำงานที่คล่องตัวมากขึ้น

สำหรับน้องๆ ที่จะขอรับใบอนุญาตสามารถตรวจสอบ “หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ที่ผ่านการรับรองโดยสภาวิศวกร” ก่อนเข้ารับการศึกษาได้ที่ http://www.coe.or.th/http_public/main/choice_1/certified/examination.phpหรือสายด่วน1303

ครูยุคใหม่ ทันโลกดิจิทัล สร้างเด็กเข้าใจรู้เท่าทันเทคโนโลยี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/410366?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

ครูยุคใหม่ ทันโลกดิจิทัล สร้างเด็กเข้าใจรู้เท่าทันเทคโนโลยี

14 มกราคม 2563 – 14:30 น.
ครูยุคใหม่,โลกดิจิทัล,คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
เปิดอ่าน 89 ครั้ง

ครูยุคใหม่ ทันโลกดิจิทัล สร้างเด็กเข้าใจรู้เท่าทันเทคโนโลยี โดย…  -ชุลีพร อร่ามเนตร qualitylife4444@gmail.com – 

16 มกราคมของทุกปี กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีการจัดงานวันครู โดยปีนี้กำหนดขึ้นในหัวข้อ “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย” ซึ่งมีการเสวนาทางวิชาการ ปาฐกถา เรื่อง “ความฉลาดรู้ และจิตวิญญาณความเป็นครู” เพื่อปฏิรูปครูให้ทันโลกยุคดิจิทัล

 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการศึกษาในทุกด้านเพื่อพัฒนาประเทศให้มีศักยภาพและให้ความสำคัญกับครู เป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของชาติและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชน เป็นคนเก่ง คนดีและมีคุณภาพ เติบโตเป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ และมีศักยภาพเหมาะสมกับการดำเนินชีวิตในโลก ศตวรรษที่ 21

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

การจัดการศึกษาเป็นของทุกคน ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ต้องร่วมมือกันให้เกิดโรงเรียนคุณภาพ เกิดนักเรียนแห่งอนาคต ให้การศึกษาเป็นวาระแห่งชาติที่จะสร้างคนคุณภาพให้ประเทศ และครูคือกลไกลำคัญที่จะช่วยกันยกระดับการศึกษาไทย ศธ.ได้ดำเนินโครงการที่สำคัญในการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะการปฏิรูปครูให้ทันโลกยุคดิจิทัล
“อลงกรณ์ นิลดำ”  ครูโรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ครูยุคปัจจุบันจะแตกต่างจากครูอดีต เพราะครูอดีตสอนจากตำราเรียนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบเรียบง่าย สอนบนกระดานดำเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ แต่ตอนนี้ครูจะสอนแบบเดิมไม่ได้ เนื่องจากเด็กสมัยใหม่พวกเขาสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้มากมายและเทคโนโลยีทำให้เรียนรู้อะไรก็ได้ อีกทั้งชอบการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ชอบสื่อแบบภาพเคลื่อนไหวมากกว่าให้อ่านแล้วเห็นภาพประกอบเพียงอย่างเดียว ดังนั้นการเรียนการสอนในตอนนี้เนื้อหาไม่ได้แตกต่างจากอดีตแต่สิ่งที่ต้องแตกต่างคือหน้าที่ของครู และรูปแบบการเรียนการสอนของครู

อลงกรณ์ นิลดำ

“ครูสอนวิชาดนตรีมา 12 ปี เมื่อก่อนจะสอนโดยการบอกปากและให้ปฏิบัติตาม แต่ตอนนี้สอนแบบนั้นไม่ได้แล้ว ไม่ดึงดูดเด็ก เด็กไม่อยากเรียน ครูได้ปรับการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยี สื่อโซเซียลมีเดีย ยูทูบ เฟซบุ๊กมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการสอน ทำให้เด็กเห็นภาพเคลื่อนไหว แสง สี เสียง ก่อนจะได้เห็นและลงมือปฏิบัติจริง และนำมาใช้ในการเรียนทฤษฎีช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจ อยากเรียนรู้มากขึ้น เพราะถ้าบอกให้เขาอ่านและมาแลกเปลี่ยนกันเด็กรุ่นใหม่เขาไม่สนใจ ต้องทำให้เขาเกิดความสนใจ กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ และหน้าที่ของครูไม่ใช่เพียงสอนตามหนังสือเรียนเท่านั้น แต่ต้องสอนวิชาชีวิต ครูต้องทำให้เด็กเชื่อใจ ไว้ใจ เป็นเสมือนคนในครอบครัวของเขา” อลงกรณ์ กล่าว

เด็กยุคใหม่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง พวกเขาพร้อมรับฟัง เรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ ใช้เทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่พวกเขาขาดคือการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ดังนั้นบทบาทของครูรุ่นใหม่ต้องสร้างเด็กที่เข้าใจและเท่าทันเทคโนโลยี รู้จักหน้าที่ของตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ครูต้องช่วยเด็กผ่านการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างครูกับเด็ก

มีคนเคยเปรียบโรงเรียนเหมือนทุ่งนาแปลงหนึ่งที่ทุกคนอยากจะมาปลูกต้นกล้า มาเติมปุ๋ย ทำให้ตอนนี้หลายๆ โรงเรียนกลายเป็นแหล่งรวมโครงการต่างๆ นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า วันครูปีนี้สิ่งที่ครูต้องการมากที่สุดคือการได้อยู่กับเด็ก เพราะด้วยภาระหน้าที่ของครูต้องยอมรับว่ามีโครงการตัวชี้วัดครูเต็มไปหมดจนทำให้บางครั้งครูไม่ได้อยู่กับเด็ก ดังนั้นหากของขวัญวันครูที่อยากได้จากกระทรวงศึกษาธิการ คงเป็นเวลาที่จะได้สอนเด็ก ได้อยู่ในห้องเรียน ส่วนเรื่องความเป็นอยู่ของครู ทุกคนอยากสบาย ทั้งนี้ต้องขึ้นกับครูแต่ละคนที่ต้องรู้จักความพอเพียง ใช้ชีวิตอย่างพอดี อย่าอยากได้อยากมีจนทำให้ตัวเองเป็นหนี้สิน ต่อให้ ศธ.ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้แต่เป็นการแก้ที่ปลายเหตุเท่านั้น

วันครูปีนี้ ศธ.ได้จัดงานโดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานวันครู และคารวะครูสมัยเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ได้แก่ ครูวีระ เดชพันธ์ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบคำขวัญวันครูครั้งที่ 64 พ.ศ.2563 ว่า ครูไทย รักศิษย์ คิดพัฒนา และมอบสารวันครู เพื่อส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีไปยังครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทั่วประเทศที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาการศึกษาของชาติ

พิธีบูชาพระคุณบูรพาจารย์มีการอ่านโองการอัญเชิญบูรพาจารย์ ครูอาวุโส นอกประจำการ กล่าวนำสวดฉันท์ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์และครูอาวุโสในประจำการ ผู้ร่วมชุมนุมกล่าวคำปฏิญาณตนของครูและบุคลากรทางการศึกษา นอกจากนี้มีการปาฐกถาและการเสวนาทางวิชาการที่น่าสนใจ โดยมีการปาฐกถาเรื่อง “ความฉลาดรู้ และจิตวิญญาณความเป็นครู” โดยศาสตราจารย์กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์ และการเสวนาเรื่อง “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย” พร้อมพิธีคารวะครูอาวุโสของรมว.ศึกษาธิการ สมัยเรียนโรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน ได้แก่ น.ส.ชมภร กมลสุทธิ นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการงานวันครู ครั้งที่ 64 พ.ศ. 2563 ณ บริเวณโดยรอบหอประชุมคุรุสภา

กิจกรรมงานวันครูจัดขึ้นทั้งส่วนกลาง ณ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และส่วนภูมิภาค ณ สถานที่ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกำหนด โดยส่วนกลางจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม โดยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดพิธีการงานวันครูผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ผ่านทาง http://sdib.dusit.ac.th ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต และเฟซบุ๊ก แฟนเพจ “คุรุสภา” ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตามในโอกาสวันครูครั้งที่ 64 พ.ศ.2563 คุรุสภาขอเชิญชวนครูทุกคนร่วมระลึกถึงพระคุณครูเข้าร่วมกิจกรรมงานวันครู ร่วมชมนิทรรศการการแสดงผลงานทางวิชาการและวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา รวมถึงร่วมทำ ความดีเป็นจิตอาสาและร่วมแชร์ความรู้สึกดีๆ ต่อครูในเฟซบุ๊ก แฟนเพจ “คุรุสภา” (@Khurusaphaofficial) และติดแฮชแท็ก#คารวะครูผู้สร้างผู้นำทางชีวิต #วันครู 2563
นอกจากนั้นร่วมดาวน์โหลดสติกเกอร์ไลน์ “Thai Teacher 63” ซึ่งจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสวันครูเพื่อนำรายได้สมทบทุนมูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมถึงร่วมส่งบัตรอวยพรออนไลน์ โดยสามารถดูรายละเอียดการจัดงานวันครูผ่านทางเว็บไซต์ของคุรุสภา http://www.ksp.or.th

  ‘ร.ร.ดีไม่มีอบายมุขสกัดนักดื่มหน้าใหม่ -หารูปประกอบให้ด้วย 
ผลสำรวจของศูนย์วิจัยปัญหาสุราปี 2560 พบว่าเด็กและเยาวชนอายุ 15-24 ปีที่เป็นกลุ่ม “นักดื่มหน้าใหม่” มีจำนวนกว่า 2.28 ล้านคน หรือ 1 ใน 4 ของเยาวชนทั้งหมด ซึ่งอนาคตอาจกลายเป็นนักดื่มประจำและนักดื่มหนักเพิ่มมากขึ้นได้ สคล. และภาคีเครือข่าย สสส. ร่วมกับ สพฐ. มอบรางวัลรางวัลครูดีไม่มีอบายมุข และโรงเรียนดีไม่มีอบายมุขอย่างต่อเนื่อง ผู้รับรางวัลร่วม ประกาศเจตนารมณ์และยื่นข้อเสนอให้ ศธ. จัดการศึกษาเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาเหล้า บุหรี่ การพนัน และอบายมุข ในทุกระดับชั้นของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ

สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ เครือข่ายโรงเรียนคำพ่อสอน เครือข่ายครูดีไม่มีอบายมุข ได้คัดเลือกครูและบุคลากรด้านการศึกษาที่ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ชีวิตห่างไกลอบายมุข เช่น ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด บุหรี่ การพนัน ฯลฯ พร้อมทั้งทำหน้าที่สอนและช่วยเหลือนักเรียน รวมถึงครอบครัวและชุมชนให้มีสุขภาวะที่ดีในสภาพแวดล้อมที่ปลอดอบายมุข เข้ารับโล่รางวัล “ครูดีไม่มีอบายมุข (รุ่นที่ 9)” และ “โรงเรียนดีไม่มีอบายมุข (รุ่นที่ 4)” ประจำปี 2562

โดยภายในงานมีประธานเครือข่ายครูดีไม่มีอบายมุขทั้ง 4 ภาค ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์และยื่นข้อเสนอต่อผู้บริหารระดับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขับเคลื่อนให้มีโรงเรียนดีไม่มีอบายมุขเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาเหล้า บุหรี่ การพนัน และอบายมุขต่างๆ ในทุกระดับชั้น มีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อการลด ละ เลิก อบายมุขทุกรูปแบบ พร้อมสร้างขวัญและกำลังใจให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจเป็นต้นแบบการดำเนินชีวิตปลอดอบายมุขให้ได้รับการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการเลื่อนวิทยฐานะที่เหมาะสม

 นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่า “ผลสำรวจของศูนย์วิจัยปัญหาสุราในปี 2560 พบว่าเด็กและเยาวชนอายุ 15-24 ปี เป็นกลุ่มนักดื่มหน้าใหม่ จำนวน 2,282,523 คน หรือร้อยละ 23.91 หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของเยาวชนทั้งหมด ที่ระบุว่าดื่มสุราในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา แม้สถิตินักดื่มประจำและนักดื่มหนักมีสัดส่วนลดลง แต่ยังนิ่งนอนใจไม่ได้เพราะมีความเสี่ยงของนักดื่มหน้าใหม่ที่จะผันตัวมาเป็นผู้ดื่มประจำได้ ดังนั้นครูผู้เปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง ของนักเรียน ล้วนมีบทบาทสำคัญในการดูแล ป้องกัน และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นักเรียน

เพื่อป้องกันไม่ให้มีเยาวชนเป็นนักดื่มประจำและนักดื่มหนักเพิ่มขึ้นอีกในวันข้างหน้า สสส.เชื่อมันว่าการพัฒนาและส่งเสริม ‘ครูดีไม่มีอบายมุข’ และ ‘โรงเรียนดีไม่มีอบายมุข’ จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสริมพฤติกรรมนักเรียนที่มีคุณภาพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาของประเทศที่ดีขึ้นตามไปด้วย”

ทั้งนี้ผลสำรวจจำนวนมากระบุว่าการดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักนำไปสู่การสูบุหรี่หรือบริโภคยาสูบ รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ เช่นการพนันร่วมด้วย

อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า การค้นหาครูดีและโรงเรียนดีที่ไม่มีอบายมุขเพื่อมาเป็นผู้นำพาคนอื่นๆ ให้ร่วมกันพัฒนาสู่การเป็นต้นแบบในการปลอดอบายมุขด้วยเช่นกัน โดย สพฐ. หวังให้เครือข่ายครูดีไม่มีอบายมุขทั้ง 4 ภาคในปี 2562 นี้ ไปขยายเครือข่ายครูดีไม่มีอบายมุขเพิ่มมากขึ้น อยากเห็นโรงเรียนกว่า 30,000 แห่งในสังกัด สพฐ. เป็นโรงเรียนดีไม่มีอบายมุขในทุกโรงเรียน ผมในฐานะผู้บริหาร สพฐ. พร้อมนำนโยบายและข้อเสนอของเครือข่ายครูเพื่อขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมต่อไป”

สำหรับผู้เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 453 คน เป็นโล่ประกาศเกียรติคุณประเภท “ครูดีไม่มีอบายมุข (รุ่นที่ 9)” จำนวน 426 คน ได้แก่ 1.ระดับบุคลากรเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 18 คน 2.ระดับผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 83 คน 3.ระดับครูผู้สอน จำนวน 325 คน และโล่ประกาศเกียรติคุณ “โรงเรียนดีไม่มีอบายมุข (รุ่นที่ 4)” จำนวน 27 โรงเรียน

สารเนื่องในโอกาสวันครูแห่งชาติ..จาก ‘นายกรัฐมนตรี’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/410271?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

สารเนื่องในโอกาสวันครูแห่งชาติ..จาก ‘นายกรัฐมนตรี’

13 มกราคม 2563 – 20:35 น.
วันครูแห่งชาติ,นายกรัฐมนตรี,สารจากนายกรัฐมนตรี,16 มกราคม 2563,่คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,042 ครั้ง

คุญหญิงกัลยา แถลงจัดงานวันครู เผย”นายกรัฐมนตรี”มอบคำขวัญวันครูว่า”ครูไทย รักศิษย์ คิดพัฒนา”และมอบสารเนื่องในโอกาสวันครู เพื่อให้ตระหนักครูยุคใหม่ในศตวรรษที่ 21

วันที่ 13 มกราคม 2563 ที่ห้องประชุมไทยาจารย์ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาื กระทรวงศึกษาธิการ   ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  แถลงการจัดงานวันครู ครั้งที่ 64 พ.ศ. 2563 ว่ารัฐบาล โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำอยู่เสมอว่า การศึกษาถือว่าเป็นเรื่องที่ “สำคัญที่สุด”และได้มอบนโยบายว่า“ประเทศต้องปฏิรูปการศึกษา” โดยรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการศึกษาในทุกด้านเพื่อพัฒนาประเทศให้มีศักยภาพ และให้ความสำคัญกับ “ครู” เป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของชาติ และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นคนเก่ง คนดี และมีคุณภาพ เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพ และมีศักยภาพเหมาะสมกับการดำเนินชีวิตในโลกศตวรรษที่ 21

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

จากแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน เรื่องการเตรียมคนสู่ศตวรรษที่ 21 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสิทธิภาพในทุกมิติทั้งผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ ตลอดจนสถานศึกษา ทุกระดับ ทุกประเภท และเป็นการศึกษาตลอดชีวิต โดยเน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนราชการหลัก และองค์กรในกำกับ รวมทั้งหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในส่วนภูมิภาค ให้ปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีความคล่องตัว เพื่อดำเนินการปฏิรูปการศึกษาร่วมกันกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตามนโยบายประชารัฐ

ดังนั้นการจัดการศึกษาเป็นของทุกคน ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ต้องร่วมมือกันให้เกิดโรงเรียนคุณภาพ เกิด “นักเรียนแห่งอนาคต” ให้การศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ ที่จะสร้างคนคุณภาพให้กับประเทศ หากจะพัฒนาประเทศจะต้องพัฒนาฐานรากของการศึกษาในทุกพื้นที่ให้เท่าเทียมกัน รวมไปถึงการวางหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นการเตรียมอนาคตของชาติ เพื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21

“ครู” คือ กลไกสำคัญที่จะช่วยกันยกระดับการศึกษาไทย ฉะนั้น สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การพัฒนาครูให้มีคุณภาพ ก็จะส่งผลต่อเงินเดือนของครูทึ่สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจให้คนเก่งเลือกเรียนครูมากขึ้น

กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินโครงการที่สำคัญในหลายเรื่องการปฏิรูปการศึกษาไทย โดยเฉพาะการปฏิรูปครูให้ทันโลกยุคดิจิทัล อาทิ

1) การบูรณาการงบประมาณของ ศธ. ทั้งระบบ เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของทุกหน่วยงานใน กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำศูนย์ข้อมูล หรือดาต้าเซ็นเตอร์ (DATA CENTER) ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะการบูรณาการข้อมูลครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเกิดความคุ้มค่าในการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด

2) การปรับตัวเข้าไปสู่โลกในศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารและครูทุกคน ต้องปรับตัวให้มีทักษะด้านดิจิทัล มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ โดยตั้งเป้าว่าภายใน 3 ปี ครูทุกคนจะต้องพูดและสื่อสารภาษาอังกฤษให้ได้ รวมถึงจะมีการปรับเรื่องตัวชี้วัดของผู้บริหารสถานศึกษา รวมทั้ง การจัดการปัญหาครูที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้สิน วิทยฐานะ การใช้เวลาในห้องเรียนให้มากขึ้น

3) การแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยส่งเสริมให้ครูนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในเรื่องของการขับเคลื่อน การรับรู้ การสร้างองค์ความรู้ให้เด็กมากขึ้น และให้โรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศมีอินเตอร์เน็ตได้ใช้ภายในปีการศึกษา 2563

4) นโยบายด้านอาชีวศึกษา เป้าหมายการเพิ่มผู้เรียนทั้งสายอาชีพ โดยสัดส่วนผู้เรียน สายอาชีพจะต้องอยู่ที่ 60 ขึ้นไป และสายสามัญ 40 และมุ่งเน้นให้พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้อาชีวะสามารถขับเคลื่อนไปในระดับนานาชาติได้อย่างมั่นคง

5) นโยบายเด็กไทยต้องได้เรียนโค้ดดิ้ง (Coding) เพื่อพัฒนาคนสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็น การสอนให้คิดเป็นระบบ คิดแบบมีตรรกะ และมีระบบในการแก้ปัญหา พร้อมพัฒนาหลักสูตรให้เป็นรูปธรรม ก้าวทันเทคโนโลยีและโลกยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยในระยะเริ่มต้น  จะมีการอบรมพัฒนาครูในการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) จำนวน 1,000 คน  ในเดือนตุลาคม 2562

6) นโยบาย “กศน. สช. WOW WOW ก้าวสู่ยุคดิจิทัล” โดยให้ กศน.และ สช. นำแนวทางจัดการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับคนทุกช่วงวัย ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดการเรียนรู้ที่ดีแก่คนทุกช่วงวัยในทุกพื้นที่ พลิกโฉมการเรียนรู้ให้มีความทันสมัยสู่ยุคดิจิทัล

สำหรับการจัดงานวันครู ครั้งที่ 64 พ.ศ. 2563 นั้น รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อครูและวิชาชีพครูเสมอมา โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันที่ 16 มกราคมของทุกปี เป็นวันครู โดยถือเอาวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็นวันครู และให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้นักเรียนและครูหยุดในวันดังกล่าว ในฐานะที่ครูเป็นผู้เสียสละ ทุ่มเทและได้ประกอบ คุณงามความดีเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นอย่างมาก โดยกำหนดความมุ่งหมายให้วันครูจัดขึ้นเพื่อประกอบพิธีระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ และเพื่อส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครูกับประชาชน

ทั้งนี้  นายกรัฐมนตรี ได้มอบ คำขวัญวันครู ว่า “ครูไทย รักศิษย์ คิดพัฒนา” และมอบ สารเนื่องในโอกาสวันครู เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 64 วันที่ 16 มกราคม 2563 รัฐบาล โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบ คำขวัญวันครู ว่า “ครูไทย รักศิษย์ คิดพัฒนา” และมอบ  สารเนื่องในโอกาสวันครู เพื่อให้ครูไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทหน้าที่ของครูยุคใหม่ ในศตวรรษที่ 21 และให้กำลังใจครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มุ่งมั่นในการทำหน้าที่ครูผู้ให้ อย่างเข้มแข็ง และขอเชิดชูครูที่คนที่ดำรงตนเป็นต้นแบบทางสังคมทึ่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนตลอดมา

โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย

ทั้งนี้ การจัดงานวันครู ครั้งที่ 64 พ.ศ. 2563 นี้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยองค์กรหลัก องค์กรในกำกับ และคุรุสภา ร่วมกำหนดจัดงานวันครูทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กำหนดหัวข้อแก่นสาระ (Theme) ว่า “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย” โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม 2563 ส่วนกลาง จัด ณ บริเวณหอประชุมคุรุสภา และบริเวณกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนภูมิภาค จัด ณ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกำหนด โดยจัดกิจกรรมสัปดาห์วันครู ระหว่างวันที่ 11 – 17 มกราคม 2563

พิธีคารวะครูของท่านนายกรัฐมนตรี

วันครูปีนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กรุณามาเป็นประธานงานวันครูของส่วนกลาง ในวันครู วันพุธที่ 16 มกราคม 2563 เวลา 09.00น. ณ หอประชุมคุรุสภา ในการนี้มีพิธีคารวะครูของท่านนายกรัฐมนตรีสมัยเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ได้แก่ ครูวีระ เดชพันธุ์ ณ หอประชุมคุรุสภา และมีถ่ายทอดสดช่วงนายกรัฐมนตรีเป็นประธานงานวันครู เพื่อจัดพร้อมเพรียงกันทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ   และขอเชิญชวนคุณครูทุกท่านร่วมรับฟังสารนายกรัฐมนตรี ในวันครูที่ 16 มกราคม 2563 ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยพร้อมเพรียงกัน

กิจกรรมวิชาการและนิทรรศการงานวันครู

นอกจากพิธีการงานวันครูในหอประชุมคุรุสภาแล้ว ภายในงานจะมีกิจกรรมทางวิชาการในรูปแบบการปาฐกถา การบรรยายพิเศษ การเสวนาพิเศษ โดยผู้ทรงคุณวุฒิเป็นนักการศึกษาที่มีชื่อเสียง และนิทรรศการงานวันครูโดยรอบหอประชุมคุรุสภาที่สอดคล้องกับแก่นสาระของงาน โดยความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา จำนวน 18 หน่วยงาน

สำหรับปี2563 พิเศษกว่าทุกปี โดยได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมจัดกิจกรรมทางวิชาการและนิทรรศการงานวันครู โดยจะมีการจัดกิจกรรมเป็น 2 ภาษา คือภาษาไทย และภาษาอังกฤษ สำหรับการถ่ายทอดสด จะมีล่ามภาษามือด้วย เพื่อสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ทั้งนี้เพื่อให้วันครูเป็นวันที่ครูทั้งหลายได้ภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ครูด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทกายใจสั่งสอนศิษย์ รวมทั้งเพื่อนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และหน่วยงานทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชนทั่วทั้งประเทศ ได้เห็นความสำคัญของครู ร่วมกิจกรรมในวันครูร่วมกัน ทั้งในเรื่องของการระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ และการร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษา ชุมชนและท้องถิ่น

จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้ปกครอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทุกท่าน ร่วมกิจกรรมวันครู ครั้งที่ 64 พ.ศ. 2563

ธ.ก.ส.ยกชุมชนบ้านไร่ต้นแบบโครงการ459 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410534?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ธ.ก.ส.ยกชุมชนบ้านไร่ต้นแบบโครงการ459

15 มกราคม 2563 – 07:28 น.
บ้านไร่,โครงการ459
เปิดอ่าน 93 ครั้ง

ธ.ก.ส.นำร่องชุมชนต้นแบบ459 ยก”บ้านไร่”ศูนย์เรียนรู้วิถีพอเพียงครบวงจร                   

      “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กินอยู่อย่างพอเพียง” ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นำมาประยุกต์ใช้กับชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ภายใต้โครงการเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง 459  ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 หวังฟื้นชีวิตลูกค้าสมาชิก ธ.ก.ส. ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง 459 บ้านไร่ ต.บ้านไร่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ถือเป็นหนึ่งในชุมชนที่ประสบความสำเร็จ ภายใต้โครงการดังกล่าวส่งผลให้คนในชุมชน นอกจากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้วยังมีสุขภาพร่างกายดีขึ้นด้วย หลังมีการปรับเปลี่ยนวิธีคิดจากเกษตรเคมีมาเป็นเกษตรอินทรีย์ 100% ใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปีเศษเท่านั้น

ประเสริฐ ปิ่นนาค พนักงานพัฒนาลูกค้า 8 ฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนล่าง ธ.ก.ส.       

        มเนศ จันดา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านไร่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ในฐานะประธานศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง 459 บ้านไร่ ถือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการนำพาชาวบ้านหันมาทำเป็นเกษตรอินทรีย์ผ่านโครงการ 459 ของ ธ.ก.ส. โดยเริ่มจากปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ด้วยการลดเลิกใช้สารเคมีการเกษตรทุกชนิดกับพืชผักสวนครัวที่ปลูกไว้บริโภคภายในครัวเรือน ผ่านศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง 459 ชุมชนบ้านไร่ ภายใต้การสนับสนุนของ ธ.ก.ส.

ศูนย์แห่งนี้เริ่มตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2559 หลังชาวบ้านในชุมชนจัดให้มีการตรวจสารพิษตกค้างในร่างกาย ปรากฏว่าช าวบ้านหมู่ 1 กว่าร้อยละ 90 พบว่ามีสารพิษตกค้างในร่างกายอยู่ในเกณฑ์เกินมาตรฐานและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

จากนั้นชุมชนจึงได้รณรงค์ให้ลดเลิกการใช้สารเคมีและให้มีการปลูกผักอินทรีย์ไว้บริโภคเองภายในครัวเรือน พร้อมจัดให้มีตลาดธนาคารผักปลอดภัยเพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนพืชผักอินทรีย์หรือผักสวนครัวรั้วกินได้อื่นๆ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากวัดบ้านไร่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนเป็นจุดตลาดซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าและผลผลิตในทุกวันพุธและศุกร์

ต่อมาในปี 2560 ธ.ก.ส.ได้จัดอบรมโครงการทุนอาหารกลางวันแก่โรงเรียนเมืองกลางวิทยาคม ตามโครงการเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง 459 พร้อมลงมือปลูกผักอินทรีย์ เลี้ยงปลาและเลี้ยงไก่ไว้บริโภคในโรงเรียน โดยโครงการอบรมดังกล่าว ธ.ก.ส.ได้เชิญชุมชนบ้านไร่เข้ารับการอบรมด้วย หลังการอบรมทางชุมชนบ้านไร่เห็นว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์และเป็นแนวทางเกษตรอินทรีย์ที่ชุมชนกำลังสนับสนุนให้ชาวบ้านลดเลิกการใช้สารเคมี และมีโอกาสให้ชาวบ้านได้ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนด้วย

มเนศเผยต่อว่าในปี 2561 ชุมชนบ้านไร่ได้เชิญทีมวิทยากรจาก ธ.ก.ส. มาอบรมให้ความรู้และขยายผลแก่ชาวบ้านในชุมชนตามแนวทางเกษตรอินทรีย์ 459 หลังการอบรมชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการจะต้องลงมือปฏิบัติในแต่ละครัวเรือน โดยยึดหลักร่วมกันเรียนรู้แล้วแยกกันลงมือทำ ซึ่งแนวทางเกษตรอินทรีย์ 459 นั้นจะต้องมีการทำแปลงผักหมักดิน ให้ปุ๋ยอินทรีย์ก่อนปลูกพืชผัก ให้มีการทำปุ๋ย น้ำหมักชีวภาพไว้บำรุงพืชและไล่แมลง เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ไข่ เป็นโปรตีนไว้บริโภคและอาจมีการเพาะเห็ดต่างๆ ด้วย

“ความหมายของคำว่า 459 ในที่นี้หมายถึงเดินออกจากบ้าน 4 5 9 ก็มีพืชผักอินทรีย์ปลอดภัยไว้บริโภค ลดค่าใช้จ่าย พืชผัก ไข่ ปลา เหลือจากการบริโภค ก็อาจนำไปขายได้เงินมาใช้จ่ายหรือเก็บออมได้อีกด้วย ส่วนอีกความหมายคือปลูกพืชผักสมุนไพรที่มีอายุ 45 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้  ซึ่งเป็นการดำเนินกิจกรรมตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นเอง” ประธานศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง 459 บ้านไร่เผยกับ “คม ชัด ลึก”

ปัจจุบันชุมชนบ้านไร่มีทั้งหมด 208 ครัวเรือน มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง 459 จำนวน 50 ครัวเรือน ส่วนอีก 100 ครัวเรือนได้ปรับเปลี่ยนทำการผลิตแบบเกษตรปลอดภัย หรือ จีเอพี หรือการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย และอีก 58 ครัวเรือนอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยน นอกจากนั้นชุมชนบ้านไร่ยังจัดชุมชนให้เป็นท่องเที่ยวเชิงนิเวศ พร้อมจัดบ้านสมาชิกที่มีความพร้อม 41 ครัวเรือนให้เป็นโฮมสเตย์ เป็นที่พักไว้สำหรับต้อนรับผู้มาศึกษาดูงานและนักท่องเที่ยวทั่วไปอีกด้วย

ด้าน ประเสริฐ ปิ่นนาค พนักงานพัฒนาลูกค้า 8 ฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนล่าง ธ.ก.ส. กล่าวถึงความเป็นมาโครงการ 459 โดยเผยว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังประสบกับปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตเสียหาย ระหว่างที่รอการทำเกษตรในฤดูกาลต่อไปต้องใช้เวลานานหลายเดือน เกษตรกรยังมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายในครอบครัว ธ.ก.ส.จึงน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาขับเคลื่อนโครงการอาหารปลอดภัยจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภค เริ่มจากการสร้างจิตสำนึกให้เกษตรกรและจัดทำโครงการสร้างความเข้มแข็งระดับครัวเรือน หรือโครงการเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง 459 ซึ่งตัวเลข 459 มีความหมายว่าเดินออกจากบ้าน 4-5 ก้าวก็มีอาหารปลอดภัยให้บริโภค เป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ผลผลิตเหลือจากการบริโภคสามารถนำไปจำหน่ายสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว

“ตอนนี้โครงการ 459 ได้เริ่มนำร่องไปแล้วใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง รวม 27 ชุมชน บางชุมชนที่เข้มแข็งก็ได้นำผลผลิตไปจำหน่ายในห้างโมเดิร์นเทรดกันบ้างแล้ว และทาง ธ.ก.ส.ก็ยังสนับสนุนการดำเนินงานและขยายผลโครงการ 459 อย่างต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ตาม ชุมชนบ้านไร่ ถือเป็นต้นแบบการสร้างความเข้มแข็งระดับครัวเรือน เป็นสถานที่ฝึกอบรม ศึกษาดูงานของเกษตรกรลูกค้าธ.ก.ส.และประชาชนทั่วไป  โดยแบ่งฐานเรียนรู้ออกเป็น 5 ฐานเรียนรู้ ประกอบด้วย ฐานเรียนรู้น้ำหมักชีวภาพ  ฐานเรียนรู้ปุ๋ยหมักชีวภาพ  ฐานเรียนรู้เกษตรอินทรีย์  ฐานเรียนรู้แปรรูปและผลิตของใช้ในครัวเรือน และฐานเรียนรู้การรวบรวมและเชื่อมโยงตลาด

ส.ป.ก.ยุคธรรมนัสไม่ธรรมดาแค่แจกที่…ได้ทั้งทีต้องเบ็ดเสร็จ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410511?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ส.ป.ก.ยุคธรรมนัสไม่ธรรมดาแค่แจกที่…ได้ทั้งทีต้องเบ็ดเสร็จ

15 มกราคม 2563 – 00:00 น.
สปก,ธรรมนัส,กระทรวงเกษตร,ภัยแล้ง,ข่าววันนี้,แหล่งน้ำ
เปิดอ่าน 591 ครั้ง

ธรรมนัส สั่งด่วน เลขาฯ ส.ป.ก. บูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ทำระบบบริหารจัดการน้ำ แก้วิกฤติแล้งจัดสรรงบกองทุนปฏิรูปที่ดินฯ

15  มกราคม 2563  ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ได้ตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่ส.ป.ก. ทุกภาคซึ่งหลายแห่งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ

ดังนั้นจึงสั่งการให้เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมทำแผนปฏิบัติการแก้ไขในระยะเร่งด่วน โดยมอบนโยบายว่า พื้นที่ที่มอบหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ ส.ป.ก. 4-01 แก่เกษตรกรแล้ว ต้องจัดหาระบบสาธารณูปโภคให้พร้อมอยู่อาศัยและทำกินได้ ขณะนี้ได้นำเงินจากกองทุนปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เป็นสินเชื่อแก่เกษตรกร มอบเมล็ดพันธุ์ปุ๋ยพืชสดสำหรับปลูกในฤดูแล้ง แล้วไถกลบเป็นธาตุอาหารพืชในฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ สร้างแหล่งน้ำประจำไร่นา และปล่อยพันธุ์ปลาเพื่อให้จับบริโภคและจำหน่ายได้

“เกษตรกรที่ได้รับการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินแล้ว ต้องมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ ซึ่งจะทำให้ทำเกษตรกรรมในที่ดินของรัฐได้อย่างยั่งยืน” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า เร่งขับเคลื่อนแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตปฏิรูปที่ดินและโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำในเขตปฏิรูปที่ดิน 22 จังหวัด ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินมีแหล่งน้ำสำหรับใช้ทำการเกษตรและอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ ประกอบกับภัยแล้งที่กำลังทยอยเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ขณะนี้ ทำให้ปฏิรูปที่ดินทุกจังหวัดต้องขับเคลื่อนโครงการอย่างเร่งด่วนเพื่อให้เกษตรกรมีน้ำกินน้ำใช้และผ่านพ้นภัยแล้งในปีนี้ให้ได้ ทั้งนี้ ส.ป.ก. จึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณ 82 ล้านบาทจากกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมาขับเคลื่อนโครงการ

สำหรับโครงการบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตปฏิรูปที่ดินประกอบด้วย 2 แผนงานคือ แผนงานเพิ่มพื้นที่ชลประทาน โดยก่อสร้างแหล่งน้ำใหม่และปรับปรุงแหล่งน้ำเดิม 33 แห่งใน 22 จังหวัดได้แก่ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ กระบี่ กาฬสินธุ์ ฉะเชิงเทรา ชัยนาท ชุมพร นครราชสีมา นครสวรรค์ บึงกาฬ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา พะเยา พิษณุโลก สกลนคร สุโขทัย สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี วงเงิน 38 ล้านบาท และแผนงานจัดระดับพื้นที่ตามศักยภาพในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาใน 11 จังหวัดซึ่งจะมีการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ 4 จังหวัดและสำรวจออกแบบแหล่งน้ำและการกระจายน้ำ 7 จังหวัด วงเงิน 44ล้านบาท

ส่วนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัด มีแผนงานขุดลอกและขยายสระเก็บน้ำ 7 แห่งใน 4 จังหวัดได้แก่ พะเยา กำแพงเพชร พิจิตร และบุรีรัมย์ วงเงินรวม 5.8 ล้านบาท ขณะนี้งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร์แล้ว ซึ่งส.ป.ก. จะเร่งดำเนินการโครงการดังกล่าวในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศเพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้อย่างสูงสุดและตรงกับวัตถุประสงค์ในการจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรได้มีที่ทำกิน และสามารถอยู่ได้ อยู่ดี และอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

ครม.เห็นชอบกำหนดราคาอ้อย 750 บาทต่อตัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410487?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ครม.เห็นชอบกำหนดราคาอ้อย 750 บาทต่อตัน

14 มกราคม 2563 – 18:27 น.
ครม,กำหนดราคาอ้อย,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 68 ครั้ง

ครม.เห็นชอบกำหนดราคาอ้อย ฤดูการผลิตปี 2562/2563 อัตรา 750 บาทต่อตัน

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2563 ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบการกำหนดราคาอ้อยขั้นต้น ฤดูการผลิตปี 2562/2563 ในอัตรา 750 บาท/ตัน อ้อย ณ ระดับความหวานที่ 10  ซี.ซี.เอส. หรือเท่ากับร้อยละ 97.91 ของประมาณการราคาอ้อยเฉลี่ยทั่วประเทศ (ที่ 66.01 บาท/ตันอ้อย) และกำหนดอัตราขึ้น/ลงของราคาอ้อยเท่ากับ 45 บาท ต่อ 1 หน่วย ซี.ซี.เอส. ผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น ฤดูการผลิตปี 2562/2563 เท่ากับ 321.43 บาท/ตันอ้อย

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเป็นการประมาณการราคาอ้อยขั้นต้นเพื่อให้โรงงานน้ำตาลชำระเงินค่าอ้อยให้กับชาวไร่อ้อยไปก่อน เพื่อให้ชาวไร่อ้อยนำไปใช้หมุนเวียนในการประกอบธุรกิจและสร้างรายได้ ซึ่งยังไม่ใช่ราคาอ้อยและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายฤดูการผลิตปี 2562/2563 ที่ชาวไร่อ้อยและโรงงานจะได้รับจริง โดยที่ผ่านมา ครม. ได้เคยมีมติกำหนดราคาและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้นตั้งแต่ฤดูการผลิตปี 2554/2555

ประกาศ มวกเหล็ก เขตโรคระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410462?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ประกาศ มวกเหล็ก เขตโรคระบาด

14 มกราคม 2563 – 14:38 น.
กรมปศุสัตว์,ระบาด,โรคปากเท้าเปื่อย,โค,กระบือ,แพะ,แกะ,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 1,372 ครั้ง

ปศุสัตว์ เร่งระดมฉีดวัคซีนป้องกันโรคโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม โคเนื้อทุกพื้นที่ ประกาศมวกเหล็ก เขตโรคระบาด

14 มกราคม 2563 ปศุสัตว์ เร่งระดมฉีดวัคซีนป้องกันโรคโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม โคเนื้อทุกพื้นที่ ประกาศสระบุรี เป็นเขตเฝ้าระวังโรคระบาดชนิดโรคปากและเท้าเปื่อยในสัตว์กีบคู่  ย้ำเป็นโรคที่รักษาได้ วอนเกษตรกรอย่าตื่นตระหนก พากันขายสัตว์ป่วยทิ้ง ยิ่งจะทำให้การระบาดของโรคขยายวงกว้างขึ้น 

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่าจากการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนมในอำเภอมวกเหล็ก จ.สระบุรี ที่ทำให้มีโคล้มด้วยนั้น พรุ่งนี้(15ม.ค.)จะเปิดศูนย์ปฏิบัติควบคุมโรคในพื้นที่ ระดมสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ เวชภัณฑ์ และอาหารเร่งช่วยเหลือเกษตรกร เบื้องต้นส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แนะนำให้เข้มงวดการเข้าออกฟาร์ม ทั้งคนและยานพาหนะตอ้งผ่านการฆ่าเชื้อทุกครั้ง และนำวัวมารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคได้ฟรี

ทั้งนี้ได้กำชับปศุสัตว์จังหวัดทุกจังหวัดในการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างใกล้ชิด และลงพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรในทุกกรณี ที่แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัด และปศุสัตว์อำเภอ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้คำแนะนำกับเกษตรกรแล้ว

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าววว่าสาเหตุการระบาดของโรคปากเท้าเปื่อยในโคนมช่วงนี้ เกิดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลให้หญ้าขาดแคลน โคจึงกินอาหารไม่เพียงพอ สุขภาพอ่อนแอ และติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะการกินฝุ่นข้าวโพดที่มากจนเกินไปส่งผลต่อการย่อยของวัว

ทั้งนี้อำเภอมวกเหล็กมีพื้นที่กว้างและลี้ยงโคนมหนาแน่น มีเกษตรกร 2,390 ราย โคนม 99,897 ตัว เมื่อโคป่วยยังคงมีการ เคลื่อนย้ายสัตว์ ซากสัตว์ เช่น มูลสัตว์ น้ำนม อาหารสัตว์ ตลอดเวลาทำให้การควบคุมไม่ให้โรคได้ลำบาก อีกทั้งเมื่อเกษตรกรพบโคมีอาการผิดปกติไม่แจ้งโรคต่อปศุสัตว์อำเภอ/จังหวัด หรือแจ้งโรคช้า 

สำหรับโรคปากและเท้าเปื่อยเกิดจากเชื้อไวรัส ไม่มียาฆ่าเชื้อ แต่เป็นโรคที่รักษาได้ หากเป็นในสัตว์กีบคู่ที่โตแล้ว ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ให้อาหารเพียงพอเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรค โคที่เป็นโรคนี้แล้วล้ม มักเป็นโควัยอ่อนหรือมีโรคอื่นแทรกซ้อน จึงย้ำเตือนว่า หากโคมีอาการน้ำลายยืดให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที เพื่อเข้าดูแลอาการ รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากเท้าเปื่อย วัวทั่วไปปีละ 2 ครั้ง ส่วนโคนมปีละ 3 ครั้ง

โดยทางปศุสัตว์มีการฉีดวัคซีนให้ฟรี งดการนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่จากโคที่ไม่ทราบแหล่งที่มา หรือจากพื้นที่ที่มีโรคระบาด หลีกเลี่ยง ให้บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าฟาร์ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอกเลี้ยงโคและโรงรีดนม เลือกซื้ออาหารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ว่าไม่มีโรคปากและเท้าเปื่อยระบาด ที่สำคัญทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคที่โรงเรือน ถังนมและอุปกรณ์ต่างๆ

อย่างไรก็ตามตั้งแต่เดือนพ.ย.62 จนถึงปัจจุบัน มีการฉีดวัคซีนให้วัวไปแล้ว 91,842 ตัว สำหรับอาการโรคปากเท้าเปื่อย สัตว์จะมีอาการซึม ไข้สูง น้ำลายไหล มีเม็ดตุ่มใส พุพอง เกิดขึ้นภายในปาก ลิ้น เหงือก เพดานปาก ข้างแก้ม ซอกกีบต่อมาเม็ดตุ่มจะแตกเป็นแผล สัตว์แสดงอาการขาเจ็บ เดินกะเผลก น้ำลายไหลมากขึ้น มีแผลในปาก ลิ้น เท้า และหัวนม

สถานการณ์โรคในจ.สระบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศกำหนดเขตเฝ้าระวังโรคระบาดชนิดโรคปากและเท้าเปื่อยในสัตว์กีบคู่ได้แก่ โค กระบือ แพะ แกะ สุกร หมูป่า และกวางตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.62 ปศุสัตว์อำเภอมวกเหล็กได้ประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรคปากและเท้าเปื่อยในพื้นที่หมู่ 2 บ้านคลองม่วงใต้ ตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จ.สระบุรี ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2563 จนถึง 9 กุมภาพันธ์ 2663 เบื้องต้น มีเกษตรกรแจ้งมาแล้ว 108 ราย มี โคนมร่วมฝูง 5,654 ตัว ที่ป่วย / และรักษาให้หาย โดยเหลือ 897 ตัวที่อยู่ระหว่างการรักษา ซึ่งตั้งแต่วันพรุ่งนี้จะมีรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ไปเป็นผู้บัญชาการศูนย์ควบคุมโรคด้วยตนเอง รายงานผลปฏิบัติมายังส่วนกลางทุกวัน

“วอนเกษตรกร เมื่อพบว่า โคป่วยให้แจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่ อย่าขายโคออกเนื่องจากเป็นโรคที่รักษาได้ การเคลื่อนย้ายโคออกจากฟาร์ม ขณะที่ยังป่วยอยู่ จะทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายออกไปยังพื้นที่อื่นเป็นวงกว้างขึ้น” นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าว

3 พืชทนแล้งปลูกแล้วไม่ผิดหวังตลาดต้องการสูงราคาดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410285?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

3 พืชทนแล้งปลูกแล้วไม่ผิดหวังตลาดต้องการสูงราคาดี

14 มกราคม 2563 – 00:00 น.
พืชน้ำน้อย,ถั่วลิสง,ถั่วเขียว,สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
เปิดอ่าน 412 ครั้ง

เฝ้าระวังพื้นที่นาปรังลุ่มเจ้าพระยา หวั่นภัยแล้งกระทบสศก. แนะ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-ถั่วเขียว-ถั่วลิสง  พืชทดแทน ทนแล้ง ดูแลง่าย  ตลาดต้องการสูง

14 มกราคม 2563 นายระพีภัทร์  จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2562/63  ข้าวรอบที่ 2 (นาปรัง) จํานวน 4.54 ล้านไร่  

โดยข้อมูลเบื้องต้นจากการรายงานผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ณ 8 มกราคม 2563 พบว่า มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังแล้ว 3.12  ล้านไร่ หรือร้อยละ 68.72 ของแผน โดยในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา (22 จังหวัด) เกษตรกรปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 2.25 ล้านไร่  (แบ่งเป็น ในเขตชลประทาน 1.59 ล้านไร่ ซึ่งไม่อยู่ในแผนการเพาะปลูก และนอกเขตชลประทาน 0.66 ล้านไร่) คิดเป็น 2.14 เท่าของแผนการเพาะปลูกข้าวนาปรังในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา (22 จังหวัด)

ดังนั้น หากเกิดภัยแล้ง อาจจะเกิดปัญหาการพิพาทกันในเรื่องการแย่งน้ำระหว่างเกษตรกร และปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในบางพื้นที่ รวมทั้งปัญหาในเรื่องที่เกษตรกรบางส่วนต้องซื้อน้ำหรือสูบน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะเพื่อไม่ให้ข้าวที่ปลูกไปแล้วเสียหาย ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตข้าวนาปรังมีแนวโน้มสูงขึ้น

จากข้อมูล สศก. ปี 2562 พบว่า ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังประมาณ 7.89 ล้านไร่ ซึ่งในปี 2563 เกษตรกรในลุ่มน้ำเจ้าพระยาปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 2.25 ล้านไร่ ดังนั้น จะเหลือพื้นที่ที่ยังไม่ปลูกข้าวนาปรัง ประมาณ 5.64 ล้านไร่

สศก. ได้ศึกษาแนวทางการส่งเสริมปลูกพืชทางเลือกที่ใช้น้ำน้อย ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (22 จังหวัด) ที่ยังไม่ได้ปลูกข้าวนาปรัง ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และ พืชตระกูลถั่ว (ถั่วลิสง ถั่วเขียว) เนื่องจากเป็นพืชที่ทนแล้ง และดูแลรักษาง่าย  โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผลิตได้ปีละประมาณ 4.73 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้อยู่ที่ประมาณ 8.44 ล้านตัน ผลผลิตจึงขาดอีกประมาณ 3.71 ล้านตัน (คิดเป็นพื้นที่ปลูก 4.74 ล้านไร่)

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่เหมาะสมและมีศักยภาพในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา (22 จังหวัด) มีเพียง 3.41 ล้านไร่ เท่านั้น ดังนั้น ควรส่งเสริมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนข้าวนาปรังในลุ่มน้ำเจ้าพระยา (22 จังหวัด) ในพื้นที่ที่เหมาะสม 3.41 ล้านไร่ ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีต้นทุนการผลิต 4,370.18 บาท/ไร่ ราคาที่เกษตรกรขายได้ 7,810 บาท/ตัน เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) จากการส่งเสริมปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม 1,737.24 บาท/ไร่ ทั้งนี้ คาดว่าจะได้ผลผลิตประมาณ 2.67 ล้านตัน (คำนวณจากผลผลิตต่อไร่ 782 กก.) ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาแน่นอน เนื่องจากยังไม่เกินความต้องการใช้

ถั่วลิสง เป็นพืชปรับปรุงบำรุงดิน โดยปัจจุบันผลิตได้ปีละประมาณ 32,810 ตัน ขณะที่ความต้องการใช้อยู่ที่ประมาณ 115,000  ตัน ส่งผลให้ผลผลิตถั่วลิสงยังไม่เพียงพอประมาณ 80,000 ตัน ดังนั้น หากจะส่งเสริมปลูกถั่วลิสงทดแทนการปลูกข้าวนาปรังและให้เพียงพอกับความต้องการอีก 80,000 ตัน จะต้องใช้พื้นที่ปลูกประมาณ 0.23 ล้านไร่ (คำนวณจากผลผลิตต่อไร่ 352 กก.) โดยถั่วลิสง มีต้นทุนการผลิต 5,943 บาท/ไร่ ราคาที่เกษตรกรขายได้ 56.09 บาท/กก. เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) ถึง 13,800.68 บาท/ไร่

ถั่วเขียว นอกจากเป็นพืชช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดินแล้ว ยังใช้น้ำน้อยและดูแลรักษาง่าย ปัจจุบันผลิตได้ปีละประมาณ 112,485 ตัน ขณะที่ความต้องการใช้อยู่ที่ประมาณ 134,000 ตัน ส่งผลให้ผลผลิตถั่วเขียวยังไม่เพียงพอประมาณ 20,000 ตัน   ดังนั้น หากจะส่งเสริมปลูกถั่วเขียวทดแทนการปลูกข้าวนาปรังและให้เพียงพอกับความต้องการอีก 20,000 ตัน จะต้องใช้พื้นที่ปลูกประมาณ 0.14 ล้านไร่ (คำนวณจากผลผลิตต่อไร่ 140 กก.) โดยถั่วเขียว มีต้นทุนการผลิต 2,397 บาท/ไร่ ราคาที่เกษตรกรขายได้ 21.71 บาท/กก. เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) 642.40 บาท/ไร่