ตั้งทีมรณรงค์งดเผาภาคเกษตรลดฝุ่นPM2.5 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/468951

news_default

ตั้งทีมรณรงค์งดเผาภาคเกษตรลดฝุ่นPM2.5

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังประชุมคณะทำงานป้องกันและเฝ้าระวังการเผาเศษซากพืชหรือวัชพืช และเศษวัสดุทางการเกษตร ในพื้นที่การเกษตรว่า จากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 กระทรวงเกษตรฯตั้งคณะทำงานดังกล่าวขึ้น มีอำนาจหน้าที่จัดทำแผนป้องกันและเฝ้าระวังเผาเศษซากพืชหรือวัชพืช และเศษวัสดุทางการเกษตร เสนอแนะมาตรการแนวทางป้องกันต่อรมว.เกษตรฯกำกับดูแล แก้ปัญหาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาฝุ่นได้อีกทาง

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯจัดทำโครงการ/แผนงานสนับสนุนการป้องกันแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2563 จำนวน 4 โครงการ/แผนงาน ได้แก่ 1) โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร 2 กิจกรรมคือ ถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกร เป้าหมาย 16,800 ราย และสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผา เป้าหมาย 150 ตำบล และ 80 ศพก.ใน 42 จังหวัด 226 แห่ง อีกทั้งยังจัดกิจกรรมรณรงค์หยุดการเผา ไปแล้ว 3 จังหวัดคือ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน และจะดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องในจ.นครปฐม วันที่ 28 มกราคม 2) โครงการส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อป้องกันหมอกควันในพื้นที่เกษตรภาคเหนือ  2 กิจกรรม คือ ไถกลบตอซัง เป้าหมาย 70,000 ไร่ ผลิตปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน 3,645 ตัน งบดำเนินงาน 38.994 ล้านบาท 3) โครงการส่งเสริมระบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน 45,000 ไร่ ส่งเสริมปลูกไม้ยืนต้น ไม้ป่า ไม้หายากหรือไม้ประจำถิ่น และ 4) แผนบรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่า โดยปฏิบัติการฝนหลวง ลดความหนาแน่นของหมอกควันและไฟป่า ซึ่งกรมฝนหลวงฯจะเปิดศูนย์ปฏิบัติการฯเร็วขึ้น โดยจะเปิดวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 7 ศูนย์

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯยังมอบให้กรมส่งเสริมการเกษตร มอบหมายให้เกษตรจังหวัดบูรณาการแผนงานโครงการ ในพื้นที่การเกษตรของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด มอบหมายเกษตรอำเภอ หน่วยงานในสังกัด จัดชุดปฏิบัติการประจำพื้นที่ออกตรวจ ป้องปราม ระงับ แจ้งเหตุการณ์เผาในพื้นที่เกษตร ให้กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ติดตามหน่วยงานในระดับจังหวัดปฏิบัติการต่อเนื่อง ให้อธิบดีและหัวหน้าสนับสนุนการดำเนินงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ให้หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯมอบหมายผู้ตรวจกระทรวงเกษตรฯลงพื้นที่ติดตามงานใกล้ชิด นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติตั้งคณะทำงานชุดเล็ก 3 คณะ ใน 3 สินค้าเกษตร คือ ข้าว ข้าวโพดและอ้อย เพื่อหาพื้นที่เสี่ยงมีการเผาและมีแนวโน้มจะเผาหามาตรการดำเนินการเรื่องดังกล่าว ทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อไป

เร่งพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/468950

news_default

เร่งพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บรรยายพิเศษ หัวข้อ “นโยบายด้านผลิตข้าวและสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรชาวนา” ในการสัมมนาชี้แจงโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2563ว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นปัจจัยสำคัญมาก เพราะเปรียบเสมือนหัวใจเพาะปลูก ถ้าได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดีการเพาะปลูกด้ผลผลิตดียิ่งขึ้น โดยสร้างระบบผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เข้มแข็งมั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งศูนย์ข้าวชุมชนถือเป็นส่วนสำคัญที่ต้องร่วมมือร่วมใจ ผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีให้ได้เพียงพอกับความต้องการใช้ในแต่ละปี

โดยปีนี้สนับสนุนศูนย์ข้าวชุมชนเต็มรูปแบบ ทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี จากกรมการข้าวศูนย์ละ 3 ตัน ระบบควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน รวมไปถึงการถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ และที่สำคัญเป็นปีแรกที่ได้งบจัดซื้อเครื่องอบลดความชื้นเมล็ดพันธุ์ข้าว 20 ชุด และเครื่องคัดทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์ข้าว 200 ชุด ให้ศูนย์ข้าวชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ และคาดว่าจะได้รับการสนับสนุนให้ศูนย์ข้าวชุมชนเพิ่มขึ้นในปีต่อไป ส่งผลให้พัฒนาศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้มีปริมาณเพิ่มขึ้นเพียงพอความต้องการของชุมชน เป้าหมายให้ศูนย์ข้าวชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ไม่น้อยกว่า 100 ตันต่อศูนย์

ปัจจุบันภาคการเกษตรแรงงานน้อยลงและเป็นแรงงานอายุมาก แต่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เลือกใช้แทนแรงงานคน จึงต้องเรียนรู้ที่จะเลือกใช้ให้เหมาะสมจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ ส่วนภาคการตลาดวันนี้มีช่องทางค้าขายมากขึ้น ติดต่อซื้อขายกับผู้ซื้อได้โดยตรงคือ ขายออนไลน์ แต่สิ่งสำคัญต้องคำนึงถึงการผลิตปลอดภัยต่อผู้บริโภค และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยให้การผลิตยั่งยืน เป็นที่ยอมรับของสังคมโลก

“สิ่งที่ไม่ควรลืมคือ ศาสตร์พระราชาโดยเฉพาะการดำรงชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อยากให้ทุกคนน้อมนำไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อช่วยให้ตนเองและครอบครัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขตลอดไป”รมว.เกษตรฯกล่าว

ด้านนายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการข้าวมีแนวทางสร้างความเข้มแข็งให้ศูนย์ข้าวชุมชน ให้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีไว้ใช้เองอย่างเพียงพอต่อเนื่องในชุมชน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาการผลิตข้าวและชาวนา กำหนดแนวทางผลิตข้าวอย่างเป็นระบบ และบริหารจัดการที่ดีโดยปี 2563 ได้จัดทำโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2563 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชน 400 แห่ง ให้ผลิตได้ไม่น้อยกว่า 100 ตันต่อศูนย์

“โดยเน้นส่งเสริมสร้างเครือข่ายให้เชื่อมโยงเป็นระบบ พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิตสำคัญคือเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจากกรมการข้าว สำหรับเป็นหัวเชื้อ พัฒนาระบบควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี รวมไปถึงถ่ายทอดความรู้ด้านผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ กรมฯยังส่งเสริมให้ศูนย์ข้าวชุมชนขายแบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดอีกด้วย” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

โค้งสุดท้ายยื่นของบสนับสนุน ระบบสูบบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/468949

news_default

โค้งสุดท้ายยื่นของบสนับสนุน ระบบสูบบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์  เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัญหาภัยแล้งคุกคามภาคการเกษตรทวีความรุนแรงมากขึ้น เกษตรกรเดือดร้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ผ่านมา

สภาเกษตรกรแห่งชาติประสานกระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน ขอสนับสนุนระบบสูบน้ำจากบ่อบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้โครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์เซลล์) ซึ่งเมื่อปีงบประมาณ 2562 สภาเกษตรกรแห่งชาติขอสนับสนุนงบประมาณ 300 บ่อ ใน 5 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม ได้งบสนับสนุน 27 ล้านบาท
ร้อยเอ็ด 20 ล้านบาท  ศรีสะเกษ 19 ล้านบาท อำนาจเจริญ 3.9 ล้านบาท นครราชสีมา 3 ล้านบาท ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับเกษตรกรที่ได้รับการสนับสนุนพึงพอใจ เพราะลดต้นทุนการผลิต ค่าไฟไม่ต้องเสีย การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย น้ำที่ได้จากการสูบด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์นำไปใช้เพื่อกิจกรรมช่วงฤดูแล้งที่ปกติไม่มีน้ำใช้ประกอบอาชีพ เช่น ปลูกพืชผักสวนครัว พืชไร่ ปลูกหญ้าเนเปียร์ ปศุสัตว์ บ่อเลี้ยงปลา เพาะกล้าพันธุ์ข้าว

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2563 ประมาณการว่าจะของบสนับสนุนระบบสูบน้ำจากบ่อบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จังหวัดละ 100 บ่อ  โดยเกษตรกรที่ประสงค์ขอรับการสนับสนุนต้องมีบ่อน้ำบาดาลที่ขุดแล้วและได้รับอนุญาตจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลรวมตัวกัน 7 ครอบครัว พื้นที่ใช้น้ำร่วมกันไม่ต่ำกว่า 15 ไร่ ถ่ายสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน  เอกสารโฉนดที่ดินของเกษตรกรทั้ง 7 คน ใช้ยื่นคำขอรับการสนับสนุน พร้อมถ่ายภาพพื้นที่บ่อบาดาล แล้วนำไปยื่นที่สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดในพื้นที่ ภายใน 31 มกราคมนี้ จากนั้นสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดจะรวบรวมส่งมายังสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบและนำส่งสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพื่อพิจารณา ระยะเวลาดำเนินการจนถึงการได้รับอนุมัติงบไปดำเนินการตามระเบียบพัสดุรวม 120 วัน ก็ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ส่งมอบยังเกษตรกรผู้ใช้น้ำต่อไป

รักษ์เกษตร : ปุ๋ยอินทรีย์ ดีเหลือหลาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/468953

news_default

รักษ์เกษตร : ปุ๋ยอินทรีย์ ดีเหลือหลาย

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คำถาม ผมใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในไร่นาของผมครับ จึงอยากขอทราบความรู้เรื่องนี้ อย่างละเอียดหน่อยครับ

นายสวน ครอบครอง

อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

คำตอบ

ปุ๋ยอินทรีย์เกิดจากการย่อยสลายของบรรดาอินทรียวัตถุทางชีวเคมีโดยจุลินทรีย์มีธาตุอาหารต่างๆ ที่พืชต้องการส่วนประกอบหลักของปุ๋ยประเภทนี้มาจากสิ่งที่ได้จากธรรมชาติ เช่น ของเสียจากโรงงานบางประเภท มูลสัตว์บางประเภท เช่น มูลวัว มูลควาย มูลไก่ มูลค้างคาวและได้จากการย่อยสลายจากธรรมชาติ เช่น ซากต้นไม้ใบไม้ จากสารอื่นๆ และแร่ธาตุต่างๆ โดยผ่านกระบวนการบดและเติมจุลินทรีย์ลงไปเพื่อทำการบ่มหมัก กลับกอง แล้วค่อยย่อยสลายกลายมาเป็นปุ๋ยอินทรีย์

แร่ธาตุอาหารของพืชที่มีในปุ๋ยอินทรีย์ประกอบด้วย แร่ธาตุ 13 ชนิด โดยแบ่งตามคุณสมบัติที่พืชต้องการ แบ่งเป็น ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม ดังนี้

1) ธาตุอาหารหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแตสเซียม (K) หรือเรียกสั้นๆว่า NPK คือสารอาหารสำหรับพืชมีความต้องการมากและมีอยู่ในดินน้อย

2) ธาตุอาหารรอง ได้แก่ แคลเซียม(C) กำมะถัน(S) แมกนีเซียม(Mg) เป็นสารอาหารสำหรับพืชที่สำคัญรองลงมา

3) ธาตุอาหารเสริมได้แก่ เหล็ก (Fe) โบรอน (B) แมงกานีส (Mn) ทองแดง (Cu) โมลิบดินัม (Mo)คลอรีน (Cl) สังกะสี (Zn) เป็นแร่ธาตุอาหารเสริมที่พืชต้องการในปริมาณไม่มากนักแต่ขาดไม่ได้เหมือนกัน

ประโยชน์ของการใช้ปุ๋ยอินทรีย์มีดังนี้

1) ปุ๋ยอินทรีย์ มีธาตุอาหารครบถ้วน ทั้งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม ซึ่งในปุ๋ยเคมีอาจจะไม่ได้มีครบ ทำให้พืชผลทางการเกษตรเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรง และได้รับธาตุอาหารครบถ้วน

2) ช่วยให้ดินมีสภาพเป็นกลาง ส่งผลดีในระยะยาว ส่วนการใช้ปุ๋ยเคมี จะทำให้ดินมีสภาพเป็นกรดส่งผลให้เกิดการทำลายแร่ธาตุในดิน และละลายธาตุที่ไม่พึงประสงค์บางตัวในดินออกมา เช่น อะลูมิเนียมส่งผลให้พืชแคระแกร็น เกิดโรคง่าย ได้ผลผลิตไม่เต็มที่ในระยะยาว

3) ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์พร้อมแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ให้กับดิน และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในธรรมชาติ ส่งผลให้สิ่งเหล่านี้ ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

4) ทำให้ดินร่วนซุย มีโครงสร้างโปร่ง อุ้มน้ำและธาตุอาหารได้ดี เหมาะกับการทำเกษตรในทุกๆ รูปแบบ และไม่เกิดสารตกค้างต่างๆ ภายในดินพร้อมกันนี้ยังค่อยๆ ปล่อยธาตุอาหารที่เป็นคุณประโยชน์ให้กับตัวดินอย่างช้าๆ

5) ปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้พืชผลต่างๆ ที่เติบโตขึ้นมาปลอดภัยจากสารเคมี และไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค จึงเหมาะสมกับการเกษตรแบบอินทรีย์ ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

6) ช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุต่างๆ ในดินให้กลายเป็นอาหารของพืชโดยพืชสามารถดูดซึมสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไปใช้งานได้เลย ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานมากเกินเหมือนการใช้ปุ๋ยเคมี

7) ลดการพังทลายของหน้าดิน เนื่องจากมีแร่ธาตุต่างๆ อยู่เยอะ เวลามีน้ำหลากพัดผ่านมาหน้าดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ จะไม่โดนพัดไปหมด

8) ช่วยบำบัดน้ำเสีย กลิ่นเหม็น เศษขยะจากโรงงานปศุสัตว์ ประมง ชุมชน รวมถึงโรงงานต่างๆ ได้ดี โดยสิ่งปฏิกูลทั้งหลาย จะถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งผลไปถึงชั้นบรรยากาศที่ทำให้อากาศบริสุทธิ์ทำให้พืชผลต่างๆ ที่เติบโตขึ้นมา ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ในอนาคตเมื่อบริโภคเข้าไปได้

การทำเกษตรกรรมให้ได้ผลดี มิใช่เพียงใช้ปุ๋ยอินทรีย์เท่านั้น ปุ๋ยอินทรีย์ มีผลดีต่างๆ มากก็ตาม แต่เราเองก็ยังปฏิเสธการใช้ปุ๋ยเคมีไม่ได้ ในทางหลักวิชาการและผลวิจัยในหลายๆ ส่วนแล้ว พบว่า ยังจำเป็นที่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์จึงจะได้ผลดีที่สุด

นาย รัตวิ

สทนช.เดินหน้าSEAลุ่มสะแกกรัง ชูต้นแบบแก้ปัญหาวิกฤติน้ำระดับปท. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/468956

news_default

สทนช.เดินหน้าSEAลุ่มสะแกกรัง ชูต้นแบบแก้ปัญหาวิกฤติน้ำระดับปท.

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.สมเกียรติ  ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยว่า ลุ่มน้ำสะแกกรัง มีพื้นที่ 4,911.48 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 3 จังหวัดคือ อุทัยธานี นครสวรรค์ และกำแพงเพชร เป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง และคุณภาพน้ำ ตามลักษณะกายภาพของลุ่มน้ำและวิถีชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ พื้นที่ตอนบน เป็นพื้นที่สูงชัน สภาพป่าไม้อุดมสมบูรณ์ พื้นที่ตอนกลาง เป็นรูปคลื่น เนื้อดินร่วนปนทรายไม่อุ้มน้ำ ทำให้พื้นดินแห้งแล้ง การกัดเซาะพังทลายสูง และเกิดตะกอนทับถมจนตื้นเขินไม่สามารถระบายน้ำได้ ตลอดจนแหล่งเก็บกักน้ำและระบบกระจายน้ำมีไม่พอ จึงมักประสบปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งเสมอ และพื้นที่ตอนล่าง เป็นที่ราบลุ่ม เป็นจุดรวมของลำน้ำสาขา อีกทั้ง มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ เกิดตะกอนในลำน้ำทำให้ตื้นเขิน รวมทั้งได้รับอิทธิพลจากระดับน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเกิดปัญหาอุทกภัยเป็นประจำ เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียจากการขยายตัวของชุมชนเมือง การใช้สารเคมีในพื้นที่เกษตร ขาดแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่ด้านบนที่จะช่วยระบายน้ำมาเจือจางและผลักดันน้ำเสียช่วงฤดูแล้ง

ดังนั้น การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำสะแกกรัง ต้องพิจารณาองค์รวมให้สอดคล้องระหว่างพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ โดยสทนช.จัดให้ศึกษาประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์พื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง เพื่อประเมินศักยภาพข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อม และแนวทางพัฒนาบริหารจัดการน้ำที่สมดุลและพัฒนาอย่างยั่งยืน มีการพิจารณาทางเลือกทั้งจากนโยบายรัฐ ความต้องการของประชาชน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นทางเลือกการพัฒนาที่สะท้อนความต้องการของกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้มากที่สุด จากการศึกษาได้ผลลัพธ์สำคัญ 2 ส่วน คือ ยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง โดย “มุ่งสู่การพัฒนาเกษตรพื้นถิ่นร่วมกับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐ”  2. แผนงานตามแนวทางพัฒนาลุ่มน้ำแบบบูรณาการระดับยุทธศาสตร์ แบ่งเป็น 3 ระยะ สอดคล้องกับแผนพัฒนาลุ่มน้ำที่ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนด ประกอบด้วย แผนบริหารจัดการ 8 ด้าน รวม 20 แผนงาน ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทน้ำทั้ง 6 ด้าน และเพิ่มเติมแผนพัฒนาการ
ท่องเที่ยว พัฒนาศักยภาพผลิตสินค้าเกษตร มาตรการบรรเทาผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปทำแผนให้สอดคล้องกับมาตรการดังกล่าว  และดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาของแผนยุทธศาสตร์

ซึ่งระยะสั้นจะเน้นจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ที่ไม่เพียงพอ เช่น หมู่บ้านขาดแคลนน้ำในลุ่มแม่วงก์ สะแกกรังตอนล่างส่วนที่ 1 ซึ่งมีศักยภาพน้ำบาดาลต่ำ รวมทั้งเก็บน้ำในลำดับ โดยเฉพาะลำน้ำแม่วงก์ และระยะกลางจะเสนอแผนให้วางแนวทางผันน้ำ เพื่อลดปัญหาอุทกภัยในชุมชนลาดยาว และเก็บน้ำในแม่น้ำสะแกกรังในพื้นที่ตอนล่าง ซึ่งเข้าข่ายต้องจัดทำรายงาน EIA โดยหน่วยงานที่มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง 14 หน่วยงาน จะเร่งจัดเข้าแผนงานเพื่อเสนอรับการจัดงบประมาณต่อไป

“สทนช. จะเสนอผลโครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์พื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง ต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณาเห็นชอบ และใช้ประกอบทำแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรังต่อไป โดยหวังให้เป็นต้นแบบต่อยอดขยายผลไปใช้บริหารจัดการทรัพยากรน้ำในทุกพื้นที่ลุ่มน้ำ เพื่อแก้วิกฤตการณ์น้ำของประเทศอย่างเป็นระบบยั่งยืน” เลขาธิการ สทนช. กล่าว

เปิดดวง4วันเกิด! ปากพารวย วาจาเป็นทรัพย์ เรียกเงินได้เงิน-ทอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469113

เปิดดวง4วันเกิด! ปากพารวย วาจาเป็นทรัพย์ เรียกเงินได้เงิน-ทอง

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 09.01 น.

หมอเค้ก Magic designs เผยวันเกิด ปากพารวย วาจาเป็นทรัพย์มีวาทศิลป์ในการพูด เรียกเงินได้เงินเรียกทองได้ทอง เรียกคนได้คน น้ำเสียงมีเสน่ห์ ห้ามแช่งเด็ดขาด! เพราะคำแช่งมักเป็นจริงอย่าสร้างกรรมแต่จงอโหสิกรรม

สำหรับ 4 วันเกิดประกอบด้วย จันทร์ พุธ ศุกร์ พุธกลางคืน ปากพารวย วาจาเป็นทรัพย์มีวาทศิลป์ในการพูด เรียกเงินได้เงินเรียกทองได้ทอง เรียกคนได้คน น้ำเสียงมีเสน่ห์ ห้ามแช่งเด็ดขาด! เพราะคำแช่งมักเป็นจริงอย่าสร้างกรรมแต่จงอโหสิกรรม

‘ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต’ผู้ว่าการ วว. นิสิตเก่าวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ปี 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468982

news_default

‘ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต’ผู้ว่าการ วว. นิสิตเก่าวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ปี 2563

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต

“ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต” ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับคัดเลือกให้เป็นนิสิตเก่าคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปี 2563จากสมาคมนิสิตเก่าวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจะเข้ารับรางวัลดังกล่าว ในงาน วิดยาคืนเหย้า 63 “มนต์รักพระเกี้ยวเหลือง” ในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์2563 ณ สนามหน้าพระบรมรูป 2 รัชกาลฝั่งคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับประวัติของ ดร.ชุติมาเอี่ยมโชติชวลิต จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากภาควิชาวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากนั้นได้รับทุนการศึกษาจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่ Rutgers University, USA สาขา Ceramic Science and Engineering

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ถือเป็นผู้บริหารหญิงคนเก่งที่ได้รับการยอมรับในแวดวงวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Advanced Ceramics มีผลงานวิจัยสร้างชื่อทั้งสาขาเซรามิกและวัสดุธรรมชาติจนเป็นที่ประจักษ์ จากการพัฒนา “สารเพียโซอิเล็กทริกเซรามิก” มาใช้ในงานเทคโนโลยีอัลตราโซนิกส์สู่การประยุกต์ใช้จริง สามารถตอบโจทย์ของผู้ประกอบการ ลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ อาทิ การพัฒนาเครื่องล้างผักผลไม้อัลตราโซนิกส์ เครื่องผสมสารอัลตราโซนิกส์เครื่องนวดอัลตราโซนิกส์ เครื่องพ่นละอองยาอัลตราโซนิกส์ เครื่องสุคนธบำบัดอัลตราโซนิกส์ เป็นต้น จากผลงานดังกล่าว ทำให้ ดร.ชุติมา และคณะ ได้รับรางวัล สิ่งประดิษฐ์จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ในปี 2547 รางวัลสิ่งประดิษฐ์จากมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ รางวัล โครงการวิจัยดีเด่นนอกจากนี้ ท่านยังมีผลงานอนุสิทธิบัตรร่วมเลขที่ 15451 เรื่อง “อ่างแช่อิ่มด้วยคลื่นอัลตราโซนิกส์ เพื่อการผลิตผลไม้และผักอบแห้ง” และสร้างให้เกิดการส่งเสริมผู้ประกอบการในประเทศด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงด้านวัสดุศาสตร์ในการทำธุรกิจ

สำหรับงานด้านการบริหาร ดร.ชุติมาดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีวัสดุ ตั้งแต่ปี 2544 นับเป็นผู้บริหารระดับฝ่าย ที่อายุน้อยที่สุดของ วว. ในขณะนั้น ต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญวิจัย ในปี 2560 ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง “รองผู้ว่าการบริหาร” และดำรงตำแหน่งเป็น “รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม” รับผิดชอบดูแลงานด้านยุทธศาสตร์วิจัยการจัดการนวัตกรรม ในปี 2561 ก่อนจะได้รับการคัดสรรและเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง“ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย” เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 จนถึงปัจจุบัน

“ตลอดชีวิตการทำงานกว่า 30 ปีดร.ชุติมา ได้ใช้ความรู้ความสามารถในเชิงวิชาการและด้านการบริหารอย่างเต็มความสามารถ ทั้งให้การสนับสนุนด้านการศึกษามีจิตสำนึกในการเสียสละ อุทิศตนเพื่อส่วนรวมมีคุณธรรม และมีธรรมาภิบาล เป็นที่ยอมรับของสังคม และนำศาสตร์ วิชาการ ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญที่ท่านมีไปรับใช้สังคมหรือบริการวิชาการให้เกิดประโยชน์ เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยไม่หวังผลตอบแทนส่วนบุคคลในเชิงธุรกิจ”

แพทย์แนะวิธีรับมือไวรัสโคโรนา 2019 สวมหน้ากากอนามัย-ล้างมือบ่อยๆ ป้องกันได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468965

แพทย์แนะวิธีรับมือไวรัสโคโรนา 2019 สวมหน้ากากอนามัย-ล้างมือบ่อยๆ ป้องกันได้

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กำลังเป็นที่วิตกกังวลของหลายๆ คน สำหรับโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับหรือกำลังจะเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค

แพทย์หญิงญาดา หลุยเจริญ อายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤติโรคระบบการหายใจโรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า 2019-nCoV (Novel Coronavirus 2019 Pneumonia) หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นไวรัสในกลุ่มโคโรนาเช่นเดียวกับเมอร์ส (MERS) และซาร์ส (SARS) ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจและมีความรุนแรงของโรคสูงทำให้ปอดอักเสบรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เป็นโรคปอดอักเสบรุนแรงจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 คือคนที่มีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค หรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยต้องเฝ้าระวังภายใน 14 วัน หากพบว่ามีอาการทางด้านการติดเชื้อ เช่น มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส หรือมีอาการทางด้านระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม มีน้ำมูก หายใจเร็ว หอบเหนื่อย ก็ให้สงสัยว่าอาจจะได้รับเชื้อไวรัสดังกล่าว ควรพบแพทย์ทันที

นพ.ประยุทธ อังกูรไกรวิชญ์

ตามรายงานระบุว่า 2019-nCoV สามารถระบาดจากคนสู่คนได้โดยทางไอ จาม น้ำมูก เสมหะ ดังนั้นทุกคนควรต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะผู้ที่กำลังจะเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค ซึ่ง นายแพทย์ประยุทธ อังกูรไกรวิชญ์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อโรงพยาบาลเวชธานี แนะนำว่า ให้ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ เจลล้างมือบ่อยๆรับประทานอาหารปรุงสุกร้อนและใช้ช้อนกลางเมื่อต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ รวมถึงไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น แต่หากคนที่ร่างกายไม่แข็งแรงหรือภูมิคุ้มกันต่ำ เช่นอายุเยอะ เป็นมะเร็ง รวมถึงคนที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวานควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงเพราะหากได้รับเชื้ออาจมีอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไปได้

พญ.ญาดา หลุยเจริญ

ทั้งนี้ ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019 ทำได้เพียงรักษาผู้ป่วยตามอาการที่เป็น เช่น หากมีไข้สูงก็เช็ดตัวหรือให้ยาลดไข้ หากมีอาการปอดบวม ก็เฝ้าระวังการติดเชื้อแบคทีเรียและภาวะการหายใจล้มเหลว เป็นต้น

เปิดตัว ‘ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์’ โชว์รูมและศูนย์บริการ ‘เมอร์เซเดส-เบนซ์’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469002

เปิดตัว ‘ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์’ โชว์รูมและศูนย์บริการ ‘เมอร์เซเดส-เบนซ์’

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี, พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์, พล.อ.วินัย ภัททิยกุล, จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี, ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา,ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บจ.ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ และ มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บจ.เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ร่วมเป็นประธานในพิธีฉลองเปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์อย่างยิ่งใหญ่ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์”

ฉลองเปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์อย่างยิ่งใหญ่ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์”ในคอนเซ็ปต์ “The Best Ever” ที่ผสานความหรูหราล้ำสมัยของเทคโนโลยีควบคู่กับการบริการรูปแบบใหม่ โดยเน้นความสะดวกสบายและความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า บนทำเลที่ดีที่สุดย่านถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา รายล้อมด้วยที่พักอาศัยและแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 1,100 ล้านบาท บริหารงานโดย ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ในเครือบริษัททีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีที่ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 15 โชว์รูมต้นแบบมิติใหม่ ภายใต้โครงการ Choices of Overseas ประเทศเยอรมนี และ มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งงานนี้ได้รับเกียรติจากประธานองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์-พ.อ.หญิง ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์, พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์, พล.อ.วินัย ภัททิยกุล, จิตติตั้งสิทธิ์ภักดี, ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา, ณัฏฐวุฒิตั้งคารวคุณ และ มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ร่วมเป็นประธานในพิธีฉลองเปิดงาน ณ โชว์รูม และศูนย์บริการ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา (ถนนประดิษฐ์มนูธรรม)เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563

สองผู้บริหาร ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บจ.ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ ในเครือ บจ. ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และ มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)

ภายในงานคับคั่งไปด้วยแขกผู้มีเกียรติแวดวงธุรกิจ แวดวงสังคม กว่า 600 คนเข้าร่วมพิธีเปิดงานในครั้งนี้ พร้อมร่วมชมการแสดงชุดพิเศษ “The Best Ever” สะท้อนความเป็นที่สุดในทุกๆ ด้านของ “ไพรม์มัสออโต้เฮาส์” ผ่านนักร้องเสียงทรงพลังจาก แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น กับการแสดงพิเศษสุดหรูหราและยิ่งใหญ่ จากนั้นได้ส่งต่อความสนุกสนานกับเสียงเพลงจาก “ดีเจ เคนนี่-เอกพรรดินำนาผล” ที่ทำให้ค่ำคืนของการฉลองเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์”เต็มไปด้วยความสนุกสนานและรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข นอกจากนี้บริเวณด้านนอกโชว์รูม ได้จำลองพื้นที่เป็นงานมินิมอเตอร์โชว์ขนาดย่อม โดยจัดแสดงโชว์รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี หลากหลายรุ่น อาทิ S560 Cabriolet AMG Premium, GLS350d 4 MATIC, AMG GT C และ GT R Roadster เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่แขกผู้มีเกียรติที่สนใจและต้องการสัมผัสรถยนต์รุ่นต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิด

ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บจ.ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ ในเครือ บจ. ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์”

“ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นเป็นทางการ ทั้งในส่วนการขายและบริการหลังการขาย ด้วยนโยบาย 3 กลยุทธ์หลัก คือ การบริหารงานโดยมืออาชีพ, การบริการครบวงจร และการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ผสานกับการทำงานรูปแบบใหม่ และรถยนต์ที่มีคุณภาพและหลากหลายจาก “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” ทำให้เชื่อมั่นว่า “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” จะประสบความสำเร็จและสามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ตามสโลแกน “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์เปิดประสบการณ์ใหม่ เพื่อความพึงพอใจสูงสุด”

เพื่อนๆ ของ ละออ ตั้งคารวคุณ ร่วมแสดงความยินดี อาทิ สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์, กัลยา
โล่ห์รัตนเสน่ห์, ลัดดา รติโรจนากุล, พัชรา วีรบวรพงศ์, เสาวณีย์ อักษรานุวัตร

เพื่อนๆ ของ ละออ ตั้งคารวคุณ ร่วมแสดงความยินดี อาทิ สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์, กัลยา โล่ห์รัตนเสน่ห์, ลัดดา รติโรจนากุล, พัชรา วีรบวรพงศ์, เสาวณีย์ อักษรานุวัตร
พล.อ.วินัย ภัททิยกุล, ยุวเรต-พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์, ผาณิต พูนศิริวงศ์
ร่วมยินดีกับ ละออ ตั้งคารวคุณ

พล.อ.วินัย ภัททิยกุล, ยุวเรต-พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์, ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมยินดีกับ ละออ ตั้งคารวคุณ
วัฒนา-ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

วัฒนา-ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี และ ผาณิต พูนศิริวงศ์
เพ็ญนภา ตั้งคารวคุณ กับเพื่อนๆ มาร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง

เพ็ญนภา ตั้งคารวคุณ กับเพื่อนๆ มาร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง
สุพินดา โชคชัยนิรันดร์, นลินี วงศ์จันทร์เพ็ญ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

สุพินดา โชคชัยนิรันดร์, นลินี วงศ์จันทร์เพ็ญ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์
ประธานองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์-พ.อ.หญิง ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์, ละออ-ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ, พล.ต.อ.สันต์-
ยุวเรต ศรุตานนท์, พล.อ.วินัย ภัททิยกุล และ ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ร่วมถ่ายภาพ

ประธานองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์-พ.อ.หญิง ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์, ละออ-ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ, พล.ต.อ.สันต์- ยุวเรต ศรุตานนท์, พล.อ.วินัย ภัททิยกุล และ ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ร่วมถ่ายภาพ
ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ, จิระพล รุจิวิพัฒน์ กก.ผจก.บจ.ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์,
ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองกก.ผจก.บจ.สื่อสากล, ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน
บจ.สื่อสากล, พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ กก.ผจก.บจ.วีเอแอนด์ซันส์
และ อัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ กก.ผจก.บจ.วีเอแอนด์ซันส์

ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ, จิระพล รุจิวิพัฒน์ กก.ผจก.บจ.ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์, ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองกก.ผจก.บจ.สื่อสากล, ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บจ.สื่อสากล, พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ กก.ผจก.บจ.วีเอแอนด์ซันส์ และ อัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ กก.ผจก.บจ.วีเอแอนด์ซันส์
ละออ ตั้งคารวคุณ ต้อนรับ จรินทร์ สุมานนท์, พร้อม ระวี สุมานนท์, ทศพล-วราภรณ์ สุมานนท์ กับลูกๆ และแขกผู้มีเกียรติ

ละออ ตั้งคารวคุณ ต้อนรับ จรินทร์ สุมานนท์, พร้อม ระวี สุมานนท์, ทศพล-วราภรณ์ สุมานนท์ กับลูกๆ และแขกผู้มีเกียรติ
ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกก.บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบมจ.กรังด์ปรีซ์
อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมด้วย จาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ,
ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ, จันทร์นภา สายสมร กก.ผจก.บจ. เทคโนเซล (เฟรย์)

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกก.บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมด้วย จาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ, ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ, จันทร์นภา สายสมร กก.ผจก.บจ. เทคโนเซล (เฟรย์)
แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น กับ
การแสดงชุดพิเศษสุดหรูหรา

แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น กับ การแสดงชุดพิเศษสุดหรูหรา

BKI อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทย จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพรหมทินใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469005

BKI อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทย จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพรหมทินใต้

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรุงเทพประกันภัย สนับสนุนและส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของไทย ร่วมจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพรหมทินใต้ ด้วยงบประมาณกว่า4 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านโบราณคดีที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์ของชุมชนบ้านพรหมทินใต้ ให้แก่เยาวชนคนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป

สุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และ ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือ BKI และประธานกรรมการมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพรหมทินใต้จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว กรุงเทพประกันภัยได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการตั้งแต่กระบวนการขุดค้นพบ การศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนการก่อสร้างและจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ ตั้งแต่ปี 2550จนถึงปัจจุบันโดยเกิดขึ้นจากความร่วมมือ3 ฝ่าย ได้แก่ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่นซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ข้อมูลด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และชาติพันธุ์ของชุมชนพรหมทินใต้ที่เก่าแก่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์อายุระหว่าง 2,000-3,000 ปี โดยเป็นหลักฐานโบราณคดีที่สำคัญต่างๆ เช่น ลูกปัด ขวานหิน เครื่องมือเหล็ก รูปสลักต่างๆ ฯลฯ ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงในรูปแบบพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้สมัยใหม่ โดยพื้นที่การจัดแสดงประกอบด้วย 4 โซน คือ โซนที่ 1 ข้อความในอดีต โซนที่ 2 การผลิต โซนที่ 3 ชีวิตความเป็นอยู่ และโซนที่ 4 ข้อความจากหลุมศพ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เปิดให้ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมประวัติความเป็นมาทางประวัติศาสตร์สมัยทวารวดีได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งบริษัท และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชุมชนท้องถิ่น
ได้ประสานความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ด้วยเห็นความสำคัญที่จะส่งเสริมให้โบราณวัตถุที่มีค่าของจังหวัดลพบุรี ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ของจังหวัดลพบุรี เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนให้เข้มแข็งได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ร่วมชมพิพิธภัณฑ์

ร่วมชมพิพิธภัณฑ์
ร่วมชมพิพิธภัณฑ์

ร่วมชมพิพิธภัณฑ์
บริเวณหลุมขุดค้นทางโบราณคดี

บริเวณหลุมขุดค้นทางโบราณคดี
พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพรหมทินใต้

พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพรหมทินใต้