ศิลปิน’ยุ้งข้าวเรคคอร์ด’ตระหนักภาวะฝุ่นเป็นพิษ รวมใจส่งความห่วงใย ให้พี่น้องชาวไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/468880

ศิลปิน’ยุ้งข้าวเรคคอร์ด’ตระหนักภาวะฝุ่นเป็นพิษ รวมใจส่งความห่วงใย ให้พี่น้องชาวไทย

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 11.23 น.

ป๊อปปี้ ปรัชญาลักษณ์ โชติวุฑฒินันท์

ถ้าพูดถึงฝุ่นช่วงนี้หนูก็แพ้เหมือนกันค่ะ ตอนนี้ยอมรับว่าป่วยเพราะฝุ่นเลย แต่วิธีดูแลคือ เวลาออกจากบ้านก็ต้อง ใส่แมสค่ะ ฝุ่นpm2.5 ช่วงนี้ถ้าออกกำลังกายก็ต้องระวังเพราะเวลาที่เราหายใจเข้าไปมันมีผลต่อร่างกายเราอัตรายมากๆ หนูอยากจะฝากความห่วงใยไปถึงแฟนเพลงที่รักทุกท่าน สุขภาพคือสิ่งสำคัญที่สุด ไปไหนมาไหนก็ต้องระมัดระวัง ใส่แมสได้ยิ่งดีนะคะ เพราะบางท่านอาจแพ้ฝุ่นจนมีอาการที่หนักต่างกันออกไป นี่คือวิธีอย่างน้อยๆ ให้เราไม่ได้รับฝุ่นโดยตรงจนมากเกินไป และที่สำคัญคือต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วยค่ะ

วิทย์ สุวิทย์ อิทธิจันทร์

ช่วงนี้ ฝุ่นpm 2.5 ระบาดหนักทั่วกรุงเทพและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดใหญ่ ๆ อีกหลายพื้นที่ สำหรับตัวผมเอง ก็รู้สึกเป็นห่วง พี่น้องทุกคนเป็นอย่างมาก ผมอยากให้ทุกคนทุกท่าน รักษาสุขภาพ โดยการช่วยกันลดการเพิ่มฝุ่นพิษอย่างง่ายๆ เริ่มที่เราทุกคน เช่นเดินทางไปไหนก็ใช้รถสาธารณะ เป็นต้น เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่น pm2.5ครับ หรือหากมีเหตุจำเป็น ที่ต้องออกไปทำธุระข้างนอก ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันฝุ่นครับ ทุกอย่างก็ต้องเริ่มที่ตัวเราก่อนทั้งการช่วยกันลด หรือว่าดูแลตัวเองกับมลภาวะพวกนี้ครับ

ฟอร์ม ชลพิพรรธณ์ ชูแสง

ฝุ่นpm2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก และเป็นมลพิษทางสภาพอากาศที่อันตรายมาก ๆ เลยครับ ถ้าหากเราสูดดมทุก ๆ วันเป็นระยะเวลานาน มันต้องเกิดผลกระทบต่อร่างกาย วิธีการป้องกันเราควรใส่หน้ากากN95ที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ และดื่มน้ำสะอาดเพื่อที่จะขับของเสียออกจากร่างกาย และควรหลีกเลี่ยงการไปในที่มีค่าฝุ่นที่สูงเกินไป หรือ ถ้าจำเป็นต้องไป ก็ควรสวมหน้ากาก อย่าคิดว่าไม่เป็นไรนะครับ ฟอร์มเป็นห่วงทุก ๆ ท่านนะครับ

ซัน วงศธร สมศรี

ตอนนี้วิกฤตมากครับสำหรับมลภาวะฝุ่นพิษ ทุกคนต้องสวมหน้ากากแล้วครับ เพราะมันต้องป้องกันจากตัวเราเองก่อนครับ เพราะตอนนี้แม้เราอยู่ในลบ้านเองก็มีฝุ่น เพียงแต่ว่าอาจจะน้อยกว่าข้างนอก ซันว่ามันอันตรายมากครับ โดยเฉพาะเด็ก ๆ นอกจากใช้แมสแล้ว ซันว่าควรล้างจมูกช่วยด้วยนะครับ อย่างน้อยมลพิษที่ติดอยู่ทางเดินหายใจจะได้หลุดออก วันเป็นห่วงทุก ๆ คนจากใจจริงครับ อย่ามองข้ามเพราะเห็นว่าเล็กน้อย ไม่เป็นไรหรอกเลยนะครับ

น้ำ กนกวรรณ วันทะวงษ์

ต้องบอกว่า ข่าวที่เป็นกระแสเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพที่น่าเป็นห่วงในช่วงนี้ คือ ปัญหาวิกฤตของฝุ่น PM 2.5 ซึ่งกำลังครอบคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงเลย ปัญหานี้เป็นปัญที่ทุกคนควรให้ความสนใจ เนื่องจากฝุ่น PM 2.5นี้ ค่อนข้างอันตราย เพราะเป็นฝุ่นที่มีความเล็กมากๆ สามารถเข้าสู่ร่างกายของเรา เข้าไปถึงปอดและอวัยวะภายในได้อย่างง่ายได้ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา นั่นคือก็ อาการไอ ระคายเคืองคอ มีเสมหะ ไม่สบาย จนไปถึงโรคปอดหรือโรคเกี่ยวกับหลอดลม และอวัยวะภายในต่างๆ ซึ่งเราควรให้ความสำคัญมากๆในเรื่องการป้องกัน

วิธีการป้องกันง่ายๆ ก็คือ งดหรือลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ถ้าหากมีความจำเป็น ก็ควรสวมหน้ากากอนามัยแบบเฉพาะที่เหมาะแก่การป้องกัน เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 มีความละเอียดกว่าฝุ่นธรรมดา หรือหน้ากากอนามัยN95

การดูแลตนเอง ก็คือ พยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมต่างๆที่มีฝุ่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานอาหารให้ครบ5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ หากปฏิบัติเช่นนี้ จะทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรค ทำให้เราไม่ป่วยง่าย

จากเหตุการณ์นี้น้ำเองก็เป็นห่วงทุกๆคนมากๆที่ต้องเผชิญกับวิกฤตนี้อยากให้หลายๆคนให้ความสำคัญกับการดูแล และป้องกันตนเองให้มากที่สุด เพราะสิ่งใดที่ร้ายๆหรือสิ่งที่ไม่คาดฝันนั้น ทุกคนย่อมไม่อยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นถ้าหากรักและเป็นห่วงตนเอง รวมถึงคนที่เรารัก เราควรใส่ใจเรื่องสุขภาพให้มากๆนะคะ

‘มิน-มิกค์’ หวานปนฮา พบกันครั้งแรก ใน ‘สะใภ้อิมพอร์ต’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/468791

‘มิน-มิกค์’ หวานปนฮา พบกันครั้งแรก ใน ‘สะใภ้อิมพอร์ต’

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ใกล้เทศกาลวันแห่งความรัก ช่อง 7HD เตรียมส่งละครแนวรักโรแมนติกคอเมดี้ เรื่อง “สะใภ้อิมพอร์ต” บทประพันธ์ ชบาไพร และบทโทรทัศน์ ปณธี จัดเต็ม ความสนุกโดย บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด ผลงานการกำกับการแสดงของ “ธนาพล ผังดี” ผู้กำกับมากฝีมือ “สะใภ้อิมพอร์ต” เป็นการพบกันครั้งแรกของ มิน-พีชญา วัฒนามนตรี กับ มิกค์ ทองระย้า ที่ต้องบอกเลยว่าคุณผู้ชมจะต้องฟินแน่นอนทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. เริ่มความสนุกครั้งแรกวันอังคารที่ 28 มกราคมนี้ ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook Live Fanpage: Ch7HD หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

โดยนางเอกสาวคนสวย “มิน-พีชญา” เผยถึงความสนุกของละครเรื่องนี้ว่า “เรื่องนี้รับบทป็น ลิซ่าสาวสวยนักเรียนนอก อนาคตสวยหรูแต่มีเหตุพลิกผันต้องมาเป็นภรรยา ดล (มิกค์ ทองระย้า) เจ้าของฟาร์มไพรรักษามินต้องรีดนม ทำความสะอาดคอกสัตว์ มิกค์เขาแกล้งให้เราทำแบบที่คนงานในไร่ทำให้ได้ทุกอย่าง แต่ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่เราไม่เคยทำมาก่อน และเรื่องนี้ยังเป็นละครโรแมนติกคอมิดี้แบบเต็มๆ ของมิน เป็นอะไรที่สนุกมากค่ะ จังหวะและบทพูดแบบคอเมดี้แรกๆเราเองยังจับจังหวะไม่ค่อยถูก เพราะเป็นการมาเจอกับมิกค์เป็นครั้งแรกด้วยแต่พอสักพักทุกอย่างลงตัวเท่านั้นแหละค่ะคราวนี้พลิ้วเลย ซึ่งอยากให้แฟนๆ ได้ติดตามชมนะคะ”

ด้านเจ้าของฟาร์มไพรรักษา หรือ หนุ่ม “มิกค์” เล่าถึงบทบาทที่ได้รับว่า “เรื่องนี้สนุกสนานมากครับ กับการเจอกันครั้งแรกของผมกับพี่มิน บอกเลยว่ามีครบทุกรส ทั้งหวาน เปรี้ยว บู๊ สนุกจริงๆ เรื่องนี้ บทดลที่ได้รับจะออกแนวหนุ่มออกคำสั่งให้ลิซ่า (มิน) ไปทำโน่นนี่นั่นตลอดเวลา เพราะอยากจะให้เขาไปจากไร่ แต่สุดท้ายดลก็แพ้ใจตัวเอง ซึ่งเหมือนจะแฮปปี้เอนดิ้งง่ายๆ แต่ไม่ง่ายเลยครับ ต้องขอฝากแฟนละครเป็นกำลังใจให้กับความรักของดล-ลิซ่า ในสะใภ้อิมพอร์ตด้วยนะครับมาลุ้นกันว่าเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง และจะลงเอยกันได้หรือไม่ แล้วดลจะแกล้งลิซ่าด้วยวิธีอะไรบ้าง รับรองครับว่าฟินแน่นอน”

บาปอยุติธรรม ‘บอย ปกรณ์’ ตัดผมสั้นสวมบท ‘นักโทษ’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/468789

news_default

บาปอยุติธรรม ‘บอย ปกรณ์’ ตัดผมสั้นสวมบท ‘นักโทษ’

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เปิดต้นปีมาด้วยความคึกคัก สำหรับ ช่อง 3 หลังจากส่งละคร 4 เรื่องครบรส ทั้ง คอเมดี้เร้นลับ แฟนตาซี โรแมนติกดราม่า ทั้ง “มือปราบข้าวสารเสก” ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์19.00 น. และละครช่วง 20.15 น. จันทร์-อังคาร กับ “ผมอาถรรพ์” ต่อด้วย  พุธ-พฤหัสบดี ละครรักเบาสมอง  “ฟ้าฝากรัก” ปิดท้ายที่ ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ดราม่าเข้มข้นอย่าง“ซ่อนเงารัก”

ล่าสุด บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด ภายใต้ การดูแลของ “อาจิ๋ม-มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิ์เวช”และ “หนุ่ม-กฤษณ์ ศุกระมงคล” ได้ทำการฟิตติ้งละครเรื่องใหม่ “บาปอยุติธรรม” แนวโรแมนติก-ดราม่า-แอ๊กชั่น โดยคว้าตัว “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” รับบท “ชิดตะวัน” ว่าที่แพทย์อนาคตไกล ที่ต้องจู่ๆ ถูกปรักปรำจนต้องติดคุกก่อนเข้าพิธีแต่งงาน มาประชันบทบาทกับ “จีนา ซาลาส” รับบท “ปรายฝน” ที่มาในมาดทนายสาวมือใหม่เข้ามาช่วยเหลือให้เขาเป็นอิสระ ร่วมด้วย บอม-ธนิน มนูญศิลป์, โยเกิร์ต-ณัฐฐชาช์ บุญประชม และทัพนักแสดงอีกคับคั่ง กำกับการแสดงโดย “อำไพพร จิตต์ไม่งง”

โดย บอย-ปกรณ์ เผยถึงเรื่องนี้ว่า “ในเรื่องบทพระเอกกับนางเอก วัยต้องต่างกันพอสมควรซึ่งก็ตรงกับวัยของผมและจีนาพอดี ซึ่งตัวละครที่ผมเล่น ชิดตะวัน บทมันซับซ้อนจริงๆ ต้องโยงไปโยงมา มีช่วงที่ผมอายุ 35 ปี กับตอนย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และมีช่วงชีวิตที่ต้องติดคุก เรื่องนี้ท้าทายพอสมควร ยังไงฝากติดตามชมด้วยนะครับ”

ติดตามชมเรื่องราวสุดเข้มข้นได้ใน“บาปอยุติธรรม” เร็วๆ นี้ ทาง ช่อง 3 กด 33

COOL J แนน-กัญดา ชวนโหลด App COOLISM #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/468794

COOL J แนน-กัญดา ชวนโหลด App COOLISM

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

COOLfahrenheit สถานีเพลงไลฟ์สไตล์อันดับ 1 ที่ครองใจคนฟังตลอดกาล ชวนผู้ฟังดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น COOLISM ฟังเพลงเพลินได้ทุกที่ด้วยคุณภาพเสียงระดับ HD+ ผ่านมือถือ โหลดง่ายโหลดฟรีทั้งระบบ ISO และ Android รับทันที Welcome Point: 300 COOLDegree ไปลุ้นแลกของรางวัลกันแบบจุกๆ ทันทีตลอดเดือนมกราคม ต้อนรับต้นปี2020 โดย COOL J แนน-กัญดา กล่าวว่า

“เปิดต้นปีด้วยการจัดแคมเปญ COOLDegree Welcome Point ให้กับ New User หรือผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลด App COOLISM ปุ๊บ รับปั๊บ 300 COOL Degree ทันที ซึ่งสามารถนำมาแลกลุ้นรับรางวัลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิทยุดิจิทัล หรือแพ็กเกจท่องเที่ยว โชคดีรับของรางวัลฟรีๆ ไปเลยหรือใครที่ดาวน์โหลดแอพฯไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ล็อกอินผ่านเฟซบุ๊คก็สามารถล็อกอินเข้าไปเลยจะได้300WelcomePoint เช่นกัน ซึ่งแคมเปญนี้จะสิ้นสุดลงวันที่31มกราคมนี้ แล้วรีบหน่อยนะจ๊ะบอกเพื่อนด้วยนะอย่าเก็บไว้คนเดียว นอกจากนี้สำหรับผู้ใช้ App COOLISM เป็นประจำอยู่แล้วก็ไม่ต้องน้อยใจเพราะทุกเวลาการฟังผ่าน App COOLISM เปลี่ยนเป็นคะแนนที่สามารถนำไปแลกของรางวัลได้อย่างต่อเนื่องทุกเดือนอยู่แล้วเรียกว่าฟังมากยิ่งมีสิทธิ์มากแนนขอแอบบอกในเดือนกุมภาพันธ์นี้ก็จะมีแคมเปญใหญ่สำหรับคนชอบท่องเที่ยวรออยู่ด้วยโหลดกันด่วนๆ แล้วรีบสะสมเวลาการฟังเลยจ้าติดตามข่าวสารต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.coolism.net นะคะ”

‘เอ๊ะ-อิศริยา’ ห่วงทีมงานหนีฝุ่น PM2.5 ยกกองถ่ายทำต่างจังหวัด!!! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/468793

news_default

‘เอ๊ะ-อิศริยา’ ห่วงทีมงานหนีฝุ่น PM2.5 ยกกองถ่ายทำต่างจังหวัด!!!

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ช่วงนี้ทำเอาประชาชนชาวกรุงเทพมหานครตระหนักถึงเรื่องมลพิษกันมากขึ้น เพราะค่าฝุ่น PM2.5 กระจายอยู่ทุกจุด ทำให้เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพหนึ่งในนั้นมีผลต่อทีมงานและนักแสดงละคร “เรือนสายสวาท” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ด้วย เพราะต้องถ่ายกลางแจ้งแถมต้องเร่งให้ทันออกอากาศจึงหยุดกองถ่ายไม่ได้ ผู้จัด “เอ๊ะ-อิศริยา สายสนั่น” เห็นถึงความสำคัญเลยยกกองไปถ่ายทำกันต่างจังหวัดซะเลย

“ส่วนตัวเอ๊ะก็มีความกังวลนะคะ และได้ข่าวว่าตอนนี้หลายโรงเรียนก็หยุดการเรียนการสอน เอ๊ะว่ามีผลกระทบต่อทุกส่วน อย่างของเอ๊ะก็มีผลกระทบต่อการถ่ายทำละครแน่นอน ส่วนมากเราถ่ายกันกลางแจ้ง เราจะหยุดถ่ายก็ไม่ได้ เพราะเราต้องเร่งถ่ายเพื่อให้ทันออกอากาศเอ๊ะก็คิดว่ามีวิธีไหนช่วยนักแสดงและทีมงานได้บ้าง เราก็ตัดสินใจปรับบทละครพานักแสดง ทีมงานไปถ่ายแหล่งธรรมชาติที่ต่างจังหวัดซะเลย วางไว้ว่าไปถ่ายแถวน้ำตกที่จังหวัดสระบุรีค่ะ ได้อากาศบริสุทธิ์และยังได้เก็บบรรยากาศสวยๆ ใส่ไปในละคร ก็ถือว่าเป็นการพักรบทัพฝุ่น ไปสูดอากาศดีๆ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เราเข้าใจคนทำงานนะเป็นห่วงสุขภาพทุกคนมากยิ่งคนที่เป็นภูมิแพ้ง่ายนี่ไม่ได้เลย สักพักผื่นขึ้นเต็มตัวก็มี อยากให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง แล้วเราจะมีแรงเต็มที่ในการทำงานเองค่ะ สุดท้ายก็อยากฝากให้ทุกคนออกข้างนอกใส่หน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5กันด้วย ที่สำคัญหลีกเลี่ยงการอยู่ภายนอกอาคารหรือที่ที่มีมลพิษค่ะ”

‘เดอะทอยส์’เปิดตัว ‘เนสกาแฟโคลด์บริว’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/468795

‘เดอะทอยส์’เปิดตัว ‘เนสกาแฟโคลด์บริว’

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เพราะความเป็นศิลปินตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ “สุดจัด” ทางด้านดนตรี เดอะทอยส์ธันวา บุญสูงเนิน สลัดภาพหนุ่มเซอร์มาในลุคสุดเฟียร์ซ เปิดตัว “เนสกาแฟโคลด์บริว” กาแฟสกัดเย็นพร้อมดื่มครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สุดจัดสกัดเย็น” สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการผลิตรูปแบบใหม่ในระดับอุตสาหกรรมของเนสกาแฟ โดยนำกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าคุณภาพสูง มาผ่านกระบวนการสกัดเย็นอย่างช้าๆ เพื่อมอบประสบการณ์กาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียมที่หอม นุ่มลื่น ดื่มง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ออนเดอะโกของคนรุ่นใหม่อย่างลงตัว โดยงานเปิดตัวจัดขึ้น ณ สามย่านมิตรทาวน์

‘แชร์ลูกโซ่’ เหยื่อไม่เคยหมด ความโลภไม่มีประมาณ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/396655?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

‘แชร์ลูกโซ่’ เหยื่อไม่เคยหมด ความโลภไม่มีประมาณ

2 พฤศจิกายน 2562 – 09:50 น.
แชร์ลูกโซ่,ชม้อย ทิพย์โส,แชร์แม่ชม้อย,แชร์ยูฟัน,รายงานพิเศษ,เจาะประเด็นร้อน,ความโลภ,ผลพวงของความโลภ
เปิดอ่าน 3,524 ครั้ง

รายงานพิเศษจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 2-3 พ.ย. 62

**************************

หลวงตา “มหาบัว” บอกไว้แล้ว “น้ำมหาสมุทรยังมีฝั่ง แต่ความโลภไม่มีฝั่ง”

ข่าว “แชร์แม่มณี” ที่ทำเอาคนไทยอ้าปากค้าง ไม่น่าจะใช่ยอดเงินที่ถูกต้มเปื่อยล่อนถึงกระดูก มีผู้เสียหายหลักพันคน มูลค่าหลายร้อยล้าน

แต่น่าจะเป็นความพิศวง งงงวย มากกว่า ว่ามาจนถึงโลกยุคใหม่ เอไอ ไซเบอร์แล้ว เรายังไม่รู้กันอีกหรือว่า หนทางรวยทางลัดแบบนี้มันหลอกลวงกันชัดๆ!!

และทั้งหมดมันมาจากคำว่า “อยากรวย” ช่วยไม่ได้จริงๆ!

ทำไมต้องเล่นแชร์

เรื่องการเปียแชร์นั้นมีมาเนิ่นนานหาต้นกำเนิดไม่เจอ แต่ว่ากันว่ามาจากกิจกรรมของชาวจีนที่เรียกว่า “โต๊ะแชร์” สมัยก่อน คือการกินข้าวกัน ลงขันกัน ลงทุนทางการเงินร่วมกันเพื่อขยายกิจการทางการค้า

โดยถ้าใครได้เงินจากการเล่นแชร์ในกลุ่มหรือที่เรียกว่า “เปียแชร์” มาก ก็จะเลี้ยงอาหารคนทั้งวง เพียงแต่ตอนหลังมีการนำมาใช้ในทางที่ผิด เกิดเป็นแชร์ลูกโซ่ฉ้อโกงกันซะงั้น

ถามว่าทำไมยังมีคนเล่นแชร์ลูกโซ่กันมาก มีผลสํารวจความคิดเห็นเรื่องการลงทุนในลักษณะบอกต่อหรือ “แชร์ลูกโซ่” ของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยสํานักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ ช่วงปี 2588

พบว่าสาเหตุสําคัญที่ผู้คนสนใจ หลงเชื่อเข้าร่วมลงทุนแชร์ลูกโซ่ เหตุผลหลักๆ เพราะต้องการหารายได้เพิ่ม ได้รับการชักชวนจากคนรู้จัก เช่น ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน แถมยังลงทุนง่ายไม่ยุ่งยาก และที่สำคัญคือได้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนประเภทอื่น

ขณะที่ในการถามความเห็น ปรากฏว่าจำนวนเกินครึ่งระบุว่าปัจจัยสําคัญที่ทำให้การลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่มีมากขึ้นก็คือ “ความโลภ”!!

และถ้าจะนับย้อนไปดูคดีโกงแชร์บ้านเราในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ถ้าเริ่มราวๆ ปี 2527 ในรัฐบาลป๋า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ยุคนั้นว่ากันว่ามีโต๊ะแชร์เกิดขึ้นมากมายเพราะยังไม่มีกฎหมายเข้ามาดูแล

แต่ก็มีสองสามรายที่เป็นที่จับตาทั้งจากสื่อและภาครัฐเพราะเป็นข่าววงในว่ามีวงเงินที่สูงมากจนขนลุก เช่น แชร์แม่นกแก้ว แชร์ชาร์เตอร์ และ แชร์แม่ชม้อย อันเป็นตำนานโกงตัวแม่ของเมืองไทย

เพราะแชร์แม่ชม้อยนั้น เรียกว่าสั่นสะเทือนวงการจนภาครัฐต้องตัดสินใจทำให้ “การเล่นแชร์” ถูกกฎหมายด้วยการจัดตั้ง พระราชบัญญัติการเล่นแชร์” ขึ้นเมื่อปี 2534

แต่ก่อนหน้านั้นยังมีเรื่องราวที่สนุกยิ่งว่า ซีเอสไอ ไมอามี

แม่ชม้อย-แชร์สุดขีด

จากหนังสือ “100 ชีวิตบนเส้นทางมาเฟีย” เล่าไว้ว่า แชร์แม่ชม้อยเกิดขึ้นช่วงปี 2526-2528 ตอนนั้นเรียก แชร์น้ำมัน” เพราะมีหน่วยลงทุนเป็นคันรถน้ำมัน ราคาอยู่ที่คันละ 160,000 บาท ได้เงินคืนเดือนละ 10,400 บาท

แต่ถ้าใครไม่มีทุนก็ลงทุนเป็น “ล้อ” ล้อละ 40,000 (หนึ่งคันมีสี่ล้อ) จะได้เงินคืนเดือนละ 2,600 บาท ด้วย “ดอกเบี้ยงามจ่ายตามเวลา” ทำให้แชร์แม่ชม้อยเติบโตเร็วมากตลอดระยะเวลา 3 ปีมีเงินหมุนเวียนแปดพันล้าน

ชม้อย ทิพย์โส ตำนานเจ้าแม่แชร์อันกระหึ่ม

และทำให้ชม้อย หรือ “ชม้อย ทิพย์โส” จากสาวสิงห์บุรี เสมียนธุรการองค์การเชื้อเพลิง ร่ำรวยขึ้นอย่างกับเสกได้ จนสื่อเริ่มคุ้ยขุดที่มาที่ไป แต่ด้วยเหตุที่ยุคนั้นยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการเล่นแชร์ใครจึงทำอะไรเธอไม่ได้

จนกระทั่งพฤศจิกายน 2527 รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงเงิน และให้กรมสรรพากรเข้าตรวจสอบยอดเงินฝากแม่ชม้อย และสั่งให้เธอชำระภาษีเป็นเงิน 41.6 ล้านบาท และอายัดเงินฝากทุกบัญชี

เมื่อแม่ชม้อยถอนเงินมาจ่ายลูกแชร์ไม่ได้ความวุ่นวายก็เกิดขึ้น จนมีการเข้าแจ้งความกระหน่ำ เจ้าพนักงานตำรวจกองปราบปรามจับแม่ชม้อยได้ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2528 จับพวกได้อีก 7 คน

ขอบคุณภาพข่าวจากไทยรัฐ

ช่วงนั้นเธอบอกว่าหมดตัวแล้วเพราะถูกโกง แต่ปีเดียวกันเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการค้นหาทรัพย์สินที่บ้านและพบห้องลับที่มีวอลเปเปอร์อำพรางและมีตู้เสื้อผ้าบังไว้ พบทรัพย์สินเงินทองจำนวนมากมายมหาศาล

คดีนี้มีผู้เสียหาย 18,281 ราย วงเงินสี่พันแปดร้อยล้านบาท ศาลพิพากษาแม่ชม้อยติดคุก 154,005 ปี โทษจริงเหลือ 20 ปี ติดจริง 7 ปี เพราะได้รับการลดลงโทษ 2 ครั้ง และพ้นโทษเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2536

แต่นอกจากคดีแม่ชม้อยแล้วยังมีแชร์ดังที่ถูกไล่ล่าจากทางการเช่นกัน คือ แชร์แม่นกแก้ว” โดยพันจ่าอากาศเอกหญิงนกแก้ว ใจยืน หัวหน้าวงแชร์แม่นกแก้ว และ แชร์ชาร์ตเตอร์” ของเอกยุทธ อัญชัญบุตร

สำหรับแชร์แม่นกแก้วนั้น เกิดขึ้นช่วงปี 2528 จนถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย แม่นกแก้วถูกตัดสินเป็นบุคคลล้มละลาย ศาลมีคำสั่งให้ชำระหนี้ 12,189 ราย คิดเป็นหนี้ 1,977 ล้านบาท

ที่ผ่านมากรมบังคับคดีได้ยึดอายัดทรัพย์และขายทอดตลาดและนำเงินมาชำระหนี้คืนเจ้าหนี้แล้ว 5 ครั้ง รวมจำนวนเงิน 361 ล้านบาท และช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา กรมบังคับคดีมีการแบ่งการชำระหนี้แล้วครั้ง 6

ส่วนแชร์ชาร์เตอร์ เอกยุทธ อัญชัญบุตร ก็หนีคดีไปต่างประเทศจนหมดอายุความ เหล่านี้ล้วนบอกเราว่าคดีแชร์ลูกโซ่ไม่เคยจบสวยสักรายโดยเฉพาะเหยื่อที่ต้องสูญเงินเสียค่าความโลภ

ยูฟัน-ฟันเละ

อย่างที่บอกหลังจากเกิดคดีแชร์ชม้อย ก็เกิด พ.ร.บ.การเล่นแชร์ขึ้นเมื่อปี 2534 ทำให้การเล่นแชร์ถูกกฎหมาย โดยระบุห้ามนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์ ห้ามนายวงแชร์ตั้งวงเกิน 3 วง และจำกัดสมาชิกในวงแชร์ทุกวงเกิน 30 คน รวมจำกัดเงินกองกลางแชร์แต่ละงวดห้ามเกิน 300,000 บาท

แต่ที่ผ่านมาก็ยังมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทยอยเปิดธุรกิจโต๊ะแชร์ออกมาเรื่อยๆ อย่างช่วงปีที่แล้วไม่นานมานี้เองข่าวครึกโครมกับเรื่องราวของแชร์ลูกโซ่หลายรายการ

ที่โด่งดังจนคนไทยตามทั่วบ้านทั่วเมืองก็คือคดี ยูฟัน” ที่เกิดขึ้นช่วงเดือนตุลาคม 2556 ถึงเดือนมิถุนายน 2558 บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ได้ชักชวนบุคคลและประชาชนเข้าร่วมในเครือข่ายการประกอบธุรกิจน้ำผลไม้ และสมุนไพรกับเครื่องสำอางผิวหน้า โดยมุกเดิมเลยคือให้ผลตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่าย

ตู้เซฟผู้ต้องหาคดีแชร์ยูฟัน พบเงินสด-ทองคำแท่งเต็มตู้ รวมยึดทรัพย์ในคดีเบื้องต้นกว่า 200 ล้าน

แต่ภายหลังหลอกลวงขายหน่วยลงทุนทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ U–TOKEN จำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ โดยอ้างว่าได้รับความนิยมและยอมรับในต่างประเทศซึ่งจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

คดีนี้มีทั้งอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นักเคลื่อนไหวความหลากหลายทางเพศชื่อดังและชาวต่างชาติที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร โดยพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องคดีแทนผู้เสียหาย

ในตอนแรกมีการขอให้ทรัพย์ของกลางคดีนี้ คือเงินจำนวน 288 ล้านบาทตกแก่แผ่นดิน ต่อมาก่อนที่ศาลพิพากษา ผู้เสียหายยื่นคำร้องต่ออัยการเพื่อขอให้แก้ไขคำขอท้ายฟ้องเพื่อให้เงินดังกล่าวตกเป็นของผู้เสียหาย เพราะเงินดังกล่าวไม่ใช่เงินของจำเลย แต่เป็นเงินของผู้เสียหายซึ่งถูกจำเลยฉ้อโกงไป และศาลได้พิพากษาให้คืนเงินดังกล่าวแก่ผู้เสียหาย

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 22 คน ยกฟ้อง 21 คน แต่ปัจจุบันคดีนี้ยังไม่จบ!

จบได้ถ้าไม่โลภ

ราวปีก่อนยังมีคดีแชร์ลูกโซ่ที่มีชื่อคนดังมีเอี่ยวคือ อมลวรรณ ศิริกิตติรัตน์ นางแบบเซ็กซี่ที่เราเรียกว่า เอมมี่ แม็กซิม” ตั้งวงแชร์ทางกลุ่มไลน์ เชิญชวนร่วมเล่นแชร์ “บ้านเอมมี่” ข่าวว่าโกงเงินแชร์ไปกว่า 28 ล้านบาท มีผู้เสียหายกว่า 80 ราย

แต่เจ้าตัวระบุว่าตัวเองโดน “เปียมือที่ 2” โกงมาก่อนกว่า 40 ล้านเช่นกัน จึงทำให้ไม่มีเงินส่งให้ลูกแชร์หลายราย หลังจากนั้นเราก็ได้ยินข่าวว่าเธอหันไป “ขายทองม้วน” เป็นอาชีพเสริมเพื่อชำระหนี้

อย่างคดีแชร์แม่มณีล่าสุด ต้องบอกว่ามาไวไปไว ทั้งขาขึ้นและขาลง แต่แม้คนไทยจะเห็นอย่างนั้นทำไมหลายคนเชื่อว่ามันจะต้องมีอีกและอาจมาในรูปแบบอะไรก็ได้

เช่นแชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับการลงทุนน้ำมันดิบ ทองคำ สกุลเงินต่างประเทศ โดยชักจูงในการเก็งกำไรจากการ “ซื้อขายล่วงหน้า” หรือการลงทุนสินค้าเกษตร หรือ ธุรกิจขายตรง” สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ จะว่าไปข่าวดังเรื่อง เมจิกสกิน” ช่วงปีก่อนก็เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ไหนจะยังมีแชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับกองทุน ฌาปนกิจสงเคราะห์”

ผู้เสียหายจากแชร์แม่มณีหลายสิบราย เข้ายื่นหนังสือต่อ ที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ DSI รับเป็นคดีพิเศษ ณ ศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข ก.ยุติธรรม

แถมในยุคสมัยใหม่ยังมีการอัพเลเวลเข้าไปอีก คือ แชร์ลูกโซ่ออนไลน์” ที่ใช้ช่องทางโลกไร้สายในการทำมาหากิน โดยวิธีการต่างๆ ที่เข้าถึงเราได้ง่ายดาย ถึงขนาดหลอกให้ลงทุนสกุลเงินดิจิทัลสร้างกำไรด้วยการเทรด เอไอ ก็มี

จะบรรยายลีลาของแชร์หลอกลวงแต่ละชนิดเห็นจะว่ากันยาว แต่เอาง่ายๆ ไม่ว่าจะหลอกลวงรูปแบบไหน ถ้ามาแบบมีหัวหน้าทีม ให้เราหาสมาชิก แล้วให้ผลตอบแทนสูงมากช่วงแรก ให้เราหาผู้มาลงทุนเพิ่ม บอกว่าผลตอบแทนมากขึ้นตามจำนวนสมาชิกในทีม

นั่นละแชร์ลูกโซ่ อย่าโลภ และถอนตัวด่วน!

p22

“รักฉุดใจ” คุณหมอตี๋ งานฟิตต้องมา งานโซเชียลต้องแรง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/396653?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“รักฉุดใจ” คุณหมอตี๋ งานฟิตต้องมา งานโซเชียลต้องแรง

2 พฤศจิกายน 2562 – 09:05 น.
สาธิต ปิตุเตชะ,หมอตี๋ สาธิต,พรรคประชาธิปัตย์,กระทรวงสาธารณสุข,กระทรวงคุณหมอ,หมอหนู,อนุทิน ชาญวีรกูล,เจาะประเด็นร้อน,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 588 ครั้ง

รายงานพิเศษจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 2-3 พ.ย.62

*****************************

จะว่าไป ช่วงหลังๆ กระทรวงเกษตรโขมยซีนไปเยอะกับการเดินหน้าแบน 3 สามพิษภาคเกษตร แต่หลังจากนั้นฝ่ายกระทรวงสาธารุณสุข โดย “หมอหนู อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็ออกมาโชว์ฟอร์มสด ขอแบ่ง “มาร์เกตแชร์แรงเชียร์” จากประชาชนบ้าง

วันที่หมอหนูออกมายืนยันไม่มีการเปลี่ยนแปลงมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ยกเลิกการใช้สารเคมี พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต พร้อมระบุ “ไทยไม่ใช่เมืองขึ้นอเมริกา”!! วันนั้นเสียงปรบมือดังกึกก้องทั่วไทย กระทรวงคุณหมอกลับมายืนหยัดบนแผงหน้า 1 ในใจคนไทยอีกรอบ

และก็ไม่รู้เพราะกระทรวงเกษตรเขาแท็คกันเป็นทีมหรือไม่ก็ตาม คือมาหมดทั้งรมต. และรมช. ปรากฏว่าที่กระทรวงคุณหมอ รมช.อย่าง สาธิต ปิตุเตชะ ก็เริ่มออกมาเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์แบบไม่เคยปรากฏมาก่อนบ้าง

งานนี้เจ้าตัวเองก็ยอมรับว่าเป็นการปรับรูปแบบใหม่เพื่อประชาสัมพันธ์งานสาธารณสุข ใครบอกหน่อมแน้ม ไม่รู้ แต่อะไรที่ถูกใจชาวโชเชียล ล้วนมีผลทางจิตวิทยาทั้งนั้น เพราะเรื่องการเมืองกับการตลาด มันไม่เคยแยกจากกันได้

หมอตี๋มาแล้ว

เกิดอะไรขึ้นกับ สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลุกขึ้นมายิงมุกกระจายในโลกโซเชียล บนเฟซบุ๊ก “หมอตี๋ สาธิต ปิตุเตชะ”

แต่จะว่าไป ก็เป็นมุกกระจายที่เต็มไปด้วยสาระทางสุขภาพ จนแม้แต่หมอแลบแพนด้ายังยอมใจ ว่างานนี้ที่ทำมันสร้างสรรค์จริงๆ

ที่จริงแฟนเพจของ สาธิต ปิตุเตชะ ที่แอคทีฟอยู่นั้น มี 2 อัน คือเฟซบุ๊ก “สาธิต ปิตุเตชะ” ที่เริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2554 นัยว่า คงต้องใช้โซเชียลสู้ศึกปูแดงที่กำลังมาแรง

กับแฟนเพจ หมอตี๋ สาธิต ปิตุเตชะ” ที่ข้อมูลระบุเพิ่งเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2562 หรือหลังเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยแบบเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ก่อนหน้านั้นแค่ 8 วันนี่เอง

แน่นอนงานนี้ไม่ต้องสงสัยนัยใดๆ เพราะเปิดขึ้นมาเพื่อภารกิจในกระทรวงคุณหมอโดยเฉพาะ!

อย่างไรก็ดี เมื่อย้อนไปดูบรรยากาศในเพจช่วงแรกๆ พบว่ายังไม่แตกต่างจากเพจนักการเมืองทั่วไป คือเป็นภาพความชื่นมื่นของการรับตำแหน่งใหม่ๆ ของคนบ้านค่าย จังหวัดระยองที่ชื่อ “ตี๋”

แต่พอตั้งหลักได้เท่านั้น วันที่ 24 กรกฎาคม รมช.ก็ออกลีลาเลย ลุกขึ้นมาประกาศว่า “จัดมา! ท่านอยากให้ผมท้า บุคคลดัง หรือ รัฐมนตรี ท่านไหนออกกำลังกาย พิมพ์คอมเม้นท์เพื่อโหวตกันเข้ามาได้เลยครับ!!

เลื่อนลงไปดูยอดไลค์ 142 ไลค์ แชร์ 17 ครั้ง และคอมเมนท์ 32 รายการ ยอดไลค์เพจภาพรวมราวสองพันกว่าๆ ก็นับว่ามาถูกทางแล้วเบาๆ

งานสร้างสรรค์มันๆ

ที่จริงเจ้าตัวก็พอรู้ว่าสิ่งที่ทำมันเกิดคำถาม ว่าแล้วจึงออกมาไขข้อข้องใจในเฟซบุ๊ก ท่วงทำนองว่า ไม่มีอะไรมาก แต่นี่คือการทำหน้าที่ชองคนเป็นรมช.สาธารณสุข ที่ต้องเล็งเห็นถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ

ยกตัวอย่างงานสร้างสรรค์ที่หมอตี๋ทำออกมา นับแต่เปิดหน้าท้าชนกับโลกการเมืองที่ต้องเฟื่องเรื่องโซเชียล เช่นวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้โพสต์เฟสบุ๊กเตือนของทอด 6 อย่าง ที่ไม่ควรบริโภค

ด้วยเนื้อหาที่เกรียนขนาดหนัก คือ “แห สมอเรือ ผ้าบังสุกุล ผ้าป่า กฐิน สะพาน” งานนี้ไม่ต้องถามสาระ เอาฮา เอายอดไลค์ ยอดแชร์ไว้ก่อน แถมชาวเน็ตยังเอาไปทำมีมต่อ เป็นไวรัลทั่วไทยแล้ว!

ไหนจะมุกชวนบริจากโลหิตด้วยชุดแวมไพร์รับกระแสวันอาโลวีน โอ๊ย ต้องนับถือไอเดีย

แตทั้งหมดนี้ แน่นอนเหตุผลต้องมี โดยเจ้าตัวพูดถึงมุมนี้ว่า หากสื่อสารเฉพาะเนื้อหาสาระจะไม่ได้รับความสนใจ จึงต้องมีการนำเสนอในมุมคลายเครียด เพื่อให้ได้รับความสนใจจากกลุ่มวัย ซึ่งหากเข้าไปดูรายละเอียดเนื้อหาจะมีคำอธิบายโทษของอาหารประเภททอด ทำให้ได้รับประโยชน์ เด้ง คือต้องทานอาหารให้เป็นแระโยชน์ไม่เป็นโทษกับร่างกาย และทำให้ยิ้มตามไม่เครียด สุขภาพจิตดี

และต้องบอกว่า ทีมที่ทำประชาสัมพันธ์เป็นทีมงานส่วนตัวที่เป็น “นักศึกษา” ที่เข้าใจวัยรุ่น และอารมณ์สังคม จึงทำให้ข้อมูลได้รับความสนใจโดนมีคนเข้ามาดูและแชร์ต่อเป็นล้านแล้ว

งานล่าสุดที่ต้องบอกว่าเด็ด คือการเล่นกับ “หมอเป้ง” ของสาวๆ กับการทำภาพกราฟฟิคตนเองกับ “ทานตะวัน” นางเอกของหมอเป้งในซีรีย์ดัง “รักฉุดใจ นายฉุกเฉิน” พร้อมติกแอชแทกว่า #หมอเป้งหรือจะสู้หมอตี๋

อ่านแล้วต้องบอกเลยว่า แม้เนื้อหาจะพูดอย่างหล่อว่าดีใจที่มีละครน้ำดีที่ให้ความรู้เรื่องทางการแพทย์ และขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวใจบริการ เพื่อช่วยชีวิตและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของทุกคน

แต่งานนี้ เด็กน้อยยังรู้ว่า “งานโหน” ก็เอาอ่ะ…หมอตี๋!!

ฟิตตัวจริง

ไม่รู้ว่ากำลังจะสอยตำแหน่ง “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุด” มาจากบางคนหรือเปล่า แต่ที่แน่ ครม.ชุดนี้ที่โดดเด่นเห็นตามงานวิ่ง ก็คงเป็น “หมอตี๋–สาธิต ปิตุเตชะ” นี่แหละ

แต่ว่ากันว่า นอกจากเที่ยวโพสต์เที่ยวแชร์ตามโลกโซเชียลแล้ว ชีวิตจริงก็มีการออกกำลังกายหลังเลิกงานอยู่แล้วสม่ำเสมอ ไม่งั้นปีนี้ 52 ขวบแล้ว คงไม่ดูหนุ่มขนาดนี้ (ฮา)

ที่สำคัญ รู้ยังว่าเจ้าตัวเป็นกัปตันทีม ประชาธิปัตย์ เอฟซี” อีกด้วย ช่วงวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา เพิ่งแท็คทีม อดีต ส.ส. อดีตผู้สมัคร ส.ส. อดีต สก. อดีต สข. สมาชิกรุ่นเก๋า และคนรุ่นใหม่ มาได้เหงื่อตามๆ กัน

วันนั้น กระจอกข่าวรายงานว่า หมอตี๋ลั่นกลางสนามว่า “บอลประเพณีกับสื่อปีนี้ เจอผมแน่!!!”

แต่เดี๋ยวก่อน สำหรับการลงมาใช้การตลาดแบบโซเชียลครั้งนี้ หมอตี๋ไม่เพียงโลดแล่นในหน้าเฟซบุ๊ก แต่ยังเปิดฉากที่จอ “ยูทูบ” ด้วย กับรายการ “หมอตี๋พาฟิต” คลับคล้ายคลับคลาชื่อรายการดังอย่าง “โมเมพาเพลิน”  (ฮา)

แต่ของหมอตี๋ งานนี้เพื่อปลุกกระแสให้คนทุกเพศทุกวัย หันมาออกกำลังกายกันเยอะๆ แถมเจ้าตัวยัง่เป็นผู้ดำเนินรายการเอง รูปแบรายการจะไลฟ์สดตระเวนไปทุกที่ เพื่อชวนคนมาออกกำลังกาย

ใครที่ตกข่าวไปดูย้อนหลังได้ จะได้พบลีลาหมอตี๋บุกไปถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ปลุกคนรุ่นใหม่ใส่ใจออกกำลังกาย ตามสโลแกนประจำใจคือ “…ออกกำลังกายทุกวัน ไม่แข็งแรงให้มันรู้ไป!!!…”

รู้ไม่รู้ ช่วงวันที่ 26-27 ตุลาคมที่ผ่านมา หมอตี๋ก็เพิ่งจัดไป 2 งาน งานแรกคือแวะเวียนไปให้กำลังใจและร่วมวิ่งกับทีม “ก้าว” นำโดย พี่ตูนของพวกเรา “อาทิวราห์ คงมาลัย” ที่ได้จัดทำโครงการวิ่งเพื่อระดมทุนช่วยเหลือ 7 โรงพยาบาลในภาคใต้ งานที่สองคือ งานเดินวิ่งการกุศล เพื่อโรงพยาบาลลันตา ครั้งที่ 2 RUN FOR LANTA มาหมาดๆ พร้อมยืนยันว่า ตนเองนั้น “ยังฟิตเหมือนเดิม!”

ตี๋-หนู คุณหมอคู่ใจ

เมียงมองไป ใครๆ อาจเม้าท์ว่าหมอตี๋โดดขึ้นมาเทียบฟอร์ม หมอหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ที่รายนั้นเล่นโซเชียลกับการทำการเมืองมาก่อน

หากสไตล์หมอหนูนั้น ต้องบอกว่าทำมาแบบเรื่อยๆ เรียงๆ อย่างที่รู้ว่าคนชื่อหนู ถึงไม่ได้เป็นหมอจริง เป็นหมอการเมืองที่ได้มาเพราะขึ้นแท่นเจ้ากระทรวงคุณหมอ

แต่ที่ผ่านมากับ ภารกิจหัวใจติดปีก” ที่เจ้าตัวสวมวิญญาณกัปตัน พาเครืองขึ้นบินนำคณะแพทย์และพยาบาลไปรับอวัยวะหัวใจที่ได้รับการบริจาคจากที่ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจแข่งกับเวลาเพียง “6 ชั่วโมง”

นี่ก็คือสปิริตของคนที่แม้จะไม่ใช่หมอ แต่ก็หล่อระดับเดียวกัน!! แถมยังโพสต์ลงโซเชียล ขอกำลังใจจากแฟนคลับไม่ได้ขาด

หันมาข้าง “หมอตี๋” เจ้าตัวเองคงไม่ถึงขึ้น “ท้าชน” หรือขโมยซีนตัวจริงเสียงจริงรายนั้น เพราะยังไงก็คือคนกระทรวงสาธารณสุข ทีมเดียวกัน หัวใจต้องดวงเดียวกัน!

และที่จริง ถ้าพูดถึงเนื้อหาสาระของนโยบายที่รัฐมนตรีกระทรวงคุณหมอต้องขับเคลื่อนให้เกิดผลก็มีมากมาย เช่น ยกระดับมาตรฐานสตรีทฟู้ด, ทำโคงการเทเลฟาร์มาซี ลดขั้นตอนรับยา

หรือโครงการ “บล็อกเชนนำร่อง 6 เขตสุขภาพ”  ตลอดจนเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้คนอย่าง เปิดเวทีถกหาข้อสรุปบุหรี่ไฟฟ้า, เดินหน้าเพิ่มค่าตอบแทน อสม. โดยเฉพาะเรื่อง ต่อยอดเทรนด์ออกกำลังกาย” นี่แหละ ที่รัฐมนตรีช่วยชื่อตี๋ต้องทำด้วย

งานนี้ถามว่าต้องไปยังไง หรือจะเปิดอีเวนท์ชวนออกกำลังกายวันพุธหรือวันไหน แล้วจบไปแบบไม่มีการติดตามผล พูดง่ายๆ ทำแบบเดิมแต่หวังผลต่าง หมอตี๋คงไม่สะดวกทำแบบนั้น!

ว่าแล้ว สู้ลงเองลุยเองดีกว่า ได้ใจทั้งวัยโจ๋-วัยเก๋า แถมสื่อก็ตามติด แบบนี้ดีกว่ากันเยอะ ใช่หรือไม่คุณหมอตี๋!

สอนลูกให้ดีการดำเนินชีวิตถูกต้อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/396342?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สอนลูกให้ดีการดำเนินชีวิตถูกต้อง

1 พฤศจิกายน 2562 – 14:25 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน
เปิดอ่าน 662 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

จดหมายจาก ‘แม่ลูกสอง’ ต่อไปนี้มีสาระน่าคิดน่านำไปปฏิบัติมากแม้จะทำไม่ได้ทั้งหมดแต่เป็นข้อคิดที่น่าพิจารณา

มาดาม ‘เผิง ลี่หยวน’ ภรรยาของประธานาธิบดี ‘สี จิ้นผิง’ ของจีน นับเป็นผู้นำทางความคิดและข้อความเหล่านี้สะท้อนถึงการศึกษาให้มีแนวคิดที่ดี จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่เพราะพ่อแม่ผู้ปกครองอยากให้ลูกหลานมีชีวิตที่ดีต่อไปอย่างแน่นอน
อ๊อด เทอร์โบ


 ลูกที่ดีต้องเป็นอย่างไร
 ข้อคิดจากภรรยาประธานาธิบดีจีน
(ผ่านไปยังพ่อแม่ทุกคน)

จดหมายต่อไปนี้ขอนำเป็นสื่อกลางมายังทุกคนที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองลูกหลานและมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งส่งไลน์มาให้และขออนุญาตผู้แปล ‘แอม’ (สุวิไล) มา ณ ที่นี้

เมื่อภรรยาประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (เผิง ลี่หยวน) ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องคะแนนสอบเอนทรานซ์ ได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการศึกษาของประเทศจีนว่า คะแนนสอบของลูกไม่ได้มีความสำคัญเทียบเท่ากับการสอนให้ลูกรู้จักสำนึกในบุญคุณ รู้จักเรียนรู้การดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ลูกจะมีทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทอง ผู้ปกครองจะมีวิธีอบรมปลูกฝังอย่างไรการที่จะให้ทรัพย์สินแก่ลูกหลาน ทำไมไม่คิดจะสร้างลูกให้กลายเป็นทรัพย์สินล้ำค่าเล่า นั่นคือการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีของสังคม

การเก็บสะสมทรัพย์สินมหาศาลให้ลูกหลานไม่สามารถเทียบเท่ากับการให้ข้อคิดดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตดังต่อไปนี้

1.ลูกรัก…ลูกต้องเรียนรู้ที่จะทำอาหาร นี่ไม่ได้เกี่ยวกับการดูแลปรนนิบัติคนอื่น แต่เมื่อคราที่คนที่รักลูกไม่ได้อยู่ข้างกายลูก ลูกก็จะสามารถดูแลตนเองได้ (อยู่รอดได้ด้วยตนเอง)

2.ลูกรัก…ลูกจะต้องเรียนรู้ที่จะขับรถ นี่ไม่ได้เกี่ยวกับฐานะตำแหน่งหน้าที่ เพราะเช่นนี้แล้วลูกก็จะสามารถไปในทุกๆ ที่ที่ลูกอยากไปทุกเวลา ไม่ต้องไปขอร้องใคร (มีอิสระเสรี)

3.ลูกรัก…ลูกจะต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยและต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้มาตรฐาน นี่ไม่ได้เกี่ยวกับการรับรองฐานะการศึกษา ในชีวิตคนเราจำเป็นต้องผ่านประสบการณ์ในมหาวิทยาลัยสัก 3-4 ปี ซึ่งเป็นชีวิตที่ไม่มีเงื่อนไข และเป็นชีวิตที่ได้รับการอบรมบ่มเพาะให้มีสติปัญญา ความนึกคิดและการใช้เหตุผล (เมื่อเข้าไปสู่สังคมก็เสมือนเข้าไปสู่ชีวิตจริง)

4.ลูกรัก…ลูกรู้หรือไม่ ฝากรอยเท้าไกลเท่าไหน จิตใจจะกว้างเท่านั้น เมื่อใจกว้างแล้วลูกจึงจะมีความสุข หากเดินไปได้ไม่ไกล ให้หนังสือช่วยพาลูกเดินไป (เปิดกว้างโลกทัศน์ของตนเองโดยอาศัยโลกแห่งความรู้)

5.ลูกรัก…หากโลกนี้เหลือเพียงน้ำสองถ้วย ให้เก็บถ้วยหนึ่งเอาไว้ดื่ม ส่วนอีกถ้วยหนึ่งใช้ทำความสะอาดใบหน้าและชุดชั้นในของลูก (การเห็นคุณค่าของตัวเองไม่เกี่ยวกับความจนความรวย)

6.ลูกรัก…หากฟ้าถล่มทลายลงมาก็ไม่ต้องร้องไห้ และไม่ต้องบ่นว่าอะไร เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้คนที่รักลูกยิ่งเจ็บปวดใจ ส่วนคนที่เกลียดลูกจะยิ่งได้ใจ (ยอมรับชะตากรรมอย่างสงบ คนที่เรารักจะมีความสุข)

7.ลูกรัก…ต่อให้ต้องกินข้าวคลุกซีอิ๊วขาว ก็ต้องปูผ้าปูโต๊ะที่สะอาด และนั่งลงไปอย่างสง่างาม ใช้ชีวิตที่เรียบง่ายอย่างใส่ใจในคุณภาพ (มารยาทและสถานการณ์ไม่เกี่ยวข้องกัน)
8.ลูกรัก…เมื่อไปยังสถานที่ไกลๆ จำไว้ว่านอกจากจะต้องนำกล้องถ่ายรูปไปแล้วก็ต้องนำปากกาและกระดาษไปด้วย วิวทิวทัศน์นั้นเหมือนกัน แต่อารมณ์ที่ดูวิวทิวทัศน์นั้นไม่สามารถกลับมาซ้ำเหมือนเดิมได้อีก สวี่เสียเค่อ (xu xia ke) นักภูมิศาสตร์ นักเดินทางชาวจีนที่เป็นสวี่เสียเค่อในวันนี้ มิใช่เพราะเดินทางมากที่สุดเขายิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงเพราะการบันทึกเรื่องราวและประสบการณ์อย่างละเอียดถี่ถ้วนที่ได้จากการเดินทางที่ทิ้งไว้ให้กับชนรุ่นหลัง

9.ลูกรัก…ลูกจะต้องมีพื้นที่เป็นของตนเอง ต่อให้มีแค่ 5 ตารางเมตรก็ตาม เพราะตอนที่ลูกทะเลาะกับคนรักและฉุนโกรธเดินออกมาก็ไม่ถึงกับร่อนเร่ไปตามถนน พบเจอคนไม่ดี สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือเมื่อตอนที่ลูกใจร้อนก็จะมีสถานที่ที่ทำให้ลูกใจเย็นลงได้ ให้หัวใจของลูกได้พักไว้ในมุมนั้น (อุปนิสัยแบบอิสระ)

10.ลูกรัก…เมื่อตอนยังเด็กจะต้องมีความรู้ เมื่อโตขึ้นจะต้องมีประสบการณ์ ลูกจึงจะมีชีวิตที่เจริญก้าวหน้าอย่างมีคุณภาพ (อ่านประสบการณ์ของผู้อื่นและหาประสบการณ์ให้ตัวเอง)

11.ลูกรัก…ไม่ว่าเวลาใดก็ตามก็จงเป็นคนดีมีเมตตา โปรดจำไว้ว่าการมีจิตใจดีก็จะทำให้ลูกเป็นผู้ที่ได้รับความคุ้มครองดูแลอย่างดีที่สุดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย (การคุ้มครองดูแลนี้ไม่ใช่ความร่ำรวยและอำนาจ ทำดีย่อมได้ดีตอบแทน)

12.ลูกรัก…รอยยิ้ม ความสง่างาม ความมั่นใจ นั้นเป็นทรัพย์สินทางจิตใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หากมีสิ่งเหล่านี้ลูกจะมีทุกสิ่งทุกอย่าง (นี่ก็คือจิตวิญญาณของ “ผู้ดี”)

จึงขอให้ทุกท่านได้พิจารณาและนำข้อความนี้ไปสั่งสอนลูกหลานเพื่อประโยชน์ในอนาคตจะได้เติบใหญ่เป็นคนดีต่อไป
แม่ลูกสอง (ปากน้ำ)


ไขสงสัย’บ้านอยู่สบาย’ไม่ปลอดภัยจริงหรือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/396471?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ไขสงสัย’บ้านอยู่สบาย’ไม่ปลอดภัยจริงหรือ

1 พฤศจิกายน 2562 – 12:55 น.
สายตรวจระวังภัย,สื่อโซเชียลมีเดีย,โจรกรรมทรัพย์สินภายในบ้าน
เปิดอ่าน 551 ครั้ง

ไขสงสัย’บ้านอยู่สบาย’ไม่ปลอดภัยจริงหรือ คอลัมน์…  สายตรวจระวังภัย   โดย…  ทีมข่าวอาชญากรรม

หลายเดือนก่อนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทางสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อมีผู้โพสต์เรื่องราวระบุว่าเป็นลูกบ้านโครงการบ้านจัดสรรชื่อดังไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากทางโครงการดังกล่าวปล่อยปละละเลย บกพร่องเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย จนทำให้โจรขโมยเพ่นพ่านและเข้าไปก่อเหตุงัดแงะบ้านขโมยทรัพย์สินสร้างความเสียหาย ถือเป็นภัยใกล้ตัวที่อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนที่ตัดสินใจและอยู่ระหว่างตัดสินใจซื้อบ้านอยู่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายธวัช วีระสวัสดิ์ ทนายความ บริษัทพหุธน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ออกมาอธิบายพร้อมเรียกร้องให้ นายเจษฎา (ขอสวงนนามสกุล) ลูกบ้านของหมู่บ้านอยู่สบาย 8 จ.นครปฐม ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความของศาลจังหวัดนครปฐม ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2562 หลังจากที่มีคดีฟ้องร้องหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย กล่าวหาว่าโครงการอยู่สบาย 8 ละเลยการดูแลรักษาความปลอดภัย ทำให้เกิดการโจรกรรมทรัพย์สินภายในบ้านของ นายเจษฎา ทั้งนี้หลังจากที่มีคดีความฟ้องร้องนั้น ทางศาลได้ไกลเกลี่ยและเจรจายอมความระหว่างกัน โดยในสัญญายอมความดังกล่าวระบุให้ นายเจษฎา ลงโฆษณาผ่านสื่อสารมวลชนเพื่อขอโทษและชี้แจงว่าเรื่องที่กล่าวหานั้นไม่เป็นความจริง

“เรื่องนี้ผ่านไปกว่า 4 เดือนแล้ว แต่ลูกบ้านที่เป็นคู่ความยังไม่ดำเนินการตามสัญญายอมความ ซึ่งสร้างความเสียหายให้โครงการเป็นอย่างมาก เพราะเกิดความเข้าใจผิดแก่ประชาชนทั่วไป และบุคคลที่เข้ามาชมบ้านตัวอย่างจนทำให้โครงการไม่สามารถขายบ้านในโครงการได้ตามเวลาที่บริษัทพหุธนฯ วางแผนไว้ โดยข้อกล่าวหาของลูกบ้านที่โพสต์ข้อความเรื่องถูกโจรกรรมทรัพย์สินนั้น ตำรวจท้องที่ได้เข้าตรวจสอบแล้วไม่พบร่องรอยการงัดแงะ หรือรื้อค้นบ้าน แม้ในชั้นการไกล่เกลี่ยของศาลจะไม่นำพยานหลักฐานสืบค้นข้อเท็จจริง แต่เมื่อสัญญาประนีประนอมยอมความเกิดขึ้นและลงนามรับทราบร่วมกันแล้ว ควรต้องรับผิดชอบเพื่อไม่ให้ความเสียหายเกิดขึ้นอีก ซึ่งเหตุที่นายเจษฎายอมความเรื่องนี้ต่อศาล ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีทีท่าว่าจะยอมความ และยังนำเรื่องฟ้องร้องต่อ สคบ. เป็นไปได้ว่าสิ่งที่เป็นข้อกล่าวหาโครงการนั้นไม่ใช่เรื่องจริง อีกทั้งหากคดีที่ฟ้องร้องและมีการเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท หากนำไปสู่การสืบพยานและตรวจสอบอาจต้องแพ้คดีและจะต้องชดใช้ค่าเสียหายด้วย” นายธวัช กล่าว

ด้าน น.ส.กษมา อเนกวรพงศ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดโครงการอยู่สบาย กล่าวถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นว่า ตามแผนของโครงต้องปิดการขายบ้านในโครงการทั้งหมด 49 หลัง ตั้งแต่ปี 2561 แต่ปัจจุบันยังคงบ้านในโครงการอีก 12 หลัง เนื่องจากหลังเกิดเรื่องถูกกล่าวหาด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลลูกบ้านในโครงการผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดความไม่มั่นใจของประชาชนที่เข้ามาติดต่อชมโครงการ มีลูกค้าที่เดิมตกลงจะซื้อบ้านในโครงการ ยกเลิกการจองและซื้อขายกว่า 10 ราย หากคำนวณเป็นค่าเสียหายทั้งหมดจะอยู่ที่ 50 ล้านบาท ดังนั้นเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นและคาดว่าจะมีต่อไปทางโครงการ ขอเรียกร้องให้ นายเจษฎา ลบข้อความที่โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และลงโฆษณาขอโทษรวมถึงชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านสื่อสารมวลชนโดยทันที

“ยืนยันว่าทางโครงการดูแลความปลอดภัยของลูกบ้านและตรวจตราพื้นที่อย่างเข้มงวด ซึ่งระยะเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุโจรกรรมเกิดขึ้นในโครงการแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งบ้านของคุณเจษฎาขณะนี้ยังพบผู้อาศัย แต่เป็นการปล่อยให้บุคคลอื่นเช่าอาศัย ขณะที่เพื่อนบ้านใกล้เคียงก็ไม่เคยพบเหตุการณ์ขโมยขึ้นบ้าน หรือทรัพย์สินสูญหายจากการโจรกรรม ดังนั้นขอความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อลูกค้าด้วย” น.ส.กษมา ระบุ

เรื่องที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อผู้คนในสังคมปัจจุบันหากจะโพสต์อะไรต้องตรองให้ถ้วนถี่ นอกจากจะสร้างความเสียหายให้คนอื่น ก็อาจจะพาให้ตัวเองถึงคราวซวยโดนฟ้องร้องได้เช่นกัน