‘มีน-พีรวิชญ์’ ชวนฉลองเทศกาลตรุษจีน เสริมสิริมงคลรับปีหนูทอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/468638

‘มีน-พีรวิชญ์’ ชวนฉลองเทศกาลตรุษจีน เสริมสิริมงคลรับปีหนูทอง

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ก้าวเข้าสู่เทศกาลตรุษจีนปีหนูทองกันอย่างคึกคักทั่วกรุง ด้านฝั่งโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ แลนด์มาร์คอันดับ 1 ในด้านไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้ง บริหารโดย แอสเสทเวิรด์ คอร์ปอเรชั่น หรือ AWCก็ไม่พลาด ปีนี้ขอจัดหนักอลังการด้วย งาน “Love and Fortune 2020”เสริมสิริมงคลรับปีหนูทอง โดยดึงหนุ่มตี๋สุดฮอต “มีน-พีรวิชญ์อรรถชิตสถาพร” มาร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่ ได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ กรุงเทพมหานคร ที่จัดตั้งแต่ วันที่ 23 ถึง 31 มกราคม นี้

ภายในงานตื่นตาตื่นใจไปกับการตกแต่งอุโมงค์ไฟที่สะท้อนศิลปวัฒนธรรมจีนอันงดงาม พร้อมกิจกรรมเสริมสิริมงคล อาทิ การอัญเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ การแจกส้มเสริมมงคล พร้อมไฮไลท์สุดตระการตากับการแสดงพิเศษเชิดสิงโตและมังกรทองเจ้าพ่อกวนอูที่มีความยาวกว่า 30 เมตร จัดเต็ม 4 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 มังกรพ่นไฟหัวลอดหาง, ชุดที่ 2มังกรเล่นน้ำหางลอดหัว, ชุดที่ 3 มังกรพ่นไฟวิ่งเล่นไฟ และชุดที่ 4 มังกรพ่นไฟต่อตัว เรียกว่าเสริมสิริมงคลรับปีหนูทองไปแบบเต็มๆ นอกจากนี้ยังรวบรวมร้านอาหารชื่อดังมาให้ได้อิ่มอร่อยกันแบบจุใจ ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนคลับทั้งชาวไทยและชาวจีนที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

‘เจนนิเฟอร์ คิ้ม’-‘เพิร์ธ-ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร’ร่วมฉลองตรุษจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/468639

‘เจนนิเฟอร์ คิ้ม’-‘เพิร์ธ-ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร’ร่วมฉลองตรุษจีน

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“เจนนิเฟอร์ คิ้ม”-“เพิร์ธ-ธนพนธ์” ร่วมเปิดฉากฉลองเทศกาล “ตรุษจีน”คิง เพาเวอร์ ในงาน “KING POWER THE BLESSING COMES HOME(คิง เพาเวอร์ เดอะ เบลสซิ่ง คัมส์ โฮม) ท่ามกลางแฟนคลับทั้งชาวไทย ชาวจีนในบรรยากาศหมู่บ้านหนูทอง โอบล้อมด้วยสถาปัตยกรรมจีน พร้อมความหลากหลายของอาหารจีนจาก 30 ร้านเก่าแก่ชื่อดัง และกิจกรรมมงคลมากมาย โดยงานจัดตั้งแต่วันนี้-1 กุมภาพันธ์ 2563 ตั้งแต่เวลา 15.00-21.00 น.

เพื่อมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับโลกให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยเชื้อสายจีน นักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน หรือ วันปีใหม่ของชาวจีน ปีนี้ “คิง เพาเวอร์”จึงร่วมฉลองเทศกาล “ตรุษจีน”อย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใคร โดยมีนักร้องดีว่าชื่อดัง“เจนนิเฟอร์ คิ้ม” มาร่วมมอบความสุขผ่านบทเพลงจีนอันไพเราะ พร้อมด้วย เพิร์ธ-ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร ดารานักแสดงชื่อดัง ขวัญใจแฟนๆ ทั้งชาวไทยและชาวจีน สำหรับปีนี้เป็นครั้งที่ 3 สำหรับการร่วมจัดงานฉลองเทศกาลตรุษจีนของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์นำคอนเซ็ปต์ “THE BLESSING COMES HOME” โดยเนรมิต “The Golden Mouse Village” หรือ “หมู่บ้านหนูทอง”ที่แวดล้อมด้วยกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมจีนโดยได้รับแรงบันดาลใจจากถนนซานถัง (Shantung Street) ของเมืองซูโจวหนึ่งในเมืองมรดกโลกที่มีความงดงาม มีกิจกรรมมงคล การแจกอั่งเปาส่วนลด และสามารถร่วมถ่ายภาพ โดยมี ร้านอาหารจีนเก่าแก่ร่วม 30 ร้านทั่วประเทศ มาร่วมไว้ในงาน

‘มีน-พีรวิชญ์’ 5 ปีกับจูบแรกเปลี่ยนชีวิตที่ไม่ยอมถอย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/468640

‘มีน-พีรวิชญ์’ 5 ปีกับจูบแรกเปลี่ยนชีวิตที่ไม่ยอมถอย

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เป็นนักแสดงขวัญใจวัยรุ่นที่โด่งดังจากซีรี่ส์ “บังเอิญรัก” สำหรับหนุ่ม “มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร ซึ่งเจ้าตัวใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองมาอย่างหนักถึง 5 ปี จนทำให้ทุกวันนี้เจ้าตัวมีงานอีเว้นท์ หนัง-ละครเข้ามาไม่ขาดสาย จนสร้างภาคภูมิใจให้กับตัวเองและครอบครัว ล่าสุดกับผลงานภาพยนตร์เรื่อง “พี่นาค 2”ของค่าย “ไฟว์สตาร์” งานนี้เจ้าตัวก็ทุ่มเต็มที่กับบทบาทในการแสดง โดยใกล้จะลงจอให้ได้ชมกันเร็วๆ นี้ล่าสุดทีมข่าว “บันเทิงแนวหน้า” มีโอกาสอัพเดทชีวิตพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นสู่วงการบันเทิง และแผนการทำงานในปี 2563 ของหนุ่ม “มีน-พีรวิชญ์” มาฝากกันโดยเจ้าตัวเปิดใจเล่าว่า

“ตอนแรกผมไม่เคยคิดเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง และไม่เคยมีภาพของนักแสดงหรืองานบันเทิงอยู่ในหัวเลยครับ แต่ต้องบอกก่อนว่าต้นทุนแต่ละคนไม่เท่ากัน ผมก็เป็นคนที่ไม่ชอบอยู่นิ่งๆ จนวันหนึ่ง “พี่สนุ้ก” ผู้จัดการมาชวนให้ลองไปแคสงานดูก็ไม่รู้หรอกว่าคืออะไร แต่ด้วยความที่ว่างก็ลองดูพอไปแคสติ้งแล้วดันติดเข้าไปรอบลึกๆ”

ความปังเกิดจากเทรนด์อินเตอร์ขาวตี๋?

“อาจเป็นเทรนด์ความนิยมช่วงนั้น ขาวตี๋ผอมตัวเล็กเด็กผู้ชายวัยรุ่น ดูขายง่าย แต่ตอนนั้นยังเด็กอยู่ แล้วคนที่พร้อมจะเข้าวงการมีเป็นร้อยเป็นพัน ผมไปเจอนักแสดงมากมายซึ่งผมนั่งอยู่หางแถวพวกเขาแล้วมองพี่ออกัส, กัปตัน เลิฟซิก ซึ่งเขาเป็นไอดอลคนแรกๆ ของผม ที่ศึกษาดูงานเขามองเขาเล่นซีรี่ส์มองตอนถ่ายทำซีรี่ส์”

ก้าวสำคัญของการทำงานวันแรกเป็นยังไงบ้าง?

“วันแรกที่มีโอกาสเล่นละคร กับพี่คิมม่อน เตรียมตัวไปพร้อมทำการบ้านไป นั่งรอทั้งวันซึ่งถ้าในภาษาละครก็จะมีที่เรียกเบรกดาวน์เรียงเลยว่าวันนี้ถ่ายอะไร จนมีคนทักว่ามีเบรกดาวน์นะและจะมีชื่อ เลยไปดูสิว่ามีชื่อว่ามีนไหม ก็เห็นว่ามีชื่อว่าเป็นนักแสดงสมทบก็น่าจะเป็นเราแหละ ก็รอจนถึงเวลาถ่าย เคยคิดว่าทำไมจุดเริ่มต้นช้าจัง มองกลับไป ณ วันนี้ผ่านมา 4-5 ปี มันดีนะมีโอกาสค่อยๆ เดิน เริ่มจากจุดเล็กๆ ได้ศึกษา แล้วก็ได้เห็นว่าคนที่เขามีชื่อเสียง คนที่เขาโด่งดังในตอนนั้นทำตัวแบบไหน แบบไหนดีแบบไหนไม่ดี ค่อยๆ ศึกษาหล่อหลอมขึ้นมาจนมีโอกาสได้เป็นนักแสดงตัวหลัก นำสิ่งที่เคยศึกษามาปรับใช้กับตัวเอง”

ทำงานตอนนั้นกับตอนนี้ละต่างกันมั้ย?

“แรกๆ นึกสนุกก่อน ไม่รู้หรอกแต่คือมันก็สนุกได้เล่นนู่นนั่นนี่ ต้องเดินทางมาค้างแรมมีค่ารถ ค่านู่นนี่ เวลาเรียนแรกๆ สนุกหลังๆ เริ่มไม่สนุกแล้ว เริ่มมีคำถามว่า มาทำไม เลยตั้งเป้าใหม่ว่างั้นลองดูขอผลงานแบบจริงๆ ที่ได้ลองทำสักเรื่องหนึ่ง แล้วมาดูว่าสนุกจริงไหม เลยฝึกฝนตัวเองเพื่อได้ลองโอกาสครั้งนั้น พอมาอยู่จุดที่เป็นนักแสดงจริงๆ สนุกกับการที่ได้อยู่ในกองถ่าย คือสนุกมาตั้งแต่แรกแล้วมั้งเพราะผ่านการเรียนรู้มา ซึมซับทำให้สนุก ตอนนั้นพอถึงเวลาที่ตัดสินใจว่าสนุกก็อยากอยู่ต่อ เลยพยายามหาจุดช็อตเทอมสั้นๆ ว่าอยากทำอันนี้ พอผ่านไปครึ่งปีหลังทำได้ก็ยิ่งสนุกและท้าทายตัวเอง

จาก ‘เลิฟซิก-บังเอิญรัก’รวมกี่ปี?

“4-5 ปีครับ บังเอิญรักถือเป็นเรื่องที่แจ้งเกิดให้ผมถ้ามองจากคนนอกมองอาจรู้สึกว่านานการที่คนคนหนึ่งทำนู่นทำนี่ 4-5 ปีกว่าจะดัง สำหรับผมตลอดระยะเวลานั้นพันห้าร้อยกว่าวัน ได้สะสมประสบการณ์ มีอะไรให้ลองทำเรื่อยๆ ฉะนั้นวันหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนี้ ผมก็เชื่อว่าผมมีชื่อเสียงอย่างมีคุณภาพ ดังนั้นพันห้าร้อยกว่าวัน ไม่ได้เสียเปล่า”

เก็บเงินสร้างตัวจนมีคอนโดฯ ด้วยน้ำพักน้ำแรง?

“อย่างแรกคือ ผมเป็นคนไม่กล้าปฏิเสธงาน มีงานอะไรเข้ามาถ้าว่าง ถือว่าทุกท่านให้โอกาสสนใจร่วมงานกับผมถ้าพร้อมตรงนั้นก็รับหมดรับไปรับมารู้ตัวอีกทีก็เริ่มมีเงินเก็บมากขึ้น แล้วบวกกับว่าใกล้เรียนจบแล้ว ก็ต้องหาที่หาทางอยู่ในกรุงเทพฯ เพราะผมเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาใช้ชีวิตในเมืองกรุง เลยเลือกเป็นที่อยู่แล้วสบายๆ”

เฉลี่ย 1 อาทิตย์มีวันละ 1 งาน?

“(หัวเราะ) ช่วงปีที่แล้วรับเยอะกว่านี้อีกครับ คือ 6 เดือนวิ่งอีเว้นท์เยอะมาก ช่วงก่อนหน้านี้ประมาณอาทิตย์ละ 5 อีเว้นท์ ช่วงนั้นไปก็สนุกนะแต่ก็คิดถึงการแสดง เพราะเติบโตตรงนั้นมีอยู่ช่วงหนึ่ง 4 เดือนหายไปเลย จนตอนนี้ก็กลับมาสลับเล่นซีรี่ส์ ก็คราวนี้มา 4 เรื่องเลยครับ คือไม่อยากให้แฟนๆ รู้สึกว่ามีนหน้าหายไปตามหาไม่เจอเลย ก็แบ่งเวลาให้ตัวเองจนมีโอกาสได้มาเล่นหนังอีกเรื่อง “พี่นาค 2” ก็จะมี 1-2 วันสำหรับงานอีเว้นท์หรือว่าบางทีก็มีงานโชว์ตัว”

ซีรี่ส์เรื่องล่าสุดโกอินเตอร์ด้วยร่วมงาน ‘นิชคุณ’?

“เป็นพระเอกดีกว่า (ยิ้ม) คือผมกับพี่คุณแย่งนางเอกกัน ผมทั้งคู่จะต้องฟาดฟันกัน ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีเลยครับ อย่างพี่คุณ ก็รู้จักในฐานะศิลปินวง 2PM ตั้งแต่
เด็กประถม-มัธยม แล้วมาวันหนึ่งมีโอกาสได้ร่วมงานกับพี่คุณก็ดีมากๆ แล้วพี่คุณก็เป็นพี่ที่ดีกับผม น่ารักมากเรื่องMy Bubble Tea: หวานน้อยรัก 100%”

ทำไมถึงตกลงรับเล่นหนังผี?

“พี่นาค 2 ของค่ายไฟว์สตาร์ยิ่งภาคแรก ก็ดังอยู่แล้ว ก็ยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก ซึ่งบทของโทมินจุน ตอนนี้ตัวอย่างก็มีออกมาแล้ว คงจะได้เห็นกันแล้วว่า อากาศเมืองไทยแอบร้อนนิดหน่อย 55 เพราะผมรู้จักโทมินจุนผมว่ามีความเหมือนผมมากนะ เป็นคนที่ไม่ค่อยรู้แล้วก็อยากรู้มาก พุทธศาสนาเป็นแบบไหนยังไง ทำไมต้องเข้าวัด ทำไมถึงต้องทำบุญ และบวช ทำไมพระถึงคุ้มครองคนป้องกันผี อยากรู้มากก็เลยคิดมีตรงกับผมมีความอยากรู้เหมือนกัน เลยรับเล่น ถือเป็นอีกคาแร็กเตอร์ที่แฟนๆ น่าจะชอบ”

ภูมิใจกับตัวเองในวันนี้หรือยัง ?

“5 ปีที่ผ่านมาภูมิใจครับ ถ้าจะให้ชื่นชมตัวเองต้องชื่นชมที่ไม่ท้อไปตลอด 5 ปีที่ผ่านมาพร้อมท้อมากทุกวัน คือถ้ากลับไปดูจิ้มมาวันไหนวันหนึ่งก็ได้ มีวันที่ทำให้ท้อและออกไปจากจุดนี้ได้เสมอ แต่ว่าไม่รู้ตอนนั้นคิดยังไงเหมือนกัน เลยทำให้ไม่ท้อและตั้งใจทำมันต่อจนถึงวันนี้”

จากคำว่านักแสดงสมทบวันนั้นที่ทำให้รู้สึกว่าต้องทำให้ได้?

“มีส่วนเลย ตอนผมเข้ามหา’ลัยก็มีเพจแชร์ว่านักแสดงที่ติดมหา’ลัย ดันมีชื่อมีนด้วยแล้วพ่วงคำว่านักแสดงเลิฟซิก เพื่อนที่อยู่ในคณะสื่อสารมวลชนนี่มันคือมีนนิ แต่ว่าเลิฟซิกไม่เคยเห็นเลยเว้ย ไปเล่นตอนไหน เพื่อนก็แซวขำๆก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วก็คิดว่าเดี๋ยววันนึงจะทำให้เป็นที่ยอมรับให้ได้ ถึงวันนี้ก็ประมาณนึง ว่าพิสูจน์ตัวเองได้ขั้นนึงก็ภูมิใจ แต่ก็อยากพิสูจน์ตัวเองเรื่อยๆอยากมีผลงานมาสเตอร์พีซให้ทุกคนเห็นต่อไปเรื่อยๆ”

ถ้าต้องกลับไปเล่นซีรี่ส์วายแล้วมีเลิฟซีนจะยังเล่นไหม?

ถ้าตอนนี้ ณ เวลานี้กลับไป สมมุติว่าได้เล่นเรื่องเดิมคู่เดิมก็น่าจะรับเล่นได้นะครับแต่ว่าถ้าเป็นเรื่องใหม่คู่ใหม่ก็คง ต้องดูในหลายองค์ประกอบกัน คือจะบอกว่าไม่คุ้นชินก็ได้ถ้าต้องไปเริ่มต้นกับคู่ใหม่”

ฝากผลงานปีนี้?

“ผลงานในปีนี้ส่วนตัวเองก็จะมีซีรี่ส์ทางGMM25 แล้วก็มีโปรเจกท์เพลงการเอาเพลงเก่ามาทำใหม่ร้องใหม่ แล้วก็ช่วงไตรมาสแรกต้นปีหน้าก็จะมี My Bubble Tea และมีหนังพี่นาค 2 ของค่ายไฟว์สตาร์ ส่วนปี’63ติดต่องานมาเรื่อยๆ ได้เลยยังว่างอยู่ครับพร้อมรับใช้”

ยุทธนา นารี

‘จอร์จ-ฐปนัท’เคลียร์ชัด ไม่เคยปาดหน้าเค้กแย่งงานใคร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/468637

news_default

‘จอร์จ-ฐปนัท’เคลียร์ชัด ไม่เคยปาดหน้าเค้กแย่งงานใคร

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เพราะเป็นคนมีความสามารถนักแสดงหนุ่ม “จอร์จ-ฐปนัท สัตยานุรักษ์” เลยโดดร่วมงานได้หลากหลายช่อง ทำให้ถูกเม้าท์มอยว่าเจ้าตัวนั้นมีงานเยอะ เป็นเพราะชอบปาดหน้าเค้กนักแสดงคนอื่นล่าสุดเจอตัวหนุ่ม “จอร์จ” ในงานบวงสรวงละคร “ทางเสือผ่าน”ณ ลานพระพิฆเนศวร สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 เลยไม่พลาดที่จะคว้าตัวมาเคลียร์ถึงเรื่องนี้

งานรุมมาก วิ่งรับทุกช่อง ร้อนเงินหรือเปล่า?

“ไม่ร้อนพี่ จังหวะมาเราก็ต้องทำเต็มที่ ตอนนี้ก็เรียกว่า งานก็มีเรื่อยๆ ครับ แต่ก็ยังสามารถทำได้อยู่นะครับพี่ โอกาสมาเราก็ต้องคว้าไว้”

ตอนนี้กี่เรื่อง?

“ตอนนี้ 5 เรื่องครับ”

จัดสรรเวลา ลงตัวไหม?

“ลงตัวครับ ไม่มีปัญหาอะไรเลย และเราก็ยังมีศักยภาพที่เราจะทำได้อย่างดี คือเราทำงาน เราก็อยากทำให้เต็มที่อ่ะครับไม่ให้งานมันเสียเนอะ แต่ละงาน แต่ละงาน ผมก็อยากทำให้มัน100 เปอร์เซ็นต์ ผมว่ากำลังดี”

มันมีชนกันบ้างไหมพี่?

“ไม่ค่อยมี พูดตามตรงนะครับ ถ้าเป็นพระเอก มันก็ต้องทุกคิว แต่เราไม่ใช่พระเอก เป็นตัวถัดลงมา มันก็สามารถรับได้ บางคนเค้าเล่นเป็นสิบเรื่องนู้น ผมยังน้อย ยังรับได้ครับ (หัวเราะ)”

มันมีข่าวเม้าท์มาว่า เราชอบไปปาดหน้าเค้กนักแสดงคนอื่น เพราะเราเป็นอิสระ?

“ไม่ปาดหรอกนะ มันอยู่ที่ผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสเรา ว่าเราทำงานได้ดีไหม สมมุติว่า ถ้าเราปาดไปจริงๆ แล้วเราทำงานได้ไม่ดี สุดท้าย ผู้ใหญ่ก็จะเห็นเองว่า สุดท้าย มันไม่ได้ ผมว่าเรื่องนี้ มันอยู่ที่โอกาสด้วย เรื่องดวงด้วย ความสามารถด้วย สุดท้ายแล้วมันก็ต้องยึดอยู่ที่ความสามารถด้วยอ่ะครับ”

ซีเรียสไหม พอมีกระแสข่าวแบบนี้?

“ไม่ค่อยนะพี่”

ได้เสพข่าวเรื่องนี้บ้างไหม?

“เสพครับ ยิ่งตอนนี้ผมอ่านข่าวบันเทิง ผมก็ต้องทำการบ้านมากขึ้น ผมก็ต้องศึกษาข่าวของคนอื่นด้วย เพราะว่าไปอ่านข่าวบันเทิงอยู่ครับ”

มันลงตัวโอเคหรือยัง?

“ดีครับ มันเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าผมได้ทำมา 1 เดือนแล้วทำไปเรื่อยๆ มันก็จะยิ่งเชี่ยวชาญ ยิ่งเก่งไปเรื่อยๆ มันก็ดีที่เรามีโอกาสทำเกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นโอกาสที่ดี”

ถ้าอ่านเจอข่าวตัวเองที่มันแรงๆ มีกดดันไหม ?

“ไม่ค่อยมีนะสิ (หัวเราะ) ผมว่าไปกดดันคนอื่นมากกว่า สมมุติว่าเราเล่นเต็มที่สำหรับข่าวเรา เราก็พูดได้เต็มที่เพราะเป็นตัวเรา แต่อย่างเช่นล่าสุด ขอยกตัวอย่าง น้องพระเอกคนหนึ่งที่เราอ่านข่าวพูดไปด้วยความสนุกสนานพูดไปโดยไม่ได้คิดอะไรมาก อาจจะไปกระทบกระทั่งเค้าก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ”

เขามีเคืองไหม ?

“อันนี้ก็ไม่น่าเคืองนะ ก็ไม่มีปัญหาอะไร ถ้ามีอะไรก็คงติดต่อมาหาผมโดยตรงแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้พูดในเชิงเสียหายอะไรนะ ก็โอเคครับ ระมัดระวังคำพูดมากขึ้น เพราะเราทำหน้าที่อ่านข่าว มันไม่ใช่นักแสดงเพราะนักแสดงมันมีเทคได้ เล่นผิดก็เทค”

ถามถึงวันเกิด (5 ม.ค.)?

“ผู้จัดการให้ของขวัญ พ่อแม่ให้ของขวัญ มีเค้กจากกอง วันเกิดวันนั้นไปอ่านข่าว และอีกวันไปถ่ายละคร ก็มีจากกองมาเซอร์ไพรส์ ก็ดีใจนะ ขอบคุณที่เล็งเห็นความสำคัญของเราให้เกียรติที่จะมาเซอร์ไพรส์วันเกิด เพราะผมก็ไม่ได้ดังอะไรมากขอบคุณมากๆ จริง”

มีของขวัญอะไรให้ตัวเอง?

“จริงๆ ผมก็ไม่ได้เพอร์เฟกท์นะ แต่ผมก็มีครบหมดทุกอย่าง ตอนนี้ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ผ่อนบ้านผ่อนรถให้มันหมด น่าจะดีจะได้มีกำลังที่จะไปดูแลครอบครัวต่อไป”

หวังให้เป็นปีที่ดี?

“ครับ หมอลักษณ์ หมอช้าง เค้าบอกว่าปีนี้ดีมาก ราศีธนูนะเขาบอกว่างานดีมาก เงินดีด้วย ฝากด้วยชาวราศีธนูนะครับ”

Celebrity Gossip : 26 มกราคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/468630

Celebrity Gossip : 26 มกราคม 2563

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ไวรัสกระทบหนัง

O ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน พ่นพิษถึงวงการบันเทิง ล่าสุด ผู้สร้างหนังจีนฟอร์มยักษ์ Vanguard ซึ่งนำแสดงโดย เฉินหลง และ Detective ChinaTown ภาค 3 ประกาศเลื่อนการฉายหนังทั้งสองเรื่องออกไปก่อน เพราะปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสุดอันตราย ทั้งที่ตั้งใจมากวาดเงินจากตี๋หมวยแดนมังกรช่วงตรุษจีนนี้ เช่นเดียวกับหนังฟอร์มยักษ์อีก 2 เรื่อง อย่าง The Rescue และหนังแอนิเมชั่นLegend Of Deification ที่ประสบชะตากรรมเลื่อนฉายเช่นกันไม่แค่หนังฟอร์มยักษ์ของจีนเท่านั้น เพราะหนังของชาติอื่นๆ ที่เตรียมจะลงจอช่วงตรุษจีน อย่าง หนังเกาหลี Secret Zoo หนังไต้หวัน Your Love Song และหนังมาเลเซีย A Moment of Happiness ก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ส่งผลลบต่อรายได้หนังในจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะช่วงตรุษจีน คือช่วงเวลาทองของอุตสาหกรรมหนังแดนมังกร ที่ผู้ชมตี๋หมวย ตั้งใจมาฉลองปีใหม่ด้วยการเข้าโรงหนังมากที่สุด พิสูจน์จากรายได้หนังในจีนเฉพาะช่วงวันหยุดตรุษจีนปีก่อน ที่ทะยานไปถึง 5,800 ล้านหยวนเลยทีเดียว

ไวรัสกระทบคอนเสิร์ต

O เช่นเดียวกับนักร้องก็ต้องถอยทัพ พักการทัวร์คอนเสิร์ตในจีนเพราะหวั่นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 41 ศพ เริ่มจากซุป’ตาร์ไต้หวัน โจลิน ไช่ ที่ประกาศเลื่อนโชว์ของตัวเองที่เมืองอู่ฮั่น ต้นตอของการแพร่ระบาด ในวันที่ 7 มีนาคม อย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่วนวงร็อก Buddha Jump ที่ตั้งใจจะไประเบิดความมันส์ฉลองวันแห่งความรักกับแฟนๆแดนมังกรที่เมืองเฉิงตูกับอู่ฮั่น ในวันที่ 14 และ 16 กุมภาพันธ์นี้ ก็ต้องพับโปรเจกท์ไปเหมือนกัน รวมถึงนักร้องไต้หวัน โจนาธาน ลี วงร็อกจีน Modern Brothers ก็ยังไม่สามารถไปเล่นคอนเสิร์ตที่อู่ฮั่นตามแผนได้เช่นกัน ขณะที่ หลิวเต๋อหัว ก็ยังไม่มั่นใจว่า คอนเสิร์ตของเขาช่วงกลางเดือนเมษายนที่เมืองอู่ฮั่น จะยังสามารถเกิดขึ้นได้ตามแผนที่วางไว้ด้วยหรือเปล่า

วิล สมิธ

O พระเอกอารมณ์ดี วิล สมิธ โปรโมทหนังเรื่องใหม่ Bad Boys for Life ให้เข้ากับเนื้อหาของหนัง ด้วยการอาสามาเป็นคนขับรถรับส่งให้ ซึ่งรถที่พี่วิล เลือกมาขับ ก็เป็นรถหรูซะด้วย โดยผู้โชคดี4 คนที่เรียกใช้บริการ ก็ออกอาการดี๊ด๊าหนักมาก เมื่อรู้ว่าได้คนดังระดับซุป’ตาร์ฮอลลีวู้ดมาเป็นสารถีให้ ซึ่งวิล ก็ยังให้ผู้โดยสารทั้ง 4 คน ร่วมสวมบทเป็นนายตำรวจคู่หูกับเขาเหมือนในหนังอีกด้วย หนังเรื่อง Bad Boys for Life ทยอยเข้าฉายทั่วโลกรวมถึงในบ้านเราไปแล้วตั้งแต่สุดสัปดาห์ก่อน พร้อมรายได้เปิดตัวที่น่าพอใจ และเสียงตอบรับจากผู้ชมที่ออกมาในแง่บวกอีกต่างหาก

พาเมลา แอนเดอร์สัน – จอน ปีเตอร์ส

O ส่วนดาราหุ่นสะบึม พาเมลา แอนเดอร์สัน วัย 52 ปี จากซีรี่ส์ Baywatch ก็จูงมือผู้อำนวยการสร้างหนัง จอน ปีเตอร์ส วัย 74 ปีทำพิธีสาบานรักแบบเป็นส่วนตัวที่เมืองมาลิบู รัฐแคลิฟอร์เนีย หลังทั้งคู่เคยคบกันครั้งแรกเมื่อกว่า 30 ปีก่อน แต่เพิ่งมาลมพัดหวนได้เป็นสามีภรรยากันอย่างเป็นทางการ ถือเป็นการแต่งงานรอบที่ 5 ของเจ๊พาเมลา ขณะที่ จอน เองก็เคยผ่านชีวิตกับนักแสดงหญิง เลสลีย์ แอนวอร์เรน มาก่อน ทั้งยังเคยคบหากับ บาร์บรา สตรัยแซนด์ มาพักใหญ่

 เจมส์ บอนด์

O นับตั้งแต่มีการสร้างหนังสายลับ 007 มาตลอด 25 ภาคก็ยืนพื้นให้นักแสดงหนุ่มผิวขาวรับบท เจมส์ บอนด์ จนมีเสียงเรียกร้องให้ลองเปลี่ยนบ้าง ล่าสุด บาร์บารา บรอคโคลี ผู้อำนวยการสร้างประจำของหนัง เจมส์ บอนด์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อดัง Variety ถึงประเด็นนี้ว่า 007 จะเป็นคนเชื้อชาติอะไรก็ได้ แต่ยังไงก็ต้องเป็นผู้ชายอยู่วันยังค่ำพร้อมให้เหตุผลว่าควรสร้างสรรค์ตัวละครใหม่สำหรับผู้หญิง ดีกว่าให้ผู้หญิงมาสวมบทที่ผู้เขียนวางตัวให้เป็นผู้ชายตั้งแต่แรก แถมยังมีบทที่น่าสนใจให้ผู้หญิงได้แสดงฝีมือมากกว่านี้อีกเยอะ

ออสซี ออสบอร์น

O ปิดท้ายด้วยข่าวร้ายของร็อกเกอร์รุ่นใหญ่ ออสซี ออสบอร์นวัย 71 ปี ที่เผยในรายการข่าวเช้า Good Morning America ว่าเขาป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน ซึ่งตรวจพบเมื่อปีก่อน โดยปีที่แล้ว ออสซี ต้องยกเลิกคอนเสิร์ตหลายรอบเพราะปัญหาสุขภาพ แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียด ออสซีเอ่ยปากคิดถึงแฟนเพลง และพยายามจะรักษาตัวเพื่อกลับไประเบิดความมันส์ตามคำเรียกร้องของแฟนๆอีกครั้งให้ได้ ขณะที่ภรรยา ชารอน ออสบอร์น บอกเลยว่า การป่วยด้วยโรคพาร์กินสัน ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่หลายคนจินตนาการ เพียงแต่มันก็มีวันที่ดีและร้ายสลับกันไปเป็นธรรมดา

แซ่บเบอร์แรง! เอิร์ก เลเดอเรอร์ ลุยซิงเกิ้ลใหม่ ถ่ายเอ็มวีจับสาวแก้ผ้าทะเลเดือด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/468683

แซ่บเบอร์แรง! เอิร์ก เลเดอเรอร์ ลุยซิงเกิ้ลใหม่ ถ่ายเอ็มวีจับสาวแก้ผ้าทะเลเดือด

วันเสาร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563, 22.00 น.

เดินหน้าลุยงานเอ็นเตอร์เทนเมนท์สุดพลัง สำหรับเจ้าพ่อไฮโซ “เอิร์ก เลเดอเรอร์” ที่ปล่อยผลงานอะไรก็ล้วนมีกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์ออกมาตลอดเวลา หลังจากปล่อยเพลงเร็วบีทจังหวะโดนๆ “เสียงของความสำเร็จ” ทะลุหลายล้านวิวไปแล้ว

ล่าสุดขอสานต่อความปังลุยทำเพลงซิงเกิ้ลใหม่ เปลี่ยนแนวมาทำเพลงช้าครั้งแรกกับซิงเกิ้ล “ถ้าเธอลังเล” เพลงช้าซึ้งๆกลิ่นอายเพลงยุค90 ที่ถือว่าเป็นครั้งเเรกที่ “หนุ่มเอิร์ก” ปล่อยเพลงช้าออกมาให้ได้ฟังกันในฐานะศิลปินตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา โดยงานนี้ยังคงคอนเซปแซ่บร้อยแรงม้าพร้อมความเวอร์วัง ออดิชั่นสาวเซ็กซี่สตาร์ของวงการสาวเซ็กซี่ คว้าตัวมาแสดงเอ็มวีเช่นเคย

งานนี้ “หนุ่มเอิร์ก” ตั้งใจทุ่มทุนสร้าง ลงทุนสูงถึง 7 หลัก พร้อมได้สปอนเซอร์หลัก CHARISMA MEDICAL CLINIC เหมาเรือยอร์ช Ocean Escape​ Yacht Charter สุดเวอร์ฉ่ำๆ 2 ลำ พร้อมเจ็ทสกีมุ่งหน้าไปถ่ายทำที่พัทยา และ ยังขนแบรนด์เสื้อผ้าเครื่องประดับแบรนด์โปรด Versace มูลค่าหลักล้านเพื่อเอ็มวีเพลงนี้โดยเฉพาะ ที่สำคัญยังมีไฮไลท์เด็ดจากน้องๆนางแบบ  14 ชีวิต มาในชุดนุ่งน้อยห่มน้อย เปลืองผ้ากลางหาดส่วนตัว จนทะเลต้องลุกเป็นไฟ ไม่เสียชื่อ “หนุ่มเอิร์ก” เจ้าพ่อสายเอ็นอย่างแน่นอน ซึ่งซิงเกิ้ลนี้มีกำหนดเผยแพร่ออกอากาศให้ได้ชมกันต้อนรับวาเลนไทน์  14 กพ.ที่จะถึงนี้ ผ่านช่องยูทูป LEDERER ENTERTAINMENT งานนี้คงต้องตามลุ้นกันอีกทีว่าจะแซ่บสมคำล่ำลือแค่ไหน!!!

ทรัมป์ หัวร้อนไทยเสียภาษีเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/396046?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ทรัมป์ หัวร้อนไทยเสียภาษีเพิ่ม

30 ตุลาคม 2562 – 09:05 น.
โดนัลด์ ทรัมป์,จีเอสพี,สุวรรณภูมิ,ดอนเมือง,อู่ตะเภา,ซีพีเอช,สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรทางการค้า
เปิดอ่าน 3,170 ครั้ง

ทรัมป์ หัวร้อนไทยเสียภาษีเพิ่ม คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

ณ เวลานี้ต่างพูดกันถึงเรื่องประธานาธิบดี ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ มีคำสั่งให้ตัดสิทธิ์ ‘จีเอสพี’ สินค้าไทยหลายรายการ โดยอ้างเรื่องมาตรฐานแรงงานสากล

ขอเรียนให้ทราบว่า ‘จีเอสพี’ หรือแปลเป็นไทยเต็มๆ ว่า ‘สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรทางการค้า’ ซึ่งการที่ทรัมป์หัวร้อนตามภาษาวัยรุ่นนี้ส่งผลกระทบถึงไทยมากจริงๆ และอย่าปล่อยให้เลยตามเลยเด็ดขาด

กรณีนี้เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงทั้งแรงงาน พาณิชย์ เกษตรกรและอุตสาหกรรม ซึ่งจะต้องร่วมมือกันแก้ไขโดยเร็วที่สุดเพราะไทยจะสูญเสียรายได้หลายหมื่นล้านบาทและต้องเสียภาษีเพิ่มหลายพันล้านบาท

มีพวกมองโลกสวยว่าเกี่ยวข้องกับการตอบโต้ของอเมริกาที่ไทยมีมติแบนสารเคมียักษ์ใหญ่ของอเมริกาและมีอำนาจทางการเมืองอย่างมาก

  ‘ดับเครื่องชน’ จึงขอให้รัฐบาลมองโลกนี้เป็นเรื่องด่วนเพราะรัฐบาลจะต้องรับบทเป็นผู้เจรจากับอเมริกา

นาทีนี้ไทยถูกตัดสิทธิ์จีเอสพี เราจะต้องจ่ายภาษีเต็มราคาทำให้เสียเปรียบคู่แข่งขันทางการค้าได้มาก สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดใหญ่อย่าคิดว่าส่งสินค้าไปขายที่อื่นก็ได้นั่นเป็นการคิดสั้น

อย่าปล่อยให้ทุกอย่างสายเกินแก้เป็นอันขาด
อ๊อด เทอร์โบ


 สัญญา 5 ปีรอได้
จดหมายจากคุณ ‘สัญญา’ ระยอง ต่อไปนี้มีข้อสรุปสาระที่เป็นประโยชน์มาก ซึ่งเมื่อ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ เป็นประธานเซ็นสัญญาโครงการใหญ่รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินได้เรียบร้อยแล้ว
ภายในเวลา 5 ปีต่อนี้ไปขอให้พวกเราเตรียมตัวใช้บริการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คือ สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภากันได้แล้ว

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่สรุปแจ้งมาและหวังว่านี่เป็นโครงการยักษ์ที่รัฐบาลลงมือทำและส่งผลดีเป็นวงกว้างต่อไป
อ๊อด เทอร์โบ


 รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน
 เซ็นสัญญาแล้ว 24 ต.ค.

ผมขอนำข่าวใหญ่มาทบทวนให้ทราบอีกทีว่าเมื่อ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ เป็นประธานเซ็นสัญญารถไฟความเร็วสูงกับกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ ซีพี หรือซีพีเอช แล้ว ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ลงทุนเกือบ 2.5 แสนล้านบาท

เรื่องนี้จึงเขียนจดหมายมาเพื่อเสริมรายละเอียดบางประการแล้วในชาตินี้เราคงได้ใช้บริการและต่อยอดไปถึงโครงการอื่นๆ โดยไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องธุรกิจการเมือง

ปัญหาใหญ่คือการส่งมอบพื้นที่ของ รฟท. ซึ่งรับผิดชอบจะลดลงจาก 4 ปีเหลือ 2 ปีกว่าๆ และราวๆ 5 ปีก็จะได้ใช้บริการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแน่

โอกาสนี้จึงขอเป็นสื่อกลางแจ้งให้ทราบว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) หรือไฮสปีดเทรน มูลค่า 224,544 ล้านบาท ระหว่างการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (ซีพีเอช) ผู้ชนะประมูล

การลงนามสัญญาถือเป็นการนับหนึ่งของการเริ่มก่อสร้าง ซึ่งการก่อสร้างรถไปเชื่อม 3 สนามบินจะเป็นไปตามสัญญาการรื้อถอน ย้าย จะเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้

โครงการมีประโยชน์มากไม่เฉพาะการเชื่อม 3 สนามบินเท่านั้น แต่ยังเชื่อมไปยังโครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ที่กำลังจะก่อสร้างในภาพอีสานและจะเชื่อมโยงไปประเทศอื่นๆ ด้วย

กลุ่มซีพีเอชจะใช้เวลาในการก่อสร้างให้ได้ใน 1 ปี แต่ต้องไม่เกิน 24 เดือน เพื่อให้การก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2566 โดยเส้นทางสายแรกที่จะเป็นให้บริการคือ สถานีมักกะสัน-สนามบินสุวรรณภูมิ ปัจจุบันมีรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์เปิดให้บริการอยู่แล้ว โดยซีพีเอชจะเข้ามาปรับปรุงระบบงานและเปิดให้บริการจะใช้เวลาไม่นานนัก

เส้นทางที่ 2 คือสนามบินสุวรรณภูมิ-สนามบินอู่ตะเภา ระยะทาง 170 กิโลเมตร (กม.) รฟท.ระบุว่า จะส่งมอบพื้นที่ได้เร็วขึ้น จากเดิม 2 ปีลดลงเหลือ 1 ปี 3 เดือน

เส้นทางที่ 3 สนามบินดอนเมือง-มักกะสัน จะส่งมอบพื้นที่ได้เร็วขึ้น จากเดิม 4 ปีลดลงเหลือ 2 ปี 3 เดือน หากการส่งมอบพื้นที่เป็นไปตามที่กำหนดไม่เกิน 5 ปี รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินจะก่อสร้างเสร็จทั้งหมดและพร้อมเปิดให้บริการ

นี่เป็นสัญญาณประวัติศาสตร์และจะเป็นจริงได้หรือไม่ก็ต้องรอดูกันต่อไปและขอให้ฝันเป็นจริงด้วยเถิด
สัญญา (ระยอง)


 ผู้ว่าฯกทม.เป็นใคร
 ต้องเข้มข้น-เข้มแข็ง (ผ่านไปยังพรรคการเมือง)

ผมอ่านข่าวเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์จะส่ง ‘กรณ์ จาติกวณิช’ ลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.แล้วขอสนับสนุนและขอให้ทุกพรรคการเมืองเปิดตัวผู้สมัครลงชิงเป็นผู้ว่าฯ กทม.โดยเร็ว

ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. มีความสำคัญอย่างมากและบางทีผมว่าน่าจะใหญ่กว่ารัฐมนตรีบางกระทรวงด้วยซ้ำไป

จึงขอให้ทุกพรรคการเมืองสรรหาคนทำงานเก่ง คนดีมีคุณธรรมและทุกอย่างพร้อม เพราะผู้ว่าฯ กทม.ต้องทำงานหนักเพราะเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย
วิโรจน์ (กทม.))


p23

ไม่ไว้วางใจ-ยึดโยงประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/396041?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ไม่ไว้วางใจ-ยึดโยงประชาชน

30 ตุลาคม 2562 – 08:45 น.
ไม่ไว้วางใจ,อภิปราย
เปิดอ่าน 302 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพุธที่ 30 ตุลาคม 2562

การเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ นับจากวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป มีไทม์ไลนให้ได้ลุ้นระทึกกันหลายวาระกับนานาญัตติที่มีเป้าหมายซักถามตรวจสอบไปจนถึงซักฟอก หรือไล่รัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นญัตติศึกษาผลกระทบจากการใช้มาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ญัตติศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และรับทราบรายงานการปฏิรูปประเทศทุก 3 เดือน แต่ที่น่าจะสะเทือนถึงรัฐบาลมากที่สุดก็คือญัตติอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมากและอยู่ในสภาพเสียงปริ่มน้ำ ก็ยังคงจะรักษารัฐนาวาให้ส.ส.อยู่ในแถวได้ หากแต่การอภิปรายเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือนั้นย่อมจะสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลเสียมากกว่าตัวเลขการลงมติไว้ใจหรือไม่ไว้วางใจ

มีรายงานว่าพรรคฝ่ายค้านเตรียมจะยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจช่วงหลังวันที่ 12 ธันวาคม และไม่เกินวันที่ 20 ธันวาคม โดยวางเป้าหมายการอภิปรายไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยหนึ่งในแกนนำฝ่ายค้านบอกว่าการอภิปรายหลายครั้งที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ให้ชัดเจน จึงจำเป็นต้องใช้ช่องทางการอภิปรายไม่ไว้วางใจในหลายประเด็น เช่น การบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลว และการปล่อยปละละเลยในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน่ การใช้อำนาจมิชอบแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและผู้บริหารรัฐสาหกิจ ฯลฯ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ เมื่อมีการเสนอญัตติแล้วจะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐมนตรีหลีกหนีการถูกอภิปราย มติไม่ไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร (โดยทั่วไปคือเท่ากับหรือเกินกว่า 251 เสียง) หากสภาลงมติไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีผู้นั้นจะต้องพ้นจากตำแหน่งในทันทีตามมาตรา 170 ของรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีมีสถานภาพเป็นรัฐมนตรีคนหนึ่งที่หากถูกลงมติไม่ไว้วางใจย่อมทำให้คณะรัฐมนตรีสิ้นสุดลงด้วย

การยื่นขออภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ยื่นข้อหาร้ายแรงเพื่อไล่ออก โดยทั่วไปส.ส.ฝ่ายค้านซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลนอกเหนือจากงานนิติบัญญัติจะยื่นก็ต่อเมื่อต้องการสอบสวนรัฐมนตรีรายบุคคลหรือทั้งคณะเมื่อเห็นว่ารัฐมนตรีไม่สมควรได้รับความไว้วางใจให้ทำงานต่อไป ซึ่งอาจเกิดจากการตัดสินใจผิดพลาด ใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ ทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งก็เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตยรัฐสภาที่ฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร แต่กระนั้น ส.ส.เอง ก็ยึดโยงอยู่กับประชาชน การยื่นญัตติไล่รัฐบาลจึงจำเป็นต้องแน่ใจว่ามีหลักฐาน มีเหตุผลหนักแน่นเพียงพอ จนแน่ใจว่าประชาชนก็เห็นพ้องไม่ให้รัฐบาลหรือรัฐมนตรีบริหารงานต่อไป มิเช่นนั้นแล้วการไล่กันแบบพร่ำเพรื่อย่อมรังแต่จะทำให้ความน่าเชื่อถือของฝ่ายค้านถดถอยด้อยค่า สุดท้ายก็จะถูกตีตราว่าเป็นแค่ฝ่ายแค้น

โต๊ะพนันบอลปัญหาใหญ่ของชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/395833?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

โต๊ะพนันบอลปัญหาใหญ่ของชาติ

29 ตุลาคม 2562 – 10:15 น.
พนันฟุตบอล,พนันบอลออนไลน์,อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน
เปิดอ่าน 854 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

 ‘ดับเครื่องชน’ ได้รับจดหมายจากพ่อแม่ผู้ปกครองที่ลูกหลานติดพนันบอล ซึ่งยิ่งระบบออนไลน์ดีมากเท่าไร-ปัญหาก็ยิ่งตามมาเป็นเท่าทวีคูณ

เวลานี้การพนันฟุตบอลทำกันเป็นระบบ เครือข่ายใหญ่โตมากจนถึงระบบข้ามชาติหรืออินเตอร์ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการขายข้อมูลหรือระบบอินเทอร์เน็ต

ขอเรียนให้ทราบว่าโต๊ะพนันฟุตบอลนี้มีมากมาย โดยโต๊ะหรือเจ้ามือพนันบอลจะไม่มีทางเสียไม่ว่าบอลจะแพ้หรือชนะเพราะได้เปอร์เซ็นต์ หรือ ‘ค่าน้ำ’ สบายๆ

การปราบโต๊ะพนันบอลนั้น ขอเรียนว่ายากจริงๆ นอกจากคนจะเลิกเล่นบอลไปเลย เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจ (บางคน) ก็ชอบแทงบอล

จึงขอให้ร่วมมือแก้ปัญหานี้ให้ดีเพราะเป็นปัญหาระดับชาติและลุกลามไปถึงขั้นเกิดปัญหาสังคมและปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ

 โต๊ะพนันบอลก่อภาระหนี้สินให้คนแทงมากรายแล้ว และทำอย่างไรจะให้หมดไปหรือลดน้อยลงไปก็ยังดี

เจ้ามือโต๊ะบอลเหล่านี้ร่ำรวยมีอิทธิพลมีทีมงานคอยทวงหนี้ระดับมาเฟียใหญ่และขณะนี้ยังมองไม่ออกว่าจะล้มโต๊ะพนันได้อย่างไร ?
อ๊อด เทอร์โบ


 ผู้ป่วยจิตเวช
 ต้องดูแลเป็นพิเศษ

ต่อไปนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ เกี่ยวกับผู้ป่วยจิตเวช ซึ่ง ‘นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน’ ผู้อำนวยการ รพ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ และ ‘ทันตแพทย์หญิง กิติมา ลี้สุรพลานนท์’ แจ้งว่าต้องดูแลกันเป็นพิเศษ

จึงอยากให้ทุกโรงพยาบาลได้ช่วยกัน ตลอดจนญาติพี่น้องที่ช่วยผู้ป่วยทางบ้านด้วย

รพ.จิตเวชฯ ได้จัดคลินิกทันตกรรมเป็นบริการพิเศษแก่ผู้ป่วยจิตเวช มีเครื่องมือและทีมบุคลากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ในการดูแลสุขภาพในช่องปากของผู้ป่วย เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงเกิดโรคฟันผุได้สูงกว่าประชาชนทั่วไป สาเหตุมาจากทั้งตัวโรคและอาการของผู้ป่วย ซึ่งมีความผิดปกติหลายด้านทั้งความคิด อารมณ์ การรับรู้ และพฤติกรรม ทำให้มีข้อจำกัดการทำกิจวัตรประจำวัน การดูแลสุขภาพตัวเองเช่นการอาบน้ำ แปรงฟัน และยังเกิดมาจากผลข้างเคียงของยาที่ใช้รักษาเพื่อปรับการทำงานของสมอง เช่น ยาต้านโรคจิต ยาคลายกังวล ยาต้านเศร้า

น้ำลายมีส่วนสำคัญในการรักษาสุขภาพช่องปาก ทำหน้าที่หลายอย่างเช่น ทำความสะอาดช่องปาก ช่วยในการกลืนอาหาร ต้านเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันการละลายของแร่ธาตุในฟัน การที่ปากแห้งมีน้ำลายน้อย จะมีผลให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเศษอาหารทำให้ฟันผุ เกิดโรคในช่องปาก มีกลิ่นปาก

โดยทั่วไปผู้ป่วยจิตเวชสามารถให้การตรวจรักษาทางทันตกรรมได้ตามปกติ แต่จะต้องเพิ่มการดูแลทางด้านจิตใจควบคู่ไปด้วย เนื่องจากผู้ป่ายจิตเวชมักจะมีความกังวลสูง และกลัวการทำฟัน เช่นผู้ป่วยที่เป็นโรควิตกกังวล เมื่อมีปัญหาในช่องปาก ก็มักจะเกิดอาการวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น ส่วนผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มักจะขาดความสนใจดูแลช่องปาก และไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการทำฟัน ซึ่งอาจเนื่องมาจากความกลัวหรือความกังวลในการักษา

ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมซึ่งมักเป็นผู้สูงอายุ จะต้องเน้นตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ อาจใช้ฟลูออไรด์เคลือบฟันเฉพาะที่ เพื่อการป้องกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของยาที่ใช้ทางทันตกรรม เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยากับยารักษาโรคทางจิต

ญาติที่ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่บ้าน มีข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วยจิตเวช 6 ประการ ดังนี้ 1.ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว โดยให้จิบบ่อยๆ 2.กระตุ้นให้ผู้ป่วยดูแลความสะอาดในช่องปาก อย่างน้อยให้แปรงฟันหลังอาหารเช้า และก่อนนอนทุกวัน 3.แนะนำให้ใช้ยาสีฟันประเภทที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ซึ่งสามารถซื้อในท้องตลาดทั่วไป 4.ผู้ป่วยจิตเวชที่เป็นโรคเบาหวานร่วมด้วย ต้องดูแลควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ โดยกินยาตามแผนการรักษาของแพทย์ 5.ลดกินอาหารหวาน เหนียว เนื่องจากอาหารประเภทนี้จะเกาะติดผิวฟันนาน ทำความสะอาดยาก เสี่ยงเกิดฟันผุ และ 6.พาผู้ป่วยไปพบทันตแพทย์ตามนัดทุกครั้ง


 ขบวนพยุหยาตราชลมารค
 ยังมีซ้อมย่อย-ซ้อมใหญ่
(เรียนผ่านมายังทุกท่าน)

ผมไปฟังรองนายกรัฐมนตรี ‘วิษณุ เครืองาม’ บรรยายเกี่ยวกับขบวนพยุหยาตราชลมารค ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคมนี้แล้ว ชอบมากและขอแจ้งให้ทราบว่าจะมีพิธีซ้อมใหญ่เหมือนจริงอีกในวันที่ 9 ธันวาคม และซ้อมย่อยอีก 4 ครั้ง

การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ วันที่ 12 ธันวาคมนี้ เป็นขบวนพยุหยาตราครั้งใหญ่ มีเรือในพระราชพิธีจำนวน 52 ลำ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปประทับเรือพระที่นั่งที่ท่าวาสุกรี ขบวนสิ้นสุดที่ท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ทุกอย่างมีระเบียบแบบแผนตามโบราณราชประเพณี

จึงขอเชิญชวนเฝ้าชมการซ้อมย่อย-ซ้อมใหญ่และการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคโดยพร้อมเพรียงกัน
ภักดี (ราชดำเนิน)


บอลของแท้ “ระยองฮิ” ต้อง “ปิตุเตชะ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/395834?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

บอลของแท้ “ระยองฮิ” ต้อง “ปิตุเตชะ”

29 ตุลาคม 2562 – 09:25 น.
สาธิต ปิตุเตชะ,พีทีทีระยอง,รายงานพิเศษ,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,696 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกฉบับวันที่ 29 ต.ค.62

***********************************

ช็อกแฟนบอลทีมพลังเพลิง เมื่อผู้บริหาร ปตท. เจ้าของสโมสรพีทีที ระยอง ขอ“พักทีม”ออกจากการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 ฤดูกาลหน้า เนื่องจากไม่พร้อมที่จะส่งทีมลงเล่นในระดับอาชีพ โดยหลังจากนี้ ปตท.จะไปมุ่งเน้นพัฒนาทีมอคาเดมี่เป็นหลัก

เกมสุดท้ายของ พีทีทีระยอง

4-5 ปีมานี้ เมืองระยอง มีสโมสรลูกหนังอาชีพอยู่ 2 ทีมคือ “ระยอง เอฟซี” บริหารโดยกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น กับ “พีทีที ระยอง” ของกลุ่ม ปตท. แต่ในศึกไทยลีก 2020 จะมีทีมระยอง เอฟซี เป็นน้องใหม่ไปลุยลีกสูงสุดทีมเดียว

สมัยสองทีมเมืองระยอง อยู่ในไทยลีก 2 มีรายการดราม่าอยู่บ่อยๆ กองเชียร์ม้านิลมังกร มักจะแซวกองเชียร์พลังเพลิงว่า “ระยองเทียม” และป่าวประกาศว่า ระยองแท้ต้อง “ระยอง เอฟซี

เมื่อ 28 ตุลาคม 2562 ผู้บริหาร ปตท.แถลงข่าว “พักทีม” พีทีที ระยอง ก็มี “ปิยะ ปิตุเตชะ” นายก อบจ.ระยอง อยู่ในเวทีนั้นด้วย ซึ่งผู้ใหญ่ของ ปตท.บอก ในไทยลีก ฤดูกาลใหม่ไม่มีทีมพลังเพลิง แฟนๆก็หันไปเชียร์ระยอง เอฟซี แทน

ม้านิลมังกร”ระยองแท้

ชาวระยองรู้สึกดีใจสุดๆ เมื่อสโมสรระยอง เอฟซี ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีกในปีหน้า ในฐานะอันดับ 3 ของไทยลีก 2

ผู้บริหารทีมม้านิลมังกร หรือระยอง เอฟซี บอกว่า เราเป็นทีมเล็กๆ มีงบประมาณน้อยแค่ 18 ล้านบาท ซึ่งในปีหน้า งบทำทีมน่าจะเพิ่มมากขึ้น ประมาณ 60 ล้านบาท

นายกช้าง ปิยะ ปิตุเตชะ

ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของระยอง เอฟซี คือ นายกช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์สโมสรระยอง เอฟซี

“ปิยะ” เป็นพี่ใหญ่ของตระกูล “ปิตุเตชะ” แห่ง อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ลงเล่นการเมืองระดับชาติตั้งแต่ปี 2538 เป็น ส.ส.ระยอง 3 สมัย(ชาติพัฒนา 2 สมัยและชาติไทย 1 สมัย)

หลังปี 2548 ปิยะหันมาเล่นการเมืองท้องถิ่น เป็นนายก อบจ.ระยอง มา 2 สมัยแล้ว ด้วยความเป็นชอบฟุตบอล จึงทุ่มทุนสร้างระยอง เอฟซี จนผงาดขึ้นชั้นมาเล่นไทยลีก 1

ทีมผู้บริหารทีมม้านิลมังกร ส่วนใหญ่มาจาก “ซุ้มบ้านค่าย” ประกอบด้วย เดชาธร รูปเลขา ส.อบจ.เขต อ.นิคมพัฒนา ประธานสโมสร และ อดุลย์ นิยมสมาน ส.อบจ.เขต อ.บ้านค่าย รองประธานสโมสร

ส่วนมือทำงานตัวจริงคือ นายกตุ๊กแก” ปราโมทย์ ฉันทมิตร์ นายก อบต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย ซึ่งเป็นมือขวาของนายกช้าง

ที่น่าสนใจ GULF หรือกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ เป็นผู้สนับสนุนหลักของระยอง เอฟซี มาแต่สมัยนายกช้างเข้ามาปั้นทีม

หมอตี๋”ลูกกำนันดัง

40 ปีที่แล้ว ทั่วภาคพื้นตะวันออก ไม่มีใครไม่รู้จัก กำนันสาคร ปิตุเตชะ” แห่ง ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย

สาธิต ปิตุเตชะ” รมช.สาธารณสุข เล่าว่า กำนันสาครในวัยหนุ่ม รูปหล่อเนื้อหอม เป็นนักเลงไม่กลัวไคร เป็นผู้นำที่เด็ดขาด กล้าหาญกล้าตัดสินใจ มีประวัติการต่อสู้อย่างโชกโชน เสียสละแก่ส่วนรวม ใจดีต่อลูกน้องและผู้อยู่ในความปกครอง

ภาพในอดีต สาธิตกับบิดา กำนันสาคร

กำนันสาคร เสียชีวิตเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2561 ทิ้งมรดกผู้นำกลุ่มบ้านค่ายให้ลูกชาย 3 คน ได้แก่ “นายกช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง, “ส.จ.เปี๊ยก” เศรษฐา ปิตุเตชะ ประธานสภา อบจ. ระยอง และ “ส.ส.ตี๋” หรือ “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ

ไม่น่าแปลกใจ การเมืองระยองฮิ..จึงการันตียี่ห้อ “ปิตุเตชะ” ทั้งการเมืองระดับชาติ และการเมืองท้องถิ่น

ขุนศึกบ้านค่าย

ตระกูล “ปิตุเตชะ” ยังสร้างทีมลูกหนังที่บ้านเกิด คือ สโมสรฟุตบอลบ้านค่าย ยูไนเต็ด ตั้งอยู่ที่ ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ. ระยอง ปัจจุบัน ลงแข่งขันในระดับไทยลีก 4

ประธานสโมสรชื่อ “ส.จ.เปี๊ยก” เศรษฐา ปิตุเตชะ ประธานสภา อบจ.ระยอง ซึ่งเป็นคนบ้าบอล ไม่แพ้พี่ชาย-นายกช้าง

 เศรษฐา ปิตุเตชะ

สมัยที่ปิยะเป็น ส.ส.ระยอง เศรษฐาก็เล่นการเมืองท้องถิ่น และทำงานภาคประชาชน ด้วยบุคลิกเป็นคนกล้าสู้ กล้าชน ซึ่งครั้งหนึ่ง ส.จ.เปี๊ยก เป็นแกนนำกลุ่มคนรักบ้านเกิด ร่วมกับสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก(สมัยที่ยังมีชีวิตอยู่) ต้านนิคมอุตสาหกรรมไออาร์พีซี

บ้านค่ายยูไนเต็ด

เลือกตั้งนายก อบจ.ระยอง เที่ยวหน้า ส.จ.เปี๊ยก ก็ยังคงเป็นกำลังหลักให้กับซุ้มบ้านค่าย ในการต่อสู้เพื่อให้ได้บริหารท้องถิ่นอีกสมัย

เฉพาะลูกหนังบ้านนอก ต้องลุ้นกันต่อว่า บ้านค่ายยูไนเต็ดจะได้เลื่อนชั้นไปเล่นไทยลีก เมื่อไหร่?