ภูมิบ้านภูมิเมือง : เพื่อนห้องสมุดครั้งที่๙ – ภูมิการอ่านหนังสืออย่างยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : เพื่อนห้องสมุดครั้งที่๙-ภูมิการอ่านหนังสืออย่างยั่งยืน (naewna.com)

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : เพื่อนห้องสมุดครั้งที่๙-ภูมิการอ่านหนังสืออย่างยั่งยืน

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : เพื่อนห้องสมุดครั้งที่๙-ภูมิการอ่านหนังสืออย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ซุ้มหนังสือจากห้องสมุดให้เปล่า

บทบาทของห้องสมุดนั้นมีความสำคัญต่อการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ของชาติ ด้วยการจัดการทรัพยากรสารสนเทศให้มีความทันสมัยและสนองนโยบายทางวิชาการผ่านหนังสือและสื่ออื่นๆ ที่ห้องสมุดต้องคิดใหม่ต่อการบริการโดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือจากกลุ่มภาคีห้องสมุดโดยมี กิจกรรมเพื่อนห้องสมุด (Friends of the Library) เพื่อการแลกเปลี่ยนทรัพยากร (Library resource sharing) ขึ้นโดยมีภาคีเครือข่ายห้องสมุดร่วมจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือกันโดยมีนักเรียน นิสิตนักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย และประชาชนทั่วไปได้เลือกหนังสือที่ตรงกับความต้องการนำกลับไปใช้ประโยชน์ เป็นการต่ออายุการใช้ประโยชน์จากหนังสืออย่างสูงสุดพร้อมกับเผยแพร่ความรู้ใหม่เพื่อส่งเสริมการอ่านหนังสือ-การพัฒนาห้องสมุด และการเข้าถึงความรู้จากประสบการณ์ด้วยการอ่านหนังสือ ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษย์วิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) แม่งาน “กิจกรรมเพื่อนห้องสมุด (Friends of the Library) ครั้งที่ ๙ ภายใต้แนวความคิด “อ่าน” อย่าง ยั่งยืน เมื่อวันที่ ๑๗-๑๘ธันวาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา 

กิจกรรมประดิษฐ์ออมสิน

โดยสร้างความสำคัญต่อกิจกรรมจากภาคีเครือข่ายเพื่อนห้องสมุดที่แลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างเครือข่าย และนำทรัพยากรสารสนเทศ เช่น หนังสือ วีซีดี มาร่วมแบ่งปันให้กับผู้ร่วมงานตามแนวทางการหมุนเวียนให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด พร้อมเสริมสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้ประชาชนสามารถเข้าถึงหนังสือได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมจากงานประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้ให้สามารถนำมาใช้งานได้ และทำของที่ระลึกจากมรดกภูมิปัญญาไทยสอดคล้องแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในเรื่องสิ่งแวดล้อมและมรดกวัฒนธรรม อีกทั้ง ผอ.ศมสยังได้บรรยายพิเศษปลุกพลังบวกถึงแรงบันดาลใจของตนที่ได้จากการอ่านหนังสือและให้ข้อคิดถึง “งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบันดาลสุข” จากตัวอย่างความคิดของคนหลายคน จนนำไปสู่แรงบันดาลใจว่า “มนุษย์ทำงาน ไม่ได้ทำงานเพราะเงินเดือน บุคลากรจะมีความพึงพอใจในงาน เมื่อได้ทำงานที่ได้ใช้ความสามารถ ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์คือมีนวัตกรรมกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ให้เกิดความภาคภูมิใจ บางเรื่องไม่สำเร็จแต่เป็นความภูมิใจทำตามเสียงข้างในว่าสิ่งนี้ถูก สิ่งนี้ดี ภูมิใจการได้รับการยอมรับ หรือรางวัล มีความเก่งขึ้น ซึ่งต้องรู้ว่าเก่งขึ้นด้วยเรื่องอะไร ดังนั้น การได้มอบมรดกจากงานให้คนรุ่นหลังนั้นจึงเป็นตำนาน แม้เกษียณไปแล้วยังคิดย้อนกลับมาได้” การเปลี่ยนประสบการณ์ให้เป็นงานบันดาลใจนั้นสร้างคุณค่าให้รู้ว่างานที่ทำมีความหมายอย่างไรกับชีวิต การสร้างสรรค์สัมพันธภาพในองค์กรดีก็จะผ่านความสำเร็จไปได้ จากการมีส่วนร่วม มีความไว้เนื้อเชื่อใจ อดทนอดกลั้นเสริมพลัง เคารพซึ่งกันและกัน การให้โอกาสที่เน้นความไม่เป็นทางการ

นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผอ.ศมส

อีกทั้งยังได้สร้างการสื่อสารใหม่ให้องค์กร สร้างทักษะการฟัง สุนทรียสนทนา ทักษะการเล่าเรื่องการเขียนสร้างสรรค์ทักษะและความละเอียดอ่อน ฟังแล้วคิดแทนคนอื่นให้กลับมาย้อนดูตัวเองได้ นั่นคือการสร้างสติและการตื่นรู้ในองค์กร จิตที่เลื่อนลอยขาดสติคือจิตที่ไม่มีความสุข ซึ่งพบจากงานวิจัยว่าคนที่ใจลอยไม่มีภาวะของสติ สรุปว่าถ้าเราครุ่นคิดเรื่องต่างๆ ฟุ้งไปมากจะใจลอย การทำงานนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บริหารหรือหัวหน้างานเท่านั้นที่จะทำให้งานสำเร็จ ทุกคนมีส่วนที่ทำให้งานที่ยิ่งใหญ่ในองค์กรให้สำเร็จได้ โดยมีอำนาจที่จะเลือกในสิ่งที่จะทำ (Autonomy) ทำอะไร ทำเมื่อไหร่ ทำอย่างไรทำกับใคร ซึ่งมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ (Purpose) คือ การแสวงหาความหมายในงานที่ทำ นี่คือแนวคิดอ่านที่ได้จากงานนี้สำหรับกิจกรรม “เพื่อนห้องสมุด” นี้ถือเป็นต้นแบบของการส่งเสริมการอ่านและการแลกเปลี่ยนหนังสือดีมีประโยชน์ถึงกันแบบให้เปล่า โดยเลือกตามชอบในขณะที่การพิมพ์หนังสือดีและการใช้ห้องสมุดนั้นลดน้อยลงจนน่าเป็นห่วงบรรยายพิเศษบรรยายพิเศษหนังสือแลกเปลี่ยนหนังสือแลกเปลี่ยนหนังสือดีจาก ศมสหนังสือดีจาก ศมสสัมภาษณ์การอ่านสัมภาษณ์การอ่านเลือกได้ให้เปล่า

เลือกได้ให้เปล่าบัตรรับหนังสือฟรี

บัตรรับหนังสือฟรี

‘Home Lodge’ ทางเลือกใหม่สำหรับนักเดินทาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘Home Lodge’ ทางเลือกใหม่สำหรับนักเดินทาง (naewna.com)

‘Home Lodge’ ทางเลือกใหม่สำหรับนักเดินทาง

‘Home Lodge’ ทางเลือกใหม่สำหรับนักเดินทาง

วันเสาร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.01 น.

ปัจจุบัน รูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวมีการปรับเปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวมีการเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น กระแสการท่องเที่ยวไม่ได้มีเพียงแค่ในเมืองหลัก แต่ยังกระจายตัวไปในพื้นที่เมืองรอง รวมไปถึงการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง จึงมีการวางนโยบาย เพื่อสร้างความหลากหลายของการท่องเที่ยว ด้วยการพัฒนาที่พักในรูปแบบของ Home lodge หรือที่พักนักเดินทาง ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนได้อย่างทั่วถึง และเป็นโอกาสที่ดีที่จะส่งเสริมและยกระดับคุณภาพของที่พักเพื่อการท่องเที่ยวซึ่งปัจจุบันมีสถานประกอบการด้านที่พักอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง และชุมชนที่มีการกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ปัจจุบันให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด ความสะดวกของการเดินทางท่องเที่ยว

กรมการท่องเที่ยว เป็นหน่วยงานหนึ่งในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กำหนดหลักเกณฑ์คุณภาพในการดำเนินการของผู้ให้บริการด้านที่พัก มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เพื่อปกป้อง คุ้มครอง และพิทักษ์ผลประโยชน์ของผู้รับบริการหรือนักท่องเที่ยว โดยมีหลักการพิจารณาองค์ประกอบ 5 ด้าน เกณฑ์ตัวชี้วัด14 ตัวชี้วัดประกอบด้วย สะอาด สะดวกปลอดภัย เป็นธรรมและรักษ์สิ่งแวดล้อมมีขั้นตอนการตรวจเกณฑ์คุณภาพด้วยการตรวจสอบเอกสาร หลักฐานต่างๆ การสังเกตโดยพิจารณาและประเมินสภาพพื้นที่ทางกายภาพ และการสัมภาษณ์พร้อมประเมินข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ซึ่งเมื่อผ่านการตรวจเกณฑ์คุณภาพ กรมการท่องเที่ยวจะมอบตราสัญลักษณ์ให้แก่ผู้ประกอบการที่พักนักเดินทาง โดยไม่มีอายุการรับรอง แต่จะมีการติดตามคุณภาพที่พักอย่างเป็นระยะ

วรธีรา สุวรรณศร ผู้อำนวยการกองพัฒนาบริการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยวเปิดเผยว่า “กรมการท่องเที่ยวเป็นหน่วยงานรัฐภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีภารกิจหลักในการพัฒนาสินค้าและบริการ ทั้งแหล่งท่องเที่ยว บริการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ซึ่งการพัฒนาสินค้าและบริการ เราจะมีมาตรฐานเป็นเครื่องมือในการยกระดับผู้ประกอบการ ปัจจุบันเรามีมาตรฐานที่จัดทำหลักเกณฑ์ไว้แล้ว 56 มาตรฐาน เช่น ที่พัก ร้านอาหารรถ เรือ กิจกรรม แหล่งท่องเที่ยว ทะเบียนธุรกิจต่างๆ เป็นต้น”

“เรื่องที่พัก เรากำหนดมาตรฐานตั้งแต่โรงแรม รีสอร์ท ไปจนถึงโฮมสเตย์ สำหรับโฮมสเตย์เมื่อเราได้ตรวจมาตรฐานทั่วประเทศแล้ว มีอยู่เพียง 200 กว่าแห่งเท่านั้น ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เห็นว่าที่พักยังมีจำนวนไม่มากพอ จึงเห็นควรจะเพิ่มจำนวนที่พักให้เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว จึงมีนโยบายให้พัฒนาหลักเกณฑ์ของที่พักนักเดินทาง หรือ Home Lodge ขึ้นมาเพื่อให้เพิ่มจำนวนที่พัก และกระจายสู่ในทุกภาคของประเทศ หลังจากมีหลักเกณฑ์กรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการจัดอบรมให้กับผู้ประกอบการทั่วประเทศ หลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 จึงต้องหยุดไป และมีการอบรมเพิ่มเติมอีก 4 ครั้ง และให้ผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการ Home Lodge โดยมีคณะกรรมการลงไปตรวจประเมิน ซึ่งเมื่อผ่านแล้วจะได้รับสติ๊กเกอร์รับรองคุณภาพของโครงการ”

การลงไปตรวจประเมินตามเกณฑ์การชี้วัด มีคณะกรรมการด้วยกัน 3 ด้าน ทางด้านการท่องเที่ยวจะมีตัวแทนกรมการท่องเที่ยว ททท. หรือองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(องค์การมหาชน) ด้านพื้นที่หรือชุมชนมีตัวแทนของกรมการพัฒนาชุมชน ด้านสุขอนามัยมีตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุขร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งขณะนี้มีที่พักนักเดินทางที่ผ่านการตรวจประเมินแล้วกว่า 500 แห่ง กรมการท่องเที่ยวได้ผลักดันในเรื่องการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะรายเล็ก หรือชุมชน เพื่อให้รองรับนักท่องเที่ยวได้ อีกส่วนหนึ่งคือความหลากหลายทางด้านการท่องเที่ยว เพราะที่พักนักเดินทางหลายแห่งอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ อยู่ใกล้กับวิถีท้องถิ่นของแต่ละท้องถิ่น ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสัมผัสในสิ่งที่ต้องการจริงๆ เมื่อมีที่พักหลากหลายให้เลือกก็จะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัดเพิ่มขึ้น

“กรมการท่องเที่ยวจะมีการทำการประชาสัมพันธ์ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันเรามีเฟซบุ๊ค ThailandHome Lodge ซึ่งจะมีรายชื่อของผู้ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินทั้งหมดให้นักท่องเที่ยวเป็นทางเลือกโดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ ในวันหยุดยาวที่จะถึงนี้นักท่องเที่ยวสามารถที่จะดูรายชื่อและติดต่อไปเพื่อใช้บริการได้ เป็นเสมือนของขวัญปีใหม่จากกรมการท่องเที่ยว” วรธีรา กล่าวทิ้งท้าย

‘สไปร์ซซี่ดิสก์ คาเฟ่’ ส่งความสนุกปลายปี ประเดิม ‘ว่าน-รูฟท็อป’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘สไปร์ซซี่ดิสก์ คาเฟ่’ ส่งความสนุกปลายปี ประเดิม ‘ว่าน-รูฟท็อป’ (naewna.com)

‘สไปร์ซซี่ดิสก์ คาเฟ่’ ส่งความสนุกปลายปี ประเดิม ‘ว่าน-รูฟท็อป’

‘สไปร์ซซี่ดิสก์ คาเฟ่’ ส่งความสนุกปลายปี ประเดิม ‘ว่าน-รูฟท็อป’

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งวันที่แสนพิเศษสำหรับแฟนเพลงจริงๆ เมื่อค่าย SPICYDISC (สไปร์ซซี่ดิสก์) ได้จัดอีเว้นท์พิเศษปลายปีกับ SPICYDISC CAFE (สไปร์ซซี่ดิสก์ คาเฟ่) กิจกรรมพบปะพูดคุยกับศิลปินจาก สไปร์ซซี่ดิสก์ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา โดยได้เริ่มต้นด้วยสองศิลปินสุดฮอตกับ “ว่าน-ธนกฤต” ในตอน ค(คอย) อ(ว่าน) ย(อยู่) ในวันพุธที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา กับการเปิดโอกาสให้คนคอยเก่ง คอยนาน คอยไม่เคยลืม มาพบปะพูดคุยกันแบบใกล้ชิดเพียง 60 ที่นั่งเท่านั้น และหลังจากที่เปิดให้ได้ซื้อบัตรก็ถูกจับจองหมดภายในไม่กี่นาที

ซึ่งบรรยากาศอบอุ่นจากเหล่าแฟนคลับที่เข้าร่วมงานโดยมีเครื่องดื่มอร่อยๆ จาก Good Goods และ สปาเก็ตตี้จาก Spaghetti Factory คอยบริการให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยก่อนที่งานจะเริ่ม เมื่อได้เวลาเริ่ม ว่านก็เดินออกมาอย่างเป็นกันเอง เริ่มโชว์ด้วยเพลงกาเฟอีนและอีกหลายเพลง อาทิ เดคิสุงิ, ยิ่งใกล้ยิ่งไม่รู้จัก พร้อมกับพูดคุยสนุกสนานให้ทุกคนได้หายคิดถึง

ส่วนอีกหนึ่งวงคือ “Rooftop (รูฟท็อป)” ในตอน ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันจะ…. เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากแฟนคลับไม่แพ้พี่ชายร่วมค่ายทำให้บัตรถูกจับจองหมดภายในไม่กี่นาทีเช่นกัน ซึ่งผู้ที่ซื้อบัตรนอกจากจะได้ฟังเพลงเพราะๆ อาทิ บิน กลัวเธอเหงา คนเราจะแอบรักใครสักคนได้นานแค่ไหน และพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองแล้ว ยังได้รับหมอนรองคอ Rooftop ไปนอนหนุนคลายความคิดถึงสองหนุ่มในวันที่ไม่ได้เจอกัน พร้อมชวนแฟนคลับเล่นเกมชิงรางวัลมากมาย เช่น รูปโพลาลอยโก้-บี๊บ รางวัลจาก Good Goods และขนม Fit-Munchที่โก้หิ้วมาฝากแฟนคลับผู้โชคดี อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้ร่วมชมมิวสิกวีดีโอเพลง“ถ้าฉันเป็นเธอ” เพลงพิเศษจากวงที่ตั้งใจมอบให้กับแฟนๆ อีกด้วย นับเป็นภาพความทรงจำที่อบอุ่นส่งท้ายปีเลยทีเดียว

ติดตาม สไปร์ซซี่ดิสก์คาเฟ่ ได้ทางwww.facebook.com/spicydisc.fangpage รวมถึงใครที่อยากได้ของที่ระลึกของงานก็สามารถตามไปซื้อได้ที่ www.spicydiscshop.com

‘น้อย-ลักกี้-ยมมี่’ ถ่ายรูปสุดชิล…ใส่ชุดไทยเที่ยว ณ สัทธา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘น้อย-ลักกี้-ยมมี่’ ถ่ายรูปสุดชิล…ใส่ชุดไทยเที่ยว ณ สัทธา (naewna.com)

‘น้อย-ลักกี้-ยมมี่’ ถ่ายรูปสุดชิล...ใส่ชุดไทยเที่ยว ณ สัทธา

‘น้อย-ลักกี้-ยมมี่’ ถ่ายรูปสุดชิล…ใส่ชุดไทยเที่ยว ณ สัทธา

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ถึงคิว “น้อย-ปาริชาต” ชวน “ลักกี้-ยมมี่”เที่ยวราชบุรี งานนี้เอาใจลักกี้กันสุดฤทธิ์พาจิบกาแฟ เรียนถ่ายภาพ ดูควายเผือกที่ นีโอ ฟาร์ม ที่นี่นอกจากจะมีร้านกาแฟแล้ว ยังมีสวนไม้ประดับส่งออกนอกอีกด้วย แถมยังเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักถ่ายภาพ เพราะมีเปิดสอนเทคนิคการถ่ายภาพงานนี้ลักกี้เลยเป็นได้แค่ช่างภาพ เดินตามถ่ายรูปน้อยและยมมี่จนหัวหมุนเลยทีเดียว

จากนั้นชวนกันไปใส่ชุดไทย เดินเที่ยวณ สัทธา อุทยานไทย อีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ที่ต้องไม่พลาด ซึ่งได้แบ่งออกเป็นโซนไม่ว่าจะเป็นโซนณ สัทธานุสรณ์, ณ สัทธาปฏิมา, มหาราชกษัตรา, ถ้ำพุทธชาดก, อริยสัทธา, สัทธาถิ่นเรือนไทย และลานอวโลสัทธา ทำเอาแต่ละคนเดินเที่ยวเพลินแต่ที่ทำเอาลักกี้-ยมมี่ วิ่งเล่นสนุก ต้องยกให้กับเทคนิค AR ที่ใส่ไว้ในแอพฯ ณ สัทธา เพราะมีเกมให้วิ่งเก็บแต้ม แถมยังได้ทั้งความรู้ และตื่นตาตื่นใจกับภาพจำลองเสมือนจริง เรียกว่าวิ่งเล่นกันเพลินจนมารู้ตัวอีกทีว่าเมื่อยขา เมื่อรู้ว่าพื้นที่ทั้งหมดที่เดินกันมีมากถึง 42 ไร่

‘เปอร์-สุวิกรม’ พาเที่ยวสวนสนุกและสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน! ‘สยามอะเมซิ่งพาร์ค’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘เปอร์-สุวิกรม’พาเที่ยวสวนสนุกและสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน! ‘สยามอะเมซิ่งพาร์ค’ (naewna.com)

‘เปอร์-สุวิกรม’พาเที่ยวสวนสนุกและสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน! ‘สยามอะเมซิ่งพาร์ค’

‘เปอร์-สุวิกรม’พาเที่ยวสวนสนุกและสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน! ‘สยามอะเมซิ่งพาร์ค’

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เชื่อว่าคนไทยเกือบแทบทุกคน ไม่มีใครไม่รู้จักสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่ชื่อว่า “สวนสยาม ทะเลกรุงเทพฯ” ที่ล่าสุดได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Siam Amazing Park สยามอะเมซิ่งพาร์ค สานต่อสวนสยามด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่ “Everyday is Amazing”โดยรายการ “เปอร์-สเปกทิฟ” สัปดาห์นี้ หนุ่ม “เปอร์-สุวิกรม” จะพาแฟนรายการไปเที่ยวชม พร้อมพูดคุยกับ คุณไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ผู้ก่อตั้งสวนสยามทะเลกรุงเทพฯ และ คุณสิทธิศักดิ์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารบริษัท สยามพาร์คบางกอก จำกัด ซึ่งเป็นทายาทรุ่น 2 กับเส้นทางเดินจากจุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 40 ปี นับว่าเป็นสวนสนุกและสวนน้ำที่มีอายุมากที่สุดในประเทศไทย พบกับเรื่องราว ความคิด และวิสัยทัศน์ จากลูกเจ้าของสวนสนุกสู่ผู้บริหารกิจการ อะไรที่ทำให้ธุรกิจแห่งนี้มีกลุ่มนักท่องเที่ยว มาพักผ่อนหย่อนใจอย่างไม่ขาดสาย ตลอด 365 วันเต็มห้ามพลาดชมคืนนี้ อาทิตย์ที่  20 ธันวาคม 2563เวลา 22.00 น. ทางช่อง 9 MCOT HD (เลข30)และ Facebook Live#PerspectiveTV 

โดย คุณสิทธิศักดิ์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามพาร์คบางกอก จำกัด กล่าวว่า “สวนสยามถือว่าเป็นบ้านหลังที่ 2 ของผม เพราะพอมัธยมปลายก็เริ่มมาทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่แล้ว มาช่วยเปิดเครื่องเล่น มาช่วยขายเครื่องดื่มพอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็ยังทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย จนกระทั่งเราทำสองอย่างไม่ไหวละเลยคิดจะไปเรียนให้จบก่อนค่อยมาทำงาน แต่คุณพ่อกลับให้เรามาทำงานก่อนแล้วค่อยไปเรียนต่อ ผมเลยได้มาทำงานจริงเพื่อช่วยงานคุณพ่อ ทำงานก็มาทำการตลาด เดินตามไปประชุมทำงานแทบทุกอย่างที่ทำได้ จากนั้นจึงได้กลับไปเรียนต่อ และเข้ามาบริหารที่นี่ มีคุณพ่อเป็นที่ปรึกษา ถึงแม้จะก่อตั้งมาเป็นระยะเวลา 40 ปีแล้ว แต่เพิ่งจะฟื้นตัวและเป็นอิสระทางการเงินได้เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาช่วง 30 ปีแรก ต้องล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขาดทุน เป็นหนี้ จากวิกฤติทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาแทบหมดเนื้อหมดตัว ต้องขายที่ดิน บ้าน และธุรกิจอื่นๆ ไปหมดเพื่อหาเงินมาปลดหนี้ คุณพ่อบอกมาตลอดว่าถึงจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะล้มเลิกความตั้งใจในการทำธุรกิจสวนน้ำและสวนสนุก ที่เติบโตขึ้นมาไม่น้อย รวมทุกอย่างของเครื่องเล่น ทะเลน้ำจืดกลางกรุงและความสนุกครบเครื่องที่สุดที่ทำให้คนไทยไม่น้อยหน้าคนต่างชาติจากมันสมองและสองมือของคนไทย”

3 นักแสดงสาวดาวรุ่ง ‘แอปเปิ้ล-อาย-ไอซ์’ กับสูตรสำเร็จในเส้นทางถนนคนบันเทิง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – 3 นักแสดงสาวดาวรุ่ง ‘แอปเปิ้ล-อาย-ไอซ์’ กับสูตรสำเร็จในเส้นทางถนนคนบันเทิง (naewna.com)

3 นักแสดงสาวดาวรุ่ง ‘แอปเปิ้ล-อาย-ไอซ์’  กับสูตรสำเร็จในเส้นทางถนนคนบันเทิง

3 นักแสดงสาวดาวรุ่ง ‘แอปเปิ้ล-อาย-ไอซ์’ กับสูตรสำเร็จในเส้นทางถนนคนบันเทิง

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ความรักที่เปี่ยมด้วยความศรัทธาคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่ช่วยผลักดันให้คุณทำในสิ่งที่คุณและคนอื่นคิดว่าคุณไม่สามารถจะทำได้” หนึ่งในวงการหรืออาชีพที่ใครต่อใครหลายคนอยากเข้าไปสัมผัสมากที่สุด ทั้งๆ ที่พื้นที่ยืนมีอย่างจำกัดนั่นคือ “วงการบันเทิง” ที่นำจะมาซึ่งสิ่งที่ดีๆ มากมาย โดยเฉพาะชื่อเสียงและผลตอบแทน แต่การที่ก้าวเข้ามาในวงการนี้ จะต้องผ่านการพิสูจน์ฝีมือตัวเอง รวมทั้งด่านต่างๆ ที่พิสูจน์ความมุ่งมั่นและความอดทนรอคอยวันแห่งความสำเร็จ สำหรับ แอปเปิ้ล-กิรษา หอมเสียง, อาย-ศิริกัญญา โท้ประยูร และ ไอซ์-อาจารี เทียมเมฆา สามสาวแห่งสถาบันสอนการแสดงบุญเบิกดาว (BB STAR ACADEMY) โดยผู้บริหาร ดร.กัญฐณา สนเจริญ และ ครูใหญ่ ครูมิ้งค์-เพ็ญจันทร์ วงศ์สมเพ็ชร ก็เช่นกันกว่าที่จะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงในฐานะ“นักแสดงหน้าใหม่” ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่หลายคนคิด 

แอปเปิ้ล-กิรษา หอมเสียง ที่มีผลงานละครช่อง 7HD เรื่อง “หนี้เกียรติยศ” ค่ายสตาร์เฟรม ของผู้จัด “ธันน์-ยุ้ย” และนางเอกภาพยนตร์เรื่อง “นาคะวารี” ค่ายใบลานเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กล่าวว่า การที่ความที่เราอยากทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เหมือนตัวแอปเปิ้ลเองอย่างเป็นนักแสดง อันดับแรกเลยเราต้องมีใจรักและมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพหรือสิ่งที่เราจะทำ จากนั้นกำหนดเป้าหมายความสำเร็จในแบบฉบับที่เป็นตัวของเราเอง ไม่ต้องเลียนแบบคนอื่นๆ แต่เราศึกษาความสำเร็จของคนอื่นได้ แล้วทำเป้าหมายมาลงรายละเอียดว่าเราจะต้องทำอะไรบ้าง เช่นการเขียนบันทึกสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน การลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะต้องทำให้สำเร็จ และเวลาเราคิดอะไรออกให้รีบจด มิเช่นนั้นจะลืม 

“ส่วนเรื่องสภาพจิตใจเราต้องควบคุมวุฒิภาวะทางด้านอารมณ์ให้ได้ การอยู่ในสังคมต่างๆ เราต้องเจอแรงกดดันมากมาย ดังนั้นควรที่จะต้องมีความขยันหมั่นเพียร มีความอดทนในการทำงาน ไม่หยุดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองให้มีคุณค่า สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้ เราไม่สามารถเก่งอยู่คนเดียวได้ ต้องมีเพื่อน ต้องมีกัลยาณมิตร และต้องทำงานเป็นทีมเวิร์ก พร้อมทั้งมีการสื่อสารที่ดี ซึ่งจะเป็นถ่ายทอดแนวคิดได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ”  

ทางด้าน อาย-ศิริกัญญา โท้ประยูร ที่กำลังมีผลงานป้ายแดงเรื่องหนี้เกียรติยศช่อง 7HD เช่นกัน กล่าวว่า อายมองว่า “เวลากับโอกาส” เป็นสองสิ่งที่มีความสำคัญมาก หากเราปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ไป ก็กลายเป็นของคนอื่นไปในทันที เราจะมาเรียกร้องในภายหลังไม่ได้ ต้องบอกว่า “อย่าปล่อยให้การปฏิเสธทำลายเป้าหมายของเรา” นอกจากนี้ เราไม่สามารถที่จะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงได้เพียงลำพังคนเดียว เราต้องมีคนรอบตัวที่พร้อมให้การส่งเสริมและสนับสนุน ให้คำแนะนำที่ดี มีความจริงใจ หากใครที่จะฉุดเราลงทำให้ห่างไกลความสำเร็จคงต้องถอยห่าง ดังนั้นเราต้องพิจารณาให้ดีว่าคนแบบไหนที่ควรสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว และใครที่ควรอยู่ให้ห่าง 

“อายทำงานด้านความสนุก แม้ว่าบางครั้งอาจมีแรงกดดันทำให้ท้อแท้แต่ก็ยิ้มสู้ไม่รู้ถอย ต้องมีความจริงใจจริงจัง มีความเชื่อมั่นในตัวเองกับการมุ่งมั่นไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ การอยู่ในสังคมของคนหมู่มากเราต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้ ไม่ใช่ให้ผู้อื่นมาปรับตัวเข้าหาเรา การมีสัมมาคารวะ การมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การตรงต่อเวลา การมีความคิดสร้างสรรค์ก็นับว่าเป็นเรื่องสำคัญ เป็นปัจจัยที่นำเราไปสู่เป้าหมายในอนาคตที่สวยงามได้โดยไม่ยากนัก อายขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่มีไฟฝันทุกคนนะคะ” 

ไอซ์-อาจารี เทียมเมฆา กำลังจะมีผลงานซีรี่ส์เรื่อง “พระธรรมบทเดอะซีรี่ส์” ทางททบ.5กล่าวว่า ไอซ์คิดว่าในวงการต่างๆ ล้วนแต่ต้องการคนมืออาชีพหรือโปรเฟสชั่นแนล ดังนั้นถึงแม้ว่า ไอซ์ เพิ่งเข้าวงการบันเทิง แต่ ไอซ์ ได้ฝึกฝนและพัฒนาตนเองให้ทำงานแบบมืออาชีพอยู่เสมอ เราอยากให้คนอื่นเห็นเราอย่างไรก็ต้องทำให้เขาเห็น เช่น ความกระตือรือร้น การทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ต้องทำด้วยความจริงใจไม่ใช่แค่สร้างพจน์ ไม่เช่นนั้นเราจะไปไม่ถึงเป้าหมายที่ชัดเจน นอกจากนี้เราต้องการที่แสดงออกในเชิงสร้างสรรค์และสะท้อนถึงแนวความคิดใหม่ๆ กล้าที่จะเรียนรู้ 

“ความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่สำคัญมากอีกประการหนึ่ง ใครมอบหมายงานอะไรให้ทำก็ต้องทำอย่างตั้งใจให้ประสบความสำเร็จตามที่ต้องการ โลกเราหมุนไปเร็วมากๆ ดังนั้นเราต้องไม่หยุดในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองและก้าวตามทันโลกอยู่เสมอ นอกจากนี้เราต้องมีการจัดการเรื่องการบริหารเวลาที่ดี เราจะได้ไม่ต้องพบกับปัญหาต่างๆ หรือ การสูญเสียโอกาสไป และการวางแผนที่ดีจะทำให้เราทำงานบรรลุวัตถุประสงค์เพราะงานแต่ละงานล้วนมีความสำคัญและเร่งด่วน ต่างกรรมต่างวาระกันออกไป” 

นี่คือมุมมองของสาวนักแสดงดาวรุ่งซึ่งล้วนเป็นสูตรสำเร็จที่จะทำให้พวกเธอกลายเป็น “นักแสดงมืออาชีพ” เป็นดาวจรัสแสงเป็นบุคลากรที่ดีแห่งวงการบันเทิงต่อไปในอนาคต ขอเป็นกำลังใจให้กับเธอทั้ง 3 คนด้วยนะจ๊ะ

Celebrity Gossip : 20 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – Celebrity Gossip : 20 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

Celebrity Gossip : 20 ธันวาคม 2563

Celebrity Gossip : 20 ธันวาคม 2563

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

O ทอม ครูส ระเบิดอารมณ์ใส่ทีมงานในกองถ่าย Mission: Impossible 7 หลังจากที่เขาเห็นว่าทีมงาน 2 คน ยืนใกล้กันด้านหน้าจอคอมพิวเตอร์ เลยตะคอกใส่ทีมงานว่า “มาตรฐานของเราสูงมาก เรากลับมาฮอลลีวู้ดเพื่อทำหนัง เพราะเราเชื่อในทีมเราและสิ่งที่เราทำ ผมรับสายจากสตูดิโอ, บริษัทประกัน, และโปรดิวเซอร์ตลอดทั้งคืน เราสร้างงานเป็นพันให้ผู้คน ผมไม่อยากเห็นสิ่งที่คุณทำอีก ไม่มีวัน! ผู้คนจำนวนมากสูญเสียบ้านไปเพราะอุตสาหกรรมบันเทิงถูกชัตดาวน์ ไม่มีแม้แต่อาหารบนโต๊ะ หรือค่าเล่าเรียนนั่นเป็นสิ่งที่ผมนอนคิดกับมันทุกคืน นั่นก็คืออนาคตของอุตสาหกรรมนี้!ดังนั้นผมขอโทษที่จะเมินคำขอโทษของคุณ ผมบอกคุณแล้ว หากคุณไม่ทำตามก็ออกไป ผมจะไปปิดกองหนังอีก เข้าใจไหม ถ้าผมเห็นคุณทำมันอีกคุณกระเด็นออกไปแน่ มันเป็นแบบนี้แหละ ผมเชื่อใจทุกคนที่อยู่ตรงนี้ Mission:Impossible 7 ถูกเลื่อนการถ่ายทำออกไปตั้งแต่เดือนตุลาคม เมื่อมีทีมงาน 12 คนในกองถ่ายที่อิตาลีติดโควิด-19 และเพิ่งจะกลับมาถ่ายทำที่อังกฤษอีกครั้งเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว และมีกำหนดลงโรงภาพยนตร์ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2021

O ออฟเซ็ต แร็พเปอร์ผิวสีคนดัง สามีของสาว คาร์ดิ บี เผยว่าเขาไม่มีแผนที่จะเข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพราะเขาไม่มั่นใจในประสิทธิภาพ แม้ว่าทางการสหรัฐเริ่มแจกจ่ายวัคซีนให้กับประชาชนกลุ่มแรกแล้ว ออฟเซ็ตพูดถึงผลข้างเคียงของวัคซีนบริษัทดังที่เกิดขึ้นกับอาสาสมัครกลุ่มหนึ่งที่ทำให้หน้าเบี้ยว และทำให้ปากไม่สามารถปิดสนิทลงได้ (อาการของโรคเบล พัลซี) แม้นักวิทยาศาสตร์บอกว่านี่คือผลข้างเคียงที่เกิดกับกลุ่มคนแค่บางส่วน เพราะส่วนใหญ่อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นนั้นไม่รุนแรง คือเหมือนป่วยเป็นไข้หวัดเท่านั้น ไม่แปลกที่ออฟเซ็ตจะกลัว เพราะเขาบอกกับ TMZ ว่าเขาไม่เชื่อมั่นในรัฐบาล แม้ว่าอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา จะให้ความมั่นใจด้วยการออกมาฉีดวัคซีนโชว์ให้ดู แร็พเปอร์คนดังยังบอกอีกว่าเขาไม่เห็นด้วยที่เหล่าคนดังและนักการเมืองจะได้รับสิทธิพิเศษเกี่ยวกับโควิด-19 ก่อนใครๆ และเขาก็ไม่คิดว่ามันถูกต้องที่ตัวเองนั้นควรได้รับวัคซีนอย่างเร็วที่สุด เพราะรู้ว่ามีคนอีกหลายคนที่ต้องการมันมากกว่า

O เหล่ามิกเซอร์(ชื่อแฟนคลับของวง ลิตเติล มิกซ์) ช็อกกันไปเลย เมื่อสาวเสียงดี เจซี เนลสัน ประกาศว่าเธอขอออกจากวง ลิตเติล มิกซ์ โดยบอกว่าการเป็นสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปนั้น ทำให้เธอเผชิญปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงต้องแบกรับแรงกดดันอยู่เสมอในฐานะวงเกิร์ลกรุ๊ป และแบกความคาดหวังเอาไว้อย่างมาก มันจะมีช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตที่เราต้องลงทุนกับตัวเองใหม่มากกว่าโฟกัสไปที่ทำอย่างไรให้คนอื่นมีความสุข และเธอรู้สึกว่าตอนนี้เป็นเวลาที่ต้องเริ่มต้นใหม่แล้ว และจะไปใช้เวลากับคนที่ฉันรัก ทำสิ่งที่มีความสุข นักร้องคนดังยังขอบคุณแฟนๆ และเพื่อนร่วมวงที่สร้างความทรงจำที่ยอดเยี่ยมที่ฉันจะไม่มีวันลืม หวังว่าพวกคุณจะเดินหน้าเติมเต็มความฝันของตัวเองและทำเพลงที่ผู้คนรักต่อไป

O ชอว์น เมนเดส ทำพลาดขณะพูดส่งเวทีต่อให้กับนักร้องสีม่วง แซม สมิธ ในรายการเพลงยักษ์ใหญ่ iHeartRadioJingle Ball เมื่อไม่กี่วันก่อน เพราะดันใช้สรรพนามแทน “แซม” ว่า “เขา”(he) แทนที่จะเป็น “พวกเขา”(they) ซึ่งแซมเคยทวีตเรื่องสรรพนามแทนตัวเองในเดือนกันยายน 2019 ว่าตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนสรรพนามตัวเองเป็น “พวกเขา” (THEY/THEM) หลังจากที่ทะเลาะเรื่องเพศกับตัวเองมายาวนาน หลังจากที่ชอว์นใช้สรรพนามเรียกแทนแซมผิด เขาก็ได้ขอโทษอีกฝ่ายผ่านอินสตาแกรมสตอรี เรื่องนี้ทันที โดยบอกว่า “เขาลืมเรื่องนี้ไปเลย และเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก” ขณะที่ “แซม” ก็รับคำขอโทษและบอกว่า “เราต่างก็เรียนรู้เรื่องนี้ไปด้วยกัน”

O ดรูว์ แบร์รีมอร์ เปิดใจกับนิตยสาร Health ว่าเธอนั้นไม่ใช่คนที่จริงจังกับการไดเอตและให้ความสำคัญกับกิจวัตรการออกกำลังกายสักเท่าไหร่ เพราะแค่ต้องดูแลลูกๆ และการทำงาน เธอก็แทบจะไม่มีเวลาอื่นๆ ในชีวิตเลย แต่ดรูว์รู้ดีว่าหากมีความสม่ำเสมอและหาเวลาให้กับการออกกำลังกายและกินอาหารดีๆ นั้น ก็จะทำให้ชีวิตดีขึ้น นางเอกยิ้มสวยเผยว่าการออกกำลังกายนั้นไม่เหมาะสำหรับเธอ เธอต้องเรียงลำดับความสำคัญ และเอาเรื่องสุขภาพนั้นไปไว้อันดับที่ 3แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญอันดับ 1 ของเธอนั้นคือลูกๆ ส่วนอันดับที่ 2ก็คืองานนั่นเอง “ดรูว์” ยังบอกอีกว่าเธอไม่สามารถบาลานซ์ชีวิตของเธอได้อย่างมืออาชีพ แต่อย่างน้อยเธอก็มีความสุขไปกับมัน

บ้านปูฯ เปิดค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ‘เพาเวอร์กรีน’ ครั้งพิเศษ พา ‘นิว-ชัยพล’ ตะลุยป่าแก่งกระจาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – บ้านปูฯ เปิดค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ‘เพาเวอร์กรีน’ ครั้งพิเศษ พา ‘นิว-ชัยพล’ตะลุยป่าแก่งกระจาน (naewna.com)

บ้านปูฯ เปิดค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ‘เพาเวอร์กรีน’ ครั้งพิเศษ  พา ‘นิว-ชัยพล’ตะลุยป่าแก่งกระจาน

บ้านปูฯ เปิดค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ‘เพาเวอร์กรีน’ ครั้งพิเศษ พา ‘นิว-ชัยพล’ตะลุยป่าแก่งกระจาน

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

การอนุรักษ์ธรรมชาติและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพให้กับธรรมชาติไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่สามารถเริ่มต้นและเข้ามามีส่วนร่วมได้เหมือนกันหมด ด้วยเหตุนี้ “บริษัท บ้านปูจำกัด (มหาชน)” ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติที่มุ่งมั่น พัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน จึงจับมือกับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าสานต่อการสร้างสรรค์ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม “เพาเวอร์กรีน” ในรูปแบบพิเศษขึ้นภายใต้ธีม“Jungle Rumble-เสียงก้องจากป่าลึก” คัดเลือกเยาวชนจำนวน15 คน ไปตะลุยป่าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมพาแขกรับเชิญสุดพิเศษ “นิว-ชัยพล จูเลี่ยนพูพาร์ต” นักแสดงหนุ่มผู้หลงใหลในธรรมชาติและการเดินทาง ร่วมเปิดโลกการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพตลอดการเดินทาง

โดย นิว-ชัยพล ที่มีโอกาสได้เข้ามาร่วมเดินป่ากับน้องๆ เยาวชนในค่าย “เพาเวอร์กรีน” ด้วยบอกว่า “รู้สึกดีใจมากครับที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ปกติแล้วผมชอบการเดินป่าและชอบธรรมชาติเป็นพิเศษอยู่แล้ว ยิ่งค่ายครั้งนี้ได้ไปกับผู้เชี่ยวชาญทั้งอาจารย์จากมหิดล และพี่ๆ เจ้าหน้าที่จากแก่งกระจานที่มาคอยแนะนำ และพาไปทำกิจกรรมหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเดินป่าเรียนรู้พืชพรรณต่างๆ ที่พบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ผมได้ความรู้เยอะมากๆ และที่สำคัญได้เจอกับน้องๆ ทุกคนที่เก่งและมีใจที่อยากอนุรักษ์ธรรมชาติ มีใจที่รักในสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่าน้องๆ ทุกคนจะเป็นบุคลากร หรือต้องเรียกว่าเป็นทรัพยากรสำคัญที่จะช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกต่อไป และเชื่อว่าน้องๆ ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จะนำประสบการณ์เหล่านี้ไปดูแลและรักษาบ้านของเราต่อไปผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยดูแลจนกว่าจะทำไม่ไหว อยากฝากถึงทุกคนให้ช่วยกันรักษาธรรมชาติคนละเล็กละน้อย ผมเชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่าจะต้องทำอย่างไรที่จะเริ่มต้นอนุรักษ์ธรรมชาติ สุดท้ายอยากจะฝากว่า ธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญกับเรามากๆ ธรรมชาติไม่มีเรา เขาอยู่ได้ แต่ถ้าเราไม่มีเขา เราอยู่ไม่ได้ครับ”

‘ก้อย’ อัพเดทอาการป่วย ‘พี่ตูน’ พร้อมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ขณะเฝ้าที่โรงพยาบาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘ก้อย’อัพเดทอาการป่วย’พี่ตูน’ พร้อมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ขณะเฝ้าที่โรงพยาบาล (naewna.com)

'ก้อย'อัพเดทอาการป่วย'พี่ตูน' พร้อมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ขณะเฝ้าที่โรงพยาบาล

‘ก้อย’อัพเดทอาการป่วย’พี่ตูน’ พร้อมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ขณะเฝ้าที่โรงพยาบาล

วันเสาร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.43 น.

วันที่ 19 ธันวาคม 2563 จากกรณีตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม เข้าโรงพยาบาลเพราะมีปัญหาหมอนรองกระดูกต้นคอกดทับเส้นประสาท ทำให้แขนซ้ายมีอาการชา นิ้วมือซ้ายบังคับไม่ได้เป็นบางนิ้ว

ล่าสุด ก้อย-รัชวิน วงศ์วืริยะในฐานะภรรยา  ก็ได้ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี โดยล่าสุดสาวก้อยเองก็ได้โพสต์ข้อความว่า

 “ทุกๆ เช้าที่รพ.พระมงกุฏฯ คุณหมอผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านจะเข้ามาตรวจ มีทั้งคุณหมอศัลยกรรมกระดูก,ศัลยกรรมประสาท,อายุรกรรมประสาท,วิสัญญีแพทย์(ดูเรื่องระงับปวด),รังสีแพทย์ และคุณหมอเวชศาสตร์ฟื้นฟูมาช่วยดูเรื่องการกายภาพ

ก้อยมองภาพนี้แล้วรูสึกเหมือนพี่ตูนกำลังมีเหล่ายอดมนุษย์อเวนเจอร์มาคอยดูแลรักษา คุณหมอและพยาบาลทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และเท่าที่เทคโนโลยีในบ้านเราจะมี เพื่อช่วยให้พี่ตูนหายจากอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้เร็วที่สุด

ความยากของคุณหมอคือ เราไม่รู้เลยว่าอาการนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร เพราะมันเป็นอาการที่สะสมมาจากการใช้ร่างกายของพี่ตูนมาตลอดหลายปี ไม่ใช่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันเหมือนตอนที่หมอนรองกระดูกเคลื่อนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ขณะที่พี่ตูนเล่นคอนเสิร์ต…

ในตอนนั้น ก้อยมาเฝ้าพี่ตูนที่โรงพยาบาล พี่ตูนใส่เฝือกคอนอนอยู่บนเตียง แล้วก็เอ่ยปาก ขอก้อยเป็นแฟน… (เอิ่ม ต้องคนแบบไหนถึงมาขอเป็นแฟนตอนตัวเองใส่เฝือกที่คอ) แล้วหลังจากนั้นมา ทุกวันที่ 1 กันยายน จึงกลายเป็นวัน Anniversary ของเรา คิดภาพตอนนี้แล้วก็แอบขำ แต่ตอนนั้นขำไม่ออกเลย…

ใครจะไปคิดว่า 10 ปีผ่านไป เหตุการณ์คล้ายเดิมจะกลับมาอีกครั้ง ก้อยกลับมาเฝ้าพี่ตูนอีกครั้งในสถานภาพที่เปลี่ยนไป และความรู้สึกรับผิดชอบต่อคนที่ก้อยรักมากยิ่งขึ้น อยากดูแลเค้าให้ดีที่สุด ก้อยเลยถือโอกาสพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในช่วงที่อยู่รพ.นี้ ฝึกซ้อมการเป็นศรีภรรยาที่ดี เป็นแม่บ้านคอยจัดเตรียมอาหาร ปลอกส้ม (ผลไม้ที่พี่ตูนชอบ) เตือนให้ทานยาตรงเวลา ดูแลแขกที่มาเยี่ยม เล่นตลกให้สามีดู เพราะไม่อยากให้นางเครียด … ก้อยเองก็ไม่รู้ว่าต้องอยู่รพ.ไปอีกกี่วัน แต่ก้อยเชื่อว่าทุกคนกำลังพยายามทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด ทั้งคุณหมอ พยาบาล คนป่วย และคนเฝ้า แล้วอีกไม่นาน เราคงได้กลับบ้านด้วยกันนะ…รัก”

สพฐ.สั่งปิดโรงเรียน ให้ข้าราชการในสมุทรสาครทำงานที่บ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สพฐ.สั่งปิดโรงเรียน ให้ข้าราชการในสมุทรสาครทำงานที่บ้าน (naewna.com)

สพฐ.สั่งปิดโรงเรียน ให้ข้าราชการในสมุทรสาครทำงานที่บ้าน

สพฐ.สั่งปิดโรงเรียน ให้ข้าราชการในสมุทรสาครทำงานที่บ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 11.48 น.

สพฐ.สั่งปิดโรงเรียน ให้ข้าราชการในสมุทรสาครทำงานที่บ้าน

20 ธันวาคม 2563 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใน จ.สมุทรสาคร จำนวนกว่า 500 รายนั้น ขณะนี้ตนได้สั่งให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( สพฐ.) ในสมุทรสาคร ปิดการเรียนการสอนแล้ว รวมถึงสั่งการให้ข้าราชการที่อาศัยอยู่ใน จ.สมุทรสาคร ปฏิบัติงานที่บ้าน

“สพฐ.จะประเมินสถานการณ์ควบคู่ไปกับประกาศของทาง ศบค.อย่างใกล้ชิด และกำชับให้โรงเรียนทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ ศบค.อย่างเข้มงวด หากโรงเรียนใดพบว่านักเรียน ครู หรือบุคลากร มีความสุ่มเสี่ยง ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ สธ. กำหนดอย่างเคร่งครัด” นายอัมพร กล่าว