คุมตัวผู้ต้องหา ผิด ม.112 ส่งศาลเยาวชนฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คุมตัวผู้ต้องหา ผิด ม.112 ส่งศาลเยาวชนฯ (komchadluek.net)

คุมตัวผู้ต้องหา ผิด ม.112 ส่งศาลเยาวชนฯ

คุมตัวผู้ต้องหา ผิด ม.112 ส่งศาลเยาวชนฯ

17 ธันวาคม 2563 – 17:03 น.

ตร.สน.ยานนาวา คุมตัว 1ในผู้ต้องหาตามความผิด ม.112 ส่งศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ส่วนเยาวชนปลดแอกจากบุรีรัมย์ ได้รับการปล่อยตัว ด้านเจ้าตัว วอนให้ยกเลิก ม.112 เพราะถูกใช้เป็นเครื๋องมือกลั่นเเกล้งผู้เห็นต่าง 

หลังเยาวชน 2 ราย ที่แต่งกายด้วยชุดไทยสีชมพู และ แต่งกายด้วยเสื้อกล้าม เขียนข้อความบนตัว  ถูกแอดมินเพจเชียร์ลุง เเจ้งความดำเนินคดี และถูกแจ้งข้อหาตามมาตรา112 ฐานหมิ่น กษัตริย์ ราชีนี รัชทายาท เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนสน.ยานนาวา เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา

ล่าสุด ตำรวจได้นำตัวเยาวชนอายุ16ปี พร้อมด้วยทนายความสิทธิมนุษยชน ส่งไปยังศาลเยาวชนเเละครอบครัวกลาง ท่ามกลางกลุ่มWevo ที่มายืนล้อมรถ  เเต่สุดท้ายก็สามารถออกไปได้ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนเเรงเกิดขึ้น

ส่วนนางสาวจตุพร แซ่อึง หรือนิวส์ นั้น ตำรวจปล่อยตัวชั่วคราว หลังได้รับการปล่อยตัว นางสาวจตุพร ได้ขึ้นเวทีหน้า สน. เปิดเผยว่า แต่เดิมเป็นกลุ่มที่เคยเรียกร้องอยู่ในบุรีรัมย์ เป็นเเอดมินเพจบุรีรัมย์ปลดแอก และมาเข้าร่วมกับกลุ่ม Wevo เป็นการ์ดดูเเลความปลอดภัย เเต่จุดเปลี่ยนคือ เข้ามาร่วมการชุมนุม แต่งกายด้วยชุดไทย โดยไม่มีเจตนาดูหมิ่น ไม่เคยปราศรัย ไม่เคยกล่าวคำใดใด พร้อมอยากให้ยกเลิกกฎหมายมาตรา112 เพราะเป็นเครื่องมือในการกลั่นเเกล้งผู้เห็นต่าง 

“นายกฯ” ติดตามการแก้ปัญหา PM2.5 ห่วงใยกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุและเด็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“นายกฯ”ติดตามการแก้ปัญหา PM2.5 ห่วงใยกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุและเด็ก (komchadluek.net)

“นายกฯ”ติดตามการแก้ปัญหา PM2.5 ห่วงใยกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุและเด็ก

"นายกฯ"ติดตามการแก้ปัญหา PM2.5 ห่วงใยกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุและเด็ก

17 ธันวาคม 2563 – 16:51 น.

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามการแก้ปัญหา PM2.5 ห่วงใยกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุและเด็ก ให้ใส่หน้ากากป้องกัน PM2.5

วันนี้ (17 ธ.ค.63) เวลา 11.30 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ได้กล่าวถึงแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) (ฉบับปรับปรุง) ว่า การผลักดันแผนฟื้นฟูมีหลายอย่างที่ต้องดำเนินการทั้งเรื่องทุน รถ รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งเชื่อมั่นว่าทุกแผนถ้าทุกคนช่วยกันก็สามารถทำได้ แต่ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกันและขัดแย้งทุกแผนก็ไปไม่ได้ จึงขอให้ช่วยกันลดความขัดแย้งตรงนี้ไปให้ได้โดยยึดผลประโยชน์โดยรวมเป็นที่ตั้ง

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างใกล้ชิด โดยมีจะมาตรการเข้มในการดูแลในช่วงที่สภาพอากาศมีปัญหาซึ่งเชื่อว่าจากหลังนี้สภาพอากาศดีขึ้น แต่หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นก็ต้องไปพิจารณาหามาตรการที่เหมาะสม เช่น อาจจะให้มีการ work from home หรือให้เรียนหนังสือที่บ้านหรือไม่ โดยขณะนี้กำลังหารือเพื่อเร่งดำเนินการโดยเร็ว  พร้อมย้ำเตือนความห่วงใยไปยังกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจาก PM2.5 คือ ผู้สูงอายุและเด็ก ให้สวมใส่หน้ากากอยู่เสมอซึ่งจะช่วยป้องกัน PM2.5 ได้พอสมควร

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานของรัฐบาล ว่าขณะนี้สำนักนายกรัฐมนตรีกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้ดำเนินการแล้ว ซึ่งการดำเนินการทุกอย่าง รัฐบาลคำนึงถึงประชาชนต้องได้รับประโยชน์สูงสุดและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ประกอบการด้วย

“อานนท์ แสนน่าน” ปลุกวิญญาณนักสู้ ผกค. ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อานนท์ แสนน่าน”ปลุกวิญญาณนักสู้ ผกค.ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (komchadluek.net)

“อานนท์ แสนน่าน”ปลุกวิญญาณนักสู้ ผกค.ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

"อานนท์ แสนน่าน"ปลุกวิญญาณนักสู้ ผกค.ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

17 ธันวาคม 2563 – 16:17 น.

“อานนท์ แสนน่าน”ปลุกวิญญาณนักสู้ ผกค.ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์สุดทนพวกจาบจ้วงสนับสนุนใช้ 112 เร่งรัฐบาลยุติม็อบกบฎ

วันนี้(17 ธันวาคม 2563) เวลา 13.00.น. ณ  บริเวณวัดบ้านอ้อมแก้ว ต.ก้านเหลือง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน “รวมพลังอดีตสหาย ผกค.ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์” โดยมี นายศักดิ์ชาย พรหมโท ประธานกลุ่ม ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(ผรท.) พ.ท.พิสิษฐ์ ชาญเจริญ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย นายปิยะ ผูกจิต อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ประธาน ผรท.ภาคอีสานตอนใต้ และ นายโยธิน ลาถงินเฉลิม นางรังสิณี แก้วสมุทร นายสมปอง สมภารเพียง ซึ่งเป็นอดีตสหายและผู้นำกลุ่มสมาชิกอดีต ผกค. พร้อมด้วยสมาชิกแต่ละเขตงานจำนวนมากร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

"อานนท์ แสนน่าน"ปลุกวิญญาณนักสู้ ผกค.ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลจาบจ้วงต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีการโจมตีมาตรา112 ว่าเป็นกฎหมายที่มีปัญหา ปิดปากประชาชน ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งตนมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง และใช้โซเชียลมีเดียในการขยายความ ซึ่งในขณะนี้ประเทศต่างๆทุกประเทศก็มีกฎหมายให้ความคุ้มครองประมุข ถ้ามีการไปกระทำการที่จาบจ้วง  และยังมีกลุ่มบุคคลไปร้องเรียนองค์การสหประชาชาติ (UN) ให้สนับสนุนการยกเลิกมาตรา 112 ซึ่งถือเป็นการชักศึกเข้าบ้าน และมองว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้กำลังนำมาตรา 112 มาเล่นการเมือง เพื่อสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง เราจำเป็นต้องออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และสนับสนุนการใช้มาตรา 112

"อานนท์ แสนน่าน"ปลุกวิญญาณนักสู้ ผกค.ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

ทางด้าน นายศักดิ์ชาย พรหมโท ประธานกลุ่ม ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(ผรท.) เปิดเผยว่า ส่วนใหญ่สมาชิกที่มาร่วมกิจกรรมวันนี้จะเป็น “อดีตสหาย” สมาชิก “พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย” ที่เคยได้รับเงินสนับสนุนเยียวยาจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาตรา 112 มีสองมูลความผิด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และ อาฆาตมาดร้าย ซึ่ง สำหรับคนปกติคือคดีหมิ่นประมาทและคดีขู่ฆ่าเอาชีวิต ในเมื่อคนธรรมดาสามัญ กฎหมายก็ยังต้องคุ้มครองหากมีมูลฐานความผิดเดียวกัน แล้วทำไมองค์พระประมุข ผู้ทรงเป็นรัฎฐาธิปัตย์ สำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ กฎหมายจะไม่คุ้มครอง มีนักการเมืองที่มีความคิดล้มเจ้า เข้าไปร่วมการชุมนุมและสนับสนุนเงินทุนแก่แกนนำปลดแอก ตัวเองก็ยังฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทได้ แล้วเหตุไฉน จะยกเลิกมาตรา 112 จะให้พระเจ้าแผ่นดินได้รับความคุ้มครองน้อยกว่าตนเองจะได้รังแกพระเจ้าแผ่นดินได้ตามอำเภอใจเช่นนั้นหรือ

"อานนท์ แสนน่าน"ปลุกวิญญาณนักสู้ ผกค.ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

ผู้นำอดีตสหาย ผกค.พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มักเกิดจากการใช้ข้อความอันเป็นเท็จ โกหก ใส่ร้ายป้ายสี แทบทั้งสิ้น ไม่ได้นำความจริงมาพูดอย่างตรงไปตรงมา การแอบอ้างว่าให้ยกเลิกมาตรา 112 แล้วจึงจะพูดหรือวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่เป็นจริง เพราะคนที่จ้องจะใส่ร้ายสถาบัน โพนทะนา โฆษณา ทำสงครามไซเบอร์ล้มเจ้าไม่หยุดหย่อน พวกที่เรียกร้องเรื่องให้ยกเลิกมาตรา 112 นี้ล้วนแต่ปากว่าตาขยิบ มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะตนเองกระทำผิดมาตรา 112 หรือสนับสนุนผู้คิดล้มเจ้า แต่กลับมาเรียกร้องให้ยกเลิก มาตรา 112 คนมีผลประโยชน์ทับซ้อนเช่นนี้ น้ำหนักคำพูดไม่มีเลย ทำเพื่อให้ตัวเองรอด หรือทำเพื่อให้พวกตัวเองรอด ไม่ได้กระทำโดยบริสุทธิ์ใจ อย่าให้น้ำหนักให้มากนัก หากมิได้หมิ่นประมาทหรืออาฆาตมาดร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ จะต้องเดือดร้อน กินปูนร้อนท้องไปทำไมเล่า การบังคับใช้มาตรา 112 ส่งผลดีต่อสังคมมากกว่าผลเสีย ในปัจจุบันที่เห็นชัดเจนก็พบว่ามีการกระทำความผิดชัดแจ้ง ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งไม่เป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายแต่อย่างใดเลย พวกเราชาว ผรท.อดีตสหาย ผกค.เก่าขอสนับสนุน การบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และต่อต้านการยกเลิกใช้กฎหมายดังกล่าว

"อานนท์ แสนน่าน"ปลุกวิญญาณนักสู้ ผกค.ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
"อานนท์ แสนน่าน"ปลุกวิญญาณนักสู้ ผกค.ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

“กลุ่มไทยภักดี” ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กท.ดีอีเอส เป็นเจ้าภาพเสนอสภา แก้ไข กม.สื่อโซเชียล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“กลุ่มไทยภักดี” ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กท.ดีอีเอส เป็นเจ้าภาพเสนอสภา แก้ไข กม.สื่อโซเชียล (komchadluek.net)

“กลุ่มไทยภักดี” ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กท.ดีอีเอส เป็นเจ้าภาพเสนอสภา แก้ไข กม.สื่อโซเชียล

"กลุ่มไทยภักดี" ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กท.ดีอีเอส เป็นเจ้าภาพเสนอสภา แก้ไข กม.สื่อโซเชียล

17 ธันวาคม 2563 – 15:20 น.

“กลุ่มไทยภักดี” ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กท.ดีอีเอส เป็นเจ้าภาพเสนอสภา แก้ไข กม.สื่อโซเชียล

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ธ.ค. 63 ที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส ) อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กลุ่มไทยภักดี จำนวน 10 คน นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เดินทางมาที่เพื่อยื่นหนังสือถึง รมว.ดีอีเอส เรียกร้องให้เร่งปฏิรูปแผนการใช้โซเซียลมีเดียที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นภัยคุกคามต่อสถาบันฯ โดยมีนายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้รับแทน 

"กลุ่มไทยภักดี" ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กท.ดีอีเอส เป็นเจ้าภาพเสนอสภา แก้ไข กม.สื่อโซเชียล

นพ.วรงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันสื่อโซเชียล ถือว่าเป็นอาวุธสมัยใหม่ เพราะมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก และเกิดกระแสของผู้ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ที่คิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยสร้างเพจปลอมและใช้สื่อให้กระแสข้อมูลเท็จ และชี้นำประชาชน ซึ่งเป็นภัยต่อสถาบันฯ จึงขอให้กระทรวงดิจิทัล เร่งจัดการหาแนวทางปฏิรูประบบสื่อโซเชียล ทั้งในไทยเเละจาก ตปท. โดยขอให้กระทรวง ดีอีเอส เป็นเจ้าภาพเสนอเรื่องต่อสภา เพื่อสร้างกติกากลางของกฏหมายออนไลน์ ในประเทศไทย ทั้งนี้กลุ่มฯ จะมาติดตามผลใน 30 วัน หากไม่คืบหน้าจะมีการระดับการเคลื่อนไหวมากกว่านี้

"กลุ่มไทยภักดี" ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กท.ดีอีเอส เป็นเจ้าภาพเสนอสภา แก้ไข กม.สื่อโซเชียล

นายภุชพงค์ รองปลัดกระทรวงฯ ได้กล่าวถึงการแก้ปัญหา การปิดกั้นที่ผ่านมา ทางกระทรวงการดำเนินการปิดกั้นปัญหาที่ส่งผกระทบใน เรี่องความมั่นคง และ สถาบันฯ โดยเป็นครั้งแรกที่ มีการให้แจ้งความเอาผิด แพลทฟอร์ม ทางโซเชียลมีเดีย อาทิ facebook youtube twitter โดยมีการแจ้งข้อมูลที่มีปัญหาไปในหลายรอบ  จากนั้นจะเป็นการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ / ณ ปัจจุบัน ฟ้องไปแต่บางส่วนยังไม่มีการปิดกั้น ซึ่งไม่สามารถกระทำเหมีอนต่างประเทศได้ในการปิดทั้งระบบ เพราะกระทบในหลายส่วน อาทิ การประกอบธุรกิจผ่านสื่อโซเชียสเป็นต้น  ที่ผ่านมามีการเชิญส่วนต่างๆมาพูดคุย และ ที่ผ่านมามีกานเปิดเสรีไปมากแล้ว ในการพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้โซเชียลทั้งหมด  โดยการปิดกั้นเป็นของกระทรวงฯ ในส่วนการจับกุม ดำเนินคดีเป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจากนี้ทางกระทรวงฯจะมีการใช้คำสั่งศาลเป็นตัวบังคับฯ

"กลุ่มไทยภักดี" ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กท.ดีอีเอส เป็นเจ้าภาพเสนอสภา แก้ไข กม.สื่อโซเชียล

ส่วนประเด็นกระแสที่ประชาชนทั่วไปเข้าแจ้งความดำเนินคดีมาตรา 112 กับกลุ่มคณะราษฎร นั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นหน้าที่ของพลเมืองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50 นั้นคือทุกคนจะต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะทุกคนสามารถทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งหากผู้ถูกแจ้งความเป็นเยาวชนก็มีเงื่อนไขกฎเกณฑ์ในการเอาผิดตามกฎหมาย ไม่เห็นต้องกังวลอะไร ทั้งนี้ตนอยากให้มองถึงความบริสุทธิ์ใจในการปฏิรูปสถาบันซึ่งหากกลุ่มน้องๆ เยาวชนมีความจริงจัง จริงใจ จริง ทำไมพฤติกรรม วาจาที่หยาบคาย สวนทางกับคำว่าปฏิรูป

"กลุ่มไทยภักดี" ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กท.ดีอีเอส เป็นเจ้าภาพเสนอสภา แก้ไข กม.สื่อโซเชียล

“สิระ” ประสบความสำเร็จ ศาลปกครองตัดสินเพิกถอนเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. “เดอะพีค เรสซิเดนซ์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“สิระ”ประสบความสำเร็จ ศาลปกครองตัดสินเพิกถอนเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. “เดอะพีค เรสซิเดนซ์” (komchadluek.net)

“สิระ”ประสบความสำเร็จ ศาลปกครองตัดสินเพิกถอนเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. “เดอะพีค เรสซิเดนซ์”

"สิระ"ประสบความสำเร็จ ศาลปกครองตัดสินเพิกถอนเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. "เดอะพีค เรสซิเดนซ์"

17 ธันวาคม 2563 – 14:50 น.

“สิระ เจนจาคะ”ประสบความสำเร็จ ศาลปกครองสูงสุดตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น ปม”เดอะพีค เรสซิเดนที”ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก.

วันที่17 ธ.ค.2563 ศาลปกครองสูงสุด จ.นครศรีธรรมราช ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น กรณี “เดอะพีค เรสซิเดนซ์” สร้างคอนโดฯ พักอาศัยบนเนินเขา ต.กะรน จ.ภูเก็ต โดยศาลปกครองชั้นต้นตัดสินว่าที่ดินแปลงที่ก่อสร้างเดอะพีค เรสซิเดนท์ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. 

ต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นสืบเนื่องมาจากการที่ สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ได้รับเรื่องร้องเรียน เรื่องการสร้างคอนโคบนเนินเขาลาดชัน นายสิระจึงลงพื้นที่ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ทำการตรวจสอบพื้นที่การก่อสร้างโครงการเดอะพีค เรสซิเดนซ์ โดยบริษัทกะตะบีช จำกัด ที่ได้ยื่นคำขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยจำนวนหลายอาคาร ที่เชื่อว่าการได้รับเอกสารสิทธิ์น่าจะไม่ชอบ จนทำให้เทศบาลกะรน สั่งชะลอการก่อสร้างระหว่างตรวจสอบและรอศาลปกครองสูงสุดตัดสิน ก่อนหน้านี้ศาลปกครองชั้นต้นตัดสินแล้วว่าเอกสารสิทธิได้มาโดยมิชอบ ให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ มีการยื่นอุทธรณ์ ใบอนุญาตก่อสร้างก็ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะขออนุญาตเป็นสร้างคอนโดฯ ที่พักอาศัย ซึ่งกฎหมายให้ใช้โฉนด ไม่ใช่ น.ส.3 ก. แต่เอกสารสิทธิที่มีเป็น น.ส.3

และเกิดการปะทะคารมกับ รองผู้กำกับฯ สภ.กะรน จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องอารักขานายสิระและคณะ เพราะมาทำงานเพื่อชาติบ้าน และนายสิระบอกว่า เขาโดนขู่ฆ่าด้วย แต่กลับมาเจอตำรวจนั่งทานกาแฟอยู่ที่สำนักงานขายของเดอะพีค จนเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตกับวลี “สิระกร่าง” 

นายสิระ เจนจาคะ ได้เดินทางฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง และกล่าวยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบคนทำผิดต่อไป รวมถึงเทศบาลกะรนด้วยที่เป็นคนออกใบอนุญาตก่อสร้าง และคนที่ออกเอกสารสิทธิให้กับเดอะพีค โดยในเร็วๆ นึ้จะเดินทางตรวจสอบที่ภูเก็ตอีกครั้ง และจะลงไปตรวจที่ดินบนเกาะสมุยต่อ

“ดีใจกับการตัดสินของศาลปกครองวันนี้ เพราะถือว่าเป็นการเรียกร้องผืนแผ่นดินกลับคืนสู่ประเทศได้สำเร็จ และอย่างที่บอกว่าเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.พื้นที่ใด หากได้รับการร้องเรียนก็สามารถทำหน้าที่ได้ ผลการตัดสินวันนี้ก็เป็นเครื่องชี้ชัดแล้ว” นายสิระกล่าว

28 Myanmar returnees released from quarantine with a party #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

28 Myanmar returnees released from quarantine with a party (nationthailand.com)

28 Myanmar returnees released from quarantine with a party

NationalDec 17. 2020

By The Nation

Twenty-eight Thais who returned from Myanmar completed their 14-day quarantine on Thursday and were released in a ceremony at Chiang Rai’s Wiang Indra Riverside Resort.

Provincial governor Prajon Prachsakul was also present at the celebration.

The 13 men, including Buddhist monks, and 15 women returned to Thailand on December 2 and underwent Covid-19 screen three times. They all tested negative.

Prajon said more people are asking to return to Thailand and are waiting for the process of local quarantine.

Shot of Bangkok pro-democracy protest among Time’s top photos of 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Shot of Bangkok pro-democracy protest among Time’s top photos of 2020 (nationthailand.com)

Shot of Bangkok pro-democracy protest among Time’s top photos of 2020

NationalDec 17. 2020

By The Nation

An image of pro-democracy demonstrators gathered at Bangkok’s Kaset intersection near Kasetsart University in October has been chosen as one of Time magazine’s top 100 photos of 2020.

The photo was taken by Sakchai Lalit of the Associated Press on October 19.

It shows a crowd of thousands flashing three-finger salutes of defiance against the Prayut government at the Kaset intersection in Bang Khen district.

Time chose the image among 100 photos that defined the year 2020. Others included shots of a Covid-19 victim hugging a doctor, bush fires raging in the US and Australia, the Black Lives Matter protest, and the deadly chemical explosion in Beirut.

Yanhee insists its water is loaded with Vitamin C #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Yanhee insists its water is loaded with Vitamin C (nationthailand.com)

Yanhee insists its water is loaded with Vitamin C

NationalDec 17. 2020

By THE NATION

Despite failing a test conducted by the Foundation for Consumers (FFC), Yanhee Vitamin Water issued a statement on Wednesday insisting its bottled water really carries Vitamin C.

Last week, FFC published the results of a test it conducted on 47 brands of so-called vitamin-laced water, and found no Vitamin C in eight brands, including the Yanhee Vitamin C Water.

The company, however, insists there is Vitamin C in its product, adding that vitamins tend to vanish in reaction to oxygen, as well as heat, light and humidity.

It also said that it plans to provide training to vendors on how best to store vitamin-laced water, so it doesn’t lose its goodness.

“DOW” partners with Japanese expert “Toyokoh” to launch the first eco-friendly sprayed insulation for roof in Thailand #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

“DOW” partners with Japanese expert “Toyokoh” to launch the first eco-friendly sprayed insulation for roof in Thailand (nationthailand.com)

“DOW” partners with Japanese expert “Toyokoh” to launch the first eco-friendly sprayed insulation for roof in Thailand

Dec 17. 2020

Bangkok – 14 December 2020 – Dow Thailand Group (Dow), a global leader in materials science, partners with Japanese roofing expert company, “Toyokoh”, to launch “Sosei”, an innovative environmental-friendly roof insulation system that is designed to withstand the humid climate in Thailand and ASEAN region. The product is catered towards factories, hospitals, and schools that aim to preserve energy in their buildings without harming the environment.

The innovative “Sosei” roof is a three-layer sprayed insulation form created from Dow’s VORACOR™ Polyurethane foam and Dow’s HYPERLAST™ elastomer, followed by a coating from Nippon Paint. They are directly sprayed on the roof tiles to create a seamless insulation which can effectively protect from the heat, save energy used to cool buildings, and prevent water leakage from the roof. It also lowers unwanted noise and strengthens the roof, thanks to Japan’s experience of facing violent storms frequently. Another unique advantage is that it can be sprayed from the outside without affecting indoor activities. Therefore, the solution is very suitable for roof maintenance of buildings with continuous activities such as factories, hospitals, and warehouses. Unlike other foaming methods, it does not cause Ozone depletion.

Three layers of insulation are sprayed on top of the roof tiles. 

Japanese workers are spraying Toyokoh’s environmental-friendly roof insulation.

“Dow places high importance on the environment, and one of our sustainability goals is to protect the climate. We strive to develop innovations in response to the demands of green buildings that save energy and prevent heat by designing a durable material to fit Thailand’s climate with the least Greenhouse gases emission during construction. The innovation also saves transportation resources and can be installed quickly and seamlessly in a spraying format. We are solving building’s heat and global warming at the same time,” said Mr. Chatchai Luanpolcharoenchai, President of Dow Thailand.

In Thailand and South East Asia, the commonly-used blowing agents for Polyurethane foam are Hydrochlorofluorocarbons–HCFC and Hydrofluorocarbon –HFC, known to cause global warming by damaging the ozone in the atmosphere. The innovative “Sosei” roof insulation is different as it utilizes “Hydrofluoro-Olefin” or HFO to create the foam structure in an environmentally-safe way. The HFO has an Ozone Depleting Potential of zero and a Global Warming Potential of less than 1, which is 99% less than using the typical HCFC or HFC as blowing agents.

“The “Sosei” roof insulation, which uses Dow’s cutting-edge technology, is eco-friendly and very effective in protecting against heat. Comparing to a normal roof, the temperature under the Sosei roof is approximately 10 degrees Celsius lower. Designed to withstand the humidity climate and being shock-proof and water-proof, it can also lower the impact of natural disasters towards the roof structure, including damages caused by storms and earthquakes, with a 10-year water-proof guarantee. We are proud that Toyokoh is Dow’s first authorized partner to implement this innovation in South East Asia, and we are ready to provide services in Thailand,” said Mr. Kazuaki Toyosawa of Toyokoh. 

More information about the Sosei eco-friendly insulation roofing system could be found at www.toyokoh.co.th

MEA returns over Bt6 billion of electricity deposits #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

MEA returns over Bt6 billion of electricity deposits (nationthailand.com)

MEA returns over Bt6 billion of electricity deposits

Dec 17. 2020

By THE NATION

More than Bt6 billion of electricity deposits have been returned to over 2 million users in Bangkok, Nonthaburi and Samut Prakan by the Metropolitan Electricity Authority (MEA).

The MEA announced on Wednesday that as of December 8, Bt6.067 billion had been transferred to more than 226,700 electricity users in metropolitan areas who have registered to receive their deposits back.

The campaign, which has been running since March 25, is part of the MEA’s effort to follow government policy in alleviating people’s financial burden in this Covid-19 situation.

“Users can track the progress of their deposit returns on the website https://measy.mea.or.th by inputting your ID card number and your 10-digit registration code,” it said. “Those who still have not received their deposit can please contact MEA call centre 1130.

For further information, you can also visit the Facebook page @Metropolitan.Electricity.Authority, or Twitter @MEA_news, or Line: MEA Connect.”