ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ ‘อักษร เอ็ดดูเคชั่น’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ ‘อักษร เอ็ดดูเคชั่น’ (komchadluek.net)

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ ‘อักษร เอ็ดดูเคชั่น’

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ 'อักษร เอ็ดดูเคชั่น'

15 ธันวาคม 2563 – 13:55 น.

“อักษร เอ็ดดูเคชั่น” จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมเด็กไทยเขียนโปรแกรม กับโครงการ “Hour of code: ชั่วโมงโค้ดสนุก”

เร็ว ๆ นี้ นายมนตรี เพิ่มพูนธนาลาภ รองกรรมการผู้อำนวยการสนับสนุนองค์กร บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) (แถวบน – คนที่ 3 จากซ้ายมือ) ผู้นำด้านนวัตกรรมทางการศึกษา และกระบวนการเรียนการสอนแบบครบวงจร จัดกิจกรรม “Hour of code: ชั่วโมงโค้ดสนุก”

จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมเด็กไทยเขียนโปรแกรม หนึ่งในกิจกรรมดี ๆ จาก Code.org เว็บไซต์ระดับโลกด้านการออกแบบและสร้างหลักสูตร Computing Science หรือ วิทยาการคำนวณจากสหรัฐอเมริกาให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดคฤหบดี

และเด็กในศูนย์สร้างโอกาสเด็กสะพานพระราม 8 โดยได้รับเกียรติจาก นางจิตรลดา ถนอมศักดิ์ รองผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาสังคม (แถวบน – คนที่ 4 จากซ้ายมือ) และ คุณเชาวลิต สาดสมัย (ครูเชาวน์) ครูอาสาประจำศูนย์สร้างโอกาสเด็กสะพานพระราม 8 (แถวบน คนที่ 8 จากซ้ายมือ) เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนวัดคฤหบดี (จันทรสถิตย์) เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ 'อักษร เอ็ดดูเคชั่น'

นศ. มทร.ธัญบุรี แนะสูตร ‘ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี’ ทำง่าย เห็นกำไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร ‘ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี’ ทำง่าย เห็นกำไร (komchadluek.net)

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร ‘ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี’ ทำง่าย เห็นกำไร

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร

15 ธันวาคม 2563 – 08:20 น.

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร ‘ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี’ ทำง่าย เห็นกำไร

ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี อีกหนึ่งเมนูแนะนำจากนักศึกษารายวิชานวัตกรรมเพื่อชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เลอลักษณ์ เสถียรรัตน์ อาจารย์ประจำวิชานวัตกรรมเพื่อชุมชน

“ฟาง” นางสาวธนิสร ทองแบบ “ตุ๊กตา” นางสาวภัทราพร ชัชวาล “เตย” นางสาวปราณปรียา แก่กล้า “วรรณ” นางสาวเบญจวรรณ คำเหลือ และ “เชียร์” นางสาวจิรัชญา สุทธกิจ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ ถ่ายทอดให้กับชุมชน นำต่อยอดสร้างรายได้

ผศ.ดร.เลอลักษณ์ เล่าว่า สืบเนื่องจากที่นักศึกษาลงพื้นที่เก็บข้อมูลในชุมชน พบว่าในพื้นที่มีหัวปลี และวัตถุดิบที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เดิมนักศึกษาจะทำน้ำพริกกากหมูจากหัวปลี“น้ำพริกกากหมูต้องใช้ส่วนผสมที่แห้งความชื้นต่ำเพื่อให้สามารถเก็บได้นาน

โดยต้องนำหัวปลีไปทำให้แห้งด้วยวิธีการอบแห้ง ทำให้หัวปลีเหนียวและแข็ง ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่เหมาะสมในการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในน้ำพริกกากหมู” จึงให้คำปรึกษากับนักศึกษาว่ามีสูตรการทำไส้อั่วจากงานวิจัยอยู่แล้ว สามารถนำมาปรับสูตรใช้ได้ ซึ่งคนไทยเป็นชาติเดียวที่นิยมรับประทานหัวปลี (ส่วนดอกของกล้วย)

สรรพคุณของหัวปลีมีมากมาย ยกตัวอย่าง เช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด และลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร อุดมไปด้วยแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูก และธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด ทางยาแพทย์แผนไทยหรือยาพื้นบ้าน ถือว่าหัวปลีเป็นอาหารบำรุงน้ำนมชั้นเลิศของสตรีที่ให้นมบุตร  

จึงแนะนำให้คุณแม่หลังคลอดรับประทานหัวปลีเพื่อกระตุ้น การหลั่งน้ำนมและช่วยบำรุงเลือด เมนูส่วนใหญ่ที่นำหัวปลีมาประกอบอาหาร เช่น ต้มกะทิหัวปลี แกงเลียงหัวปลี ยําหัวปลีกุ้งสด ทอดมันหัวปลี เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับหัวปลี ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลีจึงเป็นอีกเมนูทางเลือกที่สามารถทำได้ง่าย

โดยนำหัวปลีมาเป็นส่วนผสมช่วยลดปริมาณเนื้อสัตว์ซึ่งมักมีราคาแพง ส่วนผสมประกอบด้วย เนื้อหมูบด500กรัม หัวปลีสับละเอียด500กรัม ใบมะกรูดหั่นฝอย 10 ใบ ผักชีซอย2ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย2ช้อนโต๊ะ และไส้หมู ส่วนผสมเครื่องแกง พริกแห้ง 10 เม็ด ข่าหั่น1ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ หอมแดง10หัว กระเทียม 20 กลีบ กะปิ2ช้อนโต๊ะ เกลือ1ช้อนชา จากสูตรดังกล่าวได้ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี 1 กิโลกรัม

โดย“เตย”นางสาวปราณปรียา แก่กล้า เพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการทำไส้อั่วสมุนไพรหัวปลีว่า เริ่มจากการโขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด นำเนื้อหมูบด หัวปลีสับลงคลุกเคล้ากับเครื่องแกงที่โขลกไว้ ให้เข้ากัน ใส่ผักชี/ต้นหอม/ใบมะกรูดซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน

จากนั้นนำไส้หมูมาล้างให้สะอาด วิธีการล้าง ไส้หมูคือใส่น้ำลงในไส้ แล้วกลับด้านในออกมาด้านนอก จากนั้นนำไปแช่น้ำใส่เกลือ ประมาณ 10 นาที แล้วกลับด้านนอกออกเหมือนเดิม เมื่อได้ไส้หมูแล้วนำส่วนผสมที่คลุกเคล้าไว้เรียบร้อยแล้ว มากรอกใส่ไส้หมู

โดยใช้กรวยช่วยในการกรอกใส่ไส้ เมื่อกรอกไส้จนเต็มแล้ว มัดปากไส้ นำไส้อั่วที่ได้ มาย่างไฟอ่อน ๆ จนสุกเหลืองทั่ว ประมาณ 45 นาที ขณะที่นำไส้อั่วย่างไฟ ให้ใช้ไม้จิ้มเพื่อระบายอากาศไม่ให้ไส้แตก การย่างกับ ถ่านไม้ ไส้อั่วจะมีกลิ่นหอม“โจทย์ของเราคือการหาวัตถุดิบ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีมากในชุมชน เพื่อเป็นการช่วยเหลือชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากประสบปัญหาวัตถุดิบผลผลิตมีราคาถูกมาก โดยหัวปลีจำหน่ายได้เพียงหัวละ3 – 5บาท จึงอยากนำผลผลิตในชุมชนมาใช้ให้ได้มากที่สุด”

ผศ.ดร.เลอลักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับมุสลิมอาจจะดัดแปลงใช้เนื้อสัตว์ชนิดอื่น เช่น ไก่ โดยเลือกส่วนหน้าอก ซึ่งมีราคาจะถูกมากนำมาผสมมันไก่หรือหนังไก่ลงไป ส่วนไส้หมูก็ใช้ไส้เทียมทดแทน หรือถ้ากลุ่มแม่บ้านทำขายจำนวนมากๆ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว แนะนำให้ใช้ไส้เทียมแทนไส้หมู เพราะหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง

โดยราคาขายไส้อั่วสมุนไพรหัวปลีกิโลกรัมละ 300 บาท ทำง่าย สร้างกำไร และสร้างอาชีพให้กับชุมชนได้ ผู้สนใจสามารถนำสูตรไส้อั่วสมุนไพรหัวปลีไปทำขายเพื่อสร้างรายได้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 087-5181144

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร

ส่วนผสม

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร


เรื่องและภาพโดย ชลธิชา ศรีอุบล

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น (komchadluek.net)

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น

15 ธันวาคม 2563 – 07:50 น.

ภาพเป็นข่าว..”รศ.ดร.ศิโรจน์” ร่วมยินดี “นายศรุต เจริญรัตน์” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เข้ารับ “รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น”

เมื่อเร็วๆ นี้  รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) แสดงความยินดี กับ นายศรุต เจริญรัตน์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เนื่องในโอกาสเข้ารับรางวัลพระราชทาน “รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น” โครงการคัดเลือกนักเรียนนักศึกษาและสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ขนาด กลาง ประจำปีการศึกษา 2562

พร้อมด้วย รศ.พัชรี สวนแก้ว รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณาจารย์หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ เมื่อเร็วๆนี้ ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น

“ซีพีเอฟ” ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ซีพีเอฟ”ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน (komchadluek.net)

“ซีพีเอฟ”ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

"ซีพีเอฟ"ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

15 ธันวาคม 2563 – 16:35 น.

“ซีพีเอฟ”ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน มองโรคระบาดยังทำให้สุกรขาดตลาด ราคาปีหน้ายังยืนสูง

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” มองโครงสร้างอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต จะยั่งยืนได้ต้องมีการวิจัยและพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่บริหารต้นทุนให้ลดลง จากการสรรหาวัตถุดิบ การพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้มาซึ่งพันธุ์ที่แข็งแรง และการเลี้ยงสุกรที่ต้องมีมาตรฐานอาชีวอนามัยเพื่อป้องกันโรคระบาด นอกเหนือไปจากการมีฟาร์มและการจัดการการเลี้ยงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมแหล่งน้ำในการผลิตที่เพียงพอ 

"ซีพีเอฟ"ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ โรคระบาดในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ทั้งโรคเพิร์ส (PRRS) และโดยเฉพาะโรคแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร์ (ASF) ที่ทำให้การเลี้ยงสุกรในประเทศจีนและเวียดนามเสียหาย ส่งผลให้เกิดภาวะสุกรขาดตลาดอย่างมาก การพยายามกลับมาเลี้ยงใหม่ก็อาจจะยังประสบความเสียหายได้หากระบบการเลี้ยงไม่มีมาตรการป้องกันด้านชีวอนามัยที่เคร่งครัด ซีพีเอฟจึงมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนามาตรฐานการเลี้ยงที่มีมาตรฐานชีวอนามัยที่สูง ประกอบกับการพัฒนาพันธุ์สุกรให้แข็งแรง มีความต้านทานโรคสูงอย่างต่อเนื่อง

"ซีพีเอฟ"ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

นายประสิทธิ์ กล่าวว่า การที่โรค ASF ทำให้สุกรขาดตลาดในประเทศจีน เวียดนามและประเทศเพื่อนบ้านของไทยส่งผลให้มีการนำเข้าสุกรจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก และความต้องการยังมีมาต่อเนื่อง ทำให้ราคาสุกรในไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้ การจะเร่งเลี้ยงสุกรในหลายประเทศให้มีผลผลิตเท่าก่อนมีโรค ASF ในภูมิภาคนี้อาจใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 ปี และสุกรอาจไม่ใช่สินค้าโภคภัณฑ์พื้นฐานอีกต่อไป ความสามารถในการเลี้ยงให้ปลอดโรคและมีต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยหลักสำหรับความสำเร็จของธุรกิจสุกร จึงมองว่าในภูมิภาคนี้ราคาสุกรใน 1-2 ปีข้างหน้าจะยังคงอยู่ในระดับสูงจากภาวะสุกรขาดตลาด

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย (komchadluek.net)

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย

17 ธันวาคม 2563 – 13:00 น.

คอมมิวนิสต์ไทยยังอยู่ “สมยศ” ขบวนการตาสว่าง ต้นทางปฏิรูปสถาบัน ปลุกเร้าอุดมการณ์เดิม

++
แกนนำราษฎรอย่าง “เพนกวิน-อานนท์” ออกมาสยบข่าวความแตกแยกภายในกลุ่มแกนนำม็อบ 3 นิ้ว โดยเฉพาะเรื่องคอมมิวนิสต์ ว่า ไม่มีการปิดกั้นความคิดใดๆ ใครอยากเสนออะไรก็ได้    

ล่าสุด “เจ้าพ่อตาสว่าง” สมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้โพสต์ทางเฟซบุ๊ก Somyot Pruksakasemsuk ชวนคนไทย “มาเป็นคอมมิวนิสต์กันเถอะ” ตอนหนึ่ง สมยศได้กล่าวถึงคนหนุ่มสาวเมื่อ 50 ปีที่แล้ว

อ่านข่าว…  “สมยศ พฤกษาเกษมสุข”โพสต์ ชวนเป็นคอมมิวนิสต์

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย

สมยศ และหนังสือ ธง แจ่มศรี

“คนหนุ่มสาวทศวรรษ1970เคยมีความคิด ความเชื่อในอุดมการณ์คอมมิวนิสต์มาก่อน และก็พ่ายแพ้ไป จำนวนมากที่สิ้นหวังในอุดมการณ์นี้ได้กลายพันธ์เป็นสุนัขรับใช้พวกเผด็จการหรือไม่ก็เข้าไปทำงานให้กับกลุ่มทุนผูกขาดที่ตนเองเคยต่อต้านมาก่อน รวมไปถึงพวกอดีตทหารปลดแอก(ทปท.) ที่กลายเป็น ทปท.รอ.ไปเลย”     

จริงๆแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ยังดำรงอยู่ในทางจัดตั้ง แต่ไม่มี “กองกำลังติดอาวุธ” เหมือนในอดีต    

“สมยศ” ในช่วงขับเคลื่อนขบวนตาสว่าง ปี 2554-56 ก็คงได้สัมผัสกับชาวคอมมิวนิสต์ไทย ผู้มั่นคงในอุดมการณ์

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย

เลขาธิการ พคท.ให้สัมภาษณ์เอเชียวีค

++
พคท.ถูกกฎหมาย
++
เมื่อกลางปี 2561 นิตยสาร “เอเชียวีค” (ภาษาจีน) ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ “วิชัย ชูธรรม” เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)    

วิชัย ชูธรรม เป็นเลขาธิการพรรคฯ คนที่ 5 นับแต่ พคท. ก่อตั้งเมื่อ 1 ธันวาคม 2485 โดย“วิชัย”กล่าวกับเอเชียวีคว่า ทุกวันนี้ พรรคยังยืนหยัดในแนวทางปฏิวัติ ทำการต่อสู้ปฏิวัติให้สอดคล้องกับสภาพเป็นจริงของสังคมไทย    

คำว่า แนวทางปฏิวัติ มิได้หมายถึง การต่อสู้ด้วยอาวุธ หากแต่เป็นการเคลื่อนไหวทางสังคม ผลักดันให้มีการปราบปรามคอร์รัปชั่นโกงกิน พร้อมเรียกร้องให้ปฏิรูปสังคมด้านต่างๆ ให้ประชาชนมีที่ดินและสิทธิการทำกินบนที่ดินของตน     

นอกจากนี้ พรรคได้ร่วมผลักดันการเคลื่อนไหวต่อสู้ของประชาชนในการเรียกร้องสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบธรรมด้วยรูปแบบต่างๆ    

ถัดจากนั้นมาไม่นาน ปฐม ตันธิติ ได้ขอยื่นจดแจ้งชื่อ “พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย” (พคท.) ต่อ กกต. เตรียมนำพรรคจากใต้ดินสู่บนดิน    

อย่างไรก็ตาม กกต.ก็ไม่รับจดทะเบียน อ้างว่าขัดรัฐธรรมนูญ และผิดกฎหมายพรรคการเมืองชัดเจน  

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย

บทสัมภาษณ์ผู้นำ พคท.ในสื่อฮ่องกง

++
พคท.ของแท้
++
นับแต่มีรัฐประหาร 2549 ชาวคอมมิวนิสต์ไทย ก็แยกเป็น 2 สายคือ สายลุงดิน (ธง แจ่มศรี) กับสายลุงชิต (วินัย เพิ่มพูนทรัพย์)    

ปี 2553 ลุงธงตัดสินใจยื่นใบลาออกจากเลขาธิการพรรค องค์การนำเสียงข้างมากได้ตั้งคณะกรรมการกลางชุดเฉพาะกิจ และแต่งตั้ง “วิชัย ชูธรรม” เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ แทน ธง แจ่มศรี    

ปรากฏว่า กลุ่มธง แจ่มศรี ที่ไม่ยอมรับองค์การนำชุดวิชัย ชูธรรม โดยมองว่า กลุ่มลุงชิต ไม่มีจุดยืน ไปเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ กปปส.    

ปัจจุบัน สมาชิก พคท.สายลุงธง ได้มีการจัดตั้ง “องค์กรนำ” และเข้าร่วมการเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ     

สรุปว่า ชาวคอมมิวนิสต์ไทยยังดำรงอยู่ ไม่ได้ล่มสลายไปกับกองกำลังติดอาวุธในเขตป่าเขา 

ฤทธิ์เจ๊ “ตู่-เต้น” แยกขาดนปช.ล่มสลาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฤทธิ์เจ๊ “ตู่-เต้น”  แยกขาดนปช.ล่มสลาย (komchadluek.net)

ฤทธิ์เจ๊ “ตู่-เต้น”  แยกขาดนปช.ล่มสลาย

ฤทธิ์เจ๊ "ตู่-เต้น"  แยกขาดนปช.ล่มสลาย

17 ธันวาคม 2563 – 10:35 น.

ผลพวงระบอบเจ๊ นปช.แยกทางกันเดิน บ่งชี้อนาคต “ตู่-เต้น” บนเส้นขนาน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ในวันนี้ สมรภูมิเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ กลายเป็นเวที “แดงเดือด” ไปโดยปริยาย    

เริ่มจาก “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน นปช. พร้อมกับ ยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) ,พรศักดิ์ ศรีละมุล (หมูไม่กลัวน้ำร้อน), ธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ และศักดิ์ระพี พรหมชาติ (อดีตพราหมณ์ นปช.) ยกขบวนไปช่วยหาเสียงให้ บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่

อ่านข่าว…   อบจ.เป็นเหตุ “ตู่” ชน “เจ๊แดง”

ฤทธิ์เจ๊ "ตู่-เต้น"  แยกขาดนปช.ล่มสลาย

พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ แกนนำ นปช.สายเพื่อไทย

อีกเวทีหนึ่ง วรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ และพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สองแกนนำ นปช. (คนละสายกับตู่ จตุพร) ไปหาปราศรัยหาเสียงช่วย “สว.ก๊อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครนายกอบจ.เชียงใหม่     

มิเพียงเท่านั้น กลุ่มแดงก้าวหน้า 2563 นำโดย แป๊ะ บางสนาน หรือพิธาน ทรงกัมพล ได้เดินทางเยี่ยมกลุ่มคนเสื้อแดง อ.ฝาง อ.แม่อาย และ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่    

หัวข้อพูดคุยกันในกลุ่มเสื้อแดงคือ พวกเราเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ต้องช่วยพรรคเพื่อไทย      

กลุ่มที่ต้อนรับ “แป๊ะ บางสนาน” นำโดยวิชิต ตามูล หรือ ดาบชิต เสื้อแดง  ผู้ประสานงาน นปช. 17 จังหวัดภาคเหนือ และสว่าง วงค์วิลาส หรือลุงแก้ว เสื้อแดงฝาง ซึ่งแกนนำกลุ่มนี้ เพิ่งแถลงข่าวขับไล่จตุพรออกจากประธาน นปช.    

กลุ่มแดงก้าวหน้า 2563 ได้เข้าร่วมชุมนุมกับคณะราษฎรมาโดยตลอด และแสดงตัวเป็น “แนวร่วม” เดินเคียงข้างนักเรียน นักศึกษา พวกเขาจึงวิพากษ์บทบาทของจตุพรในช่วงหลังๆว่า เปลี่ยนจุดยืน ไม่ได้อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย

ฤทธิ์เจ๊ "ตู่-เต้น"  แยกขาดนปช.ล่มสลาย

เจ๋ง ดอกจิก แกนนำ นปช.สายตู่

++
ทิ้งประธาน นปช.
++
จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ผู้เปิดศึกรบกับ “ระบอบเจ๊” อย่างดุเดือด รู้ดีว่า หากบุญเลิศปราชัยในสนาม อบจ.เชียงใหม่ บรรดา “ติ่งเจ๊” จะต้องเปิดฉากไล่เขาออกจากตำแหน่งประธาน นปช.แน่นอน     

“ตู่ จตุพร” จึงได้อธิบายเรื่องตำแหน่งประธาน นปช.ว่า ตนไม่ติดยึดหัวโขน การได้อยู่กับประชาชน ทำให้ตนมีความสุขมากที่สุด เพราะสนามของตนอยู่ที่ถนน ดังนั้น ตนจึงไม่ได้อีนังขังขอบกับตำแหน่ง นปช.ที่มีแต่คุก แต่มีประโยชน์บ้างในการประสานให้หมู่มิตรที่อยู่ในคุกเท่านั้น    

ดูเหมือน “ตู่” จะรอ “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ออกมาจากเรือนจำ แล้วคงได้มีการพูดคุยเรื่องการปรับโครงสร้าง นปช. เพราะทุกวันนี้ พวกเขาก็แยกบ้านกันอยู่ เหมือนค่ายใครค่ายมัน 

ฤทธิ์เจ๊ "ตู่-เต้น"  แยกขาดนปช.ล่มสลาย

แดงก้าวหน้า รอขับไล่จตุพร

++
สายณัฐวุฒิ
++
ช่วงที่ “ตู่ จตุพร” ระเบิดเถิดเทิงกับการสาวไส้ “เจ๊” ในเวทีปราศรัยหาเสียงนายก อบจ.เชียงใหม่     

ก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. สายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้เตือนเพื่อนร่วมรบว่า การเปิดศึกทะเลาะกับ “เจ๊” เท่ากับทะเลาะกับทักษิณ ชินวัตร ,ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่แกนนำ นปช.ให้ความเคารพอย่างยิ่ง และทำงานร่วมกันมายาวนาน    

ในฐานะเพื่อนมิตร จึงขอร้องทั้งจตุพรและพรรคเพื่อไทย ยุติการตอบโต้กันไปมา ให้จบกันเพียงเท่านี้ ที่ออกหมัดกันไปแล้ว ก็ให้เจ๊ากันไป     

นปช.ปีกที่ใกล้ชิดณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อย่าง นพ.เหวง โตจิราการ และธิดา ถาวรเศรษฐ ก็ตกอยู่ในภาวะน้ำท่วมปาก 

“ดอน” ยัน 9 ส.ว.สหรัฐฯ ชงเรื่องละเมิดสิทธิในไทยแท้งแต่ต้น ไม่มีใครสนใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ดอน”ยัน 9 ส.ว.สหรัฐฯ ชงเรื่องละเมิดสิทธิในไทยแท้งแต่ต้น ไม่มีใครสนใจ (komchadluek.net)

“ดอน”ยัน 9 ส.ว.สหรัฐฯ ชงเรื่องละเมิดสิทธิในไทยแท้งแต่ต้น ไม่มีใครสนใจ

17 ธันวาคม 2563 – 19:46 น.

“ดอน”ยัน ส.ว.สหรัฐฯ ชงเรื่องละเมิดสิทธิในไทยแท้งแต่ต้น ไม่มีใครสนใจ เพราะไม่จริงทั้งหมด แฉมีหลักฐานล็อบบี้จากภายนอก

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามสด ที่นายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ถามนายกรัฐมนตรีที่มีข้อสงสัยต่อเหตุการณ์บ้านเมืองและเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาตอบแทน

นายชลน่าน กล่าวว่าเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม สว. สหรัฐ 9 คนเรียกร้องต่อรัฐสภาไทย เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และจะเสนอให้วุฒิสภาสหรัฐมีมติสนับสนุนการใช้สิทธิการชุมนุมทางการเมืองในประเทศไทย ขณะเดียวกันสหภาพยุโรปได้ผ่านกฎหมายสั่งคว่ำบาตรผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ชื่อ “กฎหมายแม็กนิตสกี” จึงไม่อยากให้การตัดสินใจของคนคนเดียวในรัฐบาลทำให้เสียหายทั้งราชอาณาจักร จึงอยากถามว่าทราบหรือไม่ว่าสาระสำคัญของข้อมติส.ว ที่จะเรียกร้องต่อวุฒิสภาสหรัฐ และข้อกฎหมายที่มีอยู่จะออกมีสาระสำคัญอย่างไร และข้ออ้างมีการพูดถึง การเข้าไปยึดอำนาจ เป็นที่มาของข้อเสนอ 5 ข้ออยากทราบว่า เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ และข้อเสนอเหล่านั้นถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทยหรือไม่ และจะส่งผลกระทบ ต่อประเทศอย่างไรและใครต้องรับผิดชอบบ้าง

"ดอน"ยัน 9 ส.ว.สหรัฐฯ ชงเรื่องละเมิดสิทธิในไทยแท้งแต่ต้น ไม่มีใครสนใจ

ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าในสหรัฐ ไม่ได้มีใครสนใจ และไม่ถือเป็นปัญหา  แต่ในส่วนของไทยได้ตรวจสอบเรื่องนี้ทันที  และจากการตรวจสอบ พบว่าร่างนี้จะตกไปก่อนที่จะนำเสนอ แต่ได้ตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของข้อเสนอดังกล่าว มีข้อสมมติฐานอยู่ 2 ประการ คือมีการแลกผลประโยชน์กัน ของผู้ที่สนใจ และมาจากการล็อบบี้ของคนข้างนอกซึ่งจากการตรวจสอบพบหลักฐานมากมาย  

"ดอน"ยัน 9 ส.ว.สหรัฐฯ ชงเรื่องละเมิดสิทธิในไทยแท้งแต่ต้น ไม่มีใครสนใจ

“เราพอจะทราบเป็นนัยๆแต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทางสถานทูต ได้ตรวจสอบท่าที ซึ่ง ไม่มีผลในการบังคับใช้ใดๆ แต่เรื่องนี้ในประเทศไทยถูกกระพรือเป็นพิเศษด้วยหลายสาเหตุ และสหรัฐมีเรื่องอื่นหลายเรื่อง ในสภาดังนั้นพรุ่งนี้ไม่ได้อยู่ในความสนใจ แต่เราก็พยายามมีท่าที โดยเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมได้มีหนังสือ 9 ฉบับเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น  และความสัมพันธ์ของไทยกับสหรัฐ  เพราะสิ่งที่ปรากฏในร่าง ไม่ใช่ข้อความที่เป็นจริงทั้งหมด และสิ่งที่ออกมา ไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของสหรัฐ”นายดอน กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวด้วยว่ากระทรวงการต่างประเทศ ได้สอบถามทางสถานทูตอเมริกันในประเทศไทย ก็ได้คำตอบเดียวกัน ทราบดีว่าไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ แต่กลับชื่นชมที่สถานการณ์การประท้วงเป็นไปด้วยความสงบ และชื่นชม รัฐบาลไทยที่สามารถดูแลให้เกิดความเรียบร้อย

และถือเป็นเรื่องปกติที่กระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศย่อมมีปัญหาและเชื่อว่า ไทยจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ทางการเมืองได้ในที่สุด

จึงตอบคำถามได้ว่าไม่มีการแทรกแซงภายในของไทยจากสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ตระหนักดีถึงความห่วงใย และยังติดตามต่อไป ถึงที่มาของข้อมติดังกล่าว ซึ่งได้กลิ่นของการล็อบบี้และขอให้”ใจร่มๆ”รับมือกับท่าทีของปฏิกิริยาต่างๆที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้โฆษกกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงกรณีของสหรัฐหลายโอกาสแล้ว ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจ หรือมองข้าม และมีท่าทีอย่างเหมาะสมไม่ใช่”มวยวัด”ที่จะต้องโต้ตอบทันทีเพราะจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในอนาคต

ศาลเยาวชนครอบครัวกลางฯปล่อยชั่วคราว เยาวชนโดนเเจ้งคดี ม.112 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาลเยาวชนครอบครัวกลางฯปล่อยชั่วคราว เยาวชนโดนเเจ้งคดี ม.112 (komchadluek.net)

ศาลเยาวชนครอบครัวกลางฯปล่อยชั่วคราว เยาวชนโดนเเจ้งคดี ม.112 

ศาลเยาวชนครอบครัวกลางฯปล่อยชั่วคราว เยาวชนโดนเเจ้งคดี ม.112 

17 ธันวาคม 2563 – 18:26 น.

ศาลเยาวชนครอบครัวกลางฯอนุญาตปล่อยชั่วคราว เยาวชนโดนเเจ้งคดี ม. 112  หลัง “อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ” ส.ส.พรรคก้าวไกล ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ที่ศาลเยาวชนเเละครอบครัวกลาง ถ.กำเเพงเพชร พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา นำเยาวชนไทยอายุ 16 ปีเศษผู้ต้องหาความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์พระราชินี,ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมมั่วสุมกันในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค,ร่วมกันกระทำการหรือดำเนินการใด ๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป,ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ,ร่วมกันชุมนุมสาธารณะที่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะอันเป็นที่ชุมนุมหรือทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนเกินพึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันสมควรขัดขวางหรือทำการใด ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะในการคุ้มครองความสะดวกของประชาชนในการใช้ที่สาธารณะและการดูแลการชุมนุมสาธารณะนั้น,ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ,ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

จากกรณีชุมนุมช่วงเย็นถึงกลางคืนวันที่ 29 ต.ค.ที่หน้าวัดพระเเม่อุมาเทวี(วัดเเขก) สีลม มายื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาตรวจสอบการจับกุมเเละมีคำสั่งตามมาตรา 71  พรบ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ประกอบป.อาญามาตรา143 (หมายควบคุมตัว)

โดยผู้ต้องหาได้ยื่นคัดค้านการขอออกหมายคุมตัวของพนักงานสอบสวนพร้อมขอให้ศาลไต่สวนพนักงานสอบสวน โดยอ้างเหตสรุปว่าไม่มีเหตุที่จะคุมตัวเนื่องจากผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เเละผู้ต้องหายังศึกษาอยู่ที่สถานศึกษาตามปกติและมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอนและไม่มีพฤติการณ์หลบหนี แต่ประการใดจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องออกหมายควบคุมหรือหมายขังผู้ต้องหาไว้

 ทั้งคดีนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหาจนเสร็จแล้วรวมทั้งได้ทำการสอบประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือไว้ด้วยแล้วการสอบสวนคดีในส่วนที่เหลือและการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆตามที่พนักงานสอบสวนกล่าวอ้างในคำร้องขอศาลออกหมายควบคุมฯ นั้นล้วนเป็นเรื่องการดำเนินการของพนักงานสอบสวนกับบุคคลอื่นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาพนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการไปได้โดยไม่ต้องมีตัวของผู้ต้องหาแต่อย่างใด หากผู้ต้องหาต้องอยู่ในความควบคุมระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวนย่อมจะเป็นการควบคุมตัวที่เกินจำเป็น

 นอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้วยังสร้างภาระเกินจำเป็นกับผู้ต้องหากระทบต่อสิทธิเสรีภาพและโอกาสในการต่อสู้คดีของผู้ต้องหาเป็นอย่างมาก

 ประการสำคัญเป็นการกระทบกระเทือนต่อจิตใจของผู้ต้องหาซึ่งเป็นเพียงเยาวชนอย่างรุนแรงโดยไม่จำเป็นและเป็นการกระทบต่อสวัสดิภาพและอนาคตของผู้ต้องหา

ผู้ต้องหาขอเรียนต่อศาลว่าเสรีภาพในการแสดงออกหรือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นถือเป็นองค์ประกอบหลักของประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยซึ่งนอกจากจะเป็นสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศคือปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนสากลและกติกาสากลว่าสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองแล้ว

ในประเทศไทยเสรีภาพในการแสดงออกหรือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญอันถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญการดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหาขัดกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองมากที่สุดในโลกได้รับรองสิทธิในการมีส่วนร่วมของเด็กเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งรวมถึงการชุมนุมอย่างสันติ

ทั้งนี้ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กในพ.ศ.2532โดยให้คำมั่นว่าจะดำเนินการเพื่อให้เด็ก ๆ ได้เข้าถึงสิทธิที่พวกเขาพึงมีซึ่งรวมถึงสิทธิในการมีส่วนร่วมและการแสดงความคิดเห็นอย่างสันติโดยได้รับการรับฟังทั้งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กเขียนไว้ชัดเจนว่ารัฐมีหน้าที่ต้องปกป้องสิทธิเด็ก
เเละข้อ3 ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กฯ ว่าการกระทำหรือการดำเนินการทั้งหลายต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นอันดับแรกและข้อ13 รัฐต้องให้ความคุ้มครองต่อสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของเด็กดังนั้นแล้วเยาวชนจึงสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างสันติโดยได้รับการรับฟังดังกล่าวนี้ได้และลำพังการใช้สิทธิเสรีภาพดังกล่าวก็มิใช่การกระทำความผิดในตัวเองที่เห็นได้ชัดอย่างกรณีความผิดฆ่าคนตาย หากแต่เป็นสิ่งที่กฎหมายรับรองคุ้มครองไว้ให้ทำได้

ด้วยเหตุผลตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังที่ได้เรียนต่อศาลข้างต้นผู้ต้องหาจึงขอศาลได้โปรดคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนมีคำสั่งยกคำร้องขอศาลออกหมายควบคุมหรือหมายขังของพนักงานสอบสวนและปล่อยตัวผู้ต้องหาไปและมีคำสั่งคุ้มครองไม่กำหนดเงื่อนไขอื่นใดที่จะกระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนเกินสมควร 

โดยศาลพิเคราะห์คำร้องของพนักงานสอบสวนให้ศาลพิจารณาตรวจสอบการจับกุมเเละมีคำสั่งออกหมายควบคุมตัวพร้อมคำคัดค้านเเล้ว เห็นว่าคำคัดค้านการควบคุมตัวของตำรวจกรณีเป็นกระบวนพิจารณาชั้นตรวจสอบการจับกุมซึ่งดำเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมาย จึงไม่มีเหตุที่จะต้องดำเนินการ(ไต่สวน)ตามร้องคัดค้าน

โดยหลังจากนั้นผู้ต้องหาได้ยื่นขอปล่อยชั่วคราว โดยใช้ตำเเหน่ง ส.ส.ของ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล 

ศาลพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเเล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตั้งแต่ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นหากผิดสัญญาปรับ12,000 บาท เเละนัดไปศูนย์ให้คำปรึกษาเเละเเนะนำในวันที่ 18 ธ.ค.63 พร้อมรายงานตัวรับทราบคำสั่งศาลวันที่ 1 ก.พ.64 เวลา 08.30 น.

“นายกฯ” ลงเสาเอกบ้านมั่นคง เดินหน้า 38 ชุมชนต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“นายกฯ” ลงเสาเอกบ้านมั่นคง เดินหน้า 38 ชุมชนต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (komchadluek.net)

“นายกฯ” ลงเสาเอกบ้านมั่นคง เดินหน้า 38 ชุมชนต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

"นายกฯ" ลงเสาเอกบ้านมั่นคง เดินหน้า 38 ชุมชนต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

17 ธันวาคม 2563 – 18:04 น.

นายกรัฐมนตรีลงเสาเอกบ้านมั่นคง “สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนวัดรังสิต จำกัด” เดินหน้า 38 ชุมชนต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วันนี้ (17 ธ.ค. 63) เวลา 14.30 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีลงเสาเอกบ้านมั่นคง “สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนวัดรังสิต จำกัด” (บ้านสวย คลองใส วิถีใหม่ ชุมชนริมคลอง) ณ หมู่ 7 ถนนเลียบคลองเปรมประชากร ตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี  พร้อมมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ (เนื้อที่ 22 ไร่ 3 งาน 36 ตารางวา)  และใบอนุญาตก่อสร้างของสหกรณ์ฯ ให้แก่ประธานและกรรมการสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนวัดรังสิต จำกัด  โดยมีพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และชาวชุมชนริมคลองเปรมประชากร เข้าร่วมงานประมาณ 600 คน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ได้มาเป็นประธานในพิธียกเสาเอก บ้านมั่นคง “สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนวัดรังสิต จำกัด” (บ้านสวย คลองใส วิถีใหม่ ชุมชนริมคลอง) และมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ และใบอนุญาตก่อสร้างให้กับหมู่ 7 ตำบลหลักหก   ซึ่งเป็นชุมชนที่ 2 ของการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากรต่อจากชุมชนประชาร่วมใจ 2   เขตจตุจักร ซึ่งตนเองมีโอกาสร่วมพิธีลงเสาเอกเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และทราบว่าปัจจุบันได้ก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ 193 หลัง ประชาชนได้อยู่บ้านใหม่ มีสภาพแวดล้อมที่ดี พร้อมขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองช่วยกันรณรงค์และปลูกสร้างจิตสำนึกร่วมกันดูแลรักษาความสะอาดไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำ คู คลอง ลดปัญหาน้ำเน่าเสีย ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการคุณภาพน้ำ ฟื้นฟู และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณริมฝั่งแม่น้ำให้มีความสะอาดสวยงาม ปรับทัศนียภาพให้สวยงาม เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ อีกทั้งสามารถใช้เป็นทางสัญจรสาธารณะได้ด้วย การพัฒนาที่อยู่อาศัยของประชาชนริมคลองให้มีสุขภาวะที่ดี เพื่อ สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20 ปี ที่มุ่งหวังให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579 โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยควรได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการเป้าหมายการขับเคลื่อนแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน   การทำงานจากรุ่นสู่รุ่น  สู่ลูกหลานคนไทยที่สำคัญคนไทยอย่าเกลียดกัน อย่าแตกแยกอย่าขัดแย้งกัน ต้องร่วมใจไทยสร้างชาติ 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวในช่วงท้าย ขอบคุณการทำงานของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ท้องถิ่น และและประชาชนซึ่งเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนกิจกรรมนี้  หวังให้โครงการนี้ดำเนินการกันอย่างต่อเนื่องไปยังชุมชนริมคลองเปรมประชากรอีกกว่า 38 ชุมชน  เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นชุมชนที่เข้มแข็งตามเป้าหมายของการดำเนินงานของรัฐบาล 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ทำพิธีวางไม้มงคล ผูกผ้าสี และโปรยดอกไม้เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ บริเวณจุดยกเสาเอก และมอบข้าวสารให้แก่ตัวแทนชุมชน  ก่อนเดินทางกลับโดยรถยนต์

“อดีตพระพุทธอิสระ” โพสต์เย้ยกลุ่มราษฎร ถูกคดีนับร้อย ชี้ เตือนแล้วแต่หนูๆไม่ฟัง ก็รับกรรมไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อดีตพระพุทธอิสระ” โพสต์เย้ยกลุ่มราษฎร ถูกคดีนับร้อย ชี้ เตือนแล้วแต่หนูๆไม่ฟัง ก็รับกรรมไป (komchadluek.net)

“อดีตพระพุทธอิสระ” โพสต์เย้ยกลุ่มราษฎร ถูกคดีนับร้อย ชี้ เตือนแล้วแต่หนูๆไม่ฟัง ก็รับกรรมไป

"อดีตพระพุทธอิสระ" โพสต์เย้ยกลุ่มราษฎร ถูกคดีนับร้อย ชี้ เตือนแล้วแต่หนูๆไม่ฟัง ก็รับกรรมไป

17 ธันวาคม 2563 – 17:45 น.

“อดีตพระพุทธอิสระ” โพสต์เย้ยกลุ่มราษฎร ถูกคดีนับร้อย ชี้ เตือนแล้วแต่หนูๆไม่ฟัง ก็รับกรรมไป

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2563 นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีใจความว่า เหตุใดถึงต้องยุ่งกับกลุ่มม็อบคณะราษฎร

นายสุวิทย์ กล่าวว่า เอาจริง ๆ นะ ไม่ว่าจะเป็น ม็อบคณะไหน พุทธะอิสระ ก็ไม่ได้สนใจหรอก หากไม่มายุ่งเกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติ ไม่ว่าหากม็อบจะมีข้อเรียกร้องใด ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถาบัน หรือ ศาสนา แต่เพราะ ม็อบ สาระพัดชื่อพวกนี้ บังอาจ เหิมเกริม จาบจ้วง ล่วงละเมิด สถาบัน อย่างนั้น ก็ต้องล้ม พุทธะอิสระ ให้ได้เสียก่อน

นอกจากนี้ นายสุวิทย์ ยังระบุเพิ่มเติมในอีกโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า เคยเตือนแล้วด้วยความหวังดีว่า การออกมาเป็นแกนนำม็อบ และผู้สนับสนุน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ล้วนแล้วแต่จะต้องถูกดำเนินคดีตามบทบัญญัติของกฎหมาย ที่ไปละเมิด ทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว ทั้งเจตนา และไม่ได้เจตนา

เท่าที่รู้แกนนำของม็อบราษฎร และผู้สนับสนุนทุกคน ถูกเจ้าหน้าที่แจ้งความกล่าวหารวม ๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 220 คน จำนวน 119 คดี ซึ่งก็มีตั้งแต่โทษหนักสุด จนถึงเบาสุด

กิจกรรมต่อไปนี้ ของผู้ต้องคดี ก็คือ ต้องตระเวนไปขึ้นโรงขึ้นศาลเกือบจะทุกวัน ที่พูดได้อย่างนี้ เพราะมีประสบการณ์ตรง ที่เกิดจากตัวเอง และคนรอบข้าง ก็คงไม่ต้องถามถึงอนาคตแล้ว ไหนจะเสียเวลา เสียเงิน เสียสุขภาพ เสียเซลฟ์ และบางคนอาจจะถึงกับเสียชีวิต ตัวอย่างเช่น แกนนำของกลุ่มเสื้อเหลืองบางท่าน ก็ต้องมาสิ้นชีพเสียก่อน ที่คดีจะจบ

ที่หนูๆ ทั้งหลาย ต้องมารับชะตากรรมเช่นนี้ เพราะไม่ยอมเชื่อ คำบอก คำเตือน แล้วอย่ามาโวยนะ ว่าถูกกลั่นแกล้ง ข่มขู่ คุกคาม จากภาครัฐ เพราะถ้าคิดว่าตัวเองทำถูก แล้วจึงออกไปสู้ ไปเสี่ยง ก็จงก้มหน้า ยอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้น

"อดีตพระพุทธอิสระ" โพสต์เย้ยกลุ่มราษฎร ถูกคดีนับร้อย ชี้ เตือนแล้วแต่หนูๆไม่ฟัง ก็รับกรรมไป
"อดีตพระพุทธอิสระ" โพสต์เย้ยกลุ่มราษฎร ถูกคดีนับร้อย ชี้ เตือนแล้วแต่หนูๆไม่ฟัง ก็รับกรรมไป