ชายคาพระพิรุณ : 14 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ชายคาพระพิรุณ : 14 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

ชายคาพระพิรุณ : 14 ธันวาคม 2563

ชายคาพระพิรุณ : 14 ธันวาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ฝากข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการกำหนดร่างกฎกระทรวง สืบเนื่องจากกรณีการทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหลายแห่งต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และส่งผลกระทบต่อเงินฝากเงินหุ้นของสมาชิก กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติสหกรณ์เดิมเพื่อให้ทันกับธุรกรรมทางการเงินที่เปลี่ยนไปจนได้มาซึ่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ ฉบับแก้ไข พ.ศ.2562เป็นเหตุให้ต้องมีการออกกฎกระทรวงตามพ.ร.บ.สหกรณ์ใหม่ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขให้กับสหกรณ์ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดคือการส่งเสริมความเข้มแข็งของระบบสหกรณ์และรักษาประโยชน์สูงสุดของสมาชิกโดยยึดหลักธรรมาภิบาลและหลักการสหกรณ์ซึ่งนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ บอกว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เสนอร่างกฎกระทรวงออกตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562 รวม 5 ฉบับ ที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการและส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณา ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย

โดยปรากฏว่ามีผู้บริหารสหกรณ์ มีความกังวลใจในร่างกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 รวม 5 ฉบับ ในประเด็นข้อกังวลกรณีฝ่ายสหกรณ์จำนวนหนึ่งได้เสนอโดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการกำหนดงวดชำระหนี้ของสมาชิก รายได้คงเหลือหลังจากหักหนี้ของสมาชิกในการดำรงชีวิต  นายวิศิษฐ์ได้ชี้แจงว่าในระหว่างการพิจารณา สคก. ได้เปิดโอกาสในการรับฟังความเห็นทั้งจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และจากภาคสหกรณ์ที่มีผู้แทนสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยและชุมนุมสหกรณ์ นักวิชาการอิสระเข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ ภาคราชการต้องคำนึงถึงเป้าหมายสำคัญคือ การกำกับดูแลระบบสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งทางการเงินและเกิดประโยชน์ที่แท้จริงกับมวลสมาชิก จึงอาจทำให้มีข้อกำหนดในบางเรื่องไม่สอดรับกับข้อเสนอของภาคสหกรณ์ ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ณ วันที่ 30 พ.ย.2563 มีจำนวนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน 563 แห่ง สหกรณ์ออมทรัพย์ 1,318 แห่ง รวม 1,881 แห่ง พบว่า กรณีการกำหนดงวดชำระหนี้เงินกู้สามัญ ที่กำหนดให้สมาชิกชำระเสร็จภายใน 150  เดือนตามร่างกฎกระทรวงนั้น มีสหกรณ์ร้อยละ 72.35 ที่อยู่ในเกณฑ์และในร้อยละ 72.35 ก็ยังพบว่ามีถึงร้อยละ 58.64 ที่ปัจจุบันให้ไม่เกิน 120 เดือน สำหรับสหกรณ์ที่กำหนดงวดเกินกว่า 150 เดือน ถึงมากกว่า 240 เดือน มีจำนวนร้อยละ 27.65 กลุ่มนี้ต้องปรับตัว กรมจึงได้กำหนดไว้ชัดเจนในบทเฉพาะกาลให้เวลาสหกรณ์ในกลุ่มร้อยละ 27.65 ปรับตามตามเกณฑ์ภายในระยะเวลา 10 ปี

ส่วนข้อกังวลกรณีกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาแหล่งเงินทุนที่กำหนดให้ต้องกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินและนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อไม่ให้เป็นระดมทุนจากประชาชนเป็นการทั่วไป หรือการให้เงินกู้หรือการให้สินเชื่อแก่สมาชิกที่กำหนดว่าการให้เงินกู้สามัญแก่สมาชิกต้องไม่กำหนดงวดชำระหนี้ยาวเกินไป และสมาชิกจะต้องมีเงินได้คงเหลือหลังหักชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 รวมทั้งการกำหนดให้สมาชิกที่มีการขอกู้ยืมเงินเกิน 1 ล้านบาท ต้องส่งข้อมูลเครดิตบุโรประกอบการพิจารณา ล้วนเป็นไปเพื่อไม่ให้สมาชิกมีภาระหนี้สินมากจนเกินไปและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่วนในข้อกังวลต่อข้อกำหนดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง การจำกัดการกระจุกตัวในการทำธุรกรรมกับลูกหนี้และเจ้าหนี้รายใดรายหนึ่ง และเรื่องอื่นๆ ในร่างนี้ก็เป็นไปเพื่อประโยชน์และความมั่นคงทางการเงินของสหกรณ์และสมาชิกของสหกรณ์นั้นๆในระยะยาวเป็นสำคัญ ซึ่งกรมทราบถึงข้อกังวลใจของขบวนการสหกรณ์ที่จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเปลี่ยนผ่าน โดย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ยืนยันว่าแนวทางในการกำหนดกฎกระทรวงได้ถือปฏิบัติเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัดในเรื่องการเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ที่ให้ส่วนราชการได้คำนึงถึงการให้โอกาสสหกรณ์ในการปรับตัวในช่วงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูประบบการบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ต่อไป…

ขุนเกษตรา

กรมวิชาการเกษตรเร่งถก อย. แก้ปัญหาสารตกค้างในผัก-ผลไม้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – กรมวิชาการเกษตรเร่งถกอย. แก้ปัญหาสารตกค้างในผัก-ผลไม้ (naewna.com)

กรมวิชาการเกษตรเร่งถกอย.  แก้ปัญหาสารตกค้างในผัก-ผลไม้

กรมวิชาการเกษตรเร่งถกอย. แก้ปัญหาสารตกค้างในผัก-ผลไม้

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากการที่กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบข้อมูลสินค้าทางการเกษตรตามที่ไทยแพนแถลงข่าว และมีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของไทยแพนที่ระบุผลการสุ่มตรวจตัวอย่าง 509 ตัวอย่าง แบ่งเป็นการสุ่มจากห้างโมเดิร์นเทรด 6 แห่ง 201 ตัวอย่าง ลุ่มจากตลาด 10 แห่ง 308 ตัวอย่าง โดยมีทั้งตัวอย่างนำเข้าและตัวอย่างที่ผลิตในประเทศทั้งที่ได้รับรองมาตรฐานและไม่ได้รับรอง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวกรมวิชาการเกษตรจะนำมาใช้ตรวจสอบสินค้าที่ตรวจพบปัญหาดังกล่าวต่อไปรวมทั้งจะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ในการบูรณาการตรวจสอบร่วมกัน เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรของไทยปลอดภัยมากที่สุดสมกับการเป็นครัวของโลก

ทั้งนี้ จากที่ไทยแพนรายงานผลสุ่มตรวจสารตกค้างในผลผลิตทางการเกษตร กรมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบทันทีและรายงานผลเข้ามาเมื่อ 7 ธันวาคม 2563 ประกอบด้วย ตัวอย่างสินค้านำเข้าที่ตรวจพบสารตกค้าง โดยเฉพาะในองุ่นแดงนอกและพุทราจีน เป็นสินค้านำเข้าที่กำกับดูแลโดยด่านอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งในส่วนด่านตรวจพืช กรมวิชาการเกษตรตรวจเฉพาะศัตรูพืชกักกันเท่านั้น อย่างไรก็ตามกรมวิชาการเกษตรจะหารือร่วมกับอย.กำกับดูแลสินค้านำเข้า พร้อมกับทบทวนการตรวจสอบการนำเข้าสินค้าแนวชายแดนใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้พบปัญหาสารตกค้างในสินค้านำเข้าทุกชนิด

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า สำหรับสินค้าที่ได้รับรองมาตรฐานต่างๆ รวม 50 ตัวอย่าง ทั้งหมดเป็นสินค้าที่วางจำหน่ายในห้าง Modern Trade ได้แก่มาตรฐาน Organic Thailand, Q GAP, Thai GAP, PGS, มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ต่างประเทศ กรมวิชาการเกษตรจะตรวจสอบรหัสรับรองโดยละเอียดเพิ่มเติม หากเป็นรหัสรับรองที่ถูกต้องและพบว่าสินค้ามีสารตกค้างเกิน MRL กำหนด จะแจ้งไปยังหน่วยงานรับรองในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบแจ้งเตือนเกษตรกรเพื่อแก้ไขปรับปรุง กรณีตรวจพบใช้สารเคมีที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในประเทไทยแล้ว จะเพิกถอนการรับรอง และจะได้ประสาน Thai PAN เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับตรารับรองมาตรฐานอื่น เพื่อตรวจสอบแหล่งผลิตต่อไป ส่วนกรณีสินค้าที่ไม่ได้รับรองมาตรฐานในตลาดค้าส่งและค้าปลีก จะวางมาตรการควบคุมการใช้สารเคมีที่ถูกต้องและปลอดภัยโดยจัดอบรมเพื่อสร้างการรับรู้และให้แนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องและปลอดภัยต่อไป

“กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าต่อเนื่องในการนำเสนอสิ่งทดแทนวัตถุอันตรายที่ยกเลิกการขึ้นทะเบียนแล้ว โดยมีมาตรการทั้งระยะสั้น
ระยะกลางและระยะยาว การวิจัยพัฒนาสารชีวภัณฑ์และสารสกัดจากพืชมาทดแทนสารเคมีเกษตรอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชแนะนำให้เกษตรกรใช้แล้ว 17 ชนิด โดยแนะนำให้ใช้แบบผสมผสานในระบบเกษตรปลอดภัย(GAP) และใช้กำจัดศัตรูพืชในระบบเกษตรอินทรีย์ นอกจากนั้น แนวทางขึ้นทะเบียนเพื่อให้มีสารชีวภัณฑ์และสารสกัดจากพืชมาใช้กำจัดวัชพืช แมลงและโรคพืชเพิ่มมากขึ้นในอนาคตกรมจะจัดความสำคัญการขึ้นทะเบียนเป็นลำดับแรกและลดขั้นตอนความยุ่งยาก แต่ยังเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยต่อคน สัตว์และสิ่งแวดล้อม และระยะยาวจะเร่งรัดงานวิจัยเพื่อให้มีการพัฒนาสารจำกัดศัตรูพืชที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และต้นทุนต่ำ” อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว

ประมงปล่อยกุ้งก้ามกรามลงลำตะคอง เพิ่มแหล่งอาหาร-สร้างรายได้ให้ปชช. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ประมงปล่อยกุ้งก้ามกรามลงลำตะคอง เพิ่มแหล่งอาหาร-สร้างรายได้ให้ปชช. (naewna.com)

ประมงปล่อยกุ้งก้ามกรามลงลำตะคอง เพิ่มแหล่งอาหาร-สร้างรายได้ให้ปชช.

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามคืนสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง มีนายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯพร้อมผู้บริหารกระทรวงร่วมพิธี ที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง บริเวณอาคารประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาว่า การเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำเป็นหนึ่งในภารกิจหลักสำคัญของกรมประมง กระทรวงเกษตรฯ มุ่งสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้มีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ สร้างอาชีพรายได้เลี้ยงครัวเรือน พร้อมส่งเสริมให้บริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำโดยใช้หลักคืน คง เพิ่ม และมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ยั่งยืน

สำหรับกิจกรรม “ปล่อยกุ้งก้ามกรามคืนสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง” ที่จัดขึ้นเป็นการเพิ่มปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ หลังได้รับผลกระทบอุทกภัยช่วงเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ได้แก่ กุ้งก้ามกรามมากถึง 1.5 ล้านตัว อีกทั้ง ยังปล่อยพันธุ์ปลา เช่น ปลากระแหปลาสร้อยขาว ปลากาดำ ปลาตะเพียนทอง ปลาสวาย 2 ล้านตัว และหอยขมอีกกว่า 300 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังมอบพันธุ์สัตว์น้ำให้ชุมชน เพื่อนำไปปล่อยบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคองด้วย

“กระทรวงเกษตรฯ เชื่อมั่นว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคองให้กลับมาคงความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างการประกอบอาชีพด้านการประมงและเพิ่มพูนรายได้ให้ประชาชนและชาวประมงในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น อีกทั้ง ยังสร้างความสามัคคีให้ชุมชน มีการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำโดยชุมชนมีส่วนร่วม ตลอดจนปลูกจิตสำนึกใช้ทรัพยากรประมงที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีผลผลิตที่ยั่งยืนตลอดไป”นายเฉลิมชัย กล่าว

ด้านนายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสำรวจข้อมูลพบว่า บริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคองมีชาวประมง 241 ราย แบ่งเป็นผู้ที่ทำประมงเป็นอาชีพหลัก 159 ราย และอาชีพรอง 82 ราย และจากสถิติการจับสัตว์น้ำ ระหว่าง พ.ศ. 2558 – 2562 มีรายงานจับสัตว์น้ำเฉลี่ย 343.88 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 14.27 ล้านบาท โดยผลผลิตกุ้งก้ามกรามจัดเป็นชนิดพันธุ์สัตว์น้ำที่สร้างมูลค่าได้มากที่สุด

‘รมช.มนัญญา’ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘รมช.มนัญญา’ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (naewna.com)

'รมช.มนัญญา'ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่

‘รมช.มนัญญา’ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 21.18 น.

“รมช.มนัญญา”ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2563 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและฟังการกล่าวรายงานผลการดำเนินงานของศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เริ่มจัดทำการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งเป็นความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเป็นการสนับสนุนปีการท่องเที่ยว (Amazing Thailand) จากการที่กรมวิชาการเกษตรเป็นหน่วยงานภาครัฐ ที่มีศูนย์วิจัยกระจายอยู่ในจังหวัดและภูมิภาคต่างๆ และมีสถานที่ตั้งอยู่ในแหล่งธรรมชาติ ซึ่งมีพื้นที่ในการศึกษาวิจัยและพัฒนาแปลงการผลิตพืช ขยายพันธุ์ การอารักขาพืช การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร แปลงต้นแบบการผลิตพืชทฤษฎีใหม่ รวมถึงแปลงรวบรวมและอนุรักษ์ความหลากหลายทางพันธุกรรมพืชจำนวนมาก จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ความรู้ด้านการเกษตรอย่างครบวงจรแก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ได้รับคัดเลือกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานในส่วนภูมิภาคที่มีสถานที่สวยงาม มีกิจกรรมด้านการเกษตรที่น่าสนใจ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการจัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องพัก สถานที่จอดรถ  ถนน  ห้องน้ำ  ห้องอาหาร  ศาลาชมวิว เป็นต้น จุดเด่นของศูนย์ฯ คือมีดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) ที่งดงาม ซึ่งจะบานในช่วงเดือนมกราคม และมีจำนวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวมากกว่าศูนย์อื่นๆ ถึง 290,000 คน (จำนวนนักท่องเที่ยวตั้งแต่ปี 2559-2563)

ทั้งนี้ กระแสการท่องเที่ยวของโลกในปัจจุบัน เป็นไปในลักษณะการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้น ดังนั้น การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร จึงเป็นการท่องเที่ยวในรูปแบบหนึ่งของไทยที่ทั่วโลกให้ความสนใจ การเกษตรมีความเกี่ยวข้องและผูกพันกับวิถีความเป็นอยู่ของคนไทย นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงและสัมผัสกับการเกษตรหลากหลายรูปแบบ ภูมิปัญญาและการพัฒนาด้านการเกษตรของไทย และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ให้คนไทยได้รู้จักการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร การท่องเที่ยวเกษตรสีเขียว แหล่งเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ และยังสามารถกระจายรายได้สู่ชุมชน เกษตรกรในพื้นที่รอบศูนย์วิจัยก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน  จากการมีรายได้จากการจ้างงานและการขายผลผลิตทางการเกษตร  เป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้มีการกระจายรายได้ไปสู่เกษตรกรและชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เยี่ยมชมแปลงพันธุ์พืชในโครงการพระราชดำริ ของในหลวงรัชการที่ 9 ฟังการบรรยายการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งเพื่อให้เกษตรกรนำไปปลูก ชมแปลงปลูกองุ่นพันธุ์จากอาร์เมเนีย ชมต้นไม้ทรงปลูกของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ชมสวนมะคาเดเมีย และร่วมปลูกต้นพญาเสือโคร่ง (ดอกซากุระมืองไทย)​ ด้วย

ปัจจุบัน กรมวิชาการเกษตรมีศูนย์วิจัยที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร จำนวน  22 แห่ง อยู่ในภาคเหนือ 10 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 แห่ง ภาคใต้ 5 แห่ง ภาคตะวันออก 2 แห่ง และภาคกลาง 1 แห่ง ดังนี้ 1.ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย 2.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย (วาวี) 3.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ (ฝาง) 4.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน 5.ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) 6.ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (แม่จอนหลวง) 7.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแพร่ 8.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก (ดอยมูเซอ) 9.ศูนย์วิจัยพืชสวนสุโขทัย (ท่าชัย) 10.ศูนย์วิจัยพืชสวนเลย (ภูเรือ)

11.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ (เขาค้อ) 12.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรหนองคาย 13.ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี 14.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี 15.ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร 16.ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี 17.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกระบี่ (ยางในช่อง) 18.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรภูเก็ต 19.ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ 20.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี 21.ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง และ 22.สถานีทดลองพืชสวนร่มเกล้า

แพทย์แนะดูแลสุขภาพดวงตาในฤดูหนาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – แพทย์แนะดูแลสุขภาพดวงตาในฤดูหนาว (naewna.com)

แพทย์แนะดูแลสุขภาพดวงตาในฤดูหนาว

แพทย์แนะดูแลสุขภาพดวงตาในฤดูหนาว

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.03 น.

กรมการแพทย์โดย รพ.เมตตาฯ แนะดูแลสุขภาพดวงตาในฤดูลมหนาวมาเยือน โอกาสเกิดโรคภัยไข้เจ็บช่วงหน้าหนาวเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่สุขภาพทั่วไป ในกลุ่มผู้มีอาการตาแห้ง เป็นอีกกลุ่มที่ไม่ควรมองข้ามแนะหากมีอาการตาแห้งผิดปกติควรรีบพบจักษุแพทย์

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ช่วงอากาศหนาวที่มาถึงนี้ นอกจากทำให้ผิวพรรณแห้งแตกเป็นขุยแล้ว ลมหนาวและแสงแดดที่ร้อนจัดยังทำให้เกิดปัญหากับดวงตา อาทิเช่น“ตาแห้ง” ได้  เพราะช่วงหน้าหนาวอากาศจะแห้งและเย็นมีผลให้น้ำที่หล่อเลี้ยงลูกตาตามธรรมชาติระเหยไปได้ง่ายกว่าปกติ ปัญหานี้อาจเกิดได้กับทุกคนโดยมีอาการและความรุนแรงของแต่ละคนแตกต่างกัน เมื่อน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาระเหยอาจไม่แสดงอาการผิดปกติหรือเกิดอาการระคายเคืองตา เหมือนมีฝุ่นทรายเข้าตาทำให้เกิดมีอาการตาแดง แสบตา

โดยอาการอาจคล้ายโรคภูมิแพ้ขึ้นดวงตา กรณีตาแห้งรุนแรงที่สุดจะมีอาการอักเสบ เคืองตาอย่างรุนแรง ตาพร่ามัว และสำหรับกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดปัญหาตาแห้ง คือ กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ กลุ่มบุคคลที่ทำงานอยู่กลางแจ้ง เจออากาศแห้งและลมแรง หรือใช้สายตามาก เช่นกลุ่มที่ทำงานต้องเพ่งนาน ๆ เช่น อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆในกลุ่มที่รับประทานยาบางอย่าง ซึ่งอาจทำให้ตาแห้งง่ายกว่าปกติ เช่น ยาลดความดัน ยาแก้แพ้ ดังนั้น หากมีปัญหากับดวงตาหรือมีอาการผิดปกติควรพบจักษุแพทย์

นายแพทย์เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงหน้าหนาวอากาศแห้งและเย็นทำให้น้ำที่หล่อเลี้ยงลูกตาอยู่ตามธรรมชาติระเหยไปได้ง่ายกว่าปกติ เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามอาจจะเจอปัญหานี้ได้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแต่ละคน ผู้ที่ตาแห้งอาจมีอาการแสบตา ปวดตา เคืองตา มีขี้ตาเป็นเมือก ตาพร่ามัว มองไม่ชัด สำหรับการดูแลดวงตาไม่ให้มีอาการตาแห้ง ทำได้ดังนี้ คือ 

1) หลีกเลี่ยงการออกแดด หรือโดนลม สวมแว่นกันแดดหรือหมวกทุกครั้งที่ออกแดด

2) หลีกเลี่ยงการใช้สายตา หรือการเพ่งนานๆ หากมีการใช้สายตา ควรพักสายตาเป็นระยะ ทุก 30 – 60 นาที 

3) ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายเพื่อทำให้ตาชุ่มฉ่ำ และเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำเวลาอยู่กลางแจ้ง 

4) นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 

5) รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา เช่น ผัก ผลไม้ ปลา รวมถึงอาหารที่มีกรดไขมันจำเป็น กลุ่มโอเมก้า-3

6)ใช้น้ำตาเทียมเพื่อบรรเทาอาการตาแห้งเพิ่มความชุ่มชื่นให้ดวงตา มีทั้งชนิดน้ำและเจล โดยส่วนใหญ่อาการตาแห้งไม่ได้ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อดวงตามากนัก แต่สร้างความรำคาญให้กับผู้ป่วยมากกว่า

ดังนั้น ประชาชนจึงควรที่จะรู้จักกับอาการตาแห้งเพื่อจะได้ไม่เกิดอาการวิตกกังวลจนเกินเหตุรวมถึงจะได้สามารถตั้งรับ รู้วิธีการรักษาเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง โดยสามารถสังเกตอาการง่ายๆ คือ รู้สึกไม่สบายตา ระคายเคือง แสบตา ให้สงสัยว่าอาจเข้าข่ายอาการนี้ หากมีอาการที่รุนแรงแนะนำให้พบจักษุแพทย์

‘มาดาม มาร์โก้’ เปิดตัว ‘เค้กเจนัว’ สูตรหวานน้อยกับ 2 สูตร 3 รสชาติ 4 สไตล์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘มาดาม มาร์โก้’ เปิดตัว ‘เค้กเจนัว’ สูตรหวานน้อยกับ 2 สูตร 3 รสชาติ 4 สไตล์ (naewna.com)

‘มาดาม มาร์โก้’ เปิดตัว ‘เค้กเจนัว’ สูตรหวานน้อยกับ  2 สูตร 3 รสชาติ 4 สไตล์

‘มาดาม มาร์โก้’ เปิดตัว ‘เค้กเจนัว’ สูตรหวานน้อยกับ 2 สูตร 3 รสชาติ 4 สไตล์

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.17 น.

มาดาม มาร์โก้ขอเอาใจทุกท่าน ด้วย เค้กเจนัวสูตรหวานน้อยและสูตรออริจันัล ให้ทุกท่านได้เลือกเติมความหวานในแบบที่ใช่ พร้อมเสิร์ฟให้ทุกท่านได้ลิ้มลองความอร่อยใหม่กันถึง 3 รสชาติทั้ง รสกาแฟ รสวนิลา และรสช็อกโกแลต และพิเศษแบบทูโทน(กาแฟ+ช็อกโกแลต) แล้ววันนี้

นอกจากนี้ เค้กสูตรหวานน้อย มาดาม มาร์โก้ยังมี เค้กดับเบิ้ลช็อกโกแลตฟัดจ์ ช็อกโกแลตพรีเมี่ยมสุดเข้มข้น ทั้งหมดนี้สามารถเลือกซื้อได้ตั้งแต่ขนาด 6 นิ้วหรือ 1 ปอนด์ขึ้นไป พร้อมบริการส่งฟรีในกรุงเทพและปริมณฑล  สำหรับต่างจังหวัดบริการส่งเฉพาะเค้กเจนัวและคุกกี้ เมื่อซื้อครบ 500 บาทขึ้นไป

สนใจสั่งซื้อได้ผ่านช่องทาง Line@: https://lin.ee/bNGoHj9 หรือโทร Call Center 0-2700-9210 , Inbox: http://m.me/madamemarco.co.thWeb: https://www.madamemarco.co.th

คุณแหน : 14 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – คุณแหน : 14 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

คุณแหน : 14 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 14 ธันวาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll เป็นที่ชื่นชมของผู้ไปชมงานแสดงดนตรีคลาสสิกออนไลน์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ว่า ภูมิ พรหมชาติ เล่นเปียโนได้ไพเราะน่าประทับใจมากสมกับเป็นศิลปินระดับอินเตอร์..งานนี้ต้องปรบมือรัวๆ ให้ผู้จัดคือ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ฯ และสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา…

ll กฤษฎา-วิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล ยกลูกสาวคนโตสวยและเก่งศรินญา มหาดำรงค์กุล ให้ ไมเคิลเบลนีย์ เดวิดสัน บุตร ปีเตอร์-จามรี เบลนีย์ เดวิดสัน หลังเข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก รับประทานน้ำสังข์ในพิธีสมรส เมื่อ 12 ธ.ค.เป็นสิริมงคลสูงสุดแก่คู่บ่าว-สาว พร้อมครอบครัว และจะมีงานฉลองสมรส26 ธ.ค. 11.30 น. ที่ห้องบอลรูม รร.สุโขทัยกรุงเทพฯ…

ll ปรบมือรัวๆ ให้ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่ได้รางวัล Thailand Corporate Excellence Awards ทั้งด้าน Marketing Excellence และ Financial Management Excellence โดยมี วัลยา
จิราธิวัฒน์ เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัลจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี…

ll ในงานนำเสนอโครงการ Thailand Digital Transformation in 2023 ของหลักสูตร Digital Ceo# 3 ดีป้า มีผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมวิภาษเกือบ 30 คน อาทิ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม, ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์, อำพันธ์ ธุววิทย์, รณดลนุ่มนนท์, มรกต เธียรมนตรี, ดร.ลักขณาลีละยุทธโยธิน, ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์,สมัย ลี้สกุล, รศ.ดร.นฤมล กิมภากรณ์, ผศ.ดร.จิระเสกข์ ตรีเมธสุนทร, ดร.ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์, ดร.สุดารัตน์ พงศ์อัมพรไกวัล, ละเอียด โควาวิสารัช, เลิศรัตน์รตะนานุกูล, ณัฐพล วิมลเฉลา งานนี้แต่ละโครงการที่นำเสนอมีแนวคิดเด็ดๆ เลยได้รับการชื่นชมอย่างมาก…

ll อนุโมทนาบุญกับ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ที่ได้ไปบริจาคเงินสมทบทุนช่วยสร้าง สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี โดยมี ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา เป็นผู้แทนรับมอบ…

ll ยินดีกับ นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ได้เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง สนง.ปลัดกระทรวงยุติธรรม…

ll การศึกษานิวซีแลนด์จัดประกวดคลิปวีดีโอ ชวนน้องๆ ม.1-ม.6 ออกแบบอนาคต ค้นพบตัวตนใหม่ โดยขยายเวลาถึง 27 ธ.ค.นี้ รายละเอียดที่ http://nzbuildyournewfuture2020.com/

ll วารินทร์ กลั่นกลิ่น รักษาการ ผอ.ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด และ จิรวัฒน์ เด่นแดนโดม ผู้บริหาร บจ.แดน-ไทยอีควิปเม้นท์ ร่วมมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จ.ร้อยเอ็ด…

ll สวด นพ.อนันต์ สุรบท ศาลา 10 วัดตรีทศเทพถึง 15 ธ.ค. ฌาปนกิจ 16 ธ.ค. 17.00 น. …ll

คุณแหน

ครบรอบ 50 ปี สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ มอบอาคารอเนกประสงค์ ‘อาคาร ๕๐ ปี สศก.’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ครบรอบ 50 ปี สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ มอบอาคารอเนกประสงค์‘อาคาร ๕๐ ปี สศก.’ (naewna.com)

ครบรอบ 50 ปี สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ  มอบอาคารอเนกประสงค์‘อาคาร ๕๐ ปี สศก.’

ครบรอบ 50 ปี สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ มอบอาคารอเนกประสงค์‘อาคาร ๕๐ ปี สศก.’

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ นำคณะครู นักเรียน และประชาชนร่วมพิธีวางพานพุ่มเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 120 ปี 21 ต.ค. 2563

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สศก.)โดย ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ จัดพิธีมอบอาคารอเนกประสงค์ “อาคาร ๕๐ ปี สศก.” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของการก่อตั้งสมาคมฯ ณ โรงเรียนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี๘๔ พรรษา อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหารโดย พลเอกจรัล กุลละวณิชย์ เป็นประธานพิธีและ พระญาณดิลก เจ้าอาวาสวัดมกุฏคีรีวันเขาใหญ่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมี สมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอหว้านใหญ่ พร้อมด้วยที่ปรึกษาและกรรมการสมาคมฯ รศ.นพ.ปกิตติทยานิธิ, พล.อ.สมโภชน์ นนทชัย, พรทิพย์อภิธนาคุณ, ดร.เกล้าสรวง สุพงษ์ธร และแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563

อาคาร ๕๐ ปี สศก. เป็นอาคารโดมและพื้นลานกีฬาอเนกประสงค์ ขนาด20×40 เมตร เพื่อใช้จัดกิจกรรมต่างๆ ในด้านวิชาการ กีฬา นันทนาการ และอื่นๆ สามารถรองรับการใช้งานของหน่วยงานในชุมชน อันจะเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและสังคม ในโอกาสเดียวกัน ทางสมาคมฯได้มอบอาคารประดิษฐานพระรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดย ดร.มนวิภาประชัญคดี นายกสมาคมฯ นำคณะครู นักเรียน และประชาชน ร่วมพิธีวางพานพุ่มเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 120 ปี21 ตุลาคม 2563

ทางสมาคมฯ มีความประสงค์จัดสร้างถาวรวัตถุเพื่อมอบให้โรงเรียนต่างๆ เพื่อเป็นที่ระลึกในวาระครบรอบ 50 ปี ซึ่งนอกจากอาคารโดม ๕๐ ปี สศก. ทางสมาคมฯได้มอบอาคารห้องสมุด ให้โรงเรียนบ้านย้อมพัฒนา จ.มุกดาหาร และได้รับเกียรติจาก นายวรรณสิทธิ์ คำเพราะ ผอ.สพป.มุกดาหาร ร่วมพิธี โดยสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.), บจก. สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช (วพ.)
ได้สนับสนุนหนังสือใหม่ประเภทต่างๆเข้าห้องสมุด, มอบห้องสุขานักเรียนชายหญิง และครู รวม 7 ห้อง ให้โรงเรียนบ้านตับเต่าหนองเทาสามัคคี จ.นครพนม, มอบโรงเรือนเพาะเห็ด และแปลงเกษตร สำหรับอาหารกลางวัน ให้โรงเรียนบ้านกอก จ.นครพนม, มอบเครื่องเล่นสนามเด็กเล่น และอุปกรณ์คุรุภัณฑ์สำหรับห้องพยาบาล โรงเรียนบ้านนายอน้อย จ.นครพนม

ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้มอบตู้หนังสือเคลื่อนที่ในโครงการ “มุมหนังสือ สื่อสร้างสรรค์ปัญญา” คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์กีฬา เครื่องอุปโภค บริโภคและอื่นๆ ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ จ.นครพนม และมุกดาหาร รวม 5 โรงเรียน นอกจากนี้ สมาชิกสมาคมฯได้จัดการแสดงละครหุ่นมือประกอบการเล่านิทาน เพื่อปลูกฝังค่านิยมต่างๆ เช่น ความสามัคคี การจงรักภักดี และชี้ให้เห็นผลของการกระทำที่ดีและไม่ดี เป็นต้น นักเรียนได้รับความสนุกสนาม มีสมาธิ และให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ยังมีเด็กๆ อีกมากมายที่รอความเมตตาจากทุกท่าน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ E-mail : helpthaistudent@gmail.com หรือ www.promothaieducation.orgพระญาณดิลก เจ้าอาวาสวัดมกุฏคีรีวัน เขาใหญ่ ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีมอบอาคารอเนกประสงค์ “อาคาร ๕๐ ปี สศก.”

พระญาณดิลก เจ้าอาวาสวัดมกุฏคีรีวัน เขาใหญ่ ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีมอบอาคารอเนกประสงค์ “อาคาร ๕๐ ปี สศก.”พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ประธานที่ปรึกษา, ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะ กก.สมาคม และสมาชิก คณะครู อาจารย์ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีส่งมอบอาคาร 50 ปี สศก.

พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ประธานที่ปรึกษา, ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะ กก.สมาคม และสมาชิก คณะครู อาจารย์ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีส่งมอบอาคาร 50 ปี สศก.โรงเรียนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 84 พรรษาโรงเรียนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 84 พรรษาโรงเรียนบ้านเหล่าดง จ.มุกดาหารโรงเรียนบ้านเหล่าดง จ.มุกดาหารโรงเรียนบ้านนายอน้อย จ.นครพนม

โรงเรียนบ้านนายอน้อย จ.นครพนมห้องสมุด “คุณตาจินดา-คุณยายเชื้อ เลขะวณิชย์ห้องสมุด “คุณตาจินดา-คุณยายเชื้อ เลขะวณิชย์โรงเรียนบ้านตับเต่าหนองเทาสามัคคี จ.นครพนม

โรงเรียนบ้านตับเต่าหนองเทาสามัคคี จ.นครพนมโรงเรียนบ้านกอก จ.นครพนมโรงเรียนบ้านกอก จ.นครพนมโรงเรือนเพาะเห็ด แหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมอบห้องสุขานักเรียนชาย หญิง และครู รวม 7 ห้องโรงเรือนเพาะเห็ด แหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมอบห้องสุขานักเรียนชาย หญิง และครู รวม 7 ห้องโรงเรือนเพาะเห็ด แหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมอบห้องสุขานักเรียนชาย หญิง และครู รวม 7 ห้องโรงเรือนเพาะเห็ด แหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมอบห้องสุขานักเรียนชาย หญิง และครู รวม 7 ห้อง

เจียไต๋ชวนเปลี่ยนมุมในบ้านเป็นสวนครัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เจียไต๋ชวนเปลี่ยนมุมในบ้านเป็นสวนครัว (naewna.com)

เจียไต๋ชวนเปลี่ยนมุมในบ้านเป็นสวนครัว

เจียไต๋ชวนเปลี่ยนมุมในบ้านเป็นสวนครัว

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เจียไต๋ โฮมการ์เด้น โดยบริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่“เมล็ดพันธุ์ชุดพืชครัวไทย” ปลูกได้ง่าย เนรมิตสวนครัวย่อมๆ ภายในบ้านได้แม้มีพื้นที่จำกัด เจาะกลุ่มพ่อบ้านแม่บ้านสายกรีน เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงแหล่งอาหารใกล้ตัวที่สะอาดปลอดภัย สร้างความมั่นคงทางอาหารภายในครัวเรือน และให้การปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบสดใหม่เป็นเรื่องง่าย

เมล็ดพันธุ์ชุดพืชครัวไทยจากเจียไต๋ โฮมการ์เด้น ตอบโจทย์สำหรับผู้บริโภคที่มองหาวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่สดใหม่ใกล้ตัว เพาะปลูกได้ในพื้นที่รอบบ้านหรือบางชนิดสามารถปลูกได้แม้ในมุมเล็กๆ ของคอนโดที่พักอาศัย ไม่ว่าจะต้มยำทำแกง เมล็ดพันธุ์ชุดพืชครัวไทยมีพืชผักในเมนูจานโปรดให้เลือกครบครัน ตั้งแต่เมนูผัด ยำ และแกง โดย 1 ซอง ประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์ 3 ชนิดตามประเภทเมนู ได้แก่ 1.ชุดเมนูจานผัดครบเครื่องด้วยเมล็ดพันธุ์กะเพรา โหระพา และพริก ที่ปลูกและดูแลรักษาง่าย เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบอาหารจานด่วนอย่าง ผัดกะเพรา เมนูยอดนิยมของทุกบ้าน ที่นอกจากความอร่อย กะเพรา โหระพา และพริก ยังมีสรรพคุณมากมาย ถือเป็นสมุนไพรคู่ครัวไทยอีกชนิดหนึ่ง

2.ชุดเมนูจานยำ เติมสีสันให้จานโปรดรสชาติจัดจ้านด้วยผลิตผลจากเมล็ดพันธุ์ชุดจานยำ ทั้งกรีนคอส แตงกวา และมะเขือเทศเชอรี่ ที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้การรับประทานพืชผักแบบสดๆ ว่าสะอาดปลอดสารพิษ และดีต่อสุขภาพ 3.ชุดเมนูถ้วยแกง ไม่ว่าจะเป็นแกงเผ็ดหรือแกงจืด เมล็ดพันธุ์ชุดนี้ก็ตอบโจทย์ เพราะประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวมะเขือเปราะ และฟักทอง ที่จะช่วยชูรสชาติ เพิ่มรสสัมผัส แถมมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

ทั้งนี้ การทำอาหารทานเองนอกจากจะได้รสชาติที่ถูกปากแล้ว การนำพืชผักสวนครัวที่ปลูกเองมาประกอบอาหารยิ่งเพิ่มความภูมิใจและเพิ่มความมั่นใจว่าปลอดสารพิษ แถมยังได้พื้นที่สีเขียวภายในบ้านที่สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และยังได้อิ่มอร่อยพร้อมสุขภาพที่ดีอีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจปลูกพืชผักสวนครัวด้วยตนเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.ct-homegarden.com / Line : @homegarden / Facebook : Chia Tai Home Garden และ www.chiataigroup.com

ชื่นชมพระอัจฉริยภาพ ‘ชีวิตยามอยู่บ้าน: Life@Home’ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ชื่นชมพระอัจฉริยภาพ‘ชีวิตยามอยู่บ้าน: Life@Home’ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (naewna.com)

ชื่นชมพระอัจฉริยภาพ‘ชีวิตยามอยู่บ้าน: Life@Home’  นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

ชื่นชมพระอัจฉริยภาพ‘ชีวิตยามอยู่บ้าน: Life@Home’ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี 2563 ภายใต้ชื่อนิทรรศการ “ชีวิตยาม
อยู่บ้าน : Life@Home” พร้อมทรงจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ประจำปี 2563 ด้วยพระองค์เอง โดยนิทรรศการเปิดให้ร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ
ระหว่างนี้ จนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นายดาว วาสิกศิรินายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นายนิติกร กรัยวิเชียรเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ และ รศ.ดร.บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย ประธานกรรมการมูลนิธิ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เฝ้าฯรับเสด็จ จากนั้น นายดาว วาสิกศิริ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กราบบังคมทูลถวายรายงาน พร้อมเบิกผู้จัดและผู้สนับสนุนการจัดงานเข้ารับพระราชทานของที่ระลึกต่อมา ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี2563 จากนั้นทรงเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ภายใต้ชื่อนิทรรศการ “ชีวิตยามอยู่บ้าน : Life@Home”พร้อมกับทรงจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ประจำปี 2563 แก่ผู้ที่มาร่วมงานอีกด้วย

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี 2563 หัวข้อ “ชีวิตยามอยู่บ้าน : Life@Home”จัดโดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานครหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานเอกชนอื่นๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีโอกาสได้ร่วมตามรอยเสด็จพระราชดำเนินและชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงปี 2561-2562 เพื่อจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยภาพแขวนผนัง จำนวน 145 ภาพ ภาพเล็กในห้อง 8 เหลี่ยม จำลองบรรยากาศสวน จำนวน 546 ภาพ และภาพขนาดใหญ่ จำนวน 10 ภาพ โดยแต่ละภาพที่นำมาจัดแสดง นอกจากเป็นภาพที่สวยงามทรงคุณค่าทางศิลปะการถ่ายภาพแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองจากสายพระเนตรที่ทรงประสบพบเห็นสิ่งต่างๆ ที่ทรงสนพระราชหฤทัยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่าย อีกทั้ง ยังให้ข้อคิดเตือนใจในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้คนไทยทุกคนได้มาชมภาพที่เปรียบเสมือนการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายของพระองค์ท่าน

นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2550 กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ เพื่อนำมาจัดแสดงนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นความรู้แก่นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เริ่มตั้งแต่นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “แสงคือสีสีคือแสง” ในปี 2550 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง” ในปี 2551 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ถ้าเดินเรื่อยไปย่อมถึงปลายทาง” ในปี 2552 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “สี แสง แสดงชีวิต” ในปี 2553 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “อุปบัติ ณ โลกี” ในปี 2554 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ควงกล้องท่องโลก” ในปี 2555 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “รูปยาตรา ภาพทัศนาจร” ในปี 2556 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “อันมีทิพเนตรส่องไป” ในปี 2557 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “อยู่มานาน กาลเวลามีสุข”ในปี 2558 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ทัศนียมรรคา” ในปี 2559 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “กาวยประภา” ในปี 2560นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “สวัสดีปีจอหมา มาคอยท่าปีกุนหมู” ในปี 2562 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “มหัศจรรย์พรรณภาพ” และในปี 2563 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตยามอยู่บ้าน”

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์หัวข้อ “ชีวิตยามอยู่บ้าน” ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมระหว่างนี้จนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564(หยุดทุกวันจันทร์) เวลา10.00-19.00 น. และมีการจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตยามอยู่บ้าน” ในราคาเล่มละ 900 บาท ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (สี่แยกปทุมวัน) และศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย