‘อ้าย-ม่อน’ เปิดประสบการณ์สนุก จับไมค์ร้องเพลงละคร ‘คุณแม่มาเฟีย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘อ้าย-ม่อน’ เปิดประสบการณ์สนุก จับไมค์ร้องเพลงละคร ‘คุณแม่มาเฟีย’ (naewna.com)

‘อ้าย-ม่อน’ เปิดประสบการณ์สนุก จับไมค์ร้องเพลงละคร ‘คุณแม่มาเฟีย’

‘อ้าย-ม่อน’ เปิดประสบการณ์สนุก จับไมค์ร้องเพลงละคร ‘คุณแม่มาเฟีย’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ออกอากาศให้ได้สนุกเฮฮากันแล้ว สำหรับ “คุณแม่มาเฟีย” ทางช่อง GMM 25 นอกจากงานดี..ดูเพลิน..ฟังเพลงประกอบละครก็เพราะด้วยน้า กับจังหวะสดใสโย่วๆ ชวนโยกย้ายเพราะได้คู่ปรับ อ้าย-สรัชนา อภิสมัยมงคล คว้าไมค์ดวลเสียงกับ ม่อน-ธนัชชัย วิจิตรวงศ์ทอง ในเพลง..ลองเป็นฉันดูไหม Tell me you love me(OST. คุณแม่มาเฟีย) โดย อ้าย เล่าว่า

“สำหรับอ้ายเต็มที่ทุกอย่างค่าทั้งการแสดงละคร “คุณแม่มาเฟีย” และร้องเพลงประกอบละคร เนื้อหาของเพลงก็เป็นตัวแทนวัยรุ่นอย่างพวกเราพูดถึงความรัก แอบรัก..
แอบหยอดลองจีบได้มั้ย? กุ๊กกิ๊กๆ จังหวะสนุกน่าจะติดหูผู้ฟังได้ไม่ยาก ความพิเศษของเพลงนี้คงเป็นการใช้น้ำเสียงหลายแบบในหนึ่งท่อนที่ร้องเลยใช้เวลาแก้ไขปรับแต่งตอนอัดเสียงนานพอสมควรค่ะ เพราะ พี่ดอดจ์-มุขพล จันทรวงศ์ (โปรดิวเซอร์) ใส่ใจเนื้อเสียงทุกๆ ถ้อยคำที่เปล่งออกมางานละเอียดมั่นใจในคุณภาพได้เลยค่ะ ฝากติดตามละครแล้วอย่าลืมฟังเพลงของพวกเรานะคะ” ม่อน เม้าท์ต่อบ้าง “ในส่วนของม่อนถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่กับการร้องเพลงประกอบละครเลย ปกติไม่กล้าร้องเพลงให้คนอื่นฟังครับ พอดีมีผู้ใหญ่ให้โอกาสเราก็ไปเรียนร้องเพลงเพิ่มเติมสร้างความมั่นใจ ก็ยังเป็นเรื่องยากสำหรับผมอยู่ดีถือว่าทลายกำแพงเลย สำหรับการมาอัดเสียงวันนี้ก็ถือว่า พร้อมพอสมควรแม้จะหวั่นๆ กับท่อนแร็พอยู่บ้าง ที่ไปเรียนมาก็ได้โชว์สกิลกับเพลงตัวเองที่แต่งใหม่สำหรับละครทั้งท่อนร้อง..ท่อนแร็พครั้งนี้หละครับแล้วผมเข้าห้องอัดหลัง น้องอ้าย ด้วยน้องก็ขู่ เอ๊ย! บอกไว้เยอะ พี่ดอดจ์-มุขพลเข้มนะร้องต้องเป๊ะ เราก็เริ่มหวั่นไหว ขนาดน้องอ้ายเป็นนักร้องยังใช้เวลาเยอะเลยแล้วผมจะเหลืออะไร แต่อยากให้คุณผู้ชม..คุณผู้ฟังเปิดใจลองฟังเพลงนี้ดูครับ เนื้อหาน่ารัก..ทำนองฟังสบายร้องตามก็ได้ด้วย” ติดตามรับฟังเพลง“ลองเป็นฉันดูไหม” เพลงประกอบละคร “คุณแม่มาเฟีย” และพร้อมชมละครสนุกแห่งปี ได้ทุกคืนวันจันทร์-พฤหัสบดีเวลา 20.10 น. ช่อง GMM25

‘ชิง’ สุโกสินทร์ ขึ้นแท่นผู้กำกับเต็มตัวครั้งแรก ในภาพยนตร์ ‘วอน (เธอ)’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘ชิง’สุโกสินทร์ ขึ้นแท่นผู้กำกับเต็มตัวครั้งแรก ในภาพยนตร์ ‘วอน (เธอ)’ (naewna.com)

‘ชิง’สุโกสินทร์ ขึ้นแท่นผู้กำกับเต็มตัวครั้งแรก  ในภาพยนตร์ ‘วอน (เธอ)’

‘ชิง’สุโกสินทร์ ขึ้นแท่นผู้กำกับเต็มตัวครั้งแรก ในภาพยนตร์ ‘วอน (เธอ)’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

อยู่ในวงการภาพยนตร์มาหลายปี เคยผ่านงานเบื้องหลังหลากหลาย วันนี้เรียกว่าเป็นความท้าทายขั้นสุดของ “ชิง” สุโกสินทร์ อัครพัฒน์ ที่นอกจากจะต้องมาเขียนบทหนังรัก ยังโดดมาเป็นผู้กำกับเต็มตัวใน “วอน (เธอ)” หนังรัก 4 มุมมองจากนักแสดงนำ 4 คน นำโดย “ฟ้า” ษริกา, “มีน” พีรวิชญ์, “เซ้นต์” ศุภพงษ์,“พีค” ภีมพล ภาพยนตร์ที่ เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ (M39) ผลิตร่วมกับแมดอะไรดี โดย “ชิง” สุโกสินทร์ ได้เล่าถึงความรู้สึกว่า

“การกำกับภาพยนตร์เต็มตัวครั้งแรกยากกว่าที่คิดด้วยความที่เราเขียนบทเองก็จะมีภาพในหัวที่มันใช่ ก็มีการเตรียมความพร้อมคิดว่าไม่น่าจะมีอะไร ปรากฏว่ามันเหนื่อยกว่าที่คิดไว้ที่ผ่านมาผมเขียนหนังผีมาตลอด แต่เรื่องนี้เป็นหนังรักมันฉีกออกมาเลย มันเลยเหมือนเราขับรถแล้วต้องเปลี่ยนคันถามว่าสะดุดไหม ไม่สะดุดแต่เราไม่ชินกับมัน ถ้าเราต้องการชินกับรถคันใหม่เราต้องใช้สมาธิค่อนข้างสูง ด้วยความที่มันเป็นหนังวัยรุ่น ส่วนคนทำไม่วัยรุ่นเลย เราเลยรีเสิร์ชหนักมาก รวมถึงทีมงานปกติเราจะมีทีมงานที่เราคุ้นเคย หน้าเดิมๆ แต่เรื่องนี้เราเลือกทำงานกับคนคุ้นเคยครึ่งหนึ่ง ทีมใหม่ครึ่งหนึ่ง ถ้ามีทีมใหม่เข้ามามันจะก็มีความต่าง ไหนจะสถานที่ ไหนจะสภาพอากาศส่วนนักแสดงนำทั้ง 4 คน ก็คิวฮอตมาก แต่ตอนนี้หนังเสร็จแล้ว เราทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดแล้ว พอหนังใกล้ฉายก็ตื่นเต้น เครียดและกดดันด้วย อีกความรู้สึกคือลุ้น เพราะเราแบกความหวังไว้เยอะ ทั้งของนักแสดง ของทีมทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวเรา และอยากให้โปรเจกท์นี้ดี ทุกครั้ง เขาพูดขอบคุณครับพี่มันเหมือนเป็นการฝากความหวังไว้ที่เรา มันทำให้เรารู้สึกว่าถ้าหนังออกมาไม่ดีเราคงรู้สึกผิด เหนือสิ่งอื่นใด คือเราอยากให้คนดูรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ นี่เรื่องกู นี่คือเรื่องของเพื่อนกู ถ้าทำได้ก็ถือว่าผมประสบความสำเร็จ”

‘ศิต วงโมทีฟ’ หายตัวปริศนา! หลังโพสต์ตัดพ้อชีวิต พบป่วยซึมเศร้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘ศิต วงโมทีฟ’หายตัวปริศนา! หลังโพสต์ตัดพ้อชีวิต พบป่วยซึมเศร้า (naewna.com)

'ศิต วงโมทีฟ'หายตัวปริศนา! หลังโพสต์ตัดพ้อชีวิต พบป่วยซึมเศร้า

‘ศิต วงโมทีฟ’หายตัวปริศนา! หลังโพสต์ตัดพ้อชีวิต พบป่วยซึมเศร้า

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.10 น.

วันที่ 9 ธันวาคม 2563 นายเรืองเดช พรจรูญพงษ์ ผู้จัดการส่วนตัวของ ศิต-ประกาศิต สากลวารี นักร้องนำวงโมทีฟ โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อคืนวานนี้ (8 ธ.ค.) ระบุว่านักร้องและนักดนตรีรายดังกล่าวหายตัว หลังจากขับรถยนต์หรูสีขาวยี่ห้อเมอร์เซเดซ-เบนซ์ ทะเบียน 8กฒ 4 กรุงเทพมหานคร ออกไป

ขณะเดียวกัน ยังพบว่าโพสต์สุดท้ายในเฟซบุ๊กของ ศิต ประกาศิต เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ในเชิงตัดพ้อชีวิตว่า “ดีใจ… ที่ได้ดูแลทุกคนนะ” อีกด้วย แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการหายตัว

ซึ่งนายศิต-ประกาศิต สากลวารี ได้เผชิญกับภาวะซึมเศร้ามาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งช่วงก่อนหน้าในวันเดียวกัน (6 ธ.ค.) ตนยังโพสต์คลิปในเว็บไซต์ยูทูบลงเฟซบุ๊ก ซึ่งคลิปดังกล่าวเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าที่รุนแรงไปสู่การฆ่าตัวตาย โดยบรรยายโพสต์นี้ว่า “ไหวเนอะ…กู”

ไม่ใช่แค่นั้น วันก่อนหน้า (5 ธ.ค.) ศิต ประกาศิต ยังโพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่าตนรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า และตั้งคำถามถึงการมีชีวิตบนโลกนี้ต่อ

“ความรู้สึกตอนนี้ ทำไมรู้สึกว่า ตัวเองไม่มีค่าเลยวะ ทุกวันนี้ทำไรอยู่ ต้องอยู่มั้ย”

‘บี น้ำทิพย์’ จัดหนักความแซ่บ อวดหุ่นสวยในบิกินีสุดเซ็กซี่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘บี น้ำทิพย์’จัดหนักความแซ่บ อวดหุ่นสวยในบิกินีสุดเซ็กซี่ (naewna.com)

'บี น้ำทิพย์'จัดหนักความแซ่บ อวดหุ่นสวยในบิกินีสุดเซ็กซี่

‘บี น้ำทิพย์’จัดหนักความแซ่บ อวดหุ่นสวยในบิกินีสุดเซ็กซี่

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.38 น.

9 ธ.ค.63 สมกับเป็นนางเอกและนางแบบสุดฮอตจริงๆ สำหรับ “บี น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์” ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้จัดทริปเที่ยวทะเลภูเก็ต ซึ่งแน่นอนว่างานนี้สาวบีไม่เคยทำให้แฟนๆ ผิดหวัง จัดเซตชุดบิกินีทั้งลายม้าลายและเสือดาว อวดหุ่นสวยแซ่บ เผยผิวสวย และหน้าลุคเฉี่ยวๆ จิกกล้อง ที่ทำเอาหนุ่มๆ ใจเต้นรัวเลยทีเดียว

สอศ. เตรียมจัดอบรมนักเรียน- นักศึกษาอาชีวะ เข้าสู่สายงานผู้ประกอบกิจการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สอศ.เตรียมจัดอบรมนักเรียน-นักศึกษาอาชีวะ เข้าสู่สายงานผู้ประกอบกิจการ (naewna.com)

สอศ.เตรียมจัดอบรมนักเรียน-นักศึกษาอาชีวะ เข้าสู่สายงานผู้ประกอบกิจการ

สอศ.เตรียมจัดอบรมนักเรียน-นักศึกษาอาชีวะ เข้าสู่สายงานผู้ประกอบกิจการ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.52 น.

สอศ.เตรียมจัดอบรมให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวะ เพื่อเข้าสู่สายงานผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหารตระหนักถึงความปลอดภัย

10 ธันวาคม 2563 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ที่มีการระบาดไปทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อประเทศไทย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีประกาศเรื่องหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดอบรมผู้ประกอบการและผู้สัมผัสอาหาร พ.ศ. 2561 กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร ต้องผ่านเกณฑ์การอบรมฯ ภายใน 2 ปี โดยจะครบกำหนดและมีผลบังคับใช้ ใน วันที่ 16 ธันวาคม 2563 

นับจากวันที่กฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ.) กลุ่มอาชีพภาคธุรกิจและบริการอาหาร ตระหนักถึงความปลอดภัย และมาตรการต่างๆ ที่ทุกหน่วยงานต้องช่วยกันเฝ้าระวัง โดยได้ร่วมประชุมหารือกับกรมอนามัย ถึงแนวทางความร่วมมือในการจัดอบรมผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร เพื่อให้ครู นักเรียน นักศึกษา ในสังกัด สอศ. สาขาวิชาคหกรรมอาหาร บริหารธุรกิจและการโรงแรม โลจิสติกส์ และสาขาที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสอาหาร ประมาณ 50,000 คน ให้ได้รับการรับรองตามหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหาร สำหรับผู้สัมผัสอาหาร ตามกฎกระทรวง สุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 ของกระทรวงสาธารณสุข

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า การประชุมดังกล่าวมีข้อสรุปเบื้องต้นในการดำเนินการโดยมีสถานศึกษาในสังกัด สอศ. เป็นศูนย์กลางการอบรม ระยะแรก คือจัดทำแผน และวางการอบรมร่วมกัน โดยเริ่มที่ครูและบุคลากรอาชีวศึกษา นักเรียน นักศึกษา ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนปัจจุบัน คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือน มกราคม 2564

“สำหรับรูปแบบการฝึกอบรม จะเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กรมอนามัยกำหนดไว้ คือ 1 ห้องเรียนจะต้องมีผู้เข้ารับการอบรม และลงทะเบียนอย่างน้อย 100 คน โดยมีรูปแบบทั้งในการใช้วิทยากรอบรม และการเรียนรู้ด้วยตนเองจากทางระบบออนไลน์ ซึ่งกรมอนามัย จะแขวนหลักสูตรและเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ที่หน้าเว็บไซต์ของกรมอนามัย เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสอาหารได้ศึกษาด้วยตนเองได้” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

ส.น.ร.เผยรายชื่อผูได้รับทุนดีเด่นและดาวรุ่ง ประธานศาลฎีกา- ปลัดกระทรวง – ทูต- อาจารย์มหา’ลัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ส.น.ร.เผยรายชื่อผูได้รับทุนดีเด่นและดาวรุ่ง ประธานศาลฎีกา-ปลัดกระทรวง-ทูต-อาจารย์มหา’ลัย (naewna.com)

ส.น.ร.เผยรายชื่อผูได้รับทุนดีเด่นและดาวรุ่ง ประธานศาลฎีกา-ปลัดกระทรวง-ทูต-อาจารย์มหา’ลัย

ส.น.ร.เผยรายชื่อผูได้รับทุนดีเด่นและดาวรุ่ง ประธานศาลฎีกา-ปลัดกระทรวง-ทูต-อาจารย์มหา’ลัย

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย (ส.น.ร.) เปิดเผยว่า สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการศึกษาบุคลากรของรัฐมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านได้มอบทุนการศึกษาให้แก่บุคคลที่มีความสามารถให้ได้ศึกษาในระดับที่สูงขึ้น เพื่อที่จะได้นำความรู้กลับมาบริหารประเทศ และในปี 2563 ส.น.ร. ได้ดำเนินการคัดเลือกนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่น และนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง พร้อมมอบเข็มประกาศเกียรติคุณแก่นักเรียนทุนรัฐบาลทั้งสองประเภทเพื่อให้ได้รับการศึกษาที่ดีต่อไป

ศ.ดร.สุชัชวีร์กล่าวต่อว่า สำหรับการคัดเลือกครั้งนี้ มีนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่นจำนวน 5 รายโดยแบ่งเป็น 5 สาขา ได้แก่ 1.สาขากฎหมาย ได้แก่ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา คนที่ 45 2.สาขาวิศวกรรมโยธา ได้แก่ดร.ชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม 3.สาขาเศรษฐศาสตร์ ได้แก่ นางสาวสุนันทา กังวานกุลกิจ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ณ กรุงเจนีวากระทรวงพาณิชย์ 4.สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ได้แก่ ดร.ชุติมา หาญเผชิญ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และ5.สาขาการแพทย์ ได้แก่ ศ.นพ. อนุชา อภิสารธนรักษ์ ศาสตราจารย์ประจำ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นอกจากนี้ ยังได้มีการคัดเลือกนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่งจำนวน 3 ราย ใน 3 สาขา ได้แก่ 1.สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมได้แก่ ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ศาสตราจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2.สาขาสถิติ ได้แก่ รศ.ดร.เสาวณิต สุขภารังสี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ 3.สาขาพฤกษศาสตร์ ได้แก่ รศ.ดร.เพียงพักตร์ สุขรักษ์ รองศาสตราจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

มจธ.จัดสัมมนา ‘Advance Composite 3D Printing’ เพื่อการนำไปใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆในอนาคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – มจธ.จัดสัมมนา‘Advance Composite 3D Printing’ เพื่อการนำไปใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆในอนาคต (naewna.com)

มจธ.จัดสัมมนา‘Advance Composite 3D Printing’  เพื่อการนำไปใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆในอนาคต

มจธ.จัดสัมมนา‘Advance Composite 3D Printing’ เพื่อการนำไปใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆในอนาคต

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดสัมมนา “Advance Composite 3D Printing: The Disruptive Manufacturing Solution” เพื่อขับเคลื่อนและเตรียมพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีวัสดุและการพิมพ์สามมิติที่กำลังจะเปลี่ยนไป การสัมมนามีผู้เข้าร่วม 200 คนจาก 5 กลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำในประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติโดยใช้วัสดุคอมโพสิตซึ่งเป็นการผลิตสมัยใหม่ ทั้งนี้ตั้งเป้าให้มีการนำไปใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ให้มากขึ้นในอนาคต โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 17 ธ.ค. 2563 ณ อาคารเคเอ็กซ์ (KX-KnowledgeExchange) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ถนนกรุงธนบุรี ใกล้สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่

รศ.ดร.สนติพีร์ เอมมณีอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนายกสมาคมไทยคอมโพสิต กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยหลากหลายด้านมีความเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมในการใช้วัสดุคอมโพสิต กับ 3D Printingไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนอากาศยาน อุปกรณ์ทางการทหารและการป้องกันประเทศ ชิ้นส่วนการผลิตหุ่นยนต์และเครื่องจักรระบบอัตโนมัติ โครงสร้างยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่และอุปกรณ์และเครื่องมือการแพทย์ ซึ่งภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้อยู่ในกลุ่มS-Curve ตามนโยบาย Thailand4.0 ของภาครัฐ ความรู้ในเทคโนโลยีด้านการพิมพ์สามมิติด้วยวัสดุคอมโพสิตจึงเป็นการช่วยผลักดันภาคการผลิตเข้าสู่การพัฒนาที่สอดคล้องกับS-Curve ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังมีภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติด้วยวัสดุคอมโพสิตอีกหลายประเภท เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมสันทนาการและกีฬา อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลในโรงงานและการเกษตร เป็นต้น โดยบริษัท ผู้ประกอบการและสถาบันที่เข้าร่วมงานมีความครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรมจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขับเคลื่อนต่อไปในอนาคต

“เรามุ่งหวังว่าภาคอุตสาหกรรมจะได้มาแลกเปลี่ยนความรู้กัน และนำไปสู่ความเข้าใจการกระบวนการผลิตที่มีความทันสมัยและตรงต่อความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น กระบวนการผลิตนี้จะสร้างความคล่องตัว ความคุ้มค่า ชิ้นงานมีสมบัติทางกายภาพที่ดี ในงานสัมมนาครั้งนี้มุ่งเน้นการพื้นฐานเทคโนโลยีด้านวัสดุ “คอมโพสิต” เนื่องจากวัสดุมีความ “แข็งแรงสูง” มี“น้ำหนักเบา” ใช้งานได้ “หลากหลาย”สามารถตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้ดี โดยเป็นการนำวัสดุ ตั้งแต่ 2 ชนิดมาผสมกัน เช่นนำเส้นใยชนิดต่างๆ มาผสมกับวัสดุที่เป็นโพลิเมอร์ หรือเลือกนำวัสดุอื่นๆ มาใช้ร่วมกันให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งาน และเมื่อนำมาผนวกกับการผลิตด้วยเทคโนโลยี “3D Printing” ยิ่งทำให้สามารถสร้างรูปแบบและผลิตชิ้นงานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น”รศ.ดร.สนติพีร์ กล่าว

สพฐ.จัดแข่งหุ่นยนต์พัฒนาศักยภาพเด็กไทย โอกาสทองของเด็กทั่วไทยที่ได้รับประสบการณ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สพฐ.จัดแข่งหุ่นยนต์พัฒนาศักยภาพเด็กไทย โอกาสทองของเด็กทั่วไทยที่ได้รับประสบการณ์ (naewna.com)

สพฐ.จัดแข่งหุ่นยนต์พัฒนาศักยภาพเด็กไทย  โอกาสทองของเด็กทั่วไทยที่ได้รับประสบการณ์

สพฐ.จัดแข่งหุ่นยนต์พัฒนาศักยภาพเด็กไทย โอกาสทองของเด็กทั่วไทยที่ได้รับประสบการณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา จัดการแข่งขันหุ่นยนต์พัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยด้านหุ่นยนต์ ครั้งที่ 1 ขึ้น ณ โรงเรียนหนองบัว สพม.เขต 42 จังหวัดนครสวรรค์ มี ดร.อโณทัยไทยวรรณศรี ผู้อำนวยสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน

การจัดการแข่งขันครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือระหว่างInternational Robot OlympiadCommittee ประเทศเกาหลีใต้ Hong Kong Robotic Olympic Association (HKROA) เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ชมรมครูหุ่นยนต์ไทย และภาคีเครือข่ายด้านหุ่นยนต์ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้ร่วมจัดการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับประเทศในรายการแข่งขันหุ่นยนต์พัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยด้านหุ่นยนต์ ครั้งที่ 1 หรือรายการ ThailandRobot & Robotic Olympiad2020 ภายในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมการแข่งขันหุ่นยนต์ Thailand Robot &Robotic Olympiad 2020 และกิจกรรมการประกวดการคัดเลือกนวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้านหุ่นยนต์ Best PracticesRobotic Awards โดยมีทีมเข้าร่วมทั้งสิ้น 1,188 ทีม จำนวนนักเรียน 2,165 คน และจำนวนผู้ฝึกสอน 1,137 คน

ด.ญ.อารยา ผูกน้อย นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเขาวัง(แสง ช่วงสุวนิช) จ.ราชบุรี เล่าว่า“ดีใจที่ได้ร่วมการแข่งขันเพราะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ มากมายค่ะ ได้ท้าทายตัวเอง เพราะมีทีมแข่งขันจากทั่วประเทศมากมาย ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ตัวเองไม่เคยทำค่ะได้รู้จุดอ่อนและจุดแข็งของตนเองและนำมาพัฒนาต่อไปเพื่อให้ดียิ่งขึ้นค่ะ นอกจากนี้ ได้รับความสนุกสนานและความภาคภูมิใจ และได้เจอเพื่อนใหม่จากต่างโรงเรียน ถ้ามีโอกาสในปีหน้าก็อยากจะมาแข่งขันอีกเพื่อจะได้รับประสบการณ์มากขึ้นค่ะ

นายสมไชย กระต่ายทองครูโรงเรียนเขาวัง (แสง ช่วงสุวนิช)จ.ราชบุรี กล่าวเสริมว่า “รู้สึกดีใจที่ได้นำนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์พัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยด้านหุ่นยนต์ครั้งที่ 1 นักเรียนที่เป็นตัวแทนของโรงเรียนจะมีผลต่อการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนรุ่นต่อๆ ไป ได้ส่งเสริมความร่วมมือ ความมีน้ำใจและสัมพันธภาพในหมู่นักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน นักเรียนได้รับความรู้และประสบการณ์จากการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น ครูผู้ควบคุมทีมมีความร่วมมือระหว่างกัน อันจะเป็นการพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยด้านหุ่นยนต์สืบต่อไปครับ”

คณะกรรมการวิชาการของวุฒิสภา จับมือ อว. จัดเสวนา น้อมรำลึกคุณูปการ รัชกาลที่ 9 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – คณะกรรมการวิชาการของวุฒิสภา จับมือ อว. จัดเสวนา น้อมรำลึกคุณูปการ รัชกาลที่ 9 (naewna.com)

คณะกรรมการวิชาการของวุฒิสภา จับมือ อว. จัดเสวนา น้อมรำลึกคุณูปการ รัชกาลที่ 9

คณะกรรมการวิชาการของวุฒิสภา จับมือ อว. จัดเสวนา น้อมรำลึกคุณูปการ รัชกาลที่ 9

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.01 น.

คณะกรรมการวิชาการของวุฒิสภา จับมือ อว. จัดเสวนา “เทคโนโลยีอวกาศ…สู่การพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน” น้อมรำลึกคุณูปการในหลวงรัชกาลที่ 9

9 ธันวาคม 2563 คณะกรรมการวิชาการของวุฒิสภา โดยคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมน้อมรำลึกถึงคุณูปการของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นพระผู้จุดประกายและนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ วิทยาการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติด้วยภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายจากดาวเทียม รวมทั้งเทคโนโลยีอวกาศ มาสนับสนุนพระราชกรณียกิจ ก่อให้เกิดการพัฒนาที่นำไปสู่แนวพระราชดำริการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ผ่านการเสวนา “เทคโนโลยีอวกาศสู่การพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน” ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

พลอากาศเอกประจิน  จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา กล่าวว่า การจัดเสวนาในวันนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของประเทศไทย รวมทั้งเผยแพร่ทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย และกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน บุคลากรด้านการศึกษา เกิดมุมมองความรู้ใหม่และความเข้าใจถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน รวมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ ยกระดับเทคโนโลยีอวกาศในประเทศไทย และในระดับภูมิภาคอีกต่อไป

การร่วมกันแสดงความคิดเห็นต่อการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของประเทศไทย ในด้านต่างๆ จะเป็นการนำเสนอทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศในแต่ละมุมมอง ทั้งด้านการสื่อสาร ด้านเกษตรและความมั่นคงด้านอาหาร ด้านเศรษฐกิจอวกาศ และด้านการบริหารการตัดสินใจในนโยบายเชิงพื้นที่ อีกทั้งภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ที่ทรงมีต่อการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของประเทศไทย นิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษาที่นำพระอัจฉริยภาพของพระองค์มาเป็นแนวปฏิบัติ กำหนดเป็นภารกิจหลักขององค์กรในด้านการนำข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมมาวิเคราะห์และจัดทำแผนที่พร้อมใช้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ รวมทั้งแสดง เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางอวกาศ เช่น  เทคโนโลยีอวกาศระดับเยาวชน (จรวดเชื้อเพลิง, Balloon Sat เเละ ดาวเทียมขนาดเล็กเเคนเเซท CanSat) ความร่วมมือระหว่างบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กับบริษัท mu space (จัดแสดงอุปกรณ์ที่ส่งขึ้นไปทดสอบบนอวกาศ) แผนการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม – การอนุญาตการให้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมโดยระบบการอนุญาต (License) ครั้งแรกของประเทศไทย – การเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานมาเป็นระบบใบอนุญาตของธุรกิจดาวเทียม ธุรกิจนวัตกรรมด้านอากาศยานไร้คนขับ โมเดลของดาวเทียม “นภา-1” เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนกองทัพอากาศตามยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ 20 ปี ผลงานวิจัยด้าน GNSS , พลาสมาบับเบิ้ลในชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ และแบบจำลอง Cube-sat เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองขององค์กรและนวัตกรรุ่นใหม่ ต่อการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีอวกาศ โดยมีผู้แทนจาก โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนกําเนิดวิทย์ โรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เข้าร่วมในครั้งนี้อีกด้วย พลอากาศเอกประจิน กล่าว

ทางด้าน ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า อวกาศเป็นเรื่องสำคัญสำหรับประเทศไทยที่จะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศในทุกๆ มิติ ซึ่งหากมองโดยภาพรวมแล้ว สิ่งที่ GISTDA เร่งดำเนินการในขณะนี้ คือ 1) การศึกษาโอกาสทางธุรกิจ เราจะต้องทำการวิเคราะห์ว่าสามารถทำอะไรได้บ้างในเรื่องของอวกาศ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอวกาศ การลงทุน ความคุ้มค่า และต้องศึกษาถึงความเป็นไปได้ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า รวมไปถึงการเตรียมความพร้อม การวางแผน และการดึงดูดพันธมิตรหน้าใหม่ในวงการอวกาศเพื่อสร้างความร่วมมือกันในอนาคต 2) สร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน เพื่อให้ทราบถึงความสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศว่าสามารถสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยของเราได้อย่างไรบ้าง ซึ่งการสร้างความตระหนักนี้เกิดจากบุคลากรที่เราสร้างขึ้นมาจากหน่วยงานภาครัฐที่ไปร่วมมือกับโครงการระบบ THEOS-2  และจากผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ โดย GISTDA จะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมความร่วมมือ สร้างเครือข่ายผู้มีความรู้ด้านอวกาศให้มากที่สุดเพื่อที่จะกระจายองค์ความรู้เหล่านี้ไปสู่ท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3) สร้างคน ซึ่งจะต้องเริ่มต้นจากระดับมัธยมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย คิดค้นและพัฒนาหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถนำมาบูรณาการและต่อยอดได้ เช่น การเขียนโปรแกรมการสื่อสารระหว่างดาวเทียมกับบนพื้นโลก หรือความร่วมมือต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอวกาศซึ่งมีหลากหลายด้านที่เราจะต้องเตรียมตัวเพื่อรองรับอนาคตของประเทศไทย ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าหลักสูตรในระดับมัธยมศึกษาก็เริ่มบรรจุความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการสร้างดาวเทียมบ้างแล้ว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเน้นย้ำให้เนื้อหาหลักสูตรมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยระยะแรกไม่จำเป็นต้องเน้นวิชาการมากนัก แต่ต้องเป็นหลักสูตรที่สามารถสร้างจินตนาการเพื่อให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจได้ หรือมีแหล่งเงินทุนที่จะสนับสนุนให้เด็กๆ สามารถสร้างและประกอบดาวเทียมเองได้ เป็นต้น และส่วนที่ 4 ซึ่งเป็นส่วนสุดท้าย คือการส่งเสริมการกำกับในภาครัฐ ภาคเอกชน และต่างประเทศ ที่ต้องการมาใช้ประโยชน์จากอวกาศในประเทศไทย ซึ่งในขณะนี้เรามีการเตรียมการในการร่าง พรบ.กิจการอวกาศอยู่แล้ว ซึ่ง พรบ. ดังกล่าว อยู่ระหว่างการเตรียมเสนอ ครม. เพื่อพิจารณา ก็จะสามารถนำมาช่วยส่งเสริมในการกำกับการดำเนินงานในอนาคตได้ รวมถึงรองรับอุตสาหกรรมอวกาศและกิจการอวกาศที่จะเกิดขึ้นภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องและเตรียมรับมือกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศได้อีกด้วย

ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวต่อไปว่า จากนี้ไปประเทศไทยจะเร่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศต่อไปอย่างเต็มกำลัง พร้อมกับการขยายกลุ่มผู้ใช้งานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศไปสู่ภาคสังคม ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งพัฒนารูปแบบข้อมูลและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการกลุ่มผู้ใช้งานธุรกิจในกลุ่มต่างๆ ตลอดจนทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ผลักดัน Co-creation ในทุกภาคส่วนบนพื้นฐานของความโปร่งใสตรวจสอบได้ ณ วันนี้ เทคโนโลยีอวกาศไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัว และยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญให้กับประเทศในการสร้างและพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ปัจจุบัน GISTDA ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอาคารประกอบและทดสอบดาวเทียม ที่เรียกว่า AIT ตั้งอยู่ที่ศรีราชา บุคลากรของเราหลายๆ รุ่น ถูกส่งไปเรียนรู้เรื่องการประกอบดาวเทียมในประเทศต่างๆ ของโลก เราส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีอวกาศสู่ภาคเอกชนด้วย มีส่วนงานที่ถ่ายทอดองค์ความรู้จริงจัง ครอบคลุมไปยังสถานศึกษา 

“เราพยายามสร้าง Eco System ในเรื่องนี้ไว้รองรับเพื่อเปิดรับ startup และส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ๆ และหาทางเปิดประตูสู่แหล่งทุนให้ด้วย” ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าว

ขณะที่อุตสาหกรรมอวกาศโลกในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่ามากถึง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ และประเทศไทยก็กำลังเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ หรือ Aerospace Industry ด้วยเช่นกัน โดยกำหนดให้เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ดังนั้น อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจประเทศ ดังจะเห็นได้จากการเติบโตของธุรกิจดาวเทียมขนาดเล็กที่จะถูกส่งขึ้นไปบนอวกาศ เพื่อสนับสนุนการทำงานของภาคเอกชนที่อาศัยสารสนเทศอย่างเช่น IOT ซึ่งแต่ละปีมีความต้องการส่งดาวเทียมเหล่านี้ขึ้นไปหลายพันดวง อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมนี้ยังเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องศึกษาเรียนรู้และพัฒนา โดยเฉพาะการผลิตบุคลากรที่จะเข้าสู่วงจรอุตสาหกรรมการผลิต โปรแกรมมิ่ง แอพพลิเคชั่น หรือการนำไปประยุกต์ใช้ต่างๆ 

อีกประเด็นที่น่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมนี้ คือ การมี “ท่าอวกาศยาน” เพื่อเป็นฐานปล่อยจรวดสู่ห้วงอวกาศ ซึ่งหากประเทศไทยมีท่าอวกาศยานเป็นของเราเอง ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ทางตรงแล้ว ยังเกิดอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องตามมาไม่ใช่แต่เพียงในอุตสาหกรรมเดี่ยวกัน แต่ยังข้ามอุตสาหกรรมไปงานอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้อีกด้วย

ดังนั้น GISTDA ในฐานะองค์กรหลักของประเทศในด้านกิจการอวกาศ จึงต้องให้ความสำคัญอย่างมากในการกำกับ ดูแล ศึกษาหาช่องทาง หาโอกาสในเรื่องของกิจการอวกาศอย่างรอบคอบในทุกๆ บริบท และต้องให้ความสำคัญกับทำงานแบบมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน รวมถึงมีเครือข่ายพันธมิตรกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาของประเทศที่มีอยู่มากมายหลายมิติ ทั้งสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าว.

GSB launches project to help revive Koh Samui’s economy #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

GSB launches project to help revive Koh Samui’s economy (nationthailand.com)

GSB launches project to help revive Koh Samui’s economy

Dec 10. 2020

By THE NATION

The Government Savings Bank (GSB) has injected more than Bt1.5 billion in Koh Samui’s economy during the December 8-9 “GSB for Samui” fair, which was held to help the island’s badly affected tourism sector.

“About two months before the fair, more than 500 GSB executives and staff visited tourism-related businesses on Koh Samui to survey their financial needs and design suitable products,” GSB president Withai Ratanakorn said.

“This project, called ‘GSB’s Samui Model’, aims to help stimulate the island’s economy, which relies heavily on tourism, by providing funds to large corporations, SME operators as well as people at the grassroots level to help them overcome this economic recession.

“The fair itself was a huge success with more than 2,500 applicants seeking financial products from the bank,” he said. “We provided soft loans totalling more than Bt1.5 billion to boost the liquidity of some 2,000 businesses, and also provided debt-restructuring services to 500 customers with a combined debt worth Bt446 million and debt negotiation services with the Legal Execution Department for 30 customers.”

Withai said apart from financial services, GSB also offered help in the form of:

• Scholarships for 320 students whose families are suffering adversely from the fallout of Covid-19.

• Building chicken coops, mushroom growing barns and vegetable gardens at local schools to promote students’ agricultural skills.

• Buying community products such as fish, eggs, and vegetables to stimulate local economy and donating these products to low-income earners.

• Providing vehicles to 10 street food vendors and career-training courses to 300 people.

“The GSB for Samui fair and Samui Model project are products of GSB’s commitment in helping local communities overcome the hardship from the impact of Covid-19 outbreak,” Withai said. “In the next phase, GSB will organise ‘Travel Samui with GSB’ to promote tourism on the island by offering special discounts on hotel packages for holders of GSB credit cards.

“We also hope that the Samui Model will serve as a pilot framework for other agencies who are interested in organising similar campaigns to boost local economy in other provinces.”