“กรณิศ” พลังประชารัฐ ได้รับแต่งตั้ง เป็น 1 ใน 45 กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“กรณิศ”พลังประชารัฐ ได้รับแต่งตั้ง เป็น 1 ใน 45 กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ (komchadluek.net)

“กรณิศ”พลังประชารัฐ ได้รับแต่งตั้ง เป็น 1 ใน 45 กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ

"กรณิศ"พลังประชารัฐ ได้รับแต่งตั้ง เป็น 1 ใน 45 กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ

4 ธันวาคม 2563 – 09:19 น.

“ส.ส. กรณิศ” พลังประชารัฐ ได้รับแต่งตั้ง เป็น 1 ใน 45 กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญและได้รับเลือกเป็น ผู้ช่วยเลขานุการ กมธ.

 จากกรณีที่ประชุมรัฐสภา มีมติรับหลักการวาระแรกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ที่เสนอโดยฝ่ายค้าน และฉบับที่ 2 ที่เสนอโดยรัฐบาล พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จำนวน 45 คน แบ่งเป็นสัดส่วนของ ส.ว. 15 คน และ ส.ส. 30 คน       

ในส่วนของ ส.ส. เป็นของพรรคเพื่อไทย 8 คน, พรรคพลังประชารัฐ 8 คน, พรรคภูมิใจไทย 4 คน, พรรคก้าวไกล 3 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน, พรรคเสรีรวมไทย 1 คน, พรรคประชาชาติ 1 คน และพรรคเศรษฐกิจใหม่ 1 คน      

สำหรับพรรคพลังประชารัฐ จำนวน 8 คน หนึ่งในนั้นคือ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม.โดยคณะกรรมาธิการฯ จะใช้เวลาในการแปรญัตติ 15 วัน โดยเริ่มประชุมนัดแรกในวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และจะใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 ของรัฐบาลเป็นหลักในการพิจารณา
ทั้งนี้ จากการประชุมนัดแรก ที่ประชุม กมธ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มีมติเลือกนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธาน กมธ. โดยนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ได้รับเลือกเป็นผู้ช่วยเลขานุการ กมธ.

“เศรษฐพงค์” ชี้ อนาคตอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมมาแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เศรษฐพงค์” ชี้ อนาคตอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมมาแรง (komchadluek.net)

“เศรษฐพงค์” ชี้ อนาคตอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมมาแรง

"เศรษฐพงค์" ชี้ อนาคตอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมมาแรง

4 ธันวาคม 2563 – 08:53 น.

“เศรษฐพงค์” ชี้ อนาคตอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมมาแรง เผย สิ้นปีได้เห็นดาวเทียม LOE กว่า 700 ดวง ขึ้นวงโคจร ช่วยอินเทอร์เน็ตครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ฟันธง มูลค่าตลาดบรอดแบนด์สูงถึง 4 แสนล้านเหรียญ ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือกิจการอวกาศ-Space war ในอนาคต

4 ธันวาคม 2563  พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์เทรนของการอินเทอร์เน็ตในอนาคตว่า เราจะเห็นได้ว่าในปี 2020 บริษัทต่างๆ มีความพยายามที่จะทำให้ผู้คนทั่วโลกเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นอย่างแท้จริง

โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้ จะมีดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit : LEO) มากกว่า 700 ดวง ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทั่วโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2019 ที่มีประมาณ 200 ดวง แม้อาจจะยังไม่เพียงพอสำหรับการเชื่อมต่อสำหรับผู้บริโภคและองค์กรต่างๆ ทั่วโลก แต่คาดว่าจะสามารถให้บริการได้บางส่วนในช่วงปลายปีนี้หรือช่วงต้นปี 2021 โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นยุคอวกาศ มีดาวเทียมถูกส่งขึ้นไปสู่อวกาศแล้วทั้งหมดประมาณ 8,700 ดวง โดยมากกว่า 2,000 ดวง กำลังโคจรรอบโลก กลุ่มดาวเทียม “megacon stellations” ดวงใหม่ๆ หลายร้อยหลายพันดวงที่เชื่อมโยงถึงกัน จะเป็นสถานีบรอดแบนด์ที่โคจรรอบโลก และอาจเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 16,000 ดวงในช่วงอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ โลกอาจได้รับประโยชน์จากการปรับใช้งานดาวเทียมเหล่านี้ แต่ในขณะเดียวกันอาจทำให้อวกาศมีสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงและมีความซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน 

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีผู้คนจำนวนมากที่ยังไม่เคยเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือไม่สามารถเชื่อมต่อได้เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ International Telecommunications Union (ITU) ระบุว่า มีประชากรโลกเพียง 59% เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ แม้แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศยังไม่สามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างครบถ้วน ดังนั้น ตลาดบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียม จะทำให้เข้าถึงทุกพื้นที่ได้  โดยสำนักวิจัย Morgan Stanley ได้ประเมินว่าตลาดบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมจะมีมูลค่าสูงถึง 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2040 โดยคิดเป็นร้อยละ 40 ของอุตสาหกรรมอวกาศทั่วโลกที่มีมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ megacon stellations ยังก่อให้เกิดผลประโยชน์อื่นๆ นอกเหนือจากผลประโยชน์ทางด้านการเงิน อย่างเช่น การเชื่อมต่อบรอดแบนด์ของผู้คนในพื้นที่ที่ยังไม่เคยเชื่อมต่อในปัจจุบัน เนื่องจากการเข้าถึงบรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรบรรเทาสาธารณภัย    

 “อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ผู้ให้บริการหลายราย อาจยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะในอดีตยังไม่เป็นที่นิยมของผู้คนทั่วไป แต่ในวันนี้ที่โลกกำลังจะเปลี่ยนไปจากเหตุการณ์หลายๆอย่าง การสื่อสารบนโลกในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นวันนี้เราต้องมีการเตรียมพร้อมรับมือ โดยเฉพาะการพัฒนาฝีมือและแรงงานในการสร้างดาวเทียม เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ ความต้องการของบริษัทต่างๆจะต้องการสร้างดาวเทียมเพื่อยิงขึ้นเป็นทำเป็นเครือข่ายบรอดแบนด์ ซึ่งหากเราเตรียมพร้อมได้เร็วจะเป็นโอกาสดีที่จะเป็นการสร้างเศรษฐกิจที่ดีให้กับประเทศได้ รวมถึงการรับมือกับกิจการอวกาศ และ Space war ในอนาคตด้วย”พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว

‘ธรรมนัส’ เปิดงานวันดินโลกเทิดทูน ‘ในหลวง ร.9’ ‘นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ธรรมนัส’เปิดงานวันดินโลกเทิดทูน’ในหลวง ร.9’ ‘นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม’ (naewna.com)

'ธรรมนัส'เปิดงานวันดินโลกเทิดทูน'ในหลวง ร.9' 'นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม'

‘ธรรมนัส’เปิดงานวันดินโลกเทิดทูน’ในหลวง ร.9’ ‘นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม’

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.42 น.

‘ธรรมนัส’ เปิดงานวันดินโลก เทิดทูน’ในหลวง ร.9′ ” นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” ระบุ กษ.พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ในพระราชปณิธาน

​เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ จ.นครราชสีมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานวันดินโลก ปี 2563 “Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน”ณ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย (CESRA) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมพัฒนาที่ดิน ได้มีการจัดงานวันดินโลก ในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เพื่อเป็นการถวายสดุดีและเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่ทรงเป็น “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลก พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ด้านการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ จนเป็นรากฐานการผลิตที่มั่นคงของเกษตรกร นอกจากนี้ยังทรงศึกษา และพัฒนาด้านการจัดการดิน ด้วยวิธีการเรียบง่ายและประหยัดที่เกษตรกรนำไปปฏิบัติเองได้

โดยกิจกรรมภายในงาน จะประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นิทรรศกาพระราชปณิธานการทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอด มีการจัดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต จัดศูนย์ฝึกเกษตร สร้างอาชีพมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มีการเสวนาวิชาการ และจุดเช็คอินดินโลกปี 2563 Landmark วันดินโลก สัญลักษณ์ World Soil Day ที่ใหญ่ที่สุดในสยาม

“กระทรวงเกษตรฯพร้อมที่จะสานต่อเจตนารมณ์ในพระราชปณิธาน พร้อมน้อมนำพระราชดำริ มาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการใช้ที่ดิน การพัฒนาดิน น้ำ พืช และอาชีพของเกษตรกรให้มีความมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนา ในเรื่องทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหาร เพื่อขจัดความอยากไร้ ขาดแคลนให้หมดไป” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

​ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงานวันดินโลก ร่วมกับ สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สมาคมอนุรักษ์ดินและน้ำ สมาคมดินโลก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และหน่วยงานภาคีภาครัฐ เอกชน องค์กรต่าง ๆ ในปีนี้ สมัชชาความร่วมมือทรัพยากรดินโลก กำหนดหัวข้อการจัดงาน “Keep Soil Alive, Protect Soil Biodiversity” โดยให้ความสำคัญของนิเวศวิทยา และความหลากหลายทางชีวภาพในดิน สิ่งมีชีวิตตั้งแต่ระดับจุลินทรีย์ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กใหญ่ ซึ่งล้วนแต่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน ในระบบนิเวศ และก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของดินการจัดงานวันดินโลก และกำหนดให้มีการจัดงานระหว่างวันที่4 – 8 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย  อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ปลัดเกษตรฯกำชับจนท. การ์ดอย่าตก พร้อมรับมือแพร่ระบาดโควิดเคร่งครัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ปลัดเกษตรฯกำชับจนท.การ์ดอย่าตก พร้อมรับมือแพร่ระบาดโควิดเคร่งครัด (naewna.com)

ปลัดเกษตรฯกำชับจนท.การ์ดอย่าตก พร้อมรับมือแพร่ระบาดโควิดเคร่งครัด

ปลัดเกษตรฯกำชับจนท.การ์ดอย่าตก พร้อมรับมือแพร่ระบาดโควิดเคร่งครัด

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.58 น.

ปลัดเกษตรฯกำชับเจ้าหน้าที่ในสังกัด”การ์ดอย่าตก” พร้อมรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19อย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ผ่านระบบ ZOOM ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ตามรายงานของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (สบค.) ณ วันที่ 4 ธันวาคม 2563 พบผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา พิจิตร ราชบุรี สิงห์บุรี และกรุงเทพมหานคร โดยมีแนวโน้มขยายวงกว้างและรุนแรงมากขึ้น และเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมและจำกัดการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงได้จัดการประชุมดังกล่าวขึ้น เพื่อสื่อสาร สร้างความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมและจำกัดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตนได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามสถานการณ์จากความก้าวหน้าผลการสอบสวนผู้ป่วย และตรวจสอบ timeline ของผู้ป่วยโรค COVID-19 หากมีความเกี่ยวข้องกับข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัด ขอให้พิจารณาดำเนินการตามมาตรการกักตัวจำนวน 14 วัน รวมถึงให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัด ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้แก่ สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย หมั่นทำความสะอาดมือและอุปกรณ์ที่สัมผัส เว้นระยะห่างหรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น ใช้แพลตฟอร์มไทยชนะทุกครั้งที่ผ่านเข้า-ออก สถานที่สาธารณะ และงดเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง แต่หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปราชการในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และมาตรการตามข้อกำหนดของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือหน่วยงานควบคุมโรคในพื้นที่อย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังให้หน่วยงานวางแผนล่วงหน้าในการปฏิบัติงาน สำหรับข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัด กรณีให้ปฏิบัติราชการที่บ้าน (Work from Home) หากสถานการณ์การแพร่ระบาดมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการดำเนินการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามมาตรการของกรมควบคุมโรคมาโดยตลอด จากการจัดตั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงขอกำชับในทุกหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามและดำเนินการตามมาตรการตามประกาศของจังหวัดอย่างเคร่งครัด

‘อธิบดีปศุสัตว์’ มอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยน้ำท่วมเมืองคอน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘อธิบดีปศุสัตว์’มอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยน้ำท่วมเมืองคอน (naewna.com)

'อธิบดีปศุสัตว์'มอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยน้ำท่วมเมืองคอน

‘อธิบดีปศุสัตว์’มอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยน้ำท่วมเมืองคอน

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.19 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 ธันวาคม 2563 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ , นายปรีชา ชนะกิจกำจร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช , นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และ นายเศกสรรค์ สวนกูล ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมลงพื้นที่ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการหน่วยงานในสังกัดทุกหน่วยงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้ ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ จากสถานการณ์เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนและที่ทำกินของเกษตรกรในหลายจังหวัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่รวมถึงผลผลิตของสัตว์ของเกษตรกร โดยกรมปศุสัตว์ได้เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือทุกด้าน ทั้งด้านเสบียงอาหารสัตว์ โดยมีเสบียงสัตว์แห้งสำรอง 5,612.60 ตัน พร้อมยานพาหนะ ชุดสัตวแพทย์และผู้ช่วย พร้อมเวชภัณฑ์ดูแลรักษาสัตว์ ตลอดจนชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว พร้อมในการออกปฏิบัติการทันทีที่ได้รับการร้องขอ และได้มอบหมายให้ปศุสัตว์เขต 8 – 9 จัดตั้งวอรูม (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด

รายงานสถานการณข้อมูล ณ วันที่ 4ธ.ค.63 ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จำนวนสัตว์และแปลงหญ้าที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ดังนี้ โค 98,882 ตัว , กระบือ 1,248 ตัว , แพะ แกะ 23,689 ตัว , สุกร 274,105 ตัว , สัตว์ปีก 2,742,738 และตัวแปลงหญ้า 9,015 ไร่

นอกจากนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้ลงพื้นตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ดังนี้ มอบอาหารสุนัข แก่เจ้าของศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด , ร่วมปล่อยคาราวานเสบียงสัตว์ และหวยปฏิบัติการเคลื่อนที่ (HHU) ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย , รับฟังรายงานสถานการณ์การเกิดอุทกภัย การให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ปัญหาอุปสรรค จากหัวหนอาส่วนราชการในพื้นที่ปศุสัตว์ เขต 9และมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ , เปิดครัวปศุสัตว์ สนับสนุนการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปรุงอาหาร สนับสนุนการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

และเดินทางไปยังจุดอพยพสัตว์ ณ วัดสว่างอารมณ์ หมู่ที่ 6 บ้านชะเมา ตำบลทำเรือ อำเภอเมือง และ ณ สี่ แยกบ้านทางพูนหมู่ที่ 2 ตำบลทางพูน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวันครศรีธรรมราชเพื่อมอบเสบียงสัตว์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบอุทกภัยทสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราชได้จัดคลังเสบียงอาหารสัตว์เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ไว้ประจำ 4 จุด 1.อำเภอเฉลิมพระเกียรติ หญ้าแห้ง 700 ฟ่อน 2.อำเภอเมือง หญ้าแห้ง 1,250 ฟ่อน 3.อำเภอพระพรหม หญ้าแห้ง 500 ฟ่อน

อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด/สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือดูแลสุขภาพสัตว์ให้มีความปลอดภัย เพื่อลดการสูญเสียด้านปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงให้น้อยที่สุดสำหรับพี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาหรือได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติดังกล่าว สามารถติดต่อประสานขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลาจากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ (ศปภ.ปศ.) กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ โทร. 02-6534553 , 02-6534444 ต่อ 3315 อีเมล์ disaster@dld.go.th หรือแจ้งข้อมูลในแอพพลิเคชั่น DLD 4.0 ที่สามารถดาวน์โหลดในโทรศัพท์มือถือได้ทุกระบบ เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทันที

สถานีเกษตร-สิ่งแวดล้อม : จุดเปลี่ยนการบริหารทรัพยากรน้ำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สถานีเกษตร-สิ่งแวดล้อม : จุดเปลี่ยนการบริหารทรัพยากรน้ำ (naewna.com)

สถานีเกษตร-สิ่งแวดล้อม : จุดเปลี่ยนการบริหารทรัพยากรน้ำ

สถานีเกษตร-สิ่งแวดล้อม : จุดเปลี่ยนการบริหารทรัพยากรน้ำ

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ย้อนไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2560 หน่วยงานด้านน้ำหน่วยงานใหม่ได้จัดตั้งขึ้นตามคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 46/2560 ภายใต้ชื่อ “สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)” ทั้งนี้เพื่อต้องการให้การบริหารจัดการน้ำของประเทศทั้งระบบมีเอกภาพเป็นหนึ่งเดียว ลดความซ้ำซ้อน ของหน่วยงานด้านน้ำ โดยจะทำหน้าที่ในการบูรณาการงาน ข้อมูล แผนงาน โครงการ งบประมาณ ตลอดจนการติดตามประเมินผล และการควบคุมการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ผ่านไป 3 ปี ก้าวขึ้นปีที่ 4 ผลงานสทนช.เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น จากเดิมที่หลายคนมองว่า สทนช.จะเป็แค่เสือกระดาษทำอะไรไม่ได้แน่นอน!!!!

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. คนแรกและคนปัจจุบัน สามารถนำทัพขับเคลื่อนภายใต้ขีดจำกัดในหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นด้านบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน สถานที่ทำงานกฎหมายที่ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน การหวงงานดึงหรือถ่วงเรื่องจะของงานเดิม เป็นต้น แต่ก็สามารถขับเคลื่อนผลออกได้อย่างน่าพอใจ

ไม่ว่าจะเป็นการบูรณาการขับเคลื่อนแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ซึ่งมี 5แผนงานและอีก 1 แนวทาง คือ แผนปฏิบัติการด้านการจัดการน้ำเสียชุมชน 20 ปี แผนปฏิบัติการโครงการเพื่อการพัฒนาปี 2562-2563 แผนหลักการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน แผนปฏิบัติการด้านการจัดการน้ำต้นทุน จ.ภูเก็ต แผนบูรณาการอุตุนิยมวิทยาเขตร้อนปี 2562-2563 และแนวทางด้านการจัดการคุณภาพน้ำ

นอกจากนี้ สทนช.ยังได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญอีก 526 โครงการ ในจำนวนนี้เป็น โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ถึง151 โครงการ รวมทั้งยังได้บูรณาการจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำและติดตามประเมินผลโครงการรวมๆ แล้วมากกว่า 50,000 โครงการ มูลค่าเกือบ 200,000 ล้านบาท

ทุกโครงการมุ่งประโยชน์สู่งสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 ก็เป็นอีกผลงานหนึ่งที่ สทนช.ผลักดันจนประสบผลสำเร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกกฎหมายลำดับรอง หรือ กฎหมายลูก เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ทั้งในเรื่อง การใช้น้ำ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟูอนุรักษ์ และการรวมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ขับเคลื่อนภารกิจด้านน้ำไปในทิศทางเดียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมในทุกมิติที่มีความสมดุลและยั่งยืน

พระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำ พ.ศ….. ซึ่งเป็นกฎหมายลูกฉบับแรกได้ผ่านความเห็นชอบจากครม.แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างทูลเกล้าฯเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย โดยจะแบ่งลุ่มน้ำใหม่จาก 25 ลุ่มน้ำเหลือ 22 ลุ่มน้ำ และกฎหมายลูกอีกฉบับคือ กฎกระทรวงองค์กรผู้ใช้น้ำ พ.ศ…….. กำลังอยู่ขั้นตอนการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา

กฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับนี้มีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยสร้างกลไกการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถจัดสรรน้ำได้อย่างเท่าเทียมทั่วถึง และเป็นธรรม

รายละเอียดจะความสำคัญและมาเล่าให้ฟังในวันศุกร์หน้าครับ….
 

รัฐศักดิ์ พลสิงห์

กษ.จับมือมช. พัฒนาพันธุ์ข้าว ตั้งธงทวงแชมป์ส่งออกโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – กษ.จับมือมช.พัฒนาพันธุ์ข้าว ตั้งธงทวงแชมป์ส่งออกโลก (naewna.com)

กษ.จับมือมช.พัฒนาพันธุ์ข้าว ตั้งธงทวงแชมป์ส่งออกโลก

กษ.จับมือมช.พัฒนาพันธุ์ข้าว ตั้งธงทวงแชมป์ส่งออกโลก

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีย้ำให้กระทรวงเกษตรฯเร่งศึกษาวิจัยพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพและผลผลิตสูง เพื่อให้เกษตรกรมีเมล็ดพันธุ์ดีใช้ปลูก ตลอดจนทวงแชมป์ผู้ส่งออกข้าวและการประกวดข้าวหอมโลกให้ได้ ดังนั้นจึงเร่งการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์และการผลิตข้าว โดยหารือแนวทางแก้ปัญหา และบูรณาการทำงานวิจัยระหว่างกรมการข้าว และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โดยนำนวัตกรรม เทคโนโลยีที่มีอยู่มาร่วมศึกษา พัฒนาพันธุ์ข้าวให้ตรงความต้องการผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรชาวนามีรายได้มั่นคง ยั่งยืน ต่อไป

“ถือเป็นความสำเร็จก้าวแรก ช่วยเหลือชาวนาไทยที่กำลังเดือดร้อน และขอชื่นชมทีมนักวิจัยที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงกว่า ตรงความต้องการตลาด ดังนั้น จึงต้องผลักดันความร่วมมือโดยนำงานวิจัยที่สำเร็จแล้วไปสู่ชาวนาและตั้งคณะทำงานร่วมกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายพร้อมสนับสนุนความร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาและเร่งผลิตพันธุ์ข้าวดีช่วยเหลือชาวนากว่า 5 ล้านครัวเรือน
พื้นที่ 60 ล้านไร่ทั่วประเทศ และเร่งวิจัยพันธุ์ให้มีคุณสมบัติครบถ้วนคว้าแชมป์ข้าวโลก สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย” นายประภัตรกล่าว

สำหรับ ข้าวสายพันธุ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรมข้าวไทย 4.0 เป็นเทคโนโลยีชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ในข้าวด้วยลำไอออนพลังงานต่ำ โดยทีมนักวิจัยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.บุญรักษ์ พันธ์ไชยศรี ดร.จิรณัทฐ์ เตชะรัง และศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ถิรพัฒน์ วิลัยทอง ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่พัฒนานวัตกรรมเครื่องเร่งอนุภาค ข้าวลำไอออน 3 สายพันธุ์ใหม่แบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศ และเป็นเทคโนโลยีใหม่ของโลกที่ใช้เวลาคิดค้นและพัฒนากว่า 10 ปี

เทคโนโลยีดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการปรับปรุงพันธุ์ข้าว เพื่อให้ได้ข้าวสายพันธุ์ใหม่ 3 สายพันธุ์ คือ 1) ข้าวหอมเพื่อการบริโภค (มช10-1 หรือ FRK-1)มีความหอมมากกว่าข้าวขาว
ดอกมะลิ 105 2) ข้าวเพื่ออุตสาหกรรมแป้ง(ศฟ10-5 หรือ MSY-4): เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมแป้งและการแปรรูปเป็นเส้นขนมจีน และ 3) ข้าวเพื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ (ศฟ10-7 หรือ OSSY-23): เหมาะที่จะนำไปเป็นอาหารสัตว์ เช่น หมูและไก่ หรือทำเป็นข้าวพาร์บอยล์(parboiled rice) ซึ่งข้าว 3 สายพันธุ์ดังกล่าว สามารถตอบโจทย์ของชาวนาไทยในยุค 4.0 เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในการแก้ปัญหาผลผลิตข้าวตกต่ำ

เดินหน้าแนวคิด ‘เชื่อมโยงการบริหารฯ’ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ-พันธกิจก.เกษตรฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เดินหน้าแนวคิด‘เชื่อมโยงการบริหารฯ’ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ-พันธกิจก.เกษตรฯ (naewna.com)

เดินหน้าแนวคิด‘เชื่อมโยงการบริหารฯ’ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ-พันธกิจก.เกษตรฯ

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมมอบแนวทางการขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ ว่า แนวทางการขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้แนวคิด “Agri Challenge”จะมุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้บรรลุเป้าหมาย แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร วางรากฐานการทำงานของกระทรวงรองรับความปกติใหม่ (New Normal) และสร้างเอกภาพในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย “เชื่อมโยงการบริหาร แปลงสารให้ชัด จัดสรรให้ถูก”คือ การเชื่อมโยงยุทธศาสตร์กับพันธกิจของกระทรวง สร้างการสื่อสารนโยบายของกระทรวงไปยังผู้ปฏิบัติ และบริหารจัดการให้สอดคล้องกับภารกิจ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ดร.เฉลิมชัยศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้ง 8 ข้อ คือ 1) เกษตรกรรมยั่งยืน 2) แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า 3) ข้อมูลด้านการเกษตร 4) การประมงยั่งยืน 5) ตลาดนำการผลิต 6) ลดต้นทุนการผลิต 7) พัฒนา ศพก. และ 8) บริหารจัดการแหล่งน้ำ

ส่วนเป้าหมายการขับเคลื่อนภาคเกษตรภายในปี 2565 มุ่งเน้น 4ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย 1) ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศสาขาเกษตรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.8 ต่อปี 2) ผลิตภาพการผลิตของภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 1.2 ต่อปี 3) เกษตรกรที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี และ 4) พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าปีละ 350,000 ไร่

“สำหรับภารกิจเร่งด่วน ที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายให้บรรลุเป้าหมาย แบ่งเป็น 3 ด้าน ประกอบด้วย 1)ภารกิจเร่งด่วน เช่น งานโครงการพระราชดำริ โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ โครงการเกษตรแปลงใหญ่ โครงการ Smart Farmer เป็นต้น 2) การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร เช่น ภัยแล้งภัยพิบัติ ฝุ่น การรับเรื่องร้องทุกข์ เป็นต้น และ 3) การวางรากฐานการทำงานของกระทรวงรองรับความปกติใหม่ (New Normal) เช่น การกำหนดตัวชี้วัดร่วม การติดตามระบบการทำงานต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ ทุกภารกิจจะมีการมอบหมายผู้บริหารและหน่วยงานเจ้าภาพที่ชัดเจน เพื่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งขอให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการ และสำหรับภารกิจใดที่ยังไม่ชัดเจน ต้องเร่งหารือกำหนดแนวทางให้ชัดเจน โดยจะกำหนดให้มีการประชุมผู้บริหารของกระทรวงเป็นประจำทุกเดือน ในคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร รวมทั้งให้สื่อสารไปยังทุกหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและจังหวัดทันทีหลังจากการประชุม เพื่อความเข้าใจและการปฏิบัติงานอย่างเป็นเอกภาพ” ปลัดเกษตรฯ กล่าว

อว. จัดนิทรรศการ ‘งานของพ่อ’ เทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 ยกย่อง ‘ปราชญ์ของโลก’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – อว. จัดนิทรรศการ ‘งานของพ่อ’ เทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 ยกย่อง ‘ปราชญ์ของโลก’ (naewna.com)

อว. จัดนิทรรศการ ‘งานของพ่อ’ เทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 ยกย่อง ‘ปราชญ์ของโลก’

อว. จัดนิทรรศการ ‘งานของพ่อ’ เทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 ยกย่อง ‘ปราชญ์ของโลก’

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.23 น.

4 ธันวาคม 2563 ที่จามจุรีสแควร์ สามย่าน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานนิทรรศการ “งานของพ่อ” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 5 ธันวาคม 2563 โดย ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. ได้กล่าวว่า พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ถ้าพูดถึงสิงคโปร์ เราจะนึกถึงลีกวนยู ถ้าพูดถึงแอฟริกา เราจะนึกถึงเนลสัน แมนเดลา ถ้าพูดถึงจีนจะนึกถึงเหมาเจ๋อตุง สำหรับประเทศไทยก็คือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงอยู่เหนือการเมือง และท่านทำสิ่งที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญไทยที่เรียกว่า พระราชประศาสนศาสตร์ ที่ไม่ใช่พระราชกรณียกิจ หรือพระราชกุศล แต่เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับรัฐประศาสนศาสตร์ ที่สามารถทรงงานได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่รัฐบาลมาแล้วก็ไป แต่พระราชประศาสนศาสตร์ทำมาตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ สามารถทำให้ประเทศไทยพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง เป็นแผนงานระยะยาวที่ประสบความสำเร็จ เช่น การพัฒนาป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน การปลูกป่าทดแทน ทำให้ประเทศไทยมีป่าที่มีคุณภาพอยู่ในระดับเดียวกับป่าอะเมซอน ที่มีเสือ มีช้าง มีนกเงือก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ของป่า นี่คือพระราชประศาสนศาสตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9

รมว.อว.กล่าวต่อว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการคิดค้นทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงที่ท้าทายชาติตะวันตก และไม่เป็นทฤษฎีที่เป็นปฏิปักษ์กับใคร โดย อว.จะจัดตั้งสถาบันเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นมา และมอบให้สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า เป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ สถาบันนี้จะยกระดับทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นสากล โดยเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษไปทั่วโลก เพื่อชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจพอเพียงคือทางรอดของมนุษย์และเป็นทฤษฎีทางเศรษฐกิจที่สามารถใช้ได้จริง ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่า ทฤษฎีเศรษฐกิจของตะวันตกล้วนประสบปัญหาแทบทั้งสิ้น สถาบันเศรษฐกิจพอเพียงของ อว. ขณะนี้ถือว่าได้เริ่มต้นนับหนึ่งแล้ว

“เวลาคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 และสถาบันพระมหากษัตริย์คนไทยจะไม่คิดแบบชาติตะวันตก คนไทยจะคิดถึงการรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง แม้กระทั่งเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ล้วนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มองการณ์ไกลและทำเพื่อผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นแบบอย่างผู้นำการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้ขัดขวางการเปลี่ยน มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยตลอด ทรงรักษาความภูมิใจในรากเหง้าของความเป็นชาติและความเป็นไทยมาโดยตลอด ผมดีใจที่ อว. ได้จัดนิทรรศการงานของพ่อ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ คนที่เจริญคือคนที่จะต้องรู้จักความกตัญญู ไม่ใช่บอกว่ารู้จักเทคโนโลยี รู้ความก้าวหน้าของศาสตร์ต่างๆ แต่ไม่รู้จักความกตัญญูก็ถือว่าใช้ไม่ได้” ดร.เอนก กล่าว

นาทีนี้ ต้องยกให้…’แอน จักรพงษ์’ ผู้หญิงข้ามเพศสวยรวยล้นฟ้าติดอันดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – นาทีนี้ ต้องยกให้…’แอน จักรพงษ์’ ผู้หญิงข้ามเพศสวยรวยล้นฟ้าติดอันดับโลก (naewna.com)

นาทีนี้ ต้องยกให้…'แอน จักรพงษ์' ผู้หญิงข้ามเพศสวยรวยล้นฟ้าติดอันดับโลก

นาทีนี้ ต้องยกให้…’แอน จักรพงษ์’ ผู้หญิงข้ามเพศสวยรวยล้นฟ้าติดอันดับโลก

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.15 น.

Forbes – นิตยสาร “ฟอร์บส์” จัดอันดับสตรีข้ามเพศรวยระดับโลกปี 2020 ต้องขอแสดงความยินดีกับซีอีโอคนเก่งผู้หญิงข้ามเพศที่สวยรวยล้นฟ้าหนึ่งเดียวของไทย“คุณแอน – จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ซึ่งได้รับการจัดอันดับว่าเป็น ผู้หญิงข้ามเพศที่รวยติดอันดับสามของโลก ด้วยทรัพย์สิน210 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ6,300 ล้านบาทและแว่วมาว่าปีหน้าจะทะยานขึ้นสู่ข้ามเพศหมื่นล้านแน่นอน!!โดยถ้าไล่เรียงทั้ง 5 อันดับข้ามเพศที่รวยที่สุดในโลกปี 2020 ดังนี้

Top 5 World’s Richest Transgender: Net Worth in 2020

อันดับ1 เจนนิเฟอร์ พริตซ์เคอร์ (Jennifer Pritzker)สตรีข้ามเพศที่รวยที่สุดในโลก เจนนิเฟอร์ใช้ชีวิตแมนๆมาโดยตลอดจนได้รับการยกย่องในฐานะทหารระดับแนวหน้าของกองทัพสหรัฐ หลังปลดประจำการเจนนิเฟอร์ได้อุทิศตนทำงานด้านมูลนิธิอย่างเต็มตัว เมื่อ 7 ปีที่แล้วและเปลี่ยนชื่อจาก “เจมส์” เป็น “เจนนิเฟอร์” ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวอยู่ที่ประมาณ 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ($1.9Billion) หรือ 6.2 หมื่นล้านบาท

อันดับ 2 มาร์ติเน รอธบลาตต์ (Martine Rothblatt)นักคิด ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทยาชื่อดัง United Therapeutics ชีวิตของ มาร์ติเน พูดได้ว่า มีสีสันสามารถหยิบมาสร้างเป็นภาพยนตร์ดีๆ ได้เรื่องหนึ่งเลย เธอตัดสินใจข้ามเพศตอนอายุเลขสี่ มีมูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวไม่ต่ำกว่า 380 ล้านเหรียญสหรัฐ ($380Million) หรือประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท

อันดับ 3 แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์(Anne Jakrajutatip)สตรีข้ามเพศพันล้านของไทยเพียงหนึ่งเดียว ที่สร้างเนื้อสร้างตัวด้วย 2 มือของตัวเอง จากเด็กปั้มลูกเจ้าของร้านวิดิโอเล็กๆสู่นักค้าคอนเทนท์ระดับโลก ของบริษัทมหาชนอย่าง JKN และยังเป็นเจ้าแม่โปรเจกต์หลายหมื่นล้านอีกด้วย แอน จักรพงษ์ ได้เปลี่ยนชื่อจาก แอนดรูว์ เป็น แอน เมื่อ 2 ปีที่แล้วเมื่ออายุเข้าเลขสี่ และใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงนับแต่นั้น ปัจจุบันเธอมีทายาท 2 คนซี่งเกิดจากสายเลือดแท้ๆ เธอบอกว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หากเรามุ่งมั่นตั้งใจ(Everything is possible when you believe in yourself)ปัจจุบันมูลค่าทรัพย์สินของเธอมีประมาณ210 ล้านเหรียญสหรัฐ ($210Million) หรือ 6.3 พันล้านบาท

อันดับที่ 4 ลาน่า วาชอวสกี (Lana Wachowski)ผู้กำกับภาพยนตร์ นักเขียนบทและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชาวอเมริกันชื่อดัง ชื่อเดิม ลอเรนซ์ “แลร์รี” วาชอวสกี มีพี่น้องที่เป็นสตรีข้ามเพศเหมือนกันคือ ลิลลี่ วาชอวสกี พี่น้องวาชอวสกีเป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์เรื่อง เดอะ เมทริกซ์ นอกจากนี้พวกเธอยังร่วมอำนวยการสร้างภาพยนตร์อีกหลายเรื่องอาทิคลาวด์ แอตลาส: หยุดโลกข้ามเวลา มูลค่าทรัพย์สินของเธออยู่ประมาณ 125 ล้านเหรียญสหรัฐ ($125Million) หรือประมาณ 3.7 พันล้านบาท

อันดับที่ 5 เคทลิน เจนเนอร์(Caitlyn Jenner)หรือ บรูซ เจนเนอร์ อดีตนักกีฬาโอลิมปิก ประกาศเปิดตัวเป็นหญิงข้ามเพศในวัยเกือบ 70 ปี ลูกสาวคือนางแบบสาวสุดฮอตKendall Jenner และ Kylie Jenner‘มหาเศรษฐีนีที่รวยด้วยตัวเอง’ ที่อายุน้อยที่สุด แถมมีลูกเลี้ยงที่รู้จักกันดีในแวดวงไฮโซและบันเทิงฮอลลีวู้ด คือตระกูลคาร์เดเชียน(Kardashian) มีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ($100Million) หรือประมาณ 3 พันล้านบาท

ปรบมือรัว…ชาวไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกเจ้าค่าชีวิตและเรื่องราวการต่อสู้ของ แอน จักรพงษ์ ในเส้นทางชีวิตที่เธอย้ำเสมอว่า “จงลิขิตชีวิตสวยด้วยตัวเอง”ไม่ว่าจะธุรกิจ ความสวย และทรัพย์สินที่เธอได้มันมาด้วยความสามารถ และความตั้งใจนี้ เป็นแบบอย่างที่น่าชื่นชมอย่างมาก และที่สำคัญเธอก็ทำคอนเทนต์บอกเล่าเรื่องราวให้แนวคิด ให้กำลังใจแฟนคลับที่ติดตามเธอซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 10ล้านคน

และหากจัดอันดับความสวยเธอก็คงไม่น้อยหน้าใครเช่นกันถ้าพูดถึงเรื่องความแซ่บคิดว่าเธอคงยืนหนึ่งแน่นอนดูจากภาพที่เธอลงในอินตาแกรม แซ่บ ถึงขั้นซี้ดปากเลย สามารถติดตามความแซ่บในฉบับ แอน จักรพงษ์ ได้ที่

IG: annejkn.official

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

นิตยสารฟอร์บ https://forbesthailand.com/jkn-anne-jakrajutatip

และหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์https://www.bangkokpost.com/business/2025171/transition-key-to-success