สร้างรังใหม่ “หน่อย” ไปต่อ ช่วย “พวก” ทิ้งพรรค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สร้างรังใหม่ “หน่อย”  ไปต่อ ช่วย “พวก” ทิ้งพรรค (komchadluek.net)

สร้างรังใหม่ “หน่อย”  ไปต่อ ช่วย “พวก” ทิ้งพรรค

สร้างรังใหม่ "หน่อย"  ไปต่อ ช่วย "พวก" ทิ้งพรรค

1 ธันวาคม 2563 – 07:58 น.

ได้เวลาสร้างรังใหม่ ‘คุณหญิงหน่อย’ โบยบิน หา “พวก” ล้างแบรนด์เก่า เขย่าแบรนด์ใหม่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ไม่เหนือความคาดหมาย กรณี “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ได้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยแบบตลอดชีพ และทุกตำแหน่งในเพื่อไทยต่อหัวหน้าพรรค เมื่อ 30 พ.ย.2563

อ่านข่าว…  “หน่อย” โดดเดี่ยว บนทางเปลี่ยว

ว่ากันว่า รายงานจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ปมแตกหักสุดท้าย มีอยู่ 2 เรื่อง กรณีการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร จะมีการตั้งทีมชุดใหม่ ไม่เอา “เด็กเจ๊” และการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ไม่อนุญาตให้คุณหญิงสุดารัตน์ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงแก่นายก อบจ. ที่ลงสมัครในนามพรรค    

หลังจาก “คุณหญิงหน่อย” ลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้ขยับ “สถาบันสร้างไทย” ออกมาขับเคลื่อนทำกิจกรรมทางสังคม    

สถาบันสร้างไทย ถูกออกแบบให้เหมือนคลังสมอง คิดเพื่ออนาคต และปลายทางก็จะเป็นพรรคการเมืองใหม่ของคุณหญิงหน่อย 

++
ผู้ช่วยหาเสียง
++
เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ได้ใช้เฟซบุ๊ก Seksit Vainiyompong บอกเล่าเรื่องคุณหญิงสุดารัตน์ลาออกจากพรรคเพื่อไทย เมื่อคืนวันที่ 30 พ.ย.2563     

“ผมเคารพการตัดสินใจ และผมก็ไม่ถามถึงเหตุผลเพราะเชื่อว่าคุณหญิงคงตัดสินใจดีแล้ว”    

เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ เป็นที่ปรึกษาของ มังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่ลงสนามป้องกันแชมป์ในนามกลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ด และคุณหญิงสุดารัตน์ มาหาเสียงช่วย 2 ครั้งแล้ว    

ตามกำหนดเดิม วันที่ 2 ธ.ค.2563 คุณหญิงหน่อย จะมาหาเสียงที่ร้อยเอ็ดอีก     

“คุณหญิงถามว่าตอนนี้ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว ยังจะให้มาช่วยหาเสียงให้กลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ดตามกำหนดการรึไม่?  ผมก็ยังยืนยันว่ายังอยากให้มาช่วยเหมือนเดิม”    

“เศกสิทธิ์” บอกว่า แม้จะไม่ได้มาในนามของสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่พวกเขาในนามสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็ยังเคารพคุณหญิงสุดารัตน์เหมือนเดิม     

แสดงว่า คุณหญิงสุดารัตน์ยึดหลัก “พวกมาก่อนพรรค” เมื่อลาออกจากเพื่อไทยแล้ว ก็ยิ่งต้องหาพวกให้เยอะๆ 

++
สร้างไทยใหม่
++
นับแต่ “3 กุมาร” ของทักษิณ ไม่ว่าจะเป็น นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, ภูมิธรรม เวชยชัย และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ก่อตั้งกลุ่มแคร์ มาซับพอร์ตพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ก็รู้ชะตากรรมตัวเอง    

จริงๆ แล้ว คุณหญิงสุดารัตน์ และ ส.ส.กรุงเทพฯ ต่างรับรู้ได้ถึงกระแสความตื่นตัวของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยดูเคลื่อนตัวช้า ทำให้พรรคก้าวไกล เก็บเกี่ยวดอกผลเกมการเมืองบนท้องถนนไปได้เต็มๆ     

คุณหญิงหน่อยสุกงอมมาหลายเดือนแล้ว จึงได้แสดงออกถึงการเป็น “เพื่อไทย” ที่ไม่มีทักษิณ    

ก่อนหน้านั้น คุณหญิงหน่อยได้มอบให้ อุดมเดช รัตนเสถียร ได้จัดเตรียมพรรคใหม่ไว้แล้ว ซึ่งในข่าวระบุว่า โภคิน พลกุล ,พงศ์เทพ เทพกาญจนา และกิตติรัตน์ ณ ระนอง จะขอร่วมขบวนไปกับเรือลำใหม่    

จะชื่อสร้างไทยหรือไม่ ก็คงไม่นานเกินรอ ได้เห็นโฉมหน้าพรรคใหม่ ที่ขายแบรนด์สุดารัตน์ ไม่ใช่ทักษิณ

“แรมโบ้” ตรวจงาน เตรียมเปิดศูนย์ดูแลรับเรื่องร้องทุกข์ จ.สมุทรสงคราม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แรมโบ้” ตรวจงาน เตรียมเปิดศูนย์ดูแลรับเรื่องร้องทุกข์ จ.สมุทรสงคราม (komchadluek.net)

“แรมโบ้” ตรวจงาน เตรียมเปิดศูนย์ดูแลรับเรื่องร้องทุกข์ จ.สมุทรสงคราม

 "แรมโบ้" ตรวจงาน เตรียมเปิดศูนย์ดูแลรับเรื่องร้องทุกข์ จ.สมุทรสงคราม

1 ธันวาคม 2563 – 17:55 น.

“แรมโบ้” และผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ ประชุมเตรียมการเปิดศูนย์ ดูแลรับเรื่องร้องทุกข์ จากพี่น้องประชาชน และเตรียมการก่อน “บิ๊กตู่”ตรวจราชการจังหวัดสมุทรสงคราม

1 ธ.ค.63  ที่ห้องประชุมแม่กลอง ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมกับ นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อสรุปแนวทางการอำนวยความสะดวก และต้อนรับมวลชนที่มายื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงนายกรัฐมนตรี ในวาระที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเดินทางมาตรวจราชการที่จังหวัดสมุทรสงครามในวันที่2 ธันวาคมนี้ 

 "แรมโบ้" ตรวจงาน เตรียมเปิดศูนย์ดูแลรับเรื่องร้องทุกข์ จ.สมุทรสงคราม

โดยแจ้งว่านายกฯมีบัญชาและให้แนวทางว่าไม่ให้กีดกันขัดขวางประชาชน ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนที่จะมายื่นหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องอะไรก็ตามให้ผู้ร้องมั่นใจว่าทุกเรื่องที่ได้รับความเดือดร้อน จะนำเรียนถึงนายกฯ อย่างแน่นอน และทุกเรื่องราวจะได้รับการพิจารณาเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการแก้ไขปัญหาให้รวดเร็วที่สุด

 "แรมโบ้" ตรวจงาน เตรียมเปิดศูนย์ดูแลรับเรื่องร้องทุกข์ จ.สมุทรสงคราม

 ทั้งนี้เรื่องที่ผู้ร้องมายื่นที่ศูนย์ฯจะมีหน่วยงานให้คำปรึกษาที่จุดรับเรื่องราวร้องทุกข์ โดยครั้งนี้ จะมีการเปิดบริการจุดรับเรื่องราวร้องทุกข์ ศูนย์ดำรงธรรมส่วนหน้าและศูนย์บริการประชาชน1111 สำนักนายกรัฐมนตรี จุดหลัก 2 จุด คือที่ วัดช่องลม อำเภอเมือง และ วัดหนองกระพง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

 "แรมโบ้" ตรวจงาน เตรียมเปิดศูนย์ดูแลรับเรื่องร้องทุกข์ จ.สมุทรสงคราม
 "แรมโบ้" ตรวจงาน เตรียมเปิดศูนย์ดูแลรับเรื่องร้องทุกข์ จ.สมุทรสงคราม

ในการเดินทางมาครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เพื่อ ดูแลทุกข์ สุข ของพี่น้องประชาชน และ อนุรักษ์วิถีชีวิตแบบเก่า ฟื้นฟูเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของจังหวัด พี่น้องชาวจังหวัดสมุทรสงครามจึงมีความปลื้มใจและเตรียมการต้อนรับด้วยความอบอุ่นและดีใจที่สุดที่นายกฯได้เดินทางมาเยี่ยมจังหวัดของตนเอง”นายสุภรณ์ กล่าว

“ธนกร” เผยประชาชนฝากกำลังใจให้ “บิ๊กตู่” ทำงานต่อ มั่นใจนายกฯ ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธนกร”เผยประชาชนฝากกำลังใจให้”บิ๊กตู่”ทำงานต่อ มั่นใจนายกฯ ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ (komchadluek.net)

“ธนกร”เผยประชาชนฝากกำลังใจให้”บิ๊กตู่”ทำงานต่อ มั่นใจนายกฯ ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

"ธนกร"เผยประชาชนฝากกำลังใจให้"บิ๊กตู่"ทำงานต่อ มั่นใจนายกฯ ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

1 ธันวาคม 2563 – 17:44 น.

“ธนกร”เผยประชาชนฝากกำลังใจให้”บิ๊กตู่”ทำงานต่อ มั่นใจนายกฯ ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ อัดฝ่ายค้าน-คณะราษฏร อย่ากดดันศาลรธน. วอนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

 1 ธ.ค.63    นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเช้าตนมีโอกาสเจอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขณะร่วมชมกิจกรรมเพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตนจึงเรียนท่านว่า 

ประชาชนฝากให้กำลังใจท่านนายกฯ ขอให้ท่านนายกฯ ทำงานให้กับประเทศชาติต่อไป ตนมั่นใจในความดี ความซื่อสัตย์สุจริตของท่านนายกฯ ดังนั้น เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ทำงานให้กับประเทศชาติและประชาชนต่อไป นอกขากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นคนที่มุ่งมั่นทำงานให้กับประชาชน เป็นคนที่รักชาติและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่งชีพ ที่ผ่านมาได้ทำงานมากมายเพื่อพี่น้องประชาชนอีกด้วย

นายธนกร กล่าวอีกว่า ตนไม่เห็นด้วยที่แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านดาหน้ากันออกมากดดันศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้พึงระวังไว้ ที่ผ่านมามีแกนนำพรรคเพื่อไทยโดนคดีละเมิดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว ดังนั้น ขอให้เคารพกระบวนการยุติธรรม ไม่ต้องกดดัน อย่ากระหายอยากเป็นเป็นรัฐบาลจนออกหน้าออกตา นอกจากนั้น ตนไม่เห็นด้วยที่คณะราษฏรจะเดินทางไปชุมนุมกดดันที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ทุกฝ่ายเคารพและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม 

ศาล รธน.คุมเข้มอ่านคำวินิจฉัยบ้านพักหลวง “บิ๊กตู่” พรุ่งนี้ ห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาล รธน.คุมเข้มอ่านคำวินิจฉัยบ้านพักหลวง “บิ๊กตู่” พรุ่งนี้ ห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ (komchadluek.net)

 ศาล รธน.คุมเข้มอ่านคำวินิจฉัยบ้านพักหลวง “บิ๊กตู่” พรุ่งนี้ ห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่

 ศาล รธน.คุมเข้มอ่านคำวินิจฉัยบ้านพักหลวง "บิ๊กตู่" พรุ่งนี้ ห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่

1 ธันวาคม 2563 – 17:36 น.

ศาล รธน. คุมเข้มรักษาความปลอดภัยอ่านคำวินิจฉัยคดีบ้านพักหลวงนายกฯ พรุ่งนี้ เผยใช้ช่องทางยูทูปถ่ายทอดแทนผ่านโทรทัศน์วงจรปิด ห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้าภายในศาล พร้อมให้ จนท.หยุดงาน 

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าวความว่า  ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย เรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๐วรรคสาม ประกอบมาตรา ๘๒ ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สิ้นสุดลง เฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ วรรคหนึ่ง(๔) ประกอบมาตรา ๑๖๐ (๕) และมาตรา ๑๗๐วรรคหนึ่ง (๕) ประกอบมาตรา ๑๘๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๘๔ วรรคหนึ่ง (๓) หรือไม่ ในวันพุธที่ ๒ ธันวาคม  ๒๕๖๓ เวลา ๑๕.๐๐ น. นั้น เพื่อรักษาความเรียบร้อยในบริเวณที่ทำการศาลและเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและเพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ศาลมีคำสั่งดังนี้
๑. กำหนดบุคคลให้เฉพาะผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง ผู้รับมอบอำนาจหรือผู้รับมอบฉันทะ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น อยู่ในห้องพิจารณาคดีเพื่อรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยของศาลในวันดังกล่าวและให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีช่องทางการรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยของศาลเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและสื่อมวลชน
๒. ออกประกาศศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง อาณาบริเวณหรือพื้นที่ที่กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงาน รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยพ.ศ. ๒๕๖๓ (รายละเอียดติดตามได้ที่เว็บไซต์สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ)

นอกจากนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แจ้งมายังสื่อมวลชนว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้นัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติและอ่านคำวินิจฉัย กรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา  ๑๗๐ วรรคสาม  ประกอบมาตรา ๘๒ ว่า  ความเป็นรัฐมนตรีของพลเอก  ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๑๗๐  วรรคหนึ่ง  (๔)  ประกอบมาตรา  ๑๖๐  (๕)  และมาตรา  ๑๗๐  วรรคหนึ่ง  (๕) ประกอบมาตรา  ๑๘๖วรรคหนึ่ง  และมาตรา  ๑๘๔  วรรคหนึ่ง  (๓)  หรือไม่ ในวันพุธที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา เป็นต้นไป นั้น ขออนุญาตเรียนให้ทราบแนวทางปฏิบัติของสื่อมวลชน ดังนี้

 (๑) ทางศาลจะทำการถ่ายทอดสัญญาณเสียงบริเวณทิศเหนือของอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์

(๒) ถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านช่องทาง Youtubeของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ  โดยท่านสามารถเข้า Youtube และกดค้นหาคำว่า “สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ” เพื่อรับชมการอ่านคำวินิจฉัยดังกล่าว จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ 

นายกฯเหวี่ยงถูกถามลงพื้นที่พรุ่งนี้ สร้างขวัญกำลังใจตัวเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นายกฯเหวี่ยงถูกถามลงพื้นที่พรุ่งนี้ สร้างขวัญกำลังใจตัวเอง (komchadluek.net)

นายกฯเหวี่ยงถูกถามลงพื้นที่พรุ่งนี้ สร้างขวัญกำลังใจตัวเอง

นายกฯเหวี่ยงถูกถามลงพื้นที่พรุ่งนี้ สร้างขวัญกำลังใจตัวเอง

1 ธันวาคม 2563 – 14:57 น.

พล.อ.ประยุทธ์ เผย รอ ครม.เคาะส่งตัวแทนร่วมวงสมานฉันท์ แนะ หากเอาความขัดแย้งสู้กันแต่แรกก็ไปไม่ได้ เตือน อย่าใช้อารมณ์ ขออย่าตื่นตระหนกลอบเข้าประเทศติดโควิด ชี้ ฝ่ายกฎหมายไปฟังศาลวินิจฉัยปมบ้านพักอยู่แล้ว เหวี่ยง ถามไม่สร้างสรรค์ 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกรณีรัฐบาล ส่งใครเป็นตัวแทนเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ ว่า ครม.จะหารือถึงความชัดเจนอีกครั้งว่าจะส่งใคร เพราะเมื่อตั้งมาแล้ว ก็สนับสนุนให้มีการแสวงหาทางออกให้ได้ ซึ่งทุกฝ่ายก็ต้องร่วมกันคิด โดยถ้าเอาความขัดแย้งที่เห็นไม่ตรงกันมาสู้กันตั้งแต่แรก ก็จะไปไม่ได้ ดังนั้น คนที่เข้าไปหารือต้องเป็นกลาง และขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศมากกว่าใช้อารมณ์ 

พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกถึงกรณีข้อเสนอให้รัฐบาลทบทวนมาตรการผ่อนผันกิจกรรมเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวว่า ตนคิดว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นทุกครั้ง ซึ่งตนก็ขอย้ำว่า พยายามทำอย่างเต็มที่ไม่ให้เข้าออกทางไม่ถูกต้อง แต่ก็ยังมีการลักลอบอยู่ ดังนั้น ต้องดูว่า เมื่อมีการลักลอบแพร่ระบาด เราสามารถควบคุมติดตามตัวได้หรือไม่ 

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวว่า สิ่งนี้สังคมต้องช่วยกันดูแลซึ่งให้ท้องถิ่นช่วยกันดูแล รวมถึง อสม.ช่วยดูคนที่เข้าพื้นที่ ขณะเดียวกัน ขออย่าตื่นตระหนกมากเกินไป 

พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกถึงจะส่งใครไปเป็นตัวแทนฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า ก็ไม่รู้ เพราะเป็นหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย ซึ่งก็ไปฟังกันอยู่แล้ว

ส่วนการลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามในวันพรุ่งนี้ นอกเหนือจากการติดตามตรวจราชการตามนโยบายแล้ว ถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ตัวเองก่อนที่ศาล รธน.จะตัดสินหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า เกี่ยวอะไรกัน โดยถ้าทำงานแบบนี้ ก็ไม่สามารถทำได้ ซึ่งที่ผ่านมามีคดีก็ชี้แจงไปและการลงพื้นที่ก็มีการวางกำหนดการล่วงหน้า 2-3 สัปดาห์ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว และระหว่างเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ มีท่าทีขึงขัง พร้อมบอกว่า ถามอะไรไม่สร้างสรรค์ 

“แรมโบ้” ขอให้ทบทวนการชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 2 ธ.ค.จะเป็นการกดดันการทำงานศาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แรมโบ้” ขอให้ทบทวนการชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 2 ธ.ค.จะเป็นการกดดันการทำงานศาล (komchadluek.net)

“แรมโบ้” ขอให้ทบทวนการชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 2 ธ.ค.จะเป็นการกดดันการทำงานศาล

"แรมโบ้" ขอให้ทบทวนการชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 2 ธ.ค.จะเป็นการกดดันการทำงานศาล

1 ธันวาคม 2563 – 10:00 น.

“แรมโบ้” ขอผู้ชุมนุมทบทวนเดินทางไปชุมนุมที่ศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 2 ธ.ค.จะเป็นการกดดันการทำงานศาล แกนนำอย่าท้าทายก้าวร้าวมากเกินไป ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน ที่คิดจะทำอะไรก็ได้โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

1 ธันวาคม 2563 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศจะเดินทางไปศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  อาศัยบ้านพักหลวงว่าถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะไปชุมนุมที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถือเป็นการกดดันการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ

นายสุภรณ์ยังขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมคิดทบทวนใหม่ ก่อนที่จะเดินทางไปชุมนุม เพราะจะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนเดินทางไปทำงานในเส้นทางดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายด้วย โดยขอให้ผู้ชุมนุมรอฟังคำตัดสินที่บ้านจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าออกมาเคลื่อนไหว และขอให้เชื่อมั่นในศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยอย่างตรงไปตรงมาและเป็นไปตามข้อมูลหลักฐานอย่างแน่นอน

“พร้อมมั่นใจว่าในวันที่ 2 ธันวาคม สื่อมวลชนจะมีการนำเสนอข่าวสารคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน  ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมสามารถรับฟังจากที่บ้านของตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกไปรวมตัวกันที่ศาลรัฐธรรมนูญ เว้นแต่กลุ่มผู้ชุมนุมคิดจะทำการสิ่งใดนอกเหนือจากการชุมนุมโดยสงบ 

และขอให้ผู้ชุมนุมมั่นใจว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น นายกฯก็เคยบอกไปแล้วว่า ไม่กังวลใจ ให้มั่นใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ตามกระบวนการอย่างตรงไปตรงมา จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

” การกระทำผิดกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองของเหล่าแกนนำ เป็นการท้าทายอำนาจกฎหมาย เหมือนเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน  แกนนำยังมีพฤติกรรมก้าวร้าว จาบจ้วง บิดเบือน ใช้วาจาหยาบคายสามหาว โดยไม่ระมัดระวังคำพูด เหมือนมีนัยยะแอบแฝงเพื่อยุยงปลุกปั่น ให้เกิดความรุนแรงในบ้านเมือง ก็ขอให้พี่น้องประชาชนจับตาดูว่า เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่พลเอกประยุทธ์ตามที่นายธนาธรพูดไว้ เป้าหมายสูงสุดคืออะไร คนไทยทั้งแผ่นดินรู้ดี และนายธนาธรและแกนนำเหล่านี้ก็หวังขึ้นเป็นใหญ่ในแผ่นดินเสียเอง อย่าคิดคาดหวังว่าจะทำสำเร็จคนไทยไม่มีวันยอมอย่างแน่นอน”

“ประวิตร” เสียงแข็ง “พปชร.” ไม่มีเตรียมรายชื่อ “นายกฯสำรอง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ประวิตร”เสียงแข็ง”พปชร.”ไม่มีเตรียมรายชื่อ”นายกฯสำรอง” (komchadluek.net)

“ประวิตร”เสียงแข็ง”พปชร.”ไม่มีเตรียมรายชื่อ”นายกฯสำรอง”

"ประวิตร"เสียงแข็ง"พปชร."ไม่มีเตรียมรายชื่อ"นายกฯสำรอง"

1 ธันวาคม 2563 – 09:36 น.

“พล.อ.ประวิตร” เสียงแข็ง พปชร. ไม่มีเตรียมรายชื่อ นายกฯสำรอง เชื่อ พลเอกประยุทธ์ ไม่กังวล ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปมบ้านพักทหาร เชื่อประชาชน เข้าใจ ตำรวจ วางกำลังรับมือม็อบหน้าศาล 

1 ธันวาคม .2563  พล.อ.ประวิตร วงษ์​สุวรรณ​ รองนายก​รัฐมนตรี​ กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมเตรียม ชุมนุมกดดันบริเวณหน้าศาลรัฐธรรมนูญ ขณะอ่านคำวินิจฉัยคดีในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ว่า เป็นเรื่องของกระบวนการศาลรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างต้องอยู่ที่ศาล ส่วนการชุมนุมเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการดูแลอยู่แล้ว

ทั้งนี้  การวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะส่งผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชนหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ตนเชื่อว่าประชาชนรู้อยู่แล้ว และพื้นที่ศาลเป็นพื้นที่ที่ไม่ควรจะไปชุมนุม ส่วนที่ผ่านมาการวางกำลังเจ้าหน้าดูเหมือนจะเป็นการยั่วยุผู้ชุมนุม พล.อ.ประวิตร ย้ำว่า เจ้าหน้าที่เขาดูแลในพื้นที่โดยรอบ ข้างนอก ไม่เข้าไปยุ่งภายในศาล  ไม่มีอะไร 

ส่วนได้พุดคุยกับ นายกรัฐมนตรีถึงคำตัดสินของคดีดังกล่าวหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ไม่กังวล ปล่อยให้เป็นเรื่องของศาล ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าพรรคพลังประชารัฐได้เตรียมรายชื่อนายกรัฐมนตรีสำรองไว้หรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร หันกลับมาบอกด้วยเสียงเข้มว่า ไม่มี 

ส่วนกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย จะทาบทาม ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น พลเอกประวิตรระบุ ว่า เป็นเรื่องของเขา และไม่ได้มองว่าเป็นเกมอะไร

“ดอน” ยันแลกเปลี่ยนนักโทษอิหร่าน-นักวิชาการออสเตรเลีย ไม่กระทบไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/450459

“ดอน” ยันแลกเปลี่ยนนักโทษอิหร่าน-นักวิชาการออสเตรเลีย ไม่กระทบไทย 

"ดอน" ยันแลกเปลี่ยนนักโทษอิหร่าน-นักวิชาการออสเตรเลีย ไม่กระทบไทย 

1 ธันวาคม 2563 – 09:27 น.

“ดอน” ยัน​ กรณีแลกเปลี่ยนนักโทษอิหร่าน-นักวิชาการออสเตรเลีย​ ไม่กระทบไทย​ ทุกประเทศแฮปปี้หมด

1 ธ.ค.2563  นายดอน​ ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแลกเปลี่ยนนักโทษ​ โดยทางการไทยปล่อยตัวชายอิหร่าน 3 คนที่ถูกจำคุกจากแผนวางระเบิดในกทม. เมื่อ 8 ปีก่อน หลังอิหร่านปล่อยตัว ไคลี มัวร์-กิลเบิร์ต นักวิชาการชาวออสเตรเลียเชื้อสายอังกฤษ​ จะส่งผลกระทบอะไรต่อไทยหรือไม่ ว่า เรื่องดังกล่าวโฆษกกระทรวงการต่างประเทศได้แถลงรายละเอียดไปทั้งหมดแล้ว ซึ่งการแลกเปลี่ยนดังกล่าว ทุกประเทศแฮปปี้หมดที่ไทยช่วยดำเนินการให้ ไม่มีผลพวงอะไรตามมา ไม่มีเงื่อนไขใดๆ เพราะเราไปช่วยทำให้ทุกอย่างมันราบรื่น เหมือนในอดีตที่เราเคยช่วยในกรณีของนักฟุตบอลชาวบาห์เรน

3 แกนนำนักเรียน เข้ารับข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/450443

3 แกนนำนักเรียน เข้ารับข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

3 แกนนำนักเรียน เข้ารับข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

30 พฤศจิกายน 2563 – 21:13 น.

3 แกนนำนักเรียน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สน.ลุมพินี ทนายความเผยปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมตั้งข้อสังเกตุเพิ่มกระบวนเกินจำเป็นหรือไม่ หลังทราบว่าจะต้องส่งตัวไปศาลพินิจและคุ้มครองเด็ก หนึ่งในแกนำเผย ให้จับตา ดาวกระจาย

ช่วงบ่ายวันนี้ นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ หรือ มิน /น.ส.เบญจมาภรณ์ นิวาส แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า นักเรียนเลว และนายคณพศ แย้มสงวนศักดิ์ แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่านักเรียนไท พร้อมทนายความ และผู้ปกครอง เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของ สน.ลุมพินีในข้อหา ฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
โดยนางสาวคุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน บอกก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ว่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากพฤติการณ์ในการชุมนุมวันที่ 15 ตุลาคม และยังไม่ทราบรายละเอียดพฤติการณ์ที่พนักงานสอบสวนจะแจ้งทั้งหมด

ทั้งนี้ แนวทางการช่วยเหลือของทนาย ทั้งสามคนจะให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมโต้แย้งในพฤติการณ์รายละเอียดของข้อกล่าวหาโดยคดีนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน2ปีปรับไม่เกิน 40,000บาท

 ทนายความฯ มองว่า การที่เยาวชนออกมาใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศ ที่ให้สิทธิชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ และกลุ่มนักเรียนเลว เป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญซึ่งการที่เยาวชนออกมาเรียกร้องต่อรัฐและกระทรวงศึกษาธิการ ก็เป็นการเรียกร้องตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ต้องตั้งคำถามกับรัฐ ว่าการดำเนินคดีขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กหรือไม่

 รวมถึงตั้งข้อสังเกตุว่า วันนี้เมื่อให้การปฏิเสธ ตามขั้นตอนก็จะต้องปล่อยตัวเพราะมีผู้ปกครองมารับตัวเยาวชนทั้ง3คน และสามารถนัดหมายมาพบกับพนักงาตสอบสวนเพื่อส่งสำนวนหรือสอบคำให้การเพิ่มเติมแต่เจ้าหน้าที่จะนำตัวทั้ง3คนไปตรวจสอบการรับทราบข้อกล่าวหาที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อรายงานต่อสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก จึงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องไปเพราะเป็นการมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ไม่ได้ตามหมายจับ จึงมองว่าเป็นการเพิ่มกระบวนการที่เกินจำเป็นหรือไม่

ขณะที่นายลภนพัฒน์  บอกด้วยว่า การชุมนุมเป็นเสรีภาพอย่างหนึ่ง และการโดนโทษ ก็มองว่าไม่ยุติธรรม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการทางกฎหมายว่าจะยังไงต่อไป และในฐานะประชาชนก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

ส่วนคดีที่โดนคือฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง และหากดูจากพฤติการณ์ สิ่งที่ขึ้นตนเองขึ้นปราศรัยคือการร้องเพลงแจวเรือ ทำให้รู้สึกตลกที่มาแจ้งข้อกล่าวหา จึงมองว่า ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไรกับการถูกดำเนินคดีแม้จะเป็นคนร่วมชุมนุมหรืออยู่บนเวทีมองว่าเจ้าหน้าที่รัฐก็ควรจะดูพฤติการณ์ด้วยเพราะเชื่อว่าพฤติการณ์ของตนเองเกี่ยวข้องกับการเมืองน้อยมาก และการแสดงออกด้วยเสียงเพลงไม่น่าจะผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

 ทั้งนี้การออกไปชุมนุมทางการเมืองควรเป็นเสรีภาพที่ประชาชนกระทำได้ และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กก็รองรับไว้ แต่เมื่อออกไปทำกลับโดนดำเนินคดี ดังนั้นต้องตั้งคำถามว่า เหมาะสมหรือไม่ และสิ่งที่พวกตนโดนแสดงให้เห็นว่ารัฐไม่ปกติ พยายามเล่นงานคนที่ต่อต้านรัฐ และการออกหมายเรียกไม่สามารถหยุดกระบวนการเรียกร้องได้ ต่อให้แกนนำถูกจับหมดก็ตามเพราะการเรียกร้องเป็นเรื่องของอุดมการณ์ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลที่จะสูญสลายหายไป

 ส่วนพรุ่งนี้ที่จะมีกิจกรรมรณรงค์ให้ใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียน นายลภนพัฒน์ บอกด้วยว่า อยากเห็นการต่อต้านอำนาจรัฐ และการไม่ใส่เครื่องแบบไปไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับนักเรียน และส่วนตัวไม่ได้กังวลอะไร นอกจากกังวลว่าครูอาจจะกลั่นแกล้งนักเรียนหรือไม่ เพราะครูบางส่วนยังไม่เข้าใจสิทธิและเสรีภาพของนักเรียน จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันติดตามด้วย  ทั้งนี้มองว่าการใส่ชุดไปเวท คือ การตั้งคำถามต่ออำนาจที่กดทับ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การปฏิรูปเพราะการปฏิรูปอยู่ที่อำนาจของรัฐและการแต่งกายเป็น1ในข้อรียกร้องของนักเรียนเลวด้วย

ส่วนนายคณพศ มองว่า การที่รัฐทำแบบนี้กับประชาชนถือเป็นการกระทำที่ผิดพลาด เพราะรัฐไม่ควรใช้ข้อกล่าวหากับคนที่ออกมาพูดความจริง โดยเฉพาะการกระทำกับเด็กและเยาวชน 

หลังใช้เวลานานกว่า6ชั่วโมงในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของ 3แกนนำกนักเรียน ในข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามหมายเรียกของ สน.ลุมพินี เสร็จสิ้น
  นางสาวคุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชี้แจงว่า การดำเนินคดีวันนี้เป็นการรับทราบข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมีพฤติการณ์ว่า ไปร่วมปราศรัยในการชุมนุมวันที่ 15 ตุลาคม และเนื่องจากเป็นเยาวชนจึงมีสหวิชาชีพ ผู้ปกครอง และ บุคคลที่3แกนนำไว้วางใจคือ ส.ส.พรรคก้าวไกล เข้าร่วมทำการสอบสวนด้วย  ซึ่งทั้ง3คนให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และขอทำคำให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรกับพนักงานสอบสวนภายใน30วัน
   โดยยืนยันว่า การชุมนุมการปราศรัย เป็นการแสดงออกที่ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ และอนุสัญญาสิทธิเด็กรับรองไว้ในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเด็กมีสิทธิที่แสดงออกและตั้งข้อสังเกตุการทำงานของระบบการศึกษาและหระทรวงศึกษาธิการ 
   และในวันนี้หลังรับทราบข้อกล่าวหาเสร็จสิ้นก็สามารถเดินทางกลับได้เลยไม่ต้องไปศาลเด็กและเยาวชนกลางเพื่อไต่สวนการจับกุม เพราะไม่ใข่การถูกจับแต่เป็นการมาตามหมายเรียก
   โดยหลังจากนี้จะนัดหมายกับพนักงานสอบสวนเพื่อไปพบสถานพินิจในภายหลัง

‘เฉลิมชัย’ เผยแจกเมล็ดผักแล้ว 81.84% โครงการ ‘ตู้เย็นข้างบ้านต้านภัยโควิด’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘เฉลิมชัย’เผยแจกเมล็ดผักแล้ว81.84% โครงการ’ตู้เย็นข้างบ้านต้านภัยโควิด’ (naewna.com)

'เฉลิมชัย'เผยแจกเมล็ดผักแล้ว81.84% โครงการ'ตู้เย็นข้างบ้านต้านภัยโควิด'

‘เฉลิมชัย’เผยแจกเมล็ดผักแล้ว81.84% โครงการ’ตู้เย็นข้างบ้านต้านภัยโควิด’

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 09.12 น.

“เฉลิมชัย”เผยแจกเมล็ดผักแล้ว81.84% ในโครงการตู้เย็นข้างบ้านต้านภัยCOVID-19 สร้างแหล่งอาหารให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่ากระทรวงเกษตรมีการส่งมอบเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวภายใต้โครงการตู้เย็นข้างบ้านต้านภัย COVID-19 ที่ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งกลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด , บริษัท เจียไต๋ จำกัด ร่วมให้การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวให้กับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป จำนวน 300,000 ชุด ใช้ปลูกบริโภคในครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ขณะนี้สามารถจัดส่งเมล็ดพันธุ์ผักให้กับผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 245,524 ราย เหลือ 54,476 ราย คิดเป็น 81.84% โดยเมล็ดพันธุ์ ประกอบด้วย ผักคะน้า ผักบุ้ง กวางตุ้ง แตงกวา พริกขี้หนู กระเพรา เป็นต้น โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งมอบเมล็ดพันธุ์ตามโครงการดังกล่าวผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ และส่งมอบแก่ประชาชนโดยตรง และคาดว่าจะจัดส่งถึงประชาชนที่ลงทะเบียนไว้ครบภายในเดือนธันวาคม 2563 สำหรับประชาชนที่ได้รับเมล็ดพันธุ์สามารถดาวน์โหลดคำแนะนำการปลูกพืชได้ที่เพจเฟสบุ๊ค กองขยายพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตร