“ธนกร” ป้อง “บิ๊กตู่” เชื่อรัฐบาลรับมือศึกซักฟอกสบายๆ มั่นใจนายกฯ ชี้แจงผ่านฉลุย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453720

“ธนกร”ป้อง”บิ๊กตู่” เชื่อรัฐบาลรับมือศึกซักฟอกสบายๆ มั่นใจนายกฯ ชี้แจงผ่านฉลุย

"ธนกร"ป้อง"บิ๊กตู่" เชื่อรัฐบาลรับมือศึกซักฟอกสบายๆ มั่นใจนายกฯ ชี้แจงผ่านฉลุย

31 ธันวาคม 2563 – 11:07 น.

“ธนกร”ป้อง”บิ๊กตู่” เชื่อรัฐบาลรับมือศึกซักฟอกสบายๆ มั่นใจนายกฯ ชี้แจงผ่านฉลุย วอนทุกฝ่ายร่วมมือทำงานเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย

31 ธ.ค.63 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยจะเน้นอภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า

รัฐบาลไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร และพร้อมที่จะชี้แจง โดยเฉพาะการบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ์ที่ผ่านมานั้น พล.อ.ประยุทธ์มีความมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งด้านคมนาคมมีการขยายรถไฟฟ้าครอบคลุมทุกพื้นที่ การจัดสวัสดิการต่างๆ ให้กับประชาชน รวมไปถึงการแก้ปัญหาโควิด-19 รัฐบาลก็พยายามอย่างเต็มที่ในการควบคุมสถานการณ์ รวมทั้งการออกมาตราการต่างๆ มาเยียวยาประชาชน ตั้งแต่โครงการชิมช้อบใช้ การจ่ายเงินเยียวยา 5000 บาท และล่าลุดโครงการคนละครึ่ง ซึ่งสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมาก

นายธนกร กล่าวอีกว่า การจะเน้นอภิปรายพล.อ.ประยุทธ์นั้นก็ไม่มีปัญหา เพราะพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่เคยมีปัญหาทุจริตคอรัปชั่นเหมือนรัฐบาลในอดีต ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร เปรียบเสมือนทองแท้ไม่กลัวไฟลน อย่างไรก็ตาม ตนขอชื่นชมพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ใช้เวทีสภาฯในการตรวจสอบรัฐบาล และเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะได้ใช้เวทีสภาฯในการชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนด้วย ทั้งนี้ เท่าที่ตนตรวจสอบเบื้องต้นนั้น เชื่อว่าคงมีการหยิบยกเรื่องเดิมๆ มาอภิปราย ไม่น่าจะมีข้อมูลใหม่อะไรมากนัก ขณะที่รัฐบาลแข็งแกร่ง คงสั่นคลอนได้ยาก ที่สำคัญ เสียงสนับสนุนยังเหนียวแน่น ไม่น่ากังวล แต่อยากให้ทุกฝ่ายมาร่วมมือกันทำงานให้ประชาชนดีกว่า เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย

นายกฯอวยพรปีใหม่ 2564 ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีแห่งครอบครัว ทุกคนปลอดภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453719

นายกฯอวยพรปีใหม่ 2564 ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีแห่งครอบครัว ทุกคนปลอดภัย

นายกฯอวยพรปีใหม่ 2564 ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีแห่งครอบครัว ทุกคนปลอดภัย

31 ธันวาคม 2563 – 11:01 น.

นายกฯ อวยพรส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2564 ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีแห่งครอบครัว ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะไม่แน่ใจว่า จะต้องเผชิญสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ขอให้ทบทวนสิ่งที่ผ่านมา เพื่อวางแผนอนาคต 

31 ธ.ค.-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวส่งท้ายปี 2563 ว่า  เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ปี 2564เรากำลังเผชิญสถานการณ์ที่ค่อนข้างจะต้องระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้นเพราะฉะนั้นปีใหม่นี้ก็คงเป็นปีแห่งครอบครัว ปีแห่งความสุขภายในบ้านหรือสถานที่ที่ปลอดภัย ขอให้ทุกคนระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ใช้โอกาสวันสิ้นปีทบทวนสิ่งที่ผ่านมา เพื่อวางแผนต่อไปในอนาคตและในปี 2564  เพราะไม่แน่ใจว่าจะเผชิญสถานการณ์อันยากลำบากนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ขอให้คนไทยมีความสุขความเจริญ  สมความปรารถนาทุกประการ พรใดที่อวยพรแก่นายกฯครอบครัว และรัฐบาลขอให้สนองตอบเป็นร้อยเท่าพันทวี และให้สำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ

“ศุภชัย” แจง “อนุทิน” ไม่เกี่ยวข้อง กับ ซิโน-ไทยฯ หลังโซเชียลฯ จับโยงปมสภาฯไม่ขยายสัญญาก่อสร้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453713

“ศุภชัย” แจง “อนุทิน” ไม่เกี่ยวข้อง กับ ซิโน-ไทยฯ หลังโซเชียลฯ จับโยงปมสภาฯไม่ขยายสัญญาก่อสร้าง

"ศุภชัย" แจง "อนุทิน" ไม่เกี่ยวข้อง กับ ซิโน-ไทยฯ หลังโซเชียลฯ จับโยงปมสภาฯไม่ขยายสัญญาก่อสร้าง

31 ธันวาคม 2563 – 09:49 น.

“ศุภชัย” แจง “อนุทิน” ไม่เกี่ยวข้อง กับ ซิโน-ไทยฯ หลังโซเชียลฯ จับโยงปมสภาฯไม่ขยายสัญญาก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ครั้งที่ 5

31 ธ.ค.63  นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่เพจในโลกโซเชียล มีเดีย แห่งหนึ่งระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุขในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังเกี่ยวพันกับบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)ว่า

ไม่เป็นความจริง นายอนุทินได้ขายหุ้นของบริษัทซิโน-ไทยฯ ทั้งหมดไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2562 ก่อนเข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี  ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อย

ฉะนั้น นายอนุทิน จึงไม่มีหุ้น ไม่ใช่ผู้บริหาร และ ไม่ใช่ กรรมการบริษัทซิโน-ไทย  ดังนั้น การต่อสัญญาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 หรือไม่ต่อสัญญา  จึงไม่เกี่ยวกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  จึงขอความกรุณาตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนนำเสนอ และอย่าพยายามบิดเบือน และโยงเป็นประเด็นการเมือง จนเป็นเครื่องมือของใคร

ซอกแซกอาเซียน : 31 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/542184

ซอกแซกอาเซียน : 31 ธันวาคม 2563

ซอกแซกอาเซียน : 31 ธันวาคม 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สัปดาห์นี้เรายังคงอยู่ในประเด็นเรื่องการวิจัยพันธุ์ข้าวไทยที่ผมอยากทำความเข้าใจ คือ เรื่องของเชื้อพันธุ์ข้าว หรือเรียกอีกอย่างว่า พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในการผสมพันธุ์ข้าว ผมคิดว่าใครๆ ก็ทราบนะครับว่าข้าวหรือพืชชนิดต่างๆ ก็เป็นสิ่งมีชีวิต ดังนั้น การจะได้พันธุ์ใหม่ (ลูก) ก็จะต้องมีพ่อและแม่ เหมือนคนและสัตว์ทั่วไป (ยกเว้นสมัยใหม่ที่สามารถพัฒนาพันธุ์โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง) ปัจจุบันนอกจากกรมการข้าวจะใช้พันธุ์พ่อพันธุ์แม่ที่มีถิ่นกำเนิดในบ้านเราเองแล้ว เรายังต้องไปขอหยิบยืมแลกเปลี่ยนจากแหล่งอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากสถาบันวิจัยข้าวระหว่างชาติหรือ International Rice Research Institute หรือ “อีรี่”ที่ตั้งอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์

โดยธรรมชาติแล้ว พันธุ์ข้าวพื้นเมืองของไทยเกือบทั้งหมด สามารถปลูกและได้ผลผลิตเพียงปีละครั้งเท่านั้น คือในฤดูฝน ซึ่งเรียกว่า นาปี เริ่มต้นปลูกสักช่วงหลังสงกรานต์ แล้วไปเก็บเกี่ยวช่วงลอยกระทง ก่อนหลังเล็กน้อยตามแต่จะเป็นพันธุ์หนักพันธุ์เบา ทางวิชาการเรียกพันธุ์ข้าวกลุ่มนี้ว่า ข้าวไวแสง ก็อย่างที่เคยเล่าไปแล้วครับว่า พันธุ์ข้าวไทยเราเหล่านี้ส่วนใหญ่ฟ้าประทานให้มีคุณภาพดี กินอร่อย เมล็ดยาวสวย แต่กลับโชคร้ายที่ให้ผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างต่ำ กล่าวคือ ออกลูกไม่ค่อยดกนั่นแหละครับ ถ้าจะให้เอาพันธุ์พ่อแม่จากภาคต่างๆ มาสลับผสมกัน ยังไงๆ ก็ได้พันธุ์ลูกที่แม้จะมีคุณภาพดี แต่ผลผลิตก็ยังต่ำติดพ่อติดแม่เหมือนเดิม

ครั้นจะเร่งผลผลิตโดยการให้สารอาหารหรือใส่ปุ๋ยมากขึ้น แทนที่จะได้เมล็ดกลับไปงอกงามเฉพาะที่ลำต้นและใบ หนักเข้าก็จะล้มนอนลงและไม่ยอมตั้งท้องออกเป็นลูกเป็นเมล็ดเสียอีก สุดปัญญาของเหล่านักวิจัยไทย
ที่จะพัฒนา จนในที่สุดต้องหันไปเสาะหาพ่อแม่พันธุ์ต่างชาติมาทดลองผสมดูบ้าง ซึ่งก็ได้อานิสงส์จาก IRRI หรือ อีรี่ นี่แหละครับ ที่เขาอนุญาตให้เราไปหยิบยืมพันธุ์ข้าวที่เขาเก็บรวบรวมไว้จากทั่วโลกมาใช้ ทั้งนี้เพราะอีรี่ คือองค์กรระหว่างชาติที่ไม่แสวงหากำไร ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาข้าวในทุกมิติเพื่อเพิ่มปริมาณอาหาร (ข้าว) เพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ ก่อตั้งในช่วงปี 1960 โดยการสนับสนุนเริ่มแรกด้านเงินทุนจากสหรัฐอเมริกา ทั้งภาคและองค์กรเอกชนต่างๆ และจากประเทศสมาชิก ซึ่งได้แก่ประเทศปลูกข้าวย่านเอเชียรวมทั้งประเทศไทย โดยมีข้อตกลงร่วมมือซึ่งกันและกันทางด้านการวิจัยพัฒนาวิชาการด้านข้าว การแลกเปลี่ยนพันธุกรรมข้าว การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร และด้านอื่นๆ แต่มีเงื่อนไขว่า ทุกอย่างต้องมิใช่เป็นไปเพื่อธุรกิจการค้า หากแต่เพื่อประโยชน์ในเชิงวิชาการและมนุษยธรรมเท่านั้น และเพื่อความแฟร์ภายใต้ข้อตกลง ไทยเราก็ต้องมอบเชื้อพันธุ์ข้าวของเราไปเก็บรักษาไว้บางพันธุ์ การที่เราไปขอเอาเชื้อพันธุ์ข้าวต่างประเทศที่อีรี่เก็บรักษาไว้มาทำการผสมพันธุ์ สามารถสร้างเป็นข้าวพันธุ์ใหม่ๆ อีกจนกระทั่งปัจจุบันแทบจะนับไม่ถ้วน เช่น ข้าวพันธุ์ กข ต่างๆ

ประโยชน์ของประเทศไทยที่ได้จากอีรี่ที่เห็นได้ชัดคือ ทุกวันนี้ที่ประเทศไทยสามารถมีพันธุ์ข้าวที่สามารถปลูกได้ตลอดปีไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูไหน สามารถผลิตข้าวได้เกินจะพอกินและเหลือส่งขายเป็นอันดับหนึ่งของโลก ก็สืบเนื่องจากหัวเชื้อ หรือ พ่อแม่พันธุ์ข้าวที่มาจากอีรี่นี่แหละครับ ยิ่งไปกว่านั้น ข้าวที่ได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น ลำต้นเตี้ย ตั้งตรง ไม่ล้มง่าย รวงใหญ่ นี่ก็เพราะได้พ่อแม่พันธุ์ที่ดีซึ่งมาจากอีรี่เช่นเดียวกัน อาศัยว่าพื้นฐานพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของไทยเรามีคุณภาพหุงต้มดี เมล็ดสวย เลยทำให้ข้าวบ้านเราได้ทั้งผลผลิตสูงบวกคุณภาพดีเข้าไปอีก เหนือกว่าข้าวต่างประเทศ และนี่คือความยอดเยี่ยมของพันธุ์ข้าวไทยที่โดดเด่นอยู่ในปัจจุบันไงครับ

ถามว่าแล้วทำไมผลผลิตเฉลี่ยข้าวของไทยเรายังต่ำกว่าเพื่อนบ้าน ตอบว่าถ้าจะวัดกันในเฉพาะพื้นที่ชลประทาน น้ำท่าสมบูรณ์ในภาคกลางแล้ว ข้าวบ้านเราไม่ได้ผลผลิตต่ำหรอกครับ เพราะเราได้กันประมาณ 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ เทียบเท่าหรือเกินกว่าประเทศอื่นๆ ที่ได้ผลผลิตข้าวสูงเสียอีก แต่ที่ผลผลิตเฉลี่ยยังต่ำก็เนื่องจากส่วนมากพื้นที่นาบ้านเราถึงร้อยละ 70 ยังอยู่นอกเขตชลประทานและพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลักอยู่ไงยิ่งในภาคอีสานที่มีปริมาณพื้นที่ทำนาครึ่งประเทศ เกือบทั้งหมดอาศัยแต่น้ำฝนที่ตกบ้างไม่ตกบ้าง แล้วอย่างนี้จะทำให้ต้นข้าวที่ปลูกออกดอกออกผลมากได้อย่างไร ก็อย่างที่บอกไปแล้วข้างต้น ข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพระดับโลก หรือข้าวเหนียวที่ปลูกในภาคอีสาน ก็เป็นข้าวพื้นเมืองที่ธรรมชาติให้ผลผลิตต่ำอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอขาดน้ำขาดอาหารอีกก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ และเมื่อนำผลผลิตที่ได้มาหารเฉลี่ยทั้งประเทศ ก็เลยไปดึงเอาที่สูงๆ ลงมาด้วยอย่างที่เห็น หมดหน้ากระดาษพอดีฉบับหน้าขอมาว่าต่ออีกนะครับ

ชาญพิทยา ฉิมพาลี

chanpithya@apterr.org

‘จุรินทร์-เฉลิมชัย’ จับมือ สร้างความเชื่อมั่นสัตว์น้ำไทย ออกมาตรฐานความปลอดภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/542210

‘จุรินทร์-เฉลิมชัย’จับมือ  สร้างความเชื่อมั่นสัตว์น้ำไทย  ออกมาตรฐานความปลอดภัย

‘จุรินทร์-เฉลิมชัย’จับมือ สร้างความเชื่อมั่นสัตว์น้ำไทย ออกมาตรฐานความปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

‘จุรินทร์-เฉลิมชัย’จับมือสร้างความเชื่อมั่นสัตว์น้ำไทย

ออกมาตรฐานความปลอดภัยป้องกันการปนเปื้อนโควิด-19

กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ จับมือออกมาตรฐานความปลอดภัยและป้องกันการปนเปื้อนโควิด-19 เคาะมาตรการสร้างความมั่นใจผู้บริโภคและการส่งออก พร้อมเพิ่มการรับซื้อกุ้ง 1,600 ตันต่อเดือน ช่วยผู้เลี้ยงกุ้ง

วันที่ 30 ธันวาคม 2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ปี 2563/64” โดยมี นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) สาขานครอินทร์ จ.นนทบุรี โดยภายในงานได้มีพิธีส่งมอบกุ้งระหว่างกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง กับบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด ตลอดจนเยี่ยมชมการจำหน่ายกุ้งจากเกษตรกรภายในแผนกอาหารทะเลของแม็คโคร และเยี่ยมชมบูธผู้ประกอบการร้านอาหารที่นำกุ้งมาสร้างสรรค์เมนูพิเศษ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รอบใหม่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะความกังวลของประชาชนในการบริโภคสัตว์น้ำ ส่งผลให้เกษตรชาวประมงโดยเฉพาะกุ้ง ได้รับผลกระทบในวงกว้าง ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมตลอดห่วงโซ่การผลิต จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรทั้งระบบ ในสินค้าประมงและสินค้าปศุสัตว์ เพื่อให้สินค้ามีความปลอดภัยและได้มาตรฐานต่อผู้บริโภคให้มากที่สุด

สำหรับงานในวันนี้ยังได้มีการมอบหนังสือรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจในการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19 ) สำหรับ Modern Trade ของกรมประมงให้กับ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) สาขานครอินทร์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัทดังกล่าวให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขในข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่1) ของกระทรวงสาธารณสุขในส่วนที่เกี่ยวข้อง และการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการปฏิบัติตามมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจในการป้องกันการปนเปื้อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) อีกด้วย

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายชัดเจนในการเปิดตลาดท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ โดยให้ประมงจังหวัด และพาณิชย์จังหวัดประสานการทำงานร่วมกันเพื่อเปิดช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกรในพื้นที่เป็นการกระจายสัตว์น้ำ ตลอดจนมุ่งมั่นสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทย และขอให้เชื่อมั่นในสินค้าสัตว์น้ำเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวประมง และขอย้ำว่าสัตว์น้ำไทยโดยเฉพาะกุ้งทะเลสามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกังวลว่าสัตว์น้ำจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อไวรัสโควิด อย่างไรก็ตามทุกครั้งก่อนนำมาบริโภคขอให้ล้างน้ำให้สะอาดและปรุงให้สุกอยู่เสมอ

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า สำหรับการออกกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจในการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัส COVID – 19 ในสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ โดยมาตรการเฉพาะกิจดังกล่าวมีผลบังคับใช้กลุ่มผู้ประกอบการกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้อง 5 ประเภท ได้แก่ 1) ผู้ประกอบการกระบวนการผลิต (ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมง/เรือประมง) 2) ผู้ประกอบการกระบวนการลำเลียงและขนส่งสัตว์น้ำ 3) ผู้ประกอบการสะพานปลา 4) ผู้ประกอบการร้านค้า Modern trade และ 5) ผู้ประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก โดยผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการทั่วไปที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข และมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจที่กรมประมงกำหนด จะได้รับหนังสือรับรองการปฏิบัติที่ดีในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จากกรมประมง

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า Modern Trade บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแรกที่ยื่นความประสงค์ขอเข้ารับการตรวจประเมิน โดยกรมประมงได้จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่จากกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ เข้าตรวจประเมินสถานที่การบริหารจัดการสถานที่ในการจำหน่ายสินค้าตามมาตรการเฉพาะกิจฯ ไปเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2563 โดยผลการตรวจพบว่าทางบริษัทฯ มีมาตรการควบคุมและป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัส COVID – 19 ในสถานที่วางจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำได้อย่างเหมาะสม อาทิ มีการควบคุมแหล่งที่มาของสัตว์น้ำที่ชัดเจน โดยผู้ขายส่งส่วนใหญ่มาจากฟาร์มที่ขึ้นทะเบียนกับทางกรมประมง และมีการสุ่มตรวจเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในสัตว์น้ำจากผู้ขายส่ง มีมาตรการการควบคุมการปนเปื้อนจากพาหนะขนส่ง มีการบริหารจัดการการวางจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำจัดแยกตามชนิด การล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่จำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์ มีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนจากผู้บริโภคที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้า ฯลฯ

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ประสงค์ขอรับการตรวจประเมินสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมประมง โทร. 0 2562 0600 หรือสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ทั่วประเทศ

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ระบาดรอบใหม่ ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ ได้รับผลกระทบรุนแรง ทั้งๆ ที่ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายปลายปีจะเป็นช่วงขายทำรายได้ของเกษตรกร แต่เมื่อประชาชนขาดความเชื่อมั่น กังวลด้านความปลอดภัย กุ้งก็ขายไม่ได้ แม็คโครจึงบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ ทั้งกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับซื้อกุ้งโดยตรงจากฟาร์มของเกษตรกร เพื่อเร่งระบายผลผลิตให้ทันเทศกาลเฉลิมฉลองแบบนิวนอร์มอลที่บ้าน

นางศิริพร กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือกับดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 โดยรับซื้อตรงเพื่อช่วยเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีก 200 ตันต่อสัปดาห์ และจัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคสินค้ากุ้ง ด้วยการกระจายผ่านสาขาของแม็คโครทั่วประเทศ ทั้งนี้ แม็คโครยังได้รับการรับรองจากกรมประมงเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบและจัดเก็บสินค้าว่ามีความปลอดภัยจากโควิด-19 เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

กนช.ส่งท้ายปีโครงการน้ำสำคัญ ไฟเขียวอปท.กว่า 40,000 รายการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/542181

กนช.ส่งท้ายปีโครงการน้ำสำคัญ ไฟเขียวอปท.กว่า40,000รายการ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กนช. โชว์ผลงานโบว์แดงส่งท้ายปี 2563 เดินหน้าไฟเขียวสร้างอ่างฯหนองกระทิง รองรับ EEC พร้อมเคาะแผนปฏิบัติการด้านน้ำทั่วประเทศ กว่า 40,000รายการ เตรียมชงเสนอ ครม. อนุมัติให้ทันเสนอขอรับงบประมาณ ปี 2565

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.) ครั้งที่ 4/2563 ว่า การประชุม กนช.ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของปี 2563 เพื่อรับทราบผลการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ผ่านมา และพิจารณาแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน โดยเห็นชอบโครงการขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมเสนอขอตั้งงบประมาณปี พ.ศ. 2565 คือ โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา ดำเนินการโดยกรมชลประทานความจุ 15 ล้าน ลบ.ม. เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มพื้นที่ชลประทานในฤดูฝน 10,000 ไร่ และฤดูแล้ง 3,000 ไร่ ทำให้มีน้ำเพียงพอสำหรับอุปโภค–บริโภค และเสริมการผลักดันน้ำเค็มในแม่น้ำบางปะกง รวมทั้งรองรับการใช้น้ำเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วย

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยเป็นแผนปฏิบัติการของหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ และแผนงบประมาณการบริหารทรัพยากรน้ำ ที่ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดและคณะกรรมการลุ่มน้ำแล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 กำหนดไว้ โดยที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบตามที่ สทนช.เสนอ 46,887 รายการทั่วประเทศ จากที่หน่วยงานเสนอมาทั้งหมด 86,879 รายการ หลังจากนี้ ได้มอบหมายให้ สทนช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ รวบรวมโครงการทั้งหมดนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนการเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ.2565 ต่อไป” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

ด้านดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม กนช. ยังเห็นชอบการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) ซึ่งประกอบด้วย 1.แผนหลักการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการระบายน้ำพื้นที่ชุมชนเมืองพัทยาและพื้นที่ต่อเนื่อง ของกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำท่วมเมืองพัทยาอย่างยั่งยืน ครอบคลุมพื้นที่ 226.47 ตารางกิโลเมตร ประชาชนได้ประโยชน์ 144,520 ครัวเรือน โดยมีแนวทางการแก้ปัญหาประกอบด้วย การก่อสร้างอุโมงค์เพื่อรวบรวมและขนส่งน้ำของระบบระบายน้ำหลัก ที่เกินขีดความสามารถของท่อระบายน้ำเดิมระบายลงสู่อ่าวพัทยาและอ่าวจอมเทียน ปรับปรุง/ก่อสร้างท่อระบายน้ำสายหลักและสายรอง เพื่อนำน้ำหลากมาสู่อุโมงค์รวบรวมและขนส่งน้ำและปรับปรุงคลองหลัก คลองสาขาให้สามารถรองรับน้ำหลากที่เกิดจากน้ำฝนได้

2.แผนหลักการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง โดยได้วางทิศทางการพัฒนาและแนวทางการขับเคลื่อนเป็น 4 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การพัฒนาใช้น้ำสาขาของแม่น้ำโขง โดยการสร้างประตูระบายน้ำในลำน้ำสาขา ระยะที่ 2 การพัฒนาใช้น้ำโขงสู่ลุ่มน้ำข้างเคียง ระยะที่ 3 การพัฒนาใช้น้ำโขงโดยแรงโน้มถ่วงสู่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาทิ โครงการบริหารจัดการน้ำ โขง เลย ชี มูลและระยะที่ 4 การพัฒนาเขื่อนปากชม เพื่อประโยชน์ในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและเสริมความมั่นคงด้านน้ำแก่ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะช่วยยกระดับรายได้ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้า/บริการ รวมทั้งสิ้น 334,051.35 ล้านบาท/ปี ขยายพื้นที่ชลประทานโดยรวมได้กว่า 30 ล้านไร่ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้มากถึงประมาณปีละ 30,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)

3.แผนหลักการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ทั้งหมด 9 แผนงานตามที่กรมชลประทานเสนอ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้ กลุ่ม 1 การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำและคลองเดิม ได้แก่ แผนเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา แผนเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน แผนปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก และแผนปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก กลุ่ม 2การบริหารจัดการพื้นที่ ได้แก่ แผนการบริหารจัดการพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ และแผนพื้นที่รับน้ำนอง กลุ่ม 3 การสร้างคลองระบายน้ำหลากสายใหม่ ได้แก่ แผนคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร แผนคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย และแผนคลองระบายน้ำควบคู่กับถนนวงแหวนรอบที่ 3 ระยะเวลาดำเนินการ 13 ปี (2560-2572)

และ 4.โครงการเพื่อการพัฒนาปี 2564 ของการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบผลิต ระบบส่งน้ำ และระบบจ่ายน้ำประปาในพื้นที่ที่ประสบปัญหา รองรับความต้องการใช้น้ำใน 10 ปีข้างหน้าอย่างพอเพียง เป็นการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและส่งเสริมสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น จำนวน 19 โครงการ เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 143,136 ลบ.ม./วัน และสามารถให้บริการผู้ใช้น้ำเพิ่มขึ้นอีก 104,800 ราย หรือประมาณ 243,852 คน

‘ไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาว’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542115

‘ไทยเบฟ...รวมใจต้านภัยหนาว’

‘ไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาว’

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ยังคงเดินทางมอบไออุ่นอย่างต่อเนื่องสำหรับกองทัพคาราวานผ้าห่มในโครงการ “ไทยเบฟ… รวมใจต้านภัยหนาว” ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 ที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมสานต่อปณิธานและแบ่งปันไออุ่น เพื่อพี่น้องชาวไทยผู้ประสบภัยหนาวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างต่อเนื่อง พร้อมคาราวานไออุ่น เดินหน้าส่งมอบ “ผ้าห่มผืนเขียวรักษ์โลก” ที่ผลิตจากขวดพลาสติก ตอกย้ำแนวคิด “BEYOND THE GREEN BLANKET…A SUSTAINABLE COMMUNITY OF GIVING มากกว่าความอบอุ่น คือสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน”

ล่าสุด ได้ส่งมอบผ้าห่มผืนเขียวรักษ์โลกให้กับพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 15,000 ผืนโดยมี กฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ธารทิพย ศิรินุพงศ์ ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาชุมชน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) ร่วมเป็นประธานในพิธีส่งมอบที่ โรงเรียนบ้านห้วยน้ำขาว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ แล้วยังมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมรับผ้าห่มผืนในงานได้ เรายังเติมเต็มไออุ่นถึงให้ถึงบ้าน

ธารทิพย์ ศิรินุพงศ์ ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาชุมชน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) เผยว่า “ไทยเบฟ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานราชการทุกภาคส่วนในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่จะส่งมอบไออุ่นให้กับพี่น้องจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นการส่งมอบผ้าห่มเป็นครั้งที่ 9 รวมการส่งมอบผ้าห่มทั้งสิ้นจำนวน 132,000 ผืน สำหรับจุดเริ่มต้นของโครงการฯ เกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2543 จนถึงวันนี้รวมเวลา 21 ปีเต็ม ที่ผ้าห่มผืนเขียวได้กระจายปกคลุมให้ความอบอุ่นแก่ผู้ประสบภัยหนาวในภาคเหนือและภาคอีสานไปพร้อมกับการมอบโอกาส และความช่วยเหลือด้านการศึกษา กีฬา สาธารณสุข รวมถึงกิจกรรมอันเป็นประโยชน์จากพันธมิตรหลากหลายหน่วยงานที่ร่วมพลังสร้างสรรค์รอยยิ้ม และแบ่งปันความสุข ภายใต้แนวคิด “มากกว่าความอบอุ่น คือ สังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน” ปีนี้เรามีความพิเศษของโครงการไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาว ปีที่ 21 ในฐานะองค์กรที่มีการดำเนินงานตามแนวทางพัฒนาที่ยั่งยืนนั่น ไทยเบฟจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดจึงทำให้ “ผ้าห่มผืนเขียว” ในปีนี้ของเราถูกผลิตมาจากขวดพลาสติกบรรจุเครื่องดื่มที่ใช้แล้ว นำกลับมาคัดแยกและผ่านกระบวนทำความสะอาดในอุณหภูมิที่สูงก่อนจะบดขวดเป็นเกล็ดและนำไปหลอมเป็นเม็ดพลาสติกที่มีคุณภาพสูงเพื่อฉีดเป็นเส้นใยและนำมาขึ้นทอเป็นผืนผ้าห่มจำนวน 200,000 ผืนนี้ สามารถลดปัญหาขวดพลาสติกที่สามารถนำขวดกลับมาผลิตเป็นผ้าห่มได้มากถึง 7.6 ล้านขวด อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานในการผลิตอีกด้วย โดยคุณภาพของผ้าห่มเขียวยังคงนุ่มและอบอุ่นอย่างเช่นเคย”

นับเป็นการส่งต่อรอยยิ้มและความอบอุ่นแก่พี่น้องคนไทย ผ่านโครงการ “ไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาว” ต่อไป โดยมุ่งหวังให้เกิดพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมกันสร้างสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน

คุณแหน : 31 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542132

คุณแหน : 31 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 31 ธันวาคม 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll “ช่วงเวลานี้ อาจเป็นเรื่องเศร้าสำหรับหลายคนไม่ว่าจะเพราะต้องสูญเสียคนรักหรือห่างจากเพื่อนและคนในครอบครัว ในช่วงเวลาที่ทุกคนก็อยากสวมกอด หรือกุมมือคนที่รักในวันคริสต์มาส..” สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ของอังกฤษทรงส่งพระราชสาส์นอวยพร แก่ประชาชนตามธรรมเนียมวันคริสต์มาส เพื่อเป็นกำลังใจให้ชาวอังกฤษในช่วงเวลาที่ COVID-19ยังแพร่ระบาดอย่างหนัก จนทำให้ฉลองวันคริสต์มาสตามปกติไม่ได้..

.ll หนังสือพิมพ์แนวหน้า ขอเป็นกำลังใจให้แพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน ..และขอให้เราทุกคนระมัดระวังในการใช้ชีวิต แล้วอย่าลืมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 และเนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่า 2563 รับปีใหม่2564 ทีมข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า ขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีความสุข ปราศจากโรคภัยโควิดมาแผ้วพาน รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยความห่วงใยค่ะ ส่วนวันที่ 1-2 มกราคม 2564 ไม่มีหนังสือพิมพ์วางจำหน่าย เพื่อให้ผู้สื่อข่าวและพนักงานได้หยุดพักอยู่กับครอบครัว..

.llปฏิทินประจำปี 2564 ของ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ คัดสรรภาพสวยๆ ของน้องวัวพันธุ์ต่างๆ มามอบแด่ลูกค้าและสื่อมวลชน รับปีฉลูนี้..

.ll อายุครบ 73 ปีไพศาล พืชมงคล ออกพ็อกเกตบุ๊ค“ศึกสองยอดกุนซือ ขงเบ้ง-สุมาอี้” ที่เคยเขียนในนามปากกา “เรืองวิทยาคม” เป็นเนื้อความส่วนหนึ่งใน “สามก๊กตอนการศึกสงครามระหว่างจ๊กก๊กกับวุยก๊ก” ให้เห็นถึงสติปัญญาความสามารถของยอดกุนซือที่ถือยุทธศาสตร์คนละอย่างในการทำศึกสงคราม จนกระทั่งลาลับโลก เพื่อเป็นประโยชน์แก่ญาติมิตร..จัดจำหน่ายโดย บ.ธรรมนิติ เพรส เล่มละ 350 บาท..

.ll ล่าสุด นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ไปร่วมบรรยายในการสัมมนาทิศทางการปฏิรูปสาธารณสุขด้านโรคไม่ติดต่อ ของ กรมควบคุมโรค..

.ll แม้ว่าคิวยุ่งมากแต่ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ผจก.ประจำประเทศไทย บจ.อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) ยังจัดสรรเวลามาบรรยายให้หลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร รุ่นที่ ๒ ดีป้า..

.ll ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ หัวเรือใหญ่ดอนเมืองโทลล์เวย์ ธานินทร์ พานิชชีวะแจ้งผลงานชนะเลิศการประกวดโฆษณา “CSRTollway Contest 2020” ในหัวข้อ “วิถีใหม่ ไทยNew Normal By Tollway Better Way”โดยทีมชนะเลิศ Rajachanel จาก รร.วัดราชาธิวาส ส่งผลงานชื่อ “ไม่ !! เราไม่หยุด”คว้ารางวัลไปครองแบบชนะใจกรรมการและเตรียมออกอากาศทางช่อง 9 MCOT HDหมายเลข 30 ตั้งแต่วันนี้..

.ll ดร.วิจารย์สิมาฉายา, รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา, สุพลศรีพันธุ์, วีระพงษ์ บุญญานุสนธิ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกก.จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่..

.ll สวดพระอภิธรรม บุญรัตน์ เหรียญพาณิชย์ วัดราชธานี อ.เมือง สุโขทัย5-8 ม.ค. และ 9 ม.ค. เคลื่อนศพไปที่สุสานบ้านสวน เจ้าภาพแจ้งงดแต่งกายไว้ทุกข์..

.llทิพย์รักษ์ สุขุม แฟนตัวจริง “แนวหน้า” เมื่อคนส่งหนังสือพิมพ์แนวหน้า ตกหล่น Section 2“แนวหน้าวาไรตี้” รีบโทร.แจ้งว่าผมต้องอ่านทุกวัน แนวหน้าก็ส่งไปรษณีย์ตามไปให้ เป็นบริการพิเศษ ขอบพระคุณมากค่ะ…ll

น้อง

‘คาโรลีน ลิงค์’ คว้ารางวัลจาก UN Women ผู้นำองค์กรสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542135

‘คาโรลีน ลิงค์’คว้ารางวัลจากUN Women  ผู้นำองค์กรสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศ

‘คาโรลีน ลิงค์’คว้ารางวัลจากUN Women ผู้นำองค์กรสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ส่งท้ายปีกับความสามารถของผู้บริหารหญิงเก่งแห่ง บี.กริม คาโรลีนลิงค์ คว้ารางวัลรองชนะเลิศ ผู้นำองค์กรสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศในงาน WEPs Awards 2020โดย UN Women ย้ำนโยบาย บี.กริม มุ่งเพิ่มศักยภาพ ส่งเสริมการมีบทบาทของผู้หญิง

นางสาวคาโรลีน ลิงค์ กรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)หรือ “BGRIM” เป็น 1 ใน 2 สตรีนักธุรกิจไทยที่ได้รับคัดเลือกรับรางวัลรองชนะเลิศผู้นำองค์กรที่สนับสนุนและชูความเสมอภาคทางเพศ สาขาLeadership Commitment ในงาน Asia -Pacific Women’s Empowerment Principles (WEPs) Awards 2020ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ หรือUN Women ร่วมกับสหภาพยุโรป มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มจำนวนผู้นำสตรีที่จะมามีส่วนร่วมเป็นแรงผลักดันให้ภาคธุรกิจ พัฒนาเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน โดยการประกาศรางวัลแบ่งเป็นระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 18 รางวัล และระดับประเทศจากไทยและมาเลเซียรวม 12 รางวัล

นางสาวคาโรลีน ลิงค์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เป็น 1 ใน 2 นักธุรกิจหญิงจากประเทศไทยที่ได้รับการคัดเลือก โดยรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงนโยบายที่เข้มแข็งของ บี.กริม ทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมเพื่อสังคมที่ให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพ และการมีบทบาทของผู้หญิง รวมถึงส่งเสริมความเท่าเทียมภายในหน่วยงานต่างๆของบี.กริม

นางสาวคาโรลีน ลิงค์ เป็นลูกสาวคนโตของ นายฮาราลด์ กับ นางอัสสุนต้า ลิงค์มีน้องชาย 1 คน คือ นายเฟลิกซ์ ลิงค์ เป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลลิงค์ที่เข้ามาช่วยดูแลธุรกิจของ บี.กริม จบด้านการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศจากEuropean Business School ประเทศสเปน ได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรกฎหมายธุรกิจ จาก Manhattan Institute of Management นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และประกาศนียบัตรหลักสูตรการเงินและเศรษฐกิจจาก European Business School จากประเทศฝรั่งเศส

สำหรับ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศผู้นำองค์กรที่สนับสนุนและชูความเสมอภาคทางเพศ สาขา Leadership Commitment ได้แก่ ชาริณี กัลยาณมิตรจากบริษัท Gobi Partners โดยมี ฯพณฯ เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัคราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล โดยมี “ซินดี้”สิรินยา บิชอพ ทูตสันถวไมตรีประจำภูมิภาคเอเซียและแปซิฟิกของ UNWomen และคาเธีย ฟรายวาล์ด ผู้จัดการโครงการ WeEmpowerAsia ของ UN Women รวมถึงตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจากหลายประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทยได้รับรางวัลรวม 6 รางวัล ดังนี้ 1)รางวัลความมุ่งมั่นผู้นำองค์กร (Leadership Commitment) ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ: Shannon Kalayanamitr, Partner,Gobi Partners รองชนะเลิศอันดับ 1: Caroline Link, Authorized Director, B. Grimm Power 2) รางวัลสถานประกอบการที่มีความหลากหลายทางเพศ (Gender-inclusive Workplace) ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ: Benz Talingchan รองชนะเลิศอันดับ 1: Danone SpecializedNutrition Thailand รองชนะเลิศอันดับ 2:Nestle Thailand 3)รางวัลนโยบายการตลาดที่คำนึงถึงประเด็นเพศภาวะ (Gender-responsive Marketplace) ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ: UnileverThailand

ไปรษณีย์ไทยเปิดตัวแสตมป์ชุดนักษัตรปีฉลู ฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542127

ไปรษณีย์ไทยเปิดตัวแสตมป์ชุดนักษัตรปีฉลู  ฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

ไปรษณีย์ไทยเปิดตัวแสตมป์ชุดนักษัตรปีฉลู ฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ต้อนรับปีฉลู เปิดภาพแสตมป์ชุดนักษัตรประจำปี 2564 ภาพวาดฝีพระหัตถ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ลายเส้นการ์ตูนรูปวัวจับปลา พร้อมลายพระหัตถ์ข้อความ “ฉลูจับมัจฉา มีเงินตราเหลือกินเหลือใช้” กำกับด้วยพระนาม “สิรินธร” โดยแสตมป์นักษัตรปีฉลูเป็น
ชุดที่ 7 ในซีรี่ส์แสตมป์นักษัตรภาพวาดฝีพระหัตถ์ ซึ่งออกต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2558

ทั้งนี้ แสตมป์ชุดดังกล่าวจำหน่ายราคาดวงละ 3 บาท (เต็มแผ่น 10 ดวง) ซองวันแรกจำหน่าย 12 บาท จำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ 4 มกราคม 2564 ที่ไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ และพิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร หรือทางออนไลน์ ผ่านแอพ หรือเว็บไซต์ http://www.thailandpostmart.comสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายบริหารประสบการณ์ลูกค้าบริการไปรษณีย์ โทร.02-5735480, 02-5735463 พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนในโทร.02-2712439

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : http://www.thailandpost.co.th เฟซบุ๊ค : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ทวิตเตอร์ : @Thailand_Post และไลน์ออฟฟิเชียล :@Thailand Post