Good news : ยิ้มกันวันอาทิตย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541354

Goodnews : ยิ้มกันวันอาทิตย์

Goodnews : ยิ้มกันวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 08.00 น.

เทศกาลคริสต์มาสในปีนี้ อาจเปลี่ยนไปจากที่เราเคยพบเห็น ภาพการประดับไฟสวยงามอาจยังมีอยู่ แต่บรรยากาศการเฉลิมฉลองอาจไม่เหมือนเดิม ไม่มีอีกแล้วกับการที่ผู้คนร่วมชุมนุมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุข แม้แต่คนในครอบครัวเดียวกันก็ยังไม่สามารถนั่งรับประทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาได้ เพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลกนั่นเอง

ก่อนล็อกดาวน์ : หนุ่มๆ ในชุดซานตาคลอส นั่งจับกลุ่มพูดคุยด้านนอกร้านอาหารในย่านทราสเทอเวเร กรุงโรม ในวันคริสต์มาสอีฟหนึ่งวันก่อนที่รัฐบาลอิตาลีจะประกาศบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัส

แค่เจอหน้า : คริสทีน เรย์โนลด์ พาบุตรชายและบุตรสาวตัวน้อยไปเยี่ยมคุณยายของหลานๆ ในวันคริสต์มาสอีฟ ที่บ้านพักคนชราในย่านวัลเลย์ คอทเทจ รัฐนิวยอร์กของสหรัฐ โดยต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันไม่ให้คุณยายติดเชื้อโควิด-19ทำให้หลานๆ ไม่สามารถเข้าไปกอดคุณยายและพูดคุยแบบใกล้ชิดได้เหมือนเคย

สวดห่างๆ : คริสตศาสนิกชนนั่งสวมมนต์ด้านนอกจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ในนครรัฐวาติกัน ซึ่งปกติ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก จะเป็นองค์ประธานประกอบพิธีมิสซาวันคริสต์มาส แต่ในปีนี้ มีคริสตศาสนิกชนเพียงบางส่วนได้เข้าร่วมพิธี ตามมาตรการป้องกันผู้คนรวมกลุ่มกันจำนวนมาก

ซานตาสโนว์โกลบ : ซานตาคลอสก็ต้องปรับตัว จากที่เคยนั่งบนเก้าอี้ให้เด็กๆ มานั่งตักทักทายและขอพร ก็ต้องย้ายตัวเองเข้าไปอยู่ในสโนว์โกลบ ลูกบอลพลาสติกใสป้องกันการแพร่เชื้อไวรัส ระหว่างเข้าร่วมขบวนพาเหรด ในเมืองกาลิเซีย ประเทศสเปน

คุยกัน7วันหน : การระบาดระลอกสอง กับการระบาดระลอกใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541381

คุยกัน7วันหน : การระบาดระลอกสอง  กับการระบาดระลอกใหม่

คุยกัน7วันหน : การระบาดระลอกสอง กับการระบาดระลอกใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 07.30 น.

หลายคนสงสัยอะไรคือการระบาดระลอกใหม่ ทำไมไม่เรียกว่า ระบาดระลอกสอง ต่างกันอย่างไร เพราะอะไรจึงเรียกว่าการระบาดระลอกใหม่

เว็บไซต์บรรษัทกระจายเสียงอังกฤษ หรือ บีบีซี เคยลงบทความในเดือนมิถุนายนตั้งหัวเรื่องว่า “ไวรัสโคโรนา : อะไรคือการระบาดระลอกสองและการระบาดที่ว่ากำลังจะมาถึงหรือไม่” เป็นช่วงที่ผู้เชี่ยวชาญในสหราชอาณาจักรเตือนคณะรัฐมนตรีให้เตรียมรับมือกับการระบาดระลอกสองหลังจากมีมติให้ผ่อนคลายมาตรการจำกัดไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม บีบีซีอ้างถึงไข้หวัดสเปนเมื่อศตวรรษก่อนว่า การระบาดระลอกสองร้ายแรงกว่าระลอกแรก

เมื่อพูดถึงคำว่า “ระลอก” ให้นึกถึงคลื่นในทะเล ยอดผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นแล้วลดลงในแต่ละรอบเรียกได้ว่าเป็นการระบาดในแต่ละระลอก แต่ไม่มีคำจำกัดความในเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ

ดร.ไมเคิล ทิลเดสลีย์ มหาวิทยาลัยวอริค อธิบายกับบีบีซีในเวลานั้นว่า ไม่มีการให้คำจำกัดความทางวิทยาศาสตร์อย่างเฉพาะเจาะจงว่า ระลอกการระบาดหมายถึงอะไร เป็นเพียงการจำกัดความตามอำเภอใจเท่านั้น บางคนเรียกจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นว่าเป็นการระบาดระลอกสองแต่หลายครั้งเป็นการระบาดระลอกแรกที่ยังไม่นิ่ง ดังที่เกิดขึ้นในสหรัฐ การจะสรุปว่า การระบาดระลอกใดๆสิ้นสุดแล้ว เชื้อไวรัสจะต้องถูกควบคุมได้และยอดผู้ป่วยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การระบาดระลอกสองจะเริ่มขึ้นเมื่อผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรณีของนิวซีแลนด์ที่พบผู้ป่วยคนแรกในรอบ 24 วัน หรือกรุงปักกิ่ง ของจีน ที่เกิดการระบาดหลังปลอดไวรัส 50 วัน จึงไม่เข้าเกณฑ์นี้

ส่วนของไทย กรณีพบการระบาดคลัสเตอร์ใหญ่ที่จังหวัดสมุทรสงครามและสมุทรสาคร โฆษก ศบค. ที่ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ในการแถลงข่าววันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา บอกว่า“จากการหารือกับคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การระบาดครั้งนี้ ไม่ใช่การระบาดระลอกสอง แต่เป็นการระบาดระลอกใหม่”

ทำเอาทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก ว่าตกลงแล้ว มันต่างกันยังไง

หากจะพิจารณาแล้ว การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกในขณะนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 ระบาดแล้วและยังระบาดอยู่ ที่เด่นๆ ก็ สหรัฐอเมริกา บราซิล อินเดีย บังกลาเทศ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์

กลุ่มที่ 2 ระบาดแล้วคุมได้แล้ว และยังไม่ระบาดใหม่ เช่น จีน ไต้หวัน รวมทั้งอิตาลี สเปนและยุโรป หลายประเทศที่เคยระบาดหนักมาแล้ว

กลุ่มที่ 3 ระบาดแล้วคุมได้แล้ว และมีการระบาดระลอกใหม่แล้ว ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิสราเอล แม้จะยังไม่ชัด แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะรุนแรงเท่าหรือมากกว่าเก่า ซึ่งหากวัดจากคำแถลงของ โฆษก ศบค.เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก็นับได้ว่าประเทศไทยเข้าสู่กลุ่มที่สามแล้ว

ความรุนแรงของการระบาดจะขึ้นกับว่า เราจะเปิดเมืองและเปิดประเทศอย่างไร เร็วและระมัดระวังแค่ไหน และมีเงื่อนไขอย่างไร และเข้มงวดกับเงื่อนไขแค่ไหน ขีดความสามารถในการสอบสวนหาคนติดเชื้อและผู้สัมผัสโรค เพื่อนำไปรักษา แยกโรคและกักตัว จะมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน ประชาชนยังมั่นคงในความร่วมมือกันที่จะป้องกัน การระบาดแบบที่เราทำได้ดีมาตลอด 4-5 เดือน ได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งการอาจมีการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด เหมือนที่เกิดขึ้นในอังกฤษตอนนี้ และเริ่มลุกลามพบในหลายประเทศแล้ว

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าในขณะนี้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ทำให้ป่วยเป็นโควิด-19 จะมีกี่สายพันธุ์ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ระยะฟักตัว ซึ่งจะเป็น2 ถึง 7 วัน อาจพบได้ถึง 14 วัน และอาจจะเป็นไปได้น้อยมาก ถึง 21 วัน

ในทางปฏิบัติผู้ที่พ้นระยะการกักกันโรค 14 วัน มักจะแนะนำให้ไปกักกันที่บ้านต่ออีก 14 วัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการป้องกันการกระจายโรค และให้ป้องกันตัวเองจากโรคอย่างเข้มงวด ทั้งสวมหน้ากาก ล้างมือและรักษาระยะห่าง

หากมองอีกมุมหนึ่งไม่ว่า จะเป็นการระบาดระลอกสองหรือไม่ หรือตอนนี้ เป็นการระบาดระลอกใหม่หรือเปล่า อาจไม่ใช่สาระสำคัญอีกต่อไปแล้ว

เพราะสิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือ ทุกคนควรเฝ้าระวังสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อหยุดความเสี่ยงในการติดเชื้อนั่นเอง

สายกินห้ามพลาด! ร้านอาหารจีน ระดับตำนาน ‘ฮั่วเซ่งฮง’ สุดยอดความอร่อย แบบจีนแท้ๆ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541431

สายกินห้ามพลาด! ร้านอาหารจีน ระดับตำนาน ‘ฮั่วเซ่งฮง’ สุดยอดความอร่อย แบบจีนแท้ๆ

สายกินห้ามพลาด! ร้านอาหารจีน ระดับตำนาน ‘ฮั่วเซ่งฮง’ สุดยอดความอร่อย แบบจีนแท้ๆ

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 07.00 น.

หากพูดถึงอาหารจีนในเมืองไทย หลายคนคงนึกถึงเยาวราชที่เป็นย่านร้านอาหารจีนตลอดเส้นถนนเยาวราช  อย่าง “ภัตตาคาร ฮั่ว เซ่ง ฮง” เป็นร้านอาหารจีนกวางตุ้งผสมแต้จิ๋ว ที่สร้างชื่อเสียงเรื่องความอร่อยในอาหารจีนมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ  ซึ่งเปิดตั้งแต่ปี 2516 มี  “หูฉลาม” เป็นเมนูขึ้นชื่อ

สำหรับ ภัตตาคาร ฮั่ว เซ่ง ฮง เป็นที่รู้จักของบรรดานักชิมหลายวัยเป็นอย่างดี มีมากกว่า 200 เมนู ที่ขึ้นชื่อ อาทิ ติ่มซำ หูฉลาม กระเพาะปลา เป๋าฮื้อ ขาห่าน หม้อไฟต้มยำ ปัจจุบันภัตตาคารมี 21 สาขา  แต่วันนี้เราจะขออาสาพาไปชิมอาหารจีนที่ภัตตาคาร ฮั่ว เซ่ง ฮง สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ซึ่งเป็นสาขาน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ประมาณ 1 เดือน แต่เรื่องของคุณภาพและวัตถุดิบต้องบอกเลยว่า สด ใหม่จากเตาทุกเมนู โดยแต่ละเมนูที่นำมาเสิร์ฟนั้นอัดแน่นด้วยคุณภาพ

ไม่ว่าจะเป็นเมนู “ชุดสุกี้ทะเล” ที่มีกุ้ง หอย กั้ง ปลา ปลาหมึกสดๆ จัดใส่จาน เสริมพร้อมน้ำซุปต้มยำสูตรเด็ดของทางร้าน   เป็ดปักกิ่ง เสิร์ฟพร้อมกับแป้ง เหนียว นุ่ม ส่วนหนังเป็ด แล่ชิ้นใหญ่ แต่คงไว้ซึ่งความกรอบบาง ทานพร้อมน้ำราดเป็ด แตงกวา ต้นหอม และพริกชี้ฟ้าแดง ม้วนเป็นโรลบางนอกกรอบในกลมกล่อมกำลังดี 

เนื้อเป็ดผัดพริกไทยดำ เป็นเนื้อเป็ดที่ทำจากเป็ดปักกิ่ง  , เป็ดทอดกระเทียม เป็นการเอาเนื้อเป็ดในส่วนที่เหลือจากหนังเป็ดปักกิ่งมาทำเท่านั้น , ปลาเงินทอดไข่เค็มปาปริก้า  ทางร้านจะเสริฟ ปลาเงินทอดเขย่าผงปาปริก้า เหมาะเป็นอาหารทานเล่นที่เด็กๆชอบ นอกจากนี้ยังมีเมนูเนื้อปูผัดผงกะหรี่ราดข้าว  , จัดเต็มปูผัดข้าว , ข้าวไข่ข้นหน้ากะเพราปูกั้ง , ข้าวผัดกาน่าฉ่ายกากหมู , หมี่ขาวผัดผักกระเฉดกุ้ง , หมี่ฮกเกี้ยนผัดซีอิ๊วสุพรีม , โกยซีหมี่ไก่เส้นเห็ดหอม ฯลฯ 

แต่ทีเด็ดของสาขานี้นอกจากเมนูที่กล่าวมาแล้ว ต้องห้ามพลาด เมนู “อุดงต้มยำทะเลเดือด” ที่เสิร์ฟแบบหม้อไฟ  เป็นน้ำซุปต้มยำที่มีความเผ็ด เปรี้ยว เค็ม ครบรสด้วยเครื่องเทศ หอมเครื่องแกง ที่ต้องบอกเลยว่า ถ้าใครได้ทานเมนูนี้จะต้องสั่งเบิ้ลทุกคน

เรามาชิมในส่วนของหวานกันบ้าง ซึ่งที่ร้านก็มีเมนูของหวานมากมาย แต่เราขอชิมเมนู “บัวลอยงาดำน้ำขิง” เมื่อทานบัวลอยพร้อมน้ำของ จะมีความเผ็ดของน้ำขิง กับความหวานของเม็ดบัวลอย นับเป็นความอร่อยที่ลงตัวมาก 

ต่อมา “บัวลอยรวมไส้นมสด” ที่มีทั้งความหอมของกลิ่นนมสด และหวาน มันของบัวลอยแต่ไม่หวานจนเกินไป  นับว่าเป็นเมนูอีกทางเลือกสำหรับคนไม่ชอบทานหวาน

“บัวลอยรวมไส้นมถั่วเหลืองาดำ” นับว่าเป็นเมนูของหวานที่ฉีกกฎของบัวลอยไปเลย  เพราะไม่จำเป็นต้องทานกับน้ำบัวลอยอย่างเดียว แต่เราสามารถทานได้กับนมถั่วเหลือที่มากด้วยคุณประโยชน์ได้เช่นกัน

แต่ที่พลาดไม่ได้เลยคือ “สาคูเมล่อนแคนตาลูป” และ “เต้าฮวยฟรุ๊ตสลัด” ที่มีรสชาติอร่อยหวาน หอมกำลังดี เมื่อทานคู่กับแคนตาลูปเย็นๆ รสชาติเข้ากันกำลังดี

สำหรับ ภัตตาคาร ฮั่ว เซ่ง ฮง ปัจจุบันมีทั้งหมด 21 สาขา ได้แก่ ศาลายา , สุขุมวิท  , ราชพฤกษ์  , เซ็นทรัลพระราม 2 ,เซ็นทรัลพระราม 3 , เซ็นทรัลพระราม 9  ,  เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ  ,  เซ็นทรัลเวิลด์  , เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์  , เซ็นทรัลเวสเกต  , เซ็นทรัลปิ่นเกล้า  ,  MBK  , สยามสแควร์วัน  , เมกาบางนา  , เดอะมอลล์ บางกะปิ  , เดอะมอลล์ บางแค  , พาราไดซ์ ปาร์ค  , พารากอน  , เยาวราช , เจริญกรุง  และเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘AR SMART HERITAGE’ ภูมินวัตกรรมเรียนรู้โบราณสถาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541357

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘AR SMART HERITAGE’  ภูมินวัตกรรมเรียนรู้โบราณสถาน

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘AR SMART HERITAGE’ ภูมินวัตกรรมเรียนรู้โบราณสถาน

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ARพระที่นั่งวิหารสมเด็จ

จากการที่กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมได้พัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้บริการข้อมูลความรู้ด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมสู่ประชาชน ตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศนั้น ทำให้เป็นเรื่องที่น่าสนใจด้วยมีการนำเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) มาใช้ในการนำเสนอข้อมูลมรดกวัฒนธรรม เพื่อสร้างความน่าสนใจ ในชื่อ AR SMARTHERITAGE ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นใหม่ล่าสุดที่กรมศิลปากรโดย นายประทีป เพ็งตะโก ร่วมกับ ศ.เกียรติคุณสันติ เล็กสุขุม ร่วมกันพัฒนาการเรียนรู้ที่สามารถพาผู้ที่สนใจด้านประวัติศาสตร์ชมโบราณสถานสำคัญของไทยในรูปแบบ ๓ มิติ อันเป็นผลงานการศึกษาค้นคว้าของ ศ.เกียรติคุณ สันติ เล็กสุขุม ผู้ริเริ่มนวัตกรรมการสื่อสารให้เข้าถึงงานสถาปัตยกรรมด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาตลอด ซึ่งก่อนหน้านั้นได้การเสนอภาพสันนิษฐานภูมิทัศน์ของโบราณสถานสำคัญมาแล้ว สำหรับการสร้าง AR (Augmented Reality) ครั้งนี้ก็คือการนำเทคโนโลยีมาผสานระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและความเสมือนจริงเข้าด้วยกัน ด้วยการใช้ระบบซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ เช่น เว็บแคมคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง โดยวัตถุเสมือนที่ว่านั้นอาจจะเป็นภาพ วีดีโอ เสียง ข้อมูลต่างๆ ที่ประมวลผลมาจากคอมพิวเตอร์ มือถือ หรืออุปกรณ์สวมใส่ ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่ทุกคนสามารถชมได้โดยผ่านโทรศัพท์มือถือ ในวันเปิด ARSMART HERITAGE เพื่อการเรียนรู้ ณ วัดราชบูรณะอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๓นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ได้ชวนไปร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ผู้สนใจชมโบราณสถานนั้นจะสามารถเห็นรูปแบบสันนิษฐานซ้อนทับลงบนโบราณสถานจริง โดยผ่านเทคโนโลยี AR ทำให้ผู้เข้าชมสามารถจินตนาการเห็นถึงความรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ของเมืองมรดกโลก ปัจจุบันสามารถชมโบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาจำนวน ๑๑ แห่ง รวมถึงวัดราชบูรณะ และตามโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์ที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย๑๐ แห่ง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ๙ แห่ง และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ๖ แห่ง ซึ่งทุกคนสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดจากป้ายหน้าโบราณสถานแต่ละแห่ง และเปิดแอพฯเพื่อซ้อนภาพกับสถานที่จริงได้ทันที   

หน้าจอ AR SMART HERITAGE

นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังได้พัฒนาระบบของการนำชมโบราณสถานที่เป็นเข้าถึงได้ยากและไม่เปิดให้เข้าชม เพื่อการอนุรักษ์ให้ไม่ถูกทำลายนั้นถือเป็น Unseen Heritage โดยนำระบบ VirtualReality มาพัฒนาผ่านกล้อง VR จำนวน ๒ แห่ง คือกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ ในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และอุโมงค์วัดศรีชุม ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งจะช่วยให้สามารถรับรู้เสมือนได้เดินเข้าไปชมภายในได้จริง ซึ่งเป็นก้าวใหม่ของการเรียนรู้ที่นำไปใช้ชมโบราณสถานรูปแบบใหม่ ด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายซึ่งเป็นส่งเสริมเพิ่มมูลค่าและคุณค่าให้แหล่งโบราณสถานมีความสำคัญและกระตุ้นให้ความสนใจใคร่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยที่ถูกต้องมากขึ้นซึ่งทุกคนสามารถเข้าแอพพลิเคชั่น AR SMARTHERITAGE ที่นำเทคโนโลยี AR (AugmentedReality) และ VR (Virtual Reality) มาใช้ในการนำเสนอข้อมูลมรดกวัฒนธรรมทุกเวลา แม้จะไม่ได้ไปยังสถานที่จริงก็สามารถชมได้เสมือนจริง นับเป็นก้าวใหม่ที่ช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างสถาปัตยกรรมไทยในอดีตของโบราณสถานในยุคสมัยต่างๆ ทั้งๆ ที่ปัจจุบันจะเหลือเพียงแค่ฐานราก ที่มีแต่เศษอิฐร่องรอยสถาปัตยกรรมและชิ้นงานด้านศิลปกรรมบางส่วน แต่โลกดิจิทัลก็สามารถนำภาพของความรุ่งเรืองแห่งยุคสมัยในอดีตกลับมาให้เห็นมากกว่าหุ่นจำลองหรือภาพร่างภูมิสถาปัตยกรรม แม้ว่าจะเป็นข้อสันนิษฐานจากสิ่งที่เหลืออยู่น้อยก็เป็นการจุดประกายการเรียนรู้และค้นคว้าต่อไปในสาระของประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมและศิลปกรรม ที่เป็นต้นทุนทางมรดกวัฒนธรรมของแผ่นดินประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร

ประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากรศ.เกียรติคุณ สันติ เล็กสุขุมศ.เกียรติคุณ สันติ เล็กสุขุมAR วัดพระศรีสรรเพชญ์

AR วัดพระศรีสรรเพชญ์ภาพสันนิษฐานจากโบราณสถานภาพสันนิษฐานจากโบราณสถานภาพ AR SMART HERITAGE

ภาพ AR SMART HERITAGEพิธีเปิด AR SMART HERITAGE

พิธีเปิด AR SMART HERITAGEป้ายโบราณสถานที่สำคัญ

ป้ายโบราณสถานที่สำคัญป้าย AR SMART HERITAGE

ป้าย AR SMART HERITAGEถ่ายคิวอาร์โค้ดเพื่อชมถ่ายคิวอาร์โค้ดเพื่อชมการชมด้วยระบบ VRการชมด้วยระบบ VRการชมจากโทรศัพท์มือถือการชมจากโทรศัพท์มือถือ

ตะลอนเที่ยว : พระราชวังกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร พระราชวังของพระมหาราชผู้ทรงกอบกู้เอกราชให้คนไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541348

ตะลอนเที่ยว : พระราชวังกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร พระราชวังของพระมหาราชผู้ทรงกอบกู้เอกราชให้คนไทย

ตะลอนเที่ยว : พระราชวังกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร พระราชวังของพระมหาราชผู้ทรงกอบกู้เอกราชให้คนไทย

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว คือ พระนามของพระมหากษัตริย์แห่งยุคกรุงธนบุรีเพียงพระองค์เดียวที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักในพระนามสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี อย่างไรก็ดี ในภายหลังสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงวินิจฉัยตามหลักฐานที่ปรากฏ โดยทรงระบุว่า พระนามที่แท้จริงของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีควรจะเป็น สมเด็จพระเอกาทศรถ คือพระนามพระมหากษัตริย์ตั้งแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรม ทรงใช้สืบต่อกันมา รวมถึงพระเจ้ากรุงธนบุรีด้วย ดังที่ปรากฏพระราชโองการตั้งเจ้านครศรีธรรมราช (อ้างอิงจาก https://www.silpa-mag.com/history/article_5171)  

วันที่ 28 ธันวาคม คือวันที่รัฐบาลไทยประกาศเป็นวันสำคัญแห่งชาติ เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกของพระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม2310 และในปี 2563 ก็นับเป็นปีที่ 253 ปีแห่งการสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี และเป็นวันขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระมหาราชพระองค์นี้ 

Mr.Flower จึงขอเชิญชวนคุณผู้อ่านไปกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ณ พระราชวังกรุงธนบุรี หรือที่คนทั่วไปเรียกกันสั้นๆ ว่าพระราชวังเดิม  

ตามปกติแล้วการจะเข้าไปในเขตพระราชวังกรุงธนบุรี จะต้องอนุญาตกองทัพเรือล่วงหน้าเป็นระยะเวลาอย่างน้อย1-2 สัปดาห์ เพราะเป็นสถานที่ราชการ และเป็นที่ทำงานของกองทัพเรือ แต่ในระยะหลังๆ มานี้ เมื่อถึงช่วงประมาณกลางเดือนธันวาคมของทุกปี กองทัพเรืออนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเข้าชมเขตพระราชวังเดิมได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเป็นรายคณะหรือรายบุคคล โดยปีนี้ได้เปิดให้ประชาชนเข้าในเขตพระราชวังกรุงธนบุรีได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 28 ธันวาคม 2563 โดยผู้รับผิดชอบการเข้าชมคือมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานภายใน และกองบัญชาการกองทัพเรือ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น.  

โบราณสถานสำคัญในเขตพระราชวังกรุงธนบุรีที่ยังปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบันคือ ท้องพระโรง พระที่นั่งขวาง ภายในพระราชวังเดิมมีโบราณสถานที่สำคัญมากมาย ได้แก่ท้องพระโรง, พระที่นั่งขวาง, ตำหนักเก๋งคู่, พระตำหนักเก๋งของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว, ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, อาคารเรือนเขียว, ศาลศีรษะปลาวาฬ และป้อมวิไชยประสิทธิ์ (สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เดิมป้อมนี้ชื่อว่าป้อมวิไชยเยนทร์) และซุ้มประตูทางเข้าเขตพระราชวังเดิม 

พระราชวังกรุงธนบุรีคือพระราชวังหลวงในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงบริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้พระราชวังเดิมยังเป็นสถานที่สำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ด้วย เนื่องจากเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ไทยในพระราชจักรีวงศ์หลายพระองค์ คือพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นที่ประสูติและที่ประทับของเจ้านายชั้นสูงอีกหลายพระองค์ 

พระราชวังเดิมแห่งนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือแห่งแรกของสยามประเทศด้วย 

Mr.Flower ขอเชิญชวนคุณผู้อ่านไปกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเที่ยวชมภายในเขตพระราชวังเดิม แต่ถ้าหากคุณผู้อ่านยังไม่สามารถไปได้ภายในวันที่ 28 ธันวาคม 2563Mr.Flower ขอเรียนให้ทราบว่าช่วงเวลาประมาณกลางเดือนมกราคม 2564 คณะของเราจะจัดทริปท่องเที่ยววัดสำคัญ ณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพฯและวัดสำคัญในคลองบางกอกใหญ่ และจะพาคุณเข้าไปชมพระราชวังเดิมด้วย หากสนใจร่วมทริปกับเรา โปรดติดต่อ091-7233615

พระราชวังกรุงธนบุรีพระราชวังกรุงธนบุรี

โซไซตี้ : ฉลองวันเกิด ‘กมลา สุโกศล’ พร้อมคอนเสิร์ตสุดประทับใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541386

โซไซตี้ : ฉลองวันเกิด ‘กมลา สุโกศล’ พร้อมคอนเสิร์ตสุดประทับใจ

โซไซตี้ : ฉลองวันเกิด ‘กมลา สุโกศล’ พร้อมคอนเสิร์ตสุดประทับใจ

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

อบอุ่นพร้อมหน้าครอบครัว “สุโกศล”

กมลา สุโกศล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศล ฉลองวันคล้ายวันเกิดด้วยคอนเสิร์ตของตนเองและครอบครัว พร้อมร่วมบริจาคเงิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) ให้แก่ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมเลี้ยงอาหารค่ำสุดพิเศษที่โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ โดยงานนี้ อาสา สารสิน ร่วมตัดเค้กที่ “เกิดปีเดียวกัน ตัดเค้กด้วยกัน” อีกด้วย ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นไปด้วยครอบครัวสุโกศล เพื่อนนักการทูต และบุคคลในวงสังคมมาร่วมอวยพรอย่างคับคั่ง

ไฮไลต์งานนี้ต้องยกให้กับการแสดงคอนเสิร์ตของครอบครัวสุโกศล เริ่มที่ น้อย-กฤษดา และลูกชาย น้องฟินน์ ในเพลง “I Just Can’t Wait To Be King” จากนั้นเจ้าของวันเกิด กมลา สุโกศล โชว์พลังเสียงในเพลง New York,New York พร้อม มาริสาสุโกศล หนุนภักดี ในเพลงLa Vie En Rose และบทเพลงอันไพเราะอื่นๆ อีกมากมายที่จบลงด้วยความสนุกสนาน สร้างความสุขความประทับใจให้กับผู้มาร่วมงานกันทั่วหน้ากมลา สุโกศล ฉลองวันเกิด โดยมี อาสา สารสิน ร่วมตัดเค้ก “เกิดปีเดียวกัน ตัดเค้กด้วยกัน”กมลา สุโกศล ฉลองวันเกิด โดยมี อาสา สารสิน ร่วมตัดเค้ก “เกิดปีเดียวกัน ตัดเค้กด้วยกัน”ท่านผู้หญิงวิวรรณ-จิตริก เศรษฐบุตร,ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน, นภาลัยอารีสรณ์, ม.ร.ว.อุษณิษา สุขสวัสดิ์,กิตติยา สารสิน และ ชวาลี โอสถานุเคราะห์ ร่วมยินดี มีเจ้าของวันเกิดและลูกสาว ดารณี สุโกศล แคลปป์ ต้อนรับท่านผู้หญิงวิวรรณ-จิตริก เศรษฐบุตร,ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน, นภาลัยอารีสรณ์, ม.ร.ว.อุษณิษา สุขสวัสดิ์,กิตติยา สารสิน และ ชวาลี โอสถานุเคราะห์ ร่วมยินดี มีเจ้าของวันเกิดและลูกสาว ดารณี สุโกศล แคลปป์ ต้อนรับบจ.กมลสุโกศล โดย มาริสา สุโกศล หนุนภักดี มอบเงินบริจาคจำนวน 500,000 บาท แก่ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ รพ.จุฬาฯ โดยมี รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์ รองหัวหน้าศูนย์ฯ เป็นผู้รับมอบบจ.กมลสุโกศล โดย มาริสา สุโกศล หนุนภักดี มอบเงินบริจาคจำนวน 500,000 บาท แก่ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ รพ.จุฬาฯ โดยมี รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์ รองหัวหน้าศูนย์ฯ เป็นผู้รับมอบกมลา สุโกศล และ มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ต้อนรับ ปิติ สิทธิอำนวยกมลา สุโกศล และ มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ต้อนรับ ปิติ สิทธิอำนวยพิไลพรรณ สมบัติศิริ ร่วมอวยพร

พิไลพรรณ สมบัติศิริ ร่วมอวยพรกมลา สุโกศล และ มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ในเพลงLa Vie En Rose
กมลา สุโกศล และ มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ในเพลงLa Vie En Roseกมลา สุโกศล และ น้อย-กฤษดา ในเพลง My Wayกมลา สุโกศล และ น้อย-กฤษดา ในเพลง My Wayครอบครัวสุโกศลมอบความสุขสนุกสนานทางดนตรีครอบครัวสุโกศลมอบความสุขสนุกสนานทางดนตรีกมลา สุโกศล และกลุ่มคอรัส

กมลา สุโกศล และกลุ่มคอรัสน้อย-กฤษดา และลูกชาย น้องฟินน์ ในเพลง “I Just Can’t Wait To Be King”

น้อย-กฤษดา และลูกชาย น้องฟินน์ ในเพลง “I Just Can’t Wait To Be King”

Tech for Life : 27 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541377

Tech for Life : 27 ธันวาคม 2563

Tech for Life : 27 ธันวาคม 2563

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

HERO9

GoPro แนะนำ GoProHERO9 Black กล้องที่ทำให้การเที่ยวคนเดียวจะไม่ใช่ปัญหาของคุณอีกต่อไป ด้วยจอแสดงผลด้านหน้า 1.4 นิ้ว ถ่ายวีดีโอคมชัด 5K โหมด Hindsight คือฟีเจอร์ที่จะช่วยเก็บภาพวีดีโอ 30 วินาทีก่อนหน้าที่คุณจะกดบันทึก ป้องกันพลาดช็อตเด็ด สามารถปรับระดับตามเส้นขอบฟ้า(Horizon Levelling) ที่จะช่วยให้วีดีโอไม่เอนเอียงขณะกำลังวิ่งไปเก็บภาพพระอาทิตย์ตกดินกันน้ำได้ 10 เมตร สนนราคา 15,999 บาท

5Gอินเดีย

ที่ เซินเจิ้น บริษัทออปโป้ (OPPO) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนของจีน ประกาศสร้างห้องปฏิบัติการนวัตกรรมด้าน 5G ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาไฮเดอราบาด ของอินเดีย พร้อมเร่งการเปิดตัวเทคโนโลยีด้าน 5G ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในอินเดีย

OPPO ได้สร้างห้องปฏิบัติการนวัตกรรมด้าน 5G แห่งนี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์ 5Gทั่วโลก และมีเป้าหมายในการสร้างเทคโนโลยีหลักใน 5G Ecosystem ที่มีความล้ำสมัยมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นด้าน 5G, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเชื่อมต่อ

งานใหญ่

แคนนอน เผยโฉมเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตเชิงพาณิชย์เพื่องานพิมพ์ขนาดใหญ่ คือ Canon ProStream 1800 เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตแบบป้อนม้วนมาพร้อมความเร็วในการพิมพ์สูงสุด 133 เมตรต่อนาที สามารถพิมพ์งานขนาด A4 ได้ถึง 107,500 หน้าต่อชั่วโมง งานขนาด B2 4/4 ได้ 11,300 หน้าต่อชั่วโมง

พร้อมเปิดตัว Canon varioPRINTiX-seriesเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตแบบกระดาษคัทชีท เพื่อธุรกิจการพิมพ์เชิงพาณิชย์ s สามารถพิมพ์งานขนาด SRA3 ได้มากกว่า 9,000 หน้าต่อชั่วโมง หรือขนาด A4 ได้ถึง 320 หน้าต่อนาที

ดิจิทัลอาร์ต

Doozy Digilab (ดูซี่ ดิจิแล็บ)  สร้างสรรค์ประสบการณดิจิทัลอาร์ตสร้างประสบการณ์ใหม่บนฝาผนัง บนโต๊ะ ในห้องดินเนอร์ของโรงแรมแกรนด์เชอราตัน สุขุมวิท 

ทั้งนี้เป็นความร่วมมือกับ บมจ. กสท โทรคมนาคม หรือ  CAT และทีมศิลปินดิจิทัลรุ่นใหม่มาร่วมกับศิลปินไทยชั้นนำในสายงานต่างๆ สร้างเทคนิคทั้ง 4D Mapping, Multi touch screen, Interactive Multi Media สร้างภาพ แสง สี เสียง กลิ่น รส และสัมผัส บนจอภาพ อาทิ ภาพชุด Deep Blue Sea ดำดิ่งลงไปยังใต้ทะเลลึกสู่อาณาจักรแสนลึกลับ“The Octlantis” หรืออย่างภาพ A Space Odysseyล่องลอยสู่ห้วงอวกาศ

‘ซีพีเอฟ’ สนับสนุนผู้พิการมีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541385

‘ซีพีเอฟ’ สนับสนุนผู้พิการมีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว

‘ซีพีเอฟ’ สนับสนุนผู้พิการมีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของผู้พิการในสังคม ส่งเสริมให้พึ่งพาตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำ เดินหน้าจ้างผู้พิการช่วยเหลืองานในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนให้ภูมิใจในคุณค่าของตัวเอง มีรายได้เลี้ยงตัวเองและสามารถดูแลครอบครัวได้

ซีพีเอฟ ในฐานะบริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหารและลดความเหลื่อมล้ำ สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาติ (SustainableDevelopment Goals: SDGs) อาทิ การดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนที่บริษัทดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2532 เห็นผลสัมฤทธิ์ทั้งในด้านการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้บริโภคไข่ไก่อย่างเพียงพอ แก้ปัญหาทุพโภชนาการ ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟสนับสนุนการจ้างงานผู้พิการในชุมชนเพื่อช่วยทำงานในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ภายใต้โครงการจ้างงานคนพิการด้วย โดยตั้งแต่ปี 2560 บริษัทได้จัดจ้างผู้พิการช่วยงานในโรงเรียนที่ร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน จนถึงปัจจุบัน มีการทำสัญญาจ้างงานคนพิการไปแล้วรวม 427 คนเพื่อช่วยงานใน 252 โรงเรียนทั่วประเทศ

ร.ต.อ.กำจัด ผาใต้ ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนค็อกนิสไทย ตำบลแมดนาท่ม อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนค็อกนิสไทยเป็นโรงเรียนในสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 สกลนคร มีจำนวนนักเรียน 260 คน แต่มีบุคลากรครูเพียง 13 คน ไม่มีนักการช่วยงานบริการทั่วไปของโรงเรียน ซึ่งมีพื้นที่ที่ต้องดูแลถึง 85 ไร่ โรงเรียนได้รับความช่วยเหลือจากซีพีเอฟจ้างผู้พิการ จำนวน 3 คนเพื่อช่วยงานทั่วไป มาอย่างต่อเนื่องทุกปี เป็นเวลา 3 ปีแล้ว โดย 2 คนเป็นผู้พิการเนื่องจากได้รับผลกระทบทางสมองจากอุบัติเหตุ และอีก 1 คนนิ้วขาด โรงเรียนมอบหมายให้แต่ละคนรับผิดชอบงาน เช่น ช่วยดูแลโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน งานด้านปศุสัตว์ งานด้านการเกษตรและปลูกผัก รดน้ำต้นไม้ แบ่งเบาภาระงานของโรงเรียนได้เป็นอย่างดี และเป็นการช่วยเหลือผู้พิการในชุมชนมีรายได้จุนเจือตัวเองและครอบครัวได้ในระยะยาว

บรรจรงค์ วรเศรษฐสุขศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแสนสุข ตำบลคลองน้ำใส อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า โรงเรียนบ้านแสนสุข มีจำนวนนักเรียน 178 คน ข้าราชการครู 10 คน ครูอัตราจ้าง2 คน และเจ้าหน้าที่ซีพีเอฟที่ช่วยงานในโรงเรียน 1 คน ได้รับมอบหมายให้ช่วยดูแลงานด้านเกษตรของโรงเรียน อาทิ โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ดูแลสวนหย่อมภูมิทัศน์ และดูแลเกี่ยวกับความปลอดภัยในโรงเรียน เป็นการช่วยเหลือผู้พิการในชุมชนให้มีงานทำใกล้บ้านและมีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว

ด้าน แดนชัย แก้วโกมล อายุ 45 ปีช่วยงานที่โรงเรียนบ้านแสนสุข 2 ปีแล้ว เล่าว่าก่อนหน้านี้ทำงานในโรงงานพลาสติกและเกิดอุบัติเหตุจากเครื่องจักรทำให้มือขาดไป 1 ข้าง ต้องกลับมาอยู่ที่บ้าน 10 ปี ขณะนั้นก็ทำงานรับจ้างทั่วไป เช่นหักข้าวโพด จนมาได้ทำงานกับโรงเรียนดีใจมากอยู่ที่นี่ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนให้ช่วยงานตามกำลัง เหนื่อยก็พัก เช่น ช่วยเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ไข่ ดูแลความสะอาดของโรงเรือนเลี้ยงไก่ ดูแลแปลงปลูกผักสวนครัวทำให้มีรายได้ช่วยจุนเจือครอบครัวให้พ่อและแม่เดือนละ 1,000-2,000 บาท สภาพความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนที่ต้องไปรับจ้าง เพราะตอนนี้มีรายได้ประจำทุกเดือน พ่อและแม่ก็ดีใจที่มีงานประจำทำตัวผมเองก็ภูมิใจและรู้สึกขอบคุณซีพีเอฟที่ให้โอกาสได้เป็นพนักงานของบริษัท ผมว่าผมมีโอกาสที่ดีมาก

ประสงค์ สิทธิวงค์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านดู่(สหราษฎร์พัฒนาคาร) ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า โครงการจ้างงานคนพิการของซีพีเอฟ เป็นโครงการที่ดีมาก โรงเรียนได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทฯ จ้างงานผู้พิการในชุมชน ซึ่งพิการหูหนวกแต่กำเนิด มาช่วยงานในโรงเรียน ทำหน้าที่เก็บผลผลิตไข่ไก่ในโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนเลี้ยงไก่ไข่ไว้ 300 ตัว นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ผู้พิการทำหน้าที่ให้อาหารไก่ รดน้ำต้นไม้ นำเศษอาหารจากโรงอาหารมาเลี้ยงสุกร ช่วยแบ่งเบาภาระของโรงเรียนได้เป็นอย่างดี ส่งเสริมให้ผู้พิการในชุมชนได้ทำงานใกล้บ้านมีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ซีพีเอฟ ร่วมกับ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า30 ปี โดยในวันที่ 23 ธันวาคม 2563 ซีพีเอฟเตรียมส่งมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ให้แก่โรงเรียนบ้านเมืองเก่า“ศรีอินทราทิตย์” อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เป็นโรงเรียนลำดับที่ 857 ของโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน พร้อมกันนี้ ซีพีเอฟเตรียมมอบสัญญาจ้างงานผู้พิการช่วยงานของโรงเรียนดังกล่าวด้วย

หนังสือเด่น : อุ้ยเซี่ยวป้อ สุดยอดนิยายที่กิมย้งยอมรับ ‘แต่งให้แปลก และดีกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541376

หนังสือเด่น : อุ้ยเซี่ยวป้อ สุดยอดนิยายที่กิมย้งยอมรับ  ‘แต่งให้แปลก และดีกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว’

หนังสือเด่น : อุ้ยเซี่ยวป้อ สุดยอดนิยายที่กิมย้งยอมรับ ‘แต่งให้แปลก และดีกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว’

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ใครที่เป็นแฟนนิยายกำลังภายใน โดยเฉพาะจากผลงานของ “กิมย้ง” ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “อุ้ยเซี่ยวป้อ”ตัวละครเอก ในนิยายกำลังภายในของ “กิมย้ง” ที่มีความผิดแผกไปจากตัวละเอกประเภท นิยายกำลังภายในทั่วๆ ไป นั่นคือ ตัวเอกของนิยายกำลังภายในจะต้องมีความเก่งกล้าทางวิทยายุทธ์เป็นเลิศจบกระบวนท่า
ยากที่จะหาใครต่อกรได้ แต่สำหรับ “อุ้ยเซี่ยวป้อ” แปลกแยกไปจากคนอื่นๆ อย่างหน้ามือเป็นหลังมือคือ ไม่มีวิทยายุทธ์ ด้านกำลังภายในอะไรเลย แต่สิ่งที่เขาสามารถยืนอยู่ในสังคมยุทธจักรก็เพราะความเฉลียวฉลาด และมีปฏิภาณ อันเฉียบคม และรวดเร็วทันใจ จนยากที่ใครจะติดตามทัน

ถ้าจะเรียกให้ครอบคลุมแบบคำเดียวต้องบอกว่า เป็น “อ้ายหนุ่มสารพัดพิศจอมกะล่อน”นั่นแหละถูกต้องที่สุด เพราะแทนที่เขาจะใช้ฝีมือในการต่อสู้ เขากลับใช้ฝีปากเพื่อเอาตัวรอด และหาทางสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองจนเป็นที่ยอมรับกับคนทั่วๆ ไป ทั้งชนชั้นธรรมดา และชนชั้นศักดินาในราชสำนัก ที่ต้องหัวปั่นกับเล่ห์เหลี่ยมของเขาแบบตามไม่ทัน

“กิมย้ง” ผู้ประพันธ์นิยายเรื่องนี้ วางตัวของอุ้ยเซี่ยวป้อ ว่าเกิดมาในซ่องนางโลม ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ ช่วงชีวิตของเขาจึงต้องอาศัยตัวเองเป็นที่พึ่งเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด ไม่แยแสต่อเรื่องราวอื่นใดนอกจากเรื่องของตัวเองเพื่อการอยู่รอด

จากการวางตัวละครให้มีอุปนิสัยแบบนี้ใครหลายคนก็คงจะคิดว่า แล้วเขาถูกจับมาเป็นตัวเอก (พระเอก) ได้อย่างไร ในเมื่อชีวิตไม่มีคุณธรรม น้ำใจกับใครๆ ทั้งสิ้น ตรงนี้แหละครับ คือ หัวใจสำคัญสุดยอดของนิยายเรื่องนี้ ที่แม้แต่ กิมย้ง ยังบอกว่า “แต่งให้แปลก และดีกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว” นิยายเรื่องนี้ จึงเป็นนิยายเรื่องยาว เรื่องสุดท้ายของ กิมย้ง

เพราะความที่ กิมย้ง วางตัวละครเอก ไว้ในพื้นที่ซึ่งผิดแผกไปจาก ขนบธรรมเนียมของการแต่งนิยาย ซึ่งส่วนใหญ่พระเอกต้องดีเก่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ กิมย้ง ได้ทำตาม ขนบประเพณีของงานเขียนก็คือ ต้องสร้าง อุ้ยเซี่ยวป้อ ให้อยู่ในบรรทัดฐานเดียวกัน และเมื่อทุกอย่างในตัวของ อุ้ยเซี่ยวป้อไม่มีอะไรดีเลย สิ่งที่ กิมย้งจับใส่เข้าไปนั่นคือ “ความมีคุณธรรม น้ำใจของตัวละคร”

แม้อุ้ยเซี่ยวป้อ จะทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง เพื่อการอยู่รอด แต่ โดยนิสัยที่แท้จริงแล้ว เขา เป็นคนที่มี คุณธรรม น้ำใจ ซึ่งเป็น วิธีหนึ่งของคนดีด้วยเหตุนี้เอง เรื่องราวในนิยายเรื่องนี้ ความกระล่อนของ อุ้ยเซี่ยวป้อ จึงกลายเป็นส่วนสำคัญในการไปช่วยเหลือคนที่มีปัญหา และตกทุกข์ได้ยาก โดยใช้สติปัญญาและความกะล่อนของตัวเองเป็นอาวุธ

จุดเด่นของนิยายเรื่องนี้ จึงอยู่ที่การโชว์กึ๋นแสดงปัญญาของพระเอก ที่หาทางแก้ไขปัญหาเพื่อการเอาตัวรอด ที่เต็มไปด้วย ความน่ารัก และน่าพิศวง จัดได้ว่า เป็นนิยายที่ทำให้คนอ่านมองเห็นว่า “สมองคมกว่าอาวุธ” ซึ่งหากนำมาเข้าร่วมยุคกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในสมัยนี้ เข้ากันได้อย่างกลมกลืนมากทีเดียวครับ คือ “ปัญญาเปรียบดั่งอาวุธ”

เป็นหนังสือที่ พระเอก น่ารัก น่าชังมีคำพูดที่เป็นปรัชญา และลูกเล่นที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดี พลาดไม่ได้นะครับสำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านมาก่อน

สำนวน ที่สับสน ไม่รู้จะใช้อย่างไร เล่มนี้จะไขข้อข้องใจให้ทั้งหมดในภาษาอ.

“สำนวนน่ารู้ หัว-หู จรดเท้า รู้เขา-เข้าใจเราด้วยสำนวนอังกฤษ-ไทย” เขียนโดย “วิไลลักษณ์ บุญเคลือบ และ มณีรัตน์ช่วยชูวงศ์” ราคา 194 บาท เป็นหนังสือที่ให้ความรู้ และความเพลิดเพลินเกี่ยวกับสำนวนภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะในร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า โดยมีการนำมาเปรียบเทียบกับสำนวนไทยที่มีความหมายเหมือน หรือใกล้เคียงกัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านได้รับความรู้ทั้งสำนวนที่เป็นภาษาอังกฤษ และสำนวนที่เป็นภาษาไทย ไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ยังมีการยกตัวอย่างประโยคที่ใช้ในสำนวนนั้นๆ ตามสถานการณ์จริง โดยเพิ่มคำอธิบายที่เกี่ยวกับที่มาของสำนวน พร้อมสอดแทรกเรื่องราวอันหลากหลาย อาทิประวัติศาสตร์อันน่าจดจำ วรรณคดี วรรณกรรม บุคคลสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยม ความคิด ความเชื่อ วิถีชีวิต กีฬา การละเล่น และนิทาน ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้แก่ผู้อ่านได้เป็นอย่างดี

มารู้จักภาษาไทยให้ลึกซึ้งกันดีกว่า เริ่มต้นแต่ต้นน้ำยันจนสุดปลายน้ำ

“ระบบคำภาษาไทย” เป็นหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับคำในภาษาไทย ด้วยการแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ตั้งแต่ลักษณะทั่วไปของคำภาษาไทย ไปจนถึงความเกี่ยวข้องกับภาษาบาลี และสันสกฤต ที่มีอยู่ในภาษาไทยมากมาย เขียนโดย “สุนันท์ อัญชลีนุกูล” ราคาเล่มละ 180 บาท โดยเริ่มปูพื้นฐานให้เห็นว่าภาษาไทยเป็นภาษาคำโดด ที่มีลักษณะเฉพาะตัวไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปคำเพื่อบอกชนิดของคำ หรือบอกหน้าที่ทางไวยากรณ์ของคำในประโยค เหมือนอย่าง ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ระบบคำของภาษาไทยจะมีการแบ่งประเภทของคำ ตามระบบการสร้างคำ มีการแบ่งชนิดของคำมีการแบ่งหน้าที่ทางไวยากรณ์ของคำตามตำแหน่งประโยค ตลอดจนมีการแบ่งความหมายของคำออกเป็นลักษณะต่างๆ อาทิ คำราชาศัพท์ คำภิกษุศัพท์ และคำสามัญศัพท์ อันทำให้เห็นวัฒนธรรมทางภาษาของไทย หนังสือเล่มนี้จะทำให้เรารู้จักภาษาไทยได้ลึกซึ้งและดียิ่งขึ้น

แพรวส่งท้ายปีเก่าด้วยสุดยอดดาราฟิน พร้อมรายงานภาพและข่าวกิจกรรมดัง

นิตยสารแพรว ฉบับธันวาคม 2563 นำโดย มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ กับแฟชั่นสุดเก๋ พร้อมอัพเดตมุมมองชีวิตการเป็นคุณแม่ลูกแฝด และผลงานการแสดงที่กำลังจะกลับมาผ่านบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คูลซีฟ นอกจากนี้ยังมีสองหนุ่มสุดหล่อขวัญใจสาววาย มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ และกลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ ควงคู่ถ่ายแฟชั่นสุดเท่ และบทสัมภาษณ์พิเศษเล่าเรื่องราวที่กว่าจะมาถึงวันนี้ให้เหล่าหวานใจมิว-กลัฟได้ฟินไปพร้อมๆ กับ ภาพบรรยากาศงานมอบรางวัล PRAEW ICONIC BEAUTY 2020 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Beauty Sensation” กับบิวตี้ไอเท็มสุดเลิศที่ได้รับรางวัลในปี 2020 ต่อด้วยภาพไฮไลท์สำคัญในงาน “PRAEW CHARITY 2020” ที่ทางแพรว จัดขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Shares the love ส่งรัก…รักษาน้อง”

แหวกฟ้าหาฝัน : Avant garde in Museum d’Art de Catalunya #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541356

แหวกฟ้าหาฝัน : Avant garde in Museum d’Art de Catalunya

แหวกฟ้าหาฝัน : Avant garde in Museum d’Art de Catalunya

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Nude with Cloud Joan Gonzalez

Noucentisme เป็นแนวทางวัฒนธรรมและศิลปะในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งต่อต้าน แนวทางศิลปะในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 นั่นคือ Art Nouveau และ Modernismอันเป็นผลมาจากการที่แนวทางศิลปะทั้งสองเน้นการตกแต่งมากเกินไป และขาดโครงสร้างที่มั่นคง การต่อต้านนั้นแบ่งออกเป็น 2 แนวทางคือ กลับเข้าสู่แนว Classicismแบบดั้งเดิม และ Avant gardes ที่ก้าวหน้ามากขึ้น โดยเน้นไปที่การใช้งาน ศิลปินพื้นเมืองส่วนใหญ่ที่สร้างสรรค์แนวทางศิลปะใหม่นี้ตั้งคำถามตามสังคมอุตสาหกรรมที่พวกเขาอยู่ว่ามันช่างไม่เข้ากันกับสังคมของชนชั้นกลางที่หรูหราฟุ่มเฟือยอย่างที่แสดงให้เห็นกัน แม้ว่างานแนว Avant garde จะยังคงเสมือนหนึ่งต่อเนื่องมาจาก Bohemia แต่ก็ยังสามารถแยกแยะได้โดยเฉพาะงานของศิลปินพื้นเมืองที่เน้นอัตลักษณ์ของตัวเองอย่างสร้างสรรค์

ศิลปินแนว Avant garde ที่สำคัญก็คือJulio Gonzalez จิตรกร นักประติมากรรมและนักประดิษฐ์อัญมณีชาวบาร์เซโลน่า เขาเกิดวันที่21 กันยายน 1876 ในครอบครัวที่มีปู่และบิดาเป็นช่างทอง เขาจึงมีโอกาสฝึกงานเทคนิคในการทำทอง เงิน และเหล็กตั้งแต่ยังเล็ก เขาและพี่อีก 2 คน เข้าเรียนที่ Circol Artist Sant Lucโรงเรียนฝึกช่างที่ก่อตั้งสมัยยุคกลาง เมื่อบิดาของเขาเสียชีวิต พี่ชายของเขาก็รับช่วงแทนเขาและพี่ชายหันมาให้ความสนใจกับงานเหล็ก นอกจากนั้น เขาและพี่ชายก็มักไปเยือน Els Quatre Gats Café อยู่เป็นประจำ และได้พบกับ Joan Miro และ Pablo Picassoพวกเขาจึงสนิทสนมกัน

ต้นปี 1902 Gonzalez ตัดสินใจย้ายไปอยู่ปารีส เขาได้เริ่มคบหากับ Pablo Gargallo, Juan Gris และ Max Jacob ซึ่งศิลปินทุกคนที่เขาคบหาล้วนมีอิทธิพลต่องานของเขาไม่มากก็น้อย ต่อมาในปี 1918 เขาได้เรียนเทคนิคการเชื่อมต่อจากโรงงาน Renault ที่ผลิตรถในเมือง Boulogne-Billancourt ซึ่งต่อมาได้มีอิทธิพลต่องานประติมากรรมและจิตรกรรมของเขาเรื่อยมา ในระหว่าง 1927-8 เขาและ Picasso สนิทสนมกันมากจนถึงกับร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่ชื่อว่า Woman in the Garden เขาเป็นคนเดียวที่มีอิทธิพลต่องานของ Picasso จนทำให้ Picasso ยอมเปลี่ยนแนวทางการสร้างงานของตัวเองจากทองแดงสู่งานเหล็ก

Cactus Man by González

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขาอยู่ในช่วงทุกข์ทรมานมากอันเป็นมาจากการที่ลูกสาวของเขาแต่งงานกับตำรวจลับชาวเยอรมันส่งผลให้ไม่เพียงเขาถูกเพ่งเล็ง เขายังไม่สามารถพบปะกับลูกสาวของตัวเองได้อย่างเปิดเผยด้วยเขาได้สร้างงานปูนปาสเตอร์ที่สะท้อนถึงความรู้สึกโศกาอาดูรยิ่งขึ้นในช่วงเวลานั้น ความทุกข์ได้กัดกินเขาจนทำให้เขาเสียชีวิต ณ เมือง Arcueil หลังสงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้นได้เพียง 2 ปี

นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าผลงานของ Gonzalez ไม่ว่าจะเป็น Nude in the Cloud, Cuctus Man และ Paysage Bizarreล้วนดูล้ำสมัยและมีความโดดเด่นทางด้านความคิดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Cuctus Man ที่จินตนาการดูล้ำสมัยราวหุ่นยนต์ของคริสต์ศตวรรษที่ 21 เลยทีเดียว

นอกจาก Gonzalez แล้ว JoseVictoriano หรือ Gonzalez Perez หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Juan Gris เป็นจิตรกรอีกคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดของกลุ่ม Avant garde เขาเกิดในเมืองมาดริด และเข้าศึกษาทางด้านวิศวกรรมที่ Madrid Spanish School of Arts andSciences ระหว่าง 1904-5 เขาได้มีโอกาสเรียนจิตกรรมกับ Jose Moreno Carbonero ผู้กลายเป็นแรงบันดาลใจของนับจากนั้นมา ระหว่างปี 1909-11 เขาย้ายไปอยู่ปารีสกับครอบครัวและได้รู้จักกับศิลปินชาวฝรั่งเศสดังๆ อีกหลายคน อาทิ Henri Matisse, George Brague, Fernand Leger และ Picasso ซึ่งล้วนทรงอิทธิพลต่องานของเขาในเวลาต่อมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างสรรค์งานแนว Cubism

Glass and Bottle by Juan Gris

Gris เริ่มเน้นสร้างงานจิตรกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งแนว Cubism ในช่วงแรกเขาสร้างสรรค์งานแบบ Analytical Cubism ที่มักมีการทับซ้อนกันระหว่างชั้นของภาพต่างๆ แต่ภายหลังเขาเริ่มหันเหสู่ Synthetic Cubism ที่เน้นรูปร่างง่ายๆ กับสีสันสดใสที่ไร้มิติแทนเสมือนหนี่งการเอาภาพหลากหลายมาตัดต่อ เขาเริ่มจัดแสดงนิทรรศการครั้งแรกในปี 1912 ที่ Salon des Independants ซึ่งผลงานส่วนใหญ่เป็นแนว Cubism แต่ก็มีอัตลักษณ์ของตัวเองอย่างเห็นได้ชัด หลังปี 1916 เขาเริ่มสร้างงานที่วัตถุและพื้นผิวดูแยกกันไม่เด่นชัด หรือดูทับซ้อนกันในบางชิ้นงาน นักท่องเที่ยวจะเห็นว่างานของ Gris ทั้ง The Envelope และ Glass and Bottle มีความเป็น Cubism อย่างครบถ้วน แต่ยังคงรักษามีความเป็น Synthetic Cubism ที่มีอัตลักษณ์ของตนเองที่แม้จะได้รับอิทธิพลจากงานของ Picasso แต่ก็มีจุดที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดPaysage bizarre by GonzalezPaysage bizarre by GonzalezThe Envelope by Juan GrisThe Envelope by Juan Gris