อีก 8 ปีจีนจะแซงหน้าสหรัฐเป็นที่ 1 ของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641291

วันที่ 26 ธ.ค. 2563 เวลา 19:00 น.อีก 8 ปีจีนจะแซงหน้าสหรัฐเป็นที่ 1 ของโลก เศรษฐกิจจีนจะแซงหน้าสหรัฐได้เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ เนื่องจากรับมือกับ Covid-19 ได้ดีกว่า

รายงานประจำปีของศูนย์เพื่อการวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ (CEBR) ในอังกฤษระบุว่า ในปี 2028 จีนจะแซงหน้าสหรัฐขึ้นเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อปีที่แล้วถึง 5 ปี เนื่องจากจีนรับมือและฟื้นตัวจาก Covid-19 ได้ดีกว่าสหรัฐ

การจัดการที่มีทักษะในการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ของจีนด้วยการล็อกดาวน์อย่างเข็มงวดตั้งแต่เนิ่น ๆ และการที่ชาติตะวันตกได้รับผลกระทบในเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว ส่งผลให้เศรษฐกิจของจีนปรับตัวดีขึ้น

รายงานระบุว่า ระหว่างปี 2021-2025 เศรษฐกิจจีนจะโตเฉลี่ยปีละ 5.7% ก่อนจะลดลงเหลือปีละ 4.5% ตั้งแต่ปี 2026-2030 ขณะที่สหรัฐมีแนวโน้มเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจนในปี 2021 โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะลดดลงเหลือปีละ 1.9% ระหว่างปี 2022-2024 และหลังจากนั้นจะขยายตัว 1.6%

นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่า จีนจะขยับเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2023

ด้านญี่ปุ่นจะยังคงเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลกต่อไปจนถึงช่วงต้นทศวรรษที่ 2030 จากนั้นจะถูกอินเดียแซงหน้า ส่งผลให้เยอรมนีขยับจากอันดับ 4 ลงไปอยู่อันดับ 5

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ บูชาพระสยามเทวาธิราช สร้างเหรียญพระเจ้าตากสิน เพราะชีวิตนี้ต้องแทนคุณแผ่นดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/453231

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ บูชาพระสยามเทวาธิราช  สร้างเหรียญพระเจ้าตากสิน เพราะชีวิตนี้ต้องแทนคุณแผ่นดิน

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ บูชาพระสยามเทวาธิราช  สร้างเหรียญพระเจ้าตากสิน เพราะชีวิตนี้ต้องแทนคุณแผ่นดิน

26 ธันวาคม 2563 – 00:00 น.

ชุดเปิดกรุพระเครื่องนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ บูชาพระสยามเทวาธิราช  สร้างเหรียญพระเจ้าตากสิน เพราะชีวิตนี้ต้องแทนคุณแผ่นดิน คอลัมน์…  ตามรอยตำนานแผ่นดิน โดย… เอก อัคคี   FB: Akeakkee Ake

พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานประธานองคมนตรี-รัฐบุรุษ ,อดีตที่ปรึกษาและกรรมการในคณะอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่๑๐ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่๑๖ ดำรงตำแหน่ง ๓สมัย ระหว่างปี ๒๕๒๓ ถึง ๒๕๓๑ 

อ่านข่าว…  พระรอด-พระคง เคยอยู่ บนคอนายกฯทักษิณ ชินวัตรแต่สุดท้าย……

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ บูชาพระสยามเทวาธิราช  สร้างเหรียญพระเจ้าตากสิน เพราะชีวิตนี้ต้องแทนคุณแผ่นดิน

พลเอก เปรม สมัยดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร สระบุรี 

เป็นที่ทราบกันดีว่า บุคลิกส่วนตัวของพลเอกเปรมเป็นคนพูดน้อย ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย จะให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนน้อยมาก จนถูกหนังสือพิมพ์ในขณะนั้นเรียกขานว่า เตมีย์ใบ้ และได้รับอีกฉายาหนึ่งว่านักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากเหตุการณ์กบฏเมษาฮาวายและกบฏ ๙ กันยายน

หลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๓๑ พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่๙ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พลเอกเปรม เป็นองคมนตรี ในวันที่ ๒๓สิงหาคม ๒๕๓๑ จากนั้นในวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๓๑ได้รับโปรดเกล้าฯ ยกย่องให้เป็นรัฐบุรุษ และในวันที่ ๔สิงหาคม ๒๕๔๑ มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้เป็นประธานองคมนตรี

พลเอกเปรม ท่านให้ความเคารพ ศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของประเทศไทยเรา คือ พระสยามเทวาธิราช เป็นอย่างมาก 

พระสยามเทวาธิราชเป็นเทวรูปหล่อด้วยทองคำสูง ๘ นิ้ว ประทับยืนทรงเครื่องกษัตริยาธิราช ทรงฉลองพระองค์อย่างเครื่องของเทพารักษ์ มีมงกุฎเป็นเครื่องศิราภรณ์ พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงขรรค์ พระหัตถ์ ซ้ายยกขึ้นจีบดรรชนีเสมอพระอุระ องค์พระสยามเทวาธิราชประดิษฐานอยู่ในเรือนแก้วทำด้วยไม้จันทน์ ลักษณะแบบวิมานเก๋งจีน มีคำจารึกเป็นภาษาจีนที่ผนังเบื้องหลัง แปลว่า “ที่สถิตแห่งพระสยามเทวาธิราช

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุลพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเล่าว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่๔ โปรดการศึกษาประวัติศาสตร์ พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่าประเทศไทยมีเหตุการณ์ที่เกือบจะต้องเสียอิสรภาพมาหลายครั้ง แต่เผอิญให้มีเหตุรอดพ้นภยันตรายมาได้เสมอ คงจะมีเทพยดาที่ศักดิ์สิทธิ์คอยอภิบาลรักษาอยู่เป็นแน่  สมควรที่จะทำรูปเทพยดาองค์นั้นขึ้นสักการบูชา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ปั้นหล่อเทวรูปสมมุติขึ้น ถวายพระนามว่าพระสยามเทวาธิราช ประดิษฐาน ณพระที่นั่งทรงธรรมในหมู่พระที่นั่งพุทธมณเฑียร

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ บูชาพระสยามเทวาธิราช  สร้างเหรียญพระเจ้าตากสิน เพราะชีวิตนี้ต้องแทนคุณแผ่นดิน

พระสยามเทวาธิราช

พลเอกเปรม เคยกล่าวว่า “ทุกคนรู้จักพระสยามเทวาธิราชหรือไม่ ท่านไม่ใช่พระ แต่คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ ท่านประทับอยู่ในพระบรมมหาราชวัง คนไทยทุกคนถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะคุ้มครองประเทศชาติให้สงบร่วมเย็น พระสยามเทวาธิราชแสดงให้เห็นตลอดว่า ท่านดูแลชาติบ้านเมืองเราจริง อยากให้เราระลึกถึงพระสยามเทวาธิราช และขอให้ท่านคุ้มครอง”

พระสยามเทวาธิราชสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านเมืองที่ปกป้องประเทศชาติให้รอดพ้นวิกฤตว่า พระสยามเทวาธิราชไม่ได้เป็นของศาสนาพุทธหรือศาสนาใด แต่เป็นของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดคุ้มครองทั้งนั้น พระสยามเทวาธิราชเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเรา ตนพูดว่าชาติบ้าน เมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะเมื่อมองไปในอดีตเหตุการณ์อะไรที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย จะมีเรื่องเสียหายน้อยหรือสงบโดยเร็ว และคนไทยจะกลับมารักชอบพอกันเหมือนเดิม พระสยามเทวาธิราชเป็นศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่ามีจริง ถ้าใครศรัทธาเลื่อมใสจะรู้ว่าพระสยามเทวาธิราชจะคุ้มครองคนดีของประเทศแล้วจะไม่คุ้มครองคนไม่ดี

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ บูชาพระสยามเทวาธิราช  สร้างเหรียญพระเจ้าตากสิน เพราะชีวิตนี้ต้องแทนคุณแผ่นดิน

เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ค่ายอดิศร จ.สระบุรี ๒๕๑๔  (หน้า)

………..

กล่าวสำหรับ เหรียญพระสยามเทวาธิราช ก็เคยมีการจัดสร้างกันหลายวาระ  แต่ที่ได้รับความนิยมมากคือ เหรียญพระสยามเทวาธิราช หลัง นวม. ยันต์เจ้าคุณนรฯ สร้างพร้อมเหรียญรูปเหมือน เจ้าคุณนร ฯ ดอกบัวข้างสร้างเพื่อเป็นที่ระลึก วันเสด็จพระราชกุศลเปิดอาคารโรงเรียน น.ว.ม. ราชานุสรณ์  เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕  

ซึ่ง ท่านเจ้าคุณอุดม นำเข้าพิธีพุทธาภิเษกครั้งใหญ่ที่ วัดบวรนิเวศฯ กรุงเทพ โดยมีสมเด็จพระวันรัต(ปุ่น ปุณณสิริ) เป็นประธานสงฆ์ และมีพระเถราจารย์เข้ร่วมพิธีดังนี้ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี,หลวงพ่อฑูรย์ วัดโพธิ์นิมิต, สมเด็จพระสังฆราช(วาส)ในขณะที่ยังทรงดำรงสมณศักดิ์ที่พระพุทธโฆษาจารย์ ,หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยา (ท่านนี้เก่งเรื่องพญาครุฑมาก)มาร่วมนั่งปลุกเสก

จากนั้นในวัน เสาร์ที่ ๗เมษายน ๒๕๑๖ เข้าพิธีปลุกเสกในวันเสาร์ห้า ที่ วัดศีลขันธ์ อ่างทอง พร้อมกับสมเด็จสายรุ้ง ,ถัดมาวันพุธที่๑๑ เมษายน ๒๕๑๖  พิธีพุทธาภิเษกที่วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ มีพระเถราจารย์เข้าร่วมดังนี้หลวงปู่สิม หลวงปู่คำแสน, หลวงปู่คำมี และ หลวงปู่ตื้อ ก่อนจะมีการปลุกเสกอีกครั้งในวันพุธที่ ๒๓และวันพฤหัสบดี ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๑๗ หลวงปู่สิม ปลุกเสกเดี่ยว 

นอกจากนั้นยังได้นำเข้าพิธีปลุกเสกเพิ่มอีกในปีถัดมาคือ วันศุกร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ หลวงพ่อสาลี่ เจ้าอาวาสวัดห้วยยาง ชลบุรี ปลุกเสกเดี่ยว ในวันที่๙ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ปลุกเสกเดี่ยวและวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘  หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก ปลุกเสกเดี่ยว

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ บูชาพระสยามเทวาธิราช  สร้างเหรียญพระเจ้าตากสิน เพราะชีวิตนี้ต้องแทนคุณแผ่นดิน

เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ค่ายอดิศร จ.สระบุรี ๒๕๑๔  (หลัง)

……….
เรียกว่า เป็นเหรียญพระสยามเทวาธิราช ที่อัดแน่นด้วยพุทธคุณจริงๆ
……….

แต่อย่างที่บอกว่า พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ท่านเป็นนายทหารชาตินักรบ ผู้มีความจงรักภัคดีต่อแผ่นดินเป็นที่สุด เป็นนายทหารม้าที่เติบโตมาจากทางภาคอิสาน เคยเป็นแม่ทัพภาค2 บัญชาการบทำสงครามต่อสู้กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ ทั้งทหารป่าของไทย,ทหารเวียดนามที่บุกยึดเขมร และก่อกวนตามแนวชายแดนเพื่อเตรียมเข้ามาจะยึดไทย
เพราะฉะนั้น ฉายานักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ใช่ว่าจะเกินจริง!!!

สมัยที่ท่านดูแลทหารม้า ในฐานะ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้าค่ายอดิสร สระบุรี  ท่านมีแนวคิดที่จะสร้างวัตถุมงคลขึ้นมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจและบำรุงขวัญทหารม้า (นักรบม้าเหล็กรถถัง)ท่านจึงมีดำริให้สร้างเหรียญพระเจ้าตาก ค่ายอดิศร ปี๒๕๑๔ ขึ้นมา

ต้องบอกว่า เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ค่ายอดิศร จ.สระบุรี ๒๕๑๔ ที่ พลเอกเปรมท่านดำริให้จัดสร้างเมื่อสมัยท่านดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร สระบุรี นั้นคือว่า เป็นสุดยอดวัตถุมงคลสายทหารที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เพราะถือว่า ตรงจุดที่สุด เพราะกองทัพอันเกรียงไกรของสมเด็จพระเจ้าตากสินคือ ทหารม้า

เหรียญรุ่นนี้ ทำพิธีใหญ่มากในค่ายอดิศร เหรียญค่ายอดิศร จ.สระบุรี ปี๒๕๑๔ ถือว่าเป็นงานพิธีดีบารมีครบ มีพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมในยุคนั้นมาร่วมปลุกเสกมากที่สุดงานหนึ่ง พิธีพุทธาภิเษกจัดขึ้นอย่างสุดเข้มขลัง ในวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๔ โดยมีพล.อ เปรม ตินสูลานนท์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และมี พระอาจารย์ไสว สุมโณ วัดราชนัดดา เป็นเจ้าพิธี 

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ บูชาพระสยามเทวาธิราช  สร้างเหรียญพระเจ้าตากสิน เพราะชีวิตนี้ต้องแทนคุณแผ่นดิน

เหรียญพระสยามเทวาธิราช หลัง นวม. ยันต์เจ้าคุณนรฯ 

ในการสร้างได้มีการผสมเนื้อชนวนโลหะจากบรรดาคณาจารย์ต่างๆและนิมนต์สุดยอดพระเกจิในยุคนั้นร่วมพิธีพุทธาภิเษกถึงเกือบ ๑๐๐ รูป ประกอบด้วยพระเกจิที่ดังๆ เช่น

สมเด็จพระสังฆราช(ปุ่น) วัดพระเชตุพนฯ เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์, หลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง,หลวงปู่ดูลย์ วัดบูรพาราม,หลวงปู่สาม วัดไตรวิเวก,หลวงปู่ฝั้น วัดป่าอุดมสมพร,หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง,หลวงปู่บาง วัดหนองพลับ,หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่,หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี,หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง,หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง,หลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขตต์,หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม,หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา,หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม,พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา,หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่,หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์,หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม,หลวงพ่อคง วัดบ้านสวน,หลวงพ่อหมุน วัดเขาแดง,หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค,หลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม,หลวงพ่อหอม วัดซากหมาก,หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส,หลวงพ่อทบ วัดชนแดน,หลวงพ่อโอด วัดจันเสน,หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง,หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน,หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู,หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ,หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ,หลวงพ่อฑูรย์ วัดโพธิ์นิมิตร,หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง,หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช,ครูบาวัง วัดบ้านเด่น,หลวงพ่อปี้ วัดลานหอย,หลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง,หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน,หลวงพ่อผัน วัดราษฏร์เจริญ,หลวงพ่อเชน วัดสิงห์,หลวงพ่อ คร้าม วัดกุ่มหัก,หลวงพ่อเกษม เขมโก ฯลฯ

เหรียญรุ่นนี้นี่….ประสบการณ์นั้นเกินคำบรรยายเนื่องด้วยสร้างแจกเหล่าทหารม้าในการออกศึกสมรภูมิรบ ทั้งเขาค้อ ,ช่องบก, ตาพระยา อรัญประเทศ สุรินทร์ เขมร ลาว โดดเด่นมาก เรื่องแคล้วคลาดคงกระพันมหาอุดเป็นอันดับหนึ่ง 

ถ้าใครเป็นทหารหรือว่าเป็นคนนิยมพระเครื่องสายบู๊แล้วไม่มีเหรียญพระเจ้าตากสินรุ่นนี้ ที่พลเอกเปรม อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่๑๖ ของประเทศไทยสร้าง ถือว่า ท่านพลาดตกม้าศึกอย่างแรง!!!

สแกนระยอง ‘ปิตุเตชะ’ กลางวิกฤตโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453373

สแกนระยอง ‘ปิตุเตชะ’ กลางวิกฤตโควิด

สแกนระยอง 'ปิตุเตชะ' กลางวิกฤตโควิด

27 ธันวาคม 2563 – 13:07 น.

โควิดระยอง รอบใหม่ ส่งผลให้ “สาธิต ปิตุเตชะ” เตรียมเขียนจดหมายเปิดผนึก เปิดเผยเรื่องบ่อน 

 กรณีโควิดระยองรอบใหม่ มีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะแหล่งที่มาคือ บ่อนการพนัน ทำให้การสืบค้นผู้ติดเชื้อค่อนข้างยาก
  เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2563 สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่ จ.ระยอง ว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นล็อกดาวน์ทั้งจังหวัด มีเพียงคำสั่งปิดสถานที่กลุ่มเสี่ยงที่มีการแออัดของคน 
   สำหรับกรณี “บ่อนพนัน” สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กว่า “บ่อน(ระยอง) หรือทุกที่ เป็น รมต ก็ใช่ว่าจะสั่งให้หยุดได้ และสั่งไปแล้ว ก็เห็นยังมีอยู่ ติดตาม “จดหมายเปิดผนึก” เรื่องบ่อน ในระยองได้ เร็วๆนี้” 
    “หมอตี๋” สาธิต ชวนให้คนทั้งประเทศรออ่านจดหมายเปิดผนึกว่าด้วยเรื่องบ่อนพนันในเมืองระยอง 
   ++

 บ่อนระยอง
++
    ระหว่างที่รออ่านจดหมายของรัฐมนตรี ลองไปย้อนดูข่าวจับบ่อนพนันที่ระยอง
    เดือน มิ.ย.2563 ชาวบ้านในมาบตาพุด จ.ระยอง ร้องเรียนว่ามีบ่อนพนันชื่อ “บ่อน RJ” มาเปิดใกล้ชุมชนและห้างสรรพสินค้า ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองร่วมกับดีเอสไอ เปิดปฏิบัติการทลายบ่อนกลางเมือง พบว่าเป็นโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางชุมชน 
    เจ้าหน้าที่จับนักพนันได้ 118 คน พร้อมของกลางเป็นอุปกรณ์การพนันหลายชนิดที่มีสัญลักษณ์อักษรภาษาอังกฤษ RJ ติดอยู่
    การจับบ่อนครั้งนั้น นำไปสู่คำสั่งย้าย 6 นายตำรวจ สภ.มาบตาพุด แต่ต่อมาก็มีคำสั่งให้กลับมาประจำตำแหน่งเดิม เพราะผลการสอบสวนระบุว่า นายตำรวจทั้ง 6 ไม่มีส่วนรู้เห็นและไม่ได้บกพร่องต่อหน้าที่
    จากบ่อนมาบตาพุด ก็มีบ่อนอีกแห่งเกิดขึ้นใน อ.เมืองระยอง ซึ่งเป็นแหล่งแพร่โควิดรอบใหม่ในระยอง  
++
ปิตุเตชะแห่งระยอง
++
    เหตุที่ สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และ ส.ส.ระยอง ต้องออกมาพูดถึง “บ่อน” กลางเมืองระยอง เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่คนสนใจทั้งประเทศ
    เหนืออื่นใด ตระกูล “ปิตุเตชะ” นั้น มากบารมีทางการเมืองทั่วจังหวัด เป็นทั้งนายก อบจ. และ ส.ส.ระยอง จะไม่มีข้อมูลเรื่องบ่อนพนันอยู่ในมือเชียวหรือ?
    เมื่อไม่กี่วันมานี้ มีผลเลือกตั้งนายก อบจ.ระยอง อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า ปิยะ ปิตุเตชะ ได้ 202,232 คะแนน เอาชนะ สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ที่ได้ 79,830 คะแนน จากคณะก้าวหน้า
    “นายกช้าง” ปิยะ  ปิตุเตชะ เป็นพี่ใหญ่ของตระกูลปิตุเตชะ และเป็นนายก อบจ.ระยอง มาแล้ว 3 สมัย
    การมีบ่อนพนันอยู่กลางเมือง ไม่ใช่แค่เขย่าวงการตำรวจ และฝ่ายปกครอง นักการเมืองระดับรัฐมนตรีอย่าง รมช.สาธิต ก็อยู่นิ่งเฉยไม่ได้
    มิหนำซ้ำ บ่อนพนันยังเป็นคลัสเตอร์ 1 ใน 3 ที่แพร่เชื้อโควิดอยู่ในเวลานี้

โควิดการเมืองจาก มหาชัย ถึง “บ่อนระยอง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453364

โควิดการเมืองจาก มหาชัย ถึง “บ่อนระยอง”

โควิดการเมืองจาก มหาชัย ถึง "บ่อนระยอง"

27 ธันวาคม 2563 – 11:53 น.

ม็อบพักรบชั่วคราว เมื่อโควิดวนมารอบใหม่ แกนนำราษฎรเริ่มขยับ จากมหาชัยถึงระยอง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

 “โควิด-19” รอบใหม่ในชั่วโมงนี้ มีการพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนถึง 3 จุดคือ ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร ,ปาร์ตี้บิ๊กไบค์ จ.กระบี่ และบ่อนพนัน จ.ระยอง
  รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ประกาศล็อกดาวน์ทั้งประเทศ แต่ก็เลือกที่จะใช้วิธีคุมพื้นที่แทน และมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 
  เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2563 มีการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีกครั้ง แม้ว่าฝั่งรัฐบาลว่า “ไม่มีนัยการเมือง” และใช้ พ.ร.ก. “สกัดโรค ไม่ใช่สกัดม็อบ”  

 อย่างไรก็ตามช่วงนี้แกนนำคณะราษฎรและองค์กรพันธมิตร ประกาศพักการชุมนุม รอหลังปีใหม่ จะกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง 
  แม้ไม่มีกิจกรรมของคณะราษฎร แต่คนกรุงเทพฯ ก็พบเห็นป้าย “ยกเลิก ม.112” ติดตามสถานที่สาธารณะทั่วกรุงเทพฯ
  ล่าสุด เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี แนวร่วมคณะราษฎร ได้โพสต์ป้ายปริศนาโผล่ด้านหน้ากระทรวงสาธารณสุข โดยมีข้อความว่า “covid มาอีกรอบ แต่ประยุทธ์ยังอยู่” , “คุมเชื้อให้ดีเหมือนคุณม็อบ” , “ปัญหาที่ใหญ่กว่าโควิดคือประยุทธ์” และ “หนูการ์ดตก” 
++
โตโต้ขายกุ้ง
++
    เช้าวันที่ 26 ธ.ค.2563 ที่บริเวณหน้าประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ปิยรัฐ จงเทพ ผู้นำการ์ดกลุ่มวีโว ได้มาจัดกิจกรรมขายกุ้ง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร 
    “โตโต้ ปิยรัฐ” บอกว่า พ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อน และไม่รู้จะนำกุ้งไปขายที่ไหน เนื่องจากตลาดกลางค้ากุ้งถูกสั่งปิดตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ระบาดของรัฐบาล 
    หากย้อนเข้าไปอ่านหน้าเฟซบุ๊ก โตโต้ ปิยรัฐ – Piyarat Chongthep จะเห็นว่า หัวหน้าการ์ดวีโว่ ได้วิจารณ์ความหละหลวมของฝ่ายความมั่นคง ที่ปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างชาติอย่างผิดกฎหมายทางช่องทางธรรมชาติ 
    ในมุมของนักการเมืองฝ่ายค้าน และแกนนำราษฎร สมุทรสาคร หรือตลาดกุ้ง มหาชัย แค่ปลายทางของขบวนการแรงงานเถื่อน และต้นทางก็คือฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลชายแดน
    โตโต้ ยืนยันว่า กิจกรรมขายกุ้งช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้า จะดำเนินต่อไป ให้รอติดตามจากเพจกลุ่มวีโว่
++
ไมค์กับโควิดระยอง
++
    หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 27 ราย โดยมาจากบ่อนพนันแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ระยอง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้สั่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดในพื้นที่ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
    กลางปีที่ผ่านมา ระยองเคยเผชิญวิกฤตโควิดมาครั้งหนึ่งแล้ว จากกรณีทหารต่างชาติ และครั้งนั้น หลายคนคงจำบทบาทของ ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ประธานไมค์” ที่ออกมาเคลื่อนไหวประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเดินทางไปตรวจราชการที่ระยอง
    วันนี้ ระยองเผชิญวิกฤตโควิดรอบใหม่ ภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำราษฎร ได้โพสต์ภาพตลาดสตาร์ไนท์บาซ่าร์ อ.เมืองระยอง ที่เงียบเหงา
    นอกจากนี้ “ไมค์” ยังใช้ทวิตเตอร์ Mike-Panupong วิจารณ์กรณีบ่อนกับโควิด “ส.ส.ระยอง ทั้ง 4 เขตก็เงียบกริบ ปัญหาไม่เคยพูดในสภาเลย บ่อนพนัน น้ำประปา มลพิษอุตสาหกรรม ถมทะเล เวนคืนที่ดิน..”
    หรือข้อความว่า “ประเด็นโควิดที่ระยองว่าตื่นเต้นแล้ว แต่ที่ตื่นเต้นกว่าคือบ่อนกลางเมืองระยองที่เป็นแหล่งแพร่ระบาดของโรคจะถูกจัดการอย่างไร..”
    คาดว่า ในเร็ววันนี้ ประธานไมค์ คงมีกิจกรรมเบิ้มๆ กรณีบ่อนกลางเมืองระยอง

“แรมโบ้” สวน “อนุสรณ์” ปากเสียวาทะน้ำเน่าสมองทึบปัญญาอ่อน ฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453365

“แรมโบ้” สวน “อนุสรณ์”ปากเสียวาทะน้ำเน่าสมองทึบปัญญาอ่อน ฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด

"แรมโบ้" สวน "อนุสรณ์"ปากเสียวาทะน้ำเน่าสมองทึบปัญญาอ่อน ฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด

27 ธันวาคม 2563 – 12:02 น.

“แรมโบ้” สวน “อนุสรณ์”ปากเสียวาทะน้ำเน่าสมองทึบปัญญาอ่อน ฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด ยืนยัน นายกฯไม่เคยกล่าวโทษใครในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 เพียงแต่เตือนสติ นักการเมืองอย่าเอาความเดือดร้อนประชาชน มาเล่นตีกินทางการเมือง

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2563 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มองว่าคำพูดนายกฯที่วอนนักการเมืองอย่าฉวยโอกาสใช้โควิด-19 เล่นเกมการเมืองเป็นการโยนบาป โดยระบุว่าส่วนตัวมองว่าที่นายกฯพูดเช่นนี้ นายกฯพูดถูกที่สุดแล้ว โดยเฉพาะนักการเมืองฝ่ายค้าน ที่นอกจากไม่เคยมีแนวคิดที่จะช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติในสถานการณ์เช่นนี้ กลับนำเอาโอกาสนี้มาหากินทางการเมืองให้ตัวเองดูดี และให้ประชาชนสับสนเข้าใจผิดในตัวนายกฯและรัฐบาล ทั้งที่เข้าใจดีแต่เสแสร้งไม่เข้าใจ ปั้นน้ำเป็นตัว ใส่ความเป็นเท็จเพื่อให้ประชาชนเข้าใจในคำพูดของนายกฯในทางผิด ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

"แรมโบ้" สวน "อนุสรณ์"ปากเสียวาทะน้ำเน่าสมองทึบปัญญาอ่อน ฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด

นายสุภรณ์ ยืนยันว่า นายกฯไม่เคยกล่าวโทษใคร เพราะที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาต่างๆได้รับความช่วยเหลือและร่วมมือกับคนทุกภาคส่วน และขณะนี้นายกฯและรัฐบาลได้พยายามหามาตรการต่างๆ เพื่อยังยั้งการระบาดเชื้อโควิด-19 โดยมั่นใจว่านายกฯและรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะเคยมีประสบการณ์มาแล้วจนเป็นที่ยอมรับ 

“ตนเองมองเห็นว่านักการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายค้าน และนายอนุสรณ์ ที่ไม่เคยช่วยอะไรประเทศชาติเลย มีแต่ใช้ปากเสียพูดมากไปวันๆ พูดแต่เรื่องที่ไม่มีสาระ น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง หาประโยชน์อะไรไม่ได้หวังดิสเครดิตนายกฯและรัฐบาล คนเช่นนี้มักจะมีสมองทึบปัญญานิ่ม พูดอะไรไม่เป็นความจริงเลยสักนิด ทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนในตัวนายกฯ และอาจทำให้บ้านเมืองเสียหาย สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น ซึ่งฝ่ายค้านก็ควรคิดทบทวนให้ดีว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ และหากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ตนเองมองว่าระวังประชาชนจะออกมาขับไล่พรรคฝ่ายค้านเช่นเดียวกัน” 

“ตนเคยย้ำหลายครั้ง ถ้ายิ่งปล่อยให้นายอนุสรณ์ ออกมาพูดยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทยยิ่งตกต่ำ และก็เป็นจริง ดูได้จากการแตกแยกทยอยลาออกของแกนนำในพรรค และผลการเลือกตั้งท้องถิ่นนายกอบจ.เมื่อ20ธันวาคมที่ผ่าน แพ้เกือบราบคาบไม่เข้าเป้าที่ตั้งไว้ แถมพอคนของตัวเองแพ้แล้วแกนนำและบรรดาส.ส.ก็ทะเลาะกันในพรรคจนวุ่นวายไปหมด นี่คือความเสื่อมของพรรคเพื่อไทย ที่ยังปล่อยนายอนุสรณ์ คนปากตลาดออกมาแสดงความโง่อ่อนเขลาเบาปัญญา ในที่สุดอาจทำให้พรรคเพื่อไทยถึงจุดล่มสลายไปเรื่อยๆ เพราะประชาชนเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมนักการเมืองปากตลาดพูดจ้อๆรายวันและพูดจาเหมือนเด็กเลี้ยงแกะ หวังตีกินทางการเมือง ซึ่งประชาชนคนไทยไม่ได้โง่ตามนายอนุสรณ์และพรรคเพื่อไทยหรอกครับ” นายสุภรณ์กล่าว

เปิดฉายารัฐสภา ปี 63 สภาผู้แทนฯ :ปลวกจมปลัก- “ชวน” ครูใหญ่ไม้เรียวหัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453352

เปิดฉายารัฐสภา ปี 63 สภาผู้แทนฯ :ปลวกจมปลัก- “ชวน” ครูใหญ่ไม้เรียวหัก

เปิดฉายารัฐสภา ปี 63  สภาผู้แทนฯ :ปลวกจมปลัก- "ชวน" ครูใหญ่ไม้เรียวหัก

27 ธันวาคม 2563 – 09:43 น.

เปิดฉายารัฐสภาปี 63 สภาผู้แทนราษฎร:ปลวกจมปลัก -“ชวน” ครูใหญ่ไม้เรียวหัก,ดาวเด่นแห่งปี:สุทิน คลังแสง ส่วน ดาวดับแห่งปี : วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ด้านคู่กัดแห่งปี: ‘สิระ เจนจาคะ “และ’ ‘มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” วาทะแห่งปี : “มันคือแป้ง”

ที่ประชุมร่วมกันของผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ได้มีความเห็นร่วมกันในการตั้งฉายาของรัฐสภา เพื่อเป็นการสะท้อนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยมีข้อสรุปดังนี้
 
1.สภาผู้แทนราษฎร : ปลวกจมปลัก

>>ปลวกเป็นสัตว์ที่มีการแบ่งงานกันทำเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด สำหรับสภาผู้แทนราษฎรแล้วมีส.ส.ที่ทำงานดุจปลวกที่ทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเองด้วยการใช้สภาเป็นเครื่องมือเพื่อชิงอำนาจและทำลายล้างฝั่งตรงข้าม ยิ่งนานวันก็จมปลักกลับการทำงานแบบเดิม ไม่ใช้สภาเพื่อประโยชน์ในการระดมสมองและแก้ปัญหาให้กับประชาชน หนำซ้ำตลอดปีมานี้การประชุมสภาฯล่มกลางคันหลายครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าส.ส.ชุดนี้ไม่ให้ความสำคัญกับการประชุมสภาฯทั้งที่เป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เช่นนี้ ส.ส.ในฐานะคนทำงานจึงเปรียบเป็นปลวกที่จมปลักไม่พัฒนาและจะยิ่งกัดกินหลักการของประชาธิปไตยให้พุกร่อนเข้าไปทุกที  
 
2.วุฒิสภา : สภาปรสิต>>ในทางวิทยาศาสตร์มีคำอธิบายถึง ‘ปรสิต’ ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยผู้อื่นหรือเซลล์ชนิดอื่นเป็นที่พักอาศัยและแหล่งอาหาร และบางครั้งทำร้ายสิ่งมีชีวิตที่ใช้ประโยชน์นั้นหรือเซลล์ภายในจนเจ็บป่วยหรือถึงกับเสียชีวิต เมื่อกลับมามองในมิติทางการเมืองแล้วจะพบว่าวุฒิสภาชุดนี้ก็มีสภาพไม่ต่างปรสิตที่อาศัยอยู่ในรัฐสภา นอกจากไม่มีผลงานที่เห็นด้วยตาเปล่าเหมือนปรสิตแล้วยังนำมาซึ่งพิษภัยแก่การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติด้วย โดยเฉพาะการพยายามใช้เงื่อนไขในรัฐธรรมนูญมาเป็นข้ออ้างเพื่อชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนทำให้เกิดการตั้งคณะกรรมาธิการรัฐสภาพิจารณาก่อนรับหลักการไปจนถึงการลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ฉายา ‘ปรสิต’ จึงเหมาะกับวุฒิสภาชุดนี้ 

เปิดฉายารัฐสภา ปี 63  สภาผู้แทนฯ :ปลวกจมปลัก- "ชวน" ครูใหญ่ไม้เรียวหัก

                                                   ครูใหญ่ไม้เรียวหัก

 3. ‘ชวน หลีกภัย’ ประธานสภาผู้แทนราษฎร: ครูใหญ่ไม้เรียวหัก
 
ทุกครั้งที่ ‘ชวน หลีกภัย’ ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมสภาไม่เคยถูกกังขาถึงความเป็นกลางแม้แต่ครั้งเดียว และตลอดปีที่ผ่านมาก็ยังยึดแนวทางดังกล่าวไว้ได้อย่างมั่นคง นอกเหนือไปจากการพยายามควบคุมการประชุมสภาแล้ว ประธานสภายังสวมบท ‘ครูใหญ่’ ที่ถือไม้เรียวคอยกวดขันวินัยของส.ส.ที่หย่อนยานอีกด้วย เช่น การตักเตือนส.ส.ให้สวมหน้ากากในห้องประชุมสภา เพื่อคุมการระบาดของโควิด 19 หรือการขอความร่วมมือส.ส.ให้ความสำคัญกับการประชุมสภา เป็นต้น

แต่ปรากฎว่าส.ส.การ์ดตกทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการละเลยการสวมหน้ากากอนามัยหรือแม้แต่อเรื่องเล็กๆอย่างขอความร่วมมือส.ส.งดนำอาหารและเครื่องดื่มเข้ามารับประทานในห้องประชุมก็ไม่เป็นผล

และที่ร้ายแรงที่สุด คือ เหตุการณ์สภาล่ม ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่าต่อให้ประธานสภาจะยึดมั่นหลักการแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจสร้างเปลี่ยนแปลงได้เพราะส.ส.ส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญ เหมือนกับครูใหญ่ที่มีไม้เรียวและต่อให้ฟาดแรงจนไม้เรียวหักคามือ ส.ส.ก็ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวแต่อย่างใด
 
4. ‘พรเพชร วิชิตชลชัย’ ประธานวุฒิสภา: “หัวตอ รอออเดอร์”

>>ถ้าเทียบบารมีทางการเมืองระหว่างเมื่อครั้งเป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติกับประธานวุฒิสภา ถือว่านับตั้งแต่มาเป็นประมุขสภาสูงบารมีของ ‘พรเพชร’ ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งตอกย้ำด้วยทุกครั้งที่ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในฐานะรองประธานรัฐสภา พบว่าไม่สามารถควบคุมการประชุมให้เป็นที่เรียบร้อยได้เมื่อเทียบกับ ‘ชวน หลีกภัย’ หลายครั้งที่รับมือกับความเขี้ยวทางการเมืองของส.ส.ฝ่ายค้านไม่ไหว ทำให้การประชุมเกิดความปั่นป่วนเป็นระยะ กลายเป็นหัวหลักหัวตอที่สมาชิกรัฐสภาไม่ค่อยให้ความยำเกรง ไม่เพียงเท่านี้ การทำหน้าที่ของประธานวุฒิสภายังไม่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองเพราะหลายเรื่องในวุฒิสภากลับปล่อยให้ส.ว.เป็นผู้ชี้นำประธานวุฒิสภาแทน ภาพรวมแบบนี้ทำให้ประธานวุฒิสภาเสมือนหัวหลักหัวตอที่ไม่มีใครสนใจแต่มีหน้าที่แค่รับคำสั่งทำงานเท่านั้น
 
5. สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร : สุทิน คลังแสง?

>>ก่อนอื่นต้องบอกว่าฉายาของผู้นำฝ่ายค้านฯที่ปรากฎออกมานั้นเป็นฉายาที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภาตั้งขึ้นมาจริงๆ ไม่ได้เขียนผิดแต่อย่างใด เนื่องจากต่างเห็นตรงกันว่าบทบาทการเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯนั้น ‘สมพงษ์’ ไม่ได้โดดเด่นสมกับตำแหน่งเท่าใดนัก ตรงกันข้ามกลับเป็น ‘สุทิน คลังแสง’ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่น หลายต่อหลายครั้งเป็นตัวแทนของฝ่ายค้านไปร่วมประชุมกับฝ่ายรัฐบาลจนทำให้ฝ่ายค้านได้เวลาอภิปรายในสภาอย่างสมน้ำสมเนื้อและสามารถชี้นำสภาในที่ประชุมได้ ผิดกับผู้นำฝ่ายค้านฯตัวจริงที่ยังไม่ทำงานเชิงรุกมากนัก ด้วยเหตุนี้ทำให้อดไม่ได้ว่า ‘สุทิน คลังแสง’ คือ ผู้นำฝ่ายค้าน ไม่ใช่ ‘สมพงษ์ อมรวิวัฒน์’
 
6.ดาวเด่นแห่งปี : สุทิน คลังแสง

>>ปฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2563 ตลอดทั้งปี ‘สุทิน คลังแสง’ ในฐานtประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ได้อย่างท็อปฟอร์ม หลายครั้งที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องสำคัญและส.ส.ฝ่ายค้านจำนวนไม่น้อยที่อภิปรายนอกประเด็นไปไกลและใช้แต่วาทะศิลป์ในการโจมตี แต่ทุกอย่างก็กลับเข้ารูปเข้ารอยเมื่อ ‘สุทิน’ ได้ขึ้นอภิปรายสรุปประเด็น การอภิปรายสรุปของประธานวิปฝ่ายค้านไม่ใช่แค่การอภิปรายสรุปเพื่อให้จบตามหน้าที่เท่านั้น เพรายังหยิบจับประเด็นสำคัญบางเรืองที่ส.ส.ฝ่ายค้านอาจไม่ได้พูดถึงหรือพูดถึงแต่ยังไม่มีความชัดเจน มาขยายความเพื่อให้สภาได้ข้อเท็จจริงเพิ่มมากขึ้น ตำแหน่งดาวสภาประจำปี 2563  จึงตกเป็นของ ‘สุทิน คลังแสง’ ไปอย่างเอกฉันท์
 
7.ดาวดับแห่งปี : วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย

>>การตัดสินตำแหน่งดาวดับแห่งปีในครั้งนี้ถือว่ามีความลำบากเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีข้อเสนอควรให้ ‘มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ สมควรได้รับตำแหน่งนี้ด้วยเช่นกัน ภายหลังมงคลกิตติ์แสดงจุดยืนทางการเมืองที่กลับไปกลับมา นึกอยากจะร่วมรัฐบาลก็ประกาศสนับสนุน แต่วันใดไม่อยากสนับสนุนก็ประกาศขอเป็นฝ่ายค้านอิสระ ซึ่งอาจบอกว่าเป็นส.ส.ไร้จุดยืนก็คงไม่ผิดนัก แต่ถึงที่สุดแล้วสื่อมวลชนรัฐสภามีความเห็นว่าควรให้ตำแหน่งดาวดับเพียงคนเดียว และตำแหน่งนั้นเป็นของ ‘วิสาร เตชะธีราวัฒน์’ ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ใช้มีดปลอกผลไม้กรีดแขนกลางที่ประชุมสภา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาทางกาเมือง ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเพราะเป็นการชี้นำให้ใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา อีกทั้งยังเป็นส.ส.หลายสมัยและดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อนที่สมควรเป็นแบบอย่างที่ดี แต่กลับแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเพื่อหวังผลทางการเมือง จึงหวังว่าตำแหน่งดาวดับที่สื่อมวลชนมอบให้จะทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก 

 

เปิดฉายารัฐสภา ปี 63  สภาผู้แทนฯ :ปลวกจมปลัก- "ชวน" ครูใหญ่ไม้เรียวหัก


                                                        คู่กัดแห่งปี

8.คู่กัดแห่งปี : ‘สิระ เจนจาคะ’ และ ‘มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์’

>>เกือบได้เห็นการวางมวยกลางสภา ภายหลังปฐมบทแห่งความเดือดมาจากกรณีที่ ‘มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์’ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งเพราะไม่สามารถควบคุมความสงบได้ ต่อมา ‘สิระ เจนจาคะ’ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวตอบโต้ว่า “การออกมาเรียกร้องเช่นนี้ต้องการผลประโยชน์อะไรหรือไม่ หรือเงินหมด เพราะบริจาคเงินเดือนส.ส.ให้ในสถานการณ์โควิดไปแล้ว ซึ่งหากเงินหมดจริงติดต่อผมได้” เรื่องไม่ได้จบแค่นั้นเพราะ ‘มงคลลกิตติ์’ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กระบุว่า “เจอสิระที่ไหนจะเอาให้ฟันร่วงหมดปาก” และในที่สุดทั้งสองคนก็ได้เจอหน้ากันจริง โดยเป็นเหตุการณ์ระหว่างที่ ‘มงคลกิตติ์’ กำลังให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบริเวณรัฐสภา และได้พบกับ ‘สิระ’ ทำให้เดินเข้าไปจับแขนสิระแต่สิระสะบัดออก ปรากฎว่า ‘มงคลกิตติ์’ พยายามเดินตามแต่สิระเดินหนี ที่สุดแล้วต้องถึงมือ ‘ชวน หลีกภัย’ ที่ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ปรามทั้งสองฝ่ายว่าต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ของสภาด้วย  
 
9.เหตุการณ์แห่งปี : การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

>>รัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 ได้รับการขนานนามว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ยากที่สุด โดยเฉพาะการต้องมีเสียงส.ว.สนับสนุนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 เป็นผลให้การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในเดือนก.ย.ไม่สามารถลงมติได้ แต่กลับต้องมาตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ และเมื่อกลับมาประชุมรัฐสภาอีกครั้งในเดือนพ.ย. ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนนำโดยกลุ่มไอลอว์ได้เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนครั้งแรก การประชุมรัฐสภาเวลานั้นไม่ได้เข้มข้นเฉพาะในสภาเท่านั้น แต่นอกสภาก็เดือดไม่แพ้กัน ภายหลังกลุ่มสนับสนุนและคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภา และเกิดการปะทะกันเป็นระยะ อีกด้านหนึ่งตำรวจใช้น้ำผสมสารเคมีควบคุมการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร จนกระทั่งที่สุดแล้วเหตุการณ์นอกสภาสงบลงพร้อมด้วยการลงมติของรัฐสภาที่ไม่เห็นด้วยกับการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขต่อไป ด้วยเหตุนี้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาจึงเป็นเหตุการณ์แห่งปีไปอย่างไม่ต้องสงสัย  
 
10.วาทะแห่งปี : “มันคือแป้ง”

>>”สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของรัฐนิวเซาท์เวลส์ อ้างว่าเป็นเฮโรอีน 3.2กิโลกรัม มันคือแป้ง” เป็นการชี้แจงของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 27 ก.พ. เวลานั้นร.อ.ธรรมนัส ถูกกังขาถึงความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งว่ามีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จนนำมาสู่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่าการดำรงตำแหน่งของตนเองถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส กลับเป็นรัฐมนตรีที่ได้รับความไว้วางใจจากสภาฯน้อยที่สุดเพียง 269 เสียง โดยที่ร.อ.ธรรมนัส ได้ลงคะแนนไว้วางใจตัวเอง จากเหตุการณ์นี้เองทำให้คะแนนความนิยมของรัฐบาลลดลงและสื่อต่างประเทศก็ได้มีการเปิดเผยข้อมูลการจับกุมร.อ.ธรรมนัสในอดีตด้วย
 
11.คนดีศรีสภา : ยกเลิกตำแหน่งนี้ถาวร

>>เป็นเวลาหลายปีแล้วที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภาไม่ได้มอบตำแหน่งคนดีศรีสภาให้กับสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ปรากฎว่ามีสมาชิกรัฐสภาคนใดที่จะเป็นแบบตัวอย่างที่ดีในการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น สื่อมวลชนประจำรัฐสภา จึงมีความเห็นร่วมกันว่าสมควรยกเลิกตำแหน่งนี้เป็นการถาวร จนกว่าในอนาคตจะมีสมาชิกรัฐสภาที่มีความประพฤติที่เหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าวต่อไป

“แรมโบ้” สวน “พิชาย” ควรลาออกจากอาจารย์ ไม่สมควรสอนหนังสืออย่ากล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีนายกฯเป็นเท็จ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453328

“แรมโบ้”สวน”พิชาย”ควรลาออกจากอาจารย์ ไม่สมควรสอนหนังสืออย่ากล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีนายกฯเป็นเท็จ

"แรมโบ้"สวน"พิชาย"ควรลาออกจากอาจารย์ ไม่สมควรสอนหนังสืออย่ากล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีนายกฯเป็นเท็จ

26 ธันวาคม 2563 – 19:18 น.

“แรมโบ้”สวน”พิชาย”ควรลาออกจากอาจารย์ ไม่สมควรสอนหนังสืออย่ากล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีนายกฯเป็นเท็จ นิสัยไม่ต่างกับนักการเมืองฝ่ายค้านบางคน ยืนยัน “นายกฯ” มาถูกต้อง ไม่ได้ทำอะไรผิด จึงไม่จำเป็นต้องลาออกจาก

26 ธ.ค.63 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อาจารย์คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) และประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) โพสต์ข้อความ แนะนำนายกรัฐมนตรีมอบของขวัญที่ดีที่สุดให้ประชาชนชาวไทย ด้วยการลาออก นายสุภรณ์กล่าวว่า นายพิชาย กระทำตัวไม่เหมาะสมที่จะมาพูดจาไม่ให้เกียรตินายกฯ โดยย้ำว่านายกฯเข้ามา ตามกระบวนการ และไม่ได้ทำผิดอะไร เหตุใดคนที่เป็นถึงนักวิชาการ เป็นอาจารย์ ถึงไม่เข้าใจในเรื่องเช่นนี้ทั้งที่เป็นเรื่องที่ไม่ได้เข้าใจยากเลย เพราะนายกฯมาตามรัฐธรรมนูญ มาจากประชาชน นายพิชาย อย่าทำตัวแกล้งโง่ 

ส่วนที่บอกว่าที่ผ่านมานายกฯมีการกระทำหลายครั้งที่ไม่เคารพกฎหมาย เช่น การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ การกระทำที่เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน และใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ถามกลับว่ามีหลักฐานหรือไม่ ซึ่งหาก นายพิชาย มีหลักฐานก็ให้ส่งมาทั้งเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเอื้อประโชน์พวกพ้อง เพราะนายกฯย้ำเสมอมีหลักฐานให้นำมา อีกทั้งเรื่องการถวายสัตย์ เรื่องนี้ได้จบไปแล้ว

นายสุภรณ์ยังระบุว่า เสียดายความเป็นอาจารย์ของนายพิชายเพราะเป็นถึงนักวิชาการแต่มีทัศนคติที่แย่มาก วางตัวไม่เหมาะสม แบบนี้จะเป็นครูบาอาจารย์สอนหนังสือให้กับนิสิต นักศึกษาได้อย่างไร

นอกจากนี้นายพิชายก็ควรทบทวนตัวเอง หากเป็นคนก้าวร้าวพูดจาดูหมิ่นดูแคลนและใส่ร้ายป้ายสีผู้นำประเทศเช่นนี้สมควรหรือไม่ ตนเองคิดว่าคนที่ควรลาออกน่าจะเป็นนายพิชายมากกว่า ที่มีนิสัยปากเสียปากเน่าไม่ควรเป็นอาจารย์เลยสักนิด 

ความคิดที่เป็นปรปักษ์และมีอคติวางตัวไม่เหมาะสมกับความเป็นครูบาอาจารย์  ตนก็อดที่จะสงสารบรรดาน้องๆนิสิตนักศึกษาที่ได้รับการสั่งสอนอบรมจากนายพิชายไม่ได้ น้องๆจะเป็นอนาคตที่สำคัญของชาติได้อย่างไร ถ้าคนที่สอนยังมีมันสมองและแนวคิดที่มองโลกในแง่ร้ายและโกหกมดเท็จใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นเช่นนี้ ตนว่าของขวัญปีใหม่ ที่ควรจะให้ลูกศิษย์ลูกหา คือนายพิชาย ควรลาออกจากความเป็นครูอาจารย์มากกว่า ที่จะให้นายกฯลาออก หรือแน่จริงลงมาเล่นการเมืองเลยดีกว่าไหม อย่าทำตัวอยู่บนหอคอยงาช้าง ไม่ลงมาดูข้อเท็จจริง จ้องแต่จะใช้วาทะวาจาสามหามกล่าวหาโจมตีนายกฯตลอดมา นายพิชายชอบทำตัวมีนิสัยสันดานเลวๆยิ่งกว่านักการเมืองฝ่ายค้านบางคนเสียอีก “ นายสุภรณ์ กล่าว

“นภาพร” ชี้ โควิดรอบ 2 คือโบว์ดำแห่งปีของ “ประยุทธ์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453326

“นภาพร” ชี้ โควิดรอบ 2 คือโบว์ดำแห่งปีของ”ประยุทธ์”

"นภาพร" ชี้ โควิดรอบ 2 คือโบว์ดำแห่งปีของ"ประยุทธ์"

26 ธันวาคม 2563 – 18:28 น.

“นภาพร” ชี้ โควิดรอบ 2 คือโบว์ดำแห่งปีของ ประยุทธ์ เหตุหละหลวมทั้งที่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมตลอด

น.ส.นภาพร  เพชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงการกลับมาแพร่ระบาดของเชื้อโควิดรอบ 2 ในหลายจังหวัด จนสร้างความหวาดวิตกให้กับประชาชนทั้งประเทศอยู่ในขณะนี้ว่าเกิดจากความหละหลวมและการ์ดตกของรัฐบาลที่ปล่อยให้แรงงานต่างด้าวนำเชื้อโควิด-19 เล็ดลอดผ่านชายแดนเข้ามาได้ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนรู้เห็นเป็นใจกับขบวนการขนแรงงานเถื่อนข้ามชาติในครั้งนี้

ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่าที่ผ่านมาหลายฝ่ายได้เตือนรัฐบาลให้เฝ้าระวังบริเวณชายแดนให้ดี นับตั้งแต่มีโควิดกลับมาระบาดอีกครั้งในพม่า แต่ดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา จะมัวหลงใหลภูมิใจกับเสียงชื่นชมเรื่องไทยมีตัวเลขโควิดเป็นศูนย์ จึงไม่กระตืนรือล้นเท่าที่ควรในการหามาตรการป้องกันแรงงานต่างด้าว แม้ตัวเองจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินควบคุมการแพร่ระบาด แต่เราก็ไม่เคยได้ยินว่าผู้รับผิดชอบบริเวณชายแดนตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะออกมาพูดหรือแอ๊คชั่นอะไรอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบ้าง

“จนกระทั่งมีแรงงานต่างด้าวติดเชื้อที่สมุทรสาคร จึงให้โฆษกกองทัพออกมาชี้แจงว่า ที่แรงงานต่างด้าวบางส่วนเล็ดลอดเข้ามาได้ เป็นเพราะชายแดนมีแนวยาว เจ้าหน้าที่ดูแลไม่ทั่วถึง ซึ่งสร้างความมึนงงให้กับคนไทยเป็นอย่างมากกับเหตุผลดังกล่าว เพราะตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินสามารถสั่งทหารทั้งประเทศให้มาตรึงชายแดนได้ เหมือนกับตอนรัฐประหารที่สามารถเรียกทหารทุกหน่วยมายึดอำนาจในกรุงเทพได้ แต่ครั้งนี้รัฐบาลกลับตายใจทำการ์ดตกเสียเอง จนโควิดกลับมาระบาดอย่างหนักอยู่ในขณะนี้” น.ส.นภาพรกล่าว

น.ส.นภาพร กล่าวด้วยว่าผู้ที่จะต้องรับผิดชอบในการกลับมาแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในครั้งนี้ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ไม่เคยติดตามผล กับผู้นำกองทัพที่รับผิดชอบเรื่องการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวตามแนวชายแดน ไม่ใช่มาโยนความผิดให้เฉพาะแรงงานเถื่อน และที่สำคัญ เรื่องนี้ต้องถือเป็นผลงานชิ้นโบว์ดำของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะที่ผ่านมาได้อ้างเรื่องโควิดเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงมาโดยตลอด โดยสั่งให้ประชาชนห้ามการ์ดตกอย่างเด็ดขาด แต่ในเมื่อรัฐบาลทำการ์ดตกเสียเอง ท่านก็ไม่ควรอ้างเรื่องนี้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอีกต่อไป

Health News : รัฐเทนเนสซี ศูนย์กลางโควิด-19 ใหม่ในสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541379

Health News : รัฐเทนเนสซี ศูนย์กลางโควิด-19 ใหม่ในสหรัฐ

Health News : รัฐเทนเนสซี ศูนย์กลางโควิด-19 ใหม่ในสหรัฐ

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 08.10 น.

รัฐเทนเนสซี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐ ที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 16 ของประเทศ กลายเป็นศูนย์กลางการระบาดล่าสุดของไวรัสโควิด-19 ไปแล้ว หลังพบ
ผู้ป่วยใหม่เฉลี่ย 128 คนต่อประชากรทุก 100,000 คน ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา สูงที่สุดในสหรัฐ รองลงมาคือรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ พบผู้ป่วยใหม่เฉลี่ย 111 คนต่อประชากรทุก 100,000 คน ทำให้นายบิล ลี ผู้ว่าการรัฐเทนเนสซี เรียกร้องประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย และให้มีการรวมตัวฉลองเทศกาลคริสต์มาสเฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้น

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเชื่อว่า การที่ชาวอเมริกันเดินทางและรวมกลุ่มกันช่วงวันหยุดวันขอบคุณพระเจ้า ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นสาเหตุที่ทำให้อัตราผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นรวดเร็วครั้งล่าสุด เฉพาะวันอังคารตามเวลาสหรัฐเพียงวันเดียวมีผู้ป่วยใหม่กว่า 194,600 คน

Science Update : ญี่ปุ่นเลิกใช้รถน้ำมันเบนซิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541378

Science Update : ญี่ปุ่นเลิกใช้รถน้ำมันเบนซิน

Science Update : ญี่ปุ่นเลิกใช้รถน้ำมันเบนซิน

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 08.00 น.

รัฐบาลญี่ปุ่น กำหนดเป้าหมาย เลิกใช้รถยนต์พลังเบนซินในอีก 15 ปีข้างหน้า ตามแผนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เหลือ 0 และส่งเสริมการใช้พลังงานสีเขียวในอนาคต โดยญี่ปุ่นวางยุทธศาสตร์ขยายพลังงานสีเขียวไปที่อุตสาหกรรมรถยนต์และไฮโดรเจน ซึ่งเป็นไปตามแผนปฏิบัติการของนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูงะ ที่เคยให้คำมั่นไว้เมื่อเดือนตุลาคม ว่า จะหยุดการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างสิ้นเชิงในกลางศตวรรษนี้ หวังช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และทำให้ญี่ปุ่นก้าวไปอยู่ระดับเดียวกับสหภาพยุโรป

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจะเสนอการลดภาษี และสนับสนุนทางการเงินต่อบริษัทต่างๆโดยกำหนดเป้าหมายงบประมาณ 90 ล้านล้านเยน หรือราว 26 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านทางการลงทุนสีเขียว อีกทั้งรัฐบาลจะลงทุนอีก 2 ล้านล้านเยน สนับสนุนบริษัทลงทุนด้านเทคโนโลยีสีเขียว แผนการนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงจากการขายรถยนต์พลังเบนซินในปัจจุบัน ให้เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงรถไฮบริด และรถเซลล์เชื้อเพลิง