King extends royal patronage to students orphaned by Covid #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/in-focus/40004378

King extends royal patronage to students orphaned by Covid


His Majesty King Rama X has extended royal patronage to students whose parents had died due to Covid-19, deputy government spokeswoman Ratchada Dhanadirek said on Sunday.

“The Ministry of Social Development and Human Security has reported an initial number of 35 children who have lost their parents or caretakers to Covid-19. The number is expected to be higher nationwide, and the ministry is preparing measures to help these orphans for the long term.


“It is His Majesty King Rama X’s wish to have these children be students under royal patronage. They will receive the highest education free of charge, according to their capability. The ministry will be in charge to coordinate for the children’s scholarship, and provide foster family, if needed, with support money until graduation,” said Ratchada.


“Acting on the prime minister’s order to accelerate the number of isolation centres, the Bangkok Metropolitan Administration has set up the first community isolation centre for children 3-14 years old at the Sports and Recreation Centre in Dusit district, with medical personnel and caretakers to supervise closely 24 hours a day. The ministry and disabilities assoications in Thailand are also in the process of establishing community isolation centres for the intellectually disabled at Rajanukul Institute, and for the mobility impaired at The Asia-Pacific Development Centre on Disability office building,” she added.


“The ‘Care Centre for Children with Covid-19’ scheme was recently launched to look after children who are affected by the pandemic.


“Anyone who knows about orphans or vulnerable groups affected by the pandemic can contact these four organisations for help:
1. Social Assistance Centre hotline 1300
2. Pracharat hotline service for the disabled 1479
3. Social Development and Human Security provincial offices
4. Social Development and Human Security Volunteer,” Ratchada said.

Published : August 08, 2021

By : The Nation

เจอแล้วแก๊งป่วน ‘ตลาดไข่ไก่’ นายกสมาคมผู้ผลิตฯยันไม่ขาดแคลน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593529

เจอแล้วแก๊งป่วน‘ตลาดไข่ไก่’ นายกสมาคมผู้ผลิตฯยันไม่ขาดแคลน

เจอแล้วแก๊งป่วน‘ตลาดไข่ไก่’ นายกสมาคมผู้ผลิตฯยันไม่ขาดแคลน

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.02 น.

เจอแล้วแก๊งป่วน‘ตลาดไข่ไก่’ นายกสมาคมผู้ผลิตฯยันไม่ขาดแคลน

8 สิงหาคม 2564 นายมงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ เปิดเผยถึงสถานการณ์ไข่ไก่ในขณะนี้ ว่า จากกรณีที่มีผู้บริโภคบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงไข่ไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนคุณภาพดี มีราคาต่ำเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่น และยังมีอายุจัดเก็บที่นานกว่า จึงเป็นตัวเลือกแรกๆของผู้บริโภคที่จะเลือกซื้อไปบริโภค โดยเฉพาะในช่วงล็อกดาวน์ ที่ประชาชนบางส่วนมีการซื้อตุนเพิ่มจากช่วงก่อนหน้า เนื่องจากต้องทำงานที่บ้าน รวมถึงการแยกกักตัว ประกอบกับมีหลายหน่วยงานซื้อไข่ไก่ไปบริจาค ทำให้ปริมาณไข่ไก่มีไม่เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน โดยสูงขึ้นจากการบริโภคปกติประมาณร้อยละ 10 และพบว่าขณะนี้มีพ่อค้าคนกลางบางส่วนใช้วิธีไปรับซื้อที่หน้าฟาร์มเกษตรกร โดยการให้ราคาสูงกว่าราคาประกาศเพื่อจูงใจเกษตรกร แล้วนำมาขายต่อในราคาที่แพงขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตส่วนหนึ่งหายไปจากช่องทางขายปกติ ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าของขาด 

“ปัจจุบัน ไข่ไก่ที่ออกสู่ท้องตลาดมีประมาณ 40-41 ล้านฟองต่อวัน เป็นปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการบริโภคในประเทศ แต่ด้วยสถานการณ์ทั้งการ Work From Home การแยกกักตัวของกลุ่มเสี่ยง การซื้อไข่ไปบริจาค โดยเฉพาะการเข้าไปรับซื้อไข่ถึงหน้าฟาร์มของพ่อค้าคนกลางบางกลุ่ม ทำให้เกิดสถานการณ์ราคาปั่นป่วน สมาคมฯได้ขอให้ผู้เลี้ยงไก่ไข่ขายไข่กับคู่ค้าเดิมที่เป็นช่องทางขายปกติก่อน โดยไม่ขายให้กับคู่ค้าใหม่ หรือผู้ค้าจร ที่จะรวบรวมไข่ไปทำกำไรโดยบวกราคาสูงขึ้น เพื่อเป็นการตัดวงจรดังกล่าว  สมาคมฯ ขอยืนยันว่าไข่ไก่ไม่ขาดแคลน และจะดูแลในส่วนของเกษตรกรผู้เลี้ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีปริมาณไข่ที่เพียงพอ และประชาชนไม่ต้องเป็นกังวล” นายมงคล กล่าว

นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ กล่าวด้วยว่า อธิบดีกรมปศุสัตว์ มีนโยบายการเพิ่มปริมาณไข่ไก่ โดยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงยืดอายุการเลี้ยงแม่ไก่ไข่ยืนกรง จากเดิมให้ปลดแม่ไก่ที่ 75 สัปดาห์ เป็น 80 สัปดาห์ โดยสมาคมฯ ได้เน้นย้ำกับสมาชิกให้ร่วมมือกับภาครัฐในการเดินหน้ามาตรการนี้ คาดว่าจะทำให้มีไข่เพิ่มขึ้นได้อีกวันละ 1 ล้านฟอง เป็นปริมาณไข่ไก่ออกสู่ท้องตลาด 42 ล้านฟองต่อวัน ภายในระยะเวลา 5 สัปดาห์ ซึ่งจะช่วยรองรับความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในช่วงล็อกดาวน์ได้อย่างแน่นอน

เกษตรฯจัดแคมเปญ ‘เกษตรกรแฮปปี้’ ขายมังคุดเกษตรกรภาคใต้ 4 โล 100 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593497

เกษตรฯจัดแคมเปญ'เกษตรกรแฮปปี้' ขายมังคุดเกษตรกรภาคใต้ 4 โล 100

เกษตรฯจัดแคมเปญ’เกษตรกรแฮปปี้’ ขายมังคุดเกษตรกรภาคใต้ 4 โล 100

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.13 น.

เกษตรฯจัดแคมเปญ”เกษตรกรแฮปปี้” ขายมังคุดจากเกษตรกรภาคใต้ ในราคา 4 โล 100 เพื่อช่วยเกษตรกรไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2564 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ Live สด คิกออฟเปิดตัวแคมเปญ “เกษตรกรแฮปปี้” ภายใต้แนวคิด “คนกินยิ้มได้ เกษตรกรไทยแฮปปี้” ผ่านการถ่ายทอดสด Live Streaming ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว เป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมังคุดในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และให้ประชาชนสามารถสั่งซื้อมังคุดในราคา 4 โล 100 สำหรับมังคุดคละเกรดคุณภาพสดอร่อย ภายใต้ความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน เช่น บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (ท็อปส์ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์), บริษัท ไปรยณีย์ไทย, สมาคมขนส่งโลจิสติกส์, บริษัทแกร็บ และร้านธงฟ้า เป็นต้น โดยใช้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 และเซ็นทรัล เวสต์เกต เป็นจุด Drop off เพื่อกระจายสินค้า ภายใต้มาตรการควบคุมโรคของ ศบค. ซึ่งขณะนี้เป็นที่น่ายินดีว่าหลังจากเริ่มเปิดรับพรีออร์เดอร์มาเป็นเวลา 2 วัน ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมากที่สั่งซื้อกันเข้ามาในจำนวนเกินกว่า 100 ตันแล้ว

ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมังคุด 14 จังหวัดภาคใต้ จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เป็นการเร่งด่วน เพื่อร่วมกันประเมินสถานการณ์ปริมาณและราคาของมังคุด รวมทั้งผลสำเร็จของมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหามังคุดราคาตกต่ำที่ได้ดำเนินการไปแล้วของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งถึงแม้ว่าวันนี้จะมีสัญญาณที่ดีว่าราคามังคุดทั้งหน้าแผงและหน้าล้งปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนของเสถียรภาพราคา จึงต้องมีมาตรการเสริมเพื่อช่วยกระตุ้นการบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคในประเทศ ที่เป็นส่วนสำคัญในภาวะที่การส่งออกยังมีอุปสรรคจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งมังคุดภายใต้แคมเปญนี้ เป็นมังคุดดี สดจากต้น อร่อย ส่งตรงจากสวนเมืองใต้ ที่ตั้งใจปลูกโดยชาวสวนแท้ๆ รับประกันคุณภาพโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และที่สำคัญการซื้อมังคุดครั้งนี้รับทันทีสองต่อ คือ ได้ทานมังคุดดี ๆ และยังมีส่วนช่วยสร้างรอยยิ้ม และส่งกำลังใจให้ชาวสวนมังคุดด้วย จึงขอเชิญประชาชนทุกท่านให้ร่วมกันซื้อมังคุดคัดเกรค คุณภาพสดอร่อย ในราคา 4 โล 100 เพื่อช่วยเกษตรกรไทย

นอกจากนั้น ยังได้สั่งการล่วงหน้าให้ทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เช่น กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ช่วยกันซื้อมังคุด จนทำให้สามารถช่วยระบายมังคุดออกจากแหล่งผลิตหลายร้อยตัน นอกจากนี้ ยังขอให้ภาครัฐภาคเอกชนช่วยกันซื้อมังคุดให้มากที่สุด เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย

‘เกษตรกรวันหยุด’ Young Smart Farmer สสก.1 จ.ชัยนาท สร้างฟาร์มครบวงจร แปรรูปจิ้งหรีดสร้างมูลค่าเพิ่ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593484

'เกษตรกรวันหยุด' Young Smart Farmer สสก.1 จ.ชัยนาท สร้างฟาร์มครบวงจร แปรรูปจิ้งหรีดสร้างมูลค่าเพิ่ม

‘เกษตรกรวันหยุด’ Young Smart Farmer สสก.1 จ.ชัยนาท สร้างฟาร์มครบวงจร แปรรูปจิ้งหรีดสร้างมูลค่าเพิ่ม

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.06 น.

นายวีระชัย เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ภายใต้กิจกรรม “สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท” เพื่อเยี่ยมชมความสำเร็จของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer นายณธัชพงศ์ รักศรี และนายธนเดช ไชยพัฒรัตนา เปี่ยมสุขฟาร์ม ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา จ.ชัยนาท คนรุ่นใหม่ที่มีใจรักด้านการเกษตร และใช้เวลาว่างจากงานประจำมาทำการเกษตร ภายใต้แนวคิด “เกษตรกรวันหยุด”

ทั้งนี้ นายวีระชัย เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) ได้ดำเนินนโยบายขับเคลื่อนงานพัฒนาการเกษตรตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer ในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัดภาคกลาง จนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาให้ Young Smart Farmer ที่สมัครเข้าร่วม เกิดการพัฒนาจนกลายเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่ และที่สำคัญคือการเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการนำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาด

ด้านนายณธัชพงศ์ รักศรี กล่าวต่อว่า การสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer ถือเป็นการเติมเต็มความสำเร็จให้เกิดขึ้น จากเดิมที่มีแนวคิดเพียงอยากทำเพราะใจรัก มีความสุขกับการทำเกษตร ด้วยสิ่งต่างๆที่ได้รับช่วยทำให้เกิดการพัฒนาแนวคิดด้านธุรกิจเกษตร และเป็นจุดที่ทำให้ก้าวมาสู่การเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ อย่างจิ้งหรีด ซึ่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO) ได้เลือกให้แมลงเป็นสินค้าอาหารทางเลือกใหม่ โดยคาดว่าในปี 2023 ตลาดแมลงจะมีขนาดถึง 37,900 ล้านบาท

นายธนเดช ไชยพัฒรัตนา กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่จะทำฟาร์มจิ้งหรีดให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาเรียนรู้ให้ถ่องแท้ ตั้งแต่เรื่องของช่องทางการตลาด ต้นทุนการผลิตและผลตอบแทน ปัจจัยต่อการเจริญเติบโตของจิ้งหรีด ขั้นตอนการเลี้ยงและวัสดุที่ใช้ และที่สำคัญคือ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เพราะจะทำให้เกิดรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นจากปกติ ที่จะจำหน่ายจิ้งหรีดสดในราคากิโลกรัมละ 150 บาท เพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 4,000 บาทได้ เมื่อนำมาแปรรูปผงโปรตีน แป้งโปรตีน และสารสกัดจากจิ้งหรีด ผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมฟาร์ม หรือซื้อผลิตภัณฑ์ ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 095 695 9695หรือ piamsookfarm2016@gmail.com หรือ https://www.facebook.com/Piamsookfarms/

‘เฉลิมชัย’ เร่งช่วยชาวใต้ ดันราคามังคุดสี่โลร้อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593420

‘เฉลิมชัย’เร่งช่วยชาวใต้  ดันราคามังคุดสี่โลร้อย

‘เฉลิมชัย’เร่งช่วยชาวใต้ ดันราคามังคุดสี่โลร้อย

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

‘เฉลิมชัย’เร่งช่วยชาวใต้ ดันราคามังคุดสี่โลร้อย

“เฉลิมชัย” นำทัพคิกออฟแคมเปญขายมังคุดช่วยชาวใต้ ดีเดย์วันอาทิตย์นี้ ผนึกทุกภาคส่วนจำหน่ายทั่วประเทศทั้งออนไลน์ออฟไลน์ในราคาโปรโมชั่น 4 โล 100 มีออร์เดอร์ในมือกว่า 100 ตันพร้อมส่งตรงถึงบ้าน

7 ส.ค.2564 นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วย รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย คณะที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ร่วมแถลงข่าวว่า ตามที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ให้ขยายโครงการ “เกษตรกรแฮปปี้” โดยจะจัดแคมเปญใหญ่ในวัน วันที่ 8 เดือน 8 (สิงหาคม) ผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้สถานที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม9 เป็นจุดคิกออฟกระจายสินค้า ภายใต้มาตรการควบคุมโรคของ ศบค. เพื่อให้ทุกภาคส่วนทั่วประเทศสั่งซื้อมังคุดล่วงหน้าในราคา 4 โล 100 สำหรับมังคุดคละเกรดคุณภาพสดอร่อยภายใต้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เช่น บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์) บริษัท ไปรษณีย์ไทย สมาคมขนส่งโลจิสติกส์ บริษัทแกร็บ ประเทศไทย ร้านธงฟ้า ฯลฯ

โดยนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตร ในฐานะหัวหน้าทีมพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เฉพาะกิจ ที่มีคณะทำงานเป็นตัวแทนมาจากหลายภาคส่วน กล่าวว่า ขณะนี้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะรับออร์เดอร์มังคุดภายใต้แคมเปญดังกล่าว โดยจะใช้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 และเซ็นทรัล เวสต์เกต เป็นจุด Drop off เพื่อกระจายสินค้า ขณะนี้เป็นที่น่ายินดีว่าหลังจากเริ่มเปิดรับพรีออร์เดอร์มาเป็นเวลา 2 วัน ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมากที่สั่งซื้อกันเข้ามาในจำนวนเกิน 100 ตันแล้ว และจะเริ่มจัดส่งตรงถึงบ้านเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป

“ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัยย้ำว่า เราต้องดูแลชาวสวนทุกจังหวัดในภาคใต้พาฝ่าวิกฤตโควิดไปด้วยกัน แม้วันนี้จะมีสัญญาณที่ดีว่าราคามังคุดทั้งหน้าแผงและหน้าล้งปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนของเสถียรภาพราคา จึงต้องมีมาตรการเสริมเพื่อช่วยกระตุ้นการบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคในประเทศที่เป็นส่วนที่สำคัญในภาวะที่การส่งออกยังมีอุปสรรคจากสถานการณ์โควิด-19” นายอลงกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้คณะทำงานฟรุ้ทบอร์ดเฉพาะกิจมีผู้แทนมาจากหลายภาคส่วน ที่มาร่วมผนึกกำลังกันแก้ไขปัญหาราคามังคุด รวมถึงผลไม้อื่น ๆ เช่นลำไย เงาะ ลองกอง ทุเรียนที่กำประสบปัญหาล้นตลาดอาทิ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบการขายแบบ B to G นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ประธานคณะอนุกรรมการธุรกิจการเกษตร นายกฤชฐา โภคาสถิตย์ ประธานอนุกรรมการ อีคอมเมิร์ซ กระทรวงเกษตรฯ.รับผิดชอบการขายแบบ B to B รวมถึงการขายผ่านเครือข่ายสภาอุตสาหกรรม หอการค้า การขายตรงถึงผู้บริโภครวมถึงช่องทางอื่น ๆ ในขณะที่นางดรุณวรรณจะรับผิดชอบการขายและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยมีนายณฐกร สุวรรณธาดา และนายวิเชียร สุขพันธ์ คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ รับผิดชอบแหล่งผลิตผลไม้และจุดกระจายผลไม้

“มังคุดภายใต้แคมเปญนี้เป็นมังคุดดี สดจากต้น อร่อย ส่งตรงจากสวนเมืองใต้ ที่ตั้งใจปลูกโดยชาวสวนแท้ ๆ รับประกันคุณภาพโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การซื้อมังคุดครั้งนี้รับทันทีสองต่อคือได้ทานมังคุดดี และยังมีส่วนช่วยสร้างรอยยิ้ม และส่งกำลังใจให้ชาวสวนมังคุดด้วย ภายใต้แนวคิด “คนกินยิ้มได้ เกษตรกรไทย Happy” สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ช่องทางต่าง ๆ ตามที่ได้แจ้งไว้ในช่วงต้น” นางดรุณวรรณ กล่าว

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้รัฐมนตรีเกษตรฯ ในฐานะประธาน Fruit Board ได้สั่งการล่วงหน้าให้ทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ช่วยกันซื้อมังคุด เช่น กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทำให้ช่วยระบายมังคุดออกจากแหล่งผลิตหลายร้อยตัน และขอให้ภาครัฐภาคเอกชนช่วยกันซื้อมังคุดให้มากที่สุด และนายเฉลิมชัยจะเป็นผู้นำในการคิกออฟแคมเปญด้วยตัวเองในวันอาทิตย์นี้ด้วย

สสก.1 จ.ชัยนาท ชู Young Smart Farmer หนุนแนวคิด สร้างโอกาสทำเงินจากผลิตภัณฑ์แปรรูป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593410

สสก.1 จ.ชัยนาท ชู Young Smart Farmer   หนุนแนวคิด สร้างโอกาสทำเงินจากผลิตภัณฑ์แปรรูป

สสก.1 จ.ชัยนาท ชู Young Smart Farmer หนุนแนวคิด สร้างโอกาสทำเงินจากผลิตภัณฑ์แปรรูป

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.11 น.

7 สิงหาคม 2564 นายวีระชัย เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ภายใต้กิจกรรม “สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท” เพื่อเยี่ยมชมความสำเร็จของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer ประกอบด้วย เปี่ยมสุขฟาร์ม ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา และ สวนส้มโออำนวย ตำบลนางลือ อ.เมืองชัยนาท

ทั้งนี้ นายวีระชัย เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) ได้ดำเนินนโยบายขับเคลื่อนงานพัฒนาการเกษตรตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer ในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี และกรุงเทพมหานคร จนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาให้ Young Smart Farmer ที่สมัครเข้าร่วม เกิดการพัฒนาจนกลายเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่ ที่มีความรู้อย่างถ่องแท้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในยุคเกษตร 4.0 ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดถึงนวัตกรรมตามหลักการธุรกิจเกษตร การนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการผลิตและการตลาด และที่สำคัญคือ การเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการนำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาด

นายวีระชัย กล่าวต่อไปว่า วันนี้ Young Smart Farmer ภายใต้การส่งเสริมและพัฒนาของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท สามารถเป็นต้นแบบ และเป็นผู้นำในการพัฒนาการเกษตรของชุมชนได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ดังเช่นเปี่ยมสุขฟาร์ม ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา จ.ชัยนาท ของ นายณธัชพงศ์ รักศรี และนายธนเดช ไชยพัฒรัตนา ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักด้านการเกษตร และใช้เวลาว่างจากงานประจำมาทำการเกษตร ภายใต้แนวคิด เกษตรกรวันหยุด โดยทั้งสองคนได้สมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer ของจังหวัดชัยนาทในปี 2562 จากการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท วันนี้จึงได้ประสบความสำเร็จในการทำสวนเกษตร ที่เน้นการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลัก อีกทั้งยังเพิ่มมูลค่าด้วยการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จนเป็นอีกหนึ่งต้นแบบที่น่าสนใจ

“ ขณะที่ นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ ซึ่งได้สมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer ของจังหวัดชัยนาทในปี 2564 ถือเป็นอีกหนึ่ง Young Smart Farmer ต้นแบบจากการพัฒนาของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท จนประสบความสำเร็จในการนำผลผลิตส้มโอมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพและปลอดภัยตรงตามที่ตลาดต้องการ ดังนั้นในวันนี้สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 และต้องการกลับบ้านเกิดเพื่อมาประกอบอาชีพการเกษตร การสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดต่าง ๆได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือจังหวัดที่อยู่ใกล้บ้าน” นายวีระชัยกล่าว

ขณะที่ นายณธัชพงศ์ รักศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer ถือเป็นการเติมเต็มความสำเร็จให้เกิดขึ้น จากเดิมที่มีแนวคิดเพียงอยากทำเพราะใจรัก มีความสุขกับการทำเกษตร ด้วยสิ่งต่างๆที่ได้รับช่วยทำให้เกิดการพัฒนาแนวคิดด้านธุรกิจเกษตร และเป็นจุดที่ทำให้ก้าวมาสู่การเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ อย่างจิ้งหรีด ซึ่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO) ได้เลือกให้แมลงเป็นสินค้าอาหารทางเลือกใหม่ โดยคาดว่าในปี 2023 ตลาดแมลงจะมีขนาดถึง 37,900 ล้านบาท

“การที่จะทำฟาร์มจิ้งหรีดให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาเรียนรู้ให้ถ่องแท้ ตั้งแต่เรื่องของช่องทางการตลาด ต้นทุนการผลิตและผลตอบแทน ปัจจัยต่อการเจริญเติบโตของจิ้งหรีด ขั้นตอนการเลี้ยงและวัสดุที่ใช้ และที่สำคัญคือ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เพราะจะทำให้เกิดรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นจากปกติ ที่จะจำหน่ายจิ้งหรีดสดในราคากิโลกรัมละ 150 บาท เพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 4,000 บาทได้ เมื่อนำมาแปรรูปผงโปรตีน แป้งโปรตีน และสารสกัดจากจิ้งหรีด” นายณธัชพงศ์ กล่าว

ส่วน นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ กล่าวว่า จากผลกระทบของสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด – 19 ทำให้ธุรกิจส่วนตัวที่ทำไม่สามารถไปต่อไป จึงตัดสินใจกลับมายังบ้านเกิดที่จังหวัดชัยนาท เริ่มต้นใหม่ด้วยการทำสวนส้มโอ โดยวางแผนที่จะพัฒนาให้มีการต่อยอดผลผลิตด้วยการแปรรูปออกจำหน่าย แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเกษตรสมัยใหม่ นั่นจึงเป็นที่มาของการสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จากองค์ความรู้จากข้อแนะนำทั้งแนวทางและแนวคิด ส่งผลให้เกิดแนวคิดและช่องทางของการก้าวเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่

“ การเข้าร่วม Young Smart Farmer ทำให้ผมตกผลึกทางความคิด และเลือกที่จะทำเกษตรสุขภาพควบคู่กับการแปรรูป แบบ ZERO WASTE ที่เน้นจุดขายที่ว่า ปลูกสุขภาพจากดิน ส่งสุขภาพถึงมือคุณ ทั้งนี้ในการแปรรูปแบบ ZERO WASTE นั้นจะนำทุกส่วนของผลส้มโอมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยเริ่มจากส่วนของผลและกุ้ง นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์น้ำส้มโอสกัดเย็น, ไอศกรีมส้มโอ, แยมส้มโอ, น้ำส้มโอแบบผงชงดื่ม และวิตามินเม็ดฟูละลายน้ำจากส้มโอ ขณะที่ส่วนของเยื่อสำลีส้มโอ จะนำมาแปรรูปเป็นกระดาษจากเยื่อสำลีส้มโอ, แผ่นมาร์คหน้าส้มโอและครีมมาร์คหน้าส้มโอ สำหรับในส่วนของผิว จะนำมาแปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยเปลือกส้มโอชนิดต่าง ๆ ชาเปลือกส้มโอ เซรั่มส้มโอ, แคปซูลจากเปลือกส้มโอ และเปลือกส้มโออบบ๊วยอบแห้ง” นายสุทธิพจน์ กล่าวในที่สุด

‘เฉลิมชัย’ ชูแคมเปญขายมังคุด 100 ตันวันที่ 8 เดือน 8 ดีเดย์พรุ่งนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593318

‘เฉลิมชัย’ชูแคมเปญขายมังคุด100ตันวันที่8เดือน8ดีเดย์พรุ่งนี้

‘เฉลิมชัย’ชูแคมเปญขายมังคุด100ตันวันที่8เดือน8ดีเดย์พรุ่งนี้

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.11 น.

“เฉลิมชัย” นำทัพคิกออฟแคมเปญขายมังคุดวันที่ 8 เดือน 8  ดีเดย์พรุ่งนี้ผนึกทุกภาคส่วนจำหน่ายทั่วประเทศทั้งออนไลน์ออฟไลน์ในราคาโปรโมชั่น 4 โล 100 มีออร์เดอร์ในมือกว่า 100 ตันพร้อมส่งตรงถึงบ้าน

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564 นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ร่วมแถลงข่าววันนี้ว่า ตามที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ขยายโครงการ “เกษตรกรแฮปปี้” โดยจะจัดแคมเปญใหญ่ในวันพรุ่งนี้ วันที่ 8 เดือน 8 (สิงหาคม) ผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้สถานที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม9  เป็นจุดคิกออฟกระจายสินค้า ภายใต้มาตรการควบคุมโรคของ ศบค. เพื่อให้ทุกภาคส่วนทั่วประเทศสั่งซื้อมังคุดล่วงหน้าในราคา 4 โล 100 สำหรับมังคุดคละเกรดคุณภาพสดอร่อยภายใต้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เช่น บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์)  บริษัท ไปรษณีย์ไทย สมาคมขนส่งโลจิสติกส์ บริษัทแกร็บ ประเทศไทย ร้านธงฟ้า ฯลฯ

โดยนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าทีมพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เฉพาะกิจ ที่มีคณะทำงานเป็นตัวแทนมาจากหลายภาคส่วน กล่าวว่า ขณะนี้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะรับออร์เดอร์มังคุดภายใต้แคมเปญดังกล่าว โดยจะใช้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 และเซ็นทรัล เวสต์เกต เป็นจุด Drop off เพื่อกระจายสินค้า ขณะนี้เป็นที่น่ายินดีว่าหลังจากเริ่มเปิดรับพรีออร์เดอร์มาเป็นเวลา 2 วัน ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมากที่สั่งซื้อกันเข้ามาในจำนวนเกิน 100 ตันแล้ว และจะเริ่มจัดส่งตรงถึงบ้านเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป

“ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัยย้ำว่า เราต้องดูแลชาวสวนทุกจังหวัดในภาคใต้พาฝ่าวิกฤตโควิดไปด้วยกัน แม้วันนี้จะมีสัญญาณที่ดีว่าราคามังคุดทั้งหน้าแผงและหน้าล้งปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนของเสถียรภาพราคา จึงต้องมีมาตรการเสริมเพื่อช่วยกระตุ้นการบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคในประเทศที่เป็นส่วนที่สำคัญในภาวะที่การส่งออกยังมีอุปสรรคจากสถานการณ์โควิด-19” นายอลงกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ คณะทำงานฟรุ้ทบอร์ดเฉพาะกิจมีผู้แทนมาจากหลายภาคส่วน ที่มาร่วมผนึกกำลังกันแก้ไขปัญหาราคามังคุด รวมถึงผลไม้อื่น ๆ เช่นลำไย เงาะ ลองกอง ทุเรียนที่กำประสบปัญหาล้นตลาดอาทิ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบการขายแบบ B to G นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ประธานคณะอนุกรรมการธุรกิจการเกษตร นายกฤชฐา โภคาสถิตย์ ประธานอนุกรรมการ         อีคอมเมิร์ซ กระทรวงเกษตรฯ.รับผิดชอบการขายแบบ B to B รวมถึงการขายผ่านเครือข่ายสภาอุตสาหกรรม หอการค้า การขายตรงถึงผู้บริโภครวมถึงช่องทางอื่น ๆ

ด้านนางดรุณวรรณจะรับผิดชอบการขายและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยมีนายณฐกร สุวรรณธาดา และนายวิเชียร สุขพันธ์ คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ รับผิดชอบแหล่งผลิตผลไม้และจุดกระจายผลไม้

“มังคุดภายใต้แคมเปญนี้เป็นมังคุดดี สดจากต้น อร่อย ส่งตรงจากสวนเมืองใต้ ที่ตั้งใจปลูกโดยชาวสวนแท้ ๆ รับประกันคุณภาพโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การซื้อมังคุดครั้งนี้รับทันทีสองต่อคือได้ทานมังคุดดี และยังมีส่วนช่วยสร้างรอยยิ้ม และส่งกำลังใจให้ชาวสวนมังคุดด้วย ภายใต้แนวคิด “คนกินยิ้มได้ เกษตรกรไทย Happy” สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ช่องทางต่าง ๆ ตามที่ได้แจ้งไว้ในช่วงต้น” นางดรุณวรรณ กล่าว

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้รัฐมนตรีเกษตรฯ ในฐานะประธาน Fruit Board ได้สั่งการล่วงหน้าให้ทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ช่วยกันซื้อมังคุด เช่น กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทำให้ช่วยระบายมังคุดออกจากแหล่งผลิตหลายร้อยตัน และขอให้ภาครัฐภาคเอกชนช่วยกันซื้อมังคุดให้มากที่สุด และนายเฉลิมชัยจะเป็นผู้นำในการคิกออฟแคมเปญด้วยตัวเองในวันอาทิตย์นี้ด้วย

สถานีเกษตร-สิ่งแวดล้อม : กรมชลฯใช้เทคโนโลยีสู้โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593000

สถานีเกษตร-สิ่งแวดล้อม : กรมชลฯใช้เทคโนโลยีสู้โควิด-19

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) อย่างหนักอยู่ในขณะนี้  ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหน่วยงานราชการแทบทุุกหน่วยงานก็ว่าได้   รัฐบาลมีนโยบายให้ทำงานที่บ้าน (WFH) เพื่อลดการการแพร่ระบายของ COVID-19

กรมชลประทาน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเรื่องการบริหารจัดการน้ำของประเทศก็เช่นเดียวกันได้รับผลกระทบในการทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของCOVID-19ดังกล่าว   เนื่องจากบุคลากรส่วนใหญ่จะต้องทำงานที่บ้าน และบางส่วนยังต้องกักตัวอีกด้วย

แต่การบริการจัดการน้ำของกรมชลประทานยังสามารถขับเคลื่อนได้โดยไม่สะดุด  เพราะได้มีการนำเทค โนโลยีสมัยใหม่มาใช้

ดร.ทวีศักดิ์   ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมชลประทานได้การพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก็เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อันจะเกิดขึ้นในอนาคตมาอย่างต่อเนื่อง  ไม่ว่าจะเป็น การดำเนินการติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ   โดย ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(Smart Water Operation Center : SWOC ) ที่ดำเนินการร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information Communication Technology : ICT)    เพื่อการนำเทคโนโลยีมาใช้  เช่น ระบบโทรมาตรและ CCTV เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการพยากรณ์แบบ Real Time รวมทั้งการพัฒนาระบบ IOT (Internet Of Thing) และระบบSCADA  เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีใช้เทคโนลียีที่ทันสมัยด้านการสำรวจ ติดตามสถานการณ์น้ำของอ่างเก็บน้ำและในลำน้ำ ตลอดจนการเพาะปลูก โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ ทุ่นวัดระดับน้ำโดยใช้พิกัดดาวเทียม และการใช้โดรน  ดำเนินการโดยสำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา

รวมทั้งยังได้ดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงของเขื่อน กรมชลประทานใช้ระบบMechatronics  ตรวจดูโครงสร้างเขื่อน เพื่อตรวจสอบความมั่นคงของเขื่อนให้มีความพร้อมในการกักเก็บน้ำและการระบายน้ำ   โดยข้อมูลในทุกส่วนงานจะถูกบูรณาการในรูปแบบ Big Data โดยมี SWOC เป็นศูนย์กลาง ช่วยให้บริหารจัดการน้ำของกรม ชลประทานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

SWOC ก่อตั้งในปี 2557 มีการพัฒนาระบบ ICT มาอย่างต่อเนื่อง  โดยมีสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเลขานุการ ทำหน้าที่บูรณาการกับหน่วยงานภายในกรมชลประทาน และนอกกรมชลประทาน ในการบูรณาการข้อมูล ติดตามสถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการ

“ภายใต้สภาวะโรคระบาดCOVID-19ในปัจจุบัน การสั่งการ ติดตามงานต่าง ๆ จากกรมชลประทานโดยอธิบดีและรองอธิบดีกรมชลประทานทุกสายงาน สามารถดำเนินการผ่าน SWOC ที่ตั้งอยู่ในส่วนกลาง  และSWOC ของสำนักชลประทานทั่วประเทศรวม 17 แห่ง รวมถึงการประชุมผ่านวิดีโอร่วมกับหน่วยงานของกรมชลประทานทั่วประเทศได้โดยไม่ต้องเดินทางเข้า-ออกในพื้นที่เสี่ยง” ดร.ทวีศักดิ์กล่าว

กรมชลประทานยังนำเทคโนโลยีไปใช้ในเรื่องการมีส่วนร่วมของเกษตรกรผู้ใช้น้ำ  โดยได้ออกแบบ Application  ที่ใช้งานบนสมาร์ทโฟน เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลสถานการณ์น้ำ สภาพการส่งน้ำ ระดับน้ำ   ระบบโทรมาตร  ตลอดจนการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำได้ตลอดเวลา ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของในระบบชลประทาน  นอกจากนี้ Application ยังเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และ GISDA เพื่อให้เกิดความถูกต้องแม่นยำแก่ผู้รับข่าวสาร 

รวมทั้งมีการนำ แพลทฟอร์ม LINE Messenger มาใช้ในการสื่อสารระหว่างกรมชลประทานกับเกษตรกร กลุ่มผู้ใช้น้ำ เพื่อเว้นระยะห่างลดการพบปะแบบตัวต่อตัว ตามมาตรการของรัฐบาล   ในขณะที่การขับเคลื่อนงานยังเดินหน้าต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ

รัฐศักดิ์  พลสิงห์

GDP เกษตร Q2 โต 1.2% คาดทั้งปียังขยายตัวที่ 1.7 – 2.7% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593001

GDPเกษตรQ2โต1.2% คาดทั้งปียังขยายตัวที่1.7 – 2.7%

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายฉันทานนท์   วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึง ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 2 ปี 2564 (เมษายน – มิถุนายน 64) พบว่า ขยายตัวร้อยละ 1.2 โดยปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปี 2563 ที่หดตัวถึงร้อยละ 3.1 เนื่องจากปัญหาสภาพอากาศที่ร้อนจัด หลายพื้นที่ของประเทศประสบภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง ทำให้มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการผลิตทางการเกษตร ขณะที่สถานการณ์ในปี 2564 มีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 และช่วงต้นปี 2564 ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมในอ่างเก็บน้ำที่สำคัญและในแหล่งน้ำตามธรรมชาติเพิ่มขึ้น เกษตรกรจึงสามารถทำการเพาะปลูกได้ รวมทั้งสภาพอากาศโดยทั่วไปที่เอื้ออำนวย ไม่ประสบปัญหาภัยแล้งที่รุนแรง ทำให้สถานการณ์การผลิตพืชและปศุสัตว์ดีกว่าปีที่ผ่านมา ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น จูงใจให้เกษตรกรเพิ่มปริมาณการผลิต นอกจากนี้ นโยบายและมาตรการของภาครัฐ อาทิ การส่งเสริมอาชีพเกษตร การพัฒนาช่องทางการตลาดทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์ การประกันรายได้สินค้าเกษตรที่สำคัญ และการพักชำระหนี้ ทำให้เกษตรกรสามารถทำการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อการกระจายสินค้าเกษตรในบางพื้นที่ รวมถึงกิจกรรมการผลิตของโรงงานแปรรูปบางแห่งต้องหยุดชะงักลง ทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรบางชนิดชะลอตัวลงไปด้วย

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรในปี 2564 สศก. คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 1.7 – 2.7 เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยทุกสาขาการผลิตมีแนวโน้มขยายตัว เนื่องจากปริมาณฝนที่มีมากขึ้นในช่วงต้นปี และคาดว่าจะมีปริมาณฝนตกในระดับปกติในช่วงครึ่งหลังของปี ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติมีมากขึ้น เพียงพอสำหรับการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ประกอบกับการดำเนินนโยบายและมาตรการของภาครัฐในด้านการบริหารจัดการการผลิตและการตลาดที่มีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีในการผลิต และการยกระดับคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ความแปรปรวนของสภาพอากาศ แนวโน้มราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อการกระจายสินค้า ต้นทุนการผลิต และการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์

ด้านนางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการ สศก. กล่าวในรายละเอียดแต่ละสาขาว่า ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร ที่ขยายตัวได้ในไตรมาส 2 เป็นผลจากการขยายตัวของทุกสาขา ยกเว้นสาขาประมงที่หดตัว โดย สาขาพืช ขยายตัว   ร้อยละ 2.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 สาขาปศุสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 สาขาบริการทางการเกษตร ขยายตัวร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563สาขาป่าไม้ ขยายตัวร้อยละ 2.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 เช่นกัน ส่วนสาขาประมง เป็นสาขาที่หดตัวร้อยละ 3.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 เป็นผลมาจากผลผลิตประมงทะเลในส่วนของปริมาณสัตว์น้ำที่นำขึ้นท่าเทียบเรือในภาคใต้ลดลงจากสภาพอากาศที่แปรปรวน จำนวนวันที่ชาวประมงนำเรือออกไปจับสัตว์น้ำจึงลดลง ส่วนปริมาณกุ้งทะเล ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เกษตรกรจึงปรับลดพื้นที่การเลี้ยงลดจำนวนลูกพันธุ์ และชะลอการลงลูกกุ้ง

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรเพื่อรองรับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป และปรับสู่รูปแบบการเกษตรวิถีใหม่เพื่อความมั่นคงในภาคการเกษตร อาทิ 1) นโยบาย “ตลาดนำการผลิต” 2) การพัฒนาฐานข้อมูลและระบบโลจิสติกส์พัฒนาฐานข้อมูล Big Data ในการใช้ประโยชน์และเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานต่าง ๆ 3) เกษตรอัจฉริยะและเกษตรแม่นยำสูง พัฒนาศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) โดยเชื่อมโยงการทำงานกับ ศพก. เพื่อยกระดับสู่การทำเกษตรสมัยใหม่และเกษตรแบบแม่นยำ (Precision Agriculture) 4) การบริหารจัดการที่ดินและแหล่งน้ำ เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินตรงตามศักยภาพของที่ดิน 5) สินค้าเกษตรคุณภาพและมูลค่าสูง ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างแบรนด์ให้กับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ ส่งเสริมการแปรรูปสินค้าจากความหลากหลายทางชีวภาพ6) การเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 7) การสร้างความเข้มแข็งในสถาบันเกษตรกร

‘เฉลิมชัย’ ดันโครงการ ‘เกษตรกร Happy’ เร่งขายผลไม้ไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/592754

‘เฉลิมชัย’ดันโครงการ  ‘เกษตรกร Happy’  เร่งขายผลไม้ไทย

‘เฉลิมชัย’ดันโครงการ ‘เกษตรกร Happy’ เร่งขายผลไม้ไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

‘เฉลิมชัย’ดันโครงการ ‘เกษตรกร Happy’

เร่งขายผลไม้ไทย ดึงไปรษณีย์ช่วยส่ง

รมว.เกษตรฯดันจัดทำโครงการ“เกษตรกร Happy” ส่งเสริมการขายผลไม้ไทย พร้อมอุดหนุนผลไม้จัดส่งให้เจ้าหน้าที่ด่านหน้าเพื่อเป็นกำลังใจ พร้อมดึงไปรษณีย์ร่วมช่วยส่งระบายขณะที่ปชป.ผนึกทุ่มกำลังแก้ไขปัญหามังคุด ราคาตกล้นตลาด

เมื่อวันที่ 4สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก“ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” ว่าในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาส รัฐบาลโดยการบูรณาการกันของ 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ร่วมจัดทำโครงการ“เกษตรกร Happy”เพื่อส่งเสริมการขายผลไม้ไทย ที่กำลังประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำและไม่สามารถกระจายไปยังตลาดต่างประเทศได้ในช่วงนี้ ด้วยการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของไปรษณีย์ไทย ทั้งเฟซบุ๊ก Thailandpostmart หรือเว็บไซต์ http://www.thailandpostmart.com โดยมีช่องทาง Line My Shop และ QR Code ให้ผู้ซื้อสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลไม้และราคาที่นำมาขายด้วย ทั้งนี้ฟรีทั้งค่าบรรจุหีบห่อและค่าขนส่งทั่วประเทศ

“เมื่อวานนี้ผม และคณะรัฐมนตรี ได้ร่วมกันอุดหนุนผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรในโครงการนี้โดยขอส่งเป็นกำลังใจไปให้กับเจ้าหน้าที่และจิตอาสาด่านหน้าที่ทำงานตรากตรำปกป้องแนวหลังให้ปลอดภัยจากโควิดนะครับ และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมอุดหนุนโครงการ ร่วมปันน้ำใจจากแนวหลังสู่แนวหน้า”พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ นอกจากนี้นายกฯ ยังเห็นว่า การจำหน่ายดังกล่าวเป็นช่องทางการขายแบบ New Normal ของเกษตรกรไทย ที่ปรับตัวสู่ตลาดออนไลน์ และสามารถนำไปปรับใช้กับทุกสินค้าเกษตร สินค้าประจำถิ่น รวมทั้ง OTOP และ SME อีกด้วย

ด้าน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ กล่าวว่าร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ จัดทำโครงการ“เกษตรกร Happy”โดย ขอความร่วมมือไปยังบริษัทไปรษณีย์ไทย เปิดให้บริการเป็นกรณีพิเศษเร่งด่วนพร้อมกัน 105 สาขาใน 7จังหวัดภาคใต้ตอนบนให้นำส่งผลไม้จากเกษตรกรถึง ผู้รับในพื้นที่สีแดงทุกพื้นที่ ซึ่งได้รับการยืนยันว่าบริษัท ไปรษณีย์ไทย จะเร่งกำชับไปรษณีย์ทุกสาขาดำเนินการตามข้อเสนอ แต่การจัดส่งอาจช้ากว่าปกติ 1 วัน เพราะต้องใช้สาขาปลายทางที่อยู่นอกพื้นที่สีแดง ผลัดเวรกันส่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้พนักงานสบางคนของสาขาในพื้นที่สีแดงติดโควิด-19 โดยไปรษณีย์ไทยจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อช่วยชาวสวน ซึ่งขอขอบคุณบริษัทไปรษณีย์ไทยและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ดีอีเอสที่ร่วมมือ

นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือไปยังบริษัทเคอรรี่ ซึ่งตกลงที่จะเปิดบริการอีกครั้งเช่นกัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19 เนื่องจากระบบขนส่งเป็นกลไกสำคัญในการค้าขายและระบายผลไม้ออกจากแหล่งผลิตทั้งการค้าแบบออฟไลน์และออนไลน์

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ห่วงใยเกษตรกรมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ ประสานกับหน่วยงานต่างๆช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเมื่อวานนี้นายกฯซื้อผลไม้ทั้งมังคุดภาคใต้และลำไยภาคเหนือ แล้วส่งมอบเป็นกำลังใจไปให้กับเจ้าหน้าที่และจิตอาสาด่านหน้าด้วย

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่ามอบหมายให้ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารมว. เกษตรฯ เดินทางไปภาคใต้ เพื่อช่วยแก้ไขขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และปัญหาการขาดแคลนแรงงานรวมทั้งการขอความร่วมมือผู้ประกอบการค้าผลไม้(ล้ง)ทั้งค้าภายในและส่งออกให้ลงมาซื้อมังคุดด้วยมาตรการที่ยืดหยุ่นมากขึ้นโดยประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เกี่ยวข้องทำให้สถานการณ์เริ่มกระเตื้องขึ้น เช่นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีล้งเข้ามาซื้อขายมังคุดและผลไม้เพิ่มขึ้นจาก 40 ล้งเป็น 146 ล้ง

อีกทั้งสมาคมผู้ส่งออกทุเรียนมังคุดแจ้งว่า สามารถจองตู้คอนเทนเนอร์ที่จะส่งออกผลไม้ทางเรือได้แล้วตั้งแต่วันที่2ส.ค.ซึ่งจะทำให้ลดการขนส่งทางรถไปประเทศจีนที่แออัดติดขัดที่ด่านโหยวอี้กวนและด่านโมฮ่านมีผลจนทำให้ตู้คอนเทนเนอร์หมุนกลับมาภาคใต้ไม่ทันนั้นดีขึ้น หากตู้คอนเทนเนอร์ทยอยกลับมาขนมังคุดได้มากขึ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า จะทำให้การซื้อขายเพิ่มขึ้นและส่งผลต่อราคาที่จะขยับตัวสูงขึ้น

“ขอให้คนไทยช่วยกันอุดหนุนผลไม้ไทย ผ่าน facebook : Thailandpostmart และเว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทย http://www.Thailandpostmart.com ได้แก่ มังคุด จ.นครศรีธรรมราช เงาะ จ.สุราษฎร์ธานี และลำไย จ.พะเยา ด้วยการการตลาดแบบใหม่ใช้ช่องทาง Line My Shop และ QR Code ให้ผู้ซื้อ/ลูกค้า ทราข้อมูลเกี่ยวกับผลไม้และราคาที่นำมาขายและสามารถสแกนซื้อที่ QR Code ของโครงการได้เลย โดยกระทรวงพาณิชย์จะสนับสนุนค่าขนส่งและค่ากล่องให้กับประชาชนที่สั่งซื้อผลไม้ออนไลน์ผ่าน Thailandpostmart ของไปรษณีย์ซึ่งไปรษณีย์ไทยจัดส่งให้ฟรีทั่วไทยด้วย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากนี้อาจส่งมอบแก่บุคลากรด่านหน้าเพื่อเป็นกำลังใจด้วย”นายเฉลิมชัยกล่าว

ขณะที่นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์กล่าวว่า จากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงมาตรการป้องกันและควบคุมเชื้อโรคของประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกมังคุดและผลไม้อื่นๆของไทย ที่เกิดจากปัญหาการขนส่งล่าช้า การขาดแคลนตู้คอนเทรนเนอร์และตะกร้าใส่ผลไม้ รวมทั้งปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าพื้นที่ที่ทำได้ยาก การขาดแคลนแรงงาน และตะกร้ามีไม่พอเช่นกัน ซึ่งหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งระดับนโยบายและระดับพื้นที่ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน กระทรวงพาณิชย์ มีแนวทางมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยกระจายมังคุดในประเทศ

1.เชื่อมโยงและกระจายมังคุดออกนอกแหล่งผลิตโดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการแก่ศูนย์กระจายในจังหวัดแหล่งผลิตกิโลกรัมละ3บาทซึ่งกรมการค้าภายในโอนเงินให้จังหวัดดำเนินการจำนวน 50,850,000 บาท ตามที่ฟรุ้ตบอร์ด อนุมัติเพื่อกระจายมังคุดจำนวน16,950ตัน ออกนอกแหล่งผลิตอย่างเร่งด่วน 2. สนับสนุนค่าขนส่งสำหรับผลไม้ที่ส่งผ่านไปรษณีย์กรมการค้าภายในร่วมกับบริษัทไปรษณีย์ไทยสนับสนุนกล่องไปรษณีย์และสติกเกอร์ส่งฟรีผลไม้ทั่วประเทศส่งเสริมการขายผ่านออนไลน์แก่เกษตรกรรายย่อยจำนวน 20,000 กล่องกล่องละ 10 กิโลกรัมเพื่อช่วยกระจายผลเม้ 2000 ตันโดยได้จัดส่งกล่องพร้อมสติกเกอร์ให้จังหวัดต่างๆ แล้ว 3. เชื่อมโยงผู้รับซื้อของกรมการค้าภายในให้ช่วยเร่งระบายมังคุดเกรดรองหรือตกเกรดออกจากแหล่งผลิตโดยเร่งด่วน กรณีเกิดปัญหาระบายมังคุดไม่ทันในบางพื้นที่

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.จังหวัดสงขลา และ รมช.คมนาคม เป็นตัวแทนเพื่อรับ–ส่งมังคุดจากจังหวัดนครศรีธรรมราชรวม12ตันจากการประสานของนายชัยชนะ เดชเดโชและน.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช เพื่อส่งให้กับตัวแทน ส.ส.ทั้งในเขตกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ อาทิตัวแทน ส.ส.อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จ.ราชบุรี ส.ส.สินธพ แก้วพิจิตร จ.นครปฐม ส.ส.รังสิมา รอดรัศมี จ.สมุทรสาคร อดีตส.ส.ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร จ.กาญจนบุรี อดีตส.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ จ.ลพบุรีและมีตัวแทนอดีต ส.ส.เขตกทม. เดินทางจากพื้นที่เพื่อมารับมังคุดไปกระจายในพื้นที่ต่อไป

หลังจากพี่น้องชาวสวนมังคุดในหลายพื้นที่ภาคใต้ มีผลผลิตออกมามาก พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคฯนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคจึงให้ทุกภาคส่วนของพรรคร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหามังคุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานีและจังหวัดอื่นๆในภาคใต้โดยให้ ส.ส.ของพรรคและสำนักงานใหญ่ช่วยกันระบายมังคุดพร้อมรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคมังคุดมากขึ้น