‘คุรุสภา’ คว้าเกรด A องค์กรคุณธรรม-โปร่งใส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598242

'คุรุสภา'คว้าเกรด A องค์กรคุณธรรม-โปร่งใส

‘คุรุสภา’คว้าเกรด A องค์กรคุณธรรม-โปร่งใส

วันเสาร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.58 น.

“ดิศกุล” ปลื้มผลการประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ 2564 คะแนนคุณธรรมและความโปร่งใส ได้  93.25 คะแนน อยู่ในระดับ A  ตัวชี้วัดการเปิดเผยข้อมูล-ป้องกันการทุจริต ได้เต็ม 100 คะแนน ติดอันดับ 3 ของกระทรวงศึกษาธิการ

ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา  เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้เข้าร่วมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment หรือ ITA ) ประจำปี งบประมาณ 2564 ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ผลปรากฏว่า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้รับผลคะแนน 93.25  จากคะแนนเต็ม 100 อยู่ในระดับ A ของเกณฑ์การประเมิน ซึ่งหมายถึง หน่วยงานสามารถดำเนินการได้ค่อนข้างครบถ้วน และมีแนวปฏิบัติที่ดีในการดำเนินการตามตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมิน ITA โดยมีบางส่วนที่ต้องปรับปรุงหรือเปิดเผยข้อมูลราวร้อยละ 5-15 ของตัวชี้วัดหรือข้อคำถามทั้งหมด ซึ่งเกณฑ์ตัวชี้วัดการประเมินผลมีทั้งหมด 10 ด้าน โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้คะแนนในด้านต่างๆ ดังนี้ 1.การเปิดเผยข้อมูล 100 คะแนน  2.การป้องกันการทุจริต 100 คะแนน  3.การปฏิบัติหน้าที่ 96.16  คะแนน  4.การแก้ไขปัญหาการทุจริต 93.46 คะแนน  5.การใช้อำนาจ  93.17 คะแนน 6.การใช้งบประมาณ  93.14 คะแนน 7.การใช้ทรัพย์สินของราชการ 92.05 คะแนน 8.คุณภาพการดำเนินงาน 87.36  คะแนน 9.ประสิทธิภาพการสื่อสาร 83.06 คะแนน และ 10.การปรับปรุงการทำงาน  81.25 คะแนน  และเมื่อพิจารณาในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ผลการประเมินเป็นลำดับที่ 3 โดยสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ได้อันดับ 1 และ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้อันดับ 2

“การประเมิน  ITA  เปรียบเสมือนเครื่องมือตรวจสุขภาพองค์กร ประจำปี ที่ทำให้คุรุสภาได้รับทราบถึงสถานะและปัญหาการดำเนินงาน ด้านคุณธรรมและความโปร่งใสขององค์กร ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาให้ความสำคัญกับการดำเนินงานในทุกๆ ด้าน โดยปีนี้เราได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน ในตัวชี้วัด 2 เรื่อง คือ เรื่องการเปิดเผยข้อมูล และเรื่องการป้องกันการทุจริต เพราะคุรุสภา มีความตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูล โดยได้ดำเนินการปรับปรุงการให้บริการในรูปแบบออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพตอบสนองต่อนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และประชาชนทั่วไป ทั้งในรูปแบบของการให้ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ ในทุกๆช่องทาง และเผยแพร่ที่เว็บไซต์ของคุรุสภาเอง “ ดร.ดิศกุล กล่าว

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันคุรุสภาก็ได้ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามนโยบายรัฐบาลและมาตรการของ ศธ.โดยคุรุสภาได้กำหนดนโยบายและมาตรการ ในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยมีระบบการตรวจสอบและประเมินผลสัมฤทธิ์ตามหลักธรรมาภิบาล สร้างกลไกและพัฒนาระบบการตรวจสอบ ให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ และมีการปลูกฝังจิตสำนึกค่านิยมที่ดี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เกิดความตระหนักในความสำคัญและร่วมกันต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ เพื่อมุ่งหมายให้การบริหารงานและการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดมีความโปร่งใสในการดำเนินงาน เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งทั้งหมดนี้ก็มาจากความร่วมมือของบุคลากรในคุรุสภา ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะนำข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.ที่ได้จากการประเมิน ITA  มาปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนายกระดับการดำเนินงานตามหลักคุณธรรมและความโปร่งใสได้อย่างมีสัมฤทธิผล รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นศรัทธา สร้างความไว้วางใจแก่สาธารณชนได้มากยิ่งขึ้นในปีต่อๆไป

ลูกหนี้ ‘กยศ.’ รีบด่วน! ยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยผ่านทางออนไลน์-สนง.บังคับคดีทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598202

ลูกหนี้'กยศ.'รีบด่วน! ยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยผ่านทางออนไลน์-สนง.บังคับคดีทั่วประเทศ

ลูกหนี้’กยศ.’รีบด่วน! ยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยผ่านทางออนไลน์-สนง.บังคับคดีทั่วประเทศ

วันเสาร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.38 น.

ลูกหนี้กยศ.รีบยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยผ่านทางออนไลน์-สนง.บังคับคดีทั่วประเทศ ก่อนหมดกำหนด 30 ก.ย.นี้  กรมบังคับคดี เผยช่วยลูกหนี้ไกล่เกลี่ยหลังคำพิพากษาสำเร็จ 119 เรื่อง ทุนทรัพย์กว่า 13 ล้านบาท

วันที่ 28 ส.ค.64 นางอรัญญา ทองน้ำตะโก อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตระหนักถึงสถาน การณ์โควิดระบาดในขณะนี้ ซึ่งส่งผลให้ภาวะเศรษฐ กิจถดถอยตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งยังกระทบบริษัท ร้านค้า โรงงานอุตสาหกรรม การผลิตและการส่งออกสินค้าลดลง มีการเลิกจ้างเพิ่มมากขึ้นและประชาชนบางส่วนว่างงาน รวมไปถึงผู้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เมื่อจบการศึกษาแล้วยังไม่สามารถหางานทำได้ก็เท่ากับไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามสัญญาจึงเกิดปัญหาชำระหนี้ไม่ได้ตามกำหนด ซึ่งเกิดหนี้สินครัวเรือน หนี้บัตรเครดิต และหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่เข้าสู่กระบวนการบังคับคดีมากขึ้น

ดังนั้นจึงมีนโยบายให้กรมบังคับคดี จัดโครงการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนผ่านโครงการ “บังคับคดีร่วมใจช่วยเหลือลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หลังคำพิพากษา” ระหว่างวันที่ 1 ก.ค. – 15 ก.ย.64 ณ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท กรมบังคับคดี และสำนักงานบังคับคดีจังหวัด , สาขาทั่วประเทศ รวมจำนวน 116 แห่ง โดยผลจากการจัดโครงการดังกล่าวช่วงวันที่ 1 ก.ค. – 23 ส.ค. 2564 ที่ผานมา กรมบังคับคดีสามารถไกล่เกลี่ยช่วยสำเร็จ 119 เรื่อง ทุนทรัพย์ 13,903,608.34 บาท

“เรายินดีและพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ต้องเจอวิกฤตถาโถมเข้าใส่ และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรมว.ในการเยียวยา ผลจากการจัดโครงการเป็นตัวชี้วัดให้เห็นว่าเราช่วยไกล่เกลี่ยได้เป็นที่น่าพอใจ ทำให้หลายคนที่กำลังเดือดร้อนไม่ต้องประสบปัญหาหนี้สินอีกต่อไป จึงอยากเชิญชวนลูกหนี้ กยศ. ที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว และอยู่ระหว่างการบังคับคดีให้รีบเข้าร่วมการไกล่เกลี่ยภายในวันที่ 30 ก.ย.64 นี้ ยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทผ่านออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมบังคับคดี www.led.go.th“นางอรัญญา กล่าว

‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง พศ.จี้สอบ ‘พระอานนท์’ ละเมิดจริยาสงฆ์กรณีไปให้กำลังใจ ‘ผกก.โจ้’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598191

'ศรีสุวรรณ'ร้อง พศ.จี้สอบ'พระอานนท์'ละเมิดจริยาสงฆ์กรณีไปให้กำลังใจ'ผกก.โจ้'

‘ศรีสุวรรณ’ร้อง พศ.จี้สอบ’พระอานนท์’ละเมิดจริยาสงฆ์กรณีไปให้กำลังใจ’ผกก.โจ้’

วันเสาร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.33 น.

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2564 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธฺการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอให้สั่งการไปยังเจ้าคณะปกครองสงฆ์จังหวัดนครสวรรค์ให้ดำเนินการสอบสวนเอาผิดพระอานนท์ ธัมโชโต พระวัดภัทรสิทธาราม ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ที่พระธรรมวินัยและพระจริยาสงฆ์อย่างร้ายแรง กรณีที่เดินทางมาให้กำลังใจผู้กำกับโจ้ ผู้ซึ่งกระทำการร่วมกับตำรวจคนอื่นๆรวม 7 นายใช้พลาสติกคุมหัวผู้ต้องหายาเสพติดจนถึงแก่ความตาย อันเป็นอาญาแผ่นดินที่เป็นกรรมหนักนั้น

โดยที่การฆ่าผู้อื่นจะโดยเจตนาหรือไม่นั้นในพระวินัยบัญญัติของพระพุทธเจ้าระบุไว้ชัดว่าเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งบัญญัติไว้ในศีล 5 ข้อที่ 1 ที่ว่า “ปาณาติปาตาเวรมณี หมายถึง การละเว้นจากการฆ่าชีวิตทุกชนิด” การที่พระภิกษุสงค์ผู้ต้องถือศีล 227 ข้อ และต้องขอบิณฑบาตอาหารจากฆารวาสเป็นอาจิณ มาแสดงออกถึงการสนับสนุนผู้ที่กระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้ที่รักษากฎหมายเสียเองเยี่ยงนี้ ย่อมทำให้ชาวโลกติเตียน หรือเป็น “โลกวัชชะ”

ทั้งนี้พระอานนท์ ย่อมต้องรู้ดีว่าการถือเพศบรรพชิตในประเทศไทยนั้น มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระภิกษุสงค์ ซึ่งหากคิดจะยังถือครองเพศบรรพชิตต้องเอื้อเฟื้อต่อกฎหมาย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กฎกระทรวง กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ คําสั่ง มติ ประกาศ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช สังวร และปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด อันถือเป็นจริยาของสงฆ์ หากภิกษุผู้ใดประพฤติละเมิดจริยา ต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยา ตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตำหนิโทษ ปลดออกจากหน้าที่ หรือถอดถอนออกจากตำแหน่งหน้าที่ กระทั่งให้สึกออกจากการเป็นพระ

นอกจากนั้น ยังมีคำสั่งจากพระเถระและเจ้าคณะปกครองหลายระดับส่งถึงวัดต่างๆในพื้นที่ ให้ดูแลภิกษุสามเณรให้อยู่ในธรรมวินัย งดการกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธา เช่น ห้ามวิพากษ์วิจารณ์เรื่องต่างๆอย่างไม่เหมาะสม ส่อยั่วยุ ปลุกปั่น ก้าวร้าว กระทบกระเทือนความมั่นคงต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ห้ามเรื่องโลกวัชชะ ห้ามเดินทางไปในสถานที่ไม่ควรแก่บรรพชิต เป็นต้น

“การกระทำของพระอานนท์จึงเป็นการละเมิดต่อพระจริยาสงฆ์ ขัดต่อคำสั่งมหาเถรสมาคมและเจ้าคณะปกครองสงฆ์ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงส่งหนังสือร้องเรียนไปยัง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อสั่งการไปยังคณะผู้ปกครองสงฆ์ในจังหวัดนครสวรรค์เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนเอาผิดพระอานนท์ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในบวรพระพุทธศาสนาต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

คำสาปกับหน้ากากทองคำฟาโรห์ ซึ่งไม่ได้มีแค่ตุตันคาเมน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657127

วันที่ 29 ส.ค. 2564 เวลา 18:31 น.

คำสาปกับหน้ากากทองคำฟาโรห์ ซึ่งไม่ได้มีแค่ตุตันคาเมนเผยเรื่องราวของโบราณวัตถุล้ำค่าของอียิปต์ที่ไม่ได้มีแค่ขุมสมบัติจากสุสานตุตันคาเมนเท่าน้น

ในโอกาสที่มีการเคลื่อนย้ายพระศพมัมมี่ของฟาโรห์อียิปต์โบราณไปยังสถานที่จัดแสดงแห่งใหม่ ท่ามกลางข่าวลือเรื่องคำสาปฟาโรห์ที่อาจเป็นเหตุให้อียิปต์พบกับเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างต่อเนื่อง เราจึงขอนำเสนอเรื่องราวของสมบัติล้ำค่าจากสุสานต่างๆ รวมถึงสุสานที่กล่าวกันว่าต้องคำสาป

ฟาโรห์ตุตันคาเมน ฟาโรห์พระองค์หนึ่งในราชวงศ์ที่ 18 ของอียิปต์โบราณ มีชื่อเสียงจากสุสานของพระองค์ในหุบผากษัตริย์ หรือสุสาน KV62 ซึ่งถูกค้นพบในปี 1922 เฮาเวิร์ด คาร์เทอร์ (Howard Carter) ในสุสานมีทรัพย์สมบัติโบราณอายุกว่า 3,000 ปี มากมายหลายชิ้น ที่เป็นไฮไลท์คือหน้ากากพระศพทองคำ

แต่การขุดค้นสุสานของพระองค์ทำให้เกิดเรื่องเล่าลือต่างๆ เกี่ยวกับคำสาปและการตายที่ผิดธรรมดาของผู้เกี่ยวข้องกับการขุดสุสาน เช่น ความตายของของลอร์ดคาร์นาร์วอนผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับการขุดสุสาน เขาถูกยุงกัดและต่อขณะโกนหนวดคมมีดไปถูกตุ้มยุงกัดจนติดเชื้อและส่งผลให้เลือดเป็นพิษ

หรือจะเป็น เอ. ซี เมซ สมาชิกของทีมขุดค้นของเฮาเวิร์ด คาร์เทอร์เสียชีวิตในปี 1928 จากพิษของสารหนู หรือริชารืด บีเธล เลขานุการของคาร์เทอร์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 1929 บนเตียงในสโมสรเมย์แฟร์ และจอร์จ เจย์ โกลด์ ผู้มาเยี่ยมสุสานตุตันคาเมนแล้วมีไข้ จากนั้นเสียชีวิตในเฟรนช์ริเวียร่าเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 1923

1. หน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมน photo by Roland Unger under the terms of the GNU Free Documentation License

ส่วนเฮาเวิร์ด คาร์เทอร์ผู้นำการขุดพบสุสานและผู้ถอดหน้ากากทองคำออกมาด้ยตัวเองไม่ได้เสียชีวิตด้วยคำสาปเพราะมีอายุยืนยาวมาจนถึง 66 ปี หรือยาวนานมากกว่า 10 ปีหลังจากที่เขาค้นพบสุสานตุตันคาเมน แต่บางคนก็ยังเชื่อว่าที่ตายก็เพราะคำสาปของสุสานนั่นเอง (เขาเสียชีวิตเพราะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอด์จกิน)

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 1925 ทีมงานได้เปิดด้านในสุดของโลงศพสามชั้น เพื่อเผยให้เห็นหน้ากากทองคำที่ผู้คนพบเห็นเป็นครั้งแรกในรอบ 3,250 ปี คาร์เตอร์เขียนไว้ในไดอารี่ของเขาเอาไว้ว่า “หมุดถูกถอดออก ฝา (โลง) ถูกยกขึ้น ฉากสุดท้ายได้รับการเปิดเผย – มัมมี่ของกษัตริย์หนุ่มที่ห่ออย่างเรียบร้อยด้วยหน้ากากสีทองที่แสดงถึงความเศร้าสร้อย แต่เงียบสงบ เป็นสัญลักษณ์ของเทพโอซิริส … หน้ากากมีความคล้ายคลงกับองค์เทพ แต่เป็นรูปเหมือนของตุตันคาเมน สุขุมและงดงาม มีลักษระเหมือนกับที่เราเห็นในรูปปั้นและบนโลงศพ หน้ากากเอียงลงเล็กน้อยดังนั้นสายตาจึงจับจ้องตรงไปยังสรวงสวรรค์”

ในเดือนธันวาคม 1925 หน้ากากถูกถอดออกจากหลุมฝังศพวางไว้ในลังและส่งไปยังพิพิธภัณฑ์อียิปต์ (Egyptian Museum) ในกรุงไคโรซึ่งยังคงจัดแสดงต่อสาธารณะยาวนานถึง 95 ปี จนกระทั่งในปี 2021 ได้ย้ายไปจัดแสดงพร้อมด้วยสมบัติทั้งชุดจากสุสานตุตันคาเมนที่พิพิธภัณฑ์แกรนด์อีจิปเชียน (Grand Egyptian Museum)

หน้ากากตุตันคาเมนเป็นสมบัติล้ำค่าและเป็นศิลปะวัตถุชิ้นสำคัญของโลก เป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์มากที่หน้ากากชิ้นนี้หลงเหลือมาถึงเราได้ เพราะสุสานของฟาโรห์มักถูกปล้นสมบัติมาตั้งแต่โบราณ มัมมี่ของฟาโรห์จึงมักเหลือแต่พระศพเปล่าๆ ส่วนสุสาน KV62 ถูกปล้นสองครั้งในสมัยโบราณ แต่ห้องเก็บสมบัติล้ำค่ากลับรอดมาได้

หน้ากากตุตันคาเมนทำด้วยทองคำกะรัตสูงแผ่เป็นสองชั้น (18.4 กรัต และ 22.5 กะรัต) น้ำหนัก 10.23 กิโลกรัม ประดับด้วยแก้วสี หินมีค่า เช่น ลาพิส ลาซูลี มีการประดับประดารูปงูเห่าและนกแร้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ปกครองอียิปต์ตอนล่างและอียิปต์ตอนบน

แต่หน้ากากตุตันคาเมนไม่ใช่หน้ากากทองคำของฟาโรห์ที่หลงเหลือมาถึงเราอีก 2 – 3 ชิ้น นั่นคือหน้ากากทองคำของฟาโรห์ซูเซนเนสที่ 1 (Psusennes I) ซึ่งเป็นฟาโรห์ในสมัยราชวงศ์ที่ 21 ครองราชย์ระหว่างปี 1047–1001 ก่อนคริสตกาล พบในสุสานของพระองค์ที่ไม่ถูกโจรปล้นไป คือสุสาน NRT III เมื่อปี 1940

2. กากทองคำของฟาโรห์ซูเซนเนสที่ 1 (Psusennes I) Photo by dnak at Flickr licensed under the terms of the cc-by-2.0.

น่าเสียดายเนื่องจากสถานที่ตั้งของอียิปต์ตอนล่างที่ชื้นมาก แม้ว่าสุสาน NRT III จะไม่ถูกโจรปล้นเลยก็ตาม แต่สิ่งของเหลือน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสุสาน KV62 ของตุตันคาเมน แม้ว่าของที่ทำจากไม้จะเสียหายมาก แต่หน้ากากงานศพอันงดงามของกษัตริย์รอดมาได้ พบว่าทำจากทองคำและไพฑูรย์และฝังกระจกสีดำและสีขาวที่ดวงตาและคิ้ว

นิ้วและนิ้วเท้าของฟาโรห์ถูกห่อหุ้มไว้ปลอกนิ้วทองคำและรองเท้าแตะทองคำสวมไว้ที่พระบาท เล็บมีการแกะลาย แต่ละนิ้วสวมแหวนทองคำและไพฑูรย์อย่างประณีตหรือหินกึ่งมีค่าต่างๆ โลงพระศพชั้นนอกทำจากเงิน ซึ่งเป็นโลงพระศพของฟาโรห์องค์อื่น แต่ขุดมาจากสุสานหลวงแห่งอื่นเพื่อนำมาใช้ใหม่ เนื่องจากในอียิปต์แร่เงินหายากกว่าทองคำ

3. หน้ากากทองคำของฟาโรห์อเมเนมโอเป (Amenemope) Photo by tutincommon licensed under the terms of the cc-by-2.0.

หน้ากากทองคำอีกชิ้นหนึ่งเป็นของฟาโรห์อเมเนมโอเป (Amenemope) ฟาโรห์อียิปต์โบราณแห่งราชวงศ์ที่ 21 ครองราชย์ระหว่างปี 1001 – 992 ก่อนคริสตกาล และเป็นโอรสของฟาโรห์ซูเซนเนสที่ 1 สุสานของพระองค์คือ NRT IV อยู่ใกล้กับสุสาน NRT III ของพระบิดา และไม่ได้ถูกปล้นเช่นกัน แต่มีสมบัติน้อยกว่าสุสานของพระบิดา สิ่งทีเหมือนกันคือมีหน้ากากทองคำหลงเหลืออยู่

หน้ากากพระศพแสดงให้เห็นถึงกษัตริย์ในวัยเยาว์ แต่มีเรื่องน่าแปลกอยู่เรื่องหนึ่ง ฌอร์จ โกยง (Georges Goyon) นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสที่พบสุสานนี้เล่าว่าช่วงที่ค้นพบหน้ากากตอนแรกนั้นหน้ากากมีสีหน้าของความทุกข์ทรมานและเหมือนจะอ้อนวอน แต่ใบหน้าก็อ่อนโยนลงในเวลาต่อมาหลังจากการบูรณะแล้ว

เครดิตภาพ

Cover photo by Larazoni (It was reviewed on 1 September 2008 by FlickreviewR and was confirmed to be licensed under the terms of the cc-by-2.0.)

photo 1 – by Roland Unger under the terms of the GNU Free Documentation License

photo 2 – by dnak It was reviewed on 23 March 2017 by FlickreviewR and was confirmed to be licensed under the terms of the cc-by-2.0. 

photo 3 – by tutincommon  It was reviewed on 25 August 2008 by FlickreviewR and was confirmed to be licensed under the terms of the cc-by-2.0.

รัฐมนตรีอัฟกันเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปั่นจักรยานส่งของในเยอรมนี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661792

วันที่ 29 ส.ค. 2564 เวลา 16:14 น.

รัฐมนตรีอัฟกันเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปั่นจักรยานส่งของในเยอรมนีอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารในรัฐบาลอัฟกานิสถาน วันนี้เขาปั่นจักรยานเพื่อหาเลี้ยงชีพ

ไลป์ซิก เยอรมนี 26 ส.ค. (รอยเตอร์) – ซาเอด ซาดาตเคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารในรัฐบาลอัฟกานิสถานก่อนจะย้ายไปเยอรมนีเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วด้วยความหวังว่าจะมีอนาคตที่ดีกว่า ตอนนี้เขาเป็นพนักงานส่งของในเมืองไลพ์ซิกทางตะวันออกของเยอรมนี

เขากล่าวว่าบางคนที่อัฟกานิสถานวิพากษ์วิจารณ์เขาที่รับงานนี้หลังจากรับราชการในรัฐบาลมาสองปีแล้วออกจากตำแหน่งในปี 2561 แต่สำหรับเขาตอนนี้งานคืองาน

“ผมไม่มีอะไรต้องรู้สึกผิด” ซาเอด พลเมืองสองสัญชาติอังกฤษ-อัฟกันวัย 49 ปีกล่าว เขาสวมในชุดเครื่องแบบสีส้มข้างจักรยานยนต์ของเขา เขาลาออกจากรัฐบาลอัฟกานิสถานเพราะไม่เห็นด้วยกับสมาชิกในวงของประธานาธิบดี

“ผมหวังว่านักการเมืองคนอื่นๆ จะเดินบนเส้นทางเดียวกัน โดยทำงานร่วมกับสาธารณชนมากกว่าแค่หลบซ่อน”

เรื่องราวของเขาได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากความโกลาหลที่เกิดขึ้นที่บ้านเกิดของเขาหลังจากการยึดครองของตอลิบาน ครอบครัวและเพื่อนๆ ของเขาเองก็อยากออกไปเช่นกัน โดยหวังว่าจะร่วมกับคนอื่นๆ อีกหลายพันคนในเที่ยวบินอพยพหรือพยายามค้นหาเส้นทางอื่นหนีออกมา

ข้อมูลจากสำนักงานเพื่อการอพยพและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธรัฐเยอรมนีเปิดเผยว่า เมื่อการถอนทหารสหรัฐ ใกล้จะเริ่มต้นขึ้นนั้น จำนวนผู้ขอลี้ภัยชาวอัฟกันในเยอรมนีได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 130%

แม้ว่าการถือสองสัญชาติของเขาหมายความว่าเขาสามารถเลือกที่จะย้ายไปอังกฤษ ซึ่งเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของเขาที่นั่น แต่เขาย้ายไปอยู่ที่เยอรมนีเมื่อปลายปี 2563 โดยฉวยโอกาสสุดท้ายที่จะทำเช่นนั้นก่อนที่เส้นทางนั้นจะถูกปิดเมื่อสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป.

เขาเลือกเยอรมนีเพราะเขาคาดหวังว่าจะมีอนาคตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและมีบทบาทสำคัญในภาคโทรคมนาคมและไอทีในระยะยาว

แต่ถึงแม้จะมีภูมิหลังของเขา ซาดาตก็ยังไม่ได้งานทำในเยอรมนีที่ตรงกับประสบการณ์ของเขา ด้วยปริญญาด้านไอทีและโทรคมนาคม ซาดาตหวังว่าจะได้งานในสาขาที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อไม่สามารถใช้ภาษาเยอรมัน โอกาสของเขาจึงน้อยมาก

“ภาษาเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด” ซาดาต กล่าว

ทุกวันเขาเรียนภาษาเยอรมันสี่ชั่วโมงที่โรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่ง ก่อนเริ่มกะเย็นหกชั่วโมงเพื่อส่งอาหารให้กับบริษัท Lieferando ซึ่งเขาเริ่มฤดูร้อนนี้

“ช่วงสองสามวันแรกน่าตื่นเต้น แต่ยาก” เขากล่าว พร้อมอธิบายถึงความท้าทายในการเรียนรู้การปั่นจักรยานในการจราจรในเมือง

“ยิ่งออกไป ยิ่งเห็นผู้คน ยิ่งเรียนรู้” เขากล่าว

Photo REUTERS/Hannibal Hanschke

สถิติเผย ผู้ใช้บริการชำระเงินออนไลน์ในจีนสูงแตะ 872 ล้านคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661768

วันที่ 29 ส.ค. 2564 เวลา 14:37 น.

สถิติเผย ผู้ใช้บริการชำระเงินออนไลน์ในจีนสูงแตะ 872 ล้านคนวิวัฒนาการเงินออนไลน์ของจีนก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แผ่ขยายทั้งในเขตเมืองและเติบโตอย่างรวดเร็วแม้ในชนบท

ปักกิ่ง, 29 ส.ค. (ซินหัว) — รายงานตัวเลขล่าสุดว่าด้วยการพัฒนาอินเทอร์เน็ตของจีน ซึ่งเผยแพร่โดยข้อมูลเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแห่งประเทศจีน (CNNIC) เผยว่าจำนวนผู้ใช้บริการชำระเงินออนไลน์ในจีนสูงแตะ 872 ล้านคนแล้ว เมื่อนับถึงสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาโดยตัวเลขนี้คิดเป็นร้อยละ 86.3% ของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดของประเทศ

รายงานระบุว่าจีนมีจำนวนผู้ที่ชอปปิงออนไลน์แตะ 812 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 80.3 ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมด

จีนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องด้านปรับปรุงการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ชนบท เนื่องจากอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ชนบทเพิ่มขึ้นสู่ร้อยละ 59.2 เมื่อนับถึงสิ้นเดือนมิถุนายน

รายงานเสริมว่าอีคอมเมิร์ซผ่านไลฟ์สตรีมมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายผลผลิตการเกษตรในพื้นที่ชนบท

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

คริปโตสะดวกกว่า ดาราหนังโป๊-บริการทางเพศหันมาใช้มากขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661770

วันที่ 29 ส.ค. 2564 เวลา 12:32 น.

คริปโตสะดวกกว่า ดาราหนังโป๊-บริการทางเพศหันมาใช้มากขึ้น

เงิน Crypto ได้รับแรงฉุดในอุตสาหกรรม AV โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลงกรณี OnlyFans เกือบจะแบนเนื้อหาทางเพศ

ดาราหนังโป๊ ผู้ให้บริการทางเพศ และคนอื่น ๆ ในวงการบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่กำลังหันมาใช้การชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) กันมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางปัญหามากมายที่เกิดขึ้นกับระบบการเงินกระแสหลัก ซึ่งอาจทำให้สกุลเงินดิจิทัล/คริปโตใช้งานได้กว้างขึ้น

ปัญหาล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนนี้เมื่อ OnlyFans ประกาศว่าจะแบนเนื้อหาทางเพศที่โจ่งแจ้งบนไซต์ แต่ต้องเปลี่ยนท่าทีหลังจากถูกต่อต้านอย่างหนัก เนื่องจากจุดขายหลักของ OnlyFans ก็คือการขายเนื้อหาทางเพศนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สามารถเร่งการขับเคลื่อนธุรกิจบันเทิงทางเพศไปสู่การใช้สกุลเงินดิจิทัล เพื่อเป็นการชำระเงินแบบไม่เปิดเผยตัวตนนอกระบบธนาคารระวหางผู้รับบริการและผู้ให้บริการในธุรกิจทางเพศ

นักแสดงชาวอังกฤษ Adreena Winters ซึ่งเป็นตัวแทนแบรนด์สำหรับตลาดธุรกิจทางเพศรับเงินคริปโตฯ กล่าวว่า ด้วยกฎที่เข้มงวดมากขึ้เรื่องกระบนการชำระเงินและปัญหาล่าสุดกับ OnlyFans “เห็นได้ชัดว่าคริปโตจะเป็นทางออก”

“สื่อวาบหวิวมักเป็นปัจจัยที่ทำให้แนวคิดใหม่ๆ เริ่มต้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ VHS, การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตออนไลน์ และแม้กระทั่งอินเทอร์เน็ต ดังนั้นฉันไม่คิดว่ามันน่าแปลกใจที่สื่อทางเพศจะเป็นสิ่งที่ทำให้คริปโตกลายเป็นกระแสหลักในที่สุด”

Jeff Dillon หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาของ Nafty ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคริปโตเคอเรนซีที่เปิดตัวในปีนี้โดยเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมสื่อทางเพศ กล่าวว่ากรณี OnlyFans “ช่วยทำการตลาดมากกว่าที่เราเคยจ่ายเงินทำไม่ว่าจะครั้งไหนๆ”

– เซ็กซ์เป็นผู้นำเทคโนโลยี –

Dillon กล่าวว่าอุตสาหกรรมทางเพศได้ปูทางสำหรับนวัตกรรมอื่น ๆ ทางออนไลน์ เช่น การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตออนไลน์และการตรวจสอบทันที (instant verification) และอาจธุรกิจทางเพศอาจช่วยส่งเสริมคริปโตในแบบเดียวกันหากการชำระเงินตามระบบกระแสหลักทำให้ยากขึ้น

“นี่จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดโมเมนตัมสำหรับคริปโตและโซลูชั่นการชำระเงินทางเลือก” เขากล่าว

Dominic Ford ผู้ก่อตั้ง JustFor.Fans ซึ่งเป็นคู่แข่งของ OnlyFans ที่ยอมรับ bitcoin กล่าวว่าคริปโตเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มของเขาเพราะมันยุ่งยากกว่า แต่ชี้ว่ามันอาจเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วหากเครื่องมือการโอนเงินยอดนิยมปรับตัวให้เข้าคริปโต

“สกุลเงินดิจิทัลที่ทำงานออนไลน์และอยู่เหนือพรมแดน ดูเหมือนจะเป็นวิวัฒนาการที่เห็นได้ชัด เหมือนกับอีเมลคือวิวัฒนาการของจดหมาย” ฟอร์ดกล่าว

CumRocket สตาร์ทอัพที่สร้างเหรียญดิจิทัลชื่อ Cummies สำหรับเนื้อหาทางเพศ ประกาศเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่ากำลังเร่งงานบนแพลตฟอร์มเนื้อหาของตัวเอง

“ผู้ให้บริการทางเพศควรมีโอกาสเข้าร่วมแพลตฟอร์มที่ไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดในการชำระเงินใดๆ ซึ่งเหมือนกับทางเลือกอื่นๆ OnlyFans ที่ใช้เงินจริงๆ อาจจะต้องพิจารณาใช้มันในเดือนหรือปีข้างหน้า”

ในขณะที่ bitcoin และสกุลเงินคริปโตอื่น ๆ มีความผันผวนอย่างมาก ผู้ประกอบการธุรกิจสื่อทางเพศกล่าวว่าพวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านั้นได้โดยใช้คริปโตสำหรับการชำระเงินทันทีโดยไม่ต้องจัดเก็บ

– กฎหมายและความรับผิดของสหรัฐ –

OnlyFans ไม่ใช่บริการออนไลน์เพียงบริการเดียวที่ต้องต่อสู้กับการยอมรับเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่

PornHub ยอมรับสกุลเงินคริปโตสำหรับบริการระดับพรีเมียม “เพื่อให้ทันกับความเป็นส่วนตัวและการตั้งค่าการชำระเงินของชุมชนของเรา”

Visa และ Mastercard ได้สั่งห้ามการชำระเงินชั่วคราวกับเว็บเนื้อหาวาบหวิวที่มี MindGeek ยักษ์ใหญ่ด้านหนังโป๊เป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นเจ้าของ PornHub และไซต์อื่นๆ โดยอ้างว่าเว็บ PornHub เผยแพร่เหนื้อหาที่ละเมิดความเป็นส่วนตัว

และในเดือนนี้ ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ เรียกร้องให้มีการสอบสวนเรื่องสื่อลามกอนาจารเด็กที่ถูกกล่าวหาใน OnlyFans

Dominic Ford ผู้ก่อตั้ง JustFor.Fans กล่าวว่ากฎหมาย FOSTA-SESTA ในปี 2561 ได้สร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมสื่อวาบหวิวโดยระบุว่าเว็บต์ที่บริการออนไลน์แบบนี้ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย เช่น การแสวงหาประโยชน์จากเด็กหรือการค้ามนุษย์ทางเพศ

หลังจากผ่านกฎหมายได้ไม่นาน Tumblr โซเชียลเน็ตเวิร์กได้สั่งห้ามเนื้อหาที่โจ่งแจ้ง ส่งผลให้การใช้งานลดลงอย่างรวดเร็ว

Deon Glows ผู้สร้างเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ กล่าวว่า แม้ว่าคริปโจอาจจะมีข้อดีที่หลากหลาย ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดบางอย่างในระบบธนาคาร แต่ยังทำให้ลูกค้า “ไม่เปิดเผยตัวตนได้เมื่อกระทำผิดจริยธรรม”

“มีความสงสัย (เกี่ยวกับคริปโต) เพราะผู้ให้บริการทางเพศต้องให้มีมาตรการป้องกันเข้าถึงให้น้อยที่สุด” เธอกล่าว

“ฉันต้องการเห็นสถาบันการธนาคารและผู้ดำเนินการชำระเงินทันสมัยมากขึ้นและเปิดกว้างมากขึ้นเกี่ยวกับประเภทของธุรกิจที่พวกเขาอนุญาต”

ผู้ดำเนินกาธุรกิจทางเพศบางคนกล่าวว่า ครปโตมีแนวโน้มดี แต่ไม่พร้อมสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่

“เราลองดูคริปโตและกลไกการชำระเงินทางเลือกอื่น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลสำรองและเป็นทางเลือกในการสนับสนุนผู้ที่ชื่นชอบคริปโต แต่แน่นอนว่าไม่ใช่แหล่งหลักสำหรับการรับหรือส่งเงิน” โฆษกของ Unlockd แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสำหรับผู้ใหญ่ในอังกฤษกล่าว

Lou Kerner นักลงทุนและนักวิเคราะห์คริปโตเคอเรนซีของ Quantum Economics กล่าวว่าอุตสาหกรรมสำหรับผู้ใหญ่สามารถช่วยนำคริปโตมาสู่ผู้ใช้มากขึ้น

“มันยากสำหรับคนที่ทำงานในอุตสาหกรรม (ทางเพศ) ที่จะได้รับบัญชีธนาคาร ดังนั้นพวกเขาจึงถูกเลือกปฏิบัติมาหลายปีแล้ว” Lou Kerner กล่าว

“ในขณะที่เทคโนโลยีใช้งานง่ายขึ้น อุตสาหกรรมสื่อวาบหวิวก็จะปรับตัวรับมันมากขึ้น… คริปโตกำลังจะถูกนำไปใช้ในกระแสหลักอย่างไม่ต้องสงสัย และยิ่งมีอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับบริการจากการเงินแบบดั้งเดิม มัน (คริปโต) ก็จะยิ่งเข้าถึงที่นั่นเร็วขึ้น”

Photo by Ozan KOSE / AFP

จีนปราบแฟนคลับคนดัง ‘พฤติกรรมไม่เหมาะสม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661766

วันที่ 29 ส.ค. 2564 เวลา 11:17 น.

จีนปราบแฟนคลับคนดัง ‘พฤติกรรมไม่เหมาะสม’คนดัง บริษัทตัวแทน และกลุ่มแฟนคลับ ที่กระตุ้นให้เกิดการทะเลาะวิวาททางออนไลน์ในหมู่แฟนคลับ จะถูกลงโทษ

ปักกิ่ง, 27 ส.ค. (ซินหัว) — วันศุกร์ (27 ส.ค.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการไซเบอร์สเปซส่วนกลางของจีน ประกาศชุดมาตรการใหม่เพื่อควบคุมการทำการตลาดอย่างไม่เหมาะสมของเหล่าคนดัง และกำกับดูแลกิจกรรมของกลุ่มแฟนคลับ

แถลงการณ์จากสำนักงานฯ ระบุการห้ามเยาวชนจัดตั้งกลุ่มแฟนคลับและเข้าร่วมแคมเปญของคนดังที่มีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงห้ามเข้าร่วมการโหวตในการแข่งขันของคนดัง ส่วนการพบปะทางออนไลน์ของกลุ่มแฟนคลับไม่ควรมุ่งเป้าที่เยาวชน

สำนักงานฯ ยังยกเลิกการจัดอับดันเหล่าคนดังทางออนไลน์ ทั้งแบบรายบุคคลและแบบกลุ่ม โดยอนุญาตการจัดอันดับผลงานอย่างเพลงหรือภาพยนตร์เท่านั้น

ด้านบริษัทตัวแทนเหล่าคนดังจะถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น และแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตต้องกำหนดกฎระเบียบชัดเจน สำหรับบริษัทตัวแทนที่เกี่ยวข้องกับการทำการตลาด การประชาสัมพันธ์ และการบริหารจัดการแฟนคลับ

คนดัง บริษัทตัวแทน และกลุ่มแฟนคลับ ที่กระตุ้นให้เกิดการทะเลาะวิวาททางออนไลน์ในหมู่แฟนคลับ จะถูกลงโทษด้านบัญชีผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ เช่น จำกัดการเข้าชม งดเผยแพร่เนื้อหา และปิดบัญชีผู้ใช้งานดังกล่าว

กลุ่มแฟนคลับจะต้องได้รับอนุญาตจากบริษัทตัวแทนของคนดังและต้องประกอบกิจกรรมภายใต้การกำกับดูแลของบริษัทตัวแทน ส่วนแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตต้องลบเนื้อหาเกี่ยวกับการทะเลาะและการหมิ่นประมาทในหมู่แฟนคลับ รวมถึงปิดบัญชีผู้ใช้งานที่ละเมิดกฎระเบียบ โดยผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง

สำนักงานฯ ยังแจ้งเตือนการจัดแคมเปญ การแสดงทางออนไลน์ และการจัดอันดับที่หลอกล่อแฟนคลับให้จ่ายเงินเพื่อสนับสนุนไอดอลที่พวกเขาชื่นชอบด้วย

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

จีนพัฒนาชุดป้องกันเชื้อโรค ‘ติดแอร์’ คลายร้อนบุคลากรการแพทย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661764

วันที่ 29 ส.ค. 2564 เวลา 10:49 น.

จีนพัฒนาชุดป้องกันเชื้อโรค ‘ติดแอร์’ คลายร้อนบุคลากรการแพทย์ภาพชุด – นวัตกรรมใหม่จากจีน ช่วยแก้ปัญหาที่สร้างความไม่สบายตัวไม่สบายใจอย่างยิ่งต่อบุคลากรแพทย์แถวหน้าทั่วโลก

เจิ้งโจว, 28 ส.ค. (ซินหัว) — ถัวเหริน กรุ๊ป (Tuoren Group) บริษัทผู้ผลิตวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ในเมืองซินเซียง มณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน พัฒนาชุดป้องกันทางการแพทย์แรงดันบวกพร้อมระบบปรับอากาศ ซึ่งช่วยหมุนเวียนอากาศเย็นแก่บุคลากรการแพทย์ผู้สวมใส่

รายงานระบุว่าชุดป้องกันนี้มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ติดตั้งแผงฟอกอากาศและสั่งงานด้วยระบบสัมผัส ผู้ใช้งานสามารถควบคุมอุณหภูมิภายในชุดอยู่ที่ระหว่าง 26-29 องศาเซลเซียส ช่วยให้การทำงานของบุคลากรการแพทย์ในฤดูร้อนสะดวกสบายยิ่งขึ้น

เนื้อหาภาพและเนื้อหาข่าวด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ภาพชุด

ไบเดนชี้อันตรายอย่างยิ่ง สั่งอเมริกันหนีสนามบินคาบูล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661760

วันที่ 29 ส.ค. 2564 เวลา 09:58 น.

ไบเดนชี้อันตรายอย่างยิ่ง สั่งอเมริกันหนีสนามบินคาบูลสหรัฐออกคำเตือนถึง ‘ภัยคุกคามที่น่าเชื่อถือและเฉพาะเจาะจง’ เล็งเป้าหมายใกล้สนามบินคาบูล

สหรัฐออกเตือนเมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นว่ามี “ภัยคุกคามที่น่าเชื่อถือและเฉพาะเจาะจง” ใกล้สนามบินคาบูล และเรียกร้องให้พลเมืองของตนออกจากพื้นที่ ไม่กี่วันหลังมีการโจมตีฝูงชนที่พยายามหลบหนีจากการปกครองของตอลิบานในอัฟกานิสถาน

คำเตือนการก่อการร้ายอย่างเร่งด่วนหลายครั้งได้สร้างความปั่นป่วนในการอพยพภายใต้การดูแลของกองกำลังสหรัฐ ซึ่งถูกบังคับให้ต้องร่วมมือด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มตอลิบาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการโจมตีซ้ำเหมือนที่เกิดขึ้นวันพฤหัสบดีที่ประตูทางเข้าหลักแห่งหนึ่งของสนามบิน

“เนื่องจากภัยคุกคามที่เฉพาะเจาะจงและน่าเชื่อถือ พลเมืองสหรัฐทุกคนในบริเวณใกล้เคียงกับสนามบินคาบูล… ควรออกจากบริเวณสนามบินทันที” สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงคาบูลกล่าวในการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัย

ในการแจ้งเตือน สถานทูตระบุว่าภัยคุกคามต่อประตู “ทางใต้ (วงวงเวียนสนามบิน) ที่ (ประตู) กระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ และประตูใกล้สถานีบริการน้ำมันปัญจชีร์ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของสนามบิน”

เมื่อต้นวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐเตือนว่าผู้บัญชาการทหารกองทัพเชื่อว่าการโจมตีครั้งใหม่อาจเกิดขึ้น “ใน 24-36 ชั่วโมงข้างหน้า” โดยเรียกสถานการณ์ดังกล่าวว่า “อันตรายอย่างยิ่ง”

พลเรือนชาวอัฟกันและทหารอเมริกันเสียชีวิต 13 คนในวันพฤหัสบดีจากการวางระเบิดที่กลุ่มไอเอส-โคราซาน (ISIS-K) ในภูมิภาคอ้างว่าเป็นผลงานของกลุ่ม

Photo by – / MOD / AFP