ศธ.ใช้ The Letter Park เป็นที่พักคอยแทนหอพักสกสค. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/591736

ศธ.ใช้ The Letter Park เป็นที่พักคอยแทนหอพักสกสค.

ศธ.ใช้ The Letter Park เป็นที่พักคอยแทนหอพักสกสค.

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 16.38 น.

“ตรีนุช”ลุยเองประสานโรงพยาบาลจุฬารัตน์ ใช้ The Letter Park แบ่งโควตาจัดที่พักคอยให้ ครู-บุคลากร-ครอบครัว ติดเชื้อโควิด-19 ได้เข้าพักทันที หลังรับแจ้งจากปลัด ศธ.หอพัก สกสค.ยังไม่สามารถใช้เป็นศูนย์พักคอยผู้ติดเชื้อ แต่ใช้เป็นสถานที่กักตัวสังเกตอาการได้

31 ก.ค.64 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่  30 ก.ค.ที่ผ่านมาตนพร้อมด้วย ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นพ.กำพล พลัสสินทร์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์ นางวรินภร จันทรโรจน์วานิช กรรมการบริหารกลุ่มเลตเตอร์พาร์ค จำกัด และ นายโกวิท ธัญญรัตตกุล ประธานนิติบุคคลหมู่บ้านเมืองเอก โครงการ 4 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร สถานที่ ห้องพัก และการบริหารจัดการของ The Letter Park เมืองเอก จังหวัดปทุมธานี เพื่อให้ครู บุคลากรทางการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) และครอบครัว ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและติดเชื้อโควิด-19 เข้าพักคอย

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ทุกคนทั่วประเทศรับทราบถึงแนวโน้มผู้ติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปอีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ได้ช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่ และในส่วนของ ศธ.เองมีบุคลากรที่ติดเชื้อ จำนวน1,748 คน รักษาหายแล้ว จำนวน 795 คน กำลังอยู่ระหว่างการรักษาที่โรงพยาบาลและศูนย์พักคอยต่าง ๆจำนวน 953 คน และมีบางส่วนเสียชีวิต ดังนั้นเพื่อเป็นการดูแลสวัสดิภาพและสร้างขวัญกำลังใจ ให้แก่ครู บุคลากรในสังกัดศธ. รวมถึงครอบครัว ศธ.จึงมีนโยบาย “ตรวจฟรี-มีที่พัก-จัดส่งถึงมือแพทย์” ดูแลครู บุคลากร และครอบครัว ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและติดเชื้อโควิด-19 โดยในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือ พื้นที่สีแดงเข้ม หน่วยงานต้นสังกัดจะจัดเตรียมสถานที่ หรือ ศูนย์พักคอยในชุมชน (Community Isolation Center : CIC) ให้ เช่น หอพักสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่พักของสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.) และ ที่พักของสำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา (สสอ.) เป็นต้น แต่เมื่อเร็วๆนี้ ปลัด ศธ.พร้อมด้วย ผู้แทนจากโรงพยาบาลจุฬารัตน์ ได้ร่วมกันตรวจสอบอาคาร สถานที่หอพัก สกสค. ภายในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อดูความพร้อมในการเป็นสถานที่ดูแล ช่วยเหลือ กักตัว เพื่อดูอาการของครู บุคลากร และครอบครัวที่ติดเชื้อโรคโควิด- 19 และได้รายงานผลการตรวจสอบและประเมินมาให้ตนทราบว่า หอพัก สกสค. ยังไม่สามารถใช้เป็นศูนย์พักคอย เพื่อดูอาการของบุคลากรที่ติดเชื้อ โควิด-19 ได้ แต่สามารถใช้เป็นสถานที่กักตัวของบุคลากรกลุ่มเสี่ยงสูงที่ไม่ต้องการพักอยู่กับครอบครัว หรือ บุคคลใกล้ชิดได้

“ เมื่อตรวจสอบพบว่า หอพัก สกสค. ยังไม่สามารถใช้เป็นศูนย์พักคอยได้ และเพื่อให้ครู บุคลากรทางการศึกษา รวมถึงครอบครัว ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและติดเชื้อโควิด-19 ได้มีที่พักคอยโดยเร็วทันที ดิฉันจึงได้ประสานกับโรงพยาบาลจุฬารัตน์ ในการหาสถานที่พักคอยฯ ซึ่งก็ได้รับความอนุเคราะห์ห้องพักของ The Letter Park ที่ได้เข้าร่วมโครงการฮอสพิเทล (Hospital) หรือ ‘หอผู้ป่วยติดโรคโควิด-19 เฉพาะกิจ’ โดยทาง The Letter Park จะจัดพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้รองรับครู บุคลากรของ ศธ.และครอบครัว ซึ่งจากการตรวจสถานที่ก็พบว่า  The Letter Park มีพื้นที่โครงการทั้งหมด 7 ไร่ ติดถนน 3 ด้าน เป็นอาคารสูง 8 ชั้น จำนวน 5 อาคาร ห้องพักอาศัยขนาด 36 ตารางเมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบครัน ซึ่งจะทำให้การพักคอยไม่อึดอัด และมีการดูแลตลอดจนส่งถึงมือแพทย์ ทั้งนี้ ดิฉันขอขอบคุณ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ และ The Letter Park ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ เพื่อดูแลบุคลากรของ ศธ. ให้มีความปลอดภัย หากครู และบุคลากร ศธ.ต้องการติดต่อขอรับบริการ สามารถประสานผ่าน ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 กระทรวงศึกษาธิการ (ศบค.ศธ.)  สายด่วนการศึกษา โทร.1579” นางสาวตรีนุช กล่าว

‘เอนก’ เปิดโครงการ ‘อว.พารอด’ เปลี่ยนคนที่ ‘รอ’ เป็นคนที่ ‘รอด’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/591532

‘เอนก’ เปิดโครงการ ‘อว.พารอด’ เปลี่ยนคนที่ ‘รอ’ เป็นคนที่ ‘รอด’

‘เอนก’ เปิดโครงการ ‘อว.พารอด’ เปลี่ยนคนที่ ‘รอ’ เป็นคนที่ ‘รอด’

วันศุกร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 16.03 น.

เริ่มแล้ว “อว.พารอด”!  “เอนก” ลั่น เปลี่ยนคนที่รอเป็นคนที่รอด ส่งยาสมุนไพรและอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้ง ฟ้าทะลายโจร กระชายขาว สเปรย์ลำไย ให้ผู้ป่วยที่อยู่ในการดูแลของโรงพยาบาล พร้อมระดมจิตอาสาและอาสาสมัคร โทรศัพท์ให้กำลังใจให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยที่กักตัวอยู่บ้านหรือในชุมชน

30 กรกฎาคม 2564  ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดโครงการ “อว.พารอด” โดยมี ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. นางสุวรรณา หรรษาจารุพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารบริษัทแฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด ผู้บริหารบริษัท สยามประทิน จำกัด และ น.ส. นิ่มนวล สุพรรณยศ บรรณาธิการเพจอีจันเข้าร่วม ที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ชั้น 1 กรุงเทพฯ  

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า โครงการ “อว.พารอด” เป็นนวัตกรรมในการเปลี่ยนคนที่รอเป็นคนที่รอด โดย อว.และเครือข่ายพันธมิตรทำโครงการนี้ด้วยหัวใจ ด้วยความเป็นห่วง แม้ไม่สามารถช่วยได้ทุกเรื่อง แต่ก็ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ และทำทันที ต้องขอบคุณพันธมิตรทั้งหลาย อาทิ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)บริษัทแฟลช เอ็กซ์เพรส บริษัท สยามประทิน จำกัด และเพจอีจัน เป็นต้น ที่เข้ามาร่วมมือกัน วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ทำให้คนไทยรักกันมากขึ้น และ อว. ก็พร้อมให้ความร่วมมือและยินดีช่วยเหลือทุกฝ่าย เพื่อช่วยให้ประเทศชาติรอดพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้  

รมว.อว. กล่าวต่อว่า โควิดนั้นติดง่าย แต่รอดไม่ยาก คนป่วย 100 คนที่ติดเชื้อนั้น มีอาการหนักเพียง 5 คนเท่านั้น และใน 5 คนส่วนใหญ่ก็จะรอด อาจมี 1 คนเท่านั้นที่ไปไม่รอด โครงการ อว.พารอด จะทำทุกอย่างให้รอดไปด้วยกัน ทั้งการระดมจิตอาสาและอาสาสมัคร ซึ่งอาจรวมถึงผู้ป่วยโควิดที่หายดีแล้ว มาร่วมโทรศัพท์ให้กำลังใจให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยที่กักตัวอยู่บ้านหรือในชุมชน เสริมจากการติดต่อสอบถามอาการตามปกติของบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งจะมีการส่ง “กล่อง อว.พารอด” ที่มียาสมุนไพรและอุปกรณ์ที่จำเป็นเพิ่มเติมจากที่โรงพยาบาลมีให้ เช่น ฟ้าทะลายโจร กระชายขาว ที่สำคัญยังมีสเปรย์ลำไย สำหรับพ่นจมูกและลำคอป้องกันการติดเชื้อโควิด ซึ่งพัฒนาโดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการนี้จึงใช้ทั้งหัวใจบวกกับนวัตกรรม และขอฝากไปถึงคนที่เจ็บไข้ได้ป่วยว่า มีคนที่สนใจ ห่วงใย และกำลังพยายามทำเพื่อท่านอย่างเต็มที่ ขอให้ท่านรักษาตัวให้ดี ทานยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ก็จะรอดปลอดภัยได้  

สำหรับกล่อง “อว.พารอด” จะเริ่มนำร่องส่งให้ผู้ป่วยที่อยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลในเครือข่ายกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) ภายใต้ อว. โดยจะจัดส่งตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. เป็นต้นไป