ย้ำ “ไม่มีวีไอพี” สำหรับการรักษา “เพนกวิน” และพวกป่วยโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481172

ย้ำ”ไม่มีวีไอพี” สำหรับการรักษา “เพนกวิน”และพวกป่วยโควิด-19

30 ส.ค. 2564

รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ออกโรงแถลงการรักษา “เพนกวินและพวก” ป่วยโควิด-19 ไม่มีอัพเกรดผู้ป่วยวีไอพี เผยบางรายอาการต้องดูแลเป็นอย่างดี

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.64  นายธวัชชัย ชัยวัฒน์  รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า  กรมราชทัณฑ์ ขอรายงานสถานการณ์และการควบคุมดูแลตัวผู้ต้องขังที่เป็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องทางการเมืองเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง 

กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาล จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์  หรือ เพนกวิน นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า  นายภาณุพงศ์ จาดนอก นายชาติชาย แกดำ  และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา  นั้น

ในวันนี้แพทย์ประจำทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้เข้าตรวจร่างกาย พบว่า นายพริษฐ์ รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ช่วยเหลือตนเองได้  หายใจปกติ ไม่มีเหนื่อยหอบ ไม่มีไอ ไม่มีเจ็บคอ  ไม่มีน้ำมูก พักหลับได้ดี   สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง

ในส่วนของนายพรหมศรฯ รู้สึกตัวดี  ไม่มีไข้ พูดคุยช่วยเหลือตัวเองได้ รับประทานอาหารได้ ไม่มีหอบเหนื่อย  มีปวดศีรษะเล็กน้อย แพทย์ให้ยาบรรเทาอาการปวด และมีอาการทุเลา นอนหลับพักผ่อนได้ขับถ่ายปกติ  นายภาณุพงษ์ ฯ รู้สึกตัวดีไม่มีหอบเหนื่อย ไม่มีไข้ ไม่มีปวดศีรษะ รับประทานอาหารได้ ขับถ่ายปกติ นอนหลับพักผ่อนได้ 

และนายจตุภัทร์ ฯ รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย ไม่มีไข้ ทาหารอาหารได้น้อยแต่รับประทานขนมได้ อ่อนเพลียเล็กน้อย ขับถ่ายปกติ นอนหลับพักผ่อนได้  

ด้านนายชาติชายฯ รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ช่วยเหลือตัวเองได้ On Cannula 8 LPM ใส่ออกซิเจนเพื่อช่วยรักษาระดับออกซิเจน หายใจได้ปกติ ไม่มีเหนื่อยหอบ ไม่มีไอ ไม่มีเจ็บคอ  ไม่มีน้ำมูก พักหลับได้ดี  สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง ในส่วนอาการพบฝ้าที่ชายปอด แพทย์ได้เฝ้าสังเกตอาการและดูแลอย่างใกล้ชิด โดยผู้ต้องขังทั้งหมดมีสัญญาณชีพและค่าออกซิเจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายธวัชชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีการแพร่ข้อมูลทางสื่อออนไลน์ในประเด็นการดูแลผู้ต้องขังของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ นั้น  ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอยืนยันว่าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีการดูแลผู้ต้องขังทุกคนด้วยทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสาธารณสุข  และเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน 

ย้ำ"ไม่มีวีไอพี" สำหรับการรักษา "เพนกวิน"และพวกป่วยโควิด-19

นอกจากนี้ ในส่วนกรณีที่มีเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อบัญชีว่า ต๋ง หม่งเหมียว ซื่อ  เผยแพร่ข้อความ ระบุว่า “ตำรวจฆ่าคนตายได้สิทธิพิเศษคนใกล้ชิดเข้าเยี่ยมได้ ส่วนผู้ที่ไปชุมนุมโดนจับขังเดี่ยว 19 วัน  แม่ยังเข้าเยี่ยมไม่ได้ พบทนายต้องวีดีโอคอนเฟอเร้นเท่านั้น “

กรมราชทัณฑ์ขอชี้แจงว่า  ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า  2019 หรือ โควิด-19  เมื่อประมาณเดือนเมษยน 2563  กรมราชทัณฑ์ ได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวโดยได้มีข้อสั่งการให้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งงดการเยี่ยมญาติเพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคในเรือนจำ  และเปิดให้มีการเยี่ยมญาตผ่านทาง Application  Line  รวมถึงเปิดให้บริการฝากเงินและซื้อสินค้าที่จำเป็นผ่านร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขังได้

โดยให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และไม่มีการยกเว้นให้กับผู้ต้องขังรายใดเป็นกรณีพิศษจึงขอให้สังคมและประชาชน ทุกฝ่ายเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของกรมราชทัณฑ์ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และไม่มีการเลือกปฏิบัติตามที่เป็นข่าวอย่างแน่นอน   

ส.ป.ก. เตรียม Kick off แจกกล้า “ฟ้าทะลายโจร” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481161

ส.ป.ก. เตรียม Kick off แจกกล้า”ฟ้าทะลายโจร”

30 ส.ค. 2564

ส.ป.ก. เตรียม Kick off แจกกล้า”ฟ้าทะลายโจร” พร้อม MOU พัฒนาสมุนไพรครบวงจร ส่งมอบ ฟ้าทะลายโจร แก่ตัวแทนเกษตรกร 10 จังหวัด 

ส.ป.ก.พร้อมจัดกิจกรรม“KICK OFF ฟ้าทะลายโจร 1 ล้านต้น สู่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน”

โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ) เป็นประธานในพิธี ในวันที่ 1 กันยายน 2564 ที่จะถึงนี้ ณ ศูนย์ส่งเสริมและขยายพันธุ์พืชในเขตปฏิรูปที่ดิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

ส.ป.ก. เตรียม Kick off แจกกล้า"ฟ้าทะลายโจร"

ภายในงานมีกิจกรรมการส่งมอบฟ้าทะลายโจรแก่ตัวแทนเกษตรกร 10 จังหวัด 

ส.ป.ก. เตรียม Kick off แจกกล้า"ฟ้าทะลายโจร"

ได้แก่ 1. พระนครศรีอยุธยา 2. ปทุมธานี 3. ฉะเชิงเทรา 4. นครปฐม 5. อ่างทอง 6. ชัยนาท 7. ลพบุรี 8. สุพรรณบุรี 8. สระบุรี และ 10. สิงห์บุรี

และอีก 62 จังหวัด ที่ ส.ป.ก. จังหวัด ได้มอบพร้อมกันทั่วประเทศ พร้อมทั้งจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดินระหว่าง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กับ กรมพัฒนาที่ดิน (พด.) และ ส.ป.ก. กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (พท.)

ส.ป.ก. เตรียม Kick off แจกกล้า"ฟ้าทะลายโจร"

ที่จะเกิดความร่วมมือการทำงานด้านสมุนไพรอย่างครบวงจรต่อไปในอนาคต เช่น การวิเคราะห์ดินและน้ำเพื่อการปรับปรุงดินให้เหมาะสมกับการปลูกสมุนไพรยิ่งขึ้น สร้างและพัฒนาชุมชนประกอบการสมุนไพร สนับสนุนการพัฒนาสินค้าสมุนไพรให้มีคุณภาพมาตรฐาน

สนับสนุนและเชื่อมโยงตลาดในแต่ละระดับรวมถึงภาคอุตสาหกรรม สร้างและพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรในการขับเคลื่อนสมุนไพร เป็นต้น

นอกจากนั้นยังจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการขับเคลื่อนงานพืชสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน, ทิศทางการส่งเสริมฟ้าทะลายโจรในเขตปฏิรูปที่ดิน, การขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมและขยายพันธุ์พืชในเขตปฏิรูปที่ดิน

การขับเคลื่อนงานพืชสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดินร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก,การประกอบการฟ้าทะลายโจรในเขตปฏิรูปที่ดินสู่ภาคอุตสาหกรรม และความรู้ในการปลูกฟ้าทะลายโจร 

ทั้งนี้ตลอดการจัดกิจกรรม ได้ใช้ระบบถ่ายทอดแบบออนไลน์ไปยัง พื้นที่ ส.ป.ก. จังหวัด รวมทั้งกลไกสื่อของภาคีความร่วมมือต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน วันที่ 1 กันยายนนี้ พร้อมกันทั่วประเทศ

โยกย้ายตำแหน่งสำคัญตั้ง “เฉลิมพล เพ็ญสูตร” เป็น ผอ.สำนักงบประมาณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481151

โยกย้ายตำแหน่งสำคัญตั้ง “เฉลิมพล เพ็ญสูตร” เป็น ผอ.สำนักงบประมาณ

30 ส.ค. 2564

มติครม.ตั้ง “เฉลิมพล เพ็ญสูตร” เป็น ผอ.สำนักงบฯ “ลลิต ถนอมสิงห์“ เลขาฯกปร. ขณะที่ เกศทิพย์ ศุภวานิช ขยับ รองเลขาฯสพฐ.

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 64 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า  คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณเสนอแต่งตั้งนายเฉลิมพล เพ็ญสูตร รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ว่าที่ผอ.สำนักงบประมาณ

นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ว่าที่ผอ.สำนักงบประมาณ

วันเดียวกัน ที่ประชุมครม.มีมติแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ 

1. นายอรรถพล สังขวาสี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา  

2. นายวัลลพ สงวนนาม ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน   

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช โฆษกศธ.ขยับเป็นรองเลขาสพฐ.นางเกศทิพย์ ศุภวานิช โฆษกศธ.ขยับเป็นรองเลขาสพฐ.

3. นางเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน   

4. นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง 

 5. นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวง  

6. นายสวัสดิ์ ภู่ทอง ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา  

7. เรืออากาศโท สมพร ปานดำ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาช่างอุตสาหกรรม (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณกรรมการการอาชีวศึกษา

  8. นายพีรศักดิ์ รัตนะ รองเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวง 
  
ในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ครม.มีมติอนุมัติ ให้นายทวีศักดิ์ วาณิชย์เจริญ รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการท่องเที่ยว    นายอารัญ บุญชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง   

นอกจากนี้ ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) เสนอรับโอน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมในการโอนแล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

ครม. มีมติอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง นายลลิต ถนอมสิงห์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (เลขาธิการ กปร.) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เสนอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

กสส.ปั้นเครือข่ายสหกรณ์เป็นตลาดสินค้าเกษตรตัวจริง กระจายผลผลิตเกรดพรีเมียมถึงมือผู้บริโภค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598648

กสส.ปั้นเครือข่ายสหกรณ์เป็นตลาดสินค้าเกษตรตัวจริง กระจายผลผลิตเกรดพรีเมียมถึงมือผู้บริโภค

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมสนับสนุนสหกรณ์การเกษตร พัฒนาและยกระดับทำธุรกิจค้าขายสินค้าเกษตรระดับพรีเมียม เพื่อนำผลผลิตการเกษตรจากสมาชิกสหกรณ์หรือเกษตรกรทั่วไป ในพื้นที่ต่างๆ คัดเกรดคุณภาพมาบริการและจำหน่ายสู่ผู้บริโภค นอกเหนือจากธุรกิจปกติที่สหกรณ์รวบรวมผลผลิตและส่งจำหน่ายให้กับคู่ค้าประจำ ทั้งห้างโมเดินเทรดและพ่อค้าเอกชนเท่านั้น ซึ่งกรมจะผลักดันให้สหกรณ์ยกระดับเป็น ตลาดสินค้าเกษตรเกรดพรีเมียม เป็นตลาดทางเลือกสำหรับให้ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าซื้อสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและมีความเชื่อมั่นในการสั่งซื้อสินค้าจากสหกรณ์ โดยเฉพาะในยุคการค้าออนไลน์ที่ผู้ซื้อสามารถเข้าสั่งซื้อสินค้าได้ ทางอินเตอร์เนต คาดว่าแนวทางนี้จะช่วยส่งเสริมให้สหกรณ์การเกษตรเป็นตลาดสินค้าเกษตรกรคุณภาพที่แท้จริง สามารถคัดสรรสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำตอบสนองผู้บริโภคซึ่งมีความต้องการสินค้าคุณภาพด้วยเช่นกัน

“ผมหวังว่าสหกรณ์จะเป็นตลาดสินค้าเกษตรพรีเมียม ตลาดใหม่ และต้องดีกว่าทุกตลาดเพราะเป็นความร่วมมือของสหกรณ์และสมาชิกที่ต้องช่วยกันนำเสนอของดีให้กับผู้บริโภคที่ต้องได้ทานของดีเกรดส่งออก จากเดิมที่ประชาชนทั่วไปมักจะได้บริโภคสินค้าเกรดรอง จนมีคำพูดที่ว่าคนไทยไม่ได้กินของดี ของเกรดส่งออกหากินยาก เป็นต้น จึงหวังว่าจะให้สหกรณ์มาทำหน้าที่เหล่านี้คือแสวงหาของดีมาป้อนตลาด ซึ่งเดิมทีสหกรณ์การเกษตรเราได้มีการซื้อขายสินค้าเกษตรระหว่างกันในเครือข่ายสหกรณ์ หรือเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้า เพื่อช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกในช่วงฤดูผลไม้ ราคาตกต่ำ เป็นประจำเกือบทุกปี แต่นั่นเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ผมเห็นว่าจากประสบการณ์เหล่านั้น เรายกระดับมาทำเป็นธุรกิจปกติของสหกรณ์เลยจะดีกว่า สหกรณ์การเกษตรควรเข้าสู่การทำธุรกิจการค้าสินค้าเกษตรระดับพรีเมียมได้แล้ว ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ สินค้าเป้าหมายเบื้องต้น เช่น ข้าว พืชผัก ผลไม้ เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียนหรือสินค้าเกษตรที่ผู้บริโภคสนใจจะสั่งซื้อจากสหกรณ์ทั่วประเทศ โดยกรมมีตัวอย่างสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จ เช่น สหกรณ์การเกษตรพรหมคีรี จำกัด จังหวัดนครศรีธรรมราช สหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี จำกัด และสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่สามารถยกระดับการขายมังคุด เงาะ คัดเกรดคุณภาพ ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จนเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ และในปีที่ผ่านมาสหกรณ์การเกษตรสามารถรวบรวมผลไม้ได้กว่า 30,000 ตัน มูลค่ากว่า 789 ล้านบาท”นายวิศิษฐ์ กล่าว

รายงานพิเศษ : สศท.2 ชู ‘สมุนไพร’ สินค้าFuture Crop สร้างรายได้โอกาสโตช่วงโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598651

รายงานพิเศษ : สศท.2ชู‘สมุนไพร’สินค้าFuture Crop  สร้างรายได้โอกาสโตช่วงโควิด-19

รายงานพิเศษ : สศท.2ชู‘สมุนไพร’สินค้าFuture Crop สร้างรายได้โอกาสโตช่วงโควิด-19

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.นายประเสริฐศักดิ์ แสงสัทธา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาแนวทางบริหารจัดการสินค้าทางเลือกที่มีอนาคต (Future Crop) ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด (พิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน) ภายใต้โครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) ซึ่งพบว่า “สมุนไพร” เป็นสินค้าทางเลือกที่น่าสนใจ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เนื่องจากเป็นพืชที่มีอายุสั้น ใช้พื้นที่เพาะปลูกน้อย ประกอบกับมีแหล่งรับซื้อในพื้นที่ตลาดมีความต้องการผลผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศซึ่งเป็นตลาดสำคัญ ได้แก่ เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย สปป.ลาวและญี่ปุ่น 

จากผลการศึกษาเบื้องต้น พบว่า ปัจจุบันเกษตรกรมีการเพาะปลูกสมุนไพรหลากหลายชนิด ซึ่งสมุนไพรที่น่าสนใจและสามารถสร้างกำไรให้เกษตรกร คือ ลูกยอ ดอกอัญชัน ตะไคร้ใบ และขมิ้นชัน โดยแหล่งผลิตกระจายอยู่ในพื้นที่ ทั้ง 6 จังหวัด พบมากที่สุดในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดตาก เกษตรกรมีการปลูกแบบรายเดียวและรวมกลุ่มผลิต ลักษณะการปลูกแบบสวนเกษตรผสมผสาน มีเนื้อที่ปลูกไม่เกิน 1 ไร่/ครัวเรือน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี และที่สำคัญผลผลิตส่วนใหญ่ผ่านการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย (GAP) เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบแปรรูปผลิตภัณฑ์ ส่งจำหน่ายให้กับโรงพยาบาลพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อใช้สำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่รับบริการด้วยการแพทย์ผสมผสาน นอกจากนี้ ยังจำหน่ายผ่านบริษัท ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าทั่วไป รวมไปถึงการส่งออกตลาดต่างประเทศ

หากจำแนกต้นทุนการผลิตและผลตอบแทน ของสินค้าสมุนไพร ทั้ง 4 ชนิดพบว่า ลูกยอ ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 40,781 บาท/ไร่/ปี ผลผลิตเฉลี่ย 33,000 กิโลกรัม/ไร่/ปี ราคาขาย 7 บาท/กิโลกรัม ผลตอบแทนเฉลี่ย 231,000 บาท/ไร่/ปี ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) 190,219 บาท/ไร่/ปี ดอกอัญชัน ต้นทุนการผลิต 48,805 บาท/ไร่/ปีผลผลิตเฉลี่ย 904 กิโลกรัม/ไร่/ปี ราคาขาย252.50 บาท/กิโลกรัม ผลตอบแทนเฉลี่ย 228,260 บาท/ไร่/ปี ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) 179,455 บาท/ไร่/ปี ตะไคร้ใบต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 25,759 บาท/ไร่/ปี ผลผลิตเฉลี่ย 25,585 กิโลกรัม/ไร่/ปี ราคาขาย 2.23 บาท/กิโลกรัม ผลตอบแทนเฉลี่ย 57,054 บาท/ไร่/ปี ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) 31,295 บาท/ไร่ขมิ้นชัน ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 35,196 บาท/ไร่/ปี ผลผลิตเฉลี่ย 3,700 กิโลกรัม/ไร่/ปี ราคาขาย 13 บาท/กิโลกรัม ผลตอบแทนเฉลี่ย 48,100 บาท/ไร่/ปี ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) 12,904 บาท/ไร่

ด้านสถานการณ์การตลาดของสมุนไพร ทั้ง 4 ชนิด พบว่า ผลผลิตส่วนใหญ่ร้อยละ 90 จำหน่ายให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ส่วนอีกร้อยละ 10 จำหน่ายให้กับผู้ประกอบการรับซื้อในท้องถิ่น โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการจะนำผลผลิตไปแปรรูปเบื้องต้น ก่อนส่งขายต่อไปยังผู้รับซื้อตลาดปลายทางเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ยารักษาโรค น้ำมันหอมระเหย เครื่องเทศผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม และเครื่องดื่ม วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า Top Supermarket รวมถึงจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ อาทิ Facebook LazadaShopee

นายประเสริฐศักดิ์ แสงสัทธา 

ผู้อำนวยการ สศท.2 กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันปริมาณผลผลิตพืชสมุนไพรหลายชนิดยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ประกอบกับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและเลือกทานอาหารที่มีสรรพคุณเสริมภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ดังนั้น เกษตรกรและผู้ประกอบการควรศึกษาข้อกำหนดต่างๆ รวมถึงให้ความสำคัญ เรื่องคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า ตลอดจนภาครัฐต้องขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาพืชสมุนไพรด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างจริงจังโดยเฉพาะการส่งเสริมให้สมุนไพรเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่มีศักยภาพสำหรับปรับเปลี่ยนการผลิตสินค้าเกษตรในพื้นที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะสร้างรายได้เพิ่มและอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ สศท.2 จะมีการจัด focus group เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ภายในเดือนกันยายน 2564 และจะได้นำข้อคิดเห็นจากการประชุมไปพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อไป สำหรับผลการศึกษาดังกล่าว สามารถนำไปเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาจัดทำแผนงานโครงการสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาเพื่อยกระดับพืชสมุนไพรของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สามารถขยายตลาดส่งออกให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าในทางเศรษฐกิจในระยะยาว หากท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ สศท.2 โทร. 0-5532-2658 หรือ อีเมล zone2@oae.go.th

5 เคล็ดลับรักษาหัวใจให้แข็งแรงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598779

5เคล็ดลับรักษาหัวใจให้แข็งแรงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

5เคล็ดลับรักษาหัวใจให้แข็งแรงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.44 น.

หัวใจ แม้จะเปรียบดูเหมือนเป็นอวัยวะขนาดเล็กเท่ากำปั้น แต่รู้หรือไม่ว่า หัวใจเป็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดของร่างกายเรา ทำหน้าที่สำคัญในการทำให้เรามีทั้งชีวิตชีวาในทุกวัน ทุกนาที และทุกวินาทีแม้ว่าหน้าที่หลักของหัวใจในการสูบฉีดเลือดและออกซิเจนไปยังปอดและส่วนต่างๆของร่างกาย รวมถึงการขับคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากกระแสเลือดจะเป็นหัวใจหลักของการมีสุขภาวะที่ดีโดยรวม แต่หัวใจกลับเป็นอวัยวะที่อ่อนไหวบอบบางต่อสภาวการณ์หัวใจและหลอดเลือด อย่างโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ที่รู้กันดีว่าเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกมากที่สุด ถึงกว่าประมาณ 17.9 ล้านคนต่อปีที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้น จำนวนกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ในเอเชีย โดยปัจจัยเรื่องอายุ เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของการนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่บ่งชี้ว่า อัตราการป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดจะเพิ่มสูงขึ้นตามอายุที่มากขึ้น   ภาวะหัวใจล้มเหลวในกลุ่มประชากรผู้ใหญ่ของประเทศที่พัฒนาแล้ว เพิ่มสูงขึ้นจาก 1 เป็น 2 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มขึ้นเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มผู้มีอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป โดยอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจที่อายุเกิน 65 ปีนั้น สูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

จากการวิจัยของ ศูนย์หัวใจมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUHCS) ร่วมกับศูนย์หัวใจแห่งชาติประเทศสิงคโปร์ (NHCS) พบว่า คนเอเชียมีภาวะหัวใจล้มเหลวเร็วกว่าชาวตะวันตกถึงหนึ่งศตวรรษ  โดยพบว่า ค่าเฉลี่ยของอายุผู้ป่วยโรคหัวใจน้อยที่สุดในประเทศฟิลิปปินส์ อยู่ที่ 54 ปี  ซึ่งนับว่าน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในแถบเอเชียด้วยกัน ( อินโดนีเซีย 56 ปีไต้หวัน 63 ปีเกาหลีใต้ 63 ปีญี่ปุ่น 65 ปีฮ่องกง 68 ปี ) ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของอายุผู้ป่วยโรคหัวใจในกลุ่มประเทศยุโรปอยู่ที่ 71 ปี

เคล็ดลับเสริมสร้างหัวใจแข็งแรงพร้อมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
จากสถิติที่ได้กล่าวถึงข้างต้น  ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเริ่มต้นหันมาดูแลสุขภาพหัวใจกันอย่างจริงจังโดยไม่รีรอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปและนี่คือ 5 เคล็ดลับง่ายๆ จาก นายแพทย์เคนท์ แอล แบรดลีย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสุขภาพและโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่นที่มาบอกเล่าทิปส์ของการเริ่มต้นเดินทางไปสู่ชีวิตที่อยู่ดีมีสุขทั้งในวันนี้และอนาคตข้างหน้าให้กับคุณโดยเฉพาะ

เคล็ดลับ #1 : เข้าใจปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อสุขภาพ
กุญแจสำคัญในการรักษาสุขภาพหัวใจ คือการรู้จักและทำความเข้าใจกับค่าตัวเลขต่างๆที่เกี่ยวกับหัวใจ โดยควรให้ความใส่ใจในการไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเป็นประจำ และอย่างน้อยต้องมีการตรวจสุขภาพแบบครอบคลุมปีละครั้ง หรือ แวะไปคลินิกสุขภาพเพื่อตรวจประเมินคัดกรองเป็นระยะต้องย้ำกันตรงนี้ว่า ภาวะความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งของการนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยต้องระวังเรื่องนี้ให้มากเนื่องจาก ภาวะความดันโลหิตสูง ได้สมญานามว่า “เพชฌฆาตเงียบ” ที่ไม่มีแม้แต่สัญญาณหรืออาการเตือนให้รู้ล่วงหน้า ดังนั้นการตรวจวัดความดันอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่ต้องควรกระทำ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือรักษา จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองให้สูงขึ้น

เคล็ดลับ # 2 : ลด ละ เลิกพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
การลดการสูบบุหรี่ลง เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการปกป้องหัวใจ ข่าวดีคือ ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจจะลดลงอย่างมีนัยยะหากสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้อย่างถาวร  การสูบบุหรี่ทำอันตรายต่อเยื่อบุผนังหลอดเลือดแดง โดยทำให้เกิดการเกาะกลุ่มกันของไขมัน (Atheroma) ทำให้หลอดเลือดแดงตีบลง ในบางรายอาจเกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอก ที่เรียกกันว่า Angina เป็นสัญญาณเตือน แต่หลายรายกลับเพิ่งพบภาวะเส้นเลือดตีบหลังจากเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือ หลังจากเส้นเลือดในสมองแตกไปแล้ว
ดังนั้น ขอให้คุณสร้างความมุ่งมั่นที่จะเลิกสูบบุหรี่ และทำให้สำเร็จจงได้!  โยนบุหรี่ ไฟแช็ค และที่เขี่ยบุหรี่ทิ้งไป แล้วลองมองหาผลิตภัณฑ์ทดแทนนิโคตินดู  การเลิกพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพลงได้จะให้ประโยชน์กับร่างกายของเรามากกว่าที่เราคิด

เคล็ดลับ # 3 : การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ
ตามปรัชญาโภชนาการ Global Nutrition ของ เฮอร์บาไลฟ์นิวทริชั่น การได้รับแคลอรีที่เหมาะสมนั้น ต้องประกอบไปด้วย คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 40 โปรตีนร้อยละ 30 ไขมันดีร้อยละ 30 ร่วมกับการบริโภคใยอาหาร 25 กรัมและการดื่มน้ำให้เพียงพอ ประมาณ 8 แก้วต่อวันและเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของหัวใจให้ดีขึ้น ให้ทานอาหารตามแบบแผนการรับประทานที่เน้นการทาน ผลไม้สด ผักสด ผลไม้แห้ง อาหารจำพวกถั่วและธัญพืช เพื่อให้ได้วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นเพียงพอในแต่ละวัน นอกจากนี้ อาหารจำพวกปลาที่มีไขมัน (แซลมอล , แมกเคอเรล และทูน่า)  เมล็ดแฟลกซ์วอลนัท เมล็ดฟักทอง และถั่วเหลือง ยังอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า – 3  ที่มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ  อาหารประเภทปลาไม่เพียงแต่เป็นทางเลือกทดแทนที่ดีเยี่ยม แทนการบริโภคอาหารจำพวกเนื้อวัวซึ่งมีกรดไขมันอิ่มตัวสูง  แต่ในปลายังมีโอเมก้า-3 ที่มีส่วนช่วยบำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยทำหน้าที่ลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ลงด้วย

เคล็ดลับ # 4 : ออกกำลังกายให้หัวใจสูบฉีด
การออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ให้ประโยชน์มากกว่าแค่การช่วยลดน้ำหนักหรือทำให้บุคลิกภาพดูดี แต่ยังเป็นการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงแบบครอบคลุม การออกกำลังกายช่วยให้หลอดเลือดขยายและคลายตัว ส่งผลให้การลำเลียงเลือดมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น หัวใจแข็งแรงขึ้น  เมื่อเราออกกำลังกาย ร่างกายจะเพิ่มการผลิต “ไนตริกออกไซด์” ที่มีส่วนสำคัญในการควบคุม ป้องกัน รวมถึงทำให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานได้ตามปกติ เป็นการสร้างความมั่นใจถึงการมีหัวใจที่แข็งแรงขึ้นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้แอคทีฟขึ้นนั้น ให้เริ่มต้นตั้งเป้าที่การออกกำลังกายระดับปานกลาง 30 นาทีต่อวันเป็นอย่างต่ำ หากลองทำแล้วยากเกินไป ให้เปลี่ยนมาเป็นการเดินเล็กๆน้อยๆแต่ทั้งวันแทน ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ในสวนสาธารณะที่ไกลออกไปจากออฟฟิศ หรือหันมาใช้โต๊ะทำงานแบบยืนเพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ในท่านั่งตลอดวัน

เคล็ดลับ # 5 : ลดระดับความเครียดลง
แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานประจักษ์ชัดถึงความเชื่อมโยงระหว่างระดับความเครียดที่สูงกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวพันกับโรคหัวใจ แต่ความเครียดเองนั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพของหัวใจเราแน่นอนความเครียดส่งผลให้เกิดความดันโลหิตสูง ทำให้กินอาหารมากเกินความต้องการของร่างกาย ทำให้ออกกำลังกายน้อยลง หรือไม่ก็ทำให้สูบบุหรี่มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น การมีความเครียดระยะยาว ทำให้ร่างกายมีระดับฮอร์โมนความเครียด เช่น อะดรีนาลีน และ คอร์ทิโซลในระดับที่สูงมากเกินไป  ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้

นายแพทย์เคนท์ แอล แบรดลีย์ สรุปได้อย่างน่าสนใจว่า ข้อมูลทั้งหมดข้างต้นที่กล่าวมานี้ ก็เพื่อการมีชีวิตที่ดี เราต้องตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะหาเวลาเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ และทำกิจกรรมที่เราชื่นชอบ ผู้ที่มีระดับความเครียดต่ำนั้น มีแนวโน้มที่จะออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งเป็นสองปัจจัยสำคัญต่อการรักษาสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้แอคทีฟและมีสุขภาพดีนั้นสามารถใช้เป็นแนวทางระยะยาวในการป้องกันภัยจากโรคหัวใจให้ไกลตัวได้ ถ้ายังไม่ได้เริ่มต้น ตอนนี้คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้หัวใจสูบฉีดได้เต็มสูบ เพื่อวันนี้และเพื่ออีกหลายสิบปีที่รออยู่ข้างหน้าและที่แน่นอนเลยคือ หัวใจของคุณจะขอบคุณคุณ ที่ดูแลหัวใจเป็นอย่างดี แม้วัยที่เพิ่มมากขึ้น!

สำหรับผู้ที่สนใจในผลิตภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น สามารถติดตามข้อมูลเพื่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่ดีได้ที่ www.facebook.com/HerbalifeThailandOfficialและwww.instagram.com/HerbalifeThailandOfficial

เจียไต๋ โฮมการ์เด้น ชวนปลูกผักเพื่อสุขภาพรับหน้าฝน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598572

เจียไต๋ โฮมการ์เด้น ชวนปลูกผักเพื่อสุขภาพรับหน้าฝน

เจียไต๋ โฮมการ์เด้น ชวนปลูกผักเพื่อสุขภาพรับหน้าฝน

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เจียไต๋ โฮมการ์เด้น โดยกลุ่มบริษัทเจียไต๋ เอาใจผู้บริโภคที่รักการเพาะปลูก ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์แตงกวามินิคิวค์ ลิซ่า ที่เพิ่งเปิดตัวผลิตผลสดใหม่รสชาติหวานกรอบไปเมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงเมล็ดพันธุ์แตงร้านขาวโอลาฟ และพิเศษกับชุดออแกนิคพลัส สำหรับผู้ที่ต้องการเมล็ดพันธุ์ออร์แกนิคที่ปลอดภัยไร้สารเคมี พร้อมด้วยชุดบำรุงกาย บำรุงใจ ที่มาแบบครบเซตด้วยเมล็ดพันธุ์และวัสดุปลูกให้พร้อมสรรพ นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นดีลดีๆ ต้อนรับหน้าฝนอีกมากมายทั้งเมล็ดพันธุ์ ชุด Little Garden และวัสดุปลูกคุณภาพ

เริ่มกันที่สินค้าใหม่ เมล็ดพันธุ์คุณภาพแตงกวา มินิคิวค์ลิซ่า ที่หลายคนรอคอย ด้วยรสชาติที่อร่อยโดดเด่นจากแตงกวาสายพันธุ์ทั่วไป และยังหวาน กรอบ เปลือกบาง ไส้น้อยที่สำคัญสามารถเก็บเกี่ยวได้ใน 30 วัน และเมล็ดพันธุ์แตงร้านขาวโอลาฟ ที่ปลูกง่ายเพราะทนร้อน ทนโรค และไวรัสต่างๆ ได้ผลทรงสวย ผลใหญ่ และทนต่อการขนส่งได้ดี

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเซ็ตเมล็ดพันธุ์ที่มาพร้อมอุปกรณ์ปลูกต่างๆ ต้องไม่พลาดกับชุดออแกนิคพลัส ที่ประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์ผักสลัดออร์แกนิคเจียไต๋ 3 ซอง ได้แก่ เรดคอส เรดโอ๊ค และกรีนคอส ซึ่งล้วนผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดสารเคมีทุกชนิด และได้การรับรองตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ IFOAM (International Federation of Organic Agriculture Movements) จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ หรือ มกท. (Organic Agriculture Certification Thailand, ACT Organic Company Limited) พร้อมด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ซี.พี. หมอดิน 1 ถุง ถาดเพาะกล้ารักษ์โลก 8 หลุม 4 ชิ้น และวัสดุปลูกซอยล์พลัสอีก 1 กิโลกรัม ในราคาพิเศษเพียง 349 บาท

สำหรับใครที่กำลังมองหาเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวเพื่อสุขภาพในช่วงหน้าฝน เจียไต๋ โฮมการ์เด้น ขอนำเสนอ ชุดบำรุงกาย บำรุงใจ ที่ประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวที่มีสรรพคุณบำรุงร่างกายต้านโรคภัยจำนวน 6 ซอง ได้แก่ มะระขี้นก กะเพราแดง พริกขี้หนูสวน หอมแบ่ง ผักบุ้งจีนเรียวไผ่ และผักชี พร้อมด้วยวัสดุปลูกพีทมอสเจียไต๋ขนาด
5 ลิตร 1 ถุง ถาดเพาะกล้ารักษ์โลก 8 หลุม 6 ชิ้น และวัสดุปลูกซอยล์พลัสอีก 1 กิโลกรัม ในราคาสุดพิเศษ 219 บาท เซตเมล็ดพันธุ์จากเจียไต๋ โฮมการ์เด้นเหล่านี้ ได้ครบพร้อมปลูกใน 1 เซต ตอบโจทย์ผู้ที่มีพื้นที่น้อย สามารถปลูกภายในบ้านได้อย่างสะดวกสบาย

พิเศษสุด เจียไต๋ โฮมการ์เด้น ยังส่งโปรโมชั่นหน้าฝนเด็ดๆ ให้สายปลูกได้เลือกช้อปเติมความสุข อาทิ เมล็ดพันธุ์ซองจัมโบ้ที่มาในราคาพิเศษซองละ 35 บาท เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2564 (เฉพาะทาง Shopee) ชุด Little Garden หรือชุดพร้อมปลูก DIY KIT ผักสวนครัวในรูปแบบกระป๋อง ที่สามารถปลูกได้ทันทีไม่ต้องเปลี่ยนลงกระถางใหม่ ได้แก่ หอมแบ่ง โหระพา กะเพรา และคื่นฉ่าย ในราคา 59 บาทต่อกระป๋อง ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 กันยายน 2564 (เฉพาะทาง Shopee) รวมถึงโปรโมชั่นสุดพิเศษเมื่อซื้อวัสดุปลูกพีทมอสขนาด 5 ลิตร และซอยล์พลัสขนาด 1 กิโลกรัม จำนวนรวม 2 ถุง (คละชนิดได้) รับฟรีเมล็ดพันธุ์ไมโครกรีน 1 ซอง ทันที ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 กันยายน 2564

ผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อสินค้าเจียไต๋ โฮมการ์เด้นได้ที่ร้านค้าเกษตรชั้นนำและร้านค้าโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ และสำหรับโปรโมชั่นพิเศษสามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ได้บนเว็บไซต์
www.ct-homegarden.com Line: @homegarden และ Facebook :Chia Tai Home Garden www.facebook.com/cthomegardenและ Shopee: Chia Tai Official

น้องเทนนิสส่งกำลังใจผ่านข้าวกล่อง ‘ครัวปันอิ่ม’ ให้คนไทยผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598579

น้องเทนนิสส่งกำลังใจผ่านข้าวกล่อง‘ครัวปันอิ่ม’  ให้คนไทยผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

น้องเทนนิสส่งกำลังใจผ่านข้าวกล่อง‘ครัวปันอิ่ม’ ให้คนไทยผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

น้องเทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิก 2020 ร่วมส่งกำลังใจถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านสติ๊กเกอร์ข้อความให้กำลังใจบนข้าวกล่องโครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19” ร่วมกับโลตัสส่งถึงมือชุมชนผ่านการกระจายของเครือข่ายมูลนิธิและจิตอาสา

น้องเทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิก 2020 และ Brand Endorser ของโลตัส กล่าวว่า “ตอนนี้สถานการณ์โควิด-19 ยังคงรุนแรงอยู่ มีผู้ติดเชื้อ และผู้ที่ต้องทำการกักตัวอยู่ที่บ้านเพิ่มขึ้นทุกวัน อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้าง นอกจากสุขภาพกายที่ต้องดูแลแล้ว สุขภาพของจิตใจ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่ต้องดูแล ในฐานะนักกีฬา เทนนิสเข้าใจว่าสุขภาพใจนั้นสำคัญไม่ต่างจากสุขภาพกาย เทนนิสเลยคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้คือการให้กำลังใจกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นพี่ๆ หมอและพยาบาล มูลนิธิและจิตอาสา หรือผู้ป่วยและคนที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน เทนนิสคิดว่าทุกคนต้องการกำลังใจในช่วงที่ต้องเผชิญกับความท้าทายนี้ เทนนิสจึงอยากขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้กับคนไทยทุกคน เพื่อที่เราจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”

โลตัส ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรกว่า 100 องค์กร ในโครงการครัวปันอิ่มร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19 โดยมีเป้าหมายมอบอาหารกล่อง 2,000,000 กล่องให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก
สถานการณ์โควิด-19 รวมถึงผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้าน โดยอาหาร 1,000,000 กล่องมาจากการสนับสนุนร้านอาหารรายย่อยในการผลิตและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการส่วนอาหารอีก 1,000,000 กล่อง ได้รับการสนับสนุนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์

Van Cleef & Arpels เปิดตัวนาฬิกา หน้าปัดเป็นการแสดงบัลเลต์ครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598582

Van Cleef & Arpels เปิดตัวนาฬิกา หน้าปัดเป็นการแสดงบัลเลต์ครั้งแรก

Van Cleef & Arpels เปิดตัวนาฬิกา หน้าปัดเป็นการแสดงบัลเลต์ครั้งแรก

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สายใยแห่งความผูกพันระหว่างVan Cleef & Arpels กับศิลปะการเต้น มีจุดเริ่มต้นขึ้นเมื่อทศวรรษที่ 1920 ในกรุงปารีส ลูอิสอารเปลส์ ผู้รักการแสดงบัลเลต์เป็นชีวิตจิตใจ มักจะพาโคลด หลานชายของตนไปยังโรงอุปรากรปาแลการนีเยซึ่งอยู่ห่างจากบูติกที่จัตุรัสว็องโดมไปไม่กี่ก้าว ส่วนเข็มกลัดนางระบำหรือที่เรียกกันว่า “บัลเลรินา คลิป” (ballerina clip) ชุดแรกของเมซงนั้น ก็ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1940 และกลายเป็นผลงานสัญลักษณ์ประจำ Van Cleef &Arpels ในเวลาอย่างรวดเร็ว ท่วงท่าที่ดูคล่องแคล่ว และอ่อนช้อย ร่วมกับความงดงามของเครื่องแต่งกายบนเข็มกลัดเหล่านี้ สะกดสายตา และจุดอารมณ์ปรารถนาให้ครอบครองขึ้นในใจของบรรดานักสะสมทั้งหลายได้ทันที วงหน้าที่เผยเนื้อทองของตัวเรือน หรือใช้เพชรเดี่ยวเจียระไนอย่างประณีต ได้รับการเติมเต็มด้วยเครื่องประดับศีรษะอันเลอค่า เช่นเดียวกันกับรองเท้าหัวแหลม และกระโปรงบาน ฟูฟ่องของนางระบำที่ต่างรองรับความพิถีพิถันของงานฝังเพชรกับรัตนชาติหลากสี ก่อเป็นลีลาพลิ้วไหวตามอากัปการเคลื่อนกายไปตามจังหวะเพลง

นี่เป็นครั้งแรกที่ลีลานาฏกรรมจะมาปรากฏความงามบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อคอลเลคชั่น Extraordinary Dials ผลงานซึ่งโดดเด่นเป็นหนึ่งจากเอกลักษณ์ความงามเหนือชั้นบนหน้าปัดบอกเวลา ภายในกรอบตัวเรือนขนาด 33 มม. ของงานออกแบบทั้งสองคือ Lady Danse และ Lady Danse Duo ต่างถ่ายทอดช่วงเวลาอันเปี่ยมพลังอารมณ์ของศิลปินในสองรูปแบบนั่นก็คือก่อนขึ้นเวที และระหว่างดำเนินการแสดง

บนหน้าปัดของงานออกแบบนาฬิกา Lady Danse นางระบำปลายเท้าเจ้าของวงหน้าเพชรเดี่ยวกำลังเตรียมพร้อมก้าวออกไปสู่เวทีการแสดง ด้วยแรงบันดาลใจจากแฟชั่นการแต่งกายระหว่างทศวรรษ 1950 ถึง 1960 ชุดเดรสที่เธอสวมรองรับงานฝังทับทิม และใช้ทองคำต่างงานเดินขอบขลิบริมกระโปรงเพื่อร่วมกันจำลองความพลิ้วไหวของน้ำหนักผ้าบางเบาระหว่างเธอเตรียมออกท่าวาดลวดลายการเต้น พร้อมกับเผยให้เห็นงานจิตรกรรมย่อส่วนบนรองเท้าที่ช่วยเติมเต็มความครบครัน เรือนร่างประติมากรรมนูนต่ำของเธอ โดดเด่นตัดกับฉากหลังพื้นหน้าปัด ซึ่งอาศัยเทคนิคฝังแผ่นรัตนชาติปูพื้นก่อทรวดทรงสามมิติ ในการดำเนินเทคนิคอันละเอียดอ่อนเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นแม่มุกมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ล, หินเทอร์คอยซ์ และโมราสีเขียวคริโซเพรส ล้วนผ่านการตัดเจียนเป็นแผ่นบางในขนาดซึ่งผ่านการคำนวณอย่างแม่นยำให้สามารถนำมาบรรจงวางเคียงกันได้อย่างสม่ำเสมอ และไล่ระดับความกลมกลืนเพื่อก่อมิติความลึก ทวีความโดดเด่นให้แก่อากัปการเคลื่อนไหวของนางระบำปลายเท้า การแสดงของเธอยังต่อเนื่องมาสู่ด้านหลังตัวเรือนนาฬิกาซึ่งใช้ศิลปะการสลักลวดลายเล่าเรื่องราวที่ปรากฏอยู่บนหน้าปัดได้อย่างคล้องจอง 

ในขณะเดียวกัน นาฬิกาข้อมือLady Danse Duo คือบรรยากาศตระการตาของกลุ่มนักเต้น ซึ่งกำลังวาดลวดลายอยู่หน้าสถาปัตยกรรมอันชวนให้นึกถึงกลิ่นอายแห่งมหานครนิวยอร์ก หมู่ตึกหินไข่นกการเวกกับทองคำขาวฝังเพชร ก่อโครงสร้างรูปทรงนูนต่ำตัดกับฉากหลังที่ปูพื้นด้วยแผ่นแม่มุกขาว เครื่องแต่งกายของนักเต้นทั้งสาม อาศัยความวิจิตรบรรจงของงานจิตรกรรมย่อส่วนจำลองท่วงท่าที่พร้อมเพรียง ส่วนอีกด้านของเวทีบนหน้าปัดตัวเรือน นางระบำปลายเท้าในชุดกระโปรงตูตูสีแดงสด กำลังก้าวตามจังหวะการนำของคู่เต้นไปบนเวทีสามมิติปูพื้นด้วยแผ่นพลอยน้ำสมุทรลาพิซ ลาซูลิ อีกหนึ่งความประณีต ซึ่งไม่อาจมองข้ามของผลงานชิ้นนี้อยู่ที่งานประกอบแถบรัตนชาติสีน้ำเงินเข้มต่างขนาดไล่ระดับ เพื่อเน้นให้เห็นถึงมิติภาพความลึกเชิงรายละเอียดบนผืนหน้าปัด ในขณะเดียวกัน ด้านหลังตัวเรือนก็รองรับงานสลักลายเป็นภาพคู่เต้น ซึ่งดูคล้ายกำลังหยุดพักร่วมกันก่อการแสดงจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง 

พบกับนาฬิกา Lady Danse และ Lady Danse Duo ที่ Van Cleef & Arpels บูติค ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ชั้น G และ VanCleef& Arpels ป๊อปอัพ บูติค ชั้น Mสยามพารากอน หรือ www.vancleefarpels.com/en/home.html?pricecountry=th โทร.001 800 852 5410

แก้ผ้าลุงแซม : ชุมชนประหลาดฮัตเตอร์ไรต์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598570

แก้ผ้าลุงแซม : ชุมชนประหลาดฮัตเตอร์ไรต์

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลายคนคงคิดไม่ถึงว่าในประเทศที่มีความเจริญสูงสุดทางเทคโนโลยีอย่างอเมริกา จะมีชุมชนโบราณดำรงอยู่ในหลายรัฐผู้เขียนเคยเขียนถึงชุมชนชาว Amish ไปแล้ววันนี้ขอพักเบรกจากสถานการณ์โควิดที่หนักหนาสาหัสระบาดหนักอีกรอบจนถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วน ได้แต่ป้องกันตัวเองกันไปท่ามกลางความสับสนงุนงงของบรรดามะริกันว่าควรจะฉีดวัคซีนเข็มสามหรือไม่ เลยอยากขอเบรกมาเขียนเรื่องเบาๆ สลับฉาก

กลุ่มฮัตเตอร์ไรต์เป็นกลุ่มชาวคริสต์สายอนาแบพติสต์ที่เชื่อในเรื่องการล้างบาปตอนโตเป็นผู้ใหญ่แล้วกลุ่มนี้ถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 15 ถูกไล่ล่าสังหารเผาทั้งเป็นจนแตกออกเป็นสามสายคือ กลุ่มเมนโนไนต์ กลุ่มอามิชและกลุ่มฮัตเตอร์ไรต์

ทั้งสามกลุ่มหนีการไล่ล่าจากยุโรปมาอเมริกากลุ่มเมนโนไนต์จะอยู่ทั่วทุกรัฐ กลุ่มอามิชจะจับกลุ่มกระจายตัวไป 31 รัฐ แต่ชุมชนใหญ่อยู่ในสามรัฐ คือ เพนซิลเวเนีย โอไฮโอ และอินเดียน่า
ส่วนฮีตเตอร์ไรต์จะอยู่ทางตอนเหนือในบางรัฐที่ติดชายแดนแคนาดา เช่น รัฐดาโกต้าและมอนทาน่า

กลุ่มฮัตเตอร์ไรต์ที่อาศัยในอเมริกาตั้งชุมชนในแขตทุ่งหญ้าแพรี่เรียกตัวเองว่า “แพรี่ลูท” หรือชนแห่งทุ่งหญ้าแพรี่ ส่วนมากทำการเกษตรเลี้ยงเป็ด ไก่ และไก่งวงป้อนโรงงานอุตสาหกรรมของตนเองชุมชนของชาวฮัตเตอร์ไรต์เรียกว่า “อาณานิคม”

ฮัตเตอร์ไรต์ใช้ชีวิตเกือบเหมือนคอมมิวนิสต์เพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากความเชื่อทางการเมืองมาเป็นความเชื่อทางศาสนาแต่ละอาณานิคมจะสร้างโรงเรือนรวม เพื่อรับประทานอาหารร่วมกันทุกวันเริ่มตั้งแต่เช้าหญิงชาวฮัตเตอร์ไรต์จะมารวมกันในโรงเรือนแห่งนี้เพื่อประกอบอาหารร่วมกัน จากนั้นจะเรียกให้มารับประทานอาหารเช้าและสวดมนต์เป็นภาษาเยอรมัน

ในโรงเรือนรับประทานอาหาร จะแยกโต๊ะนั่งฟากหนึ่งเป็นหญิงอีกฟากเป็นชาย และอีกด้านเป็นโต๊ะสำหรับเด็ก เมื่ออิ่มหนำสำราญแล้วฝ่ายชายจะแยกไปทำงานในไร่หรือโรงงาน ซึ่งเป็นของส่วนรวมผลผลิตทั้งหมดของไร่และโรงงานเป็นของทุกคนโดยมีคนจัดการด้านการเงินเพียงคนเดียว

ส่วนฝ่ายหญิงทำความสะอาดโรงเรือน และซักผ้าร่วมกันหากมีเวลาว่างก็เตรียมแปรรูปอาหารเก็บไว้ในห้องใต้ดินสำหรับหน้าหนาวแม้ว่าจะมีโรงเรือนส่วนกลาง แต่ละครอบครัวมีบ้านบ้านของชาวฮัตเตอร์ไรต์จะเรียบง่าย มีแค่ห้องนั่งเล่นนอกนั้นเป็นห้องนอนทั้งหมด ไม่มีโทรทัศน์แต่สามารถมีโทรศัพท์และใช้ไฟฟ้าได้

ผู้อาวุโสจะไปรวมตัวกันในบ้านของผู้นำอาณานิคมเพื่อปรึกษาปัญหาและตัดสินใจร่วมกันรายวันโดยจะมีคนในอาณานิคมมาขออนุญาตออกจากอาณานิคมไปหาหมอหรือไปธุระต่างๆ สิ่งเหล่านี้
จำเป็นต้องผ่านการปรึกษาหารือของผู้อาวุโสทั้งสิ้นห้ามออกไปเองโดยพลการ

ผู้หญิงทุกคนทำอาหารและทำความสะอาดด้วยกันในขณะที่ชายทำงานในไร่หรือโรงงานของชุมชนบางคนมีการกำหนดหน้าที่ในชุมชนชัดเจน เช่น ช่างทำไม้กวาดหรือช่างทำรองเท้าก็จะทำหน้าที่ของตนเองไปแต่ละหน้าที่แต่ละอาชีพไม่มีค่าจ้าง แต่ทุกคนมีบ้าน มีอาหารและได้รับการดูแลจากชาวอาณานิคมตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยชรา

เด็กเล็กจะได้รับการดูแลจากชุมชนโดยมีเด็กสาวรุ่นและรุ่นอาวุโสประมาณย่ายายทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล ในขณะที่แม่ๆ ไปทำงานด้านอื่นเมื่อโตขึ้นมา ก็จะเรียนโรงเรียนในชุมชน ที่สอนภาษาเยอรมันอันเป็นภาษาที่ใช้ในการสวด นอกจากนี้ยังสอนภาษาอังกฤษที่จ้างครูจากนอกอาณานิคมมาสอนเด็กชาวฮัตเตอร์ไรต์เรียนในโรงเรียนจนถึงอายุ 15

เมื่ออายุ 18 จะต้องทำงานเต็มเวลาเหมือนผู้ใหญ่ในอาณานิคมที่สำคัญคือจะต้องท่องจำหลักคำสอนเพื่อเข้าพิธีแบพติสต์จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าพิธีนี้เพราะเป็นขั้นตอนสำคัญในชีวิตสำหรับชาวฮัตเตอร์ไรต์ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถแต่งงานได้

การเลือกคู่ชาวฮัตเตอร์ไรต์จะต้องแต่งกับชาวฮัตเตอร์ไรต์ด้วยกันเท่านั้นแต่หากในอาณานิคมมีแต่ญาติสายเลือดใกล้ชิดเกินไปก็จะต้องเสาะหาเจ้าสาวจากอาณานิคมอื่น จากอาณานิคม 500 แห่งในอเมริกาและแคนาดาครอบครัวชาวฮัตเตอร์ไรต์มักมีลูกกันประมาณ 2-5 คน ทำให้จำนวนประชากรฮัตเตอร์ไรต์เพิ่มขึ้นทุกปี

โลกของชาวฮัตเตอร์ไรต์คือการทำงาน โดยมีสุภาษิตว่า “การงานทำให้ชีวิตหอมหวาน” โดยเริ่มตั้งแต่ตีสามไปถึงสี่ทุ่มที่เหลือคือการสวดมนต์ ทุ่งหญ้าแพรี่เป็นทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่แต่โดดเดี่ยวไกลจากเมือง ทำให้พวกฮัตเตอร์ไรต์เลือกไปตั้งอาณานิคมเพราะต้องการตัดขาดจากโลกภายนอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ไม่ได้ปฏิเสธเทคโนโลยี เพราะยังขับรถ ค้าขายกับคนนอกอาณานิคมใช้เครื่องจักรในการผลิต แม้กระทั่งใช้คอมพิวเตอร์

เงินที่หาได้ทั้งหมดเป็นของกงสีหากต้องการออกนอกชุมชนเพราะมีนัดกับหมอหรือไปธุระจะต้องแจ้งให้หัวหน้าชุมชนทราบและอนุมัติทุกครั้งการใช้จ่ายเงินทองหรือการหาเงินเพื่อตัวเองคือบาป

เคยมีรายการสัมภาษณ์เด็กหนุ่มที่หนีออกจากอาณานิคมฮัตเตอร์ไรต์ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจมากที่สุด หนุ่มฮัตเตอร์ไรต์รายนั้นตอบว่าการได้รับเงินเดือนเป็นค่าทำงาน

ท่ามกลางโลกยุคใหม่ ที่ใครๆ ต่างทำงานเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองให้มากที่สุดยังมีโลกของชาวฮัตเตอร์ไรต์อีกใบทับซ้อนในโลกใบใหญ่นี้เป็นโลกที่เต็มไปด้วยความน่าพิศวงที่ยังสามารถรักษาคุณค่าดั้งเดิมแห่งโลกโบราณไว้ได้ โดยการยอมรับเทคโนโลยีบางส่วนแต่ยังเลือกที่จะตัดขาดจากโลกภายนอกเพื่อรักษาความเชื่อทางศาสนาของตนเองเหมือนเช่นที่เคยเป็นมาเมื่อห้าร้อยปีก่อน