ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ศิลป์ พีระศรี’บิดาแห่งศิลปากรและศิลปะร่วมสมัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601424

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ศิลป์ พีระศรี’บิดาแห่งศิลปากรและศิลปะร่วมสมัย

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ศิลป์ พีระศรี’บิดาแห่งศิลปากรและศิลปะร่วมสมัย

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 08.05 น.

คณบดีม.ศิลปากรคนแรก

วันที่ ๑๕ กันยายน ทุกปีนั้น เป็นวันรำลึกถึงบุคคลสำคัญผู้บุกเบิกสร้างงานศิลปกรรมของสยามที่รู้จักกันดีซึ่งกำหนดให้วันนี้เป็น “วันศิลป์ พีระศรี” เพื่อให้ชาวศิลปากรได้รำลึกถึงครูฝรั่งผู้อุทิศตนทั้งชีวิตเพื่อนักเรียนและงานศิลปะ จนนาทีสุดท้าย ซึ่งท่านได้สร้างศิษย์คนสำคัญเป็นศิลปินของชาติ สืบสานต่องานศิลปกรรมจนสร้างผลงานสำคัญให้กับแผ่นดินไว้มากมายจนทุกวันนี้อาทิตย์นี้ขอตามรอยสยามไประลึกถึงครูฝรั่งคนสำคัญผู้นี้ คือ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีครูฝรั่งหรืออาจารย์ฝรั่งผู้นี้เป็นชาวอิตาลีมีชื่อเดิมว่า คอร์ราโด เฟโรจี (CORRADOFEROCI) เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๕ ณ ซานโจวันนี (San Giovanni) เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เป็นบุตรของ นาย Artudo Feroci และ นาง Santina Feroci ได้เข้าศึกษาทางด้านศิลปะจากโรงเรียนราชวิทยาลัยศิลปะแห่งนครฟลอเรนซ์ จบหลักสูตรวิชาช่าง ๗ ปีรับประกาศนียบัตรช่างปั้นช่างเขียนและสามารถสอบเป็นศาสตราจารย์ จากราชวิทยาลัยศิลปะแห่งนครฟลอเรนซ์ (The Royal Academy of Art of Florence) เมื่ออายุ ๒๓ ปี นอกจากท่านจะมีความรอบรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ วิจารณ์ศิลป์และปรัชญาแล้วยังมีความสามารถทางด้านประติมากรรมและจิตรกรรมเป็นพิเศษอีกด้วย

จากผลงานที่ท่านชนะการประกวดการออกแบบเหรียญเงินตราสยาม ที่จัดขึ้นในยุโรปเมื่อพ.ศ.๒๔๖๖ นั้นทำให้ท่านได้เดินทางมารับราชการเป็นช่างปั้นประจำกรมศิลปากร ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖โดยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์สอนวิชาช่างปั้นหล่อแผนกศิลปากรสถานแห่งราชบัณฑิตยสภา เมื่อวันที่๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๖ ต่อมาสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ พ.ศ.๒๔๘๒ จากเหตุที่อิตาลียอมพ่ายแพ้แก่ฝ่ายสัมพันธมิตรนั้นส่งผลให้ชาวอิตาเลียนที่อาศัยอยู่ภายในไทยตกเป็นเชลยของเยอรมนีกับญี่ปุ่น ครั้งนั้นรัฐบาลไทยได้ขอควบคุมตัวครูฝรั่งชาวอิตาเลียนผู้นี้ไว้เอง เป็นเหตุที่รัฐบาลไทยต้องให้หลวงวิจิตรวาทการ รีบดำเนินการขอโอนสัญชาติจากอิตาเลียนมาเป็นสัญชาติไทย พร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “นายศิลป์ พีระศรี” เพื่อป้องกันมิให้ครูฝรั่งต้องถูกเกณฑ์เป็นเชลยศึกไปสร้างทางรถไฟสายมรณะ และสะพานข้ามแม่น้ำแควเมืองกาญจนบุรี

ศ.ศิลป์ พีระศรี

งานสำคัญของครูฝรั่งนั้นคือการวางรากฐานการศึกษาด้านศิลปะ ในช่วงแรกนั้นได้จัดตั้ง“โรงเรียนประณีตศิลปกรรม” ขึ้น ต่อมาพ.ศ.๒๔๘๐ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนศิลปากรแผนกช่าง” โรงเรียนแห่งนี้เปิดสอนหลักสูตรวิชาจิตรกรรมและประติมากรรม เมื่อรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ได้ให้แยกกรมศิลปากรออกจากกระทรวงศึกษาธิการมาขึ้นอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยเห็นว่างานศิลปะนั้นมีความสำคัญและเป็นวัฒนธรรมสาขาหนึ่งของชาติ ทำให้ พระยาอนุมานราชธน อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้นดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรและตราพระราชบัญญัติยกฐานะ “โรงเรียนศิลปากร” ขึ้นเป็น “มหาวิทยาลัยศิลปากร” เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๖โดยให้ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ครูฝรั่งเป็นผู้อำนวยการสอนและดำรงตำแหน่งคณบดีคนแรก ช่วงแรกนั้นมีคณะจิตรกรรมประติมากรรม (สาขาจิตรกรรมและสาขาประติมากรรม) คณะเดียวที่เปิดสอน นอกจากนี้รัฐบาลยังได้มอบหมายให้ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ออกแบบปั้นและควบคุมการหล่อพระราชานุสาวรีย์ และอนุสาวรีย์สำคัญของประเทศไทยขึ้นหลายแห่ง เช่น พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ.๒๔๗๕, อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี พ.ศ.๒๔๗๗, พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าพ.ศ.๒๔๘๔, พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช พ.ศ. ๒๔๙๓-๒๔๙๔ และพระพุทธรูปยืน พุทธมณฑล พ.ศ.๒๕๐๐ เป็นต้น อันเป็นคุณูปการที่หาได้ยากยิ่งเช่นเดียวกับวรรคทอง “ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” และ “นายไม่อ่านหนังสือ นายจะรู้อะไร” ของท่านได้เตือนให้ศิษย์ตระหนักถึงชีวิตต้องสร้างงานศิลปะและอ่านหนังสือให้มากๆอนุสาวรีย์ศิลป์ พีระศรีอนุสาวรีย์ศิลป์ พีระศรีครูฝรั่งจากอิตาลี

ครูฝรั่งจากอิตาลีครูฝรั่งของช่างศิลปากรครูฝรั่งของช่างศิลปากรครูฝรั่งสอนศิลปะครูฝรั่งสอนศิลปะช่างศิลปะจากอิตาลี

ช่างศิลปะจากอิตาลีบิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยบิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยปั้นหุ่นพระพุทธรูปพุทธมณฑลปั้นหุ่นพระพุทธรูปพุทธมณฑลผู้สร้างปฏิมากรรมขนาดใหญ่

ผู้สร้างปฏิมากรรมขนาดใหญ่ศ.ศิลป์ พีระศรีศ.ศิลป์ พีระศรีศ.ศิลป์ พีระศรีศ.ศิลป์ พีระศรีศ.ศิลป์ พีระศรีศ.ศิลป์ พีระศรีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอนุสาวรีย์พระนเรศวรมหาราชอนุสาวรีย์พระนเรศวรมหาราชรูปหล่อท้าวสุรนารี

รูปหล่อท้าวสุรนารี

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601422

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

งดขีปนาวุธ : ทหารเกาหลีเหนือสวมชุดป้องกันสีส้มสดใสพร้อมสวมหน้ากากป้องกันมิดชิด เข้าร่วมในขบวนสวนสนามของกองทัพ เพื่อในพิธีเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 73 ปี ของการก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ ที่จัตุรัสคิม อิล ซุง ในกรุงเปียงยาง ช่วงกลางดึกคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่น โดยขบวนสวนสนามปีนี้ไม่มีการแสดงขีปนาวุธเหมือนที่เคยทำมา

รื้อรูปปั้น : รูปปั้นของนายพลโรเบิร์ต อี ลี หนึ่งในผู้บัญชาการคนสำคัญของฝ่ายสมาพันธรัฐในยุคสงครามกลางเมือง และเป็นหนึ่งในรูปปั้นทหารฝ่ายสมาพันธรัฐขนาดใหญ่ ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในสหรัฐฯ ถูกรื้อถอนออกจากที่ตั้งเดิม ในเมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนียที่อยู่มานานนับร้อยปี

ไม่เอาบิทคอยน์ : หนึ่งในชาวเอลซัลวาดอร์เข้าร่วมการประท้วงต่อต้าน การใช้เงินดิจิทัลสกุลบิทคอยน์ของทางการเอลซัลวาดอร์ในประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งส่งผลให้เอลซัลวาดอร์เป็นประเทศแรกในละตินอเมริกาที่ใช้เงินบิทคอยน์ชำระค่าสินค้าและบริการได้ตามกฎหมาย

แยกชาย-หญิง : นักศึกษาชายและหญิงภายในห้องเรียนที่มหาวิทยาลัยอาวิเซมาในกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน ต้องนั่งแยกกันโดยมีผ้าม่านกั้นกลางห้อง ตามคำสั่งของรัฐบาลรักษาการตาลิบันที่เริ่มบังคับใช้มาตรการต่างๆ จำกัดสิทธิของผู้หญิงชาวอัฟกันมากขึ้นเรื่อยๆ

หนังสือเด่น : เคล็ดลับก้าวสู่ความสำเร็จ ด้วยทัศนคติเชิงบวก โดยการฝึกฝนและปรับปรุงแนวคิดอย่างเป็นระบบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601439

หนังสือเด่น : เคล็ดลับก้าวสู่ความสำเร็จ ด้วยทัศนคติเชิงบวก โดยการฝึกฝนและปรับปรุงแนวคิดอย่างเป็นระบบ

หนังสือเด่น : เคล็ดลับก้าวสู่ความสำเร็จ ด้วยทัศนคติเชิงบวก โดยการฝึกฝนและปรับปรุงแนวคิดอย่างเป็นระบบ

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

PMA หรือ Positive Mental Attitude หรือทัศนคติเชิงบวก เป็นเคล็ดลับแห่งความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับมาทุกยุคทุกสมัย ด้วยมีความเชื่อว่าเมื่อคนเรามีทัศนคติเชิงบวก คนๆนั้นจะมีความสุขกับตนเองและผู้อื่น จะมีความนับถือตัวเอง มีความรู้สึกดีกับสรรพสิ่ง พบเจอแต่สิ่งที่ดี และห่างไกลจากเรื่องเลวร้าย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีผู้รู้หลายคนที่อุทิศตนเองในการพัฒนาและปรับปรุงแนวคิดเชิงบวกนี้ และ นโปเลียน ฮิลล์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ยึดแนวคิดนี้และอุทิศชีวิตศึกษาและรวมเป็นปรัชญาไปสู่ความสำเร็จ และได้นำหลักการนี้เข้าไว้ในหนังสือขายดีของเขาหลายเล่ม  รวมถึง พลิกชีวิตคิดเชิงบวก Napoleon Hill’s Keys to Positive Thinking ผู้เขียน: Michael J. Ritt, Jr. และNapoleon Hill เล่มนี้ด้วย

คนเราเกิดมามีทั้งความคิดเชิงบวกและเชิงลบ ถ้าปล่อยให้ความคิดเชิงลบมีอิทธิพลเหนือจิตใจ ชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานก็จะไร้สุข บางรายทุกข์หนักจนอาจถึงกับล้มป่วยทางจิต และทำให้คนรอบข้างได้รับผลกระทบไปด้วย แต่ถ้าเราหันมาพัฒนาความคิดเชิงบวกและขจัดความคิดลบ ก็เหมือนกับเรามีอุปกรณ์ช่วยในการดำเนินชีวิต จะทำให้คนเรานั้นทรงพลังและมีอำนาจในการกำหนดโชคชะตาชีวิตของตัวเอง และในหนังสือเล่มนี้ นอกจากมาให้ความรู้และนิยามคำว่าทัศนคติเชิงบวกแล้ว ยังมาบอกถึง 10 ขั้นตอนที่ถือเป็นแก่นในการพัฒนาความคิด และการรักษาไว้ซึ่งทัศนคติทางบวก  ที่มีทั้งวิธีการเรียนรู้ในการปฏิบัติ และแบบทดสอบตนเอง ที่ต้องกระทำสม่ำเสมอ  ได้แก่ การฝึกควบคุมจิตใจตัวเองด้วยการฝึกหัดโน้มน้าวจิตตัวเอง ด้วยการอ่านข้อความที่ได้กำหนดไว้ เป็นสิ่งแรกของกิจกรรมในตอนเช้า , การฝึกจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ปรารถนา และหลีกเลี่ยงสิ่งไม่พึงปรารถนา โดยการฝึกสร้างวินัยให้ความคิด สร้างภาพในใจในสิ่งที่ต้องการ พูดย้ำกับตัวเองว่าต้องการมีประสิทธิภาพด้านไหน ตอบโต้ความโชคร้าย ล้มเหลว พ่ายแพ้ เศร้าโศกด้วยทัศนคติเชิงบวก  , การยึดกฎใจเขาใจเรา คือให้ปฏิบัติต่อผู้อื่นในแบบที่เราต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติกับเรา และไม่ทำสิ่งใดก็ตามที่ไม่ต้องการให้ผู้อื่นกระทำกับเรา , การขจัดความคิดเชิงลบออกไปจากตัวเรา ด้วยการทบทวนตัวเอง และเอาความคิดเชิงบวกมาแทนที่  ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข กระทำสิ่งใหม่ๆด้วยวิธีการใหม่ๆ อย่างกระตือรือร้น ฝึกถ่ายทอดพลังแห่งความสุข , ฝึกเป็นคนนิสัยใจกว้าง  ยอมรับผู้คนในแบบที่เขาเป็น มองหาจุดดีผู้อื่น เรียนรู้ที่จะชอบผู้อื่น , เตือนตัวเองด้วยความคิดเชิงบวก  โดยการป้อนสิ่งดีๆสิ่งบวกให้สัมผัสทั้งห้าของเรา ผู้อื่น , เชื่อในพลังแห่งการอธิษฐาน  ให้เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์รับฟังในสิ่งที่เราอธิษฐานทุกเรื่อง และเราได้ยินเสียงของเราด้วย  กำหนดเป้าหมาย โดยกำหนดทันทีและชัดเจนว่าต้องการอะไรละสิ่งใดทดแทน ศึกษาและคิดวางแผนทุกวัน  อาทิการใช้เวลา 15-20นาทีคิดถึงเป้าหมายตรวจสอบ ทบทวน ทัศนคติเชิงบวก  คิดวางแผนด้วยทัศนคติเชิงบวก  และ สุดท้ายกล่าวถึง ดับเบิลยู คลีเมนต์ สโตนคนที่นำทัศนคติเชิงมาใช้ทุกอย่างในการดำเนินชีวิต

นอกจากนี้ในส่วนท้ายของแต่ละขั้นตอนยังมี วจีปราชญ์ ซึ่งเป็นความคิดเห็นของบุคคลที่ประสบผลสำเร็จจากการใช้ทัศนคติเชิงบวกซึ่งมีคุณค่า และให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น และหนังสือเล่มนี้ ถ้าเทียบกับหนังสือในปัจจุบัน ในการอ่านต้องทำความเข้าใจ และมีสมาธิในการอ่าน และต้องตีความพอสมควร เพราะอาจจะเป็นสำนวนการเขียนในยุคเก่า แต่มีข้อดีคือได้รวบรวมแนวคิดวิธีการปฏิบัติเพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวกไว้อย่างเป็นขั้นตอน สามารถนำมาฝึกฝนได้ และหากปฏิบัติสม่ำเสมอก็จะกลายเป็นนิสัย และสามารถนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า และปนะสบผลสำเร็จในการดำเนินชีวิตในทุกๆด้าน

เจาะลึกโครงสร้างทางธุรกิจของ”แอมะซอน” อ่านเข้าใจง่าย ประยุกต์ใช้ได้กับในทุกธุรกิจ

โตอย่าง Amazon คิดอย่าง BEZOS 14 กฎทอง ของสุดยอดธุรกิจค้าปลีก ที่ปฏิวัติวงการให้โตไม่หยุดฉุดไม่อยู่! ผู้เขียน Steve Anderson (สตีฟ แอนเดอร์สัน),Karen Anderson (แคเรน แอนเดอร์สัน) ผู้แปล ธมกร ศรีกิจกุล หนังสือเล่มนี้จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของ “เจฟ เบโซส” และเจาะลึกเข้าไปใน “แอมะซอน”  ผู้อ่านจะได้พบโครงสร้างทางธุรกิจที่น่าทึ่ง โดยผู้เขียนได้ถอดรหัสตรรกะที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังจดหมายจากเบโซสถึงผู้ถือหุ้น และแปลมันออกมาให้เข้าใจง่าย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจหรือองค์กรได้เกือบทุกอย่าง ยิ่งไปกว่านั้น ยังสอดแทรกเรื่องราวสนุก ๆ ตั้งแต่เรื่อง “ความล้มเหลวที่สำเร็จ” ของเบโซส ไปจนถึงมุมมองของเบโซสที่มีต่ออวกาศ เรื่องราวเหล่านี้ทำให้ผู้อ่านได้เปิดหูเปิดตา และใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี เป็นหนังสือ Best Seller USA Today แปลขายแล้วกว่า 17 ประเทศ

แนะนำวิธีการพัฒนาทักษะการคุยเล่น เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้สำเร็จระดับแถวหน้า

หนังสือ อย่าเป็นคนเก่งที่คุยไม่เป็น ผู้เขียน Tadashi Yasuda (ทาดาชิ ยาซุดะ) ผู้แปล ช่อลดา เจียมวิจักษณ์ หนังสือเขียนขึ้นโดยตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่า ทักษะการคุยเล่น เป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้ประสบผลสำเร็จ ผู้คนจะไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้ถ้าปราศจากทักษะนี้ และเป็นสิ่งที่ควรฝึกฝน ในเล่มจะมาบอกถึงทักษะคุยเล่นของคนชั้นแนวหน้าในทุกวงการ ซึ่งเป็นทักษะที่จะช่วยให้พวกเขาก้าวสู่จุดสูงสุดของอาชีพได้ แนะนำการฝึกพูด ไม่ว่าจะเป็น พูดโดยใช้เสียงในระดับ “ฟา” หรือ “ซอล” , หัดเล่าถึงความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวเอง, ฝึกชมแบบ “พึมพำ” , ทำไมการถามว่า “ทำไมล่ะ” ถึงดูสิ้นคิด และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังได้อธิบายเกี่ยวกับเทคนิคในการพัฒนาทักษะการคุยเล่น โดยหยิบยกวิธีการที่นำไปทดลองปฏิบัติจริง แล้วได้ผลมาสรุปเป็นคำแนะนำที่ละเอียดชัดเจน เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ทิ้งการใช้ชีวิตที่ตามรอยคนอื่น กลับมาเป็นตัวเอง เดินตามเส้นทางที่ชอบ ทำให้เต็มที่ ก็จะสำเร็จเอง

หนังสือ นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ ผู้เขียน Ha Wan (ฮาวัน) ผู้แปล   ตรองสิริ ทองคำใส เป็นการแนะนำการใช้ชีวิตที่น่าสนใจ โดยในทุกวันนี้คนเราใช้ชีวิตหลากหลาย และคนปุถุชนธรรมดาส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่คนห่วยมากมาย ก็มักจะใช้ชีวิตแบบมีเป้าหมายโดยหวังว่าตัวเองจะประสบผลสำเร็จในด้านต่างๆ บางคนต่อสู้ดิ้นรนโดยเลือกทำตามแบบที่คนสำเร็จเขาทำกัน แต่ก็ไม่ได้มีผลลัพธ์ดีเหมือนเขา กลับรู้สึกเหนื่อยล้าท้อแท้ และถ้าใครกำลังรู้สึกไม่มีความสุขลองหันมาใช้ชีวิตตามที่หนังสือเล่มนี้แนะนำ คือเลือกใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ที่แตกต่างออกไป  ทำสิ่งที่ชอบให้เต็มที่ ขณะเดียวกันก็ผ่อนคลายและไม่ยึดติดจนเกินไป สุดท้ายอาจจะพบกับชีวิตที่มีความสุข สมดุล หรืออาจจะพบทางออกใหม่ที่ไม่น่าเบื่อ ถึงแม้จะไม่ประสบผลสำเร็จก็ถือเป็นประสบการณ์ชีวิต

คนฉลาด ต้องรู้จักแสร้งโง่ เพื่อเรียนรู้การทำงาน แล้วลงมือทำอย่างจริงจัง จนกว่าจะประสบผลสำเร็จ

หนังสือ คนฉลาดแสร้งโง่ ผู้เขียน อิบูคิ ทาคาชิ,โทขุดะ โทราโอะ ผู้แปล อธิคม สวัสดิญาณ เล่มนี้ ได้อธิบายว่าคุณค่าของคนเรามิได้อยู่ที่สมองดีหรือไม่ดี แต่อยู่ที่การใช้สมอง ทัศนคติ วิธีการทำงาน และท่าทีการวางตัวที่เหมาะสม ผู้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ส่วนใหญ่จะรู้จักแสร้งโง่กับทุกๆเรื่อง หรืออีกนัยหนึ่งคือต้องทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้ว ที่มีพลัง และแรงผลักดันให้อยากเรียนรู้ในสิ่งใหม่  เพื่อที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น   และให้ตั้งเป้าหมายชีวิตให้เหนือความสามารถให้ได้100เท่า แล้วเริ่มจากลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ทำต่อเนื่อง เอาใจใส่เต็มกำลัง ยืนหยัดให้ถึงที่สุด และรู้จักแสวงหาผู้ร่วมมือปฏิบัติที่เหมาะสม  ความเชื่อมั่นทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ล้วนเป็นแบบอย่างที่ควรค่าแก่การศึกษาและนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตการทำงาน หรือการประกอบธุรกิจได้เป็นอย่างดี

โซไซตี้ : เปิดความรู้สึกผู้พิการที่ได้รับโอกาสดีๆ จากสังคม ร่วมสร้างงานส่งพลังใจ ปลุกพลังชีวิตให้ผู้พิการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601445

โซไซตี้ : เปิดความรู้สึกผู้พิการที่ได้รับโอกาสดีๆ จากสังคม  ร่วมสร้างงานส่งพลังใจ ปลุกพลังชีวิตให้ผู้พิการ

โซไซตี้ : เปิดความรู้สึกผู้พิการที่ได้รับโอกาสดีๆ จากสังคม ร่วมสร้างงานส่งพลังใจ ปลุกพลังชีวิตให้ผู้พิการ

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แม้จะอยู่ในสถานะผู้พิการ ที่ร่างกายอาจจะไม่ได้สมบูรณ์เฉกเช่นคนอื่นทั่วไป แต่ความพิการนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงต่อการดำเนินชีวิต ขอเพียงได้รับโอกาสจากสังคม ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในการสร้างงานสร้างอาชีพ เขาเหล่านี้ก็จะมีกำลังใจและรู้สึกถึงคุณค่าในตนเองมากขึ้น

หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เห็นความสำคัญของการสร้างโอกาสให้กับผู้พิการให้มีช่องทางประกอบอาชีพ และหนึ่งในนั้นคือ “โครงการจากการจ่ายสู่การจ้างผู้พิการตามมาตรา 35” โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้อนุเคราะห์ผู้พิการในรูปแบบต่างๆ ทั้งการสนับสนุนเป็นจำนวนเงินและการสร้างอาชีพ ซึ่งมีผู้พิการทั่วประเทศจำนวนมากได้รับโอกาสจากโครงการนี้ ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ประสพ ด้วงป้อ อายุ 45 ปี ไม่ได้พิการแต่กำเนิด แต่เกิดจากอุบัติเหตุตกเขาจนทำให้เส้นประสาทไขสันหลังขาด และต่อมาได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว และได้รับโอกาสจาก บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ให้เข้าทำงานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลบ้านจันทร์ จ.เชียงใหม่ ได้กล่าวเปิดใจถึงความรู้สึกว่า “ได้รับโอกาสที่ดีจาก บริษัท ไลอ้อนฯ ให้เข้าทำงานที่ รพ.สต.บ้านจันทร์ ทำให้ตนเองมีเงินเดือนนำมาเลี้ยงชีพ นอกจากนี้ ยังต่อยอดด้วยการนำสินค้าจากบริษัทมาจำหน่าย ซึ่งทำให้มีรายได้งอกเงยเพิ่มขึ้น เงินที่ได้มานั้นจะนำมาใช้จ่าย ซื้ออาหาร ซื้อสิ่งของจำเป็น ซื้อชุดนักเรียนให้ลูก รวมทั้งแบ่งส่วนเก็บออมไว้สำหรับเป็นทุนการศึกษาให้ลูกและบางส่วนก็นำไปแบ่งปันช่วยเหลือผู้พิการคนอื่นๆ อีกด้วย”

พรรณพร ทรัพย์เจริญยิ่ง อายุ 55 ปีผู้พิการตั้งแต่กำเนิด เท้าแปทั้งสองข้าง ได้เข้าร่วมโครงการ โดยเป็นเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดที่ รพ.สต.แม่ละอุป จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงความรู้สึกว่า “ดีใจและขอบคุณ บริษัท ไลอ้อนฯ รวมทั้งทุกหน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือ ทำให้มีโอกาสในการประกอบอาชีพ ตนเองนั้นตั้งใจทำงานเต็มที่ งานที่เป็นหน้าที่ของผู้ชายเราก็ทำได้ซึ่งค่าตอบแทนที่ได้รับจะนำมาดูแลตนเองและครอบครัว และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล”

นิตยา แดนมะลิดอย อายุ 26 ปีผู้พิการทางสมองและป่วยด้วยโรคภูมิแพ้รุนแรง การรักษาด้วยสเตียรอยด์ ทำให้ใบหน้าบวม กล่าวเปิดใจว่า “ได้เข้าร่วมโครงการเข้ามาทำงานที่โรงเรียนสามัคคีสันม่วง จ.เชียงใหม่ ทำให้ตนเองมีรายได้นำมาไว้ใช้จ่ายในการรักษาร่างกายที่ป่วย เนื่องจากหมอนัดตรวจติดตามอาการทุกเดือน อีกส่วนหนึ่งก็นำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นำมาปรับปรุงบ้านที่อาศัย และนำมาซื้อด้ายให้แม่มาทอเป็นเสื้อกะเหรี่ยงให้ครอบครัวได้สวมใส่อีกด้วย”

เป็นความรู้สึกจากใจของผู้พิการส่วนหนึ่งที่ได้รับโอกาสจาก บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคเพื่อคนไทย ใน “โครงการจากการจ่าย สู่การจ้างผู้พิการตามมาตรา 35” ซึ่งบริษัทได้มีการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมเยียน และติดตามชีวิตความเป็นอยู่ของ
ผู้พิการที่เข้าร่วมโครงการ

“โครงการจากการจ่ายสู่การจ้างผู้พิการตามมาตรา 35” เป็นโครงการที่ตอบสนองนโยบายภาครัฐ มีเป้าหมายในการมุ่งสร้างโอกาสให้กับผู้พิการทั่วประเทศให้มีอาชีพและมีรายได้ เพื่อนำมาเลี้ยงตนเองและครอบครัว นับเป็นอีกภารกิจหนึ่งที่ช่วยเหลือสังคม ซึ่งบริษัทไลอ้อนฯ ให้ความสำคัญและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของไลอ้อน ในการนำความดีสู่สังคม และพัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เป็นคำมั่นสัญญาการดำเนินธุรกิจ เพื่อสุขภาวะที่ดีของพนักงาน ผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพื่อประโยชน์สุขของทุกภาคส่วน เป็นสุขอย่างยั่งยืน ภายใต้ปณิธานไลอ้อนองค์กรคนดี

ยังมีผู้พิการอีกจำนวนมากที่ยังขาดโอกาส คงจะดีไม่น้อย หากเขาเหล่านี้ได้รับโอกาสที่ดี และได้รับการช่วยเหลือ น้ำใจเล็กๆที่หยิบยื่นให้กัน เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้สังคมของเราน่าอยู่มากขึ้นไม่น้อย

เปิดเบื้องหลังดีลเรือดำน้ำ AUKUS หักเหลี่ยมฝรั่งเศส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663504

วันที่ 18 ก.ย. 2564 เวลา 18:32 น.เปิดเบื้องหลังดีลเรือดำน้ำ AUKUS หักเหลี่ยมฝรั่งเศสสหรัฐกับออสเตรเลียซุ่มหารือแผนสร้างเรือดำน้ำแบบลับๆ โดยที่พันธมิตรและคู่สัญญาอย่างฝรั่งเศสไม่ระแคะระคายจนนาทีสุดท้าย

หลังจากผู้นำสหรัฐ ออสเตรเลีย และอังกฤษ ประกาศจัดตั้งพันธมิตรอินโด-แปซิฟิก AUKUS ซึ่งทำให้ออสเตรเลียได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยัเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์จากสหรัฐและอังกฤษ ส่งผลให้สัญญาต่อเรือดำน้ำมูลค่ากว่า 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐที่ทำไว้กับฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2016 ต้องยกเลิกไป ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสก็สั่งเรียกทูตในสหรัฐและออสเตรเลียกลับประเทศทันที

การตอบโต้ของมาครงสร้างความตกตะลึงและไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น และยังเกิดในวันเดียวกับที่สหรัฐและฝรั่งเศสกำลังจะจัดงานกาลาฉลองความเป็นพันธมิตรที่มีมายาวนาน

บทความของ The New York Times ระบุว่า ความไม่พอใจของฝรั่งเศสเกิดจากการที่ฝรั่งเศสเพิ่งรู้ในนาทีสุดท้ายว่าพันธมิตรใกล้ชิดทั้งสองประเทศเจรจาเรื่องเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แบบลับๆ มาหลายเดือนแล้ว

เจ้าหน้าที่สหรัฐและอังกฤษให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ว่า รัฐบาลออสเตรเลียเข้าหารัฐบาลใหม่ของสหรัฐหลังจากประธานาธิบดี โจ ไบเดน เข้าพิธีสาบานตน และบอกว่าได้ข้อสรุปแล้วว่าจะถอนตัวจากสัญญาจัดสร้างเรือดำน้ำ 12 ลำกับฝรั่งเศส

ออสเตรเลียกังวลว่า เมื่อถึงเวลาส่งมอบ เรือดำน้ำแบบธรรมดาของฝรั่งเศสจะล้าสมัย และยังแสดงความสนใจว่าต้องการเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่เงียบกว่าแบบของสหรัฐและอังกฤษที่สามารถปฏิบัติการในทะเลจีนใต้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตรวจจับได้

แต่ตอนนั้นยังไม่ชัดเจนว่าออสเตรเลียจะยกเลิกสัญญากับฝรั่งเศสอย่างไร เนื่องจากสัญญานี้งบประมาณบานปลายและล่าช้าไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเผยว่า “พวกเขาบอกเราว่าจะคุยกับฝรั่งเศสเอง”

เจ้าหน้าที่เผยว่า ขณะที่ฝั่งออสเตรเลียไม่เคยบอกกล่าวกับฝรั่งเศสเลยไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ ว่ากำลังจะยกเลิกสัญญาที่ต้องใช้เวลาในการเจรจาถึง 3 ปี

และในการพบปะหารือกับฝรั่งเศสหลายต่อหลายครั้ง บางครั้งมีไบเดนและ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐร่วมด้วย สหรัฐไม่เคยบอกกล่าวฝรั่งเศสว่าจะเข้ามาช่วยออสเตรเลียต่อเรือดำน้ำเลยเช่นกัน

ผู้ช่วยระดับสูงของไบเดนเพิ่งจะพูดคุยกับฝรั่งเศสเรื่องเรือดำน้ำไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่สหรัฐ อังกฤษ และออสเตรเลียจะประกาศเปิดตัว AUKUS โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐคนแรกที่หารือรายละเอียดเรื่องนี้กับ ฟิลิปเป เอเตียง ทูตฝรั่งเศสประจำสหรัฐคือ เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงสหรัฐ

ผลก็คือ เกิดการละเมิดความไว้วางใจกับหนึ่งในพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดอย่างฝรั่งเศส

สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจของไบเดนเป็นผลมาจากการดีดลูกคิดสุดโหดซึ่งเกิดขึ้นโดยที่พันธมิตรฝ่ายหนึ่งถูกเลือกแล้วว่ามีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้นำประเทศและนักการทูตไม่เคยยอมรับในที่สาธารณะ และยังเป็นสัญญาณว่า เมื่อไบเดนเริ่มนำสิ่งที่รัฐบาลโอบามาเมื่อ 12 ปีก่อนเรียกว่า “มุ่งสู่เอเชีย” มาใช้ ก็มีความเสี่ยงที่จะเหยียบกับระเบิดทางการเมือง เนื่องจากพันธมิตรเก่าแก่ในยุโรปรู้สึกว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ริชาร์ด ฟอนเทน ซีอีโอ Center for a New American Security มองว่า เป็นไปไม่ได้ที่สหรัฐจะมุ่งไปยังเอเชียโดยไม่ทิ้งที่อื่น เพราะทรัพยากรทางทหารมีจำกัด การเพิ่มทรัพยากรในพื้นที่หนึ่งจึงหมายความว่าต้องลดในอีกที่หนึ่ง

และเห็นได้ชัดว่ายังหมายถึงการปิดบังพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดด้วย

เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่า ในช่วงที่รัฐบาลไบเดนเริ่มหารืออย่างจริงจังกับออสเตรเลียและอังกฤษเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ใหม่ที่จะใช้งัดข้อกับจีนนั้น สัญญาต่อเรือดำน้ำ 12 ลำระหว่างฝรั่งเศสกับออสเตรเลียเริ่มสั่นคลอนแล้ว เนื่องจากเรือดำน้ำของฝรั่งเศสมีเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่จำกัด และง่ายต่อการถูกตรวจจับโดยจีน ซึ่งกว่าเรือดำน้ำลำแรกจะได้ลงน้ำ (อาจนานถึง 15 ปีนับจากนี้) ก็ล้าสมัยไปแล้ว

เจ้าหน้าที่ที่รับทราบการหารือระหว่างสหรัฐและออสเตรเลียเผยว่า ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับออสเตรเลียคือ เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่สหรัฐและอังกฤษใช้อยู่ แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐและออสเตรเลียเห็นตรงกันว่า หากฝรั่งเศสรู้ว่าสัญญาทางทหารที่มีมูลค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของตัวเองกำลังจะถูกฉีก ฝรั่งเศสจะต้องพยายามขัดขวางทางเลือกใหม่ของออสเตรเลียแน่นอน

ดังนั้นสหรัฐและออสเตรเลียจึงตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่ของแต่ละฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องน้อยที่สุดและเลือกที่จะไม่บอกฝรั่งเศสแม้แต่ในตอนนี้ไบเดนกับบลิงเคนพบกับผู้นำฝรั่งเศสและรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

ระหว่างที่ไบเดนพูดคุยกับมาครงในการประชุมที่เมืองคอร์นวอลล์ของอังกฤษเมื่อเดือน มิ.ย. ก็ไม่มีการพูดถึงเรื่องเรือดำน้ำ (ไบเดน นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ และนายกรัฐมนตรี สกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย หารือกันในวันเดียวกัน และพูดถึงการกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสามประเทศเพื่อตอบสนองกับสภาพแวดล้อมทางทหารที่เปลี่ยนไปในอินโด-แปซิฟิก)

ฝั่งฝรั่งเศสยืนยันว่า 3 วันต่อมามอร์ริสันพบกับมาครงแต่ไม่ได้เอ่ยถึงการทบทวนเรื่องสัญญาต่อเรือดำน้ำ

และจากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศส บลิงเคนก็ปิดปากเงียบระหว่างที่พบกับ ฌอง อีฟ เลอ ดริยง รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ฝรั่งเศส

และล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสและออสเตรเลียเข้าร่วมการประชุมปรึกษาประจำปี ทั้งสองประเทศยังออกแถลงการณ์ร่วมที่ระบุว่า ทั้งสองประเทศมุ่งมั่นที่จะกระชับความร่วมมือในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการเรือดำน้ำ

ในขณะนั้น ไม่เพียงแต่ออสเตรเลียจะรู้แก่ใจว่าสัญญานี้ต้องถูกยกเลิกเท่านั้น แต่ออสเตรเลียยังเกือบจะรับรองข้อตกลงในหลักการกับสหรัฐและอังกฤษอยู่แล้ว

ฝรั่งเศสจึงรู้สึกว่าตัวเองถูกพัธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดหักหลัง

REUTERS/Kevin Lam, Photo by Rohan THOMSON / AFParque, Photo by Yoan VALAT / POOL / AFP

จีนอัดฉีด 9 หมื่นล้านหยวนเสริมสภาพคล่องจากปัญหา Evergrande #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663496

วันที่ 18 ก.ย. 2564 เวลา 16:29 น.จีนอัดฉีด 9 หมื่นล้านหยวนเสริมสภาพคล่องจากปัญหา Evergrandeทางการจีนอัดฉีดเงินเข้าระบบ 9 หมื่นล้านหยวนป้องกันปัญหาสภาพคล่องตึงตัวจากกรณี Evergrande

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ธนาคารแห่งชาติจีนอัดฉีดเงิน 90,000 ล้านหยวนเข้าสู่ระบบการเงินผ่านการทำ Repo หรือการกู้ยืมระยะสั้นอายุ 7 และ 14 วัน เพื่อป้องกันสภาพคล่องตึงตัวจากปัญหาของ Evergrande นับเป็นการอัดฉีดสภาพคล่องภายใน 1 วันที่มีมูลค่าสูงที่สุดของธนาคารแห่งชาติจีนนับตั้งแต่เดือน ก.พ.

ความเคลื่อนไหวของธนาคารแห่งชาติจีนเกิดขึ้นหลังจากกรณีของ Evergrande ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปของตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดตราสารหนี้ ประจวบเหมาะกับช่วงนี้เป็นช่วงที่มีความต้องการเงินสดสูง เนื่องจากธนาคารต่างลังเลที่จะปล่อยเงินกู้ในช่วงปลายไตรมาสซึ่งคณะกรรมการกำกับดูแลจะเข้ามาตรวจสอบ

นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าสภาพคล่องอาจลดลงในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวของจีนในช่วงต้นเดือน ต.ค.

นักเศรษฐศาสตร์จาก Societe Generale เผยว่า การหลีกเลี่ยงภาวะสภาพคล่องตึงตัวเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนอันดับแรกของธนาคารแห่งชาติจีนและธนาคารก็มีหลายวิธีให้เลือกใช้ และไม่ห่วงว่าปัญหาตลาดการเงินล้มครืนจากวิกฤตหนี้สินของวาณิชธนกิจ Lehman ของสหรัฐ จะเกิดขึ้นกับ Evergrande แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อและรุนแรง

ด้าน อัลวิน ตัน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนประจำเอเชียของ Royal Bank of Canada มองว่า สถานการณ์ของ Evergrande และแรงสะเทือนที่ส่งไปถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ จะมีผลกระทบโดยตรงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจจีนมากกว่าการออกกฎควบคุมใดๆ ของทางการจีน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ธนาคารแห่งชาติจีนจะเคลื่อนไหวเพื่อป้องกันการล่มสลายของตลาดการเงิน

ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาของ Evergrande เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัวจากการจำกัดการเดินทางเพื่อสกัด Covid-19 และมาตรการลดความร้อนแรงของราคาอสังหาริมทรัพย์ โดยเมื่อวันพุธ (15 ก.ย.) การค้าปลีกของจีนเดือน ส.ค.ชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

บรรดาผู้เชี่ยวชาญกำลังประเมินผลกระทบในกรณีเลวร้ายที่สุดจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับ Evergrande โดยส่วนใหญ่รอดูว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะอดทนไม่เข้ามาแทรกแซงได้นานเท่าใด ในขณะที่แรงกดดันให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงเริ่มมากขึ้น เนื่องจากสัญญาณการลุกลามของวิกฤตการณ์ทางการเงินเริ่มชัดเจนขึ้น

REUTERS/Kim Kyung-Hoon/File Photo

ผู้บริหาร Evergrande 6 คนชิงขายหุ้นก่อนมีปัญหาสภาพคล่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663489

วันที่ 18 ก.ย. 2564 เวลา 14:29 น.ผู้บริหาร Evergrande 6 คนชิงขายหุ้นก่อนมีปัญหาสภาพคล่องในจำนวนนี้ 2 คนยังเป็นเพื่อนสนิทกับสวี่เจียยิ่นผู้ก่อตั้ง Evergrande

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ผู้บริหาร 6 คนของ Evergrande บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีนที่กำลังมีปัญหาสภาพคล่อง ไถ่ถอนหุ้นของบริษัทล่วงหน้าก่อนที่บริษัทจะออกมาบอกว่าอาจผิดนัดชำระหนี้

แถลงการณ์ของ Evergrande ผ่านเว็บไซต์บริษัทระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 พ.ค.-7 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้บริหาร 6 คนไถ่ถอนผลิตภัณฑ์ลงทุนของบริษัท 12 ผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมว่าเป็นผลิตภัณฑ์ใดบ้าง

“จากกรณีผู้บริหารบางคนไถ่ถอนผลิตภัณฑ์การลงทุนของ Evergrande บริษัทพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง” แถลงการณ์ระบุ และยังเรียกร้องให้คืนเงินทั้งหมดที่ผู้บริหารทั้ง 6 คนไถ่ถอนไปล่วงหน้าภายในระยะเวลาที่กำหนดและอาจมีการลงโทษขั้นร้ายแรง

ขณะที่ South China Morning Post รายงานว่า โจเซฟ หลอ ผู้ก่อตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ Chinese Estates Holdings Limited และภรรยา ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของสวีเจียยิ่นผู้ก่อตั้ง Evergrande ขายหุ้นของ Evergrande 138 ล้านหุ้นหลายครั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รวมเป็นเงิน 64 ล้านเหรียญสหรัฐ

สองสามีภรรยายังลดสัดส่วนการถือหุ้นใน Evergrande เหลือ 7.96% เป็นรองเพียงสวี่เจียยิ่นที่ถือหุ้น 70.7% หลังจากราคาหุ้นและมูลค่าบริษัทในตลาดของ Evergrande ร่วงถึง 85%

เช่นเดียวกับ เซี่ยไห่จวิน ซึ่งเป็นรองประธานและซีอีโอของ Evergrande ตั้งแต่ปี 2014 ที่ขายหุ้นในบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าและบริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในเครือ Evergrande รวมมูลค่า 115.6 ล้านเหรียญฮ่องกงเมื่อเดือน ส.ค.

South China Morning Post รายงานอีกว่า ค่าตอบแทนของเซี่ยไห่จวินในปี 2018 สูงถึง 275 ล้านเหรียญฮ่องกง ทำให้เซี่ยเป็นผู้บริหารที่ได้รับค่าตอบแทนสูงเป็นอันดับ 2 ในบรรดาบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

ทั้งนี้ Evergrande ซึ่งมีหนี้สินกว่า 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและต้องเร่งหาเงินมาจ่ายคืนเจ้าหนี้และซัพพลายเออร์หลายเจ้า

จากข้อมูลของ Bloomberg Evergrande มีกำหนดต้องชำระดอกเบี้ยพันธบัตรในวันที่ 23 นี้ 83.5 ล้านเหรียญสหรัฐ และอีก 47.5 ล้านเหรียญสหรัฐในวันที่ 29

Photo by GREG BAKER / AFP

วิจัยพบล็อกดาวน์นานทำเด็กๆ สายตาสั้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663484

วันที่ 18 ก.ย. 2564 เวลา 12:30 น.วิจัยพบล็อกดาวน์นานทำเด็กๆ สายตาสั้นเด็กนักเรียนที่ถูกล็อกดาวน์อยู่บ้านนานๆ อาจมีปัญหาสายตาสั้น  

การวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Jama Ophthalmology ระบุว่า เด็กนักเรียนที่ต้องถูกล็อกดาวน์อยู่ที่บ้านนานนับปีอาจมีปัญหาสายตาแย่ลง 

การวิจัยซึ่งทำโดยวิทยาลัยสาธารณสุขแห่งมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็นอ้างอิงจากข้อมูลการตรวจสายตาประจำปีในนักเรียนกว่า 2,000 คนในโรงเรียนประถมหลายโรงเรียนในเมืองกว่างโจวของจีนระหว่างปี 2018-2020  

พบว่า 13% ของนักเรียนประถม 2 ที่ตรวจสายตาในปี 2018 มีภาวะสายตาสั้นในปี 2019 ขณะที่กว่า 20% ของนักเรียนที่ตรวจสายตาในปี 2019 มีภาวะสายตาสั้นในปี 2020 ซึ่งแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในทางสถิติ ส่วนการตรวจสายตาครั้งแรกของทั้งสองกลุ่มพบว่า 7% มีภาวะสายตาสั้น 

ส่วนผลกระทบต่อสายตาของนักเรียนที่อายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไปพบเล็กน้อย

ผลวิจัยนี้ชี้ว่า เด็กเล็กมีความอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสายตามากกว่า

อย่างไรก็ดี การวิจัยไม่ได้ศึกษาจำนวนชั่วโมงที่เด็กๆ นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในระหว่างเรียนออนไลน์ หรือเวลาที่ใช้ในการอ่านหนังสือ (เด็กๆ ที่ชอบอ่านหนังสืออาจมีภาวะสายตาสั้นได้) ดังนั้นจึงไม่สามารถสรุปผลกระทบของเวลาที่ใช้อยู่หน้าจอกับสายตาของเด็ก

ทว่า คาร์ลอส เอ็มมาโนเอล ชัว ประธานสมาคมจักษุวิทยาเด็กแห่งฟิลิปปินส์เผยว่า การวิจัยในฮ่องกง สิงคโปร์ และจีนล้วนสรุปว่า การแพร่ระบาดของ Covid-19 ส่งผลเสียต่อสายตาของเด็กในหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นการติดอยู่แต่ในบ้าน ทำกิจกรรมในร่มและเรียนออนไลน์มากกว่า หรือไม่สามารถไปพบแพทย์เพื่อตรวจสายตาประจำปี โดยนักเรียนมีภาวะสายตาสั้นในช่วงที่ Covid-19 ระบาดมากกว่าช่วงก่อน Covid-19

ก่อนหน้านี้ การศึกษาเด็กในออสเตรเลียและสิงคโปร์ในปี 2018 พบว่า กิจกรรมกลางแจ้งแม้จะไม่กี่ชั่วโมงต่อวันช่วยลดความเสี่ยงสายตาสั้นได้

AFP PHOTO/Christophe ARCHAMBAULT

AUKUS วุ่น ฝรั่งเศสเรียกทูตในออสเตรเลีย-สหรัฐกลับปมฉีกดีลเรือดำน้ำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663482

วันที่ 18 ก.ย. 2564 เวลา 10:33 น.AUKUS วุ่น ฝรั่งเศสเรียกทูตในออสเตรเลีย-สหรัฐกลับปมฉีกดีลเรือดำน้ำฝรั่งเศสเรียกทูตประจำออสเตรเลียและสหรัฐกลับไม่พอใจออสเตรเลียซบ AUKUS ฉีกดีลเรือดำน้ำ

ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส มีคำสั่งเรียกตัวเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำสหรัฐและออสเตรเลียกลับประเทศทันทีเพื่อปรึกษาหารือ และเป็นการแสดงท่าทีประท้วงทางการทูต หลังจากออสเตรเลียยกเลิกสัญญาต่อเรือดำน้ำมูลค่า 36,500 ล้านเหรียญสหรัฐที่ทำไว้กับฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2016 แล้วหันไปรับความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีเรือดำน้ำกับกลุ่ม AUKUS ซึ่งประกอบด้วยสหรัฐ อังกฤษ และออสเตรเลีย

แหล่งข่าวทางการทูตในกรุงปารีสเผยว่า ประธานาธิบดีมาครงได้รับหนังสือจากนายกรัฐมนตรี สกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลียแจ้งยกเลิกข้อตกลงต่อเรือดำน้ำกับฝรั่งเศสช่วงเช้าวันพุธที่ 15 เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ผู้นำสหรัฐ อังกฤษ และออสเตรเลียจะประกาศจัดตั้งพันธมิตร AUKUS

ฌอง อีฟ เลอ ดริยง รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศสเผยว่า การยกเลิกสัญญาต่อเรือดำน้ำที่ออสเตรเลียและฝรั่งเศสดำเนินการร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2016 เป็นพฤติกรรมที่ไม่อาจยอมรับได้ในกลุ่มพันธมิตรและหุ้นส่วน “ผลที่ตามมาส่งผลต่อแนวคิดที่เรามีเกี่ยวกับพันธมิตรของเรา ความเป็นหุ้นส่วนของเรา และความสำคัญของอินโด-แปซิฟิกสำหรับยุโรป” 

การเคลื่อนไหวตอบโต้ของทางการฝรั่งเศสด้วยการเรียกทูตกลับประเทศแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน เนื่องจากที่ผ่านมาสหรัฐและออสเตรเลียต่างเป็นประเทศพันธมิตรที่สำคัญของฝรั่งเศส โดยบรรดานักการทูตต่างมองว่า ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตความสัมพันธ์ครั้งร้ายแรงระหว่างฝรั่งเศสกับสหรัฐและฝรั่งเศสกับออสเตรเลีย  

การเรียกตัวทูตกลับประเทศมักจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายทางการทูตที่นำมาใช้เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันลดลงสู่ระดับวิกฤต และมักจะไม่ใช้ระหว่างประเทศที่เป็นพันธมิตรกัน 

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการตัดสินใจของฝรั่งเศส และ และจะเดินหน้าปรึกษาหารือและดำเนินการแก้ปัญหาขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศต่อไป 

ด้าน มาริส เพย์น รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศออสเตรเลียเผยว่า ออสเตรเลียเข้าใจความผิดหวังของฝรั่งเศสและย้ำว่าฝรั่งเศสคือพันธมิตรที่มีค่า

Photo by Michel Euler / POOL / AFP

CPTPP คืออะไร จีนจะขอเข้าร่วมสำเร็จไหม? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663460

วันที่ 17 ก.ย. 2564 เวลา 20:21 น.CPTPP คืออะไร จีนจะขอเข้าร่วมสำเร็จไหม?เพียง 1 วันหลังจากสหรัฐ ออสเตรเลีย และอังกฤษ ประกาศตั้งความร่วมมือในอินโด-แปซิฟิก จีนก็ประกาศขอเข้าร่วมกลุ่มการค้า CPTPP

1.CPTPP มีชื่อเต็มว่า Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership คือ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก ที่ครอบคลุมในเรื่องการค้า การบริการ และการลงทุนเพื่อสร้างมาตรฐานและกฎระเบียบร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก ทั้งในประเด็นการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม รวมถึงกลไกแก้ไขข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลและนักลงทุนต่างชาติ 

2.ความตกลงนี้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2006 มีชื่อเดิมว่า TPP (Trans-Pacific Partnership) หรือ ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก และมีการเจรจากันอีกครั้งในสมัยอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา ที่ต้องการถ่วงดุลอิทธิพลของจีนที่กำลังแผ่ขยาย

3.แรกเริ่มมีสมาชิกทั้งหมด 12 ประเทศ แต่หลังจากสหรัฐซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในตอนนั้นถอนตัวออกไปเมื่อต้นปี 2017 ในสมัยของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประเทศสมาชิกที่เหลือก็ตัดสินใจเดินหน้าความตกลงต่อโดยใช้ชื่อใหม่ว่า CPTPP ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 11 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น แคนาดา เม็กซิโก เปรู ชิลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน และเวียดนาม ลงนามที่ชิลีเมื่อเดือน มี.ค. 2018

4.ขณะนี้มีเพียง 7 ประเทศที่ให้สัตยาบันเข้าร่วม ได้แก่ เม็กซิโก ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ แคนาดา ออสเตรเลีย และเวียดนาม ส่งผลให้ข้อตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับประเทศเหล่านี้ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 2018

5.ข้อแตกต่างระหว่าง CPTPP กับ TPP อยู่ที่ขนาดของเศรษฐกิจและการค้าที่เล็กลง แต่มีกฎเกณฑ์ที่ผ่อนคลายมากขึ้น รายงานของธนาคารโลกระบุว่า ขนาดเศรษฐกิจรวมของ CPTPP หลังไม่มีสหรัฐลดฮวบจาก 38% ของเศรษฐกิจโลก เป็น 13% ส่วนขนาดการค้ารวมลดลงจาก 27% เป็น 15% แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีประชากรรวมกันกว่า 500 ล้านคน

6.ขณะที่รายละเอียดในกฎหมายบางข้อถูกระงับไป อาทิ ข้อบัญญัติ (provision) 22 ข้อซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเด็นที่สหรัฐสนับสนุน แต่ไม่เป็นประโยชน์กับประเทศสมาชิกอื่นๆ เท่าไหร่ เช่น การคุ้มครองอุตสาหกรรมยา การขยายระยะเวลาคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาจาก 50 ปีเป็น 70 ปี และการให้สิทธินักลงทุนฟ้องร้องรัฐบาลในบางกรณีที่นโยบายรัฐส่งผลลบต่อธุรกิจ เป็นต้น

7.ข้อบัญญัติ 22 ข้อที่ระงับไว้สามารถนำกลับมาบังคับใช้ใหม่ได้ ซึ่งเป็นการเปิดทางไว้เผื่อกรณีที่สหรัฐต้องการกลับเข้าร่วม

8.ข้อดีหลักๆ ของข้อตกลงนี้คือ โอกาสในการเข้าถึงตลาดของประเทศอื่นๆ ภายใต้การรับปากว่าจะยกเลิกหรือลดภาษีนำเข้าลง 95% แต่บางประเทศขอสงวนสิทธิ์ในการปกป้องอุตสาหกรรมบางอย่างในประเทศของตัวเอง เช่น การทำนาข้าวของญี่ปุ่น และอุตสาหกรรมนมของแคนาดา ขณะที่ประเทศสมาชิกมีหน้าที่ให้ความร่วมมือด้านกฎระเบียบ อาทิ มาตรฐานอาหาร

9.ขณะนี้ CPTPP เป็นข้อตกลงทางการค้าเสรีที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่มีมูลค่า 26 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และข้อตกลงการค้าสหรัฐ แคนาดา เม็กซิโก ที่มีมูลค่า 21.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และหากจีนได้เข้าร่วม CPTPP อาจเป็นข้อตกลงทางการค้าเสรีที่มีมูลค่าสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการลงนามมา

10.สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกก่อตั้งประเทศแรกที่แสดงความประสงค์เข้าร่วม CPTPP ซึ่งหากสำเร็จอังกฤษจะเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับที่ 2 รองจากญี่ปุ่น และมีรายงานว่าไต้หวันก็ต้องการเข้าร่วมข้อตกลงนี้เช่นกันและเคยพูดคุยกับประเทศสมาชิก CPTPP แล้ว แต่การสมัครเข้าร่วมกลุ่มของจีนอาจทำให้การเข้าร่วมของไต้หวันซับซ้อนขึ้น เนื่องจากจีนคัดค้านการเข้าร่วมกับองค์การหรือกลุ่มระหว่างประเทศของไต้หวัน

11.การขอสมัครเข้าร่วมของจีนเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากสหรัฐ ออสเตรเลีย และอังกฤษประกาศจัดตั้งความร่วมมืออินโด-แปซิฟิก AUKUS ซึ่งจะช่วยให้ออสเตรเลียมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เป็นของตัวเองถึง 8 ลำ แต่ในเวลาต่อมา เจ้าลี่เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนชี้แจงว่า การขอเข้าร่วมของจีนไม่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือ AUKUS เลย

12.เจ้าลี่เจียนยังพาดพิงไปถึงสหรัฐอีกว่า “จีนผลักดันให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการรวมกลุ่มกันในภูมิภาค แต่สหรัฐ อังกฤษ และออสเตรเลียผลักดันให้เกิดสงครามและการทำลายล้าง”

13.หลายฝ่ายมองว่า การเข้าร่วมของจีนจะเป็นการยกระดับครั้งใหญ่สำหรับจีนหลังจากจีนลงนามข้อตกลงการค้า RCEP ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าที่ใหญ่ที่สุดเมื่อปีที่แล้ว ด้านเจ้าลี่เจียนเผยว่า CPTPP จะเอื้อต่อการส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ตลอดจนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การพัฒนาการค้า และการเติบโตด้านการลงทุนหลังเกิดโรคระบาด 

14.อย่างไรก็ดี หนทางข้างหน้าสำหรับจีนอาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศสมาชิก CPTPP อย่างออสเตรเลียกำลังย่ำแย่ลง ขณะที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี สกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย หันไปสนิทกับสหรัฐมากขึ้นในฐานะหุ้นส่วนด้านความมั่นคง

15.อังกิต ปานดา จาก Carnegie Endowment for International Peace ทวีตว่า “จีนอาจไม่ได้เข้าเป็นสมาชิก CPTPP ในเร็วๆ นี้ แต่ข่าวการสมัครเข้าร่วมอย่างเป็นทางการของจีนที่มีขึ้น 1 วันหลังจากการประกาศเปิดตัว AUKUS ตอกย้ำความแตกแยกในแนวคิดการแข่งขันในเอเชียของจีนและสหรัฐ”

16.นอกจากนี้ยังเป็นการเน้นย้ำถึงสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในเอเชียซึ่งจีนเป็นประเทศเศรษฐกิจที่โดดเด่นและเป็นคู่ค้าหลักในหลายประเทศ อีกทั้งการทหารและการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่นซึ่งเป็นสมาชิก CPTPP ยังทวีความตึงเครียด เนื่องจากจีนเข้าไปป้วนเปี้ยนใกล้กับเกาะพิพาทที่ทั้งสองประเทศต่างก็อ้างสิทธิ์

17.โมเทงิ โทชิมิสึ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นพูดถึงการขอเข้าร่วมของจีนว่า “ญี่ปุ่นต้องพิจารณาให้ดีว่าพร้อมจะบรรลุ TPP ในระดับสูงหรือไม่ เราจะประชุมกับประเทศสมาชิกอื่นๆ และรับมือกับเรื่องนี้ หารือในประเด็นยุทธศาสตร์” และบอกว่าจะพิจารณาคำขอเข้าร่วมของสหราชอาณาจักรก่อน

18.แคนาดาก็เป็นประเทศสมาชิก CPTPP อีกประเทศหนึ่งที่มีเรื่องบาดหมางกับจีน จีนสั่งจำคุกพลเมืองแคนาดา 11 ปี และอีกคนหนึ่งกำลังรอคำพิพากษาซึ่งถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการที่แคนาดาจับกุมตัว เมิ่งหว่านโจว บุตรสาวและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของหัวเว่ย

REUTERS/Romeo Ranoco