ประธานาธิบดีเวียดนาม ลาออกจากตำแหน่ง หลังเผชิญข่าวคอร์รัปชันสุดฉาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2605736

ประธานาธิบดีเวียดนาม ลาออกจากตำแหน่ง หลังเผชิญข่าวคอร์รัปชันสุดฉาว

18 ม.ค. 2566 07:20 น.

ประธานาธิบดีเวียดนาม ลาออกจากตำแหน่ง หลังเผชิญข่าวคอร์รัปชันสุดฉาว

ประธานาธิบดีเหวียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังถูกกดดันให้รับผิดชอบต่อกรณีการทุจริตฉ้อฉลของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2566 นายเหวียน ซวน ฟุก ประธานาธิบดีของเวียดนาม ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังถูกกดดันจากที่ประชุมวาระพิเศษของคณะกรรมาธิการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งได้มีมติพิจารณาการลาออกและเกษียณการทำงานของประธานาธิบดีซวน ฟุก เพื่อให้เขาได้แสดงความรับผิดชอบต่อกรณีอื้อฉาวการคอร์รัปชันที่เชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา

รายงานข่าวระบุว่า นายซวน ฟุกวัย 68 ปี ถือเป็นผู้นำระดับสูงสุดของรัฐบาลเวียดนาม ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่ง นอกจากตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว เขายังลาออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการโปลิตบูโร คณะกรรมการบริหารของคณะกรรมาธิการส่วนกลาง ตลอดจนตำแหน่งประธานสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติ

ทั้งนี้ นายเหวียน ซวน ฟุก เริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองในระดับท้องถิ่นเมื่อปี 2522 และเข้ารับตำแหน่งในระดับชาติเมื่อปี 2549 ก่อนได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการโปลิตบูโร และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ระหว่างปี 2549-2564 จนกระทั่งได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีในปี 2564.

อดีตสมาชิกสภา EU หัวโจกขบวนการรับสินบนกาตาร์ ตกลงเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2605748

อดีตสมาชิกสภา EU หัวโจกขบวนการรับสินบนกาตาร์ ตกลงเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด

18 ม.ค. 2566 07:14 น.

อดีตสมาชิกสภา EU หัวโจกขบวนการรับสินบนกาตาร์ ตกลงเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด

อดีตสมาชิกสภาสหภาพยุโรป ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำขบวนการรับสินบนใน EU ทำข้อตกลงรับสารภาพกับอัยการแล้ว โดยจะยอมให้ข้อมูลทั้งหมดแลกกับการติดคุกแค่ปีเดียว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันอังคารที่ 17 ม.ค. 2566 ว่า นาย ปิแอร์ อันโตนิโอ ปันเซรี อดีตสมาชิกรัฐสภาแห่งสหภาพยุโรปผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาว กรณีคอร์รัปชันใน EU รับถึงการรับสินบนจากประเทศกาตาร์ ตกลงที่จะเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดว่าประเทศใดเกี่ยวข้องและดำเนินการอย่างไรด้วย

อัยการในเบลเยียมระบุว่า นายปันเซรีบรรลุข้อตกลงต่อรองคำรับสารภาพภายใต้กฎหมายการให้ข้อมูล (informant law) โดยตามข้อตกลง เขาจะรับโทษจำคุกเพียง 1 ปีและถูกปรับกับยึดทรัพย์รวม 1 ล้านยูโร แลกกับการให้ข้อมูลทั้งหมดว่าเครือข่ายนี้ทำงานอย่างไร, การจัดเตรียมทางการเงินของประเทศที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างไร รวมทั้งความเกี่ยวข้องของผู้ที่เจ้าหน้าที่รู้และไม่รู้เกี่ยวกับคดีนี้

นายปันเซรีวัย 67 ปี เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย 4 คนที่ถูกคุมตัวอยู่ในเบลเยียมโดยคนอื่นๆ ได้แก่ เอวา กาอิลี สมาชิกสภา EU จากกรีซซึ่งถูกปลดจากตำแหน่งรองประธานสภากับแฟนของเธอชื่อ ฟรานเซสโก จอร์จี และนายนิคโคโล ฟิกา-ตาลามันกา นักล็อบบี้ยิสต์

พวกเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ารับสินบนจากกาตาร์และโมร็อกโก แลกกับอำนาจอิทธิพลในรัฐสภาแห่งสหภาพยุโรป ซึ่งกาตาร์ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างรุนแรง เช่นเดียวกันโมร็อกโก

ทั้ง 4 คนถูกตั้งข้อหาเมื่อเดือนก่อนหลังตำรวจออกปฏิบัติการตรวจค้นแฟลต, โรงแรม และบ้านอีกหลังหนึ่ง ยึดเงินสดได้ราว 1.5 ล้านยูโร โดยบางส่วนยัดอยู่ในกระเป๋าสีดำ

ทั้งนี้ นายปันเซรียอมทำข้อตกลงสารภาพเพียงวันเดียวหลังจาก ศาลในเมืองเบรสชาของอิตาลีเห็นชอบให้ส่งตัวซิลเวีย ปันเซรี ลูกสาววัย 38 ปี ของเขามาดำเนินคดีในเบลเยียมฐานต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต เมื่อเดือนก่อน ศาลเดียวกันนี้ก็เพิ่งมีคำตัดสินว่า ควรส่งตัวนางมาเรีย คอลเลโอนี ภรรยาของนายปันเซรีไปดำเนินคดีในเบลเยียมด้วย แต่ตอนนี้กำลังรอคำตัดสินจากศาลสูงสุด

ขณะนี้ภรรยาและลูกสาวของนายปันเซรีกำลังถูกกักบริเวณในบ้าน โดยพวกเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่พวกเธอได้รับทั้งหมด ซึ่งมีทั้ง คอร์รัปชันและการฟองเงิน ด้านนางกาอิลีก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นกัน แต่นายฟรานเซสโก จอร์จี ยอมรับสารภาพไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคม

ที่มา : bbc

ตำรวจเยอรมนีรวบ ‘เกรตา ธุนแบร์ก’ ร่วมประท้วงต้านขยายเหมืองถ่านหิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2605693

ตำรวจเยอรมนีรวบ ‘เกรตา ธุนแบร์ก’ ร่วมประท้วงต้านขยายเหมืองถ่านหิน

18 ม.ค. 2566 04:10 น.

ตำรวจเยอรมนีรวบ ‘เกรตา ธุนแบร์ก’ ร่วมประท้วงต้านขยายเหมืองถ่านหิน

ตำรวจเยอรมนีรวบตัว เกรตา ธุนแบร์ก นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมคนดัง ร่วมกับผู้ประท้วงคนอื่นๆ ที่มาร่วมต่อต้านการรื้อหมู่บ้านแห่งหนึ่งเพื่อขยายเหมืองถ่านหินลิกไนต์

เมื่อวันอังคารที่ 17 ม.ค. 2566 เกรตา ธุนแบร์ก นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมคนดัง ถูกควบคุมตัวพร้อมกับผู้ประท้วงคนอื่นๆ ซึ่งมารวมตัวกันที่หมู่บ้านลุตเซลาธ (Lutzerath) ในรัฐนอร์ทไรน์-เวสท์ฟาเลิน ทางตะวันตกของเยอรมนี เพื่อต่อต้านการรื้อหมู่บ้านแห่งหนึ่งเพื่อขยายเหมืองถ่านหินลิกไนต์

ตำรวจระบุว่า น.ส.ธุนแบร์ก เป็นส่วนหนึ่งของผู้ประท้วงกลุ่มใหญ่ที่ฝ่าแนวป้องกันของตำรวจ และเข้าใกล้บ่อเหมือง ‘การ์ซไวเลอร์ 2’ (Garzweiler 2) ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความกังวลว่า ผู้ประท้วงจำนวนมากอาจทำให้ดินที่อ่อนนุ่มเพราะฝน ซึ่งตกลงมาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเคลื่อนตัว พวกเขาจึงเข้าควบคุมตัวผู้ประท้วงซึ่งรวมถึงธุนแบร์กด้วย

อย่างไรก็ตาม โฆษกตำรวจท้องถิ่น ระบุว่า พวกเขาไม่มีเหตุผลที่จะควบคุมตัวธุนแบร์กกับผู้ประท้วงคนอื่นๆ ไว้หลายวัน ทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัวหลังจากตรวจสอบยืนยันตัวตนแล้ว ซึ่งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง

นี่นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ที่ธุนแบร์กถูกควบคุมจากการมาร่วมประท้วงใกล้เหมืองการ์ซไวเลอร์ 2 โดยเธอเป็นผู้กล่าวปราศรัยหลักในการประท้วงใหญ่เมื่อวันเสาร์ ซึ่งมีผู้ประท้วงมารวมตัวกว่าหมื่นคน ก่อนจะกลับมาร่วมประท้วงอีกครั้งในวันอาทิตย์ และถูกจับกุมครั้งที่ 1

ทั้งนี้ หมู่บ้านลุตเซราธ ตกเป็นของบริษัท RWE ผู้ประกอบกิจการเหมืองยักษ์ใหญ่ของยุโรป หลังจากชาวบ้านเกือบทั้งหมดรับเงินชดเชยและย้ายออกไปตั้งแต่ปี 2560 โดยรัฐบาลทำข้อตกลงประนีประนอมกับ RWE เมื่อปีก่อน อนุญาตให้พวกเขารื้อหมู่บ้านแห่งนี้ได้ แลกกับการต้องยุติการขุดถ่านหินลิกไนต์ภายในปี 2573 แทนที่จะเป็นปี 2581 ตามแผนเดิม รวมทั้งยกเลิกแผนรื้อหมู่บ้านอีก 5 แห่งที่เหลือ

อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวโต้แย้งว่า การเผาถ่านหินจะบ่อนทำลายความพยายามของเยอรมนีที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะแร่ลิกไนต์ ซึ่งเป็นถ่านหินที่ได้ชื่อว่า สกปรกที่สุด และถูกขุดขึ้นมาจากพื้นที่รอบหมู่บ้านลุตเซราธถึงปีละ 25 ล้านตัน

ที่มา : bbc , cna , cnn

ที่ปรึกษา ปธน.ยูเครนขอลาออก ยอมรับให้ข้อมูลมั่วจนคนด่าทั้งประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2605688

ที่ปรึกษา ปธน.ยูเครนขอลาออก ยอมรับให้ข้อมูลมั่วจนคนด่าทั้งประเทศ

18 ม.ค. 2566 02:39 น.

ที่ปรึกษา ปธน.ยูเครนขอลาออก ยอมรับให้ข้อมูลมั่วจนคนด่าทั้งประเทศ

ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน ซึ่งคอยอัปเดตสถานการณ์ในประเทศรายวัน ยื่นจดหมายขอลาออก หลังให้ข้อมูลผิดพลาดเกี่ยวกับเหตุรัสเซียยิงมิสไซล์โจมตีอพาร์ตเมนต์ในเมืองดนีโปร

เมื่อวันอังคารที่ 17 ม.ค. 2566 นายโอเลกซีย์ อาเรสโตวิช ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน ยื่นจดหมายขอลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังจากออกมาบอกว่ามิสไซล์รัสเซียที่ตกใส่อาคารในเมืองดนีโปรทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 44 ศพนั้น ถูกฝ่ายยูเครนยิงตก โดยเขาขอโทษและยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดอย่างแท้จริง

นายอาเรสโตวิชเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีจากการที่เขาคอยอัปเดตสถานการณ์การต่อสู้ในยูเครนเป็นประจำทุกวันผ่านยูทูบ ซึ่งมีผู้รับชมหลายล้านคน แต่คำพูดดังกล่าวของเขาทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจไปทั่วประเทศ และถูกฝ่ายรัสเซียนำไปใช้เพื่อกล่าวโทษยูเครน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากอพาร์ตเมนต์ในเมืองดนีโปรถูกมิสไซล์โจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยนายอาเรสโตวิชกล่าวในตอนนั้นว่า ดูเหมือนมิสไซล์ของรัสเซียจะตกลงสู่อาคารดังกล่าว หลังจากถูกยิงตกโดยระบบป้องกันทางอากาศของยูเครน

อย่างไรก็ตามกองทัพยูเครนออกมาโต้แย้งว่า อพาร์ตเมนต์แห่งนี้ถูกยิงโดยขีปนาวุธ Kh-22 ของรัสเซีย ที่พวกเขาไม่มีขีดความสามารถพอในการยิงสกัด และคำพูดของนายอาเรสโตวิชไม่ตรงกับความเป็นจริงอย่างยิ่ง

ด้านชาวยูเครนออกมาตอบโต้คำพูดของนายอาเรสโตวิชอย่างโกรธเกรี้ยว โดยบางคนกล่าวหาเขาว่ากำลังส่งเสริมจุดยืนให้แก่นักโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซีย ขณะที่สมาชิกรัฐสภายูเครนบางคนร่วมกันลงนามคำร้อง เพื่อเรียกร้องให้ปลดนายอาเรสโตวิชออกจากตำแหน่งในรัฐบาล

กระแสโจมตีอย่างหนักทำให้ในเวลาต่อมานายอาเรสโตวิชโพสต์จดหมายลาออกของเขาบนโลกออนไลน์และระบุว่า เขาทำให้เกิดข้อผิดพลาดอย่างแท้จริง พร้อมกับขอแสดงความเสียใจอย่างจริงใจต่อผู้เสียชีวิต ญาติ และประชาชนชาวดนีโปรและทุกคนที่ต้องเจ็บปวดเพราะความผิดพลาดของเขา

ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับการตัดสินใจลาออกของนายอาเรสโตวิช.

ที่มา : bbc

เนปาลพบแล้ว 71 ศพ เหตุเครื่องบินตกบนภูเขา เร่งหาผู้สูญหายคนสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2605685

เนปาลพบแล้ว 71 ศพ เหตุเครื่องบินตกบนภูเขา เร่งหาผู้สูญหายคนสุดท้าย

18 ม.ค. 2566 01:04 น.

เนปาลพบแล้ว 71 ศพ เหตุเครื่องบินตกบนภูเขา เร่งหาผู้สูญหายคนสุดท้าย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเนปาลพบศพผู้เสียชีวิตเหตุเครื่องบินโดยสารตกบริเวณช่องเขา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้ว 71 ศพ ทำให้ตอนนี้เหลือผู้สูญหายเพียง 1 รายเท่านั้น

ในวันอังคารที่ 17 ม.ค. 2566 เจ้าหน้าที่กู้ภัยของเนปาลใช้โดรนและการโรยตัวด้วยเชือกลงไปในช่องเขาความลึกราว 200 เมตร เพื่อค้นหาผู้ประสบเหตุเครื่องบินใบพัด ATR 72 ของสายการบิน เยติ แอร์ไลน์ส ซึ่งประสบอุบัติเหตุตกก่อนลงจอดไม่นาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือ 72 ชีวิต

เจ้าหน้าที่ค้นพบศพผู้เสียชีวิต 68 ศพ ในวันเกิดเหตุ ก่อนจะพบอีก 2 ศพ ในวันจันทร์ ตามด้วยอีก 1 ศพ ในช่วงเย็นวันอังคาร รวมทั้งสิ้น 71 ศพ เหลืออีกเพียง 1 รายเท่านั้นที่ยังหาไม่พบ แต่การค้นหาในวันอังคารต้องถูกยกเลิกเพราะหมอกหนาทึบและความมืดหลังอาทิตย์ตก โดยจะเริ่มค้นหาใหม่อีกครั้งในวันพุธ

นายอาเจย์ เค.ซี. เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองโปขระ ใกล้จุดเกิดเหตุ เผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังประสบปัญหาในการระบุตัวผู้เสียชีวิต พวกเขาต้องเก็บรวบรวมชิ้นส่วนที่ดูเหมือนเป็นศพของผู้เสียชีวิตส่งไปตรวจดีเอ็นเอ โดยตอนนี้มีเพียง 22 ศพเท่านั้น ที่สามารถส่งคืนให้ครอบครัวนำกลับไปจัดพิธีศพตามประเพณีทางศาสนาได้

ทั้งนี้ ทีมกู้ภัยเนปาลได้พบกล่องดำ และกล่องบันทึกเสียงในห้องนักบินของเครื่องบินโดยสารลำนี้แล้ว ระหว่างการค้นหาเมื่อวันจันทร์ และหวังจะช่วยไขปริศนาหาสาเหตุเครื่องบินตก ซึ่งนับเป็นโศกนาฏกรรมเครื่องบินตกที่เนปาล ครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบกว่า 30 ปี

ที่มา : cna

ลูกแม่หน่อย “เก่ง การุณ” ท้าพิสูจน์เด็กปั้น “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541199

ขุนน้ำหมึก

18 ม.ค. 2566

ลูกแม่หน่อย “เก่ง การุณ” ท้าพิสูจน์เด็กปั้น “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร”

สมรภูมิดอนเมืองยกใหม่ “เก่ง การุณ” ขอพิสูจน์ความเก๋า เหมือนเกมศักดิ์ศรีพี่เลี้ยงระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ กับมาดามนครบาล “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร” ค่าย พท.

ศึกชิงทุ่งดอนเมืองยกใหม่ “เก่ง การุณ” ได้พี่เลี้ยงชื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พร้อมชนเด็กปั้น “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร”     

ยกแรก “เก่ง การุณ” พ่ายศึก ส.ก.ดอนเมือง ขอทำศึกล้างตา “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร” ชิงเก้าอี้ ส.ส.กทม. เขตดอนเมือง ไม่หวั่นนักการเมืองรุ่นน้อง

เย็นวันที่ 18 ม.ค.2566 การุณ โหสกุล ส.ส.ดอนเมือง เปิดแถลงข่าวลาออกจากพรรคเพื่อไทย ที่ร้าน Foresta cafe’ ถ.สรงประภา 30 หมู่บ้านเมืองใหม่ดอนเมือง

ร้าน Foresta cafe’ มีเจ้าของชื่อ พิมพ์ชนก โหสกุล ภรรยาคนสวยของ เก่ง-การุณ ซึ่งเปิดขายมาตั้งแต่กลางปี 2559 

เรื่อง ส.ส.เก่ง ดอนเมือง จะลาออกจากพรรคเพื่อไทย เพื่อไปสังกัดพรรคไทยสร้างไทย เป็นที่รับรู้กันมานานแล้ว รอแค่พิธีกรรมแถลงข่าวลาออกเท่านั้น

ถ้าจำกันได้ ช่วงต้นปี 2565 พรรคเพื่อไทย ยกโขยงไปจัดอีเวนท์ใหญ่ครอบครัวเพื่อไทยที่ จ.อุดรธานี เปิดตัวหัวหน้าครอบครัวชื่อ แพทองธาร ชินวัตร

วันเดียวกัน การุณ โหสกุล ส.ส.กทม. โพสต์เฟซบุ๊คว่า “ลาก่อนซ่อนกลิ่น..ชั่วดีมีจน จะขอทนไปตามดาบหน้า” และติดแฮชแท็ก #การุณไม่ทิ้งใคร #ผมไม่เสียใจที่ผมไม่ได้เป็นคนในครอบครัว

อันที่จริง เก่ง การุณ ถือว่าเป็นลูกรักแม่หน่อย คุณหญิงสุดารัตน์ ตั้งแต่อยู่พรรคเพื่อไทย เมื่อเจ้าแม่เมืองหลวงออกไปตั้งพรรคไทยสร้างไทย ก็มีข่าวลือเรื่องเก่งจะย้ายตามไปเป็นระยะๆ

เหนืออื่นใด การเลือกตั้งครั้งใหม่ สนาม กทม.เขตดอนเมือง เก่ง การุณ ในสีเสื้อตัวใหม่ จะต้องเจอกับหนุ่มนักธุรกิจดาวรุ่ง ในสังกัดของเจ๊แจ๋น-พวงเพ็ชร ชุนละเอียด มาดามนครบาล ของพรรคเพื่อไทย

‘ศึกหนักในชีวิต’

ดังที่ทราบกัน การประดาบยกแรกระหว่าง “เก่ง การุณ” กับ “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร” ก็คือการเลือกตั้ง ส.ก.เขตดอนเมือง กลางปี 2565

เจ๊แจ๋นคว้าตัว กนกนุช กลิ่นสังข์ จากพรรค พปชร. มาสวมเสื้อ พท. ชน พนา วุฒิเดช ตัวแทนของเก่ง การุณ ในสีเสื้อ ทสท. ผลปรากฏว่า กนกนุช ได้ 21,238 คะแนน ชนะพนา ที่ได้ 18,329 คะแนน

จริง ๆ แล้ว เก่ง การุณ กับหนุ่ย กนกนุช ก็เติบโตทางการเมืองมาพร้อมกัน โดยเป็นหัวคะแนนห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีต ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง ตั้งแต่สมัยพรรคประชากรไทย จนถึงพรรคชาติไทย

ปี 2548 การุณ ย้ายจากพรรคชาติไทย มาลงสมัคร ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง ในนามพรรคไทยรักไทย สู้กับจณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ พรรคชาติไทย แต่เก่งพ่ายแพ้แก่จณิสตา

หลังจากนั้น เก่ง การุณ ในความดูแลของคุณหญิงหน่อย ก็ได้รับเลือกเป็น ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง ในนามพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย มา 3 สมัยรวด

‘เดิมพันมาดามนครบาล’

ศึกยกที่สอง “เก่ง การุณ” ต้องเจอคู่แข่งหน้าใหม่ สุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์ เด็กปั้นของ “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร” ซึ่งได้หนุ่ย กนกนุช เป็นพี่เลี้ยง


หมี-สุธนพจน์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ย่านดอนเมือง ไม่ใช่คนหน้าใหม่ทางการเมือง เมื่อปี 2548 เสี่ยหมีเคยเป็นทีมงานหาเสียงให้ แบม-จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ที่ลงสมัคร ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง พรรคชาติไทย 

 เสี่ยหมี สุธนพจน์ คู่ต่อสู้ของเก่ง การุณ เสี่ยหมี สุธนพจน์ คู่ต่อสู้ของเก่ง การุณ

หลังพรรคชาติไทยถูกยุบในปี 2551 หมี-สุธนพจน์ ก็หยุดเล่นการเมือง ไปช่วยครอบครัวทำธุรกิจหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งในเขตดอนเมือง

ช่วงการเลือกตั้ง ส.ก.ปีที่แล้ว ทีมงานของหมี-สุธนพจน์ ได้เข้ามาช่วยกนกนุช หาเสียง จนเอาชนะคู่แข่งสายเก่ง การุณไปได้

แม้ การุณ โหสกุล เคยให้สัมภาษณ์สื่อว่า ไม่รู้จัก สุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์ ที่ถูกวางตัวให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทยแทนตัวเขา แต่คนแถวเขตดอนเมือง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สมัยหน้า เก่งเหนื่อยแน่

ที่สำคัญ เสี่ยหมี เป็นลูกรักของเจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร เหมือนกับที่คุณหญิงหน่อย มีเก่ง การุณ เป็นลูกรักเช่นเดียวกัน

 เจ๊แจ๋น พาลูกรัก เสี่ยหมี ไปรายงานตัวกับคุณหญิงพจมาน เรียบร้อย เจ๊แจ๋น พาลูกรัก เสี่ยหมี ไปรายงานตัวกับคุณหญิงพจมาน เรียบร้อย

สงครามดอนเมือง จึงเดิมพันด้วยศักดิ์ศรี เจ้าแม่เมืองหลวงคนเดิม กับมาดามนครบาลคนใหม่ไปโดยปริยาย
    
    
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ              โดย … ขุนน้ำหมึก

แผนลับราชบุรี “ประวิตร” ดัน “กำนันตุ้ย” ถล่มเด็กเนวิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541136

ขุนน้ำหมึก

18 ม.ค. 2566

แผนลับราชบุรี “ประวิตร” ดัน “กำนันตุ้ย” ถล่มเด็กเนวิน

เปิดศึกถล่มเด็กเนวิน “ประวิตร” เหยียบถิ่นราชบุรี ดัน “กำนันตุ้ย” ซุ้มราชันมังกร จัดทัพ พปชร. กวาด ส.ส.ยกจังหวัด ดึงเสี่ยเส็ง ส.ส.ปชป. ดับเครื่องชนค่ายบุรีรัมย์

ศึกชิงราชบุรี “ประวิตร” ปิดดีลซุ้มราชันมังกร “กำนันตุ้ย” วิวัฒน์ นิติกาญจนา จัดทัพ พปชร. 5 เขต ดับเครื่องชนค่ายเนวิน

“ประวิตร” ล็อกตัว 2 ส.ส.หญิงค่าย พปชร. แถมคว้าตัว สจ.เส็ง ค่าย ปชป.มาร่วมทีม “กำนันตุ้ย” 

ปฏิบัติการบุกบ้านกำนันตุ้ย-วิวัฒน์ นิติกาญจนา ที่เมืองโอ่งแบบสายฟ้าแลบของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นสคริปต์ที่มีการเขียนบทไว้ล่วงหน้า


จงใจเลือกวันที่ 17 ม.ค.2566 ก่อนหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมาเปิดงานตรุษจีนราชบุรี ในวันที่ 19 ม.ค.2566

การมุดซุ้มราชันมังกรของลุงป้อม ไม่ใช่แค่การไปล็อคตัว 2 ส.ส.พลังประชารัฐคือ บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 และกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 เท่านั้น 

หากแต่ พล.อ.ประวิตร ยังดูดเอา เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ส.ส.ราชบุรี เขต 4 จากพรรคประชาธิปัตย์ มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ เป็นที่เรียบร้อย

ส่วน มุ่ง-อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรค ปชป. ที่มาร่วมต้อนรับลุงป้อมด้วยนั้น ยังไม่ตัดสินใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีแนวโน้มสูงว่า จะมาอยู่ พปชร.

เจ้าภาพที่เชื้อเชิญ ส.ส.ราชบุรี และนักการเมืองท้องถิ่น มาร่วมพบปะพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร ก็คือ “กำนันตุ้ย” วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี สายตรงของสมศักดิ์ เทพสุทิน แห่งกลุ่มสามมิตร

ย้อนไปดูผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 เขต 1 (อ.เมืองราชบุรี) กุลวลี นพอมรบดี พปชร. ,เขต 2 (อ.ปากท่อ, อ.สวนผึ้ง) บุญยิ่ง นิติกาญจนา พปชร. ,เขต 3 (อ.โพธาราม,อ.จอมบึง) ปารีณา ไกรคุปต์ พปชร. ,เขต 4 (อ.บ้านโป่ง) อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ปชป. และเขต 5 (อ.ดำเนินสะดวก) บุญลือ ประเสริฐโสภา ภท.

กลางปีที่แล้ว ปารีณา ไกรคุปต์ ต้องพ้นสภาพ ส.ส.ตามคำสั่งศาล จึงมีการเลือกตั้งซ่อม ปรากฏว่า สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ชนะเลือกตั้ง 

เท่ากับว่า ส.ส.ราชบุรี 5 คน ในเวลานี้ ได้มาอยู่ในซุ้มราชันมังกร ของกำนันตุ้ย 4 คนได้แก่ บุญยิ่ง, กุลวลี, ชัยทิพย์ และอัครเดช ดังนั้น พล.อ.ประวิตร จึงมอบให้กำนันตุ้ย จัดทัพราชบุรี ในสีเสื้อ พปชร.

ส่วนปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี นั้น ไม่ได้อยู่ในกลุ่มกำนันตุ้ยมาแต่แรก เพียงแต่สมัยที่แล้ว ทวีพาลูกสาวเข้าไปสังกัดพรรค พปชร.ด้วยตัวเอง


‘ทัพราชันมังกร’
    

“ประวิตร” เดินหน้าเจรจา “กำนันตุ้ย” วิวัฒน์ นิติกาญจนา ด้วยตัวเอง เพื่อให้คำมั่นสัญญาบางประการ หากว่า ทีมราชันมังกร ชนะยกจังหวัด กวาด 5 ที่นั่งให้พรรค พปชร.

กำนันตุ้ย และเจ๊บุญยิ่ง นิติกาญจนา ร่วมหัวจมท้ายกับสมศักดิ์ เทพสุทิน สร้างพรรคมัชฌิมาธิปไตย ก่อนจะย้ายไปภูมิใจไทย, เพื่อไทย และมาจอดป้ายที่พลังประชารัฐ

ปลายปี 2563 กำนันตุ้ย รวบรวมนักการเมืองท้องถิ่นทุกซุ้มทุกสายคลอง ให้มาอยู่ในกลุ่มพัฒนาราชบุรี และจัดทีมลงสมัครนายก อบจ.ราชบุรี 

เมื่อกำนันตุ้ย ได้เป็นนายก อบจ.ราชบุรี ก็ได้ตั้งหลานชาย สจ.เส็ง โพธารามคือ จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ เป็นรองนายก อบจ.ราชบุรี 

ถ้าใครยังจำได้ ตอนเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 แทนปารีณา เมื่อ 21 พ.ค.2565 ก่อนหาเสียงเลือกตั้ง ฝ่ายพรรค ปชป.มีความพร้อมเต็มที่ ส่ง สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ 

ฝ่ายพรรค พปชร.กลับเงียบ และสุดท้าย ลุงป้อมประกาศไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. ทำให้ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ และพี่เลี้ยงที่ชื่อ กำนันตุ้ย นายก อบจ.ราชบุรี ได้รับอานิสงส์ไปเต็ม ๆ สจ.เส็ง จึงชนะขาดลอย คว้ามา 5 หมื่นแต้ม

เรื่องนี้สร้างความเจ็บช้ำให้กับปารีณา เป็นอย่างมาก ต่อมา เธอก็พาพี่ชายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย เพื่อลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 3 โดยการสนับสนุนของนภินทร ศรีสรรพางค์


มีรายงานข่าวว่า สมัยหน้า สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ จะขยับไปสมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 5 ชนกับบุญลือ ประเสริฐโสภา แชมป์คนปัจจุบัน ค่ายภูมิใจไทย

ส่วนเขต 3 สจ.เส็ง จะให้หลานชาย-จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ รองนายก อบจ.ราชบุรี แข่งกับ สีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชายปารีณา

  สจ.เส็ง และหลานชาย พร้อมสู้กับเด็กเนวิน เพื่อลุงป้อม สจ.เส็ง และหลานชาย พร้อมสู้กับเด็กเนวิน เพื่อลุงป้อม

‘ศึกศักดิ์ศรีเนวิน’
    

“ประวิตร” ดัน “กำนันตุ้ย” เป็นแม่ทัพ พปชร. หากจะยึดราชบุรี ได้ทั้ง 5 เขต ก็ต้องยึดเก้าอี้ ส.ส.เขต 5 มาให้ได้

คู่แข่งสำคัญของกำนันตุ้ยคือ พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ สรอรรถ กลิ่นประทุม รองหัวหน้าพรรค ภท. และ นภินทร ศรีสรรพางค์ อดีต ส.ว.ราชบุรี เจ้าของตลาดศรีเมือง จ.ราชบุรี

สรอรรถ กลิ่นประทุม เพื่อนรักเนวิน ชิดชอบ มีที่มั่นสำคัญอยู่ที่ อ.ดำเนินสะดวก โดยมี บุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี ยึดพื้นที่สายคลองมาหลายสมัย 

สมัยหน้า สรอรรถจัดทัพกับเสี่ยนภินทร ศรีสรรพางค์ ก็หวังปักธงพื้นที่เขต 5 ของตระกูลประเสริฐโสภา และเขต 3 ของตระกูลไกรคุปต์ไว้ให้ได้
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ              โดย … ขุนน้ำหมึก

‘พลังประชารัฐ’ขอเหมา 2 เก้าอี้ส.ส.นครราชสีมาที่เพิ่มขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541188

18 ม.ค. 2566

'พลังประชารัฐ'ขอเหมา 2 เก้าอี้ส.ส.นครราชสีมาที่เพิ่มขึ้น

เลือกตั้งครั้งหน้าพลังประชารัฐ ขอ 10 เก้าอี้ ที่’นครราชสีมา’ เชื่อ 2 เขตเลือกตั้งใหม่ อยู่ในพื้นที่ ที่บริหารจัดการได้

การเลือกตั้งปี2562  พรรคพลังประชารัฐ กวาดส.ส.นครราชสีมา เกือบครึ่งจังหวัด มีส.ส. 6 คน จากจำนวนส.ส.ทั้งสิ้น 14 คน  เหลือให้พรรคเพื่อไทย 4 คน พรรคภูมิใจไทย 3 คน และพรรคชาติพัฒนา  1 คน

ทั้ง 6 เขตเลือกตั้งที่พลังประชารัฐชนะ  ประกอบไปด้วย  เขตเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งอยู่มีอาณาบริเวณอยู่ในอำเภอเมืองนครราชสีมา  เขตเลือกตั้งที่ 4 อำเภอพิมาย โนนสูง โนนไทย เขตเลือกตั้งที่ 6  อำเภอ คง  ประทาย   ลำทะเมนชัย   โนนแดง และเขตเลือกตั้งที่ 7 คาบเกี่ยวพื้นที่ อำเภอพิมายและอำเภอโนนสูง  เขต8 ที่อำเภอจักราชและห้วยแถลง และเขต 11 พื้นที่คาบเกี่ยวอำเภอเมืองปากช่อง ปักธงชัย และวังน้ำเขียว  

กราฟฟิคพื้นที่เลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐกราฟฟิคพื้นที่เลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ

การเลือกตั้งครั้งต่อไป  จังหวัดนครราชสีมา มีส.ส.เขตเพิ่มขึ้นอีก 2 คน นั่นหมายความว่าต้องมีการแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มอีก  2 เขต

วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มั่นใจว่า เขตเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้น
จะอยู่ในพื้นที่เลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งครอบคลุมเกือบครึ่งของจังหวัดนครราชสีมา และจะสามารถคว้า สองเก้าอี้ส.ส.ที่เพิ่มขึ้นใหม่มาไว้ในมือได้  โดยตั้งเป้าหมายคว้าชัยชนะ 10  เขตเลือกตั้ง 
โดยไม่ได้มองพรรคเพื่อไทยอยู่ในสายตา


ในบรรดา ส.ส.นครราชสีมาพรรคเพื่อไทย 4 คน มีสุชาติ ภิญโญ 1 ราย ที่จะย้ายไปอยู่กับภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า ขณะที่ เขตเลือกตั้งที่ 2 ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ประพิศ นวมโคกสูง ของพลังประชารัฐแพ้ ค่ายสีน้ำเงินไปเพียงสามพันกว่าคะแนน และในเขต14 พจน์ เจริญสันเทียะ ก็เสียท่าแพ้เพื่อไทยไปสี่พันกว่าคะแนนเช่นกัน

การแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่เพิ่มขึ้น กกต.มีหลักเกณฑ์ พิจารณาจาก

  • จำนวนประชากรแต่ละเขตเลือกตั้งต้องใกล้เคียงกัน
  • อาณาเขตตามภูมิประเทศ
  • เส้นทางคมนาคมในเขตเดียวกัน 
  • หากมีความจำเป็นสามารถแบ่งพื้นที่ออกจากกันในระดับอำเภอได้ แต่ไม่สามารถแบ่งพื้นที่ในระดับตำบลได้

“นพ.ชลน่าน”ชี้ส.ส.แห่ย้ายพรรค เป็นเหตุสภาล่ม หวั่นซ้ำซากตลอดไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541185

18 ม.ค. 2566

"นพ.ชลน่าน"ชี้ส.ส.แห่ย้ายพรรค เป็นเหตุสภาล่ม หวั่นซ้ำซากตลอดไป

“นพ.ชลน่าน” เผยสาเหตุสภาล่ม ส.ส.มัวแห่ย้ายพรรค หวั่นอนาคตเป็นแบบนี้ตลอดไป พร้อมน้อมรับคำด่าของประชาชน กินเงินเดือนจากภาษี แต่ไม่ทำงาน

หลังการลงมติในกฎหมาย พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ต้องถูกพักไปก่อน เนื่องจากสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม โดยมีเพียง 203 คน เห็นด้วย 174 คน ไม่เห็นด้วย 4 คน และงดออกเสียง 24 เสียง 

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เข้าใจความรู้สึกคับแค้นใจของประชาชนเป็นอย่างดี หลายคนประณามว่ากินเงินเดือนจากภาษีอากรประชาชน แต่ไม่ทำงาน แต่ตนมองว่า หากนำเรื่องกฎหมายกัญชาเข้าสู่วาระการประชุม เป็นปัญหา มีข้อถกเถียงกันมากในชั้นการพิจารณา ขณะนี้อยู่ในวาระที่ 2 หมายความว่า ชั้นที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว กำลังเข้าสู่การพิจารณารายมาตรา มีทั้งฝ่ายที่สนับสนุน และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย 
 

แต่ทุกฝ่ายเห็นด้วยกับกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่ใช่กัญชาเสรี หรือสันทนาการ ในชั้นกรรมาธิการ ทุกคนต้องการคือกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่มีตัวบทกฎหมายรองรับ ว่า จะควบคุมไม่ให้เสรีได้อย่างไร ที่ผ่านมาพยายามเรียกร้องว่า ต้องไม่ให้เป็นกัญชาเสรี เดิมมี 45 มาตรา เพิ่มเป็น 95 มาตรา ไม่มีบทมาตราใดเลย ที่ไปควบคุมกัญชาเสรี เพราะฉะนั้นจึงเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย และเมื่อกลไกในสภาเสียงข้างมากไม่มีมากพอ องค์ประชุมตอนนี้ใช้แค่ 217 เสียง ดังนั้นหากเสียงข้างมาก ไม่ยอมจะใช้เสียงข้างมากตัวเองผลักดันอย่างจริงจัง องค์ประชุมก็จะไม่ครบ ส่วนฝ่ายเสียงข้างน้อย ยินดีร่วมพิจารณากฎหมาย แต่ภายใต้เงื่อนไขเสียงข้างมาก ต้องเป็นองค์ประชุม 

นายแพทย์ชลน่าน ยอมรับ เสียงข้างน้อยนั้น มีการลาออก มีการย้ายพรรค โดยไม่สนใจพี่น้องประชาชนที่เลือกเขาเข้ามา เพื่อแสวงหาโอกาสว่าจะได้กลับมาเป็น ส.ส.ใหม่เท่านั้นเอง สิ่งนี้คือสาเหตุที่ทำให้ “สภาล่ม” ถ้าเป็นแบบนี้ ก็จะเป็นตลอดไป
 

เราเคยเสนอไปให้ประธานสภาว่า หากประชุมตามปกติ ติดกับดักแน่ ควรนัดประชุมเป็นวาระพิเศษ เช่น พรุ่งนี้มีกฎหมายหลายฉบับ ส่วนสภาล่มจะส่งผลต่อการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีในการ“ยุบสภา”หรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เคยเห็นมีบทบาทและให้ความสำคัญในสภาอยู่แล้ว หากสภาไม่ทำผิดจนนายกรัฐมนตรีทนไม่ได้ ไม่น่าจะใช้เป็นเงื่อนไขในการยุบสภา และตนก็เคยพูดหลายครั้งแล้วว่า นายกรัฐมนตรีจะยุบสภา ไม่เคยดูไปตามข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดูว่ายุบเมื่อไหร่จะได้สืบทอดอำนาจต่อ และเป็นไปไม่ได้ที่กฎหมายที่ร่างกฎหมายกัญชา กับกฎหมายคู่ชีวิตจะถูกแขวนตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีบอก ซึ่งมองว่าต้องใช้วิธีการนัดประชุมวาระพิเศษพิจารณากฎหมายเหล่านี้ได้

‘สร้างอนาคตไทย’ มั่นใจ ได้แจ้งเกิด ส.ส.กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541170

18 ม.ค. 2566

'สร้างอนาคตไทย' มั่นใจ ได้แจ้งเกิด ส.ส.กทม.

มีผู้สนใจสมัครส.ส.’กทม.’สังกัดพรรคสร้างอนาคตไทยถึง 40 รายแล้ว หัวหน้าพรรคมั่นใจสู้คู่แข่งได้ในหลายพื้นที่

มีผู้แสดงตน เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.กทม.สังกัดพรรคสร้างอนาคตไทย  40 คน ในการประชุมผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ ซึ่งมีวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรค เป็นประธานยุทธศาสตร์ภาค

อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคกล่าวว่า สถานการณ์การเมืองวันนี้อยู่ในโหมดเลือกตั้ง เข้าสู่โค้งสุดท้าย ทุกพรรคการเมืองกำลังปรับยุทธศาสตร์เข้าสู่สนามเลือกตั้ง พรรคสร้างอนาคตไทยก็เช่นเดียวกัน


พื้นที่ กทม. เป็นอีกหนึ่งพื้นที่เป้าหมายที่พรรคปักธง มั่นใจว่ามีตัวผู้สมัครที่สู้ได้หลายเขต ที่สำคัญขอให้ทุกคนอย่าลืมเป้าหมาย ว่าพรรคสร้างอนาคตไทย ตั้งขึ้นมาเพื่ออาสาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน 

เรามีทั้งทีมงานที่มีศักยภาพและความพร้อมของชุดนโยบายที่ตอบโจทย์ประเทศว่าจะต้องแก้ปัญหาอะไร และขับเคลื่อนการพัฒนาไปในทิศทางใด นั่นหมายถึงเรามีศักยภาพที่จะเข้าไปทำงานในรัฐบาลได้ พรรคเราเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องและจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

สนธิรัตน์  สนธิจิระวงศ์ เลขาธิการพรรค เห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคสู้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว ที่สำคัญต้องวางกลยุทธ์ให้ดี และสอดคล้องกับจุดแข็งของพรรคในแต่ละพื้นที่ ซึ่งบางเขตเราอาจจะมุ่งเน้นไปที่คะแนนของตัวผู้สมัคร ขณะที่บางเขตต้องให้ความสำคัญกับคะแนนของบัญชีรายชื่อ

อย่างไรก็ตาม พรรคพร้อมจะเดินหน้าไปกับผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัครทุกคน ที่ผ่านมาเราได้โอกาสทำงานเชิงพื้นที่กันมาเกือบ 1 ปี  รู้ข้อมูลพื้นที่เป็นอย่างดี นับเป็นข้อดีที่จะเป็นจุดแข็งให้เราสามารถขับเคลื่อนต่อกับคู่แข่งในแต่ละพื้นที่ได้