ปูตินกร้าว ส่งเรือฟริเกต ติดขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง มุ่งหน้าม.แอตแลนติก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2595361

ปูตินกร้าว ส่งเรือฟริเกต ติดขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง มุ่งหน้าม.แอตแลนติก

5 ม.ค. 2566 19:19 น.

ปูตินกร้าว ส่งเรือฟริเกต ติดขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง มุ่งหน้าม.แอตแลนติก

ปธน.ปูตินส่งเรือฟริเกตติดตั้งขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงรุ่นล่าสุด Zircon มุ่งหน้าไปยังมหาสมุทรแอตแลนติก และอินเดีย รวมทั้งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อร่วมในภารกิจสู้รบ

เมื่อ 5 ม.ค. 2566 สำนักข่าวอัลจาซีรารายงาน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียเป็นประธานในพิธีส่งเรือฟริเกต ‘Admiral Gorshkov’ ซึ่งเป็นเรือรบที่มีความเร็วสูงติดตั้งขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงกว่า 5 เท่า Zircon มุ่งหน้าไปยังมหาสมุทรแอตแลนติกและอินเดียเพื่อร่วมในภารกิจสู้รบ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณไปยังโลกตะวันตกว่า รัสเซียจะไม่ผ่อนท่าทีในสงครามยูเครน ที่ดำเนินมาตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565

ประธานาธิบดีปูตินได้เป็นประธานในพิธีส่งเรือฟริเกต ‘Admiral Gorshkov’ ผ่านการประชุมแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับเซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหมและอิกอร์ คร็อกห์มอล ผู้บัญชาการเรือฟริเกต Admiral Gorshkov’ เมื่อวันพุธที่ 4 มกราคม 2566 ตามเวลาท้องถิ่น

ประธานาธิบดีปูตินกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า เรือฟริเกตลำนี้ได้ติดตั้งระบบยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงรุ่นล่าสุด Zircon และเขาขอส่งความปรารถนาดีไปยังลูกเรือประจำเรือฟริเกต ‘Admiral Gorshkov’ ให้ประสบความสำเร็จในภารกิจของแผ่นดินแม่

ขณะที่ เซอร์เก ชอยกู รมว. กลาโหมรัสเซียยังกล่าวว่า เรือฟริเกต ‘Admiral Gorshkov’ จะมุ่งหน้าไปยังมหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดียและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมกับบอกว่าเรือฟริเกต ‘Admiral Gorshkov’ ซึ่งติดตั้งขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง Zircon สามารถโจมตีเป้าหมายของข้าศึก ทั้งในทะเลและแผ่นดิน โดยขีปนาวุธ Zircon สามารถเอาชนะระบบป้องกันขีปนาวุธของฝ่ายข้าศึกได้ทุกชนิด อีกทั้งยังมีพิสัยบินไกลได้เป็นระยะทางกว่า 1,000 กม.

ศึกเมืองสิงห์ “ประยุทธ์” เหยียบถิ่นเสื้อแดง “พายัพ ปั้นเกตุ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540367

ขุนน้ำหมึก

06 ม.ค. 2566

ศึกเมืองสิงห์ “ประยุทธ์” เหยียบถิ่นเสื้อแดง “พายัพ ปั้นเกตุ”

ไปเมืองสิงห์บ่อยจัง “ประยุทธ์” เหยียบฐานที่มั่น “พายัพ ปั้นเกตุ” ตัวตึงแดงฮาร์ดคอร์ ส่งเจ๊บุ๋ม ภรรยา สวมเสื้อเพื่อไทย ลงสนามสมัยหน้า ตั้งเป้าโค่นบ้านใหญ่เมืองสิงห์

เหยียบถิ่นเสื้อแดง “ประยุทธ์” บุกเมืองสิงห์อีกครั้ง คราวนี้ไปที่มั่น “พายัพ ปั้นเกตุ” ตัวตึงแดงฮาร์ดคอร์ ที่ส่งเจ๊บุ๋ม ภรรยาลงสนามสมัยหน้า

แม่ยก “ประยุทธ์” หวั่นลูกชายสอบตก เพราะกระแสอุ๊งอิ๊งแรงจัด “พายัพ ปั้นเกตุ” ลูกชาวนาบางระจัน หวังโค่นบ้านใหญ่เมืองสิงห์

วันที่ 6 ม.ค.2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการ ติดตามความก้าวหน้าพื้นที่ก่อสร้างพนังกั้นน้ำ และไปยังพื้นที่นานำร่อง หมู่ที่ 1 ต.น้ำตาล อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมข้าวรักษ์โลก 

มีข้อน่าสังเกตว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไปตรวจราชการที่ จ.สิงห์บุรี อยู่หลายครั้ง เฉพาะปีที่แล้ว ก็ไปเยี่ยมคนเมืองสิงห์ 2 ครั้ง

สำหรับรอบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไปเยี่ยมชาวนา อ.อินทร์บุรี ซึ่งเป็นที่มั่นคนเสื้อแดงเมืองสิงห์ และ สุรสาล ผาสุข แกนนำเสื้อแดงอินทร์บุรี ก็เคยเป็น ส.ส.ในสีเสื้อเพื่อไทยมาแล้ว

เหนืออื่นใด ภรณี ธนาคมานุสรณ์ มารดาของ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชื่อว่าเป็นแม่ยกใหญ่ของลุงตู่

คนเมืองสิงห์ทราบดีว่า ซ้อภรณี ทายาทเจ้าของร้านทองแม่กิมลี้ ยังเป็นผู้สนับสนุน ณรงค์ศักดิ์ วิงวอน นายกเทศ มนตรีเมืองสิงห์บุรี และศุภวัฒน์ เทียนถาวร นายก อบจ.สิงห์บุรี

การเลือกตั้ง ส.ส.สิงห์บุรี สมัยหน้า จะเป็นการต่อสู้ระหว่างตัวแทนคนเสื้อแดงเมืองสิงห์ พรรคเพื่อไทย กับตระกูลธนาคมานุสรณ์

‘คู่รักคู่แค้น’

“ประยุทธ์” เคยผ่านสมรภูมิแดงทั้งแผ่นดินมาแล้ว คงจดจำชื่อ “พายัพ ปั้นเกตุ” อดีตแกนนำ นปช.สายฮาร์ดคอร์ได้ดี วันนี้ เขารับบทกุนซือว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย

พายัพ ปั้นเกตุ เป็นลูกชาวนา ต.ไม้ดัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ศิษย์เก่าโรงเรียนบางระจันวิทยา ก้าวแรกบนถนนการเมืองคือ เป็น ส.อบจ.สิงห์บุรี ก่อนจะลงสนามใหญ่

ปี 2544 การเลือกตั้ง ส.ส.สิงห์บุรี แบ่งเป็น 2 เขต พายัพ ปั้นเกตุ ลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในสีเสื้อพรรคไทยรักไทย และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สิงห์บุรี เขต 2 

ส่วนสิงห์บุรี เขต 1 ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ทายาทร้านทองแม่กิมลี้ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.สมัยแรก พรรคประชาธิปัตย์ 

ปี 2548 สิงห์บุรีมีเขตเดียว พายัพขี่กระแสทักษิณ เอาชนะชัยวุฒิ ไปขาดลอย มีคะแนนทิ้งห่างกันมากถึง 2 หมื่นคะแนน

ปี 2550 ชัยวุฒิย้ายจากพรรค ปชป.ไปพรรคชาติไทย ส่วนพายัพ ก็เลือกไปอยู่พรรคเพื่อแผ่นดิน หลังการยุบพรรคไทยรักไทย หนนี้ ชัยวุฒิแก้มือสำเร็จ เฉือนชนะพายัพ

ปี 2552 พรรคชาติไทยถูกยุบ ชัยวุฒิถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี มีเลือกตั้งซ่อม โชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ น้องชายชัยวุฒิ สวมเสื้อ ปชป. ชนะพายัพได้อีกครั้ง

ปี 2554 พายัพลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และหนุน สุรสาล ผาสุข แกนนำเสื้อแดง อ.อินทร์บุรี ขี่กระแสยิ่งลักษณ์ เอาชนะโชติวุฒิ ในสีเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา


ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา การต่อสู้ในสนาม ส.ส.เมืองสิงห์ จะเป็นการขับเคี่ยวระหว่างพายัพ ปั้นเกตุ กับตระกูลธนาคมานุสรณ์ ที่ผลัดเปลี่ยนสีเสื้อ ปชป.บ้าง ชาติไทยพัฒนาบ้าง

พายัพ อดีตแกนนำแดง นปช. ขอสู้เพื่อนายใหญ่อีกครั้งพายัพ อดีตแกนนำแดง นปช. ขอสู้เพื่อนายใหญ่อีกครั้ง

‘เสื้อแดงกลับมาแล้ว’

สมัย “ประยุทธ์” ครองอำนาจมาแต่ปี 2557 “พายัพ ปั้นเกตุ” เผชิญวิบากกรรมคดี นปช. ต้องหยุดเส้นทางการเมือง ทำได้แค่เป็นกองเชียร์เพื่อไทย 

ปี 2562 ชัยวุฒิ ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ สวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ ส่วนแม่ภรณี พาลูกชายโชนวุฒิ ลง ส.ส.เขต คว่ำ สุรสาล ผาสุข อดีต ส.ส.เพื่อไทย สายเสื้อแดง 

ปลายปี 2563 พายัพ ปั้นเกตุ ก็ช่วย สุรสาล ผาสุข อดีต ส.ส.สิงห์บุรี หาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.สิงห์บุรี แต่ก็พ่ายทีมบ้านใหญ่สิงห์บุรี

ปีที่แล้ว พายัพประกาศจะส่งภรรยา เจ๊บุ๋ม-นิชดา ปั้นเกตุตันติรักษ์ ลงสมัคร ส.ส.สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย แต่ก็มีผู้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.สิงห์บุรี หลายคน 

เจ๊บุ๋ม ภรรยา พายัพ ปั้นเกตุ จะลงสนาม ส.ส.สิงห์บุรี ในนามเพื่อไทยเจ๊บุ๋ม ภรรยา พายัพ ปั้นเกตุ จะลงสนาม ส.ส.สิงห์บุรี ในนามเพื่อไทย

สุดท้าย แกนนำพรรคเพื่อไทย ก็เลือกภรรยา เจ๊บุ๋ม-นิชดา ปั้นเกตุตันติรักษ์ ภรรยาพายัพ เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สิงห์บุรี 

กระแสอุ๊งอิ๊งที่มาแรงขึ้นทุกวัน ทำให้พายัพ ปั้นเกตุ มั่นใจว่า เที่ยวนี้ คนเสื้อแดงจะล้มบ้านใหญ่เมืองสิงห์ได้แน่นอน
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก 

ซุ้มเพชร-แปดริ้วลุย “เฮ้ง สุชาติ” เปิดตัวกรมการเมือง “บ้านใหญ่”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540336

ขุนน้ำหมึก

06 ม.ค. 2566

ซุ้มเพชร-แปดริ้วลุย “เฮ้ง สุชาติ” เปิดตัวกรมการเมือง “บ้านใหญ่”

รวมใจสร้างตู่สูตรโตเร็ว “เฮ้ง สุชาติ” ผนึกกำลัง “บ้านใหญ่” เพชรบุรี-แปดริ้ว ร่วมวงกรมการเมืองพรรค รทสช. วางตัวนักการเมืองท้องถิ่นตัวท็อป ตั้งเป้าล้ม ส.ส.เก่า

รวมใจสร้างตู่ “เฮ้ง สุชาติ” ผนึกกำลัง “บ้านใหญ่” เพชรบุรี-แปดริ้ว วางตัวนักการเมืองท้องถิ่นตัวท็อป ตั้งเป้าล้ม ส.ส.เก่า ชนะยกจังหวัด

สูตรเรียนลัด “เฮ้ง สุชาติ” แม่ทัพภาคกลาง ประสานทีม “บ้านใหญ่” สายใต้ ปักธง ส.ส.เขต ทำงานผ่านกรรมการยุทธศาสตร์พรรคหรือกรมการเมือง

ในที่สุด สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เข้าไปอยู่ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เพื่อร่วมแผนหาเสียง โดยมีทีมนายก อบจ.ในหลายจังหวัด ร่วมคณะทำยุทธศาสตร์ระดับพื้นที่

นายก อบจ.หรือ “บ้านใหญ่” กลายเป็นขุมกำลังหลักของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อาจเป็นเพราะตลาดนัด ส.ส.รอบแรก ถูกพรรคภูมิใจไทย ช็อปไปเยอะแล้ว 

ดังที่ทราบกัน ตอนที่เปิดตัวพรรค รทสช.เมื่อกลางปีที่แล้ว ก็มี กำนันศักดิ์-พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี และนายกพร-วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง รวมถึง ลูกหมี-ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร และนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร ในนามทีมจุลใสแฟมิลี่ ก็เข้ามาร่วมงานกับพรรคนี้

การปรากฏตัวของนายก อบจ.คนดัง ที่เรียกว่า “บ้านใหญ่” ปักษ์ใต้ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วด้ามขวาน 

ในวันเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าเป็นสมาชิกพรรค รทสช. “เฮ้ง สุชาติ” ก็จะพานายก อบจ. และนักการเมืองท้องถิ่นจำนวนหนึ่งมาร่วมให้กำลังใจนายกฯประยุทธ์ด้วย

ที่ไม่น่าพลาดคือ บ้านใหญ่รวมใจเพชร-ชัยยะ อังกินันทน์ และบ้านใหญ่แปดริ้วโฉมใหม่-กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ 

‘รวมใจเพชร’

“เฮ้ง สุชาติ” เป็นสหายร่วมรบกับ ชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี มาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว

นายกปราย-ชัยยะ เป็นบุตรชายของปิยะ อังกินันทน์” อดีต ส.ส.เพชรบุรี 6 สมัย ผู้ล่วงลับ โดยนายกปราย ในนามกลุ่มรวมใจเพชร ยึดเก้าอี้นายก อบจ.เพชรบุรี มาหลายสมัยแล้ว และสมัยที่ผ่านมา ไม่มีคู่แข่ง กวาดคะแนนมาได้เกือบ 2 แสนคะแนน

การเลือกตั้ง ส.ส.เพชรบุรี ปี 2562 นายกปราย ช่วยเสี่ยเฮ้ง จัดทีมพรรคพลังประชารัฐ เขต 1 กฤษณ์ แก้วอยู่ เจ้าของสำนักงานกฎหมาย ,เขต 2 สาธิต อุ๋ยตระกูล อดีต ส.อบจ.เพชรบุรี เขต อ.ท่ายาง และเขต 3 สุชาติ อุตสาหะ หรืออดีต ส.ว.เปี๊ยก ผลปรากฏว่า พรรค พปชร.ชนะยกจังหวัด 

ปลายปีที่แล้ว ส.ส.เปี๊ยก พาทนายกฤษณ์ ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย เหลือเพียง สาธิต อุ๋ยตระกูล ที่ยังอยู่กับนายกปราย 

สมัยหน้า นายกปราย จึงจัดทีมใหม่ในสีเสื้อ รทสช. โดย ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ภรรยานายกปราย และที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน (สุชาติ ชมกลิ่น) จะลงสมัคร ส.ส.เพชรบุรี เขต 1 และมีนักการเมืองท้องถิ่นอีกคนลงเขต 3

 นายกปราย-ชัยยะ ออกงานร่วมกับภรรยา-กระแต ปูทางสู่สนามเลือกตั้ง นายกปราย-ชัยยะ ออกงานร่วมกับภรรยา-กระแต ปูทางสู่สนามเลือกตั้ง

‘แปดริ้วโฉมใหม่’

พันธมิตรที่ใกล้ชิด “เฮ้ง สุชาติ” อีกคนคือ ผู้ใหญ่ไก่-กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา 4 สมัย ในนามกลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่

คนนอกจะรู้จักนักการเมืองฉะเชิงเทราอย่าง สุชาติ ตันเจริญ และจาตุรนต์ ฉายแสง แต่คนในพื้นที่จะรู้จักมักคุ้น กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ มากกว่า 

ในแวดวงมวยไทยรู้จักชื่อเสียง นายกไก่-กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ เป็นอย่างดี โดยมีขุนพลคู่ใจคือ วิชิต อ่องลออ หัวหน้าค่าย สจ.วิชิตแปดริ้ว และชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ หัวหน้าค่าย สจ.ต้อยแปดริ้ว

ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ มีฉายาในวงการมวยคือ ต้อย แปดริ้ว เป็นบุตรชายคนโตนายกไก่ และเป็น ส.ส.ฉะเชิงเทรา สมัยแรก

การเลือกตั้งครั้งใหม่ นายกไก่ จับมือเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา ครบทั้ง 4 เขต ประกอบด้วยเขต 1 มติชน ชูทับทิม(อาร์ม แปดริ้ว) เจ้าของบริษัท ไก่เทพฟาร์ม จำกัด ,เขต 2 ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา , เขต 3 ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ อดีตประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา และเขต 4 ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ นายก อบต.บางน้ำผึ้ง

เป้าหมายของนายกไก่ หรือกลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่ จะต้องล้มนักการเมืองในตระกูลฉายแสง และตันเจริญ ที่สวมสีเสื้อเพื่อไทยให้ได้
     
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ                โดย … ขุนน้ำหมึก 

มาคนเดียว “ประยุทธ์” งัดแผนดูดซ้อนดูด เติม“ส.ส.เกรดเอ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540305

ขุนน้ำหมึก

05 ม.ค. 2566

มาคนเดียว “ประยุทธ์” งัดแผนดูดซ้อนดูด เติม“ส.ส.เกรดเอ”

ไม่เข้าเป้า “ประยุทธ์” เปิดตัวแค่คนเดียว เพราะทีมไทยคู่ฟ้า คว้าตัว “ส.ส.เกรดเอ” ได้ไม่ถึง 20 คน ต้องเปิดปฏิบัติการดับเบิ้ลดูด ฉกตัว ส.ส.บ้านใหญ่จากรังเสี่ยหนูคืนมา

ยิ่งสูงยิ่งหนาว “ประยุทธ์” วันที่ไม่มีพี่ใหญ่ป้อม เปิดตัวชูเสื้อ รทสช. 9 ม.ค.แค่คนเดียว เพราะได้ “ส.ส.เกรดเอ” ไม่ตามเป้า

ไปตามดวง “ประยุทธ์” ถอยไม่ได้ ยังรอความหวังบ้านใหญ่ “ส.ส.เกรดเอ” อาจต้องเปิดปฏิบัติการดับเบิ้ลดูด ไม่งั้นไปไม่ถึงฝั่งฝัน 

เป็นที่แน่ชัดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ฤกษ์สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ในวันที่ 9 ม.ค.2565 ซึ่ง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. ยืนยันว่า จะเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ เพียงคนเดียว 

ส่วนสถานที่จัดอีเวนท์เปิดตัวสมาชิกพรรคคนสำคัญ อาจจะใช้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หรือสวนเบญจกิติ ทางพรรคกำลังพิจารณาถึงความเหมาะสมอยู่

สิ่งที่คอการเมืองกำลังเฝ้าติดตามดูคือ ขุมกำลัง ส.ส.หรือ อดีต ส.ส.เกรดเอ ที่จะเดินตามทาง พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาที่พรรค รทสช. แต่ปรากฏว่า ทางพรรคก็ยังไม่เปิดเผยอะไรมากนัก โดยมีแต่แจกข่าวไปว่า มีไม่ต่ำกว่า 40 ส.ส.

เอาเข้าจริงตัวเลข 40 ส.ส.ของพรรค รทสช.ก็ยังเลื่อนลอย เพราะตลาดนัด ส.ส.ปลายปีที่แล้ว ภูมิใจไทยกวาดไปเกือบครึ่งร้อย

จากการติดตามความเคลื่อนไหวของ ส.ส.ที่เตียมจะย้ายพรรค ส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าไปที่ภูมิใจไทย เป็นอันดับแรก แสดงว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เป็นแม่เหล็กเหมือนปี 2562    

ช่วงเวลาก่อนยุบสภา ทีมลุงตู่ อาจต้องรอสถานการณ์ใน พปชร.ที่ใกล้จะแตกหัก ระหว่างกลุ่มธรรมนัส-วิรัช กับกลุ่มสามมิตร เพราะมีสัญญาณเตือนถึงลุงป้อมให้รีบจัดการปัญหาคนรอบข้าง

หากลุงป้อมทำเมินเฉย ปล่อยให้วิรัช รัตนเศรษฐ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ามายึดกุมการนำของพรรค ซุ้มบ้านใหญ่อีก 2-3 กลุ่มก็จะไปอยู่กับลุงตู่

‘สายเสี่ยตุ๋ย’

ขานชื่อ ส.ส.สายเสี่ยตุ๋ย-พีระพันธุ์ ที่จะลงเรือลำเดียวกับ “ประยุทธ์” นับหัวได้ไม่เกิน 10 คน นอกนั้นเป็นอดีต ส.ส.รุ่นเก่า มีชื่อเสียงแต่ไม่มีขุมกำลัง

ส.ส.เกรดเอ 4 คน ที่จะย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ มาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แก่ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ,วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฏร์ธานี เขต 3 ,พท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม เขต 1 และรังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม

อีก 3 คนสาย กทม.ที่มาจากพรรค พปชร. อย่าง พิชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,ประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส. กทม และฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส. กทม.

เบอร์ใหญ่จากพรรคพลังท้องถิ่นไท ชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนพดล แก้วสุพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งจุดอ่อนของชัช เตาปูน ยังหา ส.ส.เขตไม่ได้

รายสุดท้ายมาจากพรรครวมพลังคือ ลูกช้าง-สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 ถือว่าเป็น ส.ส.เกรดเอของจริง ลงสนามแล้วได้เป็น ส.ส.

 พล.อ.ประยุทธ์ กำลังเครียด มีกำลัง ส.ส.เกรดเอ ไม่ถึง 20 คน พล.อ.ประยุทธ์ กำลังเครียด มีกำลัง ส.ส.เกรดเอ ไม่ถึง 20 คน

‘สายเสี่ยเฮ้ง’

“ประยุทธ์” อาจรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจตรงขุมกำลัง ส.ส.บ้านใหญ่ ที่จะเดินตามมาพรรค รทสช. เพราะมีจำนวนน้อยเกินไป และมีกลุ่มเสี่ยเฮ้งเท่านั้นที่พอจะได้ลุ้น ส.ส.

กลุ่มเสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น มาจากพรรค พปชร. 8 คน ประกอบด้วย รณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี ,พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี, สมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง ,ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ,ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ,สมบัติ อำนาคะ ส.ส.สระบุรี, สาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี และกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี 

ส่วนที่มาจากพรรคประชาชาติอีก 1 คนคือ อนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี ซึ่งจะส่งลูกชายลงสนามแทนในสมัยหน้า

ทีมหิมาลัย ผิวพรรณ อีก 3 คนคือ สุรชาติ ศรีบุษกร ส.ส.พิจิตร เขต 3 ,สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 4 และมานัส อ่อนอ้าย ส.ส.พิษณุโลก เขต 5

สำหรับ ส.ส.ปักษ์ใต้ พรรค พปชร. 4 คน ที่เลือกมาอยู่กับลุงตู่ อาทิ พยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา,ศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา,ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา,อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส.ส.นครศรีธรรมราช และสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นคร ศรีธรรมราช 

ว่ากันตามตรง หากทีม เสธ.ทำเนียบไทยคู่ฟ้า ไม่ออกแรงดูดบ้านใหญ่ หรือ ส.ส.เกรดเอมาเสริมทัพอีกชุดใหญ่ พรรค รทสช.ก็จอดป้ายแค่พรรคต่ำ 20 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก 

“พปชร.” เปิดตัวผู้สมัครส.ส. ลพบุรี “อดีตนายทหารรบพิเศษ” เขต 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540396

06 ม.ค. 2566

"พปชร." เปิดตัวผู้สมัครส.ส. ลพบุรี "อดีตนายทหารรบพิเศษ" เขต 1

“พปชร.” เปิดตัวผู้สมัครส.ส. ลพบุรี “เสธคัด” ลงเขต 1 ขณะที่”ชัยวุฒิ” มั่นใจคว้าเก้าอี้ได้แน่ ไม่หวั่น”ตระกูลปั้นเกตุ” ส่งคนสนิท ลงพื้นที่ประชันที่สิงห์บุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (5 ม.ค. 2566) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางมาที่ศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ ลพบุรี เขต 1 หมู่ 3 ตำบลท่าศาลา อำเภอเมอง จ.ลพบุรี เพื่อร่วมเปิดตัวผู้สมัครของพรรค เพื่อส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นของจังหวัดลพบุรี ทั้ง 4 เขต ประกอบด้วย 

เขต 1 พ.อ.สุชาติ คัดสูงเนิน หรือเสธคัด อดีตนายทหารรบพิเศษ
เขต 2 นายณฐพงศ์ นรสิงห์ 
เขต 3 นายไสว วงษ์ศรี สจ.ลพบุรี 
เขต 4 นายสนั่น พรมสุข อดีตผู้สมัครพรรคเพื่อไทยและอดีตสจ.ลพบุรี 

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

นายชัยวุฒิ กล่าวถึงการส่งผู้สมัครสู้ศึกเลือกตั้งในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะ จ.สิงห์บุรี ที่นายพายัพ ปั้นเกตุ ส่งคนสนิท ลงด้วยว่า ขณะนี้พร้อมลงเลือกตั้งโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ตอนนี้มีผู้สมัครเกือบครบทุกเขตทุกจังหวัดแล้ว โดยเฉพาะที่จังหวัดลพบุรี ถือว่าเป็นผู้สมัครที่มีคุณภาพ เป็นที่รู้จักของประชาชน เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จได้อย่างสูง 

ส่วนผู้แข่งในพื้นที่จ.สิงห์บุรี ตนเองไม่หนักใจ เพราะการเมืองเป็นเรื่องแข่งขันกัน สุดท้ายอยู่ที่ผลงาน ฝีไม้ลายมือ ความรัก ความศรัธา ต่อพี่น้องประชาชน เชื่อว่าประชาชนจะเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดเข้าไปทำงาน ทำให้บ้านเมืองพัฒนาขึ้น อยู่อย่างสงบสุข เดินไปข้างหน้า รวมถึงสามารถแก่ปัญหาให้ประชาชนต่างๆได้ในพื้นที่ 

ส่วนเส้นทางอนาคตทางการเมืองจะเลือก “ลุงป้อม” หรือ “ลุงตู่” นั้น นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ทำงานให้ทั้ง 2 ลุง เพราะยังทำงานทั้งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคด้วยกันอยู่ และต้องดูว่าใกล้ๆการเลือกตั้งว่าจะเป็นอย่างไร แต่วันนี้ยังทำงานให้กับพรรคพลังประชารัฐ และเชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐยังเป็นพรรคหลักสนับสนุนให้รัฐบาลเดินไปข้างหน้าเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้งให้ประสบความสำเร็จให้ได้

4 ผู้สมัครส.ส.จ.ลพบุรี 4 ผู้สมัครส.ส.จ.ลพบุรี

สร้างอนาคตไทย ขุดไฮสปีดเทรน ปักธงเลือกตั้ง’อีสาน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540393

06 ม.ค. 2566

สร้างอนาคตไทย  ขุดไฮสปีดเทรน ปักธงเลือกตั้ง'อีสาน'

ให้สัญญากลับมาสานต่อโครงการรถไฟความเร็วสูง พรรค ‘สร้างอนาคตไทย’ มั่นใจ ได้ส.ส.อีสาน ลั่นถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง

อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวในงานสัมมนาผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสาน พรรคสร้างอนาคตไทย ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 ม.ค. โดยเชื่อว่าพรรคมีขีดความสารถ และสรรพกำลัง ทั้งกำลังคน และชุดความคิดนโยบายที่ตอบโจทย์พี่น้องชาวอีสาน และตอบโจทย์ประเทศไทย

พื้นที่อีสานเป็นพื้นที่สำคัญ และมีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งพรรคสร้างอนาคตไทยให้ความสำคัญมั่นใจว่าด้วยแผนงานที่ชัดเจน มีบุคคลากรที่มีศักยภาพ มียุทธศาตร์ที่เหมาะสม มีโอกาสได้ส.ส.ในพื้นที่

สนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์ เลขาธิการพรรค บอกว่า ขณะนี้พรรคได้เดินยุทธศาสตร์ ทั้งเชิงเดี่ยว และเชิงพันธมิตรตามที่เป็นข่าวไปแล้ว ซึ่งยุทธศาตร์ผสมผสานทั้ง 2 ส่วนคือเป้าหมายในการปักธง ส.ส.อีสาน

วันนี้พรรคได้เดินมาถึงจุดที่เรามีความมั่นใจ คิดว่าเราจะปักธงในหลายพื้นที่ ถือเป็นความท้าทายของพรรคอย่างมาก แต่เชื่อว่าพี่น้องชาวอีสานส่วนใหญ่ต้องการความเปลี่ยนแปลง เพราะขณะนี้เป็นเวลาเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

 “ พรรคสร้างอนาคตไทยเลือกมาจ.หนองคายวันนี้ เพราะเราเสียดายที่วันนี้หนองคาย จากในสมัยที่พวกเราริเริ่มโครงการไฮสปีดเทรน หรือรถไฟความเร็วสูงกับทางเวียงจันทร์ ประเทศลาว ระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เราริเริ่มได้หายไปจากประเทศไทย ไม่อย่างนั้นวันนี้หนองคายจะไม่เป็นอย่างนี้ หนองคายจะเป็นหนองคายที่เป็นฮับใหญ่ของประเทศไทย เราอาสากลับไปทำต่อให้สำเร็จ ไม่มีอะไรช้าเกินไป และเราจะปักธงตรงนี้แน่นอน และเป็นหนึ่งในนโยบายของเราแน่นอน นี่คือเหตุผลของการมาที่นี่ของพวกเรา”  
สนธิรัตน์ กล่าว

“ไทยสร้างไทย”แฉละเอียด รัฐโยนงานให้บริษัทยูนิคเอ็นจิเนียริ่งฯ 9 โครงการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540392

06 ม.ค. 2566

"ไทยสร้างไทย"แฉละเอียด รัฐโยนงานให้บริษัทยูนิคเอ็นจิเนียริ่งฯ 9 โครงการ

“ไทยสร้างไทย”แฉละเอียด บริษัทยูนิคเอ็นจิเนียริ่งฯ บริษัทจัดจ้างทำป้ายสถานีกลางบางซื่อ ได้รับงานจากรัฐถึง 9 โครงการแล้ว มูลค่ากว่า 2.3หมื่นล้านบาท

หลังจากเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ความคุ้มค่าของงบประมาณเปลี่ยนตัวอักษรสถานีกลางบางซื่อและตราสัญลักษณ์การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)  มูลค่ากว่า 33 ล้านบาท โดยมีบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้างดำเนินการ เนื่องจากยังอยู่ในห้วงของสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง 

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นายนรุตม์ชัย บุนนาค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตยานนาวา บางคอแหลม กทม. พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนป้ายชื่อ “สถานีกลางบางซื่อ” เป็น “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” โดยมีมูลค่า 33,169,726.39 บาท หรือหากคิดเป็นรายตัวอักษร จะตกตัวอักษรละ 589,286 บาท ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในด้านราคาและความโปร่งใสของโครงการดังกล่าวเป็นวงกว้าง ทำไมการจัดทำป้ายถึงมีราคาแพงขนาดนี้ แพงด้วยเหตุผลอะไร วิธีการติดตั้ง วิธีการจัดทำ หรือเป็นเพราะมีเหตุผลแอบแฝง

โครงการนี้ถูกจับตามองเนื่องจากใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วย วิธีเฉพาะเจาะจง ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ปี พ.ศ. 2560 หรือเป็นวิธีที่สามารถเลือกบริษัทที่จะได้รับงานได้เลยโดยไม่ต้องผ่านการประกวดราคา

นายนรุตม์ชัย เปิดข้อมูลของบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่งฯ ตั้งแต่ปี 2558 ได้รับสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างจากภาครัฐ ไปแล้วทั้งหมด 9 โครงการ รวมมูลค่างาน 32,000 ล้านบาท โดยมี 2 ใน 9 โครงการที่ได้รับคัดเลือกด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง คือ โครงการจ้างการจัดทำทางเชื่อมต่อระหว่างสถานีกลางบางซื่อ (รฟท.) กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อ (การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม.)  โดย รฟม. เป็นผู้จัดจ้าง มูลค่าวงเงินสัญญาอยู่ที่ 19,992,000 บาท มีการลงนามทำสัญญา เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 

บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่งฯ เป็นบริษัทที่ได้รับสัญญาจ้างงานจากภาครัฐ ใน 2 ด้านหลัก คือ งานด้านชลประทาน และ งานด้าน การคมนาคมทางราง ในจำนวน 9 โครงการ มี 2 โครงการที่เกี่ยวข้องกับการชลประทาน และ อีก 4 โครงการที่เกียวข้องกับการคมนาคมทางราง(ไม่รวมโครงการล่าสุด) 


สัญญาว่าจ้างฉบับที่มีมูลค่าสูงสุดที่บริษัทฯได้รับ คือ โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 4-2 งานโยธาสำหรับช่วง ดอนเมือง – นวนคร ในปี 2564 จากรฟท.โดยมีมูลค่าทั้งหมดกว่า 1 หมื่นล้านบาท

สัญญาของ ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น กับรัฐ มีทั้งหมด 9 ฉบับ
1. ประกวดราคาจ้างก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ และ อาคารประกอบพร้อมส่วนประกอบอื่น อุโมงค์ส่น้ำช่วงแม่งัด – แม่กวงสัญญาที่ 2 โครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวอุดมธาราจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ ในปี 2558 มูลค่าสัญญา 1,880,800,000 บาท กับ กรมชลประทาน
2. จ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองในพื้นที่จังหวัดกลุ่มที่ 1 จำนวน 19 จังหวัด โดยวิธีคัดเลือก ปี 2560 มูลค่าสัญญา 45,600,000 บาท กับ กรมโยธาธิการและผังเมือง
3. จ้างก่อสร้างงานก่อสร้างวางท่อประปา และงานที่เกี่ยวข้องสัญญา สศป-28 โดยวิธีคัดเลือก ปี 2562 มูลค่าสัญญา 435,548,080 บาท กับ การประปานครหลวง
4. ประกวดราคาก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 366 สายทางเลี่ยงเมืองลพบุรีด้านใต้ ตอน 2 ด้วยวิธีปรกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ในปี 2563 มูลค่าสัญญา 849,000,000 บาท กับกรมทางหลวง
5. จ้างเหมาบริการซ่อมบำรุงรักษาประแจสับราง ซ่อมบำรุงรักษาลิฟท์ และบันไดเลื่อน ของโครงการระบบรถไฟชานเมือง(สายสีแดง)ช่วง-บางซื่อตลิ่งชั่น ในปี 2564 โดยวิธีคัดเลือก มูลค่าสัญญา 86,000,000 บาท กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย 
6. ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธาราณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วง กรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 4-6 งานโยธาสำหรับช่วง พระแก้ว – สระบุรี ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ในปี 2564 มูลค่าสัญญา9,428,999,969 บาท กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย 
7. จ้างการจัดทำทางเชื่อมต่อระหว่างสถานีกลางบางซื่อ (รฟท.) กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซ่อ (รฟม.) โดยวิธีเฉพาะเจาะจงโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ในปี 2564 มูลค่าสัญญา 19,992,000 บาท กับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 
8. ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 4-2 งานโยธาสำหรับช่วงดอนเมือง – นวนคร ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ปี 2564 มูลค่าสัญญา 10,570,000,000 บาท 
9. จ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อ เป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และ ตราสัญญลักษณ์ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ปี 2565 มูลค่าสัญญา 33,169,726.39 บาท 

รวมมูลค่าโครงการทั้งหมดได้รับจากภาครัฐ คือ 23,349,109,775.39 บาท ในจำนวนสัญญาดังกล่าว มี 2 สัญญาที่เป็นการว่าจ้างโดยเฉพาะเจาะจง 2 สัญญา เป็นเจ้าเดียวที่ยื่นซองเสนอราคา และ อีก 1 สัญญา ที่เป็นเจ้าเดียวที่ผ่านคุณสมบัติ

นอกจากสัญญญาที่มีชื่อของ ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้รับเหมาแต่เพียงรายเดียวแล้วยังมีบริษัทร่วมทุนที่มีชื่อ ยูนิคเอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้ร่วมทุน ได้รับสัมปทานจากภาครัฐอีก จำนวน 7 โครงการ คือ 
1. ก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรี – ปากน้ำโพ สัญญาที่ 1 ช่วงบ้านกลับ – โคกกะเทียม (ทางรถไฟยกระดับ) มูลค่ารวม 10,050 ล้านบาท ในปี 2560 กับการรถไฟแห่งประเทศไทย
2. การก่อสร้างโครงการจัดหาและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ มูลค่า 2,768 ล้านบาท ในปี 2562 กับการรถไฟแห่งประเทศไทย
3. กรมชลประทาน ในการก่อสร้างขุดคลองระบายน้ำ หลากพร้อมอาคารประกอบ สัญญาที่ 1 โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล – บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มูลค่า 2,758.085 ล้านบาท ในปี 2563 กับกรมชลประทาน
4. โครงการเปลี่ยน ระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน โครงการส่วนต่อขยายตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ถ.กรุงเทพ-นนทบุรี  -ถ.ติวานนท์ มูลค่า 1,871.965 ล้านบาท ในปี 2563 กับการไฟฟ้านครหลวง
5. จ้างก่อสร้างโครงการทางพิเศษสาย พระราม 3- ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก สัญญาที่ 1 กับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย มูลค่า 7,350 ล้านบาท ในปี 2564 กับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย 
6. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 6 มูลค่า 279.75 ล้านบาท  ในปี 2565 กับกรมทางหลวง 
7. ก่อสร้างสะพานบนสายทาง รย.4060 อ.เขาชะเมา, แก่งหางแมว จ.ระยอง, จันทบุรี 2 แห่ง มูลค่า 587.516 ล้านบาท ในปี 2565 กับกรมทางหลวงชนบท 

นายนรุตม์ชัย ยังพบข้อมูลล่าสุด บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานผลดำเนินการไตรมาส 2 ของปี 2565 พบว่ามีกำไรเพิ่มขึ้น 133.63  % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 โดยครึ่งปีแรกของปี 2565 มีกำไรทั้งหมด 21.13 ล้านบาท 

คำถามที่เกิดขึ้นในจิตใจของประชาชนคือ ในขณะที่ รฟท. ยังคงค้างค่าก่อสร้างรวมดอกเบี้ยจาก ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น กว่า 7,200 ล้านบาท และ ยังอยู่ในขั้นตอนฟ้องร้องกันอยู่ แต่เหตุใดยังคงได้รับงานจากการรถไฟอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสัญญาที่ผ่านมาเหตุใดจึงได้รับการว่าจ้างอย่างเฉพาะเจาะจง รวมถึงสัญญาบางสัญญาเหตุใดจึงมีผู้ยื่นซองเสนอราคาเพียงรายเดียว เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีผู้มีอำนาจจากหน่วยงานภาครัฐรู้เห็นเป็นใจกับบริษัท คงไม่มีทางที่บริษัทหนึ่งจะสามารถเข้าเป็นคู่สัญญากับภาครัฐได้หลายโครงการในมูลค่าจำนวนเงินที่สูง ทั้งที่เกิดข้อครหามากมายเต็มไปหมด

พรรคไทยสร้างไทยขอเรียกร้อง หากมีความบริสุทธิ์จริง ให้มีการเปิด TOR ทั้งหมดของการจัดซื้อจัดจ้างที่บริษัทนี้ได้เข้าเป็นคู่สัญญากับภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการเปลี่ยนป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อล่าสุด มองว่ายังมีหนทางอื่นอีกหรือไม่ที่สามารถทำให้โครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ได้โดยที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมากถึงขนาดนี้ ถ้ายังคงมีการประวิงและไม่เปิดเผย เห็นว่า เป็นการคอรัปชั่นอย่างมโหราฬ โดยยังย้ำว่า พรรคไทยสร้างไทยจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจับตาโครงการล่าสุดเปลี่ยนป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อ พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการใช้งบประมาณก้อนดังกล่าว

‘พลังท้องถิ่นไท’ อยากไปอยู่กับรวมไทยสร้างชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540388

06 ม.ค. 2566

'พลังท้องถิ่นไท' อยากไปอยู่กับรวมไทยสร้างชาติ

เหมือนเรือไร้หางเสือ หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ยังไม่รู้อนาคตทางการเมือง หลัง ชัชวาลย์ คงอุดม ทิ้งไป’รวมไทยสร้างชาติ’

โกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังท้องถิ่นไท ในฐานะหัวหน้าพรรค  ยอมรับว่ายังไม่รู้จะไปทางไหนต่อ หลังชัชวาลล์ คงอุดม อดีตหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ลาออกไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาพรรคพลังท้องถิ่นไท ไม่เคยแตกแถว ไม่เคยถูกตำหนิจากการทำหน้าที่พรรคร่วมรัฐบาล 

ซึ่งขณะนี้ ยังไม่รู้ว่าจะเดินหน้าทางการเมืองต่อไปอย่างไร  เพราะต้องมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อหาท่าที แม้มีสมาชิกบางคนจะไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ก็ไม่รู้ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะชวนเราหรือไม่  ขณะนี้มี 2 แนวทางคือจะไปทั้งพรรคหรือจะอยู่สู้ ในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า

โกวิทย์ บอกอีกว่า ชัชวาลย์ ก็เหมือนพ่อบ้าน เมื่อพ่อบ้านไม่อยู่แล้ว ลูกบ้านก็อยากจะตามไป ส่าวนตัว อยากต่อสายไปยังพรรครวมไทยสร้างชาติว่าคิดอย่างไรกับพรรคพลังท้องถิ่นไท จะเปิดบ้านรับเราไหม ถ้าไม่รับพรรคก็ต้องสู้ต่อ แต่ถ้ารับก็เจรจาว่าอย่างไร เพราะพรรคมีส.ส.ถึง 5 เสียง ขณะที่รวมไทยสร้างชาติยังไม่มีส.ส.แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานการพูดคุยกันกับสมาชิกคนอื่นๆ เพื่อให้เป็นข้อยุติ

ซึ่งภายในเดือนนี้จะมีความชัดเจน ส่วนตัวก็คิดว่าพรรคยังมีโอกาส แม้การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคการเมืองใหญ่จะสู้กันรุนแรง ก็ตาม

“มาดามเดียร์-วัชระ”นำร่องติดไซเรนศูนย์เด็กเล็ก ช่วยทันทีเมื่อเผชิญเหตุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540376

06 ม.ค. 2566

"มาดามเดียร์-วัชระ"นำร่องติดไซเรนศูนย์เด็กเล็ก ช่วยทันทีเมื่อเผชิญเหตุ

“มาดามเดียร์-วัชระ” ร่วมมือครู ติดไซเรนหลาดจุดศูนย์เด็กเล็กทวีวัฒนา-หนองแขม เข้าช่วยทันทีเมื่อเกิดเหตุร้าย พร้อมเรียกร้องหน่วยงานรัฐหามาตรการป้องกัน

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นางสาววทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. และ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. กทม เขตหนองแขม-ทวีวัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ จัดกิจกรรม “ฟัง-คิด-ทำ” เปิดโมเดล ปุ่มฉุกเฉิน เพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษาเด็กเล็ก ซึ่งได้หยิบยกเหตุการณ์กราดยิงหนองบัวลำภู มาเป็นกรณีศึกษา นอกจากนี้ยังได้ร่วมกิจกรรมกีฬาสี และปลูกต้นไม้ที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนสิริสมบัติ
 

. นางสาววทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ . นางสาววทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์

มาดามเดียร์ กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้วเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.หนองบัวลำภู น่าสลดใจสำหรับคนไทย จึงเป็นที่มาให้คุณวัชระ ได้มีโอกาสพูดคุยกับทางคุณครูศูนย์เด็กเล็กในเขตพื้นที่ทวีวัฒนา-หนองแขม เพื่อหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นในลักษณะเหมือนที่หนองบัวลำภู

ด้านนายวัชระ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะที่พวกเราเป็นผู้ใหญ่และเป็นผ้รับผิดชอบต่อสังคม จึงได้หารือกับคุณครู ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน เรื่องการวางมาตรการป้องกันหรือระงับยับยั้งได้อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครมีทั้งปัญหา ยาเสพติดแพร่ระบาด  ปัญหาคนจรจัด คนสติไม่สมประกอบ ปัญหาอาชญากรรมที่มีจำนวนมาก เพราะฉะนั้นศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาลจะเป็นจุดอ่อนในการป้องกันตนเอง

จึงได้ดำเนินการติดตั้งสัญญาณไซเรนที่เสาหน้าโรงเรียนและมีปุ่มสำหรับกดเพื่อป้องกันเหตุร้ายหลายจุด รวมไปถึงเด็กเล็กจะได้รับการสอนว่าหากมีกริ่งสัญญาณดังขึ้นควรปฏิบัติตนอย่างไร จากนั้นเมื่อผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ได้ยินเสียงไซเรนดังขึ้น ก็จะมาที่โรงเรียน เพื่อช่วยกันระงับยับยั้งเหตุด่วนเหตุร้าย ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการป้องกันไม่ให้เหตุน่าสลดเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้แม้จะป้องกันไม่ได้ทั้งหมด แต่การเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ น่าจะเป็นประกายแสงสว่างให้กับมาตรการในการป้องกันเหตุด่วนเหตุร้ายในศูนย์เด็กเล็กและหน่วยงานต่างๆ ควรเริ่มดำเนินการ นำเสนอโครงการต่างๆเพื่อป้องกันเหตุร้ายด้วย

"มาดามเดียร์-วัชระ"นำร่องติดไซเรนศูนย์เด็กเล็ก ช่วยทันทีเมื่อเผชิญเหตุ

ศาลฎีกาตัดสิทธิ์สมัครเลือกตั้ง ‘อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์’ ตลอดชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540372

06 ม.ค. 2566

ศาลฎีกาตัดสิทธิ์สมัครเลือกตั้ง 'อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์' ตลอดชีวิต

‘ศาลฎีกา’ ตัดสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ตลอดชีวิต ปมเรียกรับเงินอธิบดีกรมน้ำบาดาล 5 ล้านบาท

ศาลฎีกา นัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ คมจ.4/2565 ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร้องต่อศาลฎีกา กล่าวหาว่า ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปการเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท จาก อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เพื่อแลกกับการผ่านงบประมาณ ประจำปี 2565

ผลของคำวินิจฉัยของศาลฎีกา เห็นว่า อนุรักษ์ ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2 มีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จริง โดยมีหลักฐานและพยานบุคคลยืนยันว่ามีการติดต่อ ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ และ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ภาดล ถาวรกฤชรัตน์ หลายครั้ง เพื่อเรียกเงินหรือผลประโยชน์จากโครงการในการจัดทำคำของบประมาณ และใช้คำพูดข่มขู่

ศาลฎีกา เห็นว่า อนุรักษ์ ไม่มีหน้าที่ในการขอเอกสาร หรือการจัดทำประมาณจากหน่วยงานโดยตรง ซึ่งเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบคำพิพากษา ศาลฎีกา ระบุว่า อนุรักษ์ ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยให้พ้นจากตำแหน่ง ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย นับตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2564 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่

ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาและแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบต่อไป

สำหรับคดีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดและยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกา มีคำพิพากษา หรือมีคำสั่งว่า อนุรักษ์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ศาลฎีกา รับคำร้อง

จนกว่าจะมีคำพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปี ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 235 ประกอบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ 2561 ข้อ 7, 8, 9 และ 27

นอกจากความผิดมาตรฐานจริยธรรมแล้ว อนุรักษ์ ยังมีความผิดอาญา ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. สรุปสำนวนส่งให้อัยการสูงสุดฟ้อง อีกคดีหนึ่งด้วย