รู้จัก ‘รถถังเอบรามส์’ มีดีอย่างไร ทำไมสหรัฐฯ กลับลำส่งให้ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2613681

รู้จัก ‘รถถังเอบรามส์’ มีดีอย่างไร ทำไมสหรัฐฯ กลับลำส่งให้ยูเครน

27 ม.ค. 2566 09:30 น.

รู้จัก ‘รถถังเอบรามส์’ มีดีอย่างไร ทำไมสหรัฐฯ กลับลำส่งให้ยูเครน

  • สหรัฐฯ ตัดสินใจส่งรถถังประจัญบาน เอบรามส์ ให้แก่ยูเครนเป็นครั้งแรก หลังจากปฏิเสธมาตลอด เช่นเดียวกับเยอรมนีที่ตกลงส่งรถถัง เลพเพิร์ด 2 ให้เคียฟ
  • สหรัฐฯ จะส่งรถถังเอบรามส์รุ่นใหม่อย่าง M1A2 ให้ยูเครน ซึ่งเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ยังไม่แน่ชัดว่ายูเครนจะได้รับรถถังจริงๆ เมื่อไหร่
  • สหรัฐฯ กับเยอรมนีเปลี่ยนท่าที และยอมส่งรถถังให้แก่ยูเครนหลังจากถูกกดดันอย่างหนักจากพันธมิตรยุโรปที่ต้องการให้พี่ใหญ่ทั้งสองลงมือทำมากกว่านี้ เพื่อช่วยรัฐบาลเคียฟรับมือการรุกรานจากรัสเซีย

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ปฏิเสธมาตลอดที่จะส่งรถถัง ‘เอบรามส์’ ซึ่งว่ากันว่าทันสมัยที่สุดในกองทัพของพวกเขาให้แก่ยูเครน โดยอ้างเหตุผลเรื่องความซับซ้อน และความยากในการบำรุงรักษาและซ่อมแซม

แต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปเมื่อวันพุธที่ 25 ม.ค. 2566 เสียงเรียกร้องของยูเครนที่ต้องการรถถังจากชาติพันธมิตรมาช่วยต่อกรการรุกรานของรัสเซีย ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว เมื่อสหรัฐฯ ประกาศแผนส่งรถถัง เอบรามส์ 31 คัน ให้รัฐบาลเคียฟ ขณะที่เยอรมนีจะส่งรถถัง ‘เลพเพิร์ด 2’ ให้จำนวน 14 คัน

การเปลี่ยนแปลงท่าทีของทั้งสหรัฐฯ และเยอรมนี เกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ หลังจากถูกกดดันอย่างหนักจากพันธมิตรยุโรป โดยเฉพาะโปแลนด์ ซึ่งนำไปสู่การเจรจาอย่างดุเดือดหลายครั้งของบรรดาผู้นำประเทศ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพ

รถถังเอบรามส์มีดีอย่างไร?

เอบรามส์เป็นรถถังหลักในกองทัพอเมริกันมาตั้งแต่ปี 2534 บรรทุกทหารได้ 4 นาย มีเกราะหนา ใช้ปืนใหญ่หลัก XM256 ขนาด 120 มม. พร้อมขีดความสามารถในการเจาะเกราะ มีปืนกล M240 ขนาด 7.62 มม. คู่ขนานกับปืนใหญ่ และติดตั้งปืนกลเล็ก M2 ขนาด .50 มม.เอาไว้ด้วย

รถถังเอบรามส์ยังมีระบบระบุเป้าหมายอันล้ำสมัย กับเครื่องยนต์เจ็ต 1,500 แรงม้า ที่ทำให้มันสามารถตะลุยไปได้เกือบทุกสภาพพื้นผิว ไม่ว่าจะหิมะตกหนัก หรือดินโคลน ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 68 กม./ชม. ผ่านการใช้งานจริงมาแล้วในสงครามอ่าวเปอร์เซียปี 2535 และ สงครามอิรักปี 2546

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันด้วยว่าพวกเขาจะส่งรถถังเอบรามส์รุ่นใหม่กว่าอย่าง M1A2 ให้แก่ยูเครน แทนที่จะเป็นรุ่น M1A1 ซึ่งกำลังจะปลดระวางภายในไม่กี่ปีข้างหน้า โดย A2 แม้ภายนอกจะดูเหมือน A1 ทุกประการ แต่เหนือกว่าทั้งด้านทัศนวิสัยและการควบคุม เนื่องจากเปลี่ยนจากระบบอนาล็อกไปใช้ระบบดิจิตอล

นอกจากนั้น A2 ยังมีการออกแบบสถานีอาวุธของผู้บัญชาการรถใหม่ เพิ่มจอภาพตรวจจับความร้อนแยกให้แก่ผู้บัญชาการรถ จากเดิมที่ให้เฉพาะพลปืนเท่านั้น ทำให้ผู้การสามารถช่วยค้นหาและระบุเป้าหมายได้ A2 ยังมีระบบส่งข้อมูลระหว่างยานพาหนะ ทำให้รถถังต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ตลอดเวลาและอัตโนมัติด้วย ทำให้ผู้บัญชาการสามารถระบุตำแหน่งรถถังของพวกเดียวกัน ตำแหน่งศัตรู และร้องขอให้ยิงปืนใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว

แต่รถถัง A2 ก็มีรุ่นย่อยอีก 3 รุ่น ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าสหรัฐฯ จะส่งรุ่นใดให้ยูเครน ขณะที่มีข่าวลือด้วยว่า สหรัฐฯ จะส่งรถถังเอบรามส์ M1A2 แบบที่ไม่มีเกราะพิเศษ ซึ่งถูกจัดเป็นความลับของประเทศ และห้ามส่งออกให้แก่ยูเครนแทน เพื่อป้องกันไม่ให้สูตรการผลิตเกราะลับนี้รั่วไหล

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเรื่องการส่งรถถังเอบรามส์ให้ยูเครน
โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเรื่องการส่งรถถังเอบรามส์ให้ยูเครน

ตอนแรกสหรัฐฯ ไม่อยากส่งให้

นายเควิน บัตเลอร์ อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ ผู้เคยเป็นหัวหน้ากองรถถังเอบรามส์ ระบุว่า เอบรามส์มีข้อเสียใหญ่คือ เครื่องยนต์เจ็ตของมันต้องใช้เชื้อเพลิงหลายร้อยแกลลอนในการขับเคลื่อน และเชื้อเพลิงจะถูกเผาผลาญอัตราอย่างน้อย 4.7 ลิตรต่อกิโลเมตร ไม่ว่าจะวิ่งอยู่ หรือจอดติดเครื่องอยู่เฉยๆ ส่งผลให้ต้องมีขบวนรถเชื้อเพลิงอยู่ในระยะที่เข้าถึงได้ตลอด

สหรัฐฯ กังวลว่าปัญหานี้จะกลายเป็นฝันร้ายด้านการขนส่งแก่กองทัพยูเครน เพราะถึงแม้ว่าเอบรามส์จะตะลุยไปได้แทบทุกสภาพพื้นผิว แต่รถบรรทุกเชื้อเพลิงทำไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นเครื่องยนต์เจ็ตของเอบรามส์ก็เหมือนกับเครื่องยนต์เทอร์ไบน์อื่นๆ ที่ต้องดูดอากาศผ่านช่องลมและผ่านตัวกรอง หากตัวกรองอุดตัน ไม่ว่าจะด้วยทราย ซึ่งเคยเกิดมาแล้วในปี 2544 หรือเศษซากใดๆ จะทำให้มันใช้การไม่ได้

“รถถังเอบรามส์เป็นอุบัติที่ชิ้นส่วนซับซ้อนมาก มันราคาแพง ยากต่อการฝึกใช้งาน มันไม่ใช่ระบบที่ง่ายที่สุดในการบำรุงรักษา มันอาจจะเป็นระบบที่ใช่ หรือไม่ใช่ก็ได้” โคลิน คาห์ล รัฐมนตรีช่วยฝ่ายนโยบายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บอกกบผู้สื่อข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน

อย่างที่นายคาห์ลบอก การฝึกฝนใช้รถถังเอบรามส์ต้องใช้เวลานานหลายเดือน ทหารยูเครนต้องเรียนรู้วิธีใช้ระบบบังคับรถถังที่ซับซ้อนกว่าเดิม รวมทั้งวิธีการเติมเชื้อเพลิงกับการบำรุงรักษาให้มันสามารถใช้งานต่อไปได้

รถถังเลพเพิร์ด 2 ของเยอรมนี
รถถังเลพเพิร์ด 2 ของเยอรมนี

ถูกกดดันหนักจนต้องกลับลำ

สหรัฐฯ รวมถึงชาติพันธมิตรยุโรป ส่งอาวุธหลายชนิดให้ยูเครนนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 24 ก.พ. 2565 แต่ทั้งหมดล้วนเป็นอาวุธสำหรับป้องกัน พวกเขาไม่เคยส่งอาวุธสำหรับจู่โจมอย่างรถถังประจัญบานให้ยูเครนมาก่อน แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยพลังกดดันทางการเมืองและการทูต

เยอรมนีไม่เต็มใจส่งรถถังเลพเพิร์ด 2 ให้ยูเครน รวมทั้งไม่อนุญาตให้ชาติพันธมิตรส่งรถถังรุ่นนี้ให้ด้วย จนกว่าสหรัฐฯ จะตัดสินใจส่งเอบรามส์ให้รัฐบาลเคียฟก่อน เนื่องจากกังวลว่าการจัดหารถถังให้ยูเครนจะทำให้รัสเซียโกรธ จนส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายลง ขณะที่สหรัฐฯ มีท่าทีอิดออด บอกว่าเลพเพิร์ด 2 เหมาะกับทหารยูเครนมากกว่า เพราะฝึกใช้ง่าย และสามารถส่งให้ได้อย่างรวดเร็ว

การยึกยักกันไปมาของเยอรมนีกับสหรัฐฯ สร้างความรำคาญใจให้แก่ชาติพันธมิตรยุโรป โดยเฉพาะโปแลนด์ ซึ่งอยากส่งรถถังเลพเพิร์ด 2 ที่พวกเขามีอยู่ให้ยูเครน ติดตรงที่ผู้ผลิตอย่างเยอรมนีไม่อนุญาต นำไปสู่การเจรจาอย่างดุเดือดตามมาหลายครั้งของบรรดาผู้นำประเทศ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพ

แรงกดดันชัดเจนขึ้นในวันศุกร์ที่ 20 ม.ค. เมื่อรัฐมนตรีกลาโหมจากกว่า 50 ประเทศ พบปะกันที่ฐานทัพอากาศ รามชไตน์ ในเยอรมนี เพื่อหารือกันเรื่องความต้องการอาวุธและอุปกรณ์ของยูเครน โดยที่เรื่องรถถังเป็นประเด็นหลัก ผู้นำจากหลายประเทศเดินทางเข้าพบรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ของเยอรมนี เพื่อพูดคุยเรื่องเลพเพิร์ด 2 ด้วย จนเยอรมนีมีท่าทีอ่อนลงในที่สุด

นายโอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่า การตัดสินใจนี้เป็นผลมาจากการหารืออย่างเข้มข้นกับพันธมิตรและหุ้นส่วนนานาชาติ ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ก็บอกว่า การเจรจาดำเนินมาสักพักแล้ว แต่ “เข้มข้น” ยิ่งขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์หลัง แต่ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่า เยอรมนีไม่ได้บีบให้พวกเขาเปลี่ยนใจแต่อย่างใด

นานหลายเดือนกว่าเอบรามส์จะถึงมือยูเครน

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่ารถถังเอบรามส์จะส่งถึงมือกองทัพยูเครนเมื่อไหร่ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บอกเพียงว่าอาจใช้เวลานานหลายเดือน ขณะที่รถถังเลพเพิร์ด 2 จะส่งถึงเร็วกว่า โดยนายบอริส พิสโทเรียส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเยอรมนี คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

นายดัก บุช ผู้ช่วยเลขาธิการกองทัพสหรัฐฯ ฝ่ายจัดหายุทโธปกรณ์ ระบุว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ซื้อรถถังเอบรามส์คันใหม่อีกต่อไปแล้ว แต่ใช้รถรุ่นเก่าเป็นฐานและตกแต่งใหม่ ซึ่งไม่ใช่กระบวนการที่รวดเร็ว หรือง่ายดาย การฝึกวิธีใช้งานสามารถเริ่มขึ้นได้เร็วกว่า และกระทรวงกลาโหมกำลังวางโครงการอยู่.





ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : cnacnnpolitico

ญี่ปุ่นตามล่ามือป่วน ส่งแฟกซ์ขู่วางระเบิดโรงเรียนทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2613630

ญี่ปุ่นตามล่ามือป่วน ส่งแฟกซ์ขู่วางระเบิดโรงเรียนทั่วประเทศ

27 ม.ค. 2566 08:19 น.

ญี่ปุ่นตามล่ามือป่วน ส่งแฟกซ์ขู่วางระเบิดโรงเรียนทั่วประเทศ

ตำรวจญี่ปุ่นกำลังพยายามระบุตัวบุคคลที่ขู่วางระเบิดโรงเรียนหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ รวมถึงขู่สังหารนักเรียนและครูด้วยอาวุธที่ทำเอง

การคุกคามดังกล่าวถูกส่งผ่านทางแฟกซ์เมื่อวันจันทร์และวันอังคารที่ผ่านมา ไปยังโรงเรียนต่างๆ ตั้งแต่จังหวัดฮอกไกโดทางตอนเหนือสุดไปจนถึงเมืองฮิโรชิมา ผู้ก่อเหตุยังเรียกร้องค่าไถ่จากโรงเรียนต่างๆ เป็นเงิน 3 ล้านเยน (ราว 750,000 บาท) และมหาวิทยาลัย 300,000 เยน (ราว 75,000 บาท) และโอนไปยังบัญชีธนาคารที่ระบุ

ตำรวจเข้าตรวจค้นอาคารเรียนและมหาวิทยาลัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำการอยู่นอกทางเข้าสถานที่ต่างๆ ตำรวจไม่พบวัตถุระเบิด และไม่มีรายงานการทำร้ายนักเรียน หรือเจ้าหน้าที่

ตำรวจยังเปิดเผยว่า แฟกซ์ทั้งหมดมาจากหมายเลขเดียวกันในกรุงโตเกียว และส่งระหว่างเวลา 03.00-04.00 น.

ขนาดของการขู่กรรโชกได้สร้างความสนใจให้กับหลายฝ่าย แม้ว่าการใช้แฟกซ์จะชี้ให้เห็นว่าความพยายามครั้งนี้ค่อนข้างไม่ซับซ้อน ผู้แสดงความคิดเห็นทางออนไลน์บางคนถึงกับเยาะเย้ยผู้ขู่กรรโชกรายดังกล่าวที่พึ่งพาเทคโนโลยีจากทศวรรษ 1970

ข้อความหนึ่งบนเว็บไซต์ข่าว “เจแปน ทูเดย์” ระบุว่า “การใช้เครื่องแฟกซ์เพื่อขู่วางระเบิดแสดงให้เห็นถึงความเป็นญี่ปุ่น และเป็นสิ่งที่งี่เง่าที่สุดที่เคยพบมาในช่วงเวลาหนึ่ง ฉันไม่สงสัยเลยว่าการสอบสวนจะสิ้นสุดในเวลาอันสั้น และพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลที่น่ารำคาญ”

จากการให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวทางโทรทัศน์ นักเรียนบางคนกล่าวว่า พวกเขากังวลเกี่ยวกับการคุกคาม และเป็นเรื่องดีที่ทางการมีมาตรการป้องกัน แต่คนอื่นๆ กลับแสดงความเห็นว่า “ไม่ร้ายแรง”

ตำรวจระบุว่า คำขู่วางระเบิดถูกส่งไปยังโรงเรียนและมหาวิทยาลัย 12 แห่ง ในจังหวัดนีงาตะ และยามานาชิ ในวันจันทร์ โดยมีโรงเรียนอีก 138 แห่ง ในจังหวัดไซตามะ และโออิตะ ได้รับข้อความเมื่อวันอังคารว่านักเรียน หรือครูจะถูก “สังหาร”

โรงเรียนราว 160 แห่ง ในจังหวัดคานางาวะ ยังได้รับคำขู่ฆ่าเมื่อวันอังคาร รวมถึงโรงเรียนอย่างน้อย 60 แห่ง ในโอซากา และอีกหลายแห่งในจังหวัดนารา โดยเจ้าหน้าที่การศึกษาท้องถิ่นในหลายเมืองเลือกที่จะยกเลิกชั้นเรียนจนกว่าจะมีการตรวจสอบอาคารเรียนเพื่อหาวัตถุระเบิด

นอกจากนั้นยังมีผู้ชี้ให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นนักเรียนพยายามขัดขวางการสอบเข้าโรงเรียนมัธยม หรือมหาวิทยาลัย ที่กำลังดำเนินอยู่ ในขณะที่มีการพูดคุยในห้องสนทนาออนไลน์ว่า ผู้โจมตีอาจต้องการแก้แค้นที่ไม่ผ่านการสอบเข้ามหาวิทยาลัย.

อียิปต์ค้นพบสุสานโบราณ-มัมมี่ปิดทอง อายุเก่าแก่กว่า 4,300 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2613611

อียิปต์ค้นพบสุสานโบราณ-มัมมี่ปิดทอง อายุเก่าแก่กว่า 4,300 ปี

27 ม.ค. 2566 07:26 น.

อียิปต์ค้นพบสุสานโบราณ-มัมมี่ปิดทอง อายุเก่าแก่กว่า 4,300 ปี

นักโบราณคดีอียิปต์เผยพบมัมมี่ที่ปิดด้วยทองคำเปลว ซึ่งถูกผนึกไว้ในโลงศพที่ไม่ได้ถูกเปิดมานานถึง 4,300 ปี

มัมมี่ซึ่งเป็นซากศพของชายที่ชื่อ “เฮกาเชเปส” (Hekashepes) เชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในมัมมี่ที่ไม่ใช่สมาชิกของราชวงศ์ที่เก่าแก่ที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบในอียิปต์ ถูกค้นพบในหลุมลึก 15 เมตร บริเวณสุสานซักการา สถานที่ฝังศพทางตอนใต้ของกรุงไคโร ซึ่งมีการพบหลุมฝังศพอีกสามแห่ง

นอกจากนั้นยังมีการค้นพบมัมมี่ขนาดใหญ่ที่สุดที่ขุดพบในสุสานโบราณ ที่เชื่อกันว่าเป็นของชายชื่อ “คนุมเจเดฟ” ซึ่งเป็นนักบวช ผู้ตรวจการ และผู้บังคับบัญชาของขุนนาง ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นมัมมี่ของชายชื่อ “เมรี” ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพระราชวังที่ได้รับฉายาว่า “ผู้รักษาความลับ” ซึ่งทำให้เขาสามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพิเศษได้

ส่วนมัมมี่ของผู้พิพากษาและนักเขียนที่มีชื่อว่า “เฟเทก” (Fetek) เชื่อว่าถูกฝังอยู่ในหลุมฝังศพอีกแห่งในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการค้นพบกลุ่มรูปปั้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ยังพบสิ่งของอื่นๆ อีกหลายอย่าง รวมทั้งเครื่องปั้นดินเผาในสุสานด้วย

อาลี อาบู เดชิช นักโบราณคดีอีกคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการขุดค้นกล่าวว่า “การค้นพบนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงกษัตริย์กับผู้คนที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา”

ทีมขุดค้นกล่าวว่า สิ่งของทั้งหมดถูกขุดพบระหว่างการขุดค้นนานหนึ่งปี อยู่ใต้ตู้หินโบราณภายในสุสานซักการา และมีอายุย้อนไปถึงราชวงศ์ที่ 5 และ 6 ของยุคอาณาจักรโบราณ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 2,500 ปีก่อนคริสตกาลถึง 2,100 ปีก่อนคริสตกาล 

ซักการาเป็นสถานที่ฝังศพที่ใช้งานมานานกว่า 3,000 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ตั้งอยู่ที่เมมฟิส เมืองหลวงของอียิปต์โบราณ และเป็นที่ตั้งของปิรามิดมากกว่าสิบแห่ง รวมถึงปิรามิดขั้นบันได ใกล้กับจุดที่พบปล่องที่บรรจุมัมมี่

การค้นพบเมื่อวันพฤหัสบดีมีขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังจากผู้เชี่ยวชาญในเมืองลักซอร์ทางตอนใต้ของอียิปต์กล่าวว่า พวกเขาได้ค้นพบเมืองที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์ตั้งแต่ยุคโรมัน ย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 2 และ 3 นักโบราณคดีกล่าวว่า พวกเขาพบสถานที่ฝังศพหลายสิบแห่งในยุคราชอาณาจักรใหม่ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 1,800 ปีก่อนคริสตกาลถึง 1,600 ปีก่อนคริสตกาล ที่รวมถึงอาคารที่อยู่อาศัย หอคอย และสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “โรงหลอมโลหะ” ซึ่งมีหม้อ เครื่องมือ และเหรียญโรมัน

อียิปต์ได้เปิดเผยการค้นพบทางโบราณคดีที่สำคัญมากมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รัฐบาลหวังว่าพิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ ซึ่งมีกำหนดเปิดในปีนี้ หลังจากเกิดความล่าช้านานหลายปี จะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ 30 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2571

ขณะที่นักวิจารณ์กล่าวหาว่ารัฐบาลอียิปต์ให้ความสำคัญกับการค้นพบที่ดึงดูดความสนใจจากสื่อ มากกว่าการวิจัยเชิงวิชาการอย่างจริงจังเพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวให้มากขึ้น.

UN เผย เมียนมาผลิตฝิ่นพุ่งกระฉูด สูงสุดในรอบ 9 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2613586

UN เผย เมียนมาผลิตฝิ่นพุ่งกระฉูด สูงสุดในรอบ 9 ปี

27 ม.ค. 2566 05:00 น.

UN เผย เมียนมาผลิตฝิ่นพุ่งกระฉูด สูงสุดในรอบ 9 ปี

สหประชาชาติเผยรายงานใหม่ พบว่าการผลิตฝิ่นในเมียนมาสูงขึ้นเกือบเท่าตัว หลังเกิดการรัฐประหาร สู่ค่าสูงสุดในรอบกว่า 9 ปี

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 ม.ค. 2566 องค์การสหประชาชาติ (UN) เผยแพร่รายงานระบุว่า การผลิตฝิ่นในประเทศเมียนมาเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเมื่อปี 2565 มีการผลิตฝิ่นเกือบ 795 ตัน สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2556 และเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากตัวเลข 423 ตัน ของปี 2564 ซึ่งกองทัพก่อการรัฐประหารยึดอำนาจ

สหประชาชาติ เชื่อว่าสาเหตุที่การผลิตฝิ่นมากขึ้น มีแรงผลักดันมาจากภาวะความยากลำบากทางเศรษฐกิจ และความไม่มั่นคงในประเทศ กอปรกับการเพิ่มขึ้นของราคายางฝิ่น ซึ่งมักถูกนำไปใช้ในการผลิตเฮโรอีน

“การหยุดชะงักทางเศรษฐกิจ, ความมั่นคง และการบริหาร ตามหลังการยึดอำนาจของกองทัพเมื่อกุมภาพันธ์ 2564 มาบรรจบกันแล้ว และชาวไร่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งมักเกิดการต่อสู้รุนแรงอย่างรัฐฉาน ทางเหนือ และรัฐบริเวณชายแดน แทบไม่มีทางเลือกนอกจากต้องกลับไปปลูกฝิ่น” เจเรมี ดักลาส ผู้แทนจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) กล่าว

รายงานของ UN บอกอีกว่า ในปี 2565 เศรษฐกิจของเมียนมาเผชิญแรงช็อกหลายอย่างจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน, ความไม่มั่นคงทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง และอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง ซึ่งกลายเป็นตัวกระตุ้นอย่างแรงให้ชาวไร่หันไปปลูก หรือขยายการผลิตฝิ่น

ตามการประเมินของสหประชาชาติ เมียนมาเป็นผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากอัฟกานิสถาน และทั้งสองประเทศก็เป็นแหล่งที่มาเกือบทั้งหมดของเฮโรอีนที่กระจายไปทั่วโลก โดยการผลิตฝิ่นของเมียนมามีมูลค่าสูงสุดถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การขายเฮโรอีนในภูมิภาคมีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โครงการปลูกพืชทดแทนยาเสพติดมากมาย และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นในเมียนมา ทำให้การปลูกฝิ่นลดลงเรื่อยๆ อย่างมั่นคง แต่การผลิตก็กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังการรัฐประหาร เนื่องจากฝิ่นกลายมาเป็นแหล่งเงินทุนของกลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลในเมียนมา.

ที่มา : bbc

รัสเซียยิงมิสไซล์ 55 ลูกถล่มยูเครน ดับแล้ว 11 ศพ ตอบโต้ตะวันตกส่งรถถัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2613573

รัสเซียยิงมิสไซล์ 55 ลูกถล่มยูเครน ดับแล้ว 11 ศพ ตอบโต้ตะวันตกส่งรถถัง

27 ม.ค. 2566 03:12 น.

รัสเซียยิงมิสไซล์ 55 ลูกถล่มยูเครน ดับแล้ว 11 ศพ ตอบโต้ตะวันตกส่งรถถัง

รัสเซียระดมยิงมิสไซล์หลายสิบลูกเข้าใส่ยูเครนจนมีผู้เสียชีวิต 11 ศพแล้ว ในวันพฤหัสบดี วันเดียวหลังจากสหรัฐฯ และเยอรมนีประกาศแผนส่งรถถังประจัญบานให้ยูเครนใช้รับมือการรุกราน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 ม.ค. 2566 นายโอเลคซานเดอร์ โครุนชี โฆษกสำนักงานบริการฉุกเฉินของยูเครน เปิดเผยว่า รัสเซียระดมยิงมิสไซล์โจมตีระลอกใหม่ในหลายรัฐทั่วประเทศ ทำให้อาคารต่างๆ เสียหาย 35 แห่ง มีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ศพ บาดเจ็บอีก 11 ราย โดยอาคารที่เสียหายมากที่สุดอยู่ในแคว้นเคียฟ

ด้านนายเฮอร์แมน ฮาลุชเชนโก รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของยูเครนระบุว่า ทางการจำเป็นต้องปรับตารางการตัดไฟ และมีการตัดไฟฉุกเฉินในหลายแคว้น รวมถึงแคว้นเคียฟ หลังรัสเซียโจมตีสถานีพลังงานหลายแห่งเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่แคว้นเคียฟ, โอเดสซา และวินนิตเซีย

นายโครุนชี บอกด้วยว่า เจ้าหน้าที่ในแคว้นเคียฟต้องต่อเครื่องปั่นไฟ 88 เครื่อง เพื่อจ่ายพลังงานให้แก่อาคารสำคัญอย่างโรงพยาบาล ส่วนที่แคว้นโอเดสซาพลังงานของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างโรงพยาบาลกลับมาแล้ว แต่ยังมีการตัดไฟฉุกเฉินในส่วนอื่นๆ

นายวาเลรี ซาลุชนี ผู้บัญชาการกองทัพยูเครน ระบุว่า มอสโกยิงมิสไซล์ชนิดยิงจากทะเลและจากอากาศ จำนวนรวม 55 ลูก เข้าใส่พื้นที่ต่างๆ ของประเทศในวันพฤหัสบดี โดยกองทัพยูเครนสามารถสกัดกั้นได้ 47 ลูก รวมถึง 20 ลูกในกรุงเคียฟ ก่อนหน้านี้กองทัพอากาศยูเครนก็เพิ่งออกมาบอกว่า พวกเขาทำลายโดรนจู่โจมที่รัสเซียส่งมาจากทะเลอะซอฟ ทางใต้ของประเทศได้หลายลำ

การโจมตีทางอากาศระลอกล่าสุดของรัสเซียเกิดขึ้นหลังจาก เยอรมนีและสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะส่งรถถัง ‘เลพเพิร์ด 2’ กับ ‘เอบรามส์’ ให้แก่ยูเครน หลังจากลังเลมานาน ทำให้รัสเซียออกมาประณามอย่างรุนแรงและระบุว่านี่เป็นการเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย “โดยตรง” ของชาติตะวันตก.

ที่มา : bbc

กองทัพอิสราเอลปะทะกลุ่มติดอาวุธกลางเมืองเจนิน ชาวปาเลสไตน์ดับ 9 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2613563

กองทัพอิสราเอลปะทะกลุ่มติดอาวุธกลางเมืองเจนิน ชาวปาเลสไตน์ดับ 9 ศพ

27 ม.ค. 2566 01:40 น.

กองทัพอิสราเอลปะทะกลุ่มติดอาวุธกลางเมืองเจนิน ชาวปาเลสไตน์ดับ 9 ศพ

กองทัพอิสราเอลนำกำลังบุกจับกุมนักรบติดอาวุธในเมืองเจนิน จนเกิดการปะทะกัน มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 ม.ค. 2566 ทหารของประเทศอิสราเอลนำกำลังบุกตรวจค้นสถานที่ต่างๆ ในเมืองเจนิน ในเขตเวสต์แบงก์ที่พวกเขายึดครอง อ้างว่าเพื่อจับกุมตัวนักรบติดอาวุธญิฮาด ที่กำลังวางแผนโจมตีครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการนี้ทำให้มีชาวปาเลสไตน์ถูกสังหารอย่างน้อย 9 ศพ รวมหญิงวัย 61 ปี

ขณะเดียวกันมีชาวปาเลสไตน์รายที่ 10 ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการเผชิญหน้ากับทหารอิสราเอลที่เมือง อัล-ราม ใกล้กรุงเยรูซาเลม ระหว่างที่ชาวบ้านออกมาประท้วงต่อต้านการบุกตรวจค้นเมืองเจนิน ซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 20 รายด้วย

รายงานข่าวระบุว่า เสียงปืนและเสียงระเบิดดังระงมใกล้แคมป์ผู้อพยพในเมืองเจนิน ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี หลังทหารอิสราเอลนำกำลังเข้าปิดล้อมอาคารหลายแห่ง และปะทะกับกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ ซึ่งใช้เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางต่อต้านการปกครองของอิสราเอล

กองทัพอิสราเอลเผยว่า พวกเขานำกำลังเข้าปิดล้อมอาคารหลังหนึ่งและสังหารนักรบติดอาวุธ 3 รายหลังจากถูกยิงเข้าใส่ ส่วนนักรบติดอาวุธคนที่ 4 ยอมจำนน ต่อมาทหารถูกกลุ่มมือปืนปาเลสไตน์อีกกลุ่มโจมตีจึงยิงตอบโต้และถูกเป้าหมาย ซึ่งพวกเขากำลังตรวจสอบรายงานเกี่ยวกับการบาดเจ็บและเสียชีวิตอื่นๆ

ด้านประธานาธิบดีปาเลสไตน์ออกมากล่าวหาอิสราเอลว่าทำการสังหารหมู่ ก่อนจะประกาศในเวลาต่อมาว่า พวกเขาได้ยุติความร่วมมือด้านความมั่นคงกับอิสราเอลแล้ว

ขณะที่กลุ่มอิสลามิก ญิฮาด และกลุ่มฮามาส เผยว่า นักรบติดอาวุธของพวกเขาโจมตีมุ่งเป้าไปที่ทหารอิสราเอลด้วยอาวุธปืนและระเบิดแสวงเครื่อง

ที่มา : bbc

ฝรั่งเศสเรียกเอกอัครราชทูตกลับ ตกลงถอนทหารทั้งหมดจากบูร์กินาฟาโซ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2613555

ฝรั่งเศสเรียกเอกอัครราชทูตกลับ ตกลงถอนทหารทั้งหมดจากบูร์กินาฟาโซ

27 ม.ค. 2566 00:16 น.

ฝรั่งเศสเรียกเอกอัครราชทูตกลับ ตกลงถอนทหารทั้งหมดจากบูร์กินาฟาโซ

ฝรั่งเศสตกลงจะถอนทหารทั้งหมดออกจากบูร์กินาฟาโซภายใน 1 เดือน ตามคำขอของรัฐบาลบูร์กินาฟาโซ พร้อมกับเรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับปารีส

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กระทรวงต่างประเทศของฝรั่งเศสเปิดเผยในวันพุธที่ 25 ม.ค. 2566 ว่า ภารกิจทางทหารของฝรั่งเศสในบูร์กินาฟาโซจะสิ้นสุดภายใน 1 เดือน หลังจากได้รับคำร้องลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลชาติแอฟริกาตะวันตกแห่งนี้ และจะถอนทหารทั้งหมด 400 นาย ออกมาภายในช่วงเวลาดังกล่าว

ทั้งนี้ ฝรั่งเศสยังคงรักษาความเชื่อมโยงทางทหารอย่างใกล้ชิดกับอดีตชาติอาณานิคมในแอฟริกาตะวันตก ในรูปแบบของการให้ความช่วยเหลือต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธญิฮาด ในภูมิภาคซาเฮล ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกึ่งทะเลทราย บริเวณทะเลทรายซาฮารา ที่แบ่งทวีปแอฟริกาเป็นเหนือและใต้ ภายใต้ปฏิบัติการ บาร์เคน (Barkhane) ซึ่งปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว

นับตั้งแต่ปี 2561 รัฐบาลฝรั่งเศสกับบูร์กินาฟาโซมีข้อตกลงร่วมกัน อนุญาตให้ทหารฝรั่งเศสอยู่ในดินแดนของบูร์กินาฟาโซได้ เพื่อช่วยเหลือในการต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์

แต่กระแสต่อต้านภายในบูร์กินาฟาโซเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพวกเขามองว่าฝรั่งเศสไม่ทุ่มเทเพียงพอในการรับมือกลุ่มติดอาวุธที่กระจายตัวจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาลีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนในที่สุดรัฐบาลบูร์กินาฟาโซก็มีคำร้องขอให้ฝรั่งเศสยุติปฏิบัติการทางทหาร ด้วยเหตุผลว่า พวกเขาต้องการปกป้องตนเอง

นี่ยังนับว่าเป็นการถอนทหารออกจากภูมิภาคซาเฮลครั้งล่าสุดของฝรั่งเศส หลังจากในปี 2565 พวกเขาถอนทหารจากประเทศมาลี หลังกองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจ ซึ่งนำไปสู่การพังทลายของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศในที่สุด

กองทัพฝรั่งเศสปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับการยุติภารกิจทางทหารในบูร์กินาฟาโซ และไม่แสดงความเห็นด้วยว่า การถอนทหารครั้งนี้จะกระทบต่อปฏิบัติการของฝรั่งเศสในภูมิภาคซาเฮลอย่างไร

ด้านกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศสระบุในวันพฤหัสบดีว่า พวกเขากำลังเรียกตัวเอกอัครราชทูตประจำบูร์กินาฟาโซกลับกรุงปารีส โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นเพราะสภาพแวดล้อมของสถานการณ์ในปัจจุบัน เพื่อมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับบูร์กินาฟาโซ และความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ.

ที่มา : cnn

ดูดศิษย์เก่าคืนรัง “ประวิตร” ผนึก ป.ป๊อด ปิดทาง “ประยุทธ์”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541809

ขุนน้ำหมึก

27 ม.ค. 2566

ดูดศิษย์เก่าคืนรัง “ประวิตร” ผนึก ป.ป๊อด ปิดทาง “ประยุทธ์”

ลอกคราบพรรคทหาร “ประวิตร” กวาดศิษย์เก่า พปชร. โดดเดี่ยว “ประยุทธ์” ปิดดีล สมคิดและ 2 กุมาร เสริมแกร่งบัตรป้อม 700 เปิดม่านพรรควงษ์สุวรรณ

เดินหน้าสู่เก้าอี้นายกฯ “ประวิตร” กวาดศิษย์เก่า พปชร.ทุกรุ่น โดดเดี่ยว “ประยุทธ์” ปิดดีลเฮียกวง ควง 2 กุมาร เสริมแกร่งทีมเศรษฐกิจ 

พปชร.สลัดภาพพรรคทหาร “ประวิตร” เปิดม่านพรรควงษ์สุวรรณ รอส่งไม้ต่อ ป.ป๊อด หลังจบศึกชิงอำนาจ ปิดโอกาส “ประยุทธ์” กลับทำเนียบ

ไม่เหนือความคาดหมาย เมื่อในที่ประชุมใหญ่สามัญของพรรคพลังประชารัฐ เห็นชอบในการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว

ไฮไลต์การประชุมใหญ่พรรค พปชร. กลับไม่ได้อยู่ในห้องประชุมพรรค สื่อมวลชนทุกสำนักต่างจับจ้องไปที่การเจรจาของแกนนำ 2 พรรคคือ พลังประชารัฐกับสร้างอนาคตไทย 

พล.อ.ประวิตร ได้ไปพบกับ อุตตม และสนธิรัตน์ ด้วยตัวเอง โดยฝั่งทางพรรคสร้างอนาคตไทย ไม่มีสมคิด แต่ฝั่งลุงป้อม มี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อยู่ร่วมวงพูดด้วย

ก่อนหน้านั้น ทีมยุทธศาสตร์พรรค พปชร. ได้พูดคุยกับ อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค มารอบหนึ่งแล้ว โดยคาดหมายว่า ทีม 2 กุมารของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ น่าจะกลับมาร่วมงานกับลุงป้อมอีกครั้ง

มีรายงานข่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้า ทีม 2 กุมาร อุตตม-สนธิรัตน์ ของสมคิด จะร่วมการแถลงเปิดตัวเข้าร่วมงานกับพรรค พปชร. 

มีข้อน่าสังเกตว่า พล.อ.ประวิตร พยายามรวบรวมศิษย์เก่าพรรค พปชร.ให้คืนสู่บ้านเก่า อย่างเช่นสกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ,พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตหัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน รวมถึงกลุ่มสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 

ไม่นับกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อม ส.ส.จำนวนหนึ่งจากพรรคเศรษฐกิจไทย ที่รอแค่เปิดตัวในช่วงต้นเดือน ก.พ.นี้ 

 พล.อ.วิชญ์ พา พล.อ.ประวิตร ไปพบกับ 2 กุมาร อุตตม-สนธิรัตน์พล.อ.วิชญ์ พา พล.อ.ประวิตร ไปพบกับ 2 กุมาร อุตตม-สนธิรัตน์

‘ต้นขั้วบัตรคนจน’

“ประวิตร” โชว์เหนือน้องรัก “ประยุทธ์” ด้วยการตรึงกำลังซุ้มบ้านใหญ่ ไม่ให้ขยับออกไปอยู่พรรค รทสช. พร้อมกับเติมคนทั้งหน้าเก่า-หน้าใหม่เข้ามาอีก

ทีมงานบ้านป่ารอยต่อฯ รู้ดีว่า คะแนนนิยมวัดกันตัวต่อตัว พล.อ.ประยุทธ์ ทิ้งห่าง พล.อ.ประวิตร อยู่หลายช่วงตัว จึงต้องแก้เกมนี้ ด้วยการเสริมทีมงานที่มีจุดขายเข้ามา เช่นทีมเศรษฐกิจของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

หลายคนคงจำได้ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ สมัยรัฐบาล คสช. ได้ริเริ่มเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ภายใต้โครงการประชารัฐสวัสดิการ 

หากลุงป้อมปิดดีลกับ 2 กุมารของสมคิดได้จริง ก็พูดได้เต็มปากเต็มคำว่า นี่คือต้นขั้วบัตรคนจน และการันตีบัตรป้อม 700 ให้ขายได้ในตลาดการเมือง

ผู้อยู่เบื้องหลังดีลนี้คือ บิ๊กน้อย-พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มือประสานสิบทิศอีกคนหนึ่ง ซึ่งเพิ่งทิ้งพรรครวมแผ่นดิน มาเป็นที่ปรึกษาของลุงป้อม

‘ทายาท ป.ป้อม’

ยิ่งใกล้ยุบสภา ถนนทุกสายก็มุ่งหน้าไปที่บ้านป่ารอยต่อ เพราะรู้ว่าฝั่ง “ประวิตร” มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลสูงกว่าฝั่ง “ประยุทธ์” 

เวลานี้ ทีมงานกุนซือบ้านป่ารอยต่อฯ มีหลายชุด รวมถึง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ที่ทำงานร่วมกับคณะอาจารย์แหม่ม 

ป.ป๊อด มีบุคลิกเป็นคนเงียบขรึม ชอบทำงานหลังม่าน แต่มีคอนเนกชั่นในทุกแวดวงไม่แพ้พี่ชาย ซึ่งการทาบทามมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ มาช่วยงานด้านเศรษฐกิจ ก็เป็นฝีมือของ ป.ป๊อด

นอกจากนี้ ทีมงาน ป.ป๊อด ได้ลงทำงานในพื้นที่ภาคกลาง ร่วมกับกลุ่มผู้สมัคร ส.ส.สาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 

ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องดีลลับบ้านป่ารอยต่อ กับบ้านจันทร์ส่องหล้า เพราะยี่ห้อ ป.ป๊อด มีความผูกพันกับทักษิณ ในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องเตรียมทหาร สายตำรวจ มานานกว่า 20 ปี

เซียนการเมืองอ่านเกมหลังการเลือกตั้งสมัยหน้าว่า ยังไงพรรคเพื่อไทย ก็ต้องจับมือพรรคพลังประชารัฐ จัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน ไม่ว่าลุงป้อมจะได้แค่ 40-50 ที่นั่งก็ตาม

กระดานการเมืองว่าด้วยการเลือกตั้งปี 2566 พรรคลุงตู่ เลือกที่จะอยู่ขั้วขวาสุดโต่ง เหมือนพรรคก้าวไกล ถูกผลักไสไปอยู่ขั้วซ้ายสุดโต่งเช่น ส่วนพรรคลุงป้อมกลายเป็นพรรคโซ่ข้อกลาง สร้างรัฐบาลปรองดอง
    

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก

เปิดตัวเป็นแคนดิเดต’นายกรัฐมนตรี’ พี่ใหญ่ล่วงหน้าไปอีกแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kom-daily/541805

27 ม.ค. 2566

เปิดตัวเป็นแคนดิเดต'นายกรัฐมนตรี' พี่ใหญ่ล่วงหน้าไปอีกแล้ว

ชิงปาดหน้าเค๊กอีกครั้ง พล.อ.’ประวิตร’ เปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก่อนใคร ก่อนพล.อ.’ประยุทธ์’จะขึ้นเวทีปราศรัยวันพรุ่งนี้

การประชุมสามัญประจำปีพรรคพลังประชารัฐเปิดตัว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว  ทำให้พลพรรคใจบันดาลแรง คึกคักขึ้นอย่างมาก  เมื่อพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์มีเข็มมุ่งสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่30   ก้าวย่างทางการเมืองของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ปิดตัวคนแรกนี้ จึงมิอาจกระพริบตา   ประเดิมด้วยข่าวการกลับเข้ามาของแก๊งค์สี่กุมาร  เพื่อเสริมทีมทางด้านเศรษฐกิจ ยังไม่รวม พล.อ.วิชญ์ และ ร้อยเอกธรรมนัส   ที่สมทบเข้าพรรคพลังประชารัฐมาก่อนหน้านี้

นับจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศเดินหน้าทางการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งแต่วันที่ 9 มกรา นับจากนั้น  2 ป. ก็ปาดหน้ากันไปมาให้เห็นเป็นระยะซึ่งหากจะว่าไป การเปิดตัวพี่ใหญ่ในวันนี้ ก็เกิดขึ้นก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะขึ้นเวทีปราศรัยในฐานะนักการเมืองหน้าใหม่  ปาดหน้าเค๊กกันไปอีกหนึ่งครั้ง  

หากย้อนดูผลสำรวจความนิยมทางการเมืองของนิด้าโพล เมื่อวันที่25 ธันวาคมที่ผ่านมาจะพบว่า พรรครวมไทยสร้างชาติมีคะแนนนิยมอยู่ลำดับ4  อยู่ที่ร้อยละ 6.95 ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐรั้งอันดับ 7 ร้อยละ 4.00 ห่างกันประมาณ 3 อันดับ  โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้รับความนิยมส่วนบุคคล เป็นลำดับ 2 เป็นรอง อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เท่าตัว  และไม่มีชื่อพล.อ.ประวิตร ติดอยู่ในผลสำรวจครั้งนั้น  

แต่นั่นเป็นการสอบถามความเห็น ก่อนพล.อ.ประยุทธ์จะเคลื่อนตัวออกมาจากพรรคการเมืองที่เสนอเขาเป็นนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งปี 62  และมีเสียงตามมาว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีมารยาท  ส่วนการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี เข้าไปโหวตในรัฐสภา มีเงื่อนไขสำคัญมีอยู่ว่าพรรคการเมืองนั้น จะต้องมีส.ส.ไม่น้อยกว่า 25 คน

พรรคพลังประชารัฐมีชีวิตอยู่ในโลกการเมืองมา 4-5 ปีแล้ว ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ อยู่ระหว่างทำคลอดยังไม่รู้ว่าจะรอดหรือไม่  เฉกเช่นเดียวกับ พี่ใหญ่ ซึ่งอยู่บนเส้นทางนี้มาอย่างยาวนาน ย่อมรู้ตื้นลึกหนาบาง และทางหนีทีไล่ในทางการเมืองมากกว่า  ประกอบกับอนาคตบนเส้นทางนายกรัฐมนตรี ของพล.อ.ประยุทธ์ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ อยู่ได้อีกเพียงสองปี ย่อมมีปัญหา

สมมติเลือกตั้งครั้งหน้า พล.อ.ประยุทธ์โชคดี ผ่านด่านแรกได้รับการเสนอชื่อเข้ามา
แต่ก็มีการตั้งคำถามมาจากสมาชิกวุฒิสภากลุ่มสี่สิบสว.ว่า  “จะไปต่ออย่างไร”  


เป็นท่าทีที่ชัดเจนว่าหากจะเลือกนายกฯคนใหม่
วุฒิสภาต้องเลือกพี่ใหญ่ไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์  
นี่ยังไม่นับการอภิปรายที่วางไว้กลางเดือนหน้า 
รอบนี้ไม่มีใครมาเป็นองครักษ์ให้พล.อ.ประยุทธ์ อีกแล้ว

กลเกม“ธรรมนัส”คุมเชิง “สามมิตร”โชว์ฟอร์มเก๋า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541762

ขุนน้ำหมึก

27 ม.ค. 2566

กลเกม“ธรรมนัส”คุมเชิง “สามมิตร”โชว์ฟอร์มเก๋า

พรรคใจบันดาลแรง “ธรรมนัส” ขี่ม้าเลียบค่าย รอ พล.อ.ประวิตร จัดทัพใหม่ วัดใจจอมเก๋าแทงกั๊ก“สามมิตร” จะอยู่บ้านป่ารอยต่อฯ หรือกลับบ้านแจ้งวัฒนะ

พระเอกมาทีหลัง “ธรรมนัส” ยังวนเลียบค่าย รอ พล.อ.ประวิตร จัดทัพใหม่ วัดใจ “สามมิตร” จะอยู่บ้านป่ารอยต่อฯ หรือกลับบ้านแจ้งวัฒนะ

ลึก ๆ “ธรรมนัส” หนึ่งในนักรบใจบันดาลแรง อาจไม่ปลื้มนัก กรณีจั้ม-สกลธี ยึดกุมเมืองหลวง เพราะใครก็รู้ว่า ผู้กองมีขุมกำลังอยู่ใน กทม.

วันที่ 27 ม.ค.2566 ได้ฤกษ์ได้ยามประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ ว่าด้วยการแก้ไขข้อบังคับพรรค และการเลือกกรรมการบริหารแทนอดีต ส.ส.ที่ลาออกจากพรรคไป

ที่แน่ ๆ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และทีม ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ยังไม่มาเปิดตัวในการประชุมใหญ่พรรคครั้งนี้ แต่ก็ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร คงรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมมากกว่า

นับวันพรรคพลังประชารัฐ ยุค พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะมีความโดดเด่นในแง่ของพรรคตัวแปรชัดเจน เพราะภาพลักษณ์ของ พล.อ. ประวิตรนั้น คุยได้ทุกคนหรือคุยได้ทุกขั้ว

ดังนั้น บทบาทตัวละครลับแบบ ร.อ.ธรรมนัส ที่สามารถเป็นสะพานเชื่อมระหว่างบ้านป่ารอยต่อฯ กับบ้านจันทร์ส่องหล้า จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการปั้นลุงป้อมเป็นนายกฯ คนที่ 30

  ธรรมนัส และคู่ชีวิต ยังลงพื้นที่ลุยงานใน จ.พะเยาธรรมนัส และคู่ชีวิต ยังลงพื้นที่ลุยงานใน จ.พะเยา

‘พระเอกมาตอนดึก’

ทีม “ธรรมนัส” ที่ยังเล่นเกมดึงจังหวะเปิดตัว อาจเกี่ยวข้องกับลีลาแทงกั๊กของ “สามมิตร” ซึ่งโชว์ความเก๋าสยบเกมย้ายพรรค แต่กั๊กเรื่องย้ายขั้ว

แหล่งข่าวคนใกล้ชิด ร.อ.ธรรมนัส บอกว่า “พรรคเศรษฐกิจไทยจะไม่ยุบพรรค โดยกิจกรรมของพรรคยังดำเนินต่อไป จนกระทั่งครบวาระของรัฐบาล หรือมีการประกาศยุบสภาก่อน จึงค่อยตัดสินใจต่อไป เพราะขณะนี้การเมืองยังไม่นิ่ง แต่ไม่ว่า ร.อ.ธรรมนัส จะอยู่พรรคใด ก็สามารถช่วยงาน พล.อ.ประวิตร ได้ตลอดอยู่แล้ว” 

ใครที่ดูภาพ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินถือพุ่มดอกไม้นั่งชันเข่าคารวะต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต่อหน้ากลุ่มมวลชนที่ จ.พะเยา อาจจะงงต่อท่าทีของผู้กองเมืองพะเยา ในเมื่อจัดฉากทำพิธีกรรมพ่อรับลูกกลับบ้านขนาดนั้น แต่ทำไมยังออกลีลาขี่ม้าเลียบค่ายอยู่

ช่วงสัปดาห์นี้ อาจมีเรื่องที่ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ไม่สบายใจ เมื่อเห็นการเปิดตัว จั้ม-สกลธี ภัททิยกุล หลานรักลุงป้อมเป็นแม่ทัพเมืองหลวง

อย่าลืมว่า ร.อ.ธรรมนัส มีขุมกำลังมวลชนอยู่ในกรุงเทพฯ และมี ส.ก.อยู่ในมือ 2-3 คน ซึ่งก่อนหน้านั้น ผู้กองสนับสนุนให้นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มาดูแลสนาม กทม. แต่ตอนหลัง ลุงป้อมกลับมอบให้จั้ม สกลธี หลานรักมีอำนาจเต็มในการจัดทัพเมืองหลวง

อีกเรื่องหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส คงจะรอดูการขยับตัวของกลุ่มสามมิตร และกลุ่มกำแพงเพชร ของวราเทพ รัตนากร โดยมีข่าวว่า อาจจะกลับไปอยู่บ้านแจ้งวัฒนะ

‘สุดยอดนักแทงกั๊ก’

คนในพรรค พปชร.รู้ดีว่า “ธรรมนัส” กับ “สามมิตร” ของสมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ค่อนข้างจะมีปัญหาคาใจกันมานานแล้ว 

วันนี้ สมศักดิ์ เทพสุทิน เหมือนจะตัดสินใจอยู่กับลุงป้อม แต่ก็ยังไม่ให้คำตอบชัดๆกับนักข่าว และตอนหลัง สมศักดิ์เลี่ยงที่จะตอบคำถามนักข่าว

ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลูกน้องเก่าก็ทำใจแล้วว่า สมศักดิ์-สุริยะ ไม่มาพรรครวมไทยสร้างชาติแน่นอน เพราะโอกาสที่ลุงตู่ จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีโอกาสน้อยมาก

ตอนนี้ ส.ส.อยู่ในซุ้มสามมิตร ก็เหลืออยู่แค่ 8 คน แยกเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ 3 คนคือ สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ

ส่วน ส.ส.เขต 5 คน ได้แก่ พรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย เขต 1, ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย เขต 2,ภูดิท อินสุวรรณ์ อดีต ส.ส.พิจิตร เขต 2, อนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท เขต 1 และบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 

สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี เขต 4 และจองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 2 แยกตัวออกจากสามมิตร ไปอยู่กับลุงป้อมเต็มตัว

อีกด้านหนึ่ง สมศักดิ์ ไฟเขียวให้ มณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท เขต 1 ,อนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก เขต 3 และสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ เขต 4 ย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย

สามมิตรที่เหลือ 8 ชีวิต อาจอยู่กับลุงป้อม หรือกลับไปหาเจ๊แดง บ้านแจ้งวัฒนะ ก็ต้องรอดูหลังยุบสภาฯ นี่คือลีลาสุดยอดนักแทงกั๊กของของจริง 
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ                 โดย … ขุนน้ำหมึก