หญิงเอเชียโดนชิงทรัพย์ที่รัฐเทกซัส คนร้ายจับทุ่มพื้นอาการสาหัสยังเดินไม่ได้ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2654108

หญิงเอเชียโดนชิงทรัพย์ที่รัฐเทกซัส คนร้ายจับทุ่มพื้นอาการสาหัสยังเดินไม่ได้ (คลิป)

15 มี.ค. 2566 07:59 น.

หญิงเอเชียโดนชิงทรัพย์ที่รัฐเทกซัส คนร้ายจับทุ่มพื้นอาการสาหัสยังเดินไม่ได้ (คลิป)

ตร.สหรัฐฯ ตามล่าตัวคนร้ายชิงทรัพย์หญิงชาวเอเชีย เดินตามเหยื่อที่เพิ่งถอนเงินจากธนาคาร ถึงมุมลับตาคนก็ตรงเข้าชิงทรัพย์ จับอุ้มขึ้นทุ่มกระแทกพื้น ก่อนแย่งซองใส่เงินไป หญิงเคราะห์ร้ายอาการสาหัส

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าว Daily Mail รายงานว่า ตำรวจรัฐเทกซัส ได้เปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิด ที่แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ นางหยึง เจื่อง วัย 44 ปี หญิงชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส

ตำรวจเปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลา 11.30 น.ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อเหยื่อได้ถอนเงินมาจากธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกา ในเขตแบล็กฮอว์ก บูเลอวาร์ด ในเมืองฮิวส์ตัน ก่อนที่จะเดินไปยังบริเวณห้างสรรพสินค้า ในเขตเบลแอร์ แต่ระหว่างทางถูกคนร้ายสวมเสื้อฮู้ดสีแดง ตรงเข้าทำร้ายร่างกาย ยื้อแย่งทรัพย์สินของเธอ โดยคนร้ายอุ้มเธอขึ้นแล้วทุ่มร่างของเธอลงกระแทกพื้นอย่างแรง ก่อนชิงซองใส่เงิน 4,300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 150,000 บาทไปได้

รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้นางหยึง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูก 3 คน ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เนื่องจากได้รับบาดเจ็บบริเวณเส้นประสาทไขสันหลัง จนถึงตอนนี้ต้องนั่งรถเข็นและไม่สามารถลุกเดินได้ เธอเปิดเผยว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินที่เธอทำงานเก็บสะสมไว้เพื่อพาลูกๆ เดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวที่เวียดนาม

ตำรวจเปิดเผยว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า คนร้ายเป็นชายผิวดำ อายุประมาณ 20 ปี และเชื่อว่าเขาอาจเห็นเหยื่อถอนเงินจากธนาคาร แล้วตามเหยื่อมาจากธนาคารที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 37 กิโลเมตร ตอนนี้ตำรวจต้องการเบาะแสเพิ่มเติมจากประชาชนเพื่อช่วยในการตามจับตัวคนร้ายรายนี้.

ส.ว.นักยูทูบเบอร์ญี่ปุ่น โดนขับออกจากรัฐสภา เหตุไม่เคยเข้าประชุมเลย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2654071

ส.ว.นักยูทูบเบอร์ญี่ปุ่น โดนขับออกจากรัฐสภา เหตุไม่เคยเข้าประชุมเลย

15 มี.ค. 2566 06:30 น.

ส.ว.นักยูทูบเบอร์ญี่ปุ่น โดนขับออกจากรัฐสภา เหตุไม่เคยเข้าประชุมเลย

คณะกรรมการสืบสวนทางวินัย ตัดสินใจไล่ยูทูบเบอร์ชาวญี่ปุ่นผู้ชนะเลือกตั้งจนได้เป็น ส.ว. ออกจากรัฐสภาแล้ว หลังจากเขาไม่ยอมมาเข้าร่วมการประชุมเลยแม้แต่ครั้งเดียว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโยชิคาซุ ฮิงาชิทานิ นักยูทูบเบอร์และสมาชิกวุฒิสภาของญี่ปุ่นวัย 51 ปี ถูกคณะกรรมการสืบสวนทางวินัยแห่งวุฒิสภาถอดถอนออกจากตำแหน่งแล้ว เนื่องจากเขาไม่เคยเข้าร่วมการประชุมสภาเลยแม้แต่ครั้งเดียวนับตั้งแต่ได้รับเลือกจากการเลือกตั้งเมื่อ 7 เดือนก่อน

นายฮิงาชิทานิเป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นในฐานะยูทูบเบอร์ชื่อ GaaSyy ซึ่งมีโด่งดังจากทำคลิปวิดีโอข่าวซุบซิบของคนดัง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจลงสมัครชิงตำแหน่ง ส.ว.ภายใต้สังกัดพรรคฝ่ายค้าน “เซจิกะ โจชิ 48” (Seijika joshi 48) ซึ่งเดิมทีก่อตั้งขึ้นมาในชื่อพรรค NHK เพื่อต่อต้านสถานีวิทยุโทรทัศน์ NHK เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ทั้งนี้ เชื่อกันว่านายฮิงาชิทานิปัจจุบันอาศัยอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไม่ยอมกลับมาเข้าร่วมการประชุมสภาเพราะกลัวถูกจับในข้อหา ฉ้อโกงกับหมิ่นประมาทที่ดาราคนดังหลายรายยื่นฟ้องร้อง

เมื่อสัปดาห์ก่อน รัฐสภาญี่ปุ่นเรียกร้องให้นายฮิงาชิทานิเดินทางกลับมาญี่ปุ่นเพื่อยื่นหนังสือขอโทษที่ขาดประชุมต่อวุฒิสภาโดยตรง ซึ่งถือเป็นโอกาสสุดท้ายที่ทางสภามอบให้ แต่เขาปฏิเสธที่จะกลับประเทศบ้านเกิด มิหนำซ้ำยังประกาศผ่านยูทูบว่าเขาจะเดินทางไปตุรกี และจะบริจาคเงินเดือนทั้งหมดเพื่อช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในตุรกี

การกระทำของนายฮิงาชิทานิทำให้คณะกรรมการสืบสวนวินัยลงมติขับไล่เขาออกจากตำแหน่ง และวุฒิสภาจะมีลงมติขั้นสุดท้ายภายในสัปดาห์นี้

อนึ่ง การขับออกจากตำแหน่งเป็นโทษทางการเมืองรุนแรงที่สุดที่สมาชิกสภาคนหนึ่งจะสามารถได้รับ โดยมันเคยเกิดขึ้นเพียง 2 ครั้งเท่านั้นนับตั้งแต่ปี 2493 และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ ส.ว.ถูกขับออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลเพราะการขาดประชุมอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : bbc

ขอบคุณภาพจาก GAASYY / YOUTUBE

PM 2.5 พุ่ง ปี 2565 มีแค่ 13 ประเทศ-ดินแดนทั่วโลก ที่คุณภาพอากาศดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2654051

PM 2.5 พุ่ง ปี 2565 มีแค่ 13 ประเทศ-ดินแดนทั่วโลก ที่คุณภาพอากาศดี

15 มี.ค. 2566 04:50 น.

PM 2.5 พุ่ง ปี 2565 มีแค่ 13 ประเทศ-ดินแดนทั่วโลก ที่คุณภาพอากาศดี

มลภาวะทางอากาศทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นถึงระดับที่น่าตกใจในปี 2565 จนมีเพียง 13 ประเทศหรือดินแดนเท่านั้นที่คุณภาพอากาศจัดอยู่ในเกณฑ์ดี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 14 มี.ค. 2566 ว่า รายงานใหม่ของของบริษัท IQAir ซึ่งคอยสังเกตการณ์คุณภาพอากาศทั่วโลกพบว่า กว่า 90% ของประเทศและดินแดนทั่วโลก มีค่าความหนาแน่นของ PM 2.5 หรือ ฝุ่นละอองขนาดจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน โดยเฉลี่ยต่อปี เกินกว่ามาตรการฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนด

IQAir วิเคราะห์คุณภาพอากาศโดยเฉลี่ยของ 131 ประเทศและดินแดนทั่วโลก และพบว่ามีเพียง 6 ประเทศคือ ออสเตรเลีย, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, เกรนาดา, ไอซ์แลนด์ และนิวซีแลนด์ กับอีก 7 ดินแดนในแปซิฟิกกับแคริบเบียนซึ่งรวมถึง เกาะกวมกับเปอร์โตริโกเท่านั้น ที่มีคุณภาพอากาศ “ดี” หรือมี PM 2.5 เฉลี่ยไม่เกิน 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ขณะที่ 7 ประเทศได้แก่ ชาด, อิรัก, ปากีสถาน, บาห์เรน, บังกลาเทศ, บูร์กินาฟาโซ, คูเวต และอินเดีย มีคุณภาพอากาศ “เลวร้าย” หรือมี PM 2.5 หนาแน่นเฉลี่ยสูงกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

รายงานของ IQAir มุ่งเน้นไปที่การตรวจวัด PM 2.5 ซึ่งเป็นสารมลพิษขนาดเล็กที่สุดแต่ก็อันตรายที่สุด เมื่อหายใจเข้าไปมันจะเดินทางลึกไปถึงเนื้อเยื่อปอด (lung tissue) ก่อนจะเข้าสู่กระแสเลือด ต้นกำเนิดของ PM 2.5 มาจากกระบวนการสันดาปของเชื้อเพลิงฟอสซิล, พายุฝุ่น หรือไฟป่า มีความเชื่อมโยงกับโรคมากมายเช่น หอบหืด, โรคหัวใจ และโรคทางเดินหายใจอื่นๆ

ตามการเปิดเผยของสหประชาชาติ ประชากรหลายล้านคนทั่วโลกเสียชีวิตจากปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับมลภาวะทางอากาศ โดยในปี 2559 มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรอันมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับ PM 2.5 ถึง 4.2 ล้านคน

รายงานของ IQAir เผยด้วยว่า หลายเมืองในสหรัฐฯ อย่าง โคลัมบัส, แอตแลนตา และชิคาโก มีค่าความหนาแน่นของ PM 2.5 เฉลี่ยต่อปีสูงกว่า 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าคุณภาพอากาศไม่ดี

ขณะที่จีนซึ่งอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศที่คุณภาพอากาศไม่ดีมาตลอดหลายทศวรรษ มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 เกือบ 64% จาก 524 เมืองในจีนแผ่นดินใหญ่ มีค่าความหนาแน่ของ PM 2.5 เฉลี่ยต่อปีลดลง แต่ IQAir เตือนว่า จีนยังมีการใช้ถ่านหินสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และไม่มีเมืองใดเลยที่อากาศจัดอยู่ในเกณฑ์ดี

ที่มา : cnn , IQAir

จีนเตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ หลังคุมเข้มชายแดน 3 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2654045

จีนเตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ หลังคุมเข้มชายแดน 3 ปี

15 มี.ค. 2566 03:17 น.

จีนเตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ หลังคุมเข้มชายแดน 3 ปี

จีนเตรียมเปิดรับนักเดินทางจากต่างชาติ รวมทั้งนักท่องเที่ยว อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งตั้งแต่วันพุธเป็นต้นไป หลังจากคุมชายแดนป้องกันโควิดมานาน 3 ปี

สถานทูตจีนในสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ของตัวเองเมื่อวันจันทร์ที่ 13 มี.ค. 2566 ที่ผ่านมาว่า ประเทศจีนจะกลับมาออกวีซ่าทุกประเภทสำหรับชาวต่างชาติอีกครั้ง ตั้งแต่วันพุธที่ 15 มี.ค. เป็นต้นไป หลังจากจำกัดการเข้าประเทศตลอดกว่า 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19

แถลงการณ์ระบุว่า นักเดินทางที่ถือวีซ่าระยะยาวซึ่งออกก่อนวันที่ 28 มี.ค. 2563 ซึ่งเป็นวันที่จีนเริ่มปิดพรมแดน จะสามารถใช้วีซ่านั้นต่อไปได้ตราบใดที่ยังไม่หมดอายุ

นอกจากนั้น การเดินทางเข้าเกาะไหหลำกับการล่องเรือสำราญเยือนนครเซี่ยงไฮ้ จะกลับมาเป็นแบบไม่ต้องใช้วีซ่าอีกครั้ง เช่นเดียวกับการเดินทางจากฮ่องกงหรือมาเก๊าไปยังมณฑลกวางตุ้ง ขณะที่กรุ๊ปทัวร์จากชาติสมาชิกอาเซียน จะสามารถเดินทางเยือนมณฑลกุ้ยหลินและกวางซีได้โดยปราศจากวีซ่า

อย่างไรก็ตาม นักเดินทางที่จะเข้าสู่จีนยังจำเป็นต้องตรวจโควิดก่อนการเดินทางเป็นเวลา 48 ชั่วโมง และกรอกผลการตรวจลงใน แบบแสดงข้อมูลเพื่อคัดกรองโรค ด้วย

ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางการจีนประกาศชัยชนะครั้งใหญ่และเด็ดขาด ในการรับมือการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กลับมาปะทุอย่างหนักในแดนมังกรหลังจากพวกเขาผ่อนคลายการควบคุมอย่างเข้มงวดตามนโยบาย ซีโร่โควิด เมื่อปลายปีก่อน

การประกาศเมื่อวันจันทร์ยังเกิดขึ้นในขณะที่ รัฐบาลปักกิ่งพยายามหาทางฟื้นฟูเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายในประเทศ หลังการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวเหลือเพียง 3% ในปี 2565 อันเป็นผลจากมาตรการควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวด

ที่มา : cnn

ไต้หวันเปิดตัว “โดรนโจมตี” รุ่นใหม่ ถอดบนเรียนสงครามยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2654038

ไต้หวันเปิดตัว “โดรนโจมตี” รุ่นใหม่ ถอดบนเรียนสงครามยูเครน

15 มี.ค. 2566 01:52 น.

ไต้หวันเปิดตัว “โดรนโจมตี” รุ่นใหม่ ถอดบนเรียนสงครามยูเครน

ไต้หวันเปิดตัวโดรนโจมตี แบบติดระเบิดพลีชีพรุ่นแรกของพวกเขา เพื่อสร้างกำลังป้องกันตนเอง ท่ามกลางความตึงเครียดกับจีน

เมื่อวันอังคารที่ 14 มี.ค. 2566 สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จง-ซาน (NCSIST) เปิดตัวโดรนติดระเบิดพลีชีพ (loitering munition drone) รุ่นแรก ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโดรน ‘Switchblade 300’ ของสหรัฐฯ ที่ยูเครนกำลังใช้ต่อต้านการรุกรานจากรัสเซีย ในขณะที่จีนพยายามสร้างแรงกดดันทางทหารต่อไต้หวันมากขึ้นเรื่อยๆ

NCSIST ระบุว่า โดรนของพวกเขาออกแบบมาให้มีขนาดเล็กพอที่จะสามารถบรรทุกระเบิดได้ และสามารถบินอยู่บนอากาศได้ 15 นาที “ด้วยความที่มันมีน้ำหนักเบาและเคลื่อนย้ายสะดวก มันจึงเหมือนกับลูกระเบิดที่บินได้” นาย ฉี หลี่-ปิน หัวหน้าแผนกวิจัยระบบการบินของ NCSIST กล่าว

“มันมีประสิทธิภาพในการโจมตีเป้าหมายที่อยู่ใกล้ชายฝั่งของเรา” นายฉีกล่าวเสริม โดยย้ำว่าระยะบินสูงสุดของโดรนรุ่นนี้อยู่ที่ 10 กม. และว่าไต้หวันกำลังพัฒนาโดรนพลีชีพรุ่นถัดไป กับโดรนรุ่นที่สามารถโจมตีในระยะทางที่ไกลขึ้น

ทั้งนี้ ไต้หวันเป็นดินแดนปกครองตนเองที่จีนอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ และจะกลับมารวมเป็นหนึ่งอีกครั้งในสักวันหนึ่ง ซึ่งผู้นำจีนเคยลั่นวาจาว่า อาจใช้กำลังหากจำเป็น ทำให้ชาวไต้หวันกว่า 23.5 ล้านคนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความเสี่ยงว่าจะถูกแดนมังกรรุกรานอยู่ตลอดเวลา

ความตึงเครียดระหว่างไต้หวันกับจีนเพิ่มสูงขึ้นเมื่อปีก่อน หลังจากนาง แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในขณะนั้น เดินทางเยือนกรุงไทเป ทำให้จีนเปิดฉากการฝึกซ้อมทางทหารครั้งใหญ่ใกล้เกาะไต้หวันเพื่อเป็นการตอบโต้ นอกจากนั้น จีนยังประกาศเพิ่มงบประมาณของกองทัพในการประชุมสภาประชาชนประจำปีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย

ชาติพันธมิตรพยายามกระตุ้นให้ไต้หวัน ให้ยุทธศาสตร์การป้องกันแบบอสมมาตร หรือกลยุทธ์เม่น (asymmetric porcupine strategy) ซึ่งเป็นมาตรการเสริมกำลังป้องกันตนเองให้มากพอ ทำให้ผู้บุกรุกต้องใช้ต้นทุนสูง จนไม่คุ้มกับการรุกราน ถอดบทเรียนจากยูเครน ที่มีขนาดกองทัพเล็กกว่ามากเมื่อเทียบกับรัสเซีย

ที่มา : cna

เหยื่อไซโคลนเฟรดดี้ถล่มมาลาวีพุ่ง 190 ศพ บาดเจ็บเกือบ 600 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2654001

เหยื่อไซโคลนเฟรดดี้ถล่มมาลาวีพุ่ง 190 ศพ บาดเจ็บเกือบ 600 ราย

15 มี.ค. 2566 00:07 น.

เหยื่อไซโคลนเฟรดดี้ถล่มมาลาวีพุ่ง 190 ศพ บาดเจ็บเกือบ 600 ราย

จำนวนผู้เสียชีวิตจากไซโคลน เฟรดดี้ ในมาลาวีเพิ่มเป็นอย่างน้อย 190 ศพแล้ว ส่วนที่โมซัมบิกซึ่งถูกพายุลูกนี้เล่นงานเป็นครั้งที่ 2 มีผู้เคราะห์ร้าย 10 ศพ

เมื่อวันอังคารที่ 14 มี.ค. 2566 สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งประเทศมาลาวี เปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของไซโคลนเขตร้อน ‘เฟรดดี้’ ที่พัดถล่มภาคใต้ของประเทศ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 190 ศพแล้ว ขณะที่พบผู้บาดเจ็บกว่า 584 ราย สูญหายอีก 37 คน

ด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศแห่งมาลาวี ระบุว่า ไซโคลนเฟรดดี้อ่อนกำลังลงเรื่อยๆ แต่จะยังคงทำให้เกิดฝนตกหนักร่วมกับลมแรงในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเขตทางใต้ของประเทศต่อไป และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมรุนแรงและความเสียหายจากลมกระโชก

นายชาร์ลส์ คาเลมบา กรรมาธิการสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งมาลาวีบอกกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ในวันอังคารว่า สถานการณ์ในภาคใต้ของประเทศกำลังเลวร้ายลง มีสถานที่ถูกน้ำท่วมมากขึ้นและจำนวนถนนกับสะพานที่ถูกตัดขาดก็สูงขึ้น ในขณะที่ทัศนวิสัยเกือบเป็นศูนย์ ไฟฟ้าดับ เครือข่ายโทรศัพท์มีปัญหา ปฏิบัติการช่วยเหลือก็ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศเลวร้าย

อย่างไรก็ตาม นายคาเลมบาคาดว่า สภาพอากาศจะดีขึ้นตั้งแต่วันพุธเป็นต้นไป “บางทีอาจจะภายในพรุ่งนี้ ไซโคลนอาจจะผ่านไป เรากำลังหวังจะเห็นพัฒนาการในทางที่ดีตั้งแต่วันพรุ่งนี้ แต่วันนี้มันเลวร้ายลง มีฝนตกหนักและน้ำท่วมมากมาย”

ส่วนที่ประเทศเพื่อนบ้านของมาลาวีอย่าง โมซัมบิก มีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของไซโคลน เฟรดดี้ จำนวน 10 ศพ บาดเจ็บอีก 13 ราย ในจังหวัดแซมเบเซีย

ตามรายงานของสถานีวิทยุโทรทัศน์ ‘เรดิโอ โมซัมบิก’ ไซโคลน เฟรดดี้ ทำลายสถิติเป็นพายุที่อยู่ในประเทศนานที่สุด หลังจากมันเคลื่อนตัวเขาสู่โมซัมบิกเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันอาทิตย์ ห่างจากครั้งแรกมากกว่า 2 สัปดาห์ ทำให้มีผู้พลัดถิ่นมากกว่า 22,000 คน

ที่มา : cnn

ระส่ำ Silicon Valley Bank ล้ม ทำมูลค่าธนาคารสหรัฐฯ หายกว่าแสนล้านแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2653808

ระส่ำ Silicon Valley Bank ล้ม ทำมูลค่าธนาคารสหรัฐฯ หายกว่าแสนล้านแล้ว

14 มี.ค. 2566 19:53 น.

ระส่ำ Silicon Valley Bank ล้ม ทำมูลค่าธนาคารสหรัฐฯ หายกว่าแสนล้านแล้ว

วิกฤติ Silicon Valley Bank ล้ม ส่งผลกระทบหนัก ทำมูลค่าหุ้นของธนาคารในสหรัฐฯ หายวับไปกว่าแสนล้านดอลลาร์แล้ว ซ้ำร้าย ธนาคารซิกเนเจอร์ในนิวยอร์ก ยังล้มตามอีก


เมื่อ 14 มี.ค. 2566 สื่อต่างประเทศติดตามวิกฤติ ธนาคาร Silicon Valley Bank (ธนาคารซิลิคอน แวลลีย์) หรือ SVB ในสหรัฐฯ ล้ม ยังคงเป็น ‘ช็อกเวฟ’ ส่งผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก หรือ ตลาดหุ้นวอลลสตรีทอย่างรุนแรง จนทำให้มูลค่าของธนาคารต่างๆ ในสหรัฐฯ หายวับไปแล้วกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.4 ล้านล้านบาท (คิดในอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 34 บาท)

มีรายงานว่าต้องมีการสั่งพักการซื้อขายหุ้นธนาคารในสหรัฐฯ กว่า 10 ธนาคารถึง 2 ครั้ง ในเช้าวันอังคารที่ 14 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่มูลค่าหุ้นของธนาคารในสหรัฐฯได้ร่วงลงไปถึง 75% ถึงแม้รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้ให้การรับประกันว่าธนาคารในสหรัฐฯ ยังมีความปลอดภัย ด้วยการรับประกันกับผู้ฝากเงินของธนาคาร Silicon Valley Bank ว่าจะเข้าถึงเงินฝากของตนได้เร็วๆ นี้

ราคาหุ้นของธนาคาร First Republic Bank ได้ร่วงลงไปกว่า 60% จนก่อให้เกิดความหวั่นวิตกว่าจะเป็นธนาคารในสหรัฐฯที่ล้มเป็นรายต่อไป ในขณะที่ธนาคารใหญ่หลายแห่งในสหรัฐฯ ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากกระแสความกลัวกรณีวิกฤติธนาคารซิลิคอน แวลลีย์ ล้ม เมื่อวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น โดยมูลค่าหุ้นของธนาคาร Well Fargo เมื่อ 14 มี.ค.2566 ได้ตกลงไป 7.5% ส่วน ธนาคาร Bank of America ตก 7.4%, Citigroup ตก 5.8% และหุ้นของธนาคาร JP Morgan ร่วง 2.7%

นอกจากนั้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม ที่ผานมา ตามเวลาท้องถิ่น หน่วยงานกำกับดูแลกิจการธนาคารสหรัฐฯ ได้ประกาศว่า ธนาคารซิกเนเจอร์ (Signature Bank) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครนิวยอร์กได้ล้มลงแล้ว ตามหลังธนาคาร Silicon Valley Bank หรือ SVB และกระบวนการยึดทรัพย์สินได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเช่นกัน โดยจากการที่ธนาคารซิกเนเจอร์ ซึ่งมีขนาดทรัพย์สินกว่า 110,000 ล้านดอลลาร์ล้ม จึงถือเป็นสถาบันการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ต้องปิดตัว

ที่มา : Metro

เดือด ยุรัสเซียใช้ ‘ตอร์ปิโดโพไซดอน’ ถล่มอังกฤษ ถ้านาโตส่งทหารเข้ายูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2653605

เดือด ยุรัสเซียใช้  ‘ตอร์ปิโดโพไซดอน’ ถล่มอังกฤษ ถ้านาโตส่งทหารเข้ายูเครน

14 มี.ค. 2566 18:18 น.

เดือด ยุรัสเซียใช้ ‘ตอร์ปิโดโพไซดอน’ ถล่มอังกฤษ ถ้านาโตส่งทหารเข้ายูเครน

นายทหารวัยเกษียณชาวรัสเซีย กระบอกเสียงปูติน ยุรัสเซียให้ใช้ตอร์ปิโดนิวเคลียร์ โพไซดอน ลบอังกฤษออกไปจากแผนที่ หากนาโตส่งทหารภาคพื้นดินเข้าไปในยูเครน

เมื่อ 14 มี.ค. 2566 เดลี่เมล รายงานว่า พลโทเยฟเกนี บูชินสกี อดีตนายทหารอาวุโสวัยเกษียณของรัสเซีย ออกมาเรียกร้องแบบดุเดือดผ่านรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ ‘Rossiya 1’ ในรัสเซีย ให้ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ใช้ ‘ตอร์ปิโดนิวเคลียร์ โพไซดอน’  เพื่อลบอังกฤษออกไปจากแผนที่ เพราะต้องเผชิญกับคลื่นยักษ์กัมมันตรังสีสูงเป็น 1,000 ฟุต จากอานุภาพของตอร์ปิโดนิวเคลียร์โพไซดอน ที่สามารถแล่นไกลข้ามทวีปได้ ถ้าหากองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ตัดสินใจส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าไปในยูเครน เพื่อช่วยสู้รบกับทหารรัสเซีย

พลโทบูชินสกี ประธานศูนย์วิจัยนโยบายของรัสเซีย (ซึ่งสื่ออังกฤษชี้ว่า เขาเป็นนักโฆษณาชวนเชื่อของปูติน) ยังกล่าวด้วยว่า อังกฤษจะไม่มีทางออกอย่างแน่นอน ถ้าหากรัสเซียปลดปล่อยความโกรธเกรี้ยวของตอร์ปิโดนิวเคลียร์ออกมา

นอกจากนั้น พลโทบูชินสกี ยังอ้างว่า ขณะนี้ ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก หรือขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง ‘Zircon’ (เซอร์คอน) ของรัสเซีย ที่สามารถบินด้วยความเร็วถึง 6,670 ไมล์ต่อชั่วโมง และยังไม่มีอะไรมาหยุดได้ พร้อมจะถูกนำไปใช้ในการสู้รบ หลังมีการทดสอบแล้ว

อย่างไรก็ตาม เดลี่เมลชี้ว่า คำเตือนของพลโทบูชินสกีมีขึ้น ขณะที่มีการหารือกันเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ ทางทหารของรัสเซีย หลังรัสเซียต้องพบกับความสูญเสียอย่างหนักและยังล้มเหลวที่จะประสบความคืบหน้าในสงครามยูเครน ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว นับตั้งแต่ประธานาธิบดีปูตินทำสงครามในยูเครน ตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565.

Everything Everywhere All At Once และบางเรื่องที่เรายังอาจไม่รู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2653523

Everything Everywhere All At Once และบางเรื่องที่เรายังอาจไม่รู้

14 มี.ค. 2566 17:00 น.

Everything Everywhere All At Once และบางเรื่องที่เรายังอาจไม่รู้

  • Everything Everywhere All at Once เป็นหนังจากค่ายหนังอิสระ “A24” ที่ได้เข้าชิงรางวัลมากที่สุดถึง 11 สาขา และสามารถกวาดรางวัลไปได้มากที่สุดถึง 7 สาขา เช่น รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
  • หนังเล่าเรื่องของ เอเวอลีน (มิเชล โหย่ว) ที่กำลังเผชิญกับวิกฤติชีวิตหลายด้าน ทั้งเรื่องธุรกิจร้านซักรีด การจ่ายภาษี ชีวิตการแต่งงาน และความสัมพันธ์กับลูกสาวที่กำลังพังทลายลงพร้อมๆ กัน ก่อนที่จะพบความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อเธอเดินทางไปยังสำนักงานสรรพากร
  • หนังใช้รูปแบบการเล่าเรื่องแบบตะวันออกที่เรียกว่า “คิโชเท็นเก็ตสึ” ที่ถือเป็นวิธีการเล่าเรื่องที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น คิโชเท็นเก็ตสึเป็นโครงสร้างการเล่าเรื่องที่มีลักษณะเป็นการตระหนักรู้ในตนเอง การเข้าใจ และการเปลี่ยนแปลง

เมื่อมองแวบแรก Everything Everywhere All At Once ไม่ใช่ภาพยนตร์ออสการ์ทั่วไปที่เราคุ้นเคย

เรื่องราวสุดแหวกแนวที่กระโดดข้ามมัลติเวิร์สเกี่ยวกับการยื่นภาษี นำเสนอตัวละครที่มีนิ้วมือเป็นฮอตด็อก เบเกิลที่มีอานุภาพทำลายล้าง และฉากต่อสู้ที่มีเซ็กซ์ทอยเป็นศูนย์กลาง

แม้อาจจะดูเป็นเรื่องที่ไร้สาระ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นที่รักของหลายคนในฤดูกาลของการมอบรางวัล และพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เมื่อหนังสามารถคว้าเจ็ดรางวัลออสการ์มาครองได้สำเร็จ

ไม่เพียงแต่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังคว้ารางวัลการแสดงถึง 3 รางวัลจากทั้งหมด 4 รางวัล รวมถึงบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก แดเนียล ควาน และ แดเนียล ไชเนิร์ต หลังจากชัยชนะครั้งนี้ หลายคนอาจจะได้รับแรงบันดาลใจในการชมภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นครั้งแรก และในการรับชมครั้งแรก มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องทำความเข้าใจ

เนื้อเรื่องย่อ

เอเวอลีน (มิเชล โหย่ว) กำลังเผชิญกับวิกฤติชีวิตหลายด้าน ทั้งในฐานะผู้อพยพชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ธุรกิจร้านซักรีด ชีวิตการแต่งงานและความสัมพันธ์กับลูกสาวที่กำลังพังทลายลงพร้อมๆ กัน และเพื่อการหันเหความสนใจของตัวเอง เธอเฝ้าฝันถึงเส้นทางต่างๆ ที่ชีวิตของเธออาจดำเนินไปได้ หากเธอไม่ได้แต่งงานกับเวย์มอนด์ (คี ฮุย ควน) ชายผู้มองโลกในแง่ดี และทะเลาะวิวาทกับ จอย ลูกสาวของเธอ (สเตฟานี ซู) แต่เมื่อเธอไปที่สำนักงานสรรพากร สิ่งต่างๆ กลับดูแปลกไป

ทันใดนั้น เวย์มอนด์ที่มาจากจักรวาลอื่นก็ปรากฏตัวขึ้น เขาบอกเอเวอลีนว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหมดกำลังถูกคุกคาม โดยตัวแทนแห่งความโกลาหลที่รู้จักกันในชื่อ “โจบู ทูพากิ” ซึ่งบังเอิญมีหน้าตาเหมือนกับลูกสาวของเธอด้วย และเพื่อเอาชนะโจบู เอเวอลีนต้องควบคุมพลังของเอเวอลีนในจักรวาลคู่ขนานหลายจักรวาล โดยดูดซับทักษะของพวกเขาในทุกด้าน ตั้งแต่ศิลปะการต่อสู้ไปจนถึงการร้องเพลงโอเปร่า

มีการย้อนกลับไปสู่ตัวตนที่แท้จริงของมิเชล โหย่ว หลายครั้ง

มิเชล โหย่ว ซึ่งเกิดในมาเลเซีย ประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะนักแสดงหนังแอ็กชั่น โดยมักปรากฏตัวคู่กับ เฉินหลง ในหนังฮ่องกงหลายเรื่องในช่วงปี 1980

เมื่อตัวละครของเธอต้องการเรียนรู้ทักษะศิลปะการต่อสู้ใน Everything Everywhere All At Once เธอก็ลองใช้เอเวอลีนในเวอร์ชันดาราภาพยนตร์ ซึ่งอ้างอิงถึงตัวโหย่วในชีวิตจริง

ภาพยนตร์ยังใช้ฟุตเทจจากการปรากฏตัวต่อสาธารณชนของโหย่ว รวมถึงภาพจากการเดินพรมแดงในรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์เรื่อง Crazy Rich Asians และภาพสำคัญอื่นๆ จากอาชีพการแสดงของเธอ

และนั่นไม่ใช่การอ้างอิงจากภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว

แดเนียล ควาน เคยกล่าวในเทศกาลเซาท์ บาย เซาท์เวสต์ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายรอบปฐมทัศน์เมื่อปีที่แล้วว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจ 100% จากหนังเรื่อง เดอะ เมทริกซ์ และเราต้องการสร้างในแบบเวอร์ชันของเรา”

เช่นเดียวกับตัวเอกในเมทริกซ์ Everything Everywhere นำเสนอตัวเอกที่พบว่าโลกไม่ได้เป็นอย่างที่ตาเห็น และได้ “ดาวน์โหลด” ทักษะใหม่ เพื่อเอาชนะกองกำลังมืด

แต่การอ้างอิงภาพยนตร์ไม่ได้จบเพียงแค่นั้น หนังยังได้ล้อเลียนฉาก “การค้นพบเครื่องมือ” จากหนังคลาสสิกเรื่อง 2001: A Space Odyssey ที่เป็นภาพของกลุ่มลิงที่ต่อสู้กันจนตัวตาย ยกเว้นแต่ในเรื่องนี้ที่พวกมันมีนิ้วเป็นฮอตด็อก (เรื่องน่ารู้: ผู้กำกับ แดเนียล ไชเนิร์ต รับบทเป็นลิงเกือบทุกตัว เพราะพวกเขาสามารถซื้อเครื่องแต่งกายได้เพียงสองชุดเท่านั้น)

ฉากต่อสู้ที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ปรากฏตัวในชุดฟลามิงโกที่ดูแปลกตานั้น ถือเป็นการอุทิศให้กับหนังเรื่อง “เดอะ แมสก์” ที่นำแสดงโดย จิม แคร์รี และการเผชิญหน้าในตรอกซอกซอยสุดโรแมนติกระหว่าง โหย่ว และ ควน เป็นภาพที่แสดงความเคารพต่อภาพยนตร์สุดคลาสสิกของผู้กำกับ หว่อง กาไว 

ฉากนี้สร้างความรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษสำหรับ ควน ซึ่งเคยทำงานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้กับ หว่อง ในช่วงหลายปีที่เขาประสบปัญหาในการหางานในฐานะนักแสดง

ผู้กำกับทั้งสองยังบอกใบ้ว่า หนังเรื่องนี้ยังมีการสอดแทรกฉากสำคัญจากภาพยนตร์เรื่องโปรดของพวกเขา ตั้งแต่ภาพยนตร์ของผู้กำกับ ท็อดด์ เฮนส์ เรื่อง “แครอล” (Carol) และเรื่อง “แมกโนเลีย” (Magnolia) ของ พอล โธมัส แอนเดอร์สัน ไปจนถึงภาพยนตร์คลาสสิกแนวไซไฟ เรื่อง The Repo Man และยังมีการอ้างอิงเพิ่มเติมถึงศิลปะการต่อสู้คลาสสิกจากหนังฮ่องกง อย่าง “ฤทธิ์หมัดฝังเข็ม” (Clan of the White Lotus) และ “ถล่มเจ้าระฆังทอง” (Executioners from Shaolin)

ภาพยนตร์ใช้รูปแบบการเล่าเรื่องแบบตะวันออกที่เรียกว่า “คิโชเท็นเก็ตสึ” 

นี่ถือเป็นวิธีการเล่าเรื่องที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น เช่นเดียวกับในจีนและเกาหลีด้วย คิโชเท็นเก็ตสึเป็นโครงสร้างการเล่าเรื่องที่มีลักษณะเป็นการตระหนักรู้ในตนเอง การเข้าใจ และการเปลี่ยนแปลง

แตกต่างจากรูปแบบ “การเดินทางของวีรบุรุษ” ที่ใช้ในภาพยนตร์ตะวันตกส่วนใหญ่ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความขัดแย้งและชัยชนะ แต่จะแบ่งออกเป็นสี่ขั้นที่แตกต่างกัน

คิกุ: บทนำ
โชกุ: การพัฒนา
เท็นกุ: จุดหักเห
เก็กกุ: บทสรุป

ในขณะที่เขียนบท ผู้กำกับทั้งสองได้รับแรงบันดาลใจจากแอนิเมชันญี่ปุ่นคลาสสิกเรื่อง “เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร” (Princess Monokoke) ไชเนิร์ต บอกว่า “ผมหมกมุ่นอยู่กับ Princess Mononoke เป็นเวลานานที่สุด ตอนจบมีความซับซ้อนมากกว่าแค่เรื่องความดีกับความชั่ว ไม่มีคนเลวจำนวนมากที่ต้องถูกฆ่า หนัง Mononoke นั้น ค่อนข้างมีความคลุมเครือด้านศีลธรรม”

“จุดไคลแมกซ์ของภาพยนตร์แฟนตาซีเรื่องนี้ คือการหาทางออกในแบบสันติ ซึ่งเป็นวิธีที่เราใช้ในการควบคุมภาพยนตร์ของเรา”

ฉาก Ratatouille เป็นมากกว่ามุกตลก

ในช่วงต้นของภาพยนตร์ เอเวอลีนเรียก Ratatouille แอนิเมชันคลาสสิกของค่ายพิกซาร์ ว่า “รากาคูนี” อย่างผิดๆ

ย้อนกลับไปที่ภาพยนตร์ของผู้กำกับ แบรด เบิร์ด ในปี 2007 ที่เล่าเรื่องของเชฟหนุ่มผู้เคราะห์ร้าย เรมี ผู้เป็นเพื่อนกับหนูพูดได้ ด้วยความใฝ่ฝันที่จะเป็นเชฟอาหารฝรั่งเศสระดับไฮเอนด์ ยังไงก็ตาม หนูก็พิสูจน์ได้ว่าสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของเรมีได้ ในขณะที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หมวกพ่อครัวของเขา และทั้งคู่ก็กลายเป็นที่พูดถึงในปารีส

คำพูดดังกล่าวของเอเวอลีน ดูเหมือนเป็นการพูดผิดธรรมดาๆ จนกระทั่งเราได้เห็นจักรวาลอื่นว่า “แชด” เพื่อนเชฟของเธอ ใช้แขนขาในลักษณะหุ่นกระบอกที่ควบคุมโดยแรคคูน ฉากดังกล่าวบอกเป็นนัยว่า เอเวอลีนตัวจริงสามารถรับรู้ถึงจักรวาลอื่นได้โดยจิตใต้สำนึก ก่อนที่เธอจะเรียนรู้ถึงการมีอยู่ของพวกมัน

หรือกล่าวง่ายๆ คือ Ratatouille ทำหน้าที่เป็นคำอุปมาอุปไมย ถึงวิธีการที่เอเวอลีนสามารถถูกควบคุมได้โดยตัวตนอื่นๆ ของเธอได้

สิ่งที่หนังต้องการสื่อคือ ความเมตตาเป็นสิ่งสำคัญ

แม้จะมีความแปลกประหลาดมากมาย แต่หนังก็ให้ความสำคัญด้านอารมณ์ของตัวละครเช่นกัน การมีอยู่ของมัลติเวิร์สทำให้เอเวอลีนและจอย กลายเป็นผู้ทำลายล้าง ขณะที่เวย์มอนด์ ก็อยู่ในฐานะ “น้ำครึ่งแก้ว”

ในองก์ที่สามของภาพยนตร์ เขาอธิบายปรัชญาของเขาให้เอเวอลีนฟังว่า “เมื่อผมเลือกที่จะเห็นด้านดีของสิ่งต่างๆ ผมไม่ได้ไร้เดียงสา มันเป็นกลยุทธ์และจำเป็น มันเป็นวิธีที่ผมได้เรียนรู้ที่จะอยู่รอดผ่านทุกสิ่ง ผมรู้ว่าคุณมองตัวเองเป็นนักสู้ ผมก็มองตัวเองเป็นหนึ่งเช่นกัน นี่คือวิธีที่ผมต่อสู้”

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ดูเหมือนว่าคำพูดดังกล่าว ดัดแปลงมาจากคำพูดที่ผู้กำกับ แดเนียล ควาน ได้เคยรีทวีตในปี 2018 ที่เขียนว่า “มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่คิดว่าความเห็นอกเห็นใจคือการเห็นพ้อง ความเห็นอกเห็นใจเป็นได้ทั้งมนุษยธรรมและกลยุทธ์ มันคือความชาญฉลาดทางศีลธรรมและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง”

ให้ความสนใจกับเบเกิล

ส่วนสำคัญที่เป็นหนึ่งในหัวใจของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ “Everything Bagel” ของ “โจบู ทูพากิ” ซึ่งเป็นเบเกิลที่เปรอะไปด้วยฝุ่นจากทุกเหตุการณ์ในทุกจักรวาล ในทุกรูปแบบของประวัติศาสตร์

โจบู อธิบายว่า “ความหวังและความฝันทั้งหมดของฉัน สมุดรายงานเก่าๆ สุนัขทุกสายพันธุ์ โฆษณาส่วนตัวชิ้นสุดท้ายบน Craigslist งา เมล็ดงาดำ เกลือ และทุกอย่างก็พังทลายลง” 

ขนมเบเกิลรูปทรงกลม คือแรงจูงใจของความสิ้นหวังที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเรื่อง มันอยู่ในวงแหวนปลายสักหลาดสีดำที่เอเวอลีนเขียนไว้บนใบคืนภาษีของเธอ มันอยู่ที่ประตูเครื่องซักผ้าในร้านซักรีดของเธอ และเผาที่หน้าผากของสาวกของโจบุ

การทำลายล้างของเบเกิลนั้น ยังสอดคล้องกับลูกตากลิ้งที่เวย์มอนด์มักจะวางบนสิ่งของรอบๆ ร้านซักรีด และมันคือหยิน ขณะที่เบเกิลคือหยาง ซึ่งเป็นสารที่บอกว่า ยังคงเป็นไปได้ที่จะมองโลกในแง่ดีและพบความสุข เมื่อจักรวาลอยู่ในความสับสนวุ่นวาย

ในตอนแรก เอเวอลีนไม่สนใจความขี้เล่นของสามีของเธอ โดยพูดพึมพำขณะที่เธอละสายตาจากสถานที่ทำงานของเธอ แต่เมื่อเธอถึงขีดสุดแห่งพลังของเธอ เธอจงใจวางมันไว้บนหน้าผากของเธอ ซึ่งเป็นการอ้างอิงอย่างชัดเจนถึงประเพณีทางจิตวิญญาณของตาที่สามที่ “รู้แจ้ง”

ความแตกต่างระหว่างหลุมดำของเบเกิลกับวงกลมสีขาวของดวงตา แสดงให้เห็นว่าความมืดและแสงสว่างต้องทำงานพร้อมกันอย่างไร


สาเหตุที่แท้จริงที่ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน

แดเนียล ควาน เคยกล่าวกับนิตยสารเอ็มไพร์ว่า “ทุกครั้งที่ผมเริ่มทำหนัง ผมกลัวว่าผมจะตาย แม้ตอนที่เรายังเด็ก เราก็มักจะพูดว่า ‘นี่อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่ใครๆ ยอมให้เราทำ เราก็ควรทุ่มเททุกอย่างลงไป!’

“จุดเริ่มต้นสำหรับ ‘ทุกอย่าง’ เติบโตขึ้นอย่างช้าๆ จนถึงจุดที่เราสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้”

ในการให้สัมภาษณ์กับ ลอสแอนเจลิส ไทมส์ ควานกล่าวเพิ่มเติมว่า ความเร่งรีบของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลมาจาก “ความขัดแย้งและการปะทะทางอารมณ์” ของวาทกรรมออนไลน์

“อินเทอร์เน็ตได้เริ่มสร้างจักรวาลสำรองเหล่านี้ เป็นครั้งแรกที่เราตระหนักว่าอินเทอร์เน็ตน่ากลัวเพียงใด โดยเปลี่ยนจากการมองโลกในแง่ดีทางเทคโนโลยี ไปสู่ความหวาดกลัวทางเทคโนโลยี ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้คือเราพยายามที่จะต่อสู้กับความโกลาหลนั้น.”

เจ้าชายอาร์ชี-เจ้าหญิงลิลีเบต ยังไม่ถูกเชิญร่วมพิธีราชาภิเษกคิงชาร์ลส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2653481

เจ้าชายอาร์ชี-เจ้าหญิงลิลีเบต ยังไม่ถูกเชิญร่วมพิธีราชาภิเษกคิงชาร์ลส์

14 มี.ค. 2566 15:56 น.

เจ้าชายอาร์ชี-เจ้าหญิงลิลีเบต ยังไม่ถูกเชิญร่วมพิธีราชาภิเษกคิงชาร์ลส์

เผย เจ้าชายอาร์ชีและเจ้าหญิงลิลีเบต ยังไม่ได้ถูกเชิญให้มาร่วมในพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3  ขณะที่เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ก็ยังไม่ตอบรับคำเชิญว่าจะมาร่วมในพิธีหรือไม่

สื่อต่างประเทศรายงาน เจ้าชายอาร์ชีและเจ้าหญิงลิลีเบต โอรสธิดาของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ยังไม่ได้ถูกเชิญให้มาร่วมในพระราชพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชอัยกา ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ในกรุงลอนดอน

เทเลกราฟ สื่อใหญ่ในอังกฤษ อ้างมีรายงานข่าวจากหลายแห่ง เปิดเผยว่า เจ้าชายอาร์ชี พระชันษา 3 ปี และเจ้าหญิงลิลีเบต ชันษา 21 เดือน ยังไม่ได้ถูกเชิญให้มาร่วมในพระราชพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 3 หลังจาก เดอะซันเดย์ ไทม์ รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ได้ทรงเชิญดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ให้มาร่วมในพระราชพิธีราชาภิเษกด้วย

แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนจะเดินทางจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา มาร่วมในพระราชพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งเป็นพระราชบิดาของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี่หรือไม่

ฟ็อกซ์นิวส์ สื่อสหรัฐฯ ระบุว่า ข่าวดูแคลนเรื่องนี้ออกมาเพียงไม่กี่วัน หลังจากมีรายงาน สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 สมเด็จพระราชินีคามิลลา เจ้าชายวิลเลียมและแคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ไม่ได้เสด็จฯ ไปร่วมในพิธีเจ้าหญิงลิลีเบตเข้าพิธีบัพติศมา หรือศีลจุ่ม เพื่อเป็นคริสต์ศาสนิกชนโดยสมบูรณ์ ที่โบสถ์คริสต์ ในเมืองมอนเตซิโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา.

ที่มา : Foxnews