พรรค ‘ประชาธิปัตย์’ ทวงคืนพื้นที่สีเขียว เตรียมปราศรัยใหญ่ 3 ครั้ง ใน ‘กทม.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544613

11 มี.ค. 2566

พรรค 'ประชาธิปัตย์' ทวงคืนพื้นที่สีเขียว เตรียมปราศรัยใหญ่ 3 ครั้ง ใน 'กทม.'

ทีม ‘กทม.’ พรรค ‘ประชาธิปัตย์’ ประกาศสงครามกับ PM2.5 ทวงคืนพื้นที่สีเขียวให้คนกรุงเทพฯ พร้อมเตรียมปราศรัยใหญ่สามครั้ง หลัง แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย มาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. และทีมว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. อาทิ น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ เขตปทุมวัน-สาทร-บางรัก นายอภิมุข ฉันทวานิช เขตยานนาวา-บางคอแหลม น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร เขตพญาไท-ราชเทวี นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย เขตบางกะปิ นายจักรวี วิสุทธิผล เขตสวนหลวง น.ส.ณัฐิดา เตาเฟ็ส เขตหนองจอก น.ส.วณิชชา ม่วงศิริ เขตบางบอน-หนองแขม นายธีรวิทย์ ภูมิดิษฐ์ เขตจตุจักร ลงพื้นที่สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย พบปะพูดคุยและร่วมออกกำลังกายกับประชาชน

ทีม กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งทีม กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง

น.ส.วทันยา กล่าวว่า สวนนี้ได้รับความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับรัฐเพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เข้ามาใช้สอย แต่โดยภาพรวมแล้วพื้นที่ กทม. ยังมีความแออัดและพื้นที่สีเขียวที่ต่ำกว่ามาตรฐานโลกเฉลี่ย 6.1 ตร.ม./คน แต่ประชาชนกรใน กทม. เองยังมีประชากรแฝงที่ไม่ได้ถูกรวมไปในผลสำรวจ ทำให้ความเป็นจริงพื้นที่สีเขียวต่ำกว่ามาตรฐานมาก พรรคจึงมีแนวทางเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดฝุ่น ลดอุณหภูมิโลก และเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมให้ประชาชน

วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม.  พรรคประชาธิปัตย์วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์


ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ทีมประชาธิปัตย์ กทม. ประกาศสงครามชัดเจนกับ PM 2.5 ทุกวันนี้หายใจไม่ได้แล้วจริงๆ เราจะผลักดันอากาศกฎหมายสะอาดให้เร็วที่สุด และกำหนดเขตพื้นที่มลพิษต่ำ ซึ่งต้องได้รับพลังจากประชาชนร่วมสนับสนุนผู้สมัคร สส. ของพรรค เพื่อที่จะเข้าไปสภาปกป้องประชาชนจากฝุ่น ให้คุณให้โทษกับคนที่ไม่รับผิดชอบ และดูแลภาษีให้คนที่ช่วยป้องกันการเกิดฝุ่นพิษ รวมถึงย้ายโรงงานอุตสาหกรรมออกจากเขตเมือง

นายองอาจกล่าวว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ใน กทม. ที่ล่าช้า ก็ไม่เป็นปัญหาของพรรค เพราะพรรคทำพื้นที่มาโดยตลอด ทั้งอดีต ส.ข. อดีต ส.ก. หรือ ส.ก. ปัจจุบัน และว่าที่ผู้สมัคร สส. ดังนั้นไม่ว่าจะปรับการแบ่งเขตอย่างไร พรรคก็พร้อมจะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ซึ่งตามปกติแล้วพรรคจะเตรียมเวทีปราศรัยใหญ่อย่างน้อย 3 ครั้ง

ญี่ปุ่นผ่อนคลายมาตรการสวมหน้ากากอนามัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2652506

ญี่ปุ่นผ่อนคลายมาตรการสวมหน้ากากอนามัย

13 มี.ค. 2566 14:39 น.

ญี่ปุ่นผ่อนคลายมาตรการสวมหน้ากากอนามัย

รัฐบาลญี่ปุ่นผ่อนคลายมาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แต่ยังแนะนำให้สวมแมสก์เมื่ออยู่ในสถานพยาบาล บ้านพักคนชรา รถไฟและรถโดยสารที่แออัด

อย่างไรก็ตาม การผ่อนปรนมาตรการสวมหน้ากากอนามัยของญี่ปุ่นมีผลเพียงเล็กน้อยในวันนี้ โดยพบว่าหลายคนยังคงสวมแมสก์ แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามทำให้ชีวิตประจำวันของผู้คนเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งที่ผ่านมาต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านสาธารณสุขในช่วงที่เกิดโรคระบาด

แนวทางการสวมหน้ากากได้รับการผ่อนปรนก่อนการปรับลดสถานะทางกฎหมายของโควิด-19 ให้อยู่ในประเภทเดียวกับโรคติดเชื้อทั่วไปในวันที่ 8 พฤษภาคม ปัจจุบัน โควิด-19 ถูกกำหนดให้อยู่ในประเภทพิเศษ เทียบเท่าหรือเข้มงวดกว่าประเภท 2 ซึ่ง ครอบคลุมโรคติดเชื้อ เช่น วัณโรค และโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือซาร์ส

แม้ว่าการสวมหน้ากากอนามัยจะไม่มีผลทางกฎหมายในญี่ปุ่น แต่รัฐบาลก็แนะนำให้สวมแมสก์ในที่ร่ม และไม่แนะนำให้สวมแมสก์กลางแจ้ง แต่ประชาชนชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังคงสวมไม่ว่าจะอยู่ในที่ร่มหรือกลางแจ้งก็ตาม

นอกจากนั้น ภายใต้แนวทางใหม่ รัฐบาลยังคงแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยในสถานพยาบาล บ้านพักคนชรา และบนระบบขนส่งมวลชนที่มีผู้คนพลุกพล่าน นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่าหน้ากากช่วยปกป้องผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคร้ายแรง รวมถึงผู้สูงอายุ

ด้านสายการบิน รถไฟ รถประจำทาง และการขนส่งสาธารณะอื่นๆ จะไม่ร้องขอให้ผู้เดินทางสวมแมสก์อีกต่อไป และเช่นเดียวกันสำหรับผู้ประกอบการเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่และร้านสะดวกซื้อ

เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเลขานุการของเขา ที่เดินเป็นระยะสั้นๆ จากบ้านพักไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีโดยเปิดเผยใบหน้า ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า “จะถอดหน้ากากอนามัยให้มากขึ้นนับจากนี้” พร้อมทั้งขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเมื่อพบปะผู้คนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ เช่น ผู้สูงอายุในสถานดูแล

ด้านสวนสนุกโตเกียวดิสนีย์แลนด์ ซึ่งไม่มีการกำหนดให้นักท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่สวมหน้ากากอนามัยตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป ยังคงพบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงสวมแมสก์

นอกจากนั้น โรงเรียนทั่วประเทศจะไม่ร้องขอให้นักเรียนสวมแมสก์นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีการศึกษาของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม สำหรับร้านตัดผม ร้านเสริมสวย และบริการอื่นๆ ที่มีการสัมผัสใกล้ชิด ลูกค้ามักจะถูกขอให้สวมหน้ากากอนามัยเป็นส่วนใหญ่ ส่วนในการแสดงดนตรีและคอนเสิร์ต ผู้เข้าร่วมจะต้องปฏิบัติตามนโยบายของผู้จัดงาน.

ผลสอบชี้ไฟไหม้ค่ายผู้อพยพโรฮีนจา มีการวางแผนจงใจก่อวินาศกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2652371

ผลสอบชี้ไฟไหม้ค่ายผู้อพยพโรฮีนจา มีการวางแผนจงใจก่อวินาศกรรม

13 มี.ค. 2566 13:32 น.

ผลสอบชี้ไฟไหม้ค่ายผู้อพยพโรฮีนจา มีการวางแผนจงใจก่อวินาศกรรม

ทางการบังกลาเทศเผยผลสอบหาสาเหตุของไฟไหม้ครั้งใหญ่ภายในค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองค็อกซ์ บาซาร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศ ว่าน่าจะมีการวางแผน และจงใจก่อวินาศกรรม

บังกลาเทศเผยผลการสอบสวนหาสาเหตุเพลิงไหม้ค่ายผู้ลี้ภัยค็อกซ์ บาซาร์ ค่ายผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในบังกลาเทศ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าน่าจะมีการวางแผนและจงใจก่อวินาศกรรม โดยเพลิงไหม้รุนแรงเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมาได้เผาเพิงพักของผู้ลี้ภัยวอดกว่า 2,800 หลัง ทำให้ผู้อพยพชาวโรฮีนจากว่า 15,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย เคราะห์ดีที่ไม่มีใครเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้

เจ้าหน้าที่ภาครัฐของบังกลาเทศระบุว่าไฟไหม้ครั้งนี้น่าจะเป็นการจงใจวางแผนที่จะลอบวางเพลิงโดยกลุ่มติดอาวุธ เห็นได้จากการเกิดไฟไหม้ในหลายๆ จุดพร้อมกัน จากการสอบถามพยานราว 150 ปาก โดยขณะนี้ทางการกำลังเร่งสอบสวนเชิงลึกเพื่อหาว่ากลุ่มกองกำลังกลุ่มใดที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้

ทั้งนี้ค่ายผู้ลี้ภัยค็อกซ์ บาซาร์ มีผู้อพยพที่ลี้ภัยมาจากเมียนมา อาศัยอยู่มากกว่า 1 ล้านคน โดยเพิงพักส่วนใหญ่ล้วนทำมาจากไม้ไผ่ และผ้าใบพลาสติก โดยการอาศัยอยู่รวมกันแบบแออัด ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดเพลิงไหม้ได้ง่าย โดยในตอนแรกเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เหตุที่ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วมาจากถังแก๊สในครัวเรือนภายในเขตค่ายที่พักของชาวโรฮีนจา

ในช่วงเดือนมกราคมปี 2021 และธันวาคม 2022 มีรายงานเหตุเพลิงไหม้ในค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาถึง 22 ครั้ง ในจำนวนนี้เป็นการลอบวางเพลิง 60 ครั้ง โดยเหตุไฟไหม้ใหญ่เมื่อเดือนมีนาคมปี 2021 ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ และมีผู้ลี้ภัยอีก 50,000 รายต้องไร้ที่อยู่อาศัย.

ที่มา : บีบีซี

เกาหลีเหนือยืนยันการทดสอบขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2652136

เกาหลีเหนือยืนยันการทดสอบขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ

13 มี.ค. 2566 08:22 น.

เกาหลีเหนือยืนยันการทดสอบขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ

เกาหลีเหนือยืนยันการทดสอบขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำครั้งล่าสุด หลังจากประธานาธิบดีคิม จองอึน สั่งการให้กองทัพเตรียมความพร้อมในการซ้อมรบอย่างเข้มข้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามจริง

เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2566 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือเคซีเอ็นเอ รายงานว่า เกาหลีเหนือยืนยันการทดสอบขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ “8.24 ยองกุง” ในเขตทะเลญี่ปุ่น ในช่วงเช้าของวันที่ 12 มีนาคม โดยขีปนาวุธร่อนไปเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง ด้วยความเร็ว 1,500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนถึงเป้าหมาย สร้างความพึงพอใจให้แก่คณะกรรมาธิการกลางกองทัพ

ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เป็นเรือดำน้ำลำเดียวกับที่เกาหลีเหนือเคยใช้ทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำครั้งแรก เมื่อปี 2559 ขณะที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ กองทัพเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ตรวจพบการยิงขีปนาวุธไม่สามารถระบุชนิดได้จากเรือดำน้ำ ใกล้กับเมืองท่าซินโป ในจังหวัดฮัมกยองใต้ ทางตะวันออกของเกาหลีเหนือ ในช่วงวันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม  

โดยการทดสอบครั้งนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากประธานาธิบดีคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือได้สั่งการให้กองทัพเตรียมความพร้อมในการซ้อมรบอย่างเข้มข้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามจริง ขณะเดียวกันการซ้อมยิงขีปนาวุธรอบใหม่ของเกาหลีเหนือมีขึ้นเพียง 1 วันก่อนที่กองทัพสหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะเริ่มต้นปฏิบัติการซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เกาหลีเหนือมองว่าเป็นภัยคุกคามเสี่ยงต่อการถูกบุกโจมตี

ทั้งนี้ ในช่วงปีนี้นับว่าเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธหลายครั้ง ตั้งแต่ขีปนาวุธข้ามทวีป ขีปนาวุธพิสัยใกล้ และระบบขีปนาวุธนำวิถีแบบพิสัยไกล ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่า การยกระดับการซ้อมยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ มีขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณเตือนเกาหลีใต้ และสหรัฐฯ ว่าเกาหลีเหนือมีศักยภาพด้านอาวุธยุทโธปกรณ์โดยเฉพาะด้านขีปนาวุธนิวเคลียร์ ที่สามารถโจมตีสองประเทศคู่อริได้.

เปรูอ่วม ไซโคลนถล่ม น้ำท่วมหนัก ดินโคลนทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2652118

เปรูอ่วม ไซโคลนถล่ม น้ำท่วมหนัก ดินโคลนทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชน

13 มี.ค. 2566 07:20 น.

เปรูอ่วม ไซโคลนถล่ม น้ำท่วมหนัก ดินโคลนทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชน

พายุไซโคลน “ยาคู” พัดถล่มทางภาคเหนือของเปรู และเอกวาดอร์ ทำให้ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2666 ประธานาธิบดีดีนา โบลูอาร์เต ของเปรู พร้อมด้วยนายฮอร์เก ชาเวซ รัฐมนตรีกลาโหม ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสภาพความเสียหายของเมืองชิคลาโย ที่จมอยูใต้น้ำหลังได้รับอิทธิพลจากพายุไซโคลนยาคู (Yaku) ที่พัดเข้าถล่มหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ ทำให้ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มทับบ้านเรือนของประชาชน ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สื่อท้องถิ่นของเปรูรายงานว่า น้ำท่วมดินโคลนถล่ม ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายร้อยครัวเรือน โดยมีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ ขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลเปรู ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อระดมความช่วยเหลือให้กับประชาชนในพื้นที่ภัยพิบัติ ทั้งในเมืองชิคลาโย ลัมบาเยเก ปิอูรา และทุมเบส์

ทั้งนี้ พายุไซโคลนยาคู พัดถล่มทางตอนเหนือของเปรู ได้รับผลกระทบหลายจังหวัดทางภาคเหนือ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อประชาชนทางภาคกลางและภาคใต้ของประเทศเอกวาดอร์.

ตร.มอลโดวาอ้าง สกัดแผนเครือข่ายหนุนรัสเซีย หวังก่อความไม่สงบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2652098

ตร.มอลโดวาอ้าง สกัดแผนเครือข่ายหนุนรัสเซีย หวังก่อความไม่สงบ

13 มี.ค. 2566 04:40 น.

ตร.มอลโดวาอ้าง สกัดแผนเครือข่ายหนุนรัสเซีย หวังก่อความไม่สงบ

ตำรวจมอลโดวาอ้าง สกัดแผนของกลุ่มสนับสนุนรัสเซีย ที่วางแผนก่อความไม่สงบในการประท้วงของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในวันอาทิตย์ จับผู้ต้องสงสัยได้ 7 คน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มี.ค. 2566 ตำรวจของประเทศมอลโดวาเปิดเผยว่า พวกเขาสามารถยับยั้งแผนการของกลุ่มคนผู้ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ที่กำลังหาทางก่อความไม่สงบในการประท้วง จัดโดยองค์กรที่เรียกตัวเองว่า ‘กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อประชาชน’

นายวิโอเรล เชร์นาอูตานู ผู้บัญชาการตำรวจมอลโดวาระบุว่า พวกเขาเคลื่อนไหวหลังจากได้รับข้อมูลว่า องค์กรที่จัดตั้งโดยหน่วยพิเศษของรัสเซียพยายามทำลายเสถียรภาพภายในประเทศผ่านการชุมนุมประท้วง

ตำรวจจับกุมสมาชิกของเครือข่ายที่นำโดยชาวมอลโดวาเชื้อสายรัสเซียได้ ก่อนที่การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในวันอาทิตย์จะเกิดขึ้น โดยมีชายผู้ต้องสงสัยนำตัวมาสอบปากคำ 25 คน ในจำนวนนี้ 7 คนถูกควบคุมตัว

สมาชิกเครือข่ายดังกล่าวรวมถึง นักสร้างความแบ่งแยก (diversionist) ซึ่งบางคนเป็นชาวรัสเซีย และผ่านการฝึกฝนมาเพื่อสร้างความวุ่นวายโดยเฉพาะ โดยพวกเขาได้สัญญาว่าจะได้รับเงินรางวัล 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการก่อความวุ่นวายครั้งใหญ่ในการประท้วงดังกล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มความเคลื่อนไหวเพื่อประชาชน จัดการประท้วงหลายครั้งเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลมอลโดวาแบกรับค่าเชื้อเพลิงของประชาชนในฤดูหนาวทั้งหมด และเรียกร้องไม่ให้รัฐบาลพาประเทศเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงคราม

กลุ่มความเคลื่อนไหวเพื่อประชาชน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคชอร์ ของนายอิลฮาน ชอร์ ฝ่ายหนุนรัสเซียที่ปัจจุบันเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีคอร์รัปชัน ยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดี ไมอา ซาดู ผู้ฝักฝ่ายยุโรป ลาออกจากตำแหน่งด้วย

ที่มา : dw

เรือ 2 ลำล่มนอกชายฝั่งซานดิเอโก ดับ 8 ศพ คาดขนคนลักลอบเข้าเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2652096

เรือ 2 ลำล่มนอกชายฝั่งซานดิเอโก ดับ 8 ศพ คาดขนคนลักลอบเข้าเมือง

13 มี.ค. 2566 03:46 น.

เรือ 2 ลำล่มนอกชายฝั่งซานดิเอโก ดับ 8 ศพ คาดขนคนลักลอบเข้าเมือง

เจ้าหน้าที่เมืองซานดิเอโกพบเรือ 2 ลำล่มนอกชายฝั่ง และพบศพคนจมน้ำเสียชีวิต 8 ศพ โดยเบื้องต้นคาดว่าเป็นเรือที่พยายามขนผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 11 มี.ค. 2566 เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเมืองซานดิเอโก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ ได้รับแจ้งเหตุจากผู้หญิงคนหนึ่ง ระบุว่าเธอโดยสารเรือเล็กมากับผู้อพยพอีก 8 คนและเดินทางถึงชายฝั่งได้สำเร็จ แต่เรืออีกลำซึ่งมีโดยสาร 8-10 คน อับปาง

หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานจึงเริ่มทำการค้นหานอกชายฝั่งหาดแบล็กบีช และพบเรือ 2 ลำพลิกคว่ำอยู่ในทะเล และพบศพผู้เสียชีวิตกระจายออกไปในระยะ 366 เมตร ไม่ทราบสัญชาติแต่เป็นผู้ใหญ่ทั้งหมด การค้นหาดำเนินไปจนถึงช่วงเช้าวันอาทิตย์ ท่ามกลางสภาพหมอกลงจัด

เจ้าหน้าที่ไม่พบผู้รอดชีวิตใดๆ แต่มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาอาจไปถึงฝั่งแล้วหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินจะเดินทางมาถึง

ด้านสื่อท้องถิ่นของซานดิเอโกรายงานว่า เรือทั้ง 2 ลำต้องสงสัยว่าเป็นเรือขนผู้อพยพที่พยายามลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย เนื่องจากซานดิเอโกอยู่ใกล้กับชายแดนสหรัฐฯ กับเม็กซิโก และตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา มีผู้พยายามลักลอบเข้าสหรัฐฯ ในพื้นที่แถบนี้แล้วหลายร้อยคน แต่ข้อเท็จจริงกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติม

ที่มา : bbc

“อารัมโก” บริษัทน้ำมันซาอุฯ ฟันกำไรปี 65 ทุบสถิติ 5.6 ล้านล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2652083

“อารัมโก” บริษัทน้ำมันซาอุฯ ฟันกำไรปี 65 ทุบสถิติ 5.6 ล้านล้านบาท

13 มี.ค. 2566 00:46 น.

“อารัมโก” บริษัทน้ำมันซาอุฯ ฟันกำไรปี 65 ทุบสถิติ 5.6 ล้านล้านบาท

อารัมโก บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ทำกำไรในปี 2565 มากถึง 5.6 ล้านล้านบาท มากที่สุดเป็นประวัติกาล จากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มี.ค. 2566 อารัมโก บริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย และใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก เปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2565 ปรากฏว่า บริษัทมีกำไรมากถึง 1.61 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้น 46.5%

แถลงการณ์ของ อารัมโก ระบุว่า ผลประกอบการที่ออกมาได้รับการสนับสนุนจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น, การเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำมันที่ขายไป และอัตราผลกำไรของผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นที่ดีขึ้น

อนึ่ง ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบ เบรนต์ อยู่ที่ 82 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ราคาน้ำมันในช่วงมีนาคมถึงมิถุนายนปีก่อนพุ่งขึ้นไปสูงถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล หลังจากรัสเซียยกทัพรุกรานยูเครน ขณะที่ซาอุฯ ส่งออกน้ำมันในปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 83 ล้านบาร์เรลเมื่อเทียบกับปี 2564

อารัมโกประกาศด้วยว่า เงินปันผลประจำไตรมาสเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2565 มูลค่า 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.79 แสนล้านบาท) จะจ่ายในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยเงินปันผลแทบทั้งหมดจะถูกมอบให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ถือครองหุ้นของบริษัทเกือบ 95%

ทั้งนี้ อารัมโก เป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่แห่งล่าสุดที่เปิดเผยว่ามีผลกำไรมหาศาลในปีก่อน หลังบริษัท เอ็กซอนโมบิล ของสหรัฐฯ ระบุว่ามีกำไรในปี 2565 ถึง 5.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.94 ล้านล้านบาท) ขณะที่บริษัท เชล ของอังกฤษทำกำไร 3.99 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.4 ล้านล้านบาท)

ที่มา : bbc

สหรัฐฯ สั่งปิดธนาคาร Silicon Valley Bank หลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2651566

สหรัฐฯ สั่งปิดธนาคาร Silicon Valley Bank หลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง

12 มี.ค. 2566 11:15 น.

สหรัฐฯ สั่งปิดธนาคาร Silicon Valley Bank หลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง

สหรัฐฯ สั่งปิดกิจการ Silicon Valley Bank (SVB) ซึ่งเป็นธนาคารที่เน้นให้บริการเงินกู้ให้แก่บริษัทสตาร์ทอัพ หลังเผชิญปัญหาสภาพคล่องรุนแรงจนลูกค้าแห่ถอนเงิน นับเป็นการล่มสลายของสถาบันการเงินใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ตั้งแต่วิกฤติการเงินโลกเมื่อปี 2551

หน่วยงานกำกับการเงินแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียได้แต่งตั้งให้ Federal Deposit Insurance Corporation (FDIC) เป็นสถาบันของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ให้ประกันเงินฝากจากความล้มเหลวของธนาคาร เข้ามาเป็นผู้ดูแลสินทรัพย์ของ SVB โดย FDIC จะทำการขายสินทรัพย์ของธนาคาร เพื่อจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้ฝากเงินและบรรดาเจ้าหนี้ธนาคาร

สำนักงานใหญ่ และสาขาต่างๆ ของ SVB จะกลับมาเปิดให้บริการในวันที่ 13 มี.ค. โดยผู้ฝากเงินที่มีประกันจะสามารถเข้าถึงเงินฝากส่วนที่ได้รับความคุ้มครอง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 บัญชี ไม่เกินเช้าวันจันทร์นี้ และจะจ่ายดอกเบี้ยล่วงหน้าให้แก่ผู้ฝากเงินที่ไม่มีประกัน ภายในสัปดาห์หน้า

สัญญาณการล่มสลายของ SVB เกิดขึ้นหลังจาก SVB ประกาศแผนขายหุ้นแก่นักลงทุน วงเงิน 2.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการระดมทุนเพื่อเสริมสภาพคล่อง หลังจากประสบภาวะขาดทุนถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์ จากการขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถือครองอยู่ ซึ่งมีมูลค่าในพอร์ตลดลงอย่างมาก จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ SVB ยังประสบปัญหากระแสเงินสดหมุนเวียน จากการที่ธุรกิจสตาร์ตอัพพากันถอนเงินฝากจากธนาคารอย่างรวดเร็ว

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของธนาคารร่วงลงกว่า 60% และลดลงหลังปิดตลาดอีก 20% ในวันพฤหัสบดี และในเช้าวันศุกร์ หุ้นของ SBV ถูกระงับการซื้อขายและล้มเลิกความพยายามในการเพิ่มทุนอย่างรวดเร็ว

SVB ถือเป็นสถาบันการเงินหลักที่ปล่อยเงินกู้ให้แก่ธุรกิจสตาร์ทอัพมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 และกลายมาเป็นสถาบันการเงินใหญ่อันดับที่ 16 ของสหรัฐฯ โดยข้อมูลในช่วงสิ้นปี 2565 พบว่า ธนาคารมีมูลค่าสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 209,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเงินฝาก 175,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การสั่งปิดธนาคารแห่งนี้ไม่เพียงถือเป็นการล่มสลายของสถาบันการเงินใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ นับตั้งแต่กรณีธนาคาร Washington Mutual ล้มเมื่อปี 2551 แต่ยังถือเป็นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยที่ใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ ที่ต้องปิดตัวลง

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เรียกประชุมหน่วยงานกำกับดูแลด้านธนาคารของสหรัฐฯ เป็นการด่วน โดยกระทรวงฯ แถลงว่า “รัฐมนตรีคลังเชื่อมั่นว่า ผู้กำกับดูแลกิจการธนาคารของสหรัฐฯ จะมีมาตรการตอบสนองอย่างเหมาะสม และย้ำว่าระบบการเงินของสหรัฐฯ ยังคงยืดหยุ่น และมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการรับมือสถานการณ์เช่นนี้”

การล่มสลายของ SVB ยังทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปยังสถาบันการเงินอื่นๆ ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่องเช่นกัน สืบเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูง.

อิสราเอลประท้วงครั้งใหญ่ที่สุด ค้านรัฐบาลยกเครื่องระบบตุลาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2651493

อิสราเอลประท้วงครั้งใหญ่ที่สุด ค้านรัฐบาลยกเครื่องระบบตุลาการ

12 มี.ค. 2566 10:22 น.

อิสราเอลประท้วงครั้งใหญ่ที่สุด ค้านรัฐบาลยกเครื่องระบบตุลาการ

ชาวอิสราเอลหลายแสนคนเข้าร่วมในการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ เพื่อต่อต้านแผนการของรัฐบาลในการยกเครื่องระบบตุลาการครั้งใหญ่ ที่ดำเนินมาเป็นเวลา 10 สัปดาห์แล้ว โดยจำนวนผู้ประท้วงตามเมืองต่างๆ เช่น ไฮฟา มีมากเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เชื่อว่ามีผู้ชุมนุมประมาณ 200,000 คน ออกมาร่วมชุมนุมในเมืองเทลอาวีฟ

ผู้คัดค้านกล่าวว่า การปฏิรูปจะบ่อนทำลายประชาธิปไตย แต่รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลดีกว่า สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ผู้จัดการประท้วงกล่าวว่า ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยมากถึง 500,000 คน ออกมาชุมนุมตามท้องถนนทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ ซึ่งหนังสือพิมพ์ฮาเร็ตส์ของอิสราเอล เรียกว่า “การเดินขบวนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ”

ยาอีร์ ลาปิด ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวต่อฝูงชนในเมืองเบียร์ชีบาทางตอนใต้ว่า ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ “กระแสการก่อการร้ายกำลังโจมตีเรา เศรษฐกิจของเรากำลังพังทลาย เงินกำลังหนีหายออกจากประเทศ อิหร่านเพิ่งลงนามในข้อตกลงฉบับใหม่กับซาอุดีอาระเบียเมื่อวานนี้ แต่สิ่งเดียวที่รัฐบาลนี้สนใจคือการทำลายประชาธิปไตยของอิสราเอล”

ผู้ประท้วงรายหนึ่งในเทลอาวีฟ กล่าวว่า “มันไม่ใช่การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม แต่เป็นการปฏิวัติที่ทำให้อิสราเอลไปสู่ระบอบเผด็จการเต็มรูปแบบ และเราต้องการให้อิสราเอลยังคงเป็นประชาธิปไตยเพื่อลูกหลานของเรา”

การปฏิรูปครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีอำนาจชี้ขาดต่อการเลือกผู้พิพากษา และจำกัดความสามารถของศาลฎีกาในการวินิจฉัยชี้ขาดผู้บริหารหรือล้มกฎหมาย ประเด็นดังกล่าวก่อให้เกิดความแตกแยกร้าวลึกในสังคมอิสราเอล และเห็นได้ว่ากลุ่มกองหนุนซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของกองทัพอิสราเอล ขู่ว่าจะปฏิเสธที่จะทำหน้าที่เป็นช่องทางในการแสดงความขัดแย้ง

ในวันพฤหัสบดี ผู้ประท้วงปิดกั้นถนนและพยายามหยุดไม่ให้นายเนทันยาฮูบินออกนอกประเทศ หลังจากนั้นเขาก็ออกเดินทางไปยังกรุงโรม ในขณะที่รัฐบาลยังคงยืนหยัดต่อแผนดังกล่าวท่ามกลางความโกลาหล โดยอ้างว่าการประท้วงถูกจุดประกายโดยฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

นักวิจารณ์กล่าวว่า การปฏิรูปที่ถูกวางแผนไว้ซึ่งกำลังดำเนินการผ่านรัฐสภา จะทำให้กระบวนการยุติธรรมกลายเป็นเรื่องการเมืองและอาจนำไปสู่รัฐบาลเผด็จการ ด้านนายเนทันยาฮู กล่าวว่า การปฏิรูปมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งไม่ให้ศาลใช้อำนาจมากเกินไป และประชาชนชาวอิสราเอลลงคะแนนให้พวกเขาในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด.