Science Update : มี.ค.ปีนี้ร้อนเป็นอันดับ 2 ตั้งแต่บันทึกมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723080

Science Update : มี.ค.ปีนี้ร้อนเป็นอันดับ 2 ตั้งแต่บันทึกมา

Science Update : มี.ค.ปีนี้ร้อนเป็นอันดับ 2 ตั้งแต่บันทึกมา

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักบริการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus)เผยแพร่รายงานในสัปดาห์นี้ว่า จากการใช้คอมพิวเตอร์วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากที่เก็บบันทึกจากดาวเทียม เรือ เครื่องบิน และสถานีอากาศทั่วโลก พบว่า เดือนมีนาคมปีนี้ เป็นเดือนมีนาคมที่ทั่วโลกร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 และแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกใต้มีขนาดเล็กลงเหลือน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่มีการเก็บบันทึกข้อมูลดาวเทียมมาตั้งแต่ 45 ปีก่อน

รายงานระบุว่า ภูมิภาคยุโรปกลางและใต้มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย ขณะที่ภูมิภาคเอเชีย แอฟริกาเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย อเมริกาใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาเหนือ มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยมาก ในทางกลับกันพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปเหนือมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย ภาคตะวันตกและภาคกลางของอเมริกาเหนือมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยมาก โคเปอร์นิคัส ระบุว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นทั่วโลกเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือคน ทำให้ช่วง 8 ปีที่ผ่านมาโลกร้อนที่สุดเป็นอันดับ 8 นับตั้งแต่มีการบันทึกมา

PRINC ลงทุน ‘รพ.รวมแพทย์ พิษณุโลก’ ตั้งเป้า รพ.เอกชน อันดับ 1 ในภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723101

PRINC ลงทุน ‘รพ.รวมแพทย์ พิษณุโลก’  ตั้งเป้า รพ.เอกชน อันดับ 1 ในภาคเหนือ

PRINC ลงทุน ‘รพ.รวมแพทย์ พิษณุโลก’ ตั้งเป้า รพ.เอกชน อันดับ 1 ในภาคเหนือ

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล หรือ PRINC ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจสุขภาพในนามเครือ “พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์” ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2566 บริษัท พิษณุเวชจำกัด หรือโรงพยาบาลพิษณุเวช ในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ รับโอนกิจการทั้งหมดของโรงพยาบาลรวมแพทย์ พิษณุโลก ขนาด 100 เตียง มูลค่า 570 ล้านบาท ซึ่งใช้เงินทุนหมุนเวียนภายในของกลุ่มบริษัทในการเข้าลงทุน โดยวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อขยายเครือข่ายและช่วยเสริมสร้างศักยภาพ ขีดความสามารถในการแข่งขันและการให้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลในกลุ่มโรงพยาบาลพิษณุเวช ในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์

ธานี มณีนุตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บมจ.พริ้นซิเพิลแคปิตอล หรือ PRINC กล่าวว่า การเข้าลงทุนครั้งนี้เป็นในลักษณะเข้าซื้อกิจการ โดยจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/66 นี้เป็นต้นไปนับเป็น รพ.แห่งที่ 14 ของเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคม 2566 ที่ผ่านมา เปิดให้บริการโรงพยาบาลพริ้นซ์ สกลนคร จ.สกลนคร ซึ่งยังคงเป็นไปตามแผนงานของบริษัทฯที่ตั้งเป้าหมายขยายโรงพยาบาลให้ครบ 20 แห่ง โดยมีเป้าหมายการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ร้อยละ 10-15

“การเข้าลงทุนในครั้งนี้ เพื่อรองรับผู้ใช้บริการของกลุ่มโรงพยาบาลพิษณุเวชที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งขยายฐานผู้รับบริการเดิมด้วยการเสริมศักยภาพทางการแพทย์ และแชร์ทรัพยากรร่วมกันกับกลุ่มโรงพยาบาลพิษณุเวชซึ่งเป็นกลุ่มโรงพยาบาลเรือธงในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ให้บริการรักษาโรคยากซับซ้อน เช่น โรคมะเร็ง สมอง หัวใจ กระดูกและข้อ ฯลฯ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอัตราเพิ่มสูงต่อเนื่อง และการผนึกกำลังครั้งนี้จะทำให้ รพ.พิษณุเวช มีทั้งพื้นที่และกำลังบุคลากรพร้อมในการก้าวสู่กลุ่มโรงพยาบาลที่มีศักยภาพการแพทย์และความพร้อมให้บริการอันดับ 1ในภาคเหนือ และเติบโตไปคู่กับชุมชน ตามเป้าหมายในปี 2023 ก้าวย่างสู่ความยั่งยืน” ธานีกล่าว

ธานี มณีนุตร์

นพ.สมคิด อุดมกิจมงคล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรวมแพทย์ พิษณุโลก ในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ กล่าวว่าหลายเดือนที่ผ่านมา ได้มีการเตรียมความพร้อม เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานการให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานของกลุ่มโรงพยาบาลพิษณุเวชในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ให้เป็น “โรงพยาบาลใกล้บ้านที่ชุมชนไว้วางใจ” โดยยังคงราคาให้บริการที่เข้าถึงได้ ขณะเดียวกัน เร่งพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์และการบริการ โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับบริการให้บริการให้ได้รับรองมาตรฐานสถานพยาบาล HA พร้อมด้วยเสริมบุคลากรจาก รพ.พิษณุเวช ที่กำลังก้าวเป็นโรงพยาบาลที่มีความก้าวหน้าขั้นกว่าทางการแพทย์ในระดับตติยภูมิขั้นสูง(Advance Tertiary Care) ที่พร้อมดูแลชาวจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียง

ทำให้ปัจจุบัน บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล (PRINC) ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจสุขภาพในนาม เครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ มีทั้งหมด 14 แห่งใน 11 จังหวัด ประกอบด้วยรพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ รพ.พริ้นซ์ ลำพูน รพ.ศิริเวช ลำพูน รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1รพ.ปากน้ำโพ 2 รพ.พริ้นซ์ อุทัยธานี รพ.พริ้นซ์ อุบลราชธานี รพ.พริ้นซ์ ศรีสะเกษ รพ.พริ้นซ์ สกลนคร รพ.วิรัชศิลป์ ชุมพร รพ.พิษณุเวช พิจิตร รพ.พิษณุเวช พิษณุโลก รพ.พิษณุเวช อุตรดิตถ์ และล่าสุด รพ.รวมแพทย์ พิษณุโลก จ.พิษณุโลก

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723107

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กัมพูชา-จีน ปิดฉากซ้อมรบร่วม‘มังกรทอง’

ชมภาพบรรยากาศพิธีปิดการซ้อมรบร่วม “โกลเดน ดรากอน 2023” (Golden Dragon 2023) ระหว่างกัมพูชาและจีน ครั้งที่ 5 ในจังหวัดกำปงฉนังของกัมพูชาที่ศูนย์ฝึกซ้อมสารวัตรทหารอย่างสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยการซ้อมรบในปีนี้ มุ่งเน้นใน 3 เรื่อง ได้แก่ การฝึกซ้อมเพื่อความมั่นคงสำหรับรับมือกับเหตุการณ์ขนาดใหญ่
ฝึกปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างกัน

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือน Zurich เมืองการเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723108

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือน Zurich เมืองการเงิน

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือน Zurich เมืองการเงิน

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในห้วงเวลานี้คงไม่มีข่าวเศรษฐกิจใดในโลกที่โด่งดังและช็อกโลกได้เท่ากับการล่มสลายของธนาคาร Credit Suisse ธนาคารที่ใหญ่อันดับสองของสวิส บริษัท Credit Suisse เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นมากว่า 160 ปี โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซูริคนี้ประกอบด้วย 4 ส่วนคือ ส่วนบริหารความมั่งคั่ง ส่วนการลงทุน ส่วนธนาคาร และส่วนบริหารสินทรัพย์ การที่กฎหมายของสวิสไม่มีข้อกำหนดเรื่องการตรวจสอบที่มาของแหล่งเงิน ต้องปิดข้อมูลของลูกค้าเป็นความลับ เป็นธนาคารที่มีสาขาในประเทศต่างๆ หลายสิบประเทศ และมีงานหลักคือ รับฝากเงินและบริหารสินทรัพย์ให้กับกลุ่มคนมั่งคั่ง ธนาคารแห่งนี้จึงเป็นที่ซุกเงินอย่างดีของนักธุรกิจที่เลี่ยงภาษี และนักการเมืองฉ้อฉลทั่วโลก

เมื่อธนาคารมีเงินสีเทามากมาย และการฟ้องร้องทำได้ยาก ผู้บริหารธนาคารจึงเห็นช่องทางของการฉ้อฉลเช่นกันจนทำให้ถูกปรับเงินมากมายหลายพันล้านดอลลาร์หลายครั้งตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาเพื่อกลบเกลื่อนความร่วมมือกับผู้กระทำผิดต่างๆ ทั่วโลก แม้ธนาคารจะถูกปรับเป็นเงินมหาศาล แต่ธนาคารก็สามารถดำเนินการได้ดีมาตลอดเป็นเพราะมี เงินเติมเข้ามาใหม่ๆ ตลอดเวลาจากเงินฉ้อฉลของเศรษฐีเลี่ยงภาษีและนักการเมือง การล่มสลายของธนาคารแห่งนี้เริ่มต้นจากปี 2021 จากการล่มสลายของกองทุน Archegos Capital Management ทำให้บริษัทขาดทุนมากถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์ หลังจากนั้นบริษัทก็มีปัญหาเดิมๆ ที่ถูกปรับเงินอีกหลายครั้งติดๆ กันในเวลาไล่เลี่ยกันจากข้อหาพัวพันกับการฉ้อโกงของนักการเมืองและกองทุนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เมื่อธนาคารประกาศผลการดำเนินการของปี 2022 ที่ขาดทุนถึง 7.3พันล้าน ร่วมกับการที่ธนาคารชาติซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถึง 9.9% ไม่ยอมเพิ่มทุนจึงทำให้ผู้ฝากเงินขาดความเชื่อมั่นและแห่กันมาถอนเงินจนทำให้ธนาคารที่อายุกว่า 160 ปีถึงการล่มสลายภายในเวลาเพียงแค่ไม่ถึง2 สัปดาห์

การที่ธนาคาร Credit Suisse ซึ่งเป็นหลุมหลบภัยของมหาเศรษฐี และนักการเมืองที่มั่งคั่งทั้งหลายทั่วโลกมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองซูริคจึงทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองการเงินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปและของโลก เมื่อซูริคเป็นถิ่นของคนมั่งคั่ง ที่นี่จึงไม่เพียงเป็นเมืองที่มีสนามบินใหญ่ที่สุดของสวิส ยังเป็นทั้งเมืองทางผ่าน และปลายทางของการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว นอกจาก Zurich จะเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ที่นี่ยังมีความสำคัญทางด้านสังคม และวัฒนธรรมที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศด้วย เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบซูริคที่มีความเป็นเลิศทางด้านคุณภาพชีวิตนี้เป็นเมืองที่มีการบริหารจัดการด้านของเสียและการเดินทางที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก การที่ความเป็นอยู่ของที่นี่ดีเลิศ ที่นี่จึงมีประชากรกว่า 30% เป็นชาวต่างชาติ นอกจากนักการเงินแล้วที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมของบริษัททางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งการท่องเที่ยวอีกด้วย

นักท่องเที่ยวที่มีเวลาหรือมีจุดหมายปลายทางที่ซูริคสามารถเดินทางจากสนามบินเข้าสู่กลางเมืองมาที่สถานีรถไฟกลางโดยทางรถไฟในเวลาเพียงแค่ 10 นาที หากนักท่องเที่ยวมี Swiss pass ก็สามารถใช้ได้เลยโดยไม่ต้องซื้อตั๋วเพิ่ม หลังจากเก็บกระเป๋ากับตู้ที่ชานชาลาเรียบร้อยโดยมีค่าเก็บแตกต่างกันตามขนาดของตู้และเวลาที่เก็บแล้ว ก็สามารถออกเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองที่มีอยู่หลายแห่ง อาทิ เดินเล่นในเมืองไปตามถนนBahnhof เพื่อชมทัศนียภาพอันงดงามของบ้านเรือนและร้านค้าโดยอาจแวะช้อปปิ้ง หรือลิ้มลองอาหารหรือขนมอย่างเดียวโดยไม่แวะเที่ยวอะไรในเมืองเลยทั้งวันก็ได้ หรือจะแวะเข้าเข้าชม Uhrenmuseum ก็ได้หากผ่านจุดนี้ในวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่าง 14.00-18.00 น. หรือจะเข้าโบสถ์ St.Peter ที่มีหอนาฬิกาขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ Uhrenmuseum ก่อนข้ามสะพาน Munsterbruke เพื่อไปยังโบสถ์ Gross Munster ที่มีหอคอยคู่อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองก็ได้แล้วแต่เวลาที่นักท่องเที่ยวและความสนใจ การเดินเล่นไม่เพียงไม่กี่จุดนี้ก็สามารถทำให้นักท่องเที่ยวหมดเวลาของวันไปอย่างงงๆ ได้แล้ว

Gross Munster

Gross Munster

Munsterbruke

Munsterbruke

St. Peter

St. Peter

Health News : หมาแมวทำลายสุขภาพการนอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723081

Health News : หมาแมวทำลายสุขภาพการนอน

Health News : หมาแมวทำลายสุขภาพการนอน

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Human-Animal Interactions ชี้ว่าการเลี้ยงสัตว์อย่างสุนัขและแมวมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับอาการนอนไม่หลับ รวมทั้งโรคเกี่ยวกับการนอนอีกหลายชนิด โดยทีมนักวิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุข นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ลอเรน วิซนีสกี จากมหาวิทยาลัยลินคอล์นเมโมเรียล (LMU) ของสหรัฐฯ ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของชาวอเมริกันทั่วประเทศ ซึ่งได้มาจากฐานข้อมูลการสำรวจผลตรวจสุขภาพและโภชนาการแห่งชาติ (NHANES) ที่จัดทำขึ้นระหว่างช่วงปี 2005-2006

ทีมผู้วิจัยพยายามมองหาแนวโน้มบางอย่าง ซึ่งแสดงความเกี่ยวข้องระหว่างคุณภาพการนอนกับการมีหรือไม่มีสัตว์เลี้ยงในกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว โดยอาการที่แสดงออกถึงปัญหาในการนอนของแต่ละคนนั้น นอกจากการนอนหลับยากแล้วยังได้แก่การนอนกรน, สะดุ้งตื่นกลางดึก, ติดยานอนหลับ, รวมทั้งมีอาการขากระตุกหรือขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome – RLS)

ผลการวิเคราะห์พบว่า คนที่เลี้ยงหมาหรือแมวมักมีแนวโน้มจะนอนไม่หลับหรือมีปัญหาในการนอนสูงกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง โดยคนที่มีสุนัขอยู่ในบ้านมีความเสี่ยงต่อโรคนอนไม่หลับสูงกว่าอย่างชัดเจน ส่วนคนที่เลี้ยงแมวนั้น มีความเสี่ยงต่ออาการขากระตุกหรือขาอยู่ไม่สุขขณะนอนหลับสูงกว่า

ตะลอนเที่ยว : อยุธยา ยังเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723097

ตะลอนเที่ยว : อยุธยา ยังเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง

ตะลอนเที่ยว : อยุธยา ยังเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มีคำถามว่า คุณไปเที่ยวอยุธยามาแล้วกี่ครั้ง แล้วแต่ละครั้งไปเที่ยวที่ไหนบ้าง

คุณเชื่อไหม ว่าหลายคนตอบว่าไปอยุธยามาแล้วจนนับครั้งไม่ถ้วน ไปไหว้พระมาแล้วหลายครั้ง ไปกินกุ้งเผาหมดไปแล้วรวมๆ หลายสิบกิโลกรัม ไปซื้อโรตีสายไหมมาแล้วจนนับครั้งไม่ถ้วน 

แต่เมื่อเจอคำถามว่า แล้วเคยไปไหว้พระวัดหน้าพระเมรุราชิการาม หรือวัดหน้าพระเมรุมาแล้วหรือยัง บางคนถามกลับว่า อยู่ตรงไหน ไม่รู้จัก อยู่ห่างจากอยุธยาไกลมากไหม 

เมื่อได้ทราบคำตอบว่า วัดหน้าพระเมรุอยู่ติดกับบริเวณท้ายวังเก่ากรุงศรีอยุธยา ห่างเพียงไม่กี่ร้อยเมตร มีแค่คลองสายหนึ่งกั้นระหว่างวัดกับกำแพงวังเท่านั้น เมื่อได้ทราบคำตอบแบบนี้ ทุกคนที่ไปอยุธยาบ่อยๆ แต่ไม่เคยไปวัดหน้าพระเมรุถึงกับเกาหัว แล้วถามว่าจริงหรือ แล้วถามต่อไปว่า วัดนี้มีอะไรดีหรือ ทำไมต้องไป

เมื่อได้รับคำตอบว่า วัดหน้าพระเมรุคือสถานที่ตั้งของทัพหลวงของพระเจ้ามังระแห่งพม่า เมื่อครั้งทรงยกทัพมารบกับกรุงศรีอยุธยา ครั้นเมื่อมีชัยเหนือกรุงศรีอยุธยาแล้ว ก็มิได้เผาทำลายวัดหน้าพระเมรุเนื่องจากทรงเห็นว่าเป็นสถานที่ตั้งทัพหลวง ดังนั้นวัดแห่งนี้จึงถือได้ว่ายังมีความสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่ง

ส่วนอีกสถานที่หนึ่งซึ่งมักจะได้รับคำตอบจากนักท่องเที่ยวว่า ไม่เคยไปดูเลยก็คือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยาคำตอบเพิ่มเติมที่มักจะได้รับก็คือ ไม่มีเวลาไป และไม่รู้ว่าภายในพิพิธภัณฑ์ฯ มีของสวยของงามที่ควรชม

ถ้าเช่นนั้น วันนี้ Mr.Flower ขอพาคุณไปเที่ยวชมวัดหน้าพระเมรุ และพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา ด้วยกันครับ

วัดหน้าพระเมรุราชิการาม เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นในยุคกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ตั้งอยู่ริมคลองสระบัว (แม่น้ำลพบุรีเดิม) วัดนี้ได้รับการยอมรับว่ามีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่งดงามมาก ส่วนหน้าบันไม้สักทำเป็นรูปพระนารายณ์ทรงสุบรรณอยู่เหนือนาค ส่วนเท้าของสุบรรณเหยียบบนหัวยักษ์ แล้วล้อมรอบด้วยเทพชุมนุม ส่วนพระประธานมีพระนามว่าพระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบกษัตราธิราช ส่วนด้านข้าง (ขวามือ) พระอุโบสถมีวิหารน้อย เป็นที่ประดิษฐานพระคันธารราฐ พุทธศิลปะสมัยทวารวดี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดแล้วเชิญพระคันธารราฐจากวัดมหาธาตุไปไว้ที่วัดหน้าพระเมรุ พระคันธารราฐองค์นี้ทำจากหินสีเขียว ปางประทับนั่งห้อยพระบาท เป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่ง จำนวน 1 ใน 5 องค์ที่ค้นพบในประเทศไทย

ส่วนอีกที่หนึ่งคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ณ ที่แห่งนี้เป็นที่เก็บรักษาโบราณวัตถุล้ำค่ามากมาย แต่ที่ตั้งใจพาคุณๆ ไปชมคือเครื่องทองจากกรุวัดราชบูรณะโดยศิลปวัตถุที่นำมาจัดแสดงนี้ เป็นแค่เพียง 1 ส่วนใน 10 ส่วนที่เรียกคืนมาได้จากกลุ่มผู้โจรกรรมขุดกรุวัดราชบูรณะ เมื่อ 66 ปีก่อน 

ศิลปวัตถุทั้งหมดทำจากทองคำแล้วประดับตกแต่งด้วยอัญมณีต่างๆ แบ่งเป็นศิลปวัตถุจำพวกเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องราชูปโภค และเครื่องยศต่างๆ พระแสงขรรค์
ชัยศรี และเครื่องต้นเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์ และยังมีศิลปวัตถุที่ทำเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา 

ความน่าสนใจอีกประการของพิพิธภัณฑ์ฯแห่งนี้คือได้จำลองกรุของพระปรางค์วัดราชบูรณะมาจัดแสดง เพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่ากรุพระปรางค์วัดราชบูรณะแบ่งเป็นสามส่วนชั้นที่ 1 บรรจุพระพุทธรูปและพระพิมพ์ต่างๆ ชั้นที่ 2 บรรจุเครื่องทอง (ชั้นนี้คือส่วนที่ถูกโจรกรรมเมื่อ 66 ปีก่อน) และชั้นที่ 3 ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ โดยพระบรมสารีริกธาตุถูกบรรจุไว้ในครอบที่ทำจากโลหะต่างๆ ถึงเจ็ดชั้น คือ เหล็ก ชิน สำริด (สัมฤทธิ์) เงิน ทองคำ แก้วผลึก และผอบทองคำ

เขียนมาถึงตรงนี้ Mr.Flower มั่นใจว่าคุณผู้อ่านคอลัมน์นี้คงสนใจไปชมความงามของวัดหน้าพระเมรุฯ และพิพิธภัณฑ์ฯเจ้าสามพระยา และคงต้องการไปเที่ยวชมดูความงามในมุมต่างๆ ของกรุงศรีอยุธยา อดีตราชธานีของไทย 

หากคุณสนใจร่วมทริปพิเศษไปกับ Mr.Flower เพื่อชมความงดงามวิจิตรตระการตาของพระนครศรีอยุธยาในมุมต่างๆ โปรดติดต่อ 091-7233615 เราท่องเที่ยวแบบเจาะลึกด้านประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม โดยเน้นการเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆ รับสมาชิกไม่เกิน 20 คน

โซไซตี้ : สศก.เปิดตัวแอป‘บอกต่อ’ แอปเดียวจบ ครบทุกบริการด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723102

โซไซตี้ : สศก.เปิดตัวแอป‘บอกต่อ’  แอปเดียวจบ ครบทุกบริการด้านเกษตร

โซไซตี้ : สศก.เปิดตัวแอป‘บอกต่อ’ แอปเดียวจบ ครบทุกบริการด้านเกษตร

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสศก.

ฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ในฐานะศูนย์กลางการให้บริการข้อมูลสารสนเทศการเกษตรของประเทศ ได้มุ่งมั่นพัฒนาระบบให้บริการด้านการเกษตรมาอย่างต่อเนื่องสำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานต่างๆ
ทั้งภาครัฐ และเอกชน ในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ทั้งการวางแผนบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหา ตลอดจนการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ สศก. จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น “บอกต่อ” เพื่อให้เกษตรกรและผู้สนใจสามารถเข้าถึงบริการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One stop service)โดยให้บริการด้วยชุดเมนูหลักต่างๆ ครอบคลุมมากกว่า 50 บริการ ดังนี้ รับปัจจัยการผลิตฟรีเช่น สารเร่งซุปเปอร์ พด. น้ำหมักชีวภาพปุ๋ยชีวภาพ หญ้าแฝก พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ สารควบคุมแมลงศัตรูพืช วัสดุการเกษตร ด้านกองทุน การติดต่อขอคำปรึกษา ขอคำแนะนำ ทั้งกองทุน FTA กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน การขอรับบริการ เช่น การตรวจรับของ GAP อินทรีย์ทั้งพืช ปศุสัตว์ ประมง ตรวจรับรองมาตรฐานหม่อนไหม บริการวิเคราะห์คุณภาพอาหารสัตว์ การให้บริการรับจดทะเบียน การตรวจสอบดินเพื่อการเกษตร ให้บริการผสมเทียม การตรวจสอบรายชื่อในเขตปฏิรูปที่ดิน ศูนย์เรียนรู้ให้คำแนะนำประชาชน การให้บริการฝนหลวง งานวิจัยต่างๆ รวมถึงบริการคำแนะนำ ร้องเรียน ร้องทุกข์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การช่วยเหลือ เช่น การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งพืช ปศุสัตว์ ประมง การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยโรคใบด่างมันสำปะหลัง การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยโรค AFS ในสุกร มาตรการและนโยบายช่วยเหลือจากภาครัฐ มาตรการช่วยเหลือด้านการผลิต การประกันรายได้ เยียวยาเกษตรกร เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีข้อมูล ราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญ เป็นข้อมูลราคารายสัปดาห์ ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งมีสถานการณ์สินค้าผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร รวมถึงมีข้อมูลการ พยากรณ์สภาพอากาศ ให้เกษตรกรได้ใช้ในการวางแผนการเพาะปลูกอีกด้วย

“แอปพลิเคชั่น บอกต่อ ทาง สศก.มุ่งหวังให้เป็นศูนย์รวมการให้บริการด้านการเกษตรอย่างรอบด้าน โดยผู้ใช้แอปพลิเคชั่น สามารถกดแชร์เพื่อบอกต่อไปยังท่านอื่นๆ ได้ตามความต้องการ ซึ่ง สศก. ได้พัฒนาและออกแบบให้ใช้งานง่าย ผ่านทางสมาร์ทโฟนหรือแท็บเลต หรือ PC คอมพิวเตอร์ทั่วไป ได้ทุกที่ทุกเวลาซึ่งได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่รับผิดชอบในแต่ละด้าน อย่างไรก็ตาม การใช้งานในระยะแรก แนะนำให้ผู้ใช้ ติดต่อกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนั้นๆ โดยตรงควบคู่ไปด้วย เนื่องจากบางเมนูข้อมูลการให้บริการอาจสิ้นสุดหรือใกล้หมดแล้ว เช่น การขอรับปัจจัยการผลิต พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ วัสดุด้านการเกษตรต่างๆ เป็นต้น” เลขาธิการ สศก. กล่าว

ทั้งนี้ สศก. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า แอปพลิเคชั่น “บอกต่อ” จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือเนวิเกเตอร์ที่อำนวยความสะดวกกับเกษตรกรและผู้สนใจ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการข้อมูลและขอรับบริการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยหลังจากนี้ สศก. จะมีการจัดอบรมให้กับหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อร่วมเป็นผู้ดูแลแอปพลิเคชั่นในชุดเมนูที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัยและเป็นปัจจุบันตลอดเวลา โดยเกษตรกรและทุกท่านที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นผ่านระบบ Android และระบบ IOS รวมถึงใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ที่ https://bohktoh.oae.go.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โทรศัพท์ 02-5612870 Email : prcai@oae.go.th

คุณแหน : 9 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723098

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพ ศ.เกียรติคุณ นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส 16 เม.ย. 17.30 น. ศ.พญ.สดใส เวชชาชีวะ,ศ.พญ.อลิสา-ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ,งามพรรณ เวชชาชีวะ,อดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์-ศ.ดร.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ฝากเรียนมาณ โอกาสนี้..

ll ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับโลกริมน้ำเจ้าพระยา จัดงาน THE ICONIC SONGKRANFESTIVAL 2023 มหัศจรรย์เจ้าพระยา มหาสงกรานต์11-17 เม.ย. เชิญกราบสักการะและสรงน้ำพระพุทธรูปเกสรดอกไม้องค์จำลอง จากวัดสารพัฒนึก อุบลราชธานีชมความงดงามของขบวนแห่นางสงกรานต์“ญาญ่า”อุรัสยา เสปอร์บันด์ สวมบทบาทนางกิมิทาเทวีนางสงกรานต์ประจำปี 2566  พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ โดยมี อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน 11 เม.ย.16.00 น. ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม..

llผ่าเข่าเปลี่ยนข้อเข่าเสื่อมทั้ง 2 ข้าง วราภรณ์ พิชญ์พงศา กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ทำกายภาพและหัดเดินใช้วอล์กเกอร์ หลังทนเจ็บมาหลายปี..

ll ระหว่างสงกรานต์ 13-16 เม.ย. จารุทัศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ฝากแจ้งเพื่อนๆ และลูกค้าขอปิดร้านจาร์ทิซานน์(Jartisann)แบรนด์ชีสสัญชาติไทยชั่วคราว จะเปิดทำการ 17 เม.ย.นี้..

ll คุ้มแสนคุ้มเฉพาะเดือนเม.ย.เท่านั้น ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น เอโดะ ที่ รร.อัศวิน หลักสี่ โรงแรมใหม่เอี่ยม จัดบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน 590 บาทมื้อค่ำ 690 บาท มีถึงสิ้นเดือนเม.ย.นี้..ส่วนบุฟเฟ่ต์นานาชาติ มื้อกลางวัน 690 บาท ทุกเคาน์เตอร์อาหารญี่ปุ่น-ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย-เป็ดย่าง-หมูแดง เชฟ(พ่อครัว)ทำให้สดๆ ใหม่ๆ ตั้งแต่เปิดมาเต็มทุกมื้อทุกห้อง จึงขอให้จองโต๊ะล่วงหน้าที่02-1595888..

ll สวด ภาวิณี(รพีพันธ์)เมธาวัธน์ มารดา นรพล โมราวงศ์ 7-9 เม.ย.17.30 น. วัดเสมียนนารี ศาลา 5..ฌาปนกิจ 10 เม.ย. 13.00 น. ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวยเอ็มดีดอนเมืองโทลล์เวย์ สั่งทีมงานเตรียมจัดกิจกรรม“สงกรานต์ปลอดภัยใส่ใจเพื่อนร่วมทาง” ปีที่ 13จัดทำถุงกันง่วงไว้แจกให้กับพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หมอชิต เพื่อรณรงค์ให้ขับรถรับ-ส่งผู้โดยสารอย่างระมัดระวังในช่วงสงกรานต์นี้..

ll เตือนภัยเมื่อ Facebook ขึ้นชื่อ Veerathai Santiprabhob ส่งคำขอเป็นเพื่อน แต่กลายเป็นมิจฉาชีพมีรูปโปรไฟล์และข้อมูลทำงานที่ Tampa General Hospital ไม่ใกล้เคียงตัวจริงซึ่งจบ Harvard และเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย..ll

น้อง

เคทีซี จับมือ แกรนด์ ไฮแอทฯ ชวนอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารจาก 7 ห้องอาหารชั้นนำของโรงแรมฯ ตลอดปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723127

เคทีซี จับมือ แกรนด์ ไฮแอทฯ ชวนอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารจาก 7 ห้องอาหารชั้นนำของโรงแรมฯ ตลอดปี

เคทีซี จับมือ แกรนด์ ไฮแอทฯ ชวนอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารจาก 7 ห้องอาหารชั้นนำของโรงแรมฯ ตลอดปี

วันเสาร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.59 น.

เคทีซี : บัตรเครดิต “เคทีซี” จับมือกับ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ชวนนักชิมสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภทมาเปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารจาก 7 ห้องอาหารและบาร์ชั้นนำของโรงแรมฯ ด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 30% ตลอดปี 2566 โดยไม่ต้องใช้คะแนนแลก เพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับสมาชิกบัตรเคทีซี

นางสาวปริม ปัญญาเสรีพร  ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ นายพีรเดช เจริญดิเรกทรัพย์  ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เปิดตัวกิจกรรม KTC DINNING AROUND : Grand Dining Journey in Bangkok at Grand Hyatt Erawan Bangkok  โดยมอบส่วนลดสูงสุดถึง 30% ตลอดปี 2566  โดยไม่ต้องใช้คะแนนแลก ให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท ได้อิ่มอร่อยกับอาหารไทยและอาหารนานาชาติจาก 7 ห้องอาหารชื่อดังภายใน โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ได้แก่ บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ที่ห้องเดอะ ไดนิ่ง รูม (The Dining Room),  อาหารฝรั่งเศส ที่ห้องกาสตง (Gaston), อาหารอิตาเลียนที่ห้องซาลเวีย (Salvia), อาหารไทยสไตล์ฟิวชั่นที่ร้านยู แอนด์ หมี่ (You & Mee), ขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสที่ ห้องเอราวัณ เบเกอรี่ (Erawan Bakery),  เครื่องดื่มที่ บาร์ แอท โฟร์นายโฟร์ (Bar@494) และ อาหารไทยต้นตำรับ ที่ห้องเอราวัณ ที รูม (Erawan Tea Room) ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่  31 ธันวาคม 2566

เดอะ ไดนิ่ง รูม (The Dining Room) ตั้งอยู่ชั้นล็อบบี้ (Lobby)ของโรงแรมฯ มอบประสบการณ์รับประทานอาหารแบบอร่อยเต็มอิ่มจากหนึ่งในมื้อบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติที่ดีที่สุดในกรุงเทพมหานคร พร้อมความตระการตาจากรายการอาหารที่ดีที่สุดคัดสรรและบรรจงปรุงด้วยทีมคัลลินารีมากความสามารถ เพื่อนำเสนอหลากหลายรสชาติจากทั่วทุกมุมโลกแบบต้นตำรับ บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติมื้อกลางวัน ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12:00 ถึง 14:30 น. ราคาท่านละ 1,650++ บาท (จันทร์ถึงศุกร์) 2,150++ บาท (เสาร์) และ 2,450++ บาท (อาทิตย์) บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติมื้อค่ำ ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18:00 ถึง 22:00 น. ราคาท่านละ 2,050++ บาท (ทุกวัน) และเดอะ แกรนด์ ซันเดย์ บรันช์ ให้บริการทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน ตั้งแต่เวลา 12:00 ถึง 15:00 น. ราคาท่านละ 3,250++ บาท (ทุกวัน)

ซาลเวีย Salvia ตั้งอยู่ ชั้นเมสซานีน (Mezzanine) ห้องอาหารอิตาเลี่ยน ได้รับแรงบันดาลใจจากห้องอาหารอิตาเลี่ยนสไตล์ออสเตอเรีย (Osteria) ในบรรยากาศสบายๆ นำเสนอเอกลักษณ์ความอร่อยในเมนูตำรับดั้งเดิมของแคว้นซาร์ดิเนียจากเชฟโรเบอร์โต พาเรนเทล่า ผ่านเทคนิคในการปรุงจนถึงการนำเสิร์ฟ ออกมาเป็นเมนูจานพิเศษที่มีรสชาติอร่อยในแบบเฉพาะตัว เติมเต็มมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์ ให้บริการทุกวัน สำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

กาสตง (Gaston) ตั้งอยู่ ชั้นโลเวอร์ ล็อบบี้ (Lower Lobby) ห้องอาหารฝรั่งเศสแนวบิสโทรกับมื้อสบายๆ ราวกับจำลองบิสโทรใจกลางปารีสมาไว้ในกรุงเทพมหานคร ที่ใครมาแล้วก็อยากกลับมาอีกครั้งอยู่เสมอ พร้อมเสิร์ฟเมนูเลื่องชื่อยอดนิยมอย่าง ‘สเต๊กฟริตส์’ (Steak Frites) หรือ สเต๊กพร้อมมันฝรั่งทอด และอีกหลายจานอาหารฝรั่งเศสแท้จากตำรับดั้งเดิมของแต่ละภูมิภาคสร้างสรรค์โดย เชฟเดวิด เซนญา  อีกทั้ง ยังมีรายการไวน์และค็อกเทลยอดนิยม  ให้บริการสำหรับมื้อค่ำทุกวัน และมื้อกลางวันในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ยูแอนด์หมี่ (You&Mee) ตั้งอยู่ ชั้นโลเวอร์ ล็อบบี้ (Lower Lobby เติมเต็มความอร่อยทุกมื้อเคล้ากลิ่นอายไทย-เอเชีย ในเมนูอาหารจาน ‘ก๋วยเตี๋ยว’ ที่โดดเด่นหลากหลาย และอีกหลายรายการอาหารยอดนิยม ของว่างขึ้นชื่อ และเครื่องดื่มสดชื่น ที่ล้วนปรุงจากวัตถุดิบท้องถิ่นคัดสรรอย่างดีเยี่ยม นำเสิร์ฟอย่างเต็มที่ในบรรยากาศสบายๆ ของห้องอาหารที่ตกแต่งอย่างสวยงามโดดเด่นไม่ซ้ำใครให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30 ถึง 21.00 น.

เอราวัณ เบเกอรี่ (Erawan Bakery) ตั้งอยู่ ชั้นโลเวอร์ ล็อบบี้ (Lower Lobby) นำเสนอหลากหลายรายการของหวาน ขนมอบ เพสทรี และเบเกอร์รี่นานาชนิด เสิร์ฟพร้อมสูตรลับความอร่อยจากเพสทรี  โดยเชฟชาวฝรั่งเศสมากความสามารถ  จากวัตถุดิบที่ดีที่สุดผสานเทคนิคการอบขนมแบบฝรั่งเศสดั้งเดิม ทั้งยังมีรายการอาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องดื่มพิเศษ ชาและกาแฟคุณภาพเยี่ยม ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 ถึง 21.00 น.

บาร์ @ 494 (Bar @494) ตั้งอยู่ ชั้นโลเวอร์ ล็อบบี้ (Lower Lobby) หนึ่งในบาร์ที่ได้รับรางวัล “ไวน์บาร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพมหานคร” ต้อนรับนักดื่มด้วยหลากตัวเลือกเครื่องดื่มชั้นนำและรายการไวน์คุณภาพเยี่ยมที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันจากแหล่งผลิตชั้นเยี่ยม เปรียบเสมือนสวรรค์ใจกลางกรุงเทพมหานครสำหรับคนรักไวน์ตัวจริง รวมถึงเครื่องดื่มจิน (Gin) แปลกใหม่ 10 รสชาติจากทั่วโลกให้ได้เพลิดเพลินอย่างเต็มที่ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 ถึง 00.00 น.

เอราวัณ ที รูม (Erawan Tea Room) ตั้งอยู่ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก  ห้องอาหารแนะนำของมิชลิน ไกด์ นำเสิร์ฟอาหารไทยแท้ตำรับดั้งเดิมและรายการอาหารไทยขึ้นชื่อจากแต่ละภูมิภาค รวมทั้งประสบการณ์จิบชาขึ้นชื่อระดับสากลจากชุดน้ำชายามบ่ายสุดพิเศษสไตล์ตะวันออกที่แฝงกลิ่นอายความเป็นไทยอย่างชัดเจน นำเสนอในบรรยากาศอบอุ่นด้วยการตกแต่งร่วมสมัยอย่างไทย ผสานกับความมีชีวิตชีวาของใจกลางย่านราชประสงค์และพระพรหมเอราวัณ พร้อมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเร็วๆ นี้

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ KTC PHONE  02-1235000 หรือที่เว็บไซต์  https://www.ktc.co.th/promotion/dining/hotel-dining สมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก    เคทีซี ทัช ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงค์ http://bit.ly/apply-ktc

-(016)

สยามยอชท์คลับ คอมมูนิตี้สุดชิคของคนกรุงเทพฯ ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723125

สยามยอชท์คลับ คอมมูนิตี้สุดชิคของคนกรุงเทพฯ ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน

สยามยอชท์คลับ คอมมูนิตี้สุดชิคของคนกรุงเทพฯ ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน

วันเสาร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.55 น.

นักชิมและนักดื่มที่กำลังมองหาสถานที่แฮงค์เอาท์ใหม่ๆ  ที่ไม่ใช่เป็นเพียงร้านอาหารและบาร์  เราไม่อยากให้คุณพลาด  สยามยอชท์คลับ  (Siam Yacht Club) สถานที่นัดรวมตัวกันเพื่อพบปะสังสรรค์ ครบรสทั้งอาหารและเครื่องดื่ม เพลิดเพลินกับการฟังดนตรีสดหรือฟังเพลงจากดีเจชั้นนำ สามารถนั่งดื่มนั่งเพลินกันได้ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกไปจนตลอดคํ่าคืน หรือแม้กระทั่งจัดงานอีเวนท์หรือกิจกรรมอื่นๆ ได้ตามต้องการ เช่น กิจกรรมของกลุ่ม LGBTQ+ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ฯลฯ ซึ่งกำลังเป็นคอมมูนิตี้สุดชิคของคนกรุงเทพฯ ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกันในขณะนี้

สยามยอชท์คลับ  ตั้งอยู่บนโค้งน้ำที่สวยที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน สามารถมองเห็นบรรยากาศที่สวยงามของทั้งฝั่งเมืองเก่าและฝั่งเมืองใหม่ได้อย่างชัดเจน  โดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่ง ให้ความรู้สึกเสมือนการล่องเรือยอชท์ชมความงามบนท้องทะเล โดยได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกวัฒนธรรมเมืองหลวงในยุคเรืองรองที่สองริมฝั่งแม่น้ำแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการค้าของไทยในอดีต

ภายใน สยามยอชท์คลับ  แบ่งเป็นโซนต่างๆ ที่คุณสามารถเลือกได้  ไม่ว่าจะเป็นโซน indoor มีที่นั่งเก๋ๆ สำหรับรองรับแขกได้ถึง 40 ที่นั่ง มีบาร์เครื่องดื่มขนาดใหญ่รวมถึงครัวอาหารแบบครัวเปิดและเตาปิ้งย่างแบบยุโรป เพื่อให้แขกมองเห็นทุกขั้นตอนของการปรุงอาหาร ส่วนโซน outdoor ภายนอกสามารถรองรับแขกได้ถึง 150 คน ด้วยบรรยากาศกลางแจ้งสบายๆ และวิวริมแม่น้ำแบบพาโนรามา มีโซนที่นั่งสำหรับรับประทานอาหารและโซนที่เป็นเลาจน์ และบาร์เครื่องดื่มสำหรับแขกที่ชอบนั่งชิลล์สบายๆ เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศและเครื่องดื่มแก้วโปรดได้ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกไปจนตลอดค่ำคืน และมีห้องวีไอพีสำหรับ 12 คน สำหรับแขกที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

เมนูอาหารของที่นี่เป็นอาหารแนวใหม่ มีคอนเซ็ปต์และรูปแบบโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ  จากการทวิสต์อาหารเอเชียดั้งเดิมและอาหารตะวันตกสมัยใหม่เข้าด้วยกัน  โดยยังคงรสชาติดั้งเดิมไว้  ด้วยวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยมจากทั่วโลก  ซึ่ง เชฟนุ ณัฐชยพงษ์ หอมสมบัติโชติ หัวหน้าเชฟ ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องเทศและสมุนไพรที่ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมอาหารในสมัยรัตนโกสินทร์ มาผสมผสานกับอาหารนานาชาติยอดนิยมให้เกิดเป็นซิกเนเจอร์จานเด่นที่เป็นสูตรเฉพาะของที่นี่ เช่น Temphe (เทมปุระสไตล์ญี่ปุ่นผสมสมุนไพรและเครื่องเทศไทย)  SYC ซีฟู้ด ทาวเวอร์ (เซ็ททะเลรวมเสิร์ฟคู่กับซอสสยามยอชท์คลับและหอยนางรมฝรั่งเศส)  และ Calamaretti  (พาสต้าครีมต้มยำทะเล) ซึ่งมีเสิร์ฟที่ สยามยอชท์คลับ เท่านั้น  ปิดท้ายกับของหวายยอดนิยมและมีลูกเล่น อย่าง พานาคอตตาในมะพร้าวเผา

อรรถรสในการทานอาหารเพิ่มมากขึ้นกับครัวเปิด (open-kitchen) มองเห็นการทำงานของเหล่าเชฟที่ประสานสัมพันธ์กันในทุกขั้นตอนของปรุงอาหาร ที่ผสมผสานวิธีการปรุงแบบชาวตะวันตกให้เข้ากับวัฒนธรรมการปรุงอาหารแบบเอเชียดั้งเดิม รวมถึงกระบวนการเตรียมวัตถุดิบและส่วนผสมที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอาหารที่หลากหลายของไทย

นักดื่มต้องไม่พลาดเครื่องดื่มที่เป็นซิกเนเจอร์อย่าง Pier No.3 (นำวิสกี้ญี่ปุ่น คาคูบิน และเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ไซรับ มาผสมผสานกันและเสิร์ฟในผลสับปะรดสดทั้งลูก)  Fireboat (เป็นการนำเหล้าวอดก้า  มาลิบู คาราเมลไซรับ ขิงสด พริกและหอมแดงมาผสมผสานกัน จนได้ค็อกเทลที่รสชาติเผ็ดร้อนจากเครื่องเทศและสมุนไพรไทย)  Maritime (เป็นการผสมผสานเหล้าโซจูของเกาหลี  กับอเปโรล เบียงโค่ เวอร์มุต สปาร์คกลิ้งไวน์ และเสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมแท่งรสผลไม้ ที่มีให้เลือก 3 รส ได้แก่เสาวรส ลิ้นจี่ สับปะรด)  Catamaran (เป็นการนำเหล้ารัมชั้นเลิศของไทย คือ พระยารัม มาผสมผสานกับบลูคูราเซา น้ำเชื่อมมะม่วง น้ำเกรปฟรุต ใบสะระแหน่และเสิร์ฟพร้อมกับส้มโอชิ้นใหญ่) รวมทั้งเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น น้ำพันช์ผลไม้ สมูทตี้ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หรือจะเป็นสูตรเฉพาะในแบบที่คุณโปรดปราน

สยามยอชท์คลับ สถานที่แฮงค์เอาท์สุดชิลแห่งใหม่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ที่คุณจะได้รับประสบการณ์ใหม่ของการรับประทานอาหารและการสังสรรค์ที่แตกต่าง เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 01.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่  https://www.sycbangkok.com โทร.02-2660123  หรืออีเมล: siamyachtclub@sheraton.com

-(016)