ตร.ลากผดส.เฟิร์สคลาสลงจากเครื่อง หลังอาละวาดเพราะไม่ได้เครื่องดื่มย้อมใจ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675693

ตร.ลากผดส.เฟิร์สคลาสลงจากเครื่อง หลังอาละวาดเพราะไม่ได้เครื่องดื่มย้อมใจ (คลิป)

9 เม.ย. 2566 11:10 น.

ตร.ลากผดส.เฟิร์สคลาสลงจากเครื่อง หลังอาละวาดเพราะไม่ได้เครื่องดื่มย้อมใจ (คลิป)

เกิดเหตุป่วนที่ชั้นเฟิร์สคลาส สายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส เมื่อผู้โดยสารหนุ่มใหญ่อาละวาดเหมือนเด็กๆ หลังไม่พอใจที่พนักงานไม่ยอมเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนที่เครื่องจะออกเดินทาง

กลายเป็นคลิปไวรัลในโลกโซเชียล หลังจากผู้โดยสารหนุ่มใหญ่ที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส อาละวาดเหมือนเด็กๆ เพราะไม่พอใจที่พนักงานไม่ยอมเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนที่เครื่องจะออกเดินทาง จนกระทั่งตำรวจต้องมาเชิญตัวลงจากเครื่อง โดยต้องใส่กุญแจมือหนุ่มรายดังกล่าวก่อนควบคุมตัวลงไปสงบสติอารมณ์ โดยที่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด

สำหรับคลิปเหตุการณ์นี้ถูกถ่ายเอาไว้ได้โดยผู้โดยสารคนอื่นๆ โดยคลิปเริ่มต้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่พยายามเจรจาให้ชายคนดังกล่าวลงจากเครื่อง แต่เขาก็ยืนกรานปฏิเสธที่จะไม่ลงไป และเกิดการโต้เถียงกันขึ้น โดยชายคนดังกล่าวหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเจ้าหน้าที่ไว้ตลอดเวลา พร้อมปฏิเสธที่จะลงจากเครื่อง จนกระทั่งในท้ายที่สุดเขาก็ถูกเจ้าหน้าที่ยึดมือถือไป ก่อนที่ตำรวจจะใช้กำลังเข้าผลักดันเขาให้เดินออกมาและใส่กุญแจมือ ในขณะที่ชายคนดังกล่าวเอาแต่ตะโกนว่าหยุด และร้องไห้ออกมา

ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการระบุตัวตนของชายในคลิปว่าเป็นใครมาจากไหน และเพราะอะไรเขาถึงถูกปฏิเสธที่จะเสิร์ฟเครื่องดื่มจินโทนิคตามที่เขาร้องขอ เพราะตามกฎของอเมริกันแอร์ไลน์ส ผู้โดยสารเฟิร์สคลาสมีสิทธิที่จะขอเครื่องดื่มก่อนเครื่องจะออกได้

ด้านหน่วยงานขนส่งของสหรัฐฯ ระบุว่า ทางสายการบินมีสิทธิที่จะเชิญตัวผู้โดยสารคนใดลงจากเครื่องก็ได้ หากเห็นว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง หรือมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรืออาจจะรบกวนผู้โดยสารคนอื่นๆ หรือทำผิดกฎหมาย

สำหรับคลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้มีการโพสต์ลงใน TikTok รวมทั้งแชร์ใน Reddit โดยมีคนสนใจเข้ามาคอมเมนต์มากกว่า 40,000 ครั้ง โดยส่วนใหญ่ต่างตำหนิพฤติกรรมของชายคนดังกล่าวว่าทำตัวไร้วุฒิภาวะ เหมือนเด็กไม่ได้ของเล่น แล้วก็ควบคุมอารมณ์ไม่ได้

นับว่าเป็นเหตุการณ์ป่วนบนเครื่องบินโดยสารในสหรัฐฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุพ่อรายหนึ่งทำร้ายผู้โดยสารอีกคนต่อหน้าลูก รวมทั้งเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งขู่จะฆ่าผู้โดยสารคนอื่น และยังใช้ช้อนที่หักแทงใส่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินด้วย.

ดูคลิป ที่นี่

ที่มา : เดลี่เมล

นักช็อปหนีตาย เหตุยิงกันในห้างสหรัฐฯ บาดเจ็บ 3 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675670

นักช็อปหนีตาย เหตุยิงกันในห้างสหรัฐฯ บาดเจ็บ 3 ราย

9 เม.ย. 2566 09:59 น.

นักช็อปหนีตาย เหตุยิงกันในห้างสหรัฐฯ บาดเจ็บ 3 ราย

เกิดเหตุยิงกันในห้างสรรพสินค้าในรัฐเดลาแวร์ ของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพนักช็อปออกจากห้าง เพื่อความปลอดภัย


ตำรวจรัฐเดลาแวร์ ของสหรัฐฯ กำลังเร่งสอบสวนเหตุยิงกันภายในห้างคริสเตียนา มอลล์ ห้างที่ใหญ่ที่สุดของรัฐในชุมชนทางตอนเหนือใกล้กับรัฐเพนซิลเวเนีย จนต้องมีการอพยพประชาชนภายในห้างออกมา โดยเบื้องต้นมีรายงานผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 ราย ภายในพื้นที่ศูนย์อาหาร โดยทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงแล้ว ขณะที่ล่าสุดตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมดแล้ว โดยไม่พบความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของภายในห้าง หรือพื้นที่โดยรอบแต่อย่างใด โดยตำรวจกำลังอยู่ระหว่างเร่งติดตามหาตัวคนร้ายรายนี้

อย่างไรก็ตาม ห้างดังกล่าวจะยังคงปิดให้บริการไปจนถึงช่วงค่ำวันเสาร์ ตามเวลาในท้องถิ่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าเก็บหลักฐาน โดยยังไม่มีการแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับตัวคนร้าย หรือแรงจูงใจในการก่อเหตุแต่อย่างใด.

ที่มา : ฟอกซ์นิวส์

อิหร่านติดกล้องวงจรปิด จับตาผู้หญิงไม่สวมฮิญาบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675658

อิหร่านติดกล้องวงจรปิด จับตาผู้หญิงไม่สวมฮิญาบ

9 เม.ย. 2566 08:38 น.

อิหร่านติดกล้องวงจรปิด จับตาผู้หญิงไม่สวมฮิญาบ

ตำรวจอิหร่านประกาศว่า ทางการได้เริ่มติดตั้งกล้องในที่สาธารณะเพื่อระบุตัวผู้หญิงที่ไม่สวมผ้าคลุมศีรษะ โดยผู้หญิงที่ไม่คลุมศีรษะจะได้รับ “ข้อความเตือนเกี่ยวกับผลที่ตามมา” ตำรวจกล่าวว่า การทำเช่นนี้จะช่วยป้องกัน “การต่อต้านกฎหมายสวมฮิญาบ”

แถลงการณ์ของตำรวจที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวสาธารณรัฐอิสลามที่บริหารโดยรัฐ ระบุว่า ระบบดังกล่าวใช้กล้องที่เรียกว่า “กล้องอัจฉริยะ” และเครื่องมืออื่นๆ เพื่อระบุและส่ง “ใบเตือนและข้อความเตือนไปยังผู้ละเมิดกฎหมายฮิญาบ”

ผู้หญิงถูกบังคับให้คลุมผมด้วยฮิญาบตามกฎหมาย นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 2522 ได้กำหนดให้มีการตีความกฎหมายศาสนาอย่างเข้มงวด ผู้หญิงที่ฝ่าฝืนกฎหมายจะถูกปรับหรือถูกจับกุม

แถลงการณ์ของตำรวจเมื่อวันเสาร์ระบุว่า ผ้าคลุมศีรษะเป็น “หนึ่งในรากฐานทางอารยธรรมของประเทศอิหร่าน” และเรียกร้องให้เจ้าของธุรกิจรักษากฎผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด

ขณะที่การโจมตีและทำร้ายผู้หญิงที่ไม่สวมผ้าคลุมศีรษะในที่สาธารณะมักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอของชายคนหนึ่งที่สาดโยเกิร์ตใส่ผู้หญิงสองคนที่ไม่สวมฮิญาบ และต่อมาผู้หญิงทั้งสองได้ถูกจับกุมภายใต้กฎหมายฮิญาบ ส่วนชายที่ก่อเหตุก็ถูกจับกุมเช่นกัน

เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศเมื่อปีที่แล้ว ที่มีสาเหตุจากการเสียชีวิตในการควบคุมตัวของตำรวจของมาห์ซา อามินี หญิงสาวชาวเคิร์ดที่ถูกจับในข้อหาละเมิดกฎการสวมฮิญาบ นับตั้งแต่การเสียชีวิตของอามินี ผู้หญิงจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ไม่สวมผ้าคลุมศีรษะ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ แม้จะเสี่ยงต่อการถูกจับกุมก็ตาม ขณะที่มีผู้ประท้วงหลายพันคนถูกจับกุม และสี่คนถูกประหารชีวิตตั้งแต่เดือนธันวาคม แต่กลุ่มเคร่งศาสนายังคงยืนกรานว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากกว่านี้

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีอิหร่าน อิบราฮิม ไรซี ย้ำว่า การที่ผู้หญิงอิหร่านต้องสวมฮิญาบเป็น “ความจำเป็นทางศาสนา” ส่วนเมื่อวันที่ 30 มีนาคม กระทรวงมหาดไทยของอิหร่านกล่าวถึงฮิญาบว่า เป็นหนึ่งในรากฐานทางวัฒนธรรมของประเทศอิหร่าน และเป็นหนึ่งในหลักปฏิบัติของสาธารณรัฐอิสลาม และจะไม่มีการถอยกลับในประเด็นนี้

อย่างไรก็ตาม นายโกลัมฮุสเซน เมห์เซนี-อีเจ ประธานศาลยุติธรรมของอิหร่าน กล่าวเตือนเมื่อวันศุกร์ว่า การปราบปรามอย่างกว้างขวางอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการส่งเสริมให้ผู้หญิงปฏิบัติตามกฎ เขากล่าวว่า “ปัญหาทางวัฒนธรรมต้องแก้ไขด้วยวิธีทางวัฒนธรรม หากเราต้องการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการจับกุมและคุมขัง ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นและเราจะไม่เห็นผลที่ต้องการ”.

จีนซ้อมรบรอบไต้หวัน 3 วัน หลัง “ไช่ อิงเหวิน” พบประธานสภาสหรัฐฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675633

จีนซ้อมรบรอบไต้หวัน 3 วัน หลัง "ไช่ อิงเหวิน" พบประธานสภาสหรัฐฯ

9 เม.ย. 2566 07:30 น.

จีนซ้อมรบรอบไต้หวัน 3 วัน หลัง “ไช่ อิงเหวิน” พบประธานสภาสหรัฐฯ

กองทัพจีนจัดซ้อมการโอบล้อมไต้หวันระหว่างการฝึกซ้อมทางทหารเป็นเวลา 3 วัน โดยรัฐบาลจีนซึ่งมองว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของจีน เรียกปฏิบัติการนี้ว่าเป็นการ “ตักเตือนอย่างเข้มงวด” ต่อรัฐบาลไต้หวัน

กระทรวงกลาโหมไต้หวันแถลงว่า ตรวจพบเรือรบของจีน 9 ลำ เครื่องบินขับไล่ของจีน 71 ลำ อยู่รอบไต้หวัน ในช่วงก่อนเที่ยงของวันนี้ นอกจากนี้เครื่องบินขับไล่ของจีน 29 ลำ ยังได้ข้ามเข้ามาในเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ หรือเอดีไอซี ของไต้หวันซึ่งถือเป็นเส้นแบ่งอย่างไม่เป็นทางการระหว่างดินแดนของจีนและไต้หวัน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เรือลำหนึ่งยิงกระสุนหนึ่งนัดจากดาดฟ้าขณะแล่นใกล้เกาะผิงถาน ซึ่งเป็นจุดที่ใกล้ที่สุดของจีนกับไต้หวัน สื่อทางการของจีนกล่าวว่า การซ้อมรบทางทหารจะจัดกำลังลาดตระเวนและรุกคืบรอบเกาะไต้หวันไปพร้อมๆ กัน ก่อให้เกิดการโอบล้อมและป้องปราม และเสริมว่า กองทัพจีนยังนำปืนใหญ่จรวดพิสัยไกล เรือพิฆาต เรือขีปนาวุธ เครื่องบินทิ้งระเบิด เครื่องรบกวน และเครื่องเติมเชื้อเพลิง มาใช้ในการซ้อมรบครั้งนี้ด้วย

แม้ว่าจีนเคยจัดการซ้อมรบรอบไต้หวันมาแล้วหลายครั้ง แต่ “การโอบล้อม” ครั้งนี้ก็ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ที่ประธานาธิบดีไช่ของไต้หวัน พบกับนายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐฯ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีไช่กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า รัฐบาลไต้หวันจะยังคงทำงานร่วมกับสหรัฐฯ และประเทศประชาธิปไตยอื่นๆ เนื่องจากเกาะแห่งนี้เผชิญกับ “ลัทธิเผด็จการที่ขยายอำนาจอย่างต่อเนื่อง” จากจีน นางไช่ยังแสดงความคิดเห็นดังกล่าวในระหว่างการประชุมกับคณะผู้แทนรัฐสภาสหรัฐฯ ในนครไทเป นำโดยนายไมเคิล แมคคอล ประธานคณะกรรมการกิจการต่างประเทศของสภาฯ

นายแมคคอลกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังดำเนินการจัดหาอาวุธให้ไต้หวัน “ไม่ใช่เพื่อสงคราม แต่เพื่อสันติภาพ”

กองทัพภาคตะวันออกของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน หรือ พีแอลเอ (PLA) แถลงว่า การฝึกซ้อมทางทหารที่มีชื่อว่ายูไนเต็ดชาร์ปซอร์ด (United Sharp Sword) จะดำเนินไปตั้งแต่วันนี้จนถึงวันจันทร์ ด้านสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานอ้างโฆษกพีแอลเอว่า การฝึกซ้อมทางทหารจะเกิดขึ้นทั้งในน่านน้ำและน่านฟ้าของช่องแคบไต้หวัน นอกชายฝั่งทางเหนือและทางใต้ของไต้หวัน และทางตะวันออกของไต้หวัน เพื่อเป็นการเตือนอย่างจริงจังต่อการที่กองกำลังแยกดินแดนหาทางแยกไต้หวันเป็นเอกราชคบคิดกับกองกำลังต่างชาติ และการดำเนินกิจกรรมยั่วยุ การฝึกซ้อมนี้จำเป็นต่อการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพทางดินแดนแห่งชาติของจีน

กระทรวงกลาโหมของไต้หวันกล่าวว่าจะตอบโต้การฝึกซ้อมของจีน “ด้วยท่าทีที่สงบ มีเหตุผล และจริงจัง” โดยยึดหลักการ “ไม่เพิ่มความขัดแย้ง ไม่ก่อให้เกิดข้อพิพาทเพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ” และประณามการฝึกซ้อมทางทหารของจีนที่อ้างเรื่องที่ประธานาธิบดีไช่ แวะเยือนสหรัฐฯ และพบกับนายแมคคาร์ธี เป็นข้ออ้างในการฝึกซ้อมทางทหาร ซึ่งเป็นการบั่นทอนสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาค

เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว รัฐบาลจีนจัดการซ้อมรบเกือบหนึ่งสัปดาห์ทั่วไต้หวัน หลังจากที่นางแนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวัน

การฝึกซ้อมดังกล่าวเป็นการแสดงแสนยานุภาพครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีของจีน รวมถึงการใช้เครื่องบินรบและเรือรบ และการยิงขีปนาวุธ.

หมออึ้ง เจอแมลงสาบในช่องคลอดหญิงฮอนดูรัส บอกรู้สึกแปลกๆ จนต้องมารพ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675460

หมออึ้ง เจอแมลงสาบในช่องคลอดหญิงฮอนดูรัส บอกรู้สึกแปลกๆ จนต้องมารพ.

8 เม.ย. 2566 20:06 น.

หมออึ้ง เจอแมลงสาบในช่องคลอดหญิงฮอนดูรัส บอกรู้สึกแปลกๆ จนต้องมารพ.

หมอตะลึง ตรวจเจอแมลงสาบในช่องคลอดคนไข้หญิงรายหนึ่งในฮอนดูรัส หลังมาโรงพยาบาลด้วยอาการรู้สึกแปลกๆ ที่อวัยวะเพศ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย

เดลี่เมลรายงาน นายแพทย์ มาร์โก คาลิกซ์ สูตินรีแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเตกูซิลกับปา เมืองหลวงของประเทศฮอนดูรัสต้องตกตะลึง ตรวจเจอแมลงสาบที่ตายแล้วอยู่ในอวัยวะเพศหญิงของคนไข้รายหนึ่ง (แพทย์ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ระหว่างทำการตรวจภายในคนไข้หญิงรายนี้ ที่มาพบแพทย์ด้วยอาการที่เธอบอกว่ามีความรู้สึกแปลกๆ ในอวัยวะเพศ จากนั้น นายแพทย์คาลิกซ์ จึงได้ทำการคีบแมลงสาบออกมาจากช่องคลอด

นายแพทย์คาลิกซ์เปิดเผยว่า คนไข้หญิงรายนี้นอกจากรู้สึกแปลกๆ ในอวัยวะเพศแล้ว เธอยังมีอาการนอนไม่หลับ รู้สึกกระสับกระส่าย ไม่สบายตัว และเหงื่อแตกด้วย ซึ่งการพบแมลงสาบในอวัยวะเพศหญิงครั้งนี้ต้องนับเป็นครั้งแรกในชีวิตการทำงานรักษาคนไข้ของเขาเลยทีเดียว ในขณะที่แพทย์หลายคนต่างพากันตกตะลึงเช่นกัน เมื่อทราบข่าวนี้ เพราะที่ผ่านมา แพทย์เคยแต่เจอพวก ‘เซ็กซ์ทอย’ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการผ่อนคลายอารมณ์ อยู่ในอวัยวะเพศผู้หญิงเท่านั้น

‘คุณหมอคะ ฉันรู้สึกมีอะไรแปลกๆ ในช่องคลอด เธอบอก จากนั้นผมจึงใช้อุปกรณ์ตรวจภายในผู้หญิงมาตรวจให้กับคนไข้หญิงคนนี้และเห็นว่ามีแมลงตัวหนึ่งอยู่ในอวัยวะเพศ ซึ่งจริงๆ แล้ว ผมได้คีบเอาแมลงบางอย่างออกมา ที่ดูเหมือนกับเป็นแมลงสาบ’ นายแพทย์คาลิกซ์เปิดเผย

อย่างไรก็ตาม ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า แมลงสาบตัวนี้ย่องเงียบเข้าไปอยู่ในอวัยวะเพศของผู้หญิงคนนี้ได้อย่างไร และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ในขณะที่นายแพทย์คาลิกซ์ เผยเพียงว่าคนไข้หญิงคนนี้อยู่ในชนบท และแมลงสาบได้ตายไปแล้วขณะที่แพทย์คีบมันออกมาจากอวัยวะเพศ

ระทึก รถตกหลุมยุบในรัสเซีย พ่อลูกเคราะห์ร้าย โดนน้ำร้อนลวกสุดสยอง (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675308

ระทึก รถตกหลุมยุบในรัสเซีย พ่อลูกเคราะห์ร้าย โดนน้ำร้อนลวกสุดสยอง (คลิป)

8 เม.ย. 2566 15:50 น.

ระทึก รถตกหลุมยุบในรัสเซีย พ่อลูกเคราะห์ร้าย โดนน้ำร้อนลวกสุดสยอง (คลิป)

รถตกหลุมยุบในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ที่ภายในหลุมเต็มไปด้วยน้ำร้อน เป็นเหตุให้พ่อลูกที่อยู่ภายในรถ โดนน้ำร้อนลวกสุดสยอง

สื่อต่างประเทศรายงานและเผยแพร่คลิปเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญ ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองใหญ่อันดับสองของรัสเซีย เมื่อมีรถอเนกประสงค์ SUV สีขาวคันหนึ่ง ซึ่งมีสมาชิกในครอบครัวเดียวกันอยู่ภายในรถ และในจำนวนนี้เป็นเด็ก 2 คน ได้ประสบเหตุตกลงไปในหลุมยุบขนาดใหญ่ และภายในหลุม มีน้ำเดือด เนื่องจากท่อน้ำร้อนใต้ดินแตก จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากถูกน้ำร้อนลวก 2 ราย 

จากคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่า มีรถยนต์แบบอเนกประสงค์สีขาวตกลงไปในหลุมยุบขนาดใหญ่ซึ่งภายในหลุมนี้เต็มไปด้วยน้ำร้อน จนมีไอร้อนลอยกรุ่นขึ้นมาอย่างน่าสะพรึงกลัว

หลังได้รับแจ้งเหตุร้ายแรง เจ้าหน้าที่กู้ภัยรัสเซีย 2 ทีมได้เร่งปฏิบัติการช่วยเหลือคนในรถที่ประสบเหตุร้ายทันที โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คนเนื่องจากถูกน้ำร้อนลวก ได้แก่ พ่อ ซึ่งเป็นคนขับ และลูกชายวัย 10 ขวบ รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ส่วนลูกอีกคนปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บ โดยตามรายงานของสื่อในรัสเซียระบุว่า ชายผู้เป็นพ่อได้รับบาดเจ็บ ถูกน้ำร้อนลวกตามร่างกายถึง 30%

ด้านทางการนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กได้ส่งทีมกู้ภัย 31 คน พร้อมอุปกรณ์พิเศษมาซ่อมแซมท่อน้ำร้อนที่แตกทันที ขณะที่สำนักงานอัยการนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แถลงว่า สำนักงานอัยการได้ตั้งทีมสอบสวนหาข้อเท็จจริงและพบว่ามีท่อน้ำร้อนใต้ดินแตกที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนถนนดรอฟยานายา ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และบริษัทที่ติดตั้งวางท่อน้ำร้อนนี้คือ St. Petersburg Heating Network JSC

ที่มา :Metro

Cr ภาพ: Youtube

คุยกัน 7 วันหน : หมอกควันพิษจากไฟป่า ไทย-อาเซียน ต้องผนึกกำลังแก้ปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723084

คุยกัน 7 วันหน : หมอกควันพิษจากไฟป่า  ไทย-อาเซียน ต้องผนึกกำลังแก้ปัญหา

คุยกัน 7 วันหน : หมอกควันพิษจากไฟป่า ไทย-อาเซียน ต้องผนึกกำลังแก้ปัญหา

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.15 น.

ปัญหาฝุ่นที่ปกคลุมหลายพื้นที่ทางภาคเหนือของไทยดูท่าจะกลายเป็นวาระแห่งชาติไปเสียแล้ว เพราะลำพังการแก้ไขปัญหาจากภาครัฐยังไม่เพียงพอที่จะรับมือและแก้ไขปัญหาได้โดยง่ายๆ หลักๆ มาจากการเผาป่าที่เกิดขึ้นทั้งในบ้านเราเองที่ภาครัฐไม่ได้บังคับใช้กฎหมายเข้มแข็งพอ อีกส่วนคือการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ส่งกลุ่มควันพิษข้ามพรมแดนมาสร้างปัญหาจนลุกลามเท่าทวีคูณ

แอร์อินเด็กซ์ ควอลิตี้ รายงานคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ เวลา 14.00 น. ของเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(7 เม.ย.) ปรากฏว่า คุณภาพอากาศประเทศไทย เมียนมา และลาวเลวร้ายติดอันดับ 1-3 สะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหาคุณภาพอากาศอันเนื่องมาจากไฟป่าที่รุนแรงใน 3 ประเทศขณะนี้

นั่นทำให้ไทยอยู่เฉยต่อไปไม่ได้ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมสามฝ่ายระหว่างไทย กับนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีสปป.ลาว และ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย นายกรัฐมนตรีเมียนมา เรื่องการจัดการปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน ผ่านระบบวีดีโอ นายกรัฐมนตรีของไทย เสนอให้ทั้ง 3 ประเทศ กระชับความร่วมมือระหว่างกัน รวมถึงร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน ในการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งการลดจุดความร้อน การผลักดันเข้าสู่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 42 ให้สั่งการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางดำเนินการด้านกฎหมายเพื่อควบคุมต้นตอของปัญหา

ด้านนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ระบุว่า เห็นด้วยที่ต้องมีความร่วมมือหาทางออกร่วมกัน โดยที่ลาวเห็นด้วยกับความร่วมมือในระดับอาเซียน และการเพิ่มการตระหนักรู้เพิ่มความเข้าใจให้ประชาชนเข้าใจถึงสาเหตุ และปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีเมียนมา กล่าวว่า เห็นด้วยกับการเพิ่มความร่วมมือเพื่อควบคุม บริหารจัดการร่วมกัน เมียนมาจะดำเนินการอย่างเข้มแข็งขึ้นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคและเชื่อว่าความมุ่งมั่นร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดจะเป็นประโยชน์กับทุกประเทศในภูมิภาค

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ในฐานะเจ้าหน้าที่อาวุโสคณะทำงานภายใต้รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ รายงานสถานการณ์ปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดนว่า เป็นผลจากสภาวะอากาศที่แห้งแล้งในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงช่วงเดือนม.ค.-เม.ย.ปีนี้ ทำให้มีจำนวนจุดความร้อนเพิ่มขึ้นจากการเผาในที่โล่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565ร้อยละ 93 และเกิดปัญหาหมอกควันข้ามแดน ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการอาเซียน แจ้งเตือนต่อระดับปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นระดับสูงสุดในระดับ 3

ก่อนหน้านั้น นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยถึงความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหมอกควันทางภาคเหนือของไทย โดยในช่วงที่ผ่านมา นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ได้ประสานงานกับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาหมอกควัน พร้อมสั่งการให้เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง แจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา และหารือกับ รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเมียนมา ถึงความกังวลของไทยในเรื่องการเผาป่า ซึ่งเมียนมาแสดงความพร้อมที่จะเร่งหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ไทยได้หยิบยกประเด็นปัญหาหมอกควันข้ามแดนระหว่างการพบหารือกับ เกา กิม ฮวนเลขาธิการอาเซียน โดยขอให้สนับสนุนการผลักดันความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และให้จัดการประชุมประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน ซึ่งเลขาธิการอาเซียนพร้อมสนับสนุน

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวอีกว่า ทุกประเทศอาเซียนเป็นภาคีข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution: AATHP) ซึ่งเป็นกลไกป้องกัน ติดตามและตรวจสอบมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ตั้งแต่ปี 2003

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส สำหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมาได้หารือถึงความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ซึ่งอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ ได้กำหนดเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน 2 ด้าน คือ การจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านการควบคุมหมอกควันข้ามแดนของอาเซียนที่อินโดนีเซีย และการจัดทำแผนงานว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน เพื่อควบคุมมลพิษหมอกควันข้ามแดนด้วยวิธีปฏิบัติฉบับใหม่

จะว่าไป อินโดนีเซียเองก็เผชิญปัญหาหมอกควันพิษจากการเผาป่าแทบทุกปี ส่งกลุ่มควันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซียสิงคโปร์ รวมถึงภาคใต้ของไทยอยู่บ่อยครั้ง ที่รุนแรงสุดคงเป็นปี 2019 ที่ตรวจพบไฟป่าบนเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียวมากกว่า 3,600 จุด ส่งผลให้คุณภาพอากาศในหลายจังหวัดย่ำแย่ลง กระทบชีวิตผู้คนมากกว่า 23 ล้านคนสร้างปัญหาหมอกควันระดับภูมิภาค

นอกจากวิธีการเกิดไฟป่าตามธรรมชาติแล้ว การจุดไฟเผาเพื่อเตรียมที่ดินทำกิน เพื่อทำการเกษตรและปศุสัตว์ ซึ่งสามารถพบได้อย่างเเพร่หลายทั่วทั้งเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียว เป็นสาเหตุนำมาซึ่งหมอกควันพิษ เป็นประจำแทบทุกปี กลายเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ ที่ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่แค่พรมแดนประเทศใดประเทศหนึ่ง

นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า หากยังไม่เร่งแก้ไขปัญหาหมอกควันในย่านอาเซียนนี้โดยเร็วอาจส่งผลให้เด็กทารกกว่า 36,000 คนในอินโดนีเซีย มาเลเซียและสิงคโปร์เสียชีวิตภายในไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า

โดย ดาโน โทนาลี

หนังสือเด่น : เลิกใช้ชีวิตที่ฝืนใจทำตามคนอื่น มาใช้ชีวิตที่ทำเพื่อตัวเองเสียที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723079

หนังสือเด่น : เลิกใช้ชีวิตที่ฝืนใจทำตามคนอื่น  มาใช้ชีวิตที่ทำเพื่อตัวเองเสียที

หนังสือเด่น : เลิกใช้ชีวิตที่ฝืนใจทำตามคนอื่น มาใช้ชีวิตที่ทำเพื่อตัวเองเสียที

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลายคนมักทำตัวให้เป็นคนดีในสายตาคนอื่น เพื่อให้ส่วนรวม หรือคนที่เรารักพอใจและยอมรับ ทั้ง ๆที่บางครั้งต้องฝืนใจอย่างหนัก คนที่ใช้ชีวิตแบบนี้ไม่มีใครมีความสุขจริงๆสักคน ต้องอดทนเก็บความรู้สึก กดดัน เครียดและวิตกกังวล ทุกข์ และที่สำคัญไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง  ซึ่งวิถีชีวิตแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนเราควรจะเป็น และเลิกทำแบบนี้ได้แล้ว หากอยากมีความสุข อยากมีสุขภาพจิตที่ดี ควรใช้ชีวิตเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด และเลิกเป็นคนดีในสายตาคนอื่นเสียที

หนังสือ ‘เลิกเป็นคนดีซะที’ เขียนโดย เคนอิจิโร่ โมงิ ผู้แปล ไพลิน กลิ่นเกษร ผู้เขียนเป็นนักวิชาการทางสมองประจำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์  หนังสือเล่มนี้จะมาแนะนำวิธีรีเซ็ตสมองและสร้างความเคยชินใหม่ โดยเลิกเป็นคนดีของคนอื่นและกลับมาเป็นคนดีเพื่อตัวเองอย่างแท้จริงเสียที  ในเล่มจะมีการปูพื้นฐานโดยเริ่มต้นด้วยเล่าว่าทำไมสมองของคนเราถึงได้อยากให้เราเล่นบทเป็นคนดีในสายตาคนอื่น  วิเคราะห์ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น บอกถึงข้อเสียของการเป็นคนดีของคนอื่น   แนะนำวิธีเลิกสร้างความพอใจให้คนอื่นทั้งที่ตัวเองทุกข์ โดยใช้วิธีการเช่น ฝึกสมองเพื่อเลิกเป็นคนดีด้วยหลักวิชาการทางสมอง  วิธีการดำเนินชีวิตและสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นอย่างมีความสุขโดยเป็นตัวของตัวเอง และไม่เสียความสัมพันธ์ การเลิกเป็นคนดีเพื่อคนอื่นจะเป็นการเพิ่มคุณค่าของตัวเอง เป็นต้น

งานเขียนได้นำเสนอทั้งประสบการณ์ตรงจากการทำงานด้านสมองของผู้เขียนเอง ประสบการณ์จากบุคคลอื่นๆ และองค์กรที่มีชื่อเสียงทั้งอดีตและปัจจุบัน  เนื้อหาอ่านเข้าใจง่าย เรียกว่าสามารถถ่ายทอดวิชาการยากๆออกมาให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ได้เข้าใจได้ง่ายและครบถ้วน  มีการอธิบายต้นเหตุที่ไปที่มาชัดเจน เสนอปัญหาที่พบจากการมีความสัมพันธ์แบบคนดีที่ต้องฝืนใจทำดีเพื่อคนอื่น ข้อแนะนำในการปฏิบัติที่ให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลชวนทำตาม และบอกถึงผลลัพธ์ของการมาทำดีเพื่อตัวเองได้ชัดเจน อาทิ มีความสุขในชีวิตมากจริงๆ สร้างความสำเร็จในชีวิตจากผลการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่เป็นคนมีความสุข การเป็นคนดีที่ประสบผลสำเร็จ และยังได้เป็นตัวของตัวเอง ฯลฯ

หนังสือ‘เลิกเป็นคนดีซะที’ ถือเป็นหนังสือที่มีคุณค่าในราคาจับต้องได้ เล่มเล็กกะทัดรัดน่าอ่าน พกพาสะดวก แต่มีเนื้อหาที่ไม่ธรรมดา สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านมหาศาล เปลี่ยนความคิดและฝึกสมองใหม่เพื่อหันมารักตัวเองได้จริง คนที่รักแต่คนอื่นก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจากการรักตัวเองและเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง  หนังสือเล่มนี้ ภาคภาษาไทยราคาเล่มละ 189 บาทของสำนักพิมพ์ เชนจ์พลัส 

“ขอมโบราณ” วัฒนธรรมเก่าแก่

แห่งอุษาคเนย์ที่ไม่ใช่ “กัมพูชา”

“ขอมโบราณ” ผู้เขียน กิตติ โล่เพชรัตน์ “ขอม” เป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชนชาติหนึ่งในภูมิภาคอุษาคเนย์ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน และเป็นชนชาติที่มีการพัฒนา มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง หนังสือ”ขอมโบราณ” เล่มนี้ ได้พาผู้อ่านย้อนไปอ่านตำนานวัฒนธรรมบรรพบุรุษเก่าแก่ผู้เรืองอำนาจแห่งอุษาคเนย์ โดยได้รวบรวมเรื่องราวของชนชาติขอมโบราณ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ความเป็นมา เจ้าผู้ปกครองในช่วงรัชสมัยต่างๆในยุคนั้น  อารยธรรมที่ขอมได้ฝากไว้ให้ชนรุ่นหลัง แม้กระทั่งสงครามหรืออิทธิพลที่ขอมมีต่อไทย   ผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ขอมจะได้เห็นภาพรวมตามลำดับเวลา ง่ายต่อการอ่านและทำความเข้าใจ พร้อมบันทึกของยอดนักบันทึกโจวต้ากวนที่ได้กล่าวถึงชนชาติขอมไว้  หนังสือเหมาะสำหรับผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวขอมไม่มากนัก หรือไม่มีพื้นฐานเลย  โดยผู้เขียนตั้งใจจะให้หนังสือเล่มนี้ทำให้ผู้อ่านมีความรู้พร้อมทั้งสนุกไปกับเหตุการณ์ต่างๆ ของขอมไปพร้อมกัน และก็จะได้มั่นใจได้ว่าขอมไม่มีทางเป็นบรรพบุรุษของคนกำพูชาแน่นอน

รวมเรื่องสั้นของนักเขียนอินเดีย

ที่ได้รับรางวัลโนเบลคนแรกของเอเชีย

“รวมเรื่องสั้น รพินทรนาถ ฐากูร” ผู้เขียน Rabindranath Tagore (รพินทรนาถ ฐากูร) ผู้แปล เจือ สตะเวทิน “รพินทรนาถ ฐากูร” เป็นนักเขียนรางวัลโนเบลคนแรกของเอเชีย และเนื่องด้วยในโอกาส 110 ปี ที่ได้รับรางวัลโนเบลในปี 2566 อัศศิริ ธรรมโชติ นักเขียนรางวัลซีไรต์และศิลปินแห่งชาติ อยากให้นำรวมเรื่องสั้นในวาระ 100 ปี รพินทรนาถ ฐากูร ที่เคยรวบรวมไว้ก่อนหน้ามาจัดพิมพ์ใหม่อีกครั้ง ด้วยการบรรณาธิการ ตรวจทานใหม่ แต่ให้รักษาสำนวนการแปลของนักแปลรุ่นครูเอาไว้เป็นกรณีศึกษา เพราะเรื่องชุดนี้เคยเป็นบทเรียนอันสำคัญต่อการอ่าน-การเขียนวรรณกรรมร่วมสมัย และยังถือว่าทันสมัยอยู่เสมอ ถึงแม้จะมีนักเขียนเอเชียคนต่อ ๆ มาได้รับรางวัลโนเบล แต่ความคิดเชิงอุดมการณ์ต่อแผ่นดิน ผู้คนและบ้านเมือง ของ รพินทรนาถ ฐากูร หายิ่งหย่อนไปกว่านักเขียนสมัยใหม่แต่อย่างใด และหากพิจารณาถึงระดับคุณธรรมแล้ว รพินทรนาถ ฐากูร ย่อมหยัดยืนขึ้นโดดเด่นเสียยิ่งกว่า

รักษาโรคด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด

งดใช้ยาหรือสารประดิษฐ์หรือเคมี

“รักษาอาการเจ็บป่วย โดยไม่ใช้ยา” ผู้เขียน นิดดา หงส์วิวัฒน์ หนังสือเล่มนี้ ได้รวบรวมบทความเกี่ยวกับการบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บโดยสันติวิธีตามที่ผู้เขียนเรียก คือ ไม่ใช้ยาซึ่งเป็นสารประดิษฐ์เคมีใด ๆ เลย  ใช้วิธีธรรมชาติบำบัดเข้าช่วยเท่านั้น ความจริงแล้วมีหลากหลายวิธีน่ารักและเป็นวิธีที่เป็นมิตรกับร่างกายในการรักษาอาการเจ็บไข้ ที่ทำให้ไม่เห็นความจำเป็นของการกินยา การกินยามากกินยาบ่อยสร้างแต่ผลเสียต่อร่างกาย แต่สิ่งใกล้ตัว อย่างเช่น แสงแดดอ่อนยามเช้า หรือน้ำสะอาด นั้นมีอานุภาพในการรักษาโรคได้ดีทีเดียว เช่น ป้องกันมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก ด้วยการอาบน้ำ ถูตัว ขัดผิว รักษาโรคผิวหนัง ด้วยการอาบน้ำ ถูตัว ขัดผิว กระเพาะปัสสาวะอักเสบให้ดื่มน้ำขับพิษ เป็นต้น  เนื้อหาในเล่มจึงเปรียบเหมือนคู่มือสำหรับพิชิตทุกสรรพโรคด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด เป็นมิตรแท้ ให้หายจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วยโดยไม่ต้องใช้ยาใดๆ ทำให้สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง จิตใจเบิกบานกันทุกคน   

สนุกสนานกับนิยายสืบสวนสอบสวน

ที่นักสืบสาวใช้ร้านซักรีดบังหน้า

ร้านซัก สืบ รีดของแพกอึนโจ ผู้เขียน Lee Jae-in (อีแจอิน) ผู้แปล วนิดา คราวเหมาะ “แพกอึนโจ” สาวมั่นผู้ช่างสังเกต รอบรู้เรื่องแฟชั่น ฝันจะเป็นดีไซเนอร์ แต่โชคชะตาเล่นตลก เมื่อมหาวิทยาลัยในโซลปิดตัวลง เธอจำต้องกลับมาดูแลร้านซักรีดของครอบครัวที่เมืองท่าเล็ก ๆ กิจวัตรประจำวันของเธอแสนจะน่าเบื่อ เพราะแต่ละวันก็แยกเสื้อผ้า ซัก อบรีดวนไป ไหนจะต้องรับมือกับคุณป้าแก๊งสามเกลอจอมนินทา แถมเกือบมีเรื่องมีราวกับตำรวจหนุ่มมาดกวนจากโซล  ขณะเฝ้ามองผู้คนผ่านประตูหน้าร้านอย่างเบื่อหน่าย อึนโจก็พบความไม่ปกติในละแวกบ้าน โดยยูทูบเบอร์ชื่อดังหายตัวไปอย่างลึกลับ สาวนิรนามมาทำลับ ๆ ล่อ ๆ หน้าร้านตอนตีห้า คุณยายเก็บกระดาษเก่าโดนลักพาตัว ตำรวจมืดแปดด้านคลี่คลายไม่ได้สักที  แต่สายตาเฉียบคมดุจเครื่องสแกนของแพกอึนโจ กลับเห็นเงื่อนงำที่ใครบางคนซุกซ่อนไว้  อึนโจจึงทนต่อไปไม่ไหวจึงทำหน้าที่เป็นนักสืบ ที่มีวิธีไขคดีแบบไม่ธรรมดา และจับคนร้ายได้โดยที่สุด ภายใต้ฉากหน้าที่เป็นเจ้าของร้านซักรีดที่แสนธรรมดา

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘๑๑๒ ปี กรมศิลปากร’ ภูมิสืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723110

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๑๑๒ ปี กรมศิลปากร’ ภูมิสืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๑๑๒ ปี กรมศิลปากร’ ภูมิสืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หัวโขนประดับและเขียนสี

จาก วันสถาปนากรมศิลปากร เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคมทุกปี และต่อเนื่องจนถึงวันสำคัญในเดือนเมษายน คือ วันที่ ๒ เมษายน ซึ่งเป็น วันอนุรักษ์มรดกไทย วันที่ ๑๓ เมษายน วันสงกรานต์ และวันที่ ๒๑ เมษายน เป็น วันฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ จึงเป็นเดือนของการอนุรักษ์มรดกไทย ที่กรมศิลปากรได้จัด นิทรรศการพิเศษ เรื่องสืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนาคม-๒๗ เมษายน ๒๕๖๖ ให้ประชาชนได้เห็นถึงการของพัฒนาการศาสตร์ศิลป์ของชาติบ้านเมืองโดยผ่านศิลปินศิลปากรของ สำนักช่างสิบหมู่  ซึ่งทำหน้าที่สำคัญของการรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ อันเป็นสืบต่อจากงานศิลปกรรมชั้นครูให้มีการฟื้นฟูและยอดความรู้ของงานช่างศิลปแขนงต่างๆให้คงความงดงามอันประณีตนั้น ยังคงอยู่มาจนทุกวันนี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์

การเสวนาทางวิชาการ

ดังนั้น ๑๑๒ ปี ของกรมศิลปากร นับแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “กรมศิลปากร” เมื่อวันที่๒๗ มีนาคม ๒๔๕๔ นั้น ได้ทำให้กรมศิลปากรซึ่งรับผิดชอบในการทำหน้าที่คุ้มครอง ป้องกัน อนุรักษ์ บำรุงรักษา ฟื้นฟู ส่งเสริม สร้างสรรค์ เผยแพร่วิจัย พัฒนา สืบทอดศิลปะและทรัพย์สินมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ เพื่อธำรงคุณค่าและเอกลักษณ์ของความเป็นชาติให้คงอยู่สืบไปนั้นนับวันได้ขยายส่วนงานของกรมศิลปากร ให้เป็นหน่วยงานภาครัฐ สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม จากเดิมที่มีหน่วยงานพิพิธภัณฑ์ หอสมุด นาฏศิลป์และช่างสิบหมู่นั้น จนมีส่วนราชการที่แบ่งเป็น ๒๖ หน่วยงาน โดยรับผิดชอบภารกิจหลักออกเป็น ๔ ด้าน คือ ๑.ด้านดุริยางคศิลป์ ๒.ด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์๓.ด้านภาษา เอกสารและหนังสือ และ ๔.ด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม ซึ่งมีกองโบราณคดีสำนักการสังคีต สำนักช่างสิบหมู่ สำนักพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ สำนักสถาปัตยกรรม สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติสำนักหอสมุดแห่งชาติแล้วยังมีหน่วยงานรับผิดชอบในระดับภูมิภาคเพิ่มขึ้น เช่น สำนักศิลปากรที่ ๑-๑๑ และกองโบราณคดีใต้น้ำ สำนักงานโบราณคดีในพื้นที่ พิพิธภัณฑ์และหอสมุดแห่งชาติสาขา อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติ สถาบันนาฏดุริยางค์ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น ด้วยความรู้และความสามารถเฉพาะด้านนั้นจึงทำให้กรมศิลปากรนั้นเป็นสถาบันขององค์ความรู้ในศาสตร์ศิลป์อันหาได้ยากของแผ่นดิน โดยเฉพาะงานช่างสิบหมู่ที่ต้องใช้ฝีมืออันประณีตเพื่อสืบทอดมรดกของชาติ ดังปรากฏฝีมือในงานช่างต่างๆ และงานวิชาการจากการค้นพบทางโบราณคดี งานสถาปัตยกรรม งานพิพิธภัณฑ์และงานศึกษาจากเอกสารโบราณ ซึ่งมีหนังสือของกรมศิลปากรเผยแพร่สู่ประชาชนมากขึ้นทุกปี และการจัดงานทุกครั้งก็มักจะมีการจัดเสวนาทางวิชาการ การแสดงนาฏศิลป์และดนตรี ผลิตภัณฑ์ทางศิลปวัฒนธรรม ของที่ระลึก เผยแพร่อยู่เสมอ แม้การกรณีที่มีผลกระทบด้านโบราณสถาน เช่น การดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบด้านโบราณคดีจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน และเรื่อง แนวทางการขออนุญาตสร้างอนุสาวรีย์ ก็มีการศึกษาและรับฟังความเห็นทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเข้าใจ

การแสดงโขนในงาน

โดยเฉพาะนิทรรศการพิเศษนั้นได้การจัดแสดงผลงานศิลปกรรมที่สร้างสรรค์โดยบุคลากรสำนักช่างสิบหมู่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปกรรมชั้นครูมาสืบต่อศาสตร์งานศิลปะแขนงต่างๆ ในพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยนั้น มีผลงานสำคัญที่น่าสนใจได้แก่ งานช่างเขียน : ปฐมบทแห่งการช่างไทย งานช่างรัก : ประณีตศิลป์แห่งรัก งานช่างศิราภรณ์ : หลากวิชาช่างชำนาญศิลป์ งานช่างมุก : เลื่อมพรายลายฉลุศิลป์ งานช่างแกะช่างสลัก: วิจิตรแห่งภูมิปัญญาในงานจำหลักไม้ งานช่างบุ ช่างสลักดุน : วิจิตรแห่งโลหะศิลป์ งานช่างปิดทอง ช่างประดับกระจก : ประกายแห่งอัญมณีงานช่างปั้น ช่างหล่อ : ประติมากรรมแห่งศรัทธาศิลป์ งานช่างกระเบื้อง :วิวัฒน์ศิลป์ไทย โดยนำผลงานมาจัดแสดงความประณีต ได้แก่ บุษบกเกริน (จำลอง) หัวโขนจำลอง หัวโขนพระพิฆเนศประดับมุก เจดีย์ ฉัตร บังแทรก งานลายกำมะลอ เขียนภาพ “รามเกียรติ์ ตอนทศกัณฐ์ลักนางสีดา” แบบร่างประติมากรรมพระจันทร์ทรงราชรถ โถเบญจรงค์ลายเทพนม โถน้ำพระพุทธมนต์ประดับมุก เป็นต้นซึ่งทุกงานช่างนี้ยังสามารถเข้าไปชมความวิจิตรพิสดารในส่วนต่างๆ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติพระนครที่ปรับปรุงและจัดใหม่ได้อีกมากมายตามใจชอบ…แบบไม่ต้องห่วงปากท้อง ด้วยมี ร้านอาหารท้ายวัง ซึ่งอยู่ด้านในที่เติมรสชาติอร่อยๆ ให้มีเรี่ยวแรงในการเดินชมโบราณวัตถุและศิลปวัตถุต่อกันได้ทั้งวันโดยไม่ต้องไปไหน

ผู้บริหารกรมศิลปากรปัจจุบัน

ผู้บริหารกรมศิลปากรปัจจุบัน

ของที่ระลึกจากเครื่องทองอยุธยา

ของที่ระลึกจากเครื่องทองอยุธยา

หัวโขนพระพิฆเณศประดับมุก

หัวโขนพระพิฆเณศประดับมุก

หนังสือนิทรรศการพิเศษแจกฟรี

หนังสือนิทรรศการพิเศษแจกฟรี

หนังสือ ๑๑๒ ปี กรมศิลปากร

หนังสือ ๑๑๒ ปี กรมศิลปากร

เวทีการแสดงกลางแจ้ง

เวทีการแสดงกลางแจ้ง

บุษบกเกริน (จำลอง)

บุษบกเกริน (จำลอง)

นิทรรศการพิเศษ

นิทรรศการพิเศษ

งานปูนปั้้น

งานปูนปั้้น

งานช่างปิดทองประดับกระจก

งานช่างปิดทองประดับกระจก

งานจำหลักไม้

งานจำหลักไม้

LPP ตอกย้ำการร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมและลดปัญหาโลกร้อน รวมพลังลูกบ้านร่วม‘60+ Earth Hour 2023’ปิดไฟ 1 ชม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723100

LPP ตอกย้ำการร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมและลดปัญหาโลกร้อน  รวมพลังลูกบ้านร่วม‘60+ Earth Hour 2023’ปิดไฟ 1 ชม.

LPP ตอกย้ำการร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมและลดปัญหาโลกร้อน รวมพลังลูกบ้านร่วม‘60+ Earth Hour 2023’ปิดไฟ 1 ชม.

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์จำกัด ชวนผู้อยู่อาศัยแสดงพลังรักษ์โลกผ่านโครงการ “60+ EARTH HOUR” ร่วมใจปิดไฟลดใช้พลังงานไฟฟ้า 1 ชั่วโมง เผยตัวเลขหลังกิจกรรมช่วยลดไฟฟ้ากว่า 2,354 kWh พร้อมขับเคลื่อนแนวทางปฏิบัติต่อเนื่องโดยร่วมกับ “Recycle Day” ส่ง 6 โครงการนำร่องเปลี่ยนขยะให้เป็นสิ่งที่มีมูลค่า สามารถลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ได้กว่า 12,972.22 kg CO2 eq หรือเทียบได้กับการปลูกต้นไม้ 1,370 ต้น

สมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) บริษัทบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญในเรื่องของนโยบายการรักษาสิ่งแวดล้อมและการร่วมลดปัญหาภาวะโลกร้อนมาอย่างต่อเนื่อง วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมาบริษัทได้เชิญชวนผู้อยู่อาศัย เจ้าของร่วมและผู้ใช้อาคารกว่า 250 โครงการที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ LPP ร่วมโครงการ “ปิดไฟ1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน” (60+ Earth Hour 2023) ชวนให้ร่วมปิดไฟบริเวณพื้นที่ที่ไม่จำเป็นเพื่อลดพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่เวลา 20.30-21.30 น.ถือเป็นกิจกรรมที่บริษัทได้ให้ความสำคัญและรณรงค์อย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 16 เชิญชวนผู้พักอาศัยเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้สามารถลดการใช้พลังงานการไฟฟ้ารวมกันได้ 2,354กิโลวัตต์/ชั่วโมง (kWh) คิดเป็นมูลค่า 13,394 บาทและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1,370.26 kgCO2eg

สมศรี เตชะไกรศรี

นอกจากกิจกรรม 60+ Earth Hour 2023 แล้ว LPP ยังเดินหน้าขับเคลื่อนพลังรักษ์โลกด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายให้มีจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมพร้อมแนวทางแก้ไขในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่องอาทิ การเข้าร่วมโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อนขององค์กรปกครองท้องถิ่นในการจัดการถังขยะครบ 4 ประเภทในแต่ละชั้น ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะเปียก และขยะอันตราย การร่วมสนับสนุนกิจกรรม Action Day PM2.5 BKK โครงการ “กทม.ชวนภาคีขยับเรื่องฝุ่นเมือง ด้วยกัน” รณรงค์ให้มีพื้นที่สีเขียวเพื่อลดการเกิดฝุ่นละออง ลดโลกร้อน และก๊าซเรือนกระจก ฯลฯ

สมศรีกล่าวต่อว่า จากสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลกในปัจจุบันที่มีความแปรปรวนค่อนข้างสูงและส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งปัญหาโลกร้อน มลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัญหาการจัดการขยะ ฯลฯ ล้วนมาจากพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งสิ้นปัญหาดังกล่าวนี้ LPP มีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนแนวทางปฏิบัติ และพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน อาทิ การจัดการคัดแยกขยะแบบครบวงจร ที่มีเป้าหมายให้มีการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางสู่การจัดการปลายทางอย่างถูกต้องและเปลี่ยนขยะให้เป็นสิ่งที่มีมูลค่าโดยร่วมกับ “RecycleDay” ผู้ให้บริการนัดหมายรถรับซื้อขยะรีไซเคิลผ่าน Application บนสมาร์ทโฟน และนำขยะไปจัดการให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจากการที่ LPP ได้เริ่มโครงการนำร่องในการคัดแยกขยะแบบครบวงจร ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ธันวาคม 2565 โดยมีการคัดแยกและรวบรวมวัสดุรีไซเคิลได้ทั้งสิ้น 6,489.23 กิโลกรัมคิดเป็นยอดรวม 14,811.78 คะแนน ซึ่งเทียบได้กับสัดส่วนการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้จากกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวน 12,972.22 kg CO2 eq เทียบได้กับการปลูกต้นไม้ 1,370 ต้น “จากผลลัพธ์ดังกล่าว LPP จึงมีแผนที่จะขยายการดำเนินการโดยทำการเชิญชวนให้ทุกโครงการที่ LPP บริหารจัดการเข้าร่วม “การจัดการคัดแยกขยะแบบครบวงจร” ซึ่งนอกจากจะบริหารจัดการขยะให้เกิดประโยชน์แล้วยังถือเป็นการดูแลสิ่งแวดล้อมอีกด้วย”

LPP เชื่อว่าจากความมุ่งมั่นผลักดันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมละความรับผิดชอบต่อสังคม จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างวัฒนธรรมการรักษ์โลกให้แก่ผู้อยู่อาศัยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้มองเห็นความสำคัญเกิดความห่วงใยใส่ใจโครงการ ชุมชน สังคมรอบข้างและมีส่วนร่วมในการสร้างโลกและอนาคตที่ดีกว่าไปด้วยกัน