คุยกัน 7 วันหน : แพนด้าจีนในต่างประเทศ ความประทับใจที่ทั่วโลกไม่มีวันลืม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727624

คุยกัน 7 วันหน : แพนด้าจีนในต่างประเทศ  ความประทับใจที่ทั่วโลกไม่มีวันลืม

คุยกัน 7 วันหน : แพนด้าจีนในต่างประเทศ ความประทับใจที่ทั่วโลกไม่มีวันลืม

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.37 น.

เป็นที่รู้กันดีว่า แพนด้าถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของจีน ที่ถูกใช้เป็นสื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในฐานะเป็นทูตสันถวไมตรี ส่งผลให้แพนด้าได้ไปเหยียบแผ่นดินของประเทศต่างๆ ทั่วโลกมาตั้งแต่สมัยจักรพรรดินีบูเช็กเทียน ที่จีนส่งแพนด้าคู่หนึ่งไปที่ญี่ปุ่น จนถึง ค.ศ.685 ราชวงศ์ถังมอบแพนด้าให้แก่ต่างประเทศครั้งแรก ตามด้วย ค.ศ.1936-1945 รัฐบาลก๊กมิ่นตั๋งมอบแพนด้าให้แก่ประเทศตะวันตก 14 ตัวพอถึงทศวรรษ 1950 จีนมอบแพนด้าให้แก่รัสเซีย และเกาหลีเหนือ ทศวรรษ1970 จีนมอบให้แก่สหรัฐอเมริกาญี่ปุ่น ฝรั่งเศส แต่พอถึงทศวรรษ 1980จำนวนแพนด้าในจีนลดลงอย่างรวดเร็วจีนจึงหยุดมอบให้กับต่างประเทศ เปลี่ยนเป็นระบบเช่าช่วงแพนด้าไปจัดแสดง เปลี่ยนเป็นรูปแบบร่วมกันวิจัยระยะยาว

วันที่ 12 ตุลาคม 2003 แพนด้าคู่แรกจากจีนเดินทางถึงประเทศไทยสวนสัตว์เชียงใหม่ ตัวผู้ชื่อ ช่วงช่วง ตัวเมียชื่อ หลินฮุ่ย แพนด้าคู่นี้ได้รับความนิยมจากชาวไทยอย่างมาก ถึงขั้น“ทรูวิชั่นส์” เปิดช่องถ่ายทอดความเคลื่อนไหวของแพนด้าแบบ 24 ชั่วโมงต่อมา ไทยเป็นเจ้าภาพโลกจัดประชุมหมีแพนด้าโลกนอกประเทศจีนเป็นครั้งแรกที่ จ.เชียงใหม่

หลินฮุ่ยให้กำเนิดลูกแพนด้าเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 และเปิดให้เสนอชื่อลูกแพนด้ากันเข้ามาจนสุดท้ายได้ชื่อเรียกว่า “หลินปิง”การออกอากาศดำเนินไปเป็นเวลา 3 ปีและสิ้นสุดลงในปี 2555

ปัจจุบัน มีแพนด้า 43 ตัว อาศัยอยู่ในสวนสัตว์ 17 แห่ง ใน 12 ประเทศทั่วโลกนอกจากจีน การเซ็นสัญญาเกี่ยวกับการร่วมกันวิจัยแพนด้าระหว่างจีนกับต่างประเทศส่วนใหญ่จะมีผลใช้บังคับเป็นเวลา 10 ปี ค่าเช่ายืมปีละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้องซื้อประกันภัยไว้ด้วย หากแพนด้าตายระหว่างอยู่ต่างประเทศ ต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับจีนเงินจะเข้ากองทุนอนุรักษ์แพนด้าในประเทศจีน

สิ่งสำคัญคือ สัญญาระบุไว้ว่าจีนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ของแพนด้าที่ไปอยู่ต่างประเทศ รวมทั้งสิ่งของต่างๆ บนตัวแพนด้า เช่น ขนทุกเส้น และตัวอย่างเลือดทุกหยดที่เก็บมาเพื่อดำเนินการวิจัย ล้วนเป็นของจีน ส่วนลูกแพนด้าที่เกิดในต่างประเทศก็เป็นของจีน กำหนดว่าต้องส่งกลับประเทศจีนก่อนอายุ 2 ขวบ ปัจจุบันอนุญาตให้อยู่ในต่างประเทศไม่เกิน 4 ปี

ฝ่ายจีนต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างในการส่งแพนด้าไปต่างประเทศ เช่น สภาพอากาศสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ เทคโนโลยี ต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะเตรียมความพร้อมทุกอย่าง สถานที่เลี้ยงแพนด้าในต่างประเทศต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจากฝ่ายจีนตั้งแต่ก่อนลงมือก่อสร้าง จน เมื่อใกล้จะเสร็จจะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากจีนไปตรวจสอบเพื่อยืนยันว่า ถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ ต้องมีพื้นที่กว้างกลางแจ้งไม่น้อยกว่า 500 ตารางเมตร ในร่มไม่น้อยกว่า 40 ตารางเมตร และต้องติดเครื่องปรับอากาศควบคุมความชื้นอุณหภูมิภายในห้องต้องควบคุมไม่ให้เกิน 25 องศา

เพื่อต้อนรับหมีแพนด้าจากจีนแต่ละประเทศลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างที่อยู่ให้แพนด้า เช่น สวนสัตว์เบลเยียมลงทุน 8 ล้านยูโร สร้างเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน อีกทั้งปลูกสวนไผ่ไว้ 4 เฮกตาร์ส่วนสวนสัตว์ที่เอดินเบอระในสกอตแลนด์ถึงกับติดตั้งกระจกกันกระสุนด้วย

ในส่วนของพี่เลี้ยง ต้องไปอบรมที่จีนมาแล้วหลายครั้ง อย่างน้อยประมาณ 1-2 เดือน เพื่อสร้างความสนิทกัน ต้องคุยกับหมีแพนด้าตลอด แต่ไม่ต้องเรียนภาษาจีน คุยด้วยภาษาต่างประเทศก็ได้ เพราะสำหรับแพนด้าแล้ว การคุ้นกับน้ำเสียงและสัญญาณที่ผู้เลี้ยงส่งให้สำคัญที่สุด ฝึกนานๆก็จะฟังเข้าใจ

ส่วนการเพาะพันธุ์ ทางการจีนจะคัดเลือกแพนด้าออกนอกประเทศกันเป็นคู่ เนื่องจากมียีนพันธุกรรมเหมาะจะผสมพันธ์ุกันจะได้ไม่เสียเวลาในการหาคู่ ใช้วิธีดั้งเดิมแบบคลุมถุงชนแต่เนื่องด้วยการขยายพันธุ์ทำได้ยาก แพนด้าจะทำอะไรกันก็ทำไม่เป็น ยิ่งแพนด้าตัวผู้ส่วนมากไม่สามารถทำได้ จึงต้องอาศัยการผสมเทียม โดยอาศัยความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญจีนซึ่งเทคโนโลยีของจีนอยู่ระดับชั้นนำของโลก แพนด้าตัวเมียปีหนึ่งมีช่วงตกไข่เพียงครั้งเดียว และติดสัดเพียงปีละ 2 วันเท่านั้น พลาดไปแล้วก็ต้องรออีกหนึ่งปี ก่อนเข้าสู่ช่วงตกไข่ของแพนด้า สวนสัตว์ต่างประเทศมักจะเชิญผู้เชี่ยวชาญจีนไปช่วย

เมื่อคิดบัญชีในทางตรง แพนด้าช่วยเพิ่มรายได้ให้กับสวนสัตว์ แบบมหาศาล แม้จะมีต้นทุนคือค่าเช่า1 ล้านดอลลาร์ แถมมีค่าอาหาร ที่อยู่ แต่แพนด้าก็ได้สร้างรายได้ให้กับสวนสัตว์ทั่วโลกรวมทั้งเชียงใหม่ มหาศาลทั้งค่าบัตรเข้าชมและของที่ระลึกต่างๆ เช่น ตุ๊กตาหมีแพนด้า เสื้อยืด แม่เหล็กติดตู้เย็น เป็นต้น โดยเฉพาะตุ๊กตาขายดีที่สุด อาทิตย์หนึ่งขายได้หลายพันตัว แพนด้าคู่หนึ่งย้ายไปอยู่ในสวนสัตว์เอดินเบอระ ตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 51% รายได้ของสวนสัตว์เพิ่มจาก5 ล้านปอนด์เป็น 15 ล้านปอนด์ พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรได้ในชั่วข้ามปี

ส่วนสวนสัตว์เชียงใหม่ จากที่เงียบเหงา กลายเป็นคึกคักโด่งดังระดับโลก ยิ่งตอนที่ตั้งท้องและคลอดแพนด้าน้อยหลินปิง เติบโตเป็นกระแสฟีเวอร์ ถ่ายทอดสด 24 ชั่วโมง มีรถโมโนเรลไฟฟ้าวิ่งรอบสวนสัตว์ ช่วงฮิตๆ ปีแรก รายได้จากแพนด้าทะลุ 60 ล้านบาทต่อปี ยังไม่นับว่าการท่องเที่ยวเชียงใหม่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวทางอ้อมอีกไม่รู้เท่าไหร่

เป็นเวลา 20 ปี ที่คนไทยได้เห็น หลินฮุ่ย แพนด้าน้อย จนกลายเป็นสาว เป็นแม่ เติบโต แก่ชรา และจากไป สร้างความสุขให้ชาวไทยมากมายได้เติบโตมาพร้อมกับ ช่วงช่วง และหลินฮุ่ย เป็นประสบการณ์ที่ดีและปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลินฮุ่ย เป็นแม่แพนด้าที่ทำหน้าที่เลี้ยงลูกได้สมบูรณ์มาก เพียงลูกออกมาไม่กี่นาทีก็จับลูกอุ้มมากินนม สอนและเลี้ยงลูกถึง 4 ปี ในขณะที่เมืองจีนให้ลูกหย่านมเพียงอายุแค่6 เดือน ทำให้หลินปิง กลับไป เป็นแม่แพนด้าที่ดี เป็นแพนด้าสัญชาติไทยที่กลับไปมีลูกแฝดสืบตระกูลอีกถึง3 คู่

นั่นทำให้ ช่วง ช่วง และ หลินฮุ่ยจะอยู่ในใจคนไทยไปอีกนานแสนนาน

โดย ดาโน โทนาลี

แหวกฟ้าหาฝัน : Emil Collection in Kunsthaus Zurich

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727600

แหวกฟ้าหาฝัน : Emil Collection in Kunsthaus Zurich

แหวกฟ้าหาฝัน : Emil Collection in Kunsthaus Zurich

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Dogs fighting Bears by Theodore Gericault

กว่าที่ Kunsthaus Zurich จะได้รับการก่อตั้งและมีที่อยู่เช่นในปัจจุบันนั้นใช้เวลายาวนานหลายสิบปี ยิ่งกว่านั้นกว่าที่ Kunsthaus Zurich จะมีทรัพย์สมบัติมากมายนั้น ก็ต้องใช้เวลาเช่นกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งของบริจาค ทั้งนี้ เพราะสวิสเองไม่ใช่ประเทศจักรวรรดินิยม ไม่ได้มีวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นของตัวเอง ไม่ได้มีศิลปินที่โดดเด่นของ School ใดๆ และไม่ได้เป็นที่ก่อกำเนิดของแนวทางศิลปะอะไรอย่างเป็นเรื่องเป็นราวด้วยสิ่งเดียวที่สวิสมีก็คือคหบดี Emil Georg Buhrleลูกครึ่งเยอรมันสวิสคหบดีที่ทำอุตสาหกรรมนักสะสมงานศิลปะ ผู้ก่อตั้งและผู้อุปการะFoundation E.G.Buhrle นี้ เป็นคหบดีที่ทำให้ Kunsthaus Zurich มีทรัพย์สมบัติมากมายจากการเป็นผู้ขายอาวุธให้กับนาซีเยอรมัน

ย้อนไปในปี 1914 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 Buhrle ได้สมัครเข้าเป็นทหาร และได้เข้าทำงานที่ Magdeburg Machine and Tool Factory ซึ่งปัจจุบันคือ EMCO MagdeburgGmbH ในปี 1919 ต่อมาอีก 4 ปี บริษัทที่เขาเข้าทำงานได้ซื้อ Swiss Machine Tool Factory Oerlikon และได้เข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการทั่วไปในปี 1924 เขาจึงย้ายมาอยู่ซูริค และเริ่มเข้าซื้อหุ้นบริษัทจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในปี 1929 จวบจนกระทั่งปี 1936 เขาได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นแต่ผู้เดียวของบริษัท และได้รับสัญชาติสวิสในปี 1937

Before the Start by Edgar Degas

แม้เขาจะเป็นนักธุรกิจอุตสาหกรรมและสามารถเปลี่ยนบริษัทที่เกือบล้มละลายให้กลายเป็นบริษัทที่มั่งคั่ง แต่การที่บริษัทที่เขาทำขายอาวุธให้กับกลุ่มต่างๆ อาทิ กลุ่ม
Republican ของสเปนที่ต่อต้านนายพล Franco กลุ่มอิสระ Abyssinia ที่ต่อต้าน Fascist ของอิตาลี และกลุ่มที่ต้องการอิสรภาพในประเทศต่างๆ อีกหลายประเทศ อาทิ ประเทศในกลุ่ม Baltic เชคโกสโลวาเกีย กรีซ จีน ตุรกี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร จึงทำให้เขาไม่ได้รับการยกย่องมากนัก ระหว่างปี 1940-44
อันเป็นช่วงเวลาที่สวิสถูกล้อมรอบด้วยกลุ่ม Fascist ไม่ว่าจะเป็นอิตาลีหรือเยอรมันส่งผลให้รัฐบาลสวิสขอร้องให้เขาส่งอาวุธให้กับกลุ่มนาซี และอิตาลี ยิ่งกว่านั้น หลังสงครามบริษัทของเขายังเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธผิดกฎหมายในระดับใหญ่ๆ รวมทั้งกลุ่มปล้นอาวุธใน Hyderabadประเทศปากีสถานอีกด้วย

เมื่อ Buhrle มั่งคั่งขึ้น เขาเริ่มสะสมงานศิลปะ ผลงานชิ้นแรกที่เขาซื้อมาตั้งแต่ปี 1920 เป็นภาพสีน้ำของ Erich Heckel นับแต่นั้นมา เขาก็เริ่มซื้องานศิลปะมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ดีในรายงาน American office of StrategicServices of Art Looting Investigation UnitReports 1945-6 รายงานว่า ในยุคนาซีนั้นBuhrle กลายเป็นคนสำคัญที่ซื้องานศิลปะที่ถูกปล้นมาจาก Fischer และ Wendlandหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง เขาได้รู้จักกับ Fritz Nathan เจ้าของห้องภาพ และกลุ่มผู้ขายภาพระดับนานาชาติทั้งในปารีส ลอนดอนและนิวยอร์ก จึงทำให้เขายิ่งซื้อผลงานศิลปะเพิ่มมากขึ้น เขาซื้อตั้งแต่งานประติมากรรมยุคกลางและงานรุ่นเก่าๆ แต่เน้นไปที่ผลงานแนว Impressionism ของฝรั่งเศส และงาน Modernism ทั้งของ Paul Cezanne, Auguste Renoir และ Vincent Van Gogh อีกทั้งยังซื้อสะสมงานของศิลปินเยอรมัน สแกนดิเนเวีย อังกฤษ และสหรัฐฯ เขาได้นำงานสะสมไปจัดแสดงที่วอชิงตัน สหรัฐฯ ในปี 1990 แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกับที่มาของทรัพย์สมบัติจนทำให้เขาต้องคืนงานจิตรกรรมถึง 13 ชิ้นให้กับลูกเจ้าของเดิมที่เป็นคนยิวอันเนื่องมาจากของเหล่านี้เป็นของที่ถูกปล้นมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

Shore at Berck by Eugene Boudin

หลังจาก Emil Buhrle เสียชีวิต ผู้รับมรดกเห็นว่าสถานที่ที่ควรจัดแสดงงานสะสมของเขาควรเป็นที่Kunsthaus Zurich ก่อนการรับงานศิลปะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของKunsthaus Zurich คณะกรรมการเทศบาลเมืองได้มอบหมายให้ Prof.Matthieu Leimgruberศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ศิลป์แห่งมหาวิทยาลัยซูริคทำวิจัยเพื่อค้นหาต้นตอของงานศิลปะโดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านมือในช่วง 1933-45 อันเป็นช่วงเวลาที่เกิดการปล้นและยึดครั้งใหญ่โดยเฉพาะจากคนยิวเพื่อป้องกันปัญหาและข้อครหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นักท่องเที่ยวที่มาเยือน Kunsthaus Zurich จะได้มีโอกาสชมงานสะสมของ Emil Buhrle ที่เขาสะสมไว้ตั้งแต่ปี 1936-56 ที่คาดว่าจะได้มาอย่างถูกต้องกันอย่างเต็มอิ่มในห้อง Emil Buhrle collection อีกทั้งยังสามารถฟังประวัติของภาพและการได้มาของภาพจาก audio guide อีกต่างหากด้วย

The Eagle Owl by Edouard Manet

Thunderstorm over Dordretch by Albert Cuyp

Yong Lady in Chaise Lougue by Berthe Morisot

ตะลอนเที่ยว : แม้ไม่ใช่ญาติ แต่คือเพื่อนร่วมโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727597

ตะลอนเที่ยว : แม้ไม่ใช่ญาติ แต่คือเพื่อนร่วมโลก

ตะลอนเที่ยว : แม้ไม่ใช่ญาติ แต่คือเพื่อนร่วมโลก

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การสงเคราะห์เพื่อนร่วมโลก เป็นกิจที่มนุษย์พึงกระทำ เมื่อสามารถทำได้ เพราะการสงเคราะห์กันและกัน ช่วยทำให้สังคมของเรามีความรัก สามัคคี และมีความสุขใจ 

ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก และผู้ให้ย่อมมีความสุขใจ ส่วนผู้รับก็จะมีความยินดี และตื้นตันใจที่รับรู้ว่าโลกนี้ยังมีความเอื้ออารี มีการแบ่งปันให้กันและกัน 

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2566 สมาชิกกลุ่มหนึ่งได้ไปร่วมกิจกรรมเลี้ยงอาหาร และมอบสิ่งของให้คนชรา สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางเขน (ถนนวิภาวดีรังสิต ซอยวิภาวดี 64) โดยสมาชิก ได้แก่ ผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า และผู้ฟังรายการ Good Time (สถานีวิทยุจุฬาฯ FM 101.5และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 95.5) 

กลุ่มของเราไปเลี้ยงอาหารและมอบสิ่งของให้คนชรา เด็กนักเรียนในท้องถิ่นทุรกันดาร รวมถึงถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์สามเณร และนำอาหารไปเลี้ยงสัตว์ในสถานสงเคราะห์สัตว์ต่างๆ เป็นประจำ โดยไปทำกิจกรรมดังกล่าวเกือบทุกเดือน และทุกครั้งที่เราร่วมทำกิจกรรมก็ได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากมวลหมู่สมาชิก ทั้งบริจาคเงินบริจาคสิ่งของ และที่สำคัญคือไปร่วมกิจกรรมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา 

กิจกรรมล่าสุดเมื่อ 22 เมษายน คือการนำข้าวหมูแดงจากร้านดังร้านอร่อยไปเลี้ยงคนชรา ตามคำเรียกร้องของคนชราที่บอกเราว่าอยากกินข้าวหมูแดงอร่อยๆ นอกจากข้าวหมูแดงแล้ว คณะของเรายังผัดไทยกุ้งสด โดยผัดสดๆ ใหม่ๆ ร้อนๆ จากเตาให้รับประทานอีกด้วย แล้วก็ยังมีคนใจดีนำแฮมเบอร์เกอร์ แซนด์วิช ทำใหม่ๆ สดๆ พร้อมเครื่องดื่มสารพัดชนิด และบัวลอยงาดำน้ำขิง ไปเลี้ยงทั้งคนชราจำนวน 45 คนและเจ้าหน้าที่ของสถานสงเคราะห์ทุกคน 

นอกจากเลี้ยงอาหารอร่อยๆ แล้ว ยังมอบของใช้ ของกินอื่นๆ อาทิ หมูหยอง กะหรี่ปั๊บแป้งเย็นทาตัว ข้าวซ้อมมือจากสุรินทร์ กระดาษชำระ แปรงสีฟัน ยาอมแก้ไอ ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขนมปังกรอบ และคุกกี้ รวมถึงเงินขวัญถุงสำหรับคนชรา รายละ 400 บาท และยังมีผู้ใจกุศลไปวัดสายตา ตัดแว่นให้กับคนชราและเจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์ด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ยังมอบรองเท้าแตะให้อีกคนละคู่

แต่ที่สุดแสนสนุกสนานคือ งานนี้มีดนตรีสดๆ บรรเลงโดยพิณอีสาน จากน้องใบพลู นักเรียนโรงเรียนราชินีบน ทำให้ลุงๆ ตาๆ และเจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์ครื้นเครง คึกคัก ออกมาฟ้อนมาเซิ้งกันแบบ Nonstop 

บรรยากาศของงานในวันนั้น เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และคำชื่นชมจากผู้เฒ่าผู้แก่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ ทุกคนบอกตรงกันว่า ขอบคุณที่นำอาหาร และขนม เครื่องดื่ม รวมถึงของใช้อื่นๆ มาเลี้ยง และมามอบให้ เจ้าหน้าที่บอกว่า คณะของเราพิเศษมากตรงที่เลี้ยงดูเจ้าหน้าที่โดยไม่เลือกเลี้ยงดูเฉพาะคนชรา ทำให้เจ้าหน้าที่ได้อิ่มเอมกับอาหารของเรา ซึ่งเราก็ตอบไปว่า เราต้องดูแลเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะเจ้าหน้าที่คือคนสำคัญที่ช่วยดูแลคนชราให้มีความสุข เราต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เสียสละทำงานเพื่อคนชรา

ก่อนงานเลี้ยงจะเลิกรา คนชราบอกเราว่า มีความสุขมาก และอิ่มอร่อยกับอาหารแสนวิเศษในมื้อนี้ พร้อมบอกว่าครั้งหน้าขอรับประทานน้ำพริกกะปิ ผักลวกสารพัดชนิด พร้อมปลาทูทอด ไข่เจียวฟูๆ และแกงจืดเต้าหู้ขาวใส่ผักกาดขาวและหมูสับ

พวกเรารับปากคนชราโดยพลัน แล้วบอกว่าอีกสองเดือนข้างหน้าเรามาพบกันอีกขอให้ลุงๆ ทั้งหลายเตรียมท่าเต้นรำสนุกสนานรอพวกเราได้เลย

ส่วนเดือนพฤษภาคม (น่าจะสัปดาห์หลังเลือกตั้ง สส.) เราจะไปเลี้ยงอาหาร และมอบสิ่งของให้เด็กตาบอดและพิการซ้ำซ้อนที่สถานสงเคราะห์ซึ่งตั้งอยู่บนถนนนวลจันทร์ รามอินทรา 

คุณๆ ที่สนใจร่วมกิจกรรมกับพวกเรา ขอเรียนเชิญครับ คุณสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Mr.Flower091-7233615 

เรามาร่วมทำกิจกรรมดีๆ เพื่อความผาสุกของสังคม และเพื่อความสุขใจของเราทุกคน เราคิดเสมอว่า การแบ่งปันเป็นเรื่องดีเราเอื้อเฟื้อทั้งมนุษย์ และสัตว์ต่างๆ เพราะเราตระหนักว่าเขาทั้งหลายคือเพื่อนร่วมโลกของเรา

Health News : เตือน ‘ยาแก้ไอน้ำเชื่อม’ ผลิตในอินเดีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727618

Health News : เตือน ‘ยาแก้ไอน้ำเชื่อม’ ผลิตในอินเดีย

Health News : เตือน ‘ยาแก้ไอน้ำเชื่อม’ ผลิตในอินเดีย

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกคำแจ้งเตือนเกี่ยวกับยาแก้ไอน้ำเชื่อมที่ผลิตในอินเดีย โดยเน้นย้ำว่ายาแก้ไอดังกล่าวมีสารไดเอทิลีน ไกลคอล (diethylene glycol)และเอทิลีน ไกลคอล (ethylene glycol) ในปริมาณสูงเกินเกณฑ์ โดยองค์การฯรายงานการตรวจพบยาแก้ไอน้ำเชื่อมที่ปนเปื้อนประเภทนี้ชุดหนึ่งในหมู่เกาะมาร์แชลล์และไมโครนีเซีย

คำแจ้งเตือนระบุว่า ตัวอย่างของยาแก้ไอไกวเฟนิซิน ทีจี (Guaifenesin TG syrup) จากหมู่เกาะมาร์แชลล์ ถูกพบว่ามีปริมาณสารไดเอทิลีน ไกลคอลและเอทิลีน ไกลคอลปนเปื้อนสูงเกินเกณฑ์ โดยยาไกวเฟนิซินเป็นยาขับเสมหะที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกและอาการไอ

องค์การฯ ไม่ได้เผยรายละเอียดว่ามีผู้คนล้มป่วยหลังจากบริโภคยาแก้ไอไกวเฟนิซินทีจีหรือไม่ ทว่า เตือนว่าการบริโภคไดเอทิลีน ไกลคอลและเอทิลีน ไกลคอลมากกว่าเกณฑ์อาจนำไปสู่การเสียชีวิต ด้านรัฐบาลอินเดียยังไม่ได้ออกมาแสดงท่าทีต่อคำเตือนล่าสุดนี้แต่อย่างใด

ทั้งนี้ องค์การฯ ออกคำแจ้งเตือนข้างต้นหลังจากที่เคยรายงานความเชื่อมโยงของยาแก้ไอน้ำเชื่อมอื่นๆ ที่ผลิตในอินเดีย กับกรณีการเสียชีวิตของเด็กในแกมเบียและอุซเบกิสถานเมื่อหลายเดือนก่อน

คุณแหน : 30 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727630

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้งดพระราชพิธีฉัตรมงคล เพราะจะต้องเสด็จพระราชดำเนินไปร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์อังกฤษพระองค์ใหม่สมเด็จพระราชาธิบดี ชาร์ลส์ที่ ๓ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์  ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖…

ll ทรงพระเจริญ ๒๙ เมษายน วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติมหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมารด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม..

ll “ถ้ามองการเมืองกับการบริหารบางอย่างต้องแยกกันคิด ต้องแยกกันดู ไม่ใช่ว่าผมเป็นรัฐบาล ผมเป็นนายกฯ แล้ว จะเอาตรงนี้มาเป็นผลประโยชน์กับผม ผมไม่ทำคนละบทบาท วันนี้อย่าถามเรื่องการเมือง เพราะวันนี้ผมเป็นนายกรัฐมนตรี” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม..

ll ค่า Ft กำลังฮิตคนที่ไม่ใช่รัฐบาลก็บอกว่าควรจะลดลงหรือไม่มีเลย รองนายกฯ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ กล่าว“ถ้าให้กันทั้งหมดจะใช้งบประมาณจำนวนมาก เกิดปัญหาวินัยทางการเงิน การคลัง เพราะ Ft คือต้นทุนเชื้อเพลิง”..

ll ส่วนปลัดกระทรวงพลังงาน กุลิศ สมบัติศิริ ชี้แจงประเด็นอัตราการสำรองไฟฟ้า(Reserve Magin.(RM.)ปัจจุบันสำรองไฟฟ้าไทยอยู่ที่ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้สูง ถึง ๕๐,๖๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ชีวมวล ลมไม่สามารถพึ่งพาได้ตลอด ๒๔ ชม. แม้ถูกคำนวณเป็นสำรองไฟฟ้า แต่ไม่ใช่การสำรองที่แท้จริง..

ll ให้ระทึกกรณีข้อเท็จจริงกล่าวหาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อมูลที่ควรทราบ มีนาฬิกาข้อมือและแหวนหลายรายการ ตามที่ เลขาฯป.ป.ช. นิวัติไชย เกษมมงคล กล่าวถึงศาลปกครองสูงสุด ให้ ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูล..

ll ขออนุญาต พ.พูลลาภ ในชลวิถี บางส่วน แผ่นดินนี้ของชาวไทย เพื่อชนไทย เขามีไว้ส่งต่อให้ชนลูกหลาน สันดานไพร่ควรคิด ลดอันธพาน ชนลูกหลานคือหน่อเนื้อของชาวไทย สมควรจดและควรจำกันนะครับสมควรรับใส่กระบาลใส่สมอง เพราะนี่คือชนวิถีและครร(ณ)ลอง ควรสนองงานที่มีตามนี้เอย..

ll สับสนอลหม่านในการหาเสียง ประชานิยมของแต่ละพรรค จริง เท็จ ใครจะรู้ กกต. ต้องทำหน้าที่ให้บริสุทธิ์ถูกต้องได้หรือไม่?? ขอเชียร์ จะคอยดู??..ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

Photo of the week : พิพิธภัณฑ์‘สุสานหลวงโจโฉ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727598

Photo of the week : พิพิธภัณฑ์‘สุสานหลวงโจโฉ’

Photo of the week : พิพิธภัณฑ์‘สุสานหลวงโจโฉ’

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมืองอันหยาง มณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน ได้เปิดพิพิธภัณฑ์สุสานหลวงโจโฉ ต้อนรับสาธารณชนเยี่ยมชมโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าราว 400 ชิ้นหรือชุด ซึ่งขุดพบจาก “เฉาเชาเกาหลิง” หรือสุสานหลวงโจโฉ

พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านซีเกาเซวีย เขตอวินตูของเมืองอันหยางมีพื้นที่ประมาณ 18,000 ตารางเมตร สร้างขึ้นบนสุสานหลวงโจโฉ ประกอบด้วยพื้นที่จัดแสดงตัวสุสาน พื้นที่จัดแสดงซากโบราณและพื้นที่พิพิธภัณฑ์ เริ่มเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา (29 เม.ย.)

ภาพจากสำนักข่าวซินหัว

‘ม.เซาธ์อีสท์บางกอก’ เดินสร้างมืออาชีพรุ่นใหม่ ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมศตวรรษที่ 21

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727632

‘ม.เซาธ์อีสท์บางกอก’ เดินสร้างมืออาชีพรุ่นใหม่  ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมศตวรรษที่ 21

‘ม.เซาธ์อีสท์บางกอก’ เดินสร้างมืออาชีพรุ่นใหม่ ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมศตวรรษที่ 21

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

H.E.Neak Sambo เลขาธิการรัฐจากราชอาณาจักรกัมพูชา, ปรีดี ดาวฉาย อดีต รมว.คลัง, ชนะ รุ่งแสง อุปนายกสภา ม.เซาธ์อีสท์บางกอก, ดร.สมศักดิ์ รุ่งเรือง อธิการบดี ม.เซาธ์อีสท์บางกอก, สัมพันธ์ เย็นสำราญ ที่ปรึกษา รมว.อว., ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผอ.กองขับเคลื่อนและพัฒนาอุดมศึกษาวิจัยและนวัตกรรม, ดร.ณัฐรัตน์ ประโยชน์อุดมกิจ รอง กก.บริหาร บจ.อรรถวิทย์รุ่งเรือง

ดร.สมศักดิ์ รุ่งเรือง นายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในฐานะอธิการบดีมหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ประกาศเดินหน้าสร้างมืออาชีพรุ่นใหม่ที่พร้อมตอบโจทย์ตลาดงานสากลของศตวรรษที่ 21 เตรียมรับการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศและภูมิภาคในอนาคต หลังจากพิธีฉลองการเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเป็นมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการที่จัดขึ้นอย่างน่าประทับใจ เมื่อเร็วๆ นี้ ณ หอประชุม SBU Hall ถนนสรรพาวุธ บางนา ทั้งนี้ โดยมหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอกได้เปิดบริการทางการศึกษา วิชาการและงานวิจัยในระดับปริญญาบัณฑิตและบัณฑิตศึกษา ผลิตมืออาชีพป้อนตลาดแรงงานมาเป็นเวลาถึง 23 ปี

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก หรือ Southeast Bangkok University (SBU) ย้ำว่า SBU ในวันนี้คือความสำเร็จของการต่อยอดการให้บริการทางการศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ของสถาบันที่มุ่งมั่นในการสร้างคนไทยและทรัพยากรบุคคลในภูมิภาคให้เป็นเปี่ยมศักยภาพและสมรรถนะระดับสากล เพื่อเป็นทรัพยากรมนุษย์คุณภาพสำหรับการร่วมพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ และสังคมโดย SBU มุ่งมั่นที่จะรั้งบทบาทในการเป็นศูนย์กลางการให้บริการทางวิชาการที่เป็นเลิศด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ในฐานะสถาบันอุดมศึกษามาตรฐานสากลในระดับภูมิภาค

สุพจน์ ภูติเกียรติกำจร รอง ผวจ.ตัวแทน ผวจ.สมุทรปราการ, H.E.Neak Sambo, ปรีดี ดาวฉาย, ชนะ รุ่งแสง, ดร.มัทนา สานติวัตร จาก ม.กรุงเทพ,ดร.สมศักดิ์ รุ่งเรือง, สัมพันธ์ เย็นสำราญ, ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี, ดร.ณัฐรัตน์ประโยชน์อุดมกิจ, สุรินทร์ ชลพัฒนา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาพระโขนง,เกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผอ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย

โอกาสนี้ สัมพันธ์ เย็นสำราญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการฯ ตัวแทน ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีและมอบหนังสือคำสั่งกระทรวงฯ พร้อมแสดงความชื่นชมและยินดีในการพัฒนาของมหาวิทยาลัยฯ ที่บริหารจัดการเป็นไปตามพันธกิจอย่างครบถ้วน ผลิตบัณฑิตออกไปรับใช้สังคมและประเทศชาติอย่างมีคุณค่า และประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยภายในงาน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากรองกรรมการบริหารบริษัทอรรถวิทย์รุ่งเรือง จำกัด ดร.ณัฐรัตน์ ประโยชน์อุดมกิจอุปนายกสภามหาวิทยาลัย, ชนะ รุ่งแสง รวมทั้งคณะกรรมการสภาฯ อาทิ รศ.ดร.กุลภัทรา สิโรดม, รศ.วิรัช สงวนวงศ์วาน, รศ.ดร.ธัญญะ เกียรติวัฒน์ และ ธวัชชัย ไทยเขียว นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติ จากเลขาธิการรัฐจากราชอาณาจักรกัมพูชา H.E. Neak Sambo รองผู้ว่าราชการจังหวัดตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ สุพจน์ ภูติเกียรติกำจรเหล่าคนดังในแวดวงเศรษฐกิจของประเทศที่เคยได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก อาทิ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปรีดี ดาวฉาย และผูัอำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุขตลอดจนผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เช่น ดร.มัทนา สานติวัตร จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และเครือข่ายจากอุตสาหกรรมต่างๆ ร่วมแสดงความยินดี

สัมพันธ์ เย็นสำราญ มอบหนังสือคำสั่งกระทรวงฯ ให้กับ ดร.สมศักดิ์ รุ่งเรือง

มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ตั้งอยู่ในพื้นที่บางนาซึ่งในอดีตเคยเป็นนาข้าว และที่ตั้งบางพลี ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ กทม. ถือกำเนิดบนพื้นฐานมั่นคงซึ่งวางไว้ในรูปแบบของโรงเรียนเอกชนสายสามัญที่เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงประถมและมัธยมมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2516 จากความตั้งใจอันแน่วแน่ของสองผู้ก่อตั้ง นายเพิ่ม-นางละออง รุ่งเรือง ผู้มุ่งมั่นให้การศึกษาอบรม บ่มเพาะ และปลูกฝังความรู้คู่คุณธรรมในเยาวชน อันเป็นปณิธานที่สืบทอดโดยทายาทรุ่นต่อมาและได้พัฒนาต่อเนื่อง มีการเปิดสถาบันการศึกษาด้านวิชาชีพ ระดับ ปวช. ระดับ ปวส. เปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษ และวิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทย์พณิชยการ จนกระทั่งต่อยอดสู่การเปิดวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอกเมื่อปี พ.ศ.2542เปิดทำการสอนใน 4 คณะในตอนแรก และในภายหลังเพิ่มเป็น 5 คณะ ได้แก่ คณะโลจิสติกส์และเทคโนโลยีการบิน, คณะบัญชีและวิทยาการจัดการ, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คณะนิติศาสตร์ และคณะศิลปศาสตร์ โดยในปัจจุบันเปิดบริการด้านการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก โดยทุกหลักสูตรได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.southeast.ac.th และ Facebook : SBU Southeast Bangkok

ประธานในพิธี สัมพันธ์ เย็นสำราญ ประธานในพิธีกล่าวแสดงความยินดีกับ ม.เซาธ์อีสท์บางกอก

หนังสือเด่น : ให้ความรู้เบื้องต้นด้านภาษีธุรกิจ ใช้เป็นคู่มือในการเสียภาษีอย่างถูก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727616

หนังสือเด่น : ให้ความรู้เบื้องต้นด้านภาษีธุรกิจ  ใช้เป็นคู่มือในการเสียภาษีอย่างถูก

หนังสือเด่น : ให้ความรู้เบื้องต้นด้านภาษีธุรกิจ ใช้เป็นคู่มือในการเสียภาษีอย่างถูก

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังทำธุรกิจ หรือคิดจะเริ่มต้นธุรกิจ “ภาษี” เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจ เพราะการทำผิดเรื่องภาษี ทำให้ผู้ประกอบการหลายต่อหลายคนต้องปิดตัวไปนักต่อนักแล้ว  และส่วนใหญ่ที่ทำผิดไม่ได้เกิดจากการจงใจหลบเลี่ยงทางภาษี แต่เป็นด้วยเพราะด้วยไม่รู้วิธีการเสียภาษีที่ถูกต้อง เหตุดังกล่าวมักเกิดจากที่เชื่อใจที่ปรึกษา ไว้ใจคนทำบัญชีที่ไร้คุณภาพ หรือแม้แต่ฟังและอ่านต่อๆกันมาจากโลกออนไลน์ ทำให้เข้าใจว่าที่ทำมาคือถูกต้องแล้ว จนกระทั่งมาเจอปัญหา บางคนแก้ไขไม่ทันปัญหาก็รุนแรงถึงขั้นต้องม้วนเสื่อกลับบ้านกันเลยอย่างที่บอก

ภาษีธุรกิจ 101 (ฉบับอัปเดต) เป็นคู่มือวางแผนภาษีสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจ และเจ้าของธุรกิจ รวมทั้งผู้ขายของออนไลน์ ผู้เขียน ถนอม เกตุเอม (TAXBugnoms) บล็อกเกอร์ด้านภาษี ที่มีผู้ติดตามกว่า 600,000 คน เนื้อหาเกี่ยวกับภาษีที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้และทำความเข้าใจ เป็นเรื่องภาษีอย่างแท้จริง (แบบมีข้ออ้างอิงตามกฏหมาย) และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง  เมื่ออ่านจบแล้วก็สามารถใช้เป็นคู่มือในการวางแผนการเสียภาษีที่ถูกต้องตรงหลักเกณฑ์ และสามารถวางแผนการจัดการค่าใช้จ่ายภาษีได้อย่างเหมาะสม

ในเล่มมีเนื้อหาสำคัญครบถ้วน ได้แก่ ปูพื้นฐานและให้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษี  ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการหนีภาษี แนวทางการตรวจสอบของศุลกากร กฎหมายใหม่ที่เจ้าของธุรกิจต้องทราบ  ประเภทภาษีต่างๆ หน้าที่ทางบัญชีและภาษีของเจ้าของธุรกิจมีอะไรบ้าง บุคคลธรรมดากับบัญชีรายรับรายจ่าย หน้าที่การนำส่งภาษี ค่าปรับต่างๆ นักบัญชีและข้อมูลบัญชีที่ถูกต้อง… นอกจากนี้ยังมีตัวอย่าง และบทสรุปคำถามที่ควรรู้ ปัญหาที่พบเห็นทั่วไป กรณีศึกษาที่น่าสนใจ

ภาษีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้ามีความรู้ความเข้าใจและแม่นในหลักการ หรือมีความรู้เรื่องภาษีจริงๆ ก็สามารถทำภาษีให้เป็นเรื่องเรียบง่าย ถูกต้องและเปิดเผยได้  สามารถท้วงติงถ้าผู้ช่วยของเราทำในสิ่งไม่ถูกต้อง และให้ข้อเสนอแนะได้ นอกจากนี้ในฐานะที่เราต้องเป็นผู้จ่ายค่าภาษี ภาษีก็คือค่าใช้จ่าย การที่มีความรู้เรื่องภาษีจะช่วยให้เราสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายภาษีได้อย่างถูกต้อง มากกว่าจะเน้นประหยัดภาษีให้มากที่สุด แต่ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิตเพราะมีความผิดพลาดเรื่องภาษี

หนังสือ ภาษีธุรกิจ 101 (ฉบับอัปเดต) เล่มนี้ถือเป็นพื้นฐานที่ดี สำหรับผู้เริ่มก่อตั้งธุรกิจ เจ้าของธุรกิจที่กังวลเรื่องภาษี ผู้ค้าขายออนไลน์ อ่านแล้วเข้าใจเรื่องภาษีเป็นอย่างดี และสามารถวางแผนการเสียภาษีได้แต่เนิ่น ๆ และจ่ายภาษีแบบถูกต้องเหมาะสมไม่ขาดไม่เกิน และสามารถวางแผนประหยัดค่าใช้จ่ายภาษีได้ เสียภาษีอย่างสบายใจไม่ต้องหลบซ่อน เนื้อหาในเล่มปรับปรุงให้เหมาะสมกับยุคสมัย ทั้งแนวทางการตรวจสอบของกรมสรรพกร ภาษีธุรกิจที่เป็นเรื่องที่อัปเดตตลอดเวลา กฎหมายออกใหม่ที่เข้มงวดเรื่องการจ่ายภาษีมากขึ้น

หนังสือดีมีคุณค่า สามารถใช้เป็นคู่มือในการเสียภาษี และเลือกวิธีการจัดการภาษีได้แบบสบายใจ และใช้ประโยชน์ได้จริง  หนังสือพิมพ์ 4 สี มีรูปประกอบทั้ง Info Graphic และรูปการ์ตูน ที่ช่วยเสริมให้อ่านเข้าใจได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น หนังสือราคา 235 บาท จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดยซีเอ็ดยูเคชั่น

แนะวิธีจัดการอารมณ์ตัวเอง

แบบที่ตัวเองเป็น และมีความสุข

แด่…อารมณ์ของฉัน (ฉันเข้าใจเธอนะ) : Honestly, Not Hurting เป็นวิธีขจัดความทุกข์ ด้วยการยอมรับตัวเองผู้เขียน Jun Mee Kyung (ช็อนมีกย็อง) ผู้แปล กนกรัตน์ อรุณรัตนรุจรวี ผู้เขียนเป็นนักจิตวิทยาชื่อดังของเกาหลีชื่อดัง หนังสือเล่มนี้ถือว่าได้เจาะลึกทางด้านอารมณ์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างอัตลักษณ์ของมนุษย์ และแนะแนวทางการรับมือกับอารมณ์ตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่รับมือยากที่สุด เพราะอารมณ์ของคนเราทุกคนขึ้นๆลงๆ บางวันก็รู้สึกเหมือนโตเป็นผู้ใหญ่ แต่วันต่อมากลับทำตัวไร้เหตุผลขึ้นมาเฉยๆ เราส่วนใหญ่มีท่าทีอ่อนหวานกับคนไม่คุ้นเคย แต่กลับฉุนเฉียวใส่คนในครอบครัว บางทีก็เหงา เซื่องซึม ว่างเปล่าไปหมดทั้งที่อยู่ท่ามกลางคนมากมาย ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร หนังสือเล่มนี้คือทางออก ที่จะทำให้ทุกคนรู้จักและทำความเข้าใจอารมณ์ การจัดการกับอารมณ์ และการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของตนเอง ก็จะทำให้คุณรู้จักและยอมรับตัวเองแบบที่เป็นด้วยความเข้าใจตัวเอง มีความมั่นใจ และสามารถขจัดปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคนรัก ครอบครัว หรือคนรอบข้างไปได้ หนังสือราคาเล่มละ 225 บาท

การจัดระเบียบความคิดให้เป็น

เพื่อการสื่อสารที่สัมฤทธิ์ผล

คนเก่งคิดแบบนี้ไง พูดอะไรก็รู้เรื่อง แค่จัดระเบียบความคิดเป็น จะสื่อสารอะไรก็ได้ดั่งใจ ผู้เขียน อุเมดะ ซาโตชิ ผู้แปล บัณฑิต ประดิษฐานนุวงษ์ “อุเมดะ ซาโตชิ” เคยเป็นพนักงานธรรมดาที่พูดและสื่อสารไม่เก่ง ชีวิตจึงติดขัดไปหมด แต่พอเขาพลิกมุมมองใหม่ หันมาจัดระเบียบความคิดให้ลงล็อค ก่อนจะสรรหาคำศัพท์สละสลวยมาใช้ คราวนี้เขาพูดอะไรก็เข้าใจได้ง่ายขึ้น นำเสนองานอะไรก็น่าประทับใจ จนก้าวมาเป็น 1 ใน 10 สุดยอดครีเอทีฟของญี่ปุ่น และพิชิตรางวัลระดับโลกจากเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสได้สำเร็จ ในเล่มคุณผู้อ่านจะได้พบกับเคล็ดลับวิธีคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิธีการในการจัดระเบียบความคิด เช่น อุดทุกช่องโหว่ความคิดด้วยวิธีคิดรูปตัว T, แค่ใช้คำกริยาเป็น คำพูดก็เฉียบคมขึ้นทันที, เทคนิคคิดตรงข้ามจะพาคุณกระโดดไปสู่มุมที่เคยคิดไม่ถึงมาก่อน, ถ้าอยากโน้มน้าวใจคน ต้องพูดปฏิเสธปัจจุบันแล้ววาดภาพฝันในอนาคต, แค่ปลดล็อคมุมมองความคิด จะพูดจะเขียนอะไรก็น่าติดตามขึ้นเป็นเท่าตัว ฯลฯ หนังสือเล่มนี้เป็นซีรีส์หนังสือขายดีกว่า 300,000 เล่ม จากญี่ปุ่น ราคาเล่มละ 230 บาท

แนะกลยุทธ์การเก็บเงินให้สำเร็จ

เพียงแค่กล้าลงมือทำเท่านั้น

วิธีเพิ่มเงิน 5.0 ที่เปลี่ยนชีวิตศิลปินตลกญี่ปุ่นจากหมื่นเป็น 30 ล้าน!ผู้เขียน Toshiya Imura (โทชิยะ อิมูระ)ผู้แปล ธรรศภร ตันวิทยา วิธีเพิ่มเงิน 5.0 เป็นวิธีที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับวิธีการเพิ่มเงินทุกแบบ ตั้งแต่การหยอดกระปุกไปจนถึงการลงทุน ที่ใครๆก็ทำได้ผลจริง หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้รวบรวมวิธีการจากประสบการณ์การเพิ่มเงินในกระเป๋าของตัวเอง เมื่อครั้งยังไม่ร่ำรวย และเมื่อตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว จึงได้ส่งต่อความกล้าที่จะเริ่มเบิกเส้นทางให้กับชีวิต และความรู้เกี่ยวกับการเงินให้กับคนอื่นอีกหลาย ๆ คน ผู้อ่าน หากเรียนรู้เรื่องนี้แล้ว จะทำให้เรามีความกล้าลงมือทำให้สิ่งที่อยากทำ ในเล่มเริ่มต้นด้วยเรื่อง  เหตุผลที่อดีตศิลปินจน ๆ อย่างผมสามารถเพิ่มเงินในกระเป๋าได้ ในที่สุดก็มีทรัพย์สิน 100 ล้านเยน! ความฝันที่ค้นพบหลังออกจากวงการศิลปิน”วิธีการเพิ่มเงิน 5.0″ ความรู้ใหม่สุดคุ้ม กลยุทธ์การลงทุนให้มีประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก รู้จักธาตุแท้ของการลงทุนในหุ้นกันเถอะ และการลงมือที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ เป็นต้น หนังสือราคา 235 บาท

การลดน้ำหนักแบบถูกวิธี

ทำให้สุขภาพดี ไร้โรคภัย อายุยืน

ผอมทันที สุขภาพดี 100% ผู้เขียน ธนณพัฒฒ์ นาตะสุต (หมอแบงค์), นพ.  ผู้เขียน คุณหมอแบงค์ เป็น Food Doctor mujตั้งใจถ่ายทอดเนื้อหาข้อมูลเชิงวิชาการด้านการลดน้ำหนักแบบเข้าใจง่ายให้คนรักสุขภาพที่อยากดูแลตัวเองได้รับรู้ อาทิ เรื่องการลดน้ำหนักที่โลกไม่เคยบอกคุณ, แก่นการลดน้ำหนักที่ยั่งยืน, อาหารไฟ 3 สี (เขียว เหลือง แดง) คืออะไร, 7 ความมหัศจรรย์ของอาหารต้นทาง, เร่งความเร็วลดน้ำหนักด้วย IF ไต่ระดับ, เร่งความเร็วลดน้ำหนักด้วย Preloading Technique, ผอมยั่งยืนด้วยสูตร D2E Solution TM, รู้ทุกเรื่อง ไม่รู้เรื่องนี้ ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ (4 เสาหลักของการลดน้ำหนัก), ผอมด้วยการนอน, สมุนไพรอะไร เร่งการลดน้ำหนักให้ไวขึ้น, แถมด้วยหลายเมนูแนะนำที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาด หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนักครั้งสุดท้ายในชีวิต ต้องการสุขภาพดี อายุยืน ไม่ใช่แค่ลดน้ำหนักให้ผอมอย่างเดียว แต่มีโรคความดัน ไขมัน เบาหวาน ต้องการลดยาประจำตัวที่กิน  ไม่ชอบออกกำลังกาย เบื่อการคำนวณแคลอรี่ โปรตีน ฯลฯ อ่านแล้วสามารถทำตามได้ทันที หนังสือราคา 329 บาท

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ปอยส่างลอง’..ภูมิพิธีบวชลูกแก้วชาวไทใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727602

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ปอยส่างลอง’..ภูมิพิธีบวชลูกแก้วชาวไทใหญ่

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ปอยส่างลอง’..ภูมิพิธีบวชลูกแก้วชาวไทใหญ่

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ขบวนแห่ส่างลอง

ในวาระแห่งการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๖ นั้นกระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมการศาสนา ได้มีการจัดบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณีเพื่อเป็นต้นแบบทั้งในส่วนกลางที่วัดยานนาวาและส่วนภูมิภาคที่วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาวัดพิชโสภาราม จังหวัดอุบลราชธานี และวัดราชบุรณฯจังหวัดชุมพร เป็นต้น สำหรับประเพณีการบวชของชาวไทใหญ่ อันเป็นประเพณีบุญหนึ่งเดียวที่รู้จักกันดีคือ ประเพณีปอยส่างลอง ซึ่งเป็นพิธีบรรพชาสามเณร หรือบวชลูกแก้วนั้น ได้มีการจัดขึ้นสองครั้งเมื่อวันที่ ๓-๕ เมษายน ขึ้นที่วัดปางล้อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และวันที่ ๒๒-๒๕ เมษายน ๒๕๖๖ จัดขึ้นที่วัดในสอย ตำบลปางหมู จังหวัดแม่ฮ่องสอน

สำหรับการจัดประเพณีปอยส่างลองครั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้ร่วมกับจังหวัดเเม่ฮ่องสอน โดยมี พระสุมณฑ์ศาสนกิตติ์ เจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ดร.ยุพาทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายชัยพล สุขเอี่ยมอธิบดีกรมการศาสนา พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้ปกครองและพุทธศาสนิกชน รวมทั้งเด็กและเยาวชน ได้เข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้งสิ้น ๕๐๐ คน ณ วัดในสอย จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมมีสามเณรบรรพชาตามประเพณีปอยส่างลองทั้งสองครั้งมีจำนวนกว่า ๑๐๐ ราย นับเป็นประเพณีบุญกุศลของชาวไต หรือไทใหญ่ ที่มีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และร่วมกันสนับสนุนให้กุลบุตรอุทิศของตนบรรพชาในประเพณีปอยส่างลอง โดยถือเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ ซึ่งต่างได้ร่วมกันจัดหาสิ่งของเงินทองอันเป็นทรัพย์ภายนอกที่หามาได้สนับสนุนกุลบุตรนั้นให้มีโอกาสเรียนรู้ธรรมะจากการบรรพชา อันนำทางให้มีการบวชเรียนเป็นพระภิกษุสืบพระศาสนาต่อไปอีก ดังนั้น ประเพณีหนึ่งเดียวของชาวไทใหญ่นี้ จึงสร้างสีสันของงานจนเป็นประเพณีที่ไม่เหมือนใคร ปอยส่างลองนั้นมีพิธีการปลงผมเป็นส่างลอง หรือจางลอง

ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

การจัดขบวนแห่ส่างลองไปวัด การแห่เครื่องไทยธรรมและอัฐบริขารต่างๆ เรียกขบวนครัวหลู่ พิธีผูกข้อมือรับขวัญส่างลองจากญาติผู้ใหญ่ที่พากันร่วมกันผูกข้อมือให้พรแก่ส่างลอง และพิธีบรรพชาสามเณร (ข่ามสาง) ตามประเพณีของชาวไทใหญ่คำว่า ปอยส่างลอง เป็นภาษาเมียนมา ซึ่งให้ความว่า “ปอย” คือ เหตุการณ์หรือพิธี  “ส่าง” หมายถึง สามเณร  คำว่า “ลอง” มาจากคำว่า อลอง หมายถึงเชื้อสายกษัตริย์ ซึ่งมีความหมายว่าพิธีบรรพชาผู้มีเชื้อสายกษัตริย์เป็นสามเณร นั่นเอง

ประเพณีปอยส่างลองของชาวไทใหญ่จึงเป็นอัตลักษณ์ของแม่ฮ่องสอนโดยเฉพาะ ด้วยในเขตอำเภอเมือง อำเภอขุนยวม และอำเภอปาย นั้นมีกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่อยู่จึงทำให้ร่วมกันจัดประเพณีสืบทอดความศรัทธามาแต่ครั้งบรรพบุรุษ จากตำนานเล่าขานว่า เมื่อครั้งพุทธกาลพระพุทธเจ้าได้เสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อพระองค์จะเสด็จกลับลงมาเมืองมนุษย์นั้น ได้มีเทพสี่ตนเป็นเทวดา ๒ ตน นางฟ้า ๒ ตน ลงตามมาด้วยเพราะอยากเห็นบ้านเมืองมนุษย์มาก ด้วยเมืองมนุษย์นั้นได้จัดพิธีต้อนรับพระพุทธเจ้ากลับสู่โลก (วันเทโว)ดังนั้น เทพทั้งสี่จึงพากันแต่งกายสวยงามสวมชฎามงกุฎ ฟ้อนรำร่วมกันกับมนุษย์อย่างสนุกสนานเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์วันนั้นในงานปอยส่างลองจึงให้ส่างลองนั้นแต่งกายตามเทพทั้งสี่โดยนำชฎามาสวมใส่ให้แก่ผู้บวชอย่างสวยงามตามอย่างแล้วฟ้อนรำกันสนุกสนาน บางตำนานว่า เป็นเรื่องที่เจ้าชายอชาตศัตรูนำพระโอรสพร้อมด้วยพระสหาย๕๐๐ คน แต่งกายด้วยเครื่องนุ่งห่มอย่างกษัตริย์องค์น้อยเป็นส่างลอง จัดขบวนแห่ตามถนนกรุงราชคฤห์ เพื่อไปบรรพชาเป็นสามเณรกับพระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกทั้งหลาย พระพุทธเจ้าได้ให้นามพระโอรสผู้บรรพชาว่า “จิตตะมเถรี” อีกตำนานว่า เป็นเรื่องเจ้าชายสิทธัตถะซึ่งเป็นรัชทายาทของกรุงกบิลพัสดุ์นั้นได้ทรงเครื่องกษัตริย์ก่อนจะออกผนวช ด้วยศรัทธาความเชื่อแห่งงานปอยส่างลองนี้ทำให้แม่ฮ่องสอน มีความโดดเด่นด้วยเป็นประเพณีที่เกิดขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีการพัฒนา รักษา สืบทอดมาจนเป็นงานบุญหนึ่งเดียวของประเทศมาถึงทุกวันนี้ และยังเผยแพร่ไปยังกลุ่มไทใหญ่ที่อยู่ในเมืองอื่นทางภาคเหนืออีกด้วย

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา

เชษฐา โมสิกรัตน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน

เชษฐา โมสิกรัตน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน

คณะข้าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนและผู้ทำงาน

คณะข้าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนและผู้ทำงาน

ปลงผมส่างลอง

ปลงผมส่างลอง

เนืองแน่นด้วยญาติส่างลอง

เนืองแน่นด้วยญาติส่างลอง

ส่างลองแต่งองค์ทรงเครื่อง

ส่างลองแต่งองค์ทรงเครื่อง

รับส่างลองจากพ่อแม่

รับส่างลองจากพ่อแม่

พระสุมณฑ์ศาสนกิตติ์ เจ้าคณะแม่ฮ่องสอน

พระสุมณฑ์ศาสนกิตติ์ เจ้าคณะแม่ฮ่องสอน

พิธีผูกแขนส่างลอง

พิธีผูกแขนส่างลอง

ขบวนฟ้อนไทใหญ่

ขบวนฟ้อนไทใหญ่

ลีลาท่ารำของครูผู้เฒ่า

ลีลาท่ารำของครูผู้เฒ่า

Science Update : ‘ฮุนเซน’ กลับลำเรื่องกฎหมายคุ้มครองโลมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727617

Science Update : ‘ฮุนเซน’ กลับลำเรื่องกฎหมายคุ้มครองโลมา

Science Update : ‘ฮุนเซน’ กลับลำเรื่องกฎหมายคุ้มครองโลมา

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ของกัมพูชา ประกาศยกเลิกกฎหมายที่ประกาศใช้เมื่อ 2 เดือนก่อนที่มีเป้าหมายในการคุ้มครองโลมาในแม่น้ำโขงที่อยู่ในสภาพใกล้สูญพันธุ์ หลังจากที่พบว่า ยังมีโลมาตายต่อเนื่องจากกิจกรรมที่เกี่ยวกับการจับปลาอย่างผิดกฎหมาย นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวด้วยว่า กฎหมายนี้ยังกระทบกับครอบครัวชาวประมงหลายพันครัวเรือนที่พึ่งพาการจับปลาในแม่น้ำโขง เขาจึงตัดสินใจยกเลิกกฎหมายเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำ และจะขอให้เจ้าหน้าที่นำระเบียบเดิมมาใช้ในการห้ามจับปลาในพื้นที่อยู่อาศัยของโลมาและปราบปรามการใช้ไฟฟ้าในการจับปลา

จำนวนโลมาอิระวดีที่อาศัยในแม่น้ำโขงลดลงจาก 200 ตัวเมื่อทำการสำรวจเป็นครั้งแรกในปี 1997 เหลือเพียง 89 ตัวในปี 2020 ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการทำประมงผิดกฎหมายและถิ่นอาศัยของโลมาลดลง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายฮุน เซน ประกาศใช้กฎหมายใหม่ เพื่อกำหนดเขตคุ้มครองโลมาเป็นระยะทาง 120 กิโลเมตรตามแนวลำน้ำโขงซึ่งห้ามทำการประมง หลังจากพบโลมาตาย 3 ตัวในช่วงเวลาเพียง 1 สัปดาห์ แต่หลังจากประกาศใช้กฎหมายไปแล้ว ยังพบโลมาตายอีก 2 ตัว รวมถึงตัวที่อายุเพียง 4 เดือนที่พบติดอวนของชาวประมงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว